สลดสังเวชความเลวร้ายของมนุษย์ทุกวันนี้
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา 8:40 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๘

สลดสังเวชความเลวร้ายของมนุษย์ทุกวันนี้

 

         โยม ภาวนาพุทโธ นัยน์ตาข้างขวาเห็นเป็นพระพุทธ นัยน์ตาข้างซ้ายเห็นเป็นหลวงปู่เสาร์ ในกายนี้เป็นรูปพระพุทธ จะแปลว่าอะไรคะ

หลวงตา ให้เอาพุทโธๆ จริงจังกว่านั้นนะ พระพุทธรูปและหลวงปู่เสาร์จะลงที่นี่หมด นี่กระแสของธรรมออกๆ เวลาธรรมรวมตัวได้แล้วจะมาอยู่ที่นี่หมด ให้ตั้งใจทำกว่านี้ อายุ ๑๔ ปีจนกระทั่งอายุ ๗๐ ได้แต่เพียงเท่านั้นไม่ได้หน้าได้หลังอะไร ผลก็คือปรากฏเป็นความสว่างไสวเป็นความสงบร่มเย็น จากนั้นก็เป็นผลออกมาว่าไม่หวั่นไหวหนักเข้าๆ เข้าใจเหรอ เท่านั้นละ ไปตั้งใจทำมากกว่านี้นะ ถ้าทำสักแต่ว่าทำ ไม่ว่างานทางโลกทางธรรมไม่ได้หน้าได้หลังแหละ ไปทำการทำงานก็สักแต่ว่าทำ ผลไม่ค่อยมี อะไรๆ ก็ตามถ้าตั้งใจทำสำคัญอยู่ที่ใจ ถ้าใจได้เน้นหนักลงตรงไหนแล้ว ผลจะปรากฏขึ้นมา เราทำการทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร จิตต้องปักแน่นๆ ความขยันมันก็ขึ้นเอง คือมีความมุ่งมั่นให้ได้อย่างนั้นๆ มันก็เร่งของมันเอง ภาวนาก็เหมือนกัน สักแต่ว่าภาวนา และสักแต่ว่าทำงานการต่างๆ ไม่ได้ผล

อยากให้ผู้บำเพ็ญทั้งหลายได้ทำจริงจัง ในขณะหรือเวลาจะทำอะไรให้จริงจัง เฉพาะภาวนานี้สำคัญมาก เพราะกิเลสมันหนาแน่นมาก แหวกมันไปได้ยากอยู่นะ ต้องเอาให้หนัก พอว่าจะภาวนาพุทโธ มันหลับก่อนพุทโธ ยังไม่ภาวนาหลับไปแล้ว กิเลสกล่อมให้หลับ ความขี้เกียจขี้คร้านมันก็ลงในความหลับ อยากหลับอยากนอนไปความขี้เกียจขี้คร้าน เรื่องพุทธศาสนาเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อไร ให้ได้ทำตามแบบแผนที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้เถอะ อย่างไรก็ต้องปรากฏ หัวใจมีด้วยกันทุกคน ธรรมเข้าได้หมด...หัวใจมนุษย์เรา ไม่จริงไม่จังไม่ได้เรื่องทั้งนั้นแหละ ภาวนาให้มีจริงจัง สติติดแนบๆ ไปเลยนี้ก็คือความจริงจัง ถ้าไม่จริงจังก็เหลาะแหละ ตั้งขณะเดียวเผลอแล้วไปแล้ว คือกิเลสลากไปนั่นเอง

มีใครมาเล่าให้ฟังไหมที่หลวงตาพูดอยู่นี้ ที่จิตเจริญแล้วเสื่อมๆ มาเป็นปีกับ ๕ เดือน จนเหมือนตกนรกทั้งเป็น ความทุกข์อยู่ในหัวอกสุมอยู่ เพราะจิตภาวนาเข้าไปแล้วได้ผลขึ้นมาๆ จนเป็นเหมือนหินเลยแน่นหนามั่นคง เราก็ไม่เคยเป็นจึงไม่รู้จักวิธีรักษา เราก็นอนใจนึกว่าจะเป็นอย่างนั้นไปเรื่อยๆ  พอเรานอนใจเท่านั้นก็เรียกว่าเผลอไปๆ งานนี้ไม่สืบต่อ จิตก็เสื่อม เวลาเสื่อมนี้เสื่อมไปเลย เอากันถึงปีกับ ๕ เดือนยังไม่ได้เรื่องนะ จึงได้มาปักหลักอย่างที่ว่า ได้มาพูดให้พี่น้องทั้งหลายฟัง มันคงขาดคำบริกรรม เราไม่เอาจริงเอาจัง คำบริกรรมไม่มีตรงนี้แหละ ทั้งๆ ที่จ่ออยู่กับความรู้มันเผลอไปจนได้ๆ

พอพิจารณาบวกลบคูณหารในตัวเองแล้วก็มาลงในคำบริกรรม ทีนี้เราจะกำหนดคำบริกรรมเอาสติติดแนบ มันอาจสติจะเผลอไปตอนที่ไม่มีคำบริกรรม กำหนดแต่ความรู้เฉยๆ มันอาจเผลอได้ แล้วจิตก็เสื่อมได้ เวลาเจริญๆ พยายามดันขึ้นไปเหมือนดันยกครกขึ้นบนภูเขา ครั้นขึ้นไปไปอยู่ได้สองคืนหรือสามคืน เวลามันลงมันลง โอ๋ย กลิ้งผึงเลยลงเลยไม่ฟังเสียงใครทั้งนั้น ก็ยังเหลือแต่ความเสียดาย ความทุกข์ความทรมานใจ อู๊ย ทรมานจริงๆ นะ ดังที่เคยเล่าให้ฟังเรื่องพระโคธิกะ ท่านถึงขนาดฆ่าตัวตาย ฌานท่านเสื่อม ๖ หน พอเจริญฌานครั้งที่ ๗ ท่านกลัวมันจะเสื่อมอีกท่านเลยเอามีดเชือดคอท่าน แต่ท่านมีนิสัย พอเอามีดเชือดคอ เลือดทะลักออกไปนี้ เห็นเลือดเจ้าของก็เลยเอามาพิจารณาได้บรรลุธรรมเดี๋ยวนั้นเลยนะ นี่เพราะเสียใจ จับมาเป็นสักขีพยานกันได้เลย

เพราะความเสียใจ ไปอยู่ที่ไหนก็เราเคยได้ครองสมบัติเป็นล้านๆ แต่มาล่มจมลงด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งเสีย ถึงจะมีเงินอยู่ติดกับบ้านเป็นหมื่นเป็นแสนก็ไม่มีความหมาย ใจมันไปอยู่กับเงินที่ล่มจมไปแล้วเป็นล้านๆ เป็นทุกข์อันนั้นแหละ ความเสียดาย เป็นทุกข์มากทีเดียว อยู่ที่ไหนหาความสุขไม่ได้ เหมือนไฟไหม้กองแกลบอยู่ในหัวอก จึงได้มาทบทวน เจริญขึ้นไปอยู่ได้เพียงสองคืนลงแล้ว กลิ้งครกขึ้นบนภูเขา เวลามันลงผึงเดียวเลย มันทุกข์แสนทุกข์ ปีหนึ่งกับห้าเดือน มันเริ่มเสื่อมตั้งแต่เดือนพฤศจิกาถึงเดือนเมษาปีหน้าฟังซิ ไม่ลืมนะอย่างนี้ มันปักลึกมาก

เลยมาพินิจพิจารณาถึงเรื่องคำบริกรรมกับไม่มีคำบริกรรม อาจเสื่อมได้เพราะเหตุนั้น ทีนี้จะเอาคำบริกรรม เอ้ามันจะเสื่อมไปทางไหนจะดูมันคราวนี้ ดูด้วยสติ ว่างั้นเลย คำบริกรรมเป็นอันว่าตกลงใจดังที่เคยพูดระฆังเป๋งแล้วนักมวยต่อยเลย นี่ลงใจปั๊บตั้งสติ พูดง่ายๆ ทีนี้พุทโธติดแนบเลย เอ้า มันจะเสื่อมไปไหนให้เสื่อม ความเสื่อมกับความเจริญเป็นมาได้ปีกับห้าเดือนแล้ว เราไม่ต้องห่วงมันที่นี่ แต่พุทโธกับสตินี้จะติดแนบขาดไม่ได้เลย เอาตรงนี้นะ ซัดกันเลยตั้งแต่ตื่นนอน พอระฆังดังเป๋งตั้งสติปึ๊บเลย จากนั้นติดกันเลยไม่ให้เผลอ ทั้งวันไม่มีเผลอเลย ก็จะเผลอยังไงมันจ้อกันอยู่ตลอดเวลา ก็เอาจริงเอาจังนี่ เพราะความเจ็บแสบเนื่องจากจิตที่เสื่อมไป ทุกข์มากนะ ทีนี้มันจะเสื่อมจะเจริญตรงไหนจะเอาจุดนี้คราวนี้ เอาพุทโธกับสติติดแนบๆ ไป

วันแรกนี้เหมือนอกจะแตก มันอยากคิดอยากปรุง สังขาร อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา หนุนออกมาเป็นสังขาร มันอยากคิดไม่ให้คิด เอาพุทโธงานของธรรมนี้ สมมุติว่ามันมีช่องออกมาคิดอย่างนี้ เอาพุทโธปิดเข้านี้ สติติดเข้าไปอีก มันจะเสื่อมไปไหน เอา ดู เรื่องความเจริญความเสื่อมไม่สนใจ เรื่องพุทโธกับสตินี้ติดแนบเลย เอากันวันแรกเหมือนอกจะแตกจริงๆ โถ หนักมากนะ คือไม่ยอมให้เผลอเลยทั้งวัน ทุกข์ไหม จิตมันเคยเผลอมาสักเท่าไรๆ ทีนี้ไม่ให้มันเผลอเลยทั้งวัน เหมือนอกจะแตก กิเลสดันเราก็รู้ เอ้า ดันก็ดัน พุทโธปิดเอาไว้ มันจะออกทางนี้เอาพุทโธปิดเอาไว้ สติติดแน่นเข้าไปเลย มันออกไม่ได้มันก็ซัดอยู่ภายใน เหมือนอกจะแตก เราไม่ลืมนะ

เอ้า แตกก็แตก ความเผลอนี้ไม่ให้มี ซัดกันวันแรกเหมือนอกจะแตก วันที่สองค่อยเบาลง ไม่ยอมให้คิดเลยนะคิดเรื่องนอก มีแต่พุทโธคำเดียวเลย คิดอยู่กับพุทโธ ทั้งวันไม่ให้คิดกับอะไร ให้คิดกับพุทโธ สติติดแนบ แต่เราพูดจริงๆ นิสัยเรามันจริงมาก ว่าอะไรเป็นอันนั้น นี้ตัดสินใจลงอย่างนี้แล้วก็ใส่ผางกันเลย ซัดกันไป พอวันที่สองค่อยเบาลง วันที่สามเบาลงๆๆ ที่นี่เห็นผลละ ซัดกันไปจนกระทั่งถึงเข้าขั้นละเอียดเข้าไปจนไม่มีพุทโธ หมด  จิตละเอียดเข้าไปหยุดกึ๊กเข้าไปในนั้นเงียบเลย นึกก็ไม่ออก นึกพุทโธไม่ออก คิดอะไรไม่ออกเลย พุทโธไม่ออก อ้าว ทำไมเป็นอย่างนี้ ว่าทำไมเป็นอย่างนี้ก็ไม่ยอมให้เผลอ เอ้า ถ้าหากว่าบริกรรมไม่ได้ก็ไม่ต้องบริกรรม สติให้ติดอยู่กับความรู้อันนั้น เอาสติติดกับความรู้ที่อยู่นิ่งไม่ออกนะ นั่นละจิตมันสงบลงไป

ทีนี้พอจิตคลี่คลายออกมาปั๊บ พอนึกพุทโธได้ เอาพุทโธติดปั๊บเข้าอีก มันก็เป็นอย่างนั้นเป็นระยะๆ พอมันละเอียดแล้วมันก็ลงของมัน ลงไปถึงนั้นเราก็รู้วิธีปฏิบัติแล้ว สติติดกับนั้นไม่ให้เผลอ นี่หมายถึงความเอาจริงเอาจังนะ ทีนี้ก็เลยรู้จักวิธีปฏิบัติ พอมันเข้าขั้นละเอียดจริงๆ แล้วคำบริกรรมไม่มี ไม่มีเลย นึกไม่ออก เหลือแต่ความรู้ที่ละเอียด เอาสติติดไว้กับนั้น นั่นละมันถึงได้เจริญขึ้นมา เรื่องสติจึงเป็นของสำคัญ จึงได้จับมาสอนด้วยความแน่ใจทีเดียว เพราะสอนทุกสิ่งทุกอย่างเราไม่ได้สอนด้วยแบบพล่ามๆ อะไรนะ สอนถอดออกมาจากหัวใจ เราดำเนินมาแล้วทั้งนั้น เพราะฉะนั้นจึงไม่มีคำว่าผิด แน่ใจตลอดเลย เพราะเราดำเนินมาแล้ว นี่พูดถึงเรื่องสติเป็นของสำคัญมากทีเดียว ตั้งขึ้นได้ๆ เตลิดเลยที่นี่ ตั้งสติขึ้นไปหลายวันเท่าไรก็ไม่ทราบ มันจะมีเผลอบ้างอะไรบ้าง แต่ระยะสองสามวันนี้เผลอไม่ได้เลย เราจำได้ระยะสองสามวันที่จิตมันสงบแน่วลงไป สงบเรื่อยๆ หากจะเผลอไปบ้างก็เผลอไปบ้างเล็กๆ น้อยๆ  เผลอก็เผลออยู่ในความไม่เผลอ จะติดอยู่ตลอดเวลา

จนกระทั่งจิตเจริญขึ้นไป จิตดวงนั้นละที่อกจะแตก ทีนี้หายนะที่มันอยากปรุงอกจะแตก หมดไปๆ มีแต่ธรรม พอธรรมทำงานขึ้นมา คำบริกรรมนี่เรียกว่างานของธรรม สติธรรม คำบริกรรมก็เป็นธรรม ทำงานผลของธรรมปรากฏขึ้น จิตก็ละเอียดเข้าไป ต่อไปก็สว่างไสวขึ้นมาเรื่อยๆๆ เลยไม่ถอย ทีนี้ลืมคำพูดอันนี้อีก พระโคธิกะท่านตาย จิตของท่านเสื่อมท่านเสียใจมากถึงขนาดฆ่าตัวตาย อันนี้เราก็เหมือนกัน จับติดกันได้เลย มันอาจจะตายได้อย่างนั้นแหละเรา ถ้าหากว่าจิตเสื่อมเมื่อไรมันทนไม่ไหวจะต้องเป็นแบบพระโคธิกะ เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้มันตายอย่างนั้นจะเผลอไปไม่ได้ เอาอันนี้ตัดสินกัน บังคับกันไว้ มันก็ไม่เผลอมันจึงไม่ตาย ไม่งั้นมันอาจจะตายได้นะ เพราะจิตนี้มันเด็ดมาก ว่าอะไรเป็นอันนั้นเลย

ทนทุกข์ทรมานมาได้ปีหนึ่งกับห้าเดือน ยังจะมาเสื่อมอีกคราวนี้จะอยู่ทำไมหนักโลก ก็ไปเท่านั้นแหละ อาจจะฆ่าเจ้าของวิธีใดก็ได้นะ แต่นี้ไม่ได้ฆ่า มีมัดกันไว้ว่าถ้าเรายังไม่ตาย ถ้าตัวเรายังมีชีวิตอยู่นี้จิตนี้จะเสื่อมไปอีกไม่ได้ ถ้าเสื่อมเราต้องตาย เอาประกันกันตรงนี้เลย จึงมัดกันอย่างหนัก มันจึงได้เจริญขึ้นๆ วิธีการตั้งทีแรกหนักมากนะ หนัก ทั้งวันไม่ให้มีเผลอเลยมีอย่างเหรอ บอกว่าเผลอไม่ได้เลย นี่ละที่หนักที่สุด ชุลมุนวุ่นวายกันทั้งวันทั้งคืน ตื่นนอนปั๊บนี่พุทโธติดปั๊บเลยไม่ให้เผลออยู่อย่างนั้น โลกอันนี้เหมือนไม่มี มีแต่พุทโธกับสติเท่านั้น โลกทั้งหลายเหมือนไม่มี มีงานอันเดียวเท่านี้ซัดกัน จึงได้เจริญขึ้นมาๆ ให้ท่านทั้งหลายจำเอาไว้

นักภาวนาถ้าจริงจังกับเรื่องความเพียรของตนกับสตินี่เป็นสำคัญ แล้วเจริญได้ไม่สงสัย เพราะมันเสื่อมมันเสื่อมเพราะอำนาจของกิเลสตีลงไปให้เสื่อมๆ  ถ้าธรรมตีแล้วก็เจริญขึ้นมาอย่างนี้ จากนั้นก็ไม่เสื่อมอีกเลย ปีหนึ่งกับห้าเดือนมาตัดสินกันเดือนเมษาไม่เสื่อม ตั้งแต่นั้นมาเรื่อยๆ มันขึ้นถึงขั้นที่เคยเสื่อม ไปอยู่นั้นสองคืนเสื่อมๆ ไปถึงนั้น เอ้า เสื่อมๆ ไป คำบริกรรมพุทโธกับสตินี้จะไม่ให้เสื่อมไม่ให้พรากจากตัวเอง พอไปถึงนั้น เอ้า เสื่อมก็เสื่อมไปไม่เสียดาย มันเคยเสื่อมมาพอแล้วจนอกจะแตกจะตายแล้ว ทีนี้ไปถึงนั้นแล้วไม่เสื่อม ขึ้นเรื่อยๆๆ เลย อ๋อ นี่เป็นเพราะสติ ขาดสตินั่นเอง นั่นจับได้แล้ว เพียงจ่อดูจิตเฉยๆ เสื่อมได้ เผลอได้ เสื่อม ทีนี้เวลาทำอย่างนั้นแล้วไม่เสื่อมเลย นั่นเวลาจริงจัง ธรรมจริงจังกิเลสถอย พอธรรมอ่อนเมื่อไรกิเลสเหยียบเลย ให้พากันจำการภาวนา

เราอยากให้พี่น้องทั้งหลายได้เห็นคุณค่าของศาสนา ซึ่งเป็นเหมือนทองคำทั้งแท่ง ทองคำทั้งแท่งถูกเหยียบย่ำไปมาตลอดเวลา เห็นมูตรเห็นคูถมีราค่ำราคาสูงกว่าทองคำ แล้วเหยียบทองคำไปเลย เห็นกิเลสมีค่ามีราคามากกว่าธรรมก็เหยียบธรรมไป ความโลภ ความโกรธ ราคะตัณหา ความคิดความปรุงนี้เป็นเหมือนมูตรเหมือนคูถแล้วเหยียบธรรม ธรรมเจริญไม่ได้ ทีนี้เวลาฟื้นธรรมขึ้นมาก็เป็นอย่างนี้ ก็เหยียบกิเลส เหยียบตลอดๆ พอได้หลักได้เกณฑ์แล้วก็เหยียบตลอดเลย จนกระทั่งไม่มีกิเลสตัวใดให้เหยียบเลย แหลก เมื่อถึงขีดของมันกิเลสหมดโดยสิ้นเชิงแล้ว เหยียบแหลกไม่มีอะไรเหลือแล้ว จ้าตั้งแต่วันนั้นมาจนกระทั่งบัดนี้เป็นเวลา ๕๕ ปี ฟังซิท่านทั้งหลาย

นี่ละจิตที่มันเป็นอย่างนั้นมา ถึงขนาดจะฆ่าตัวตายนู่น ถ้าเสื่อมคราวนี้เราต้องตายจะเป็นอื่นไปไม่ได้ จิตดวงนี้มันเด็ดมากนะ แต่นั้นมาก็ไม่เสื่อม เวลาฟัดกับกิเลส กิเลสเสื่อมลงๆ สูญไปๆ ขาดสะบั้นลงไปให้เห็นต่อหน้าต่อตา โลกธาตุจ้าไปหมดเลย กิเลสขาดไปหมดแล้วจ้าหมด โอ๋ กิเลสเท่านั้นปิดหัวใจไม่ให้มองเห็นอะไรต่ออะไร พอกิเลสสิ้นไปแล้วไม่ต้องบอกมันรู้ของมันหมด แต่คำว่ารู้อย่างนี้พูดไม่ได้นะ จะพูดได้แต่หยาบๆ  รู้ได้เท่านั้นเอง แต่ธรรมชาติที่รู้มันละเอียดแหลมคมมากเกินกว่าที่จะนำมาพูดนะ นี่ละอำนาจของจิตเวลาได้อบรมแล้ว ไม่มีอะไรที่จะเลิศเลอยิ่งกว่าจิตดวงนี้ เลิศเลอตลอด ไม่ต้องระมัดระวังไม่ต้องรักษา ที่จะให้ระมัดระวังก็ระมัดระวังโจรมารได้แก่กิเลสนั้นแหละ พอกิเลสขาดสะบั้นลงไปแล้ว โจรมารตายหมดแล้ว เหลือแต่ธรรมชาติไม่ต้องรักษา ตั้งแต่นั้นมาไม่เคยรักษาจิตนะ จะรักษาหาอะไรก็สิ่งที่เป็นภัยมันขาดไปหมดแล้ว รักษาอะไร สง่า จ้าอยู่อย่างนั้นตลอดเวลา นี่ละอำนาจแห่งการบำเพ็ญความดี จิตถ้าลงได้ขึ้นเหนือกิเลสแล้วไม่มีอะไรเลิศเท่านะ ในโลกธาตุนี้ไม่มีอะไรเหมือน เลิศที่สุดคือจิตดวงนี้ ขอให้พากันอบรม

เวลานี้ศาสนากำลังถูกเหยียบย่ำทำลายทั้งส่วนหยาบส่วนละเอียด เหยียบทุกอย่าง ถ้าย่นของตัวเองเข้ามาก็ซัดกันอย่างนั้นแหละกิเลสกับธรรมฟัดกัน มันเหยียบกันมันทำลายกัน พูดออกไปภายนอกก็ว่าเวลานี้ศาสนาจะไม่มี แม้ในวัดในวาในพระในเณรก็จะไม่มีนะ บวชมาแล้วเอาผ้าเหลืองคลุมหัวเฉยๆ จิตใจอยู่กับโลก อาศัยกินข้าวของพระพุทธเจ้า คุณของพระพุทธเจ้าเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง กินแล้ววิ่งตามกิเลสๆ ตัวอยู่ในวัดจิตออกนอกวัดไปอยู่กับโลกสงสาร ไม่ได้เข้ามาอยู่ในธรรมในวัดนะ แล้วศาสนาก็ไม่มี ในวัดมันก็เป็นส้วมเป็นถานไปหมดแล้ว ตัวพระตัวเณรก็เป็นมูตรเป็นคูถไปหมด เต็มอยู่ในส้วมในถานคือวัดนั้นๆ เพราะเจ้าของทำตัวให้เลว มันก็เลวไปหมดอย่างนั้น ถ้าทำตัวให้ดี อยู่ในร่มไม้ก็เป็นทองคำไปหมด อยู่ในภูเขาที่ไหนสง่าจ้าไปหมด

พระพุทธเจ้าท่านอยู่ในป่าในเขา บำเพ็ญในป่าในเขามาดั้งเดิม ตรัสรู้ในป่า พระสงฆ์สาวกก็บำเพ็ญในป่า ตรัสรู้ในป่า พุทธศาสนาของเราเป็นแดนแห่งป่า สถาบันแห่งพุทธศาสนาโดยแท้คือป่าคือเขา เวลาพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วบวชพระ พอบวชเสร็จแล้วประทานพระโอวาทนี้แม้องค์เดียวพ้นไปไม่ได้ ที่จะไม่ได้รับคำสอนจากพระพุทธเจ้า บรรดาพระที่บวชในหลักพุทธศาสนานี้ พอบวชแล้วสถานที่บำเพ็ญอย่างเด็ดขาดทรงประกาศออกมาเลยว่า รุกฺขมูลเสนาสนํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชา ตตฺถ เต ยาวชีวํ อุสฺสาโห กรณีโย พอบวชเสร็จประทานพระโอวาทข้อนี้ให้ทุกองค์พระ ไม่มีองค์ไหนเว้นเลยนอกจากพระแหวกแนวไม่ฟังเสียงธรรมข้อนี้เท่านั้น นอกนั้นเป็นแบบเดียวกันหมด ได้รับโอวาทข้อนี้ทั้งนั้น

บรรพชาอุปสมบทแล้วให้ท่านทั้งหลายไปอยู่ในป่าในเขา คือไปอยู่รุกขมูลร่มไม้ ในป่าในเขา ตามถ้ำเงื้อมผา ป่าช้าป่ารกชัฏ อันเป็นสถานที่บำเพ็ญความพากเพียรได้สะดวกสบาย ปราศจากสิ่งรบกวนต่างๆ  และให้เธอทั้งหลายอุตส่าห์อยู่และบำเพ็ญในสถานที่เช่นนั้นตลอดชีวิตเถิด นี่พระโอวาทของพระพุทธเจ้า นี่หัวใจของพุทธศาสนาอยู่ตรงนี้ พระพุทธเจ้าไล่พระเข้าป่า ให้ไปบำเพ็ญในป่า สำเร็จออกมาจากป่า เรียกว่ามหาวิทยาลัยป่าถ้าพูดถึงสมัยปัจจุบันนี้ สำเร็จออกมาจากมหาวิทยาลัยป่า องค์นี้สำเร็จเป็นพระโสดา องค์นั้นเป็นสกิทาคา องค์นั้นเป็นอนาคา องค์นี้เป็นพระอรหันต์ เป็นอาจารย์สอนโลกได้เลย อย่างที่เราเรียนสำเร็จออกมาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ สำเร็จออกมาแล้วก็ไปสอนบรรดานักศึกษาทั้งหลาย

อันนี้พระพุทธเจ้าและสาวกทั้งหลายสำเร็จออกมาแล้ว ก็มาสอนบรรดาประชาชน เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมอยู่ในโอวาท ที่พระพุทธเจ้า พระสงฆ์สาวกจะสอนทั้งนั้น ไม่มีใครเหนือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ไป นี่คือหลักของพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ถ้าอันนี้ล้มเหลวไปศาสนาหมดไม่มีอะไรเหลือ เพราะฉะนั้นจึงต้องสอนให้อยู่ในป่าตลอดเวลาจนกระทั่งทุกวันนี้ ตลอดชีวิตเถิดๆ ฟังซิ ศาสนาของพระพุทธเจ้าอยู่ในป่าในเขา

แต่เวลานี้ได้ทราบว่ากำลังตั้งเพชฌฆาตขึ้นมา ตั้งกฎนั้นกฎนี้จะไล่พระออกจากในป่าในเขา นี้เราเพียงทราบแว่วๆ นะว่ากำลังจะไล่พระออกจากป่าจากเขา ไปตั้งกฎเกณฑ์เพชฌฆาตสังหารศาสนา สังหารพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ สังหารโอวาทคำสอนพระพุทธเจ้านี้ให้ฉิบหายวายปวง ไล่พระเข้าบ้าน ไล่เข้าไปในส้วมในถานที่ไหนก็ไม่ทราบแหละ ใครอยู่ในป่าในเขาไล่เข้ามาหมด พระพุทธเจ้าไล่พระเข้าในป่า กองทัพเพชฌฆาตนี้ไล่พระเข้ามาอยู่รวมกองกันอยู่ในห้องขัง ในส้วมในถานอะไรก็ไม่ทราบ

         เวลานี้กำลังปรากฏขึ้นนะ นี้คอยฟังเราพูดจริงๆ นะ เราคอยฟังอยู่เวลานี้ หลักพุทธศาสนาเป็นหัวใจของคนทั้งประเทศไทยของเราที่เป็นลูกชาวพุทธ ถือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์เป็นหลักสรณะ ไม่ถือสิ่งใดว่าศักดิ์สิทธิ์วิเศษยิ่งกว่าธรรมชาตินี้ แต่เวลานี้ปรากฏจะตั้งกฎสังหารศาสนาขึ้นมา ว่าจะไปตั้งกฎหมายขึ้นมาแล้วบังคับไม่ให้พระอยู่ในป่า ไล่พระในป่าในเขาออกมาอยู่ข้างนอก เราทราบว่าอย่างนั้น นี่หลวงตาบัวขอยืนยันเลยว่า ถ้ากฎข้อนี้ขึ้นมากับหลวงตาบัวจะต้องเป็นข้าศึกกันอย่างใหญ่หลวงเลย คอขาด หลวงตาบัวคอขาด บรรดานักปฏิบัติทั้งหลายที่อยู่ในป่าในเขาจะคอขาดไปตามๆ กัน ที่จะให้ยอมรับกฎเพฌฆาตข้อนี้ยอมรับไม่ได้เลย

         ถ้าหากว่าเริ่มตั้งขึ้นมาให้รีบเลิก ถ้าไม่เลิกยังไงต้องเป็นข้าศึกกัน ระหว่างศาสนากับกฎเพชฌฆาตอันนี้ แล้วพระสงฆ์เรานี้พระพุทธเจ้าประทานมรดกสืบทอดมาจนกระทั่งบัดนี้ ได้รับความสงบร่มเย็นทั่วหน้ากันมา พระก็ตักตวงเอามรรคผลนิพพาน สำเร็จเป็นอรหัตอรหันต์ขึ้นมาน้อยเมื่อไร ออกมาจากป่าทั้งนั้น ไม่ได้ยินว่าไปสำเร็จอยู่ในตลาดกระดูกหมูกระดูกวัว กระดูกควาย ไม่เคยมี เหล่านี้ไม่มี มีแต่สำเร็จอยู่ในป่าในเขาทั้งนั้น ถ้าลงได้ไล่พระเหล่านี้ออกจากป่าแล้วก็ศาสนาหมดโดยสิ้นเชิง จะไม่มีเหลือ

         ทีนี้ผู้รักษาศาสนาทั่วประเทศไทย พระสงฆ์ทั่วประเทศไทย พระโอวาทข้อนี้ รุกฺขมูลเสนาสนํ นี้ก็รับมา ทุกองค์ๆ รับมา พระในแดนพุทธศาสนาได้รับพระโอวาทข้อนี้ทั้งนั้น แล้วท่านเหล่านี้ถ้าถูกขับไล่แล้วท่านเหล่านี้จะไปไหน หลวงตาบัวบอกว่าคอขาดเลย ถ้าจะมาไล่อันนี้แล้วหลวงตาบัวต้องคอขาด ซัดกันกับเพชฌฆาตอันนี้เลย จึงพูดไว้เลยว่าถ้าหาก ว่ายังไม่ตั้งหรือเริ่มตั้งก็ให้รีบแก้ออก ให้รีบปลดออก ถ้าตั้งแล้วเอาเป็นข้าศึกกันเลย พระสงฆ์ทั่วประเทศไทยเราผู้มีศีลมีธรรมอยู่ในป่าในเขานี้จะออกมาคอขาดด้วยกัน

         ถ้าให้ออกมาตามกฎเพชฌฆาตนี้ ไล่ออกมานี้ไม่มีทาง ที่พระเหล่านี้ตั้งใจปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามพระพุทธเจ้ามาโดยลำดับลำดา ตักตวงเอามรรคผลนิพพาน ความสงบร่มเย็นแก่ตน แล้วสอนโลกให้ได้รับความสงบร่มเย็นตลอดมา ถ้าอันนี้ถูกไล่ลงไปแล้วก็ศาสนาหมดโดยสิ้นเชิง จะยังไงท่านเหล่านี้จะคอขาด เลือดสาดกระจายอยู่ในป่า จะไม่ออกมาสาดกระจายอยู่ในตุ่มในไหอย่างที่เขาจับมาขังไว้นั้นเลย คือคอขาดอยู่ในป่า ไล่ออกจากป่าไม่ยอม เอา จะมาฆ่าเอาฆ่าตายอยู่ในป่าเลย หลวงตาบัวเป็นผู้หนึ่ง  ยังไงหลวงตาบัวต้องตัดคอเลยว่าตายอยู่ในป่าเท่านั้น ให้ถอยไม่มี คืบหนึ่งก็ไม่มี วาหนึ่งก็ไม่มี เราบอกตรงๆ นะ

         กฎข้อนี้ใครเป็นคนตั้งขึ้นมาในวงรัฐบาล รัฐบาลไหนตั้งขึ้นมาให้รีบแก้ทันที ถ้าไม่แก้ให้ทราบว่ารัฐบาลนี้เป็นเพชฌฆาตอันใหญ่หลวงในหัวใจของประชาชน ตลอดพระเณรผู้ทรงศีลทรงธรรมทั้งหลาย เป็นกฎที่ดีงามแล้วเหรอ ให้พิจารณานะ ถ้ายังไม่ได้ตั้งให้รีบแก้ ถ้าตั้งแล้วให้ลบออก อย่าเอาไว้ ถ้าไม่อยากให้สงครามเกิดขึ้นในเมืองไทยระหว่างแดนพุทธศาสนากับเพชฌฆาต รัฐบาลเป็นเพชฌฆาต กับพุทธศาสนาศาสดาองค์เอกที่ครอบหัวใจคนทั้งประเทศได้รับความร่มเย็นนี้จะฟัดกัน พูดจริงๆ เราบอกจริงๆ อย่างนี้เลย หลวงตาบัวชี้นิ้วเลย เป็นสองไปไม่ได้ หลวงตาบัวต้องคอขาด ที่จะให้ยอมรับอันนี้ยอมรับไม่ได้แล้ว พระพุทธเจ้าจะมายอมรับกับพวกมูตรพวกคูถไม่ได้แล้ว

         นี่ก็เหมือนกัน เราเป็นลูกศิษย์ตถาคตจะมายอมรับกับกฎเพชฌฆาตอย่างนี้ไม่ได้เลย คอขาดดีกว่าที่จะมายอมรับเป็นบ๋อยของเพชฌฆาต ให้คอขาดไปเลยเราพูดจริงๆ ขอให้ทราบไว้ ถ้าวงรัฐบาลเรามีการดำริที่จะสร้างขึ้นมาในกฎเพชฌฆาตนี้ ให้เลิกทันที ถ้าไม่อยากให้เป็นข้าศึกระหว่างพระสงฆ์ที่มีศีลมีธรรมด้วยกันเต็มอยู่ในป่าในเขานี้ จะคอขาดไปด้วยกันทั้งหมด จะไม่เป็นอย่างอื่นเลย หลวงตาบัวเป็นหัวหน้าคอขาด ขาดๆ ไป เราขาดเพื่อบูชาพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เราไม่เสียดาย

         อยู่เฉยๆ ไม่มีกฎเกณฑ์อะไร มันได้กฎข้อบังคับมาจากไหนที่มาบังคับพระพุทธศาสนา บังคับพระเจ้าพระสงฆ์ที่ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ขนคุณงามความดี  ตักตวงคุณงามความดีเข้าสู่ใจ แล้วกระจายออกไปสู่ประชาชนให้ได้รับความสงบร่มเย็น ท่านเหล่านี้เป็นผู้ทรงอรรถทรงธรรม ท่านมีกฎเกณฑ์มีข้อบังคับทุกสิ่งทุกอย่าง อันนั้นมีข้อบังคับมาจากไหน นอกจากข้อบังคับเพชฌฆาต อยู่ๆ ก็จะมาสังหารพระ เป็นไปไม่ได้ว่างั้นเลย

         เราจึงบอกจังๆ ให้เลิกนะ ถ้าหากว่าตั้งขึ้นมาข้อใดให้เลิก ถ้าไม่เลิกคอพระ เฉพาะอย่างยิ่งวงกรรมฐานสายท่านอาจารย์มั่นนี้คอขาดไปตามๆ กันหมด ชี้นิ้วเลยไม่เป็นอย่างอื่น ที่จะให้ยอมรับว่าเขาไล่ออกจากป่าแล้วจะเข้ามาอยู่ในตุ่มในไหเป็นไปไม่ได้เลย ตายในป่า เลือดสาดกระจายอยู่ในป่า จะไม่มีองค์ใดยอมออกมาเลย เอาไล่เข้ามาไล่แบบไหน คนผู้ที่มาไล่วิเศษวิโสยังไง มันเอาความวิเศษวิโสอะไรมาไล่ศาสนา มาไล่พระพุทธเจ้าให้ล่มจมลงไป แล้วมันจะมาครองบ้านครองเมือง มันจะเอาอะไรมาครอง ก็กฎข้อบังคับอันนี้เป็นเพชฌฆาต อย่างนั้นมันก็เลยเทวทัตไปแล้วคนๆ นี้ ถ้ารัฐบาลตั้งขึ้นมารัฐบาลก็เป็นเทวทัตสังหารศาสนา มันเลวร้ายยิ่งกว่าเทวทัตเข้าไปอีก สังหารศาสนาเป็นของเล่นเมื่อไร

         ถ้าหากว่ายังไม่ตั้งอย่าตั้ง ถ้าตั้งแล้วให้เลิก ถ้าไม่อยากให้ข้าศึกสงครามเกิดขึ้นในประเทศไทยของเรา ระหว่างศาสนากับกฎเพชฌฆาตของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลตั้งขึ้นรัฐบาลก็เป็นเพชฌฆาตอันใหญ่หลวง ตั้งแต่รัฐบาลยุคไหนสมัยไหนมา เราไม่เคยมีรัฐบาลใดเข้ามาแตะต้องพระพุทธศาสนา มีแต่เทิดทูนด้วยกันทั้งนั้น ถ้ารัฐบาลนี้จะเป็นคนเก่งกล้าสามารถจะมาเป็นเพชฌฆาตสังหารพุทธศาสนาเวลานี้ คอหลวงตาบัวจะออกรับทันทีเลย คอขาดหลวงตาบัวจะไม่ถอย ไม่มีคำว่าถอยเลย ประกาศให้ทราบ  เรียกว่าท้าทายเลยก็ได้ ไม่เป็นอื่นหลวงตาองค์นี้นะ ถ้าลงได้ชี้ตรงไหนแล้ว พิจารณาโดยธรรมหมด นี้เราพิจารณาโดยธรรมไม่ได้ออกมาพูดป้างๆ เฉยๆ นะ พิจารณาโดยธรรม

         คุณสมบัติของพุทธศาสนานี้ครอบโลกธาตุ เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหม ที่ไหนๆ นี้เป็นลูกศิษย์ตถาคต ลูกศิษย์ของพุทธศาสนาทั้งนั้น ชาวพุทธเราทั่วแดนไทยก็เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า พระสงฆ์ลูกศิษย์พระพุทธเจ้าปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีข้อด่างพร้อยที่ตรงไหน มีความเสียหายที่ตรงไหนจะต้องมาจับเอาคนดิบคนดี คนทรงศีลทรงธรรมที่ทำประโยชน์ให้แก่โลกได้มากมายก่ายกองนี้ให้จมลงในนรก แล้วเอาพวกเทวทัตขึ้นมาครองบ้านครองเมืองไม่เคยมี รัฐบาลไหนไม่เคยมี หรือรัฐบาลไทยเราจะเกิดขึ้นคราวนี้ก็จะมีคราวนี้ก็จะได้เห็นฤทธิ์กันละ

         เห็นฤทธิ์ยังไง ระหว่างธรรมเอาคอขาดไปเลย ไม่ได้สู้ด้วยปืนผาหน้าไม้..ธรรม สู้ด้วยอรรถด้วยธรรม คอขาดด้วยอรรถด้วยธรรม ได้พิจารณาหมดแล้วเราจึงได้พูดออกมา ไม่มีความดีชิ้นดีแม้แต่นิดหนึ่งเลย ที่จะมาตั้งกฎเกณฑ์ข้อบังคับทำลายคนดีให้หมดไป ให้เหลือตั้งแต่พวกเลวร้ายที่สุดมาครองบ้านครองเมือง เรายังไม่เคยเห็นรัฐบาลยุคไหน รัฐบาลชาติไทยของเรา รัฐบาลคุณทักษิณ ชินวัตร จะเป็นก็ให้เห็นเสียที คุณทักษิณ ชินวัตรก็เป็นลูกศิษย์ของเรา ลูกศิษย์ของตถาคตอีก จะทำได้ลงคอเหรอคุณทักษิณ อยากถามคุณทักษิณ เราอยากถามรัฐบาลคุณทักษิณ และในวงรัฐบาล ตั้งแต่สภา รัฐมนตรีขึ้นมาเป็นลำดับ กฤษฎีกงฎีกานี้เป็นลูกของใคร เป็นลูกของพระเทวทัตหรือเป็นลูกของพระพุทธเจ้า

คุณทักษิณเป็นลูกของใคร เป็นนายกรัฐมนตรีเวลานี้ ฟังหรือยังฟังเสียงอรรถเสียงธรรมนี้ เสียงอรรถเสียงธรรมเป็นพื้นเพแห่งความร่มเย็นของสัตว์โลกมานานแสนนาน กฎอันนี้เป็นกฎข้อบังคับที่จะทำลายสิ่งที่ทำประโยชน์ ได้แก่พุทธศาสนาให้ล่มจมลงไป มันเข้ากันได้ไหม ยังจะตั้งหน้าตั้งตาอาจหาญเอากฎอันนั้นมาบังคับคนดีทั้งโลกให้ฉิบหายไปมีอย่างเหรอ เราอยากถามว่าในสิ่งเหล่านี้มันมีไหมในวงรัฐบาลคุณทักษิณ ลูกศิษย์หลวงตาบัวน่ะ มีไหม ถ้ามีให้รีบแก้นะ คุณทักษิณเป็นหัวหน้ารัฐบาลให้รีบแก้ ถ้าไม่แก้ยังไงระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์จะได้เห็นเลือดทาแผ่นดินครั้งนี้ละ

ลูกศิษย์จะเก่งกว่าครู คุณทักษิณ ชินวัตร จะมาตัดคอหลวงตาบัว หลวงตาบัวจะเอาเลือดสาดนี้เลย อู๊ย เราสลดสังเวชนะ (หลวงตาท่านน้ำตาร่วง) เราไม่เคยมี จะเอาคนดีทั้งโลกนี้มาฉิบหายหมด เอาเทวทัตขึ้นมาครองบ้านครองเมือง มีไหมในรัฐบาลคุณทักษิณ ชินวัตร ของเรานี่ เป็นจริงๆ เหรอลูกศิษย์หลวงตาบัว เป็นได้อย่างนั้นเชียวเหรอ เราถามลูกศิษย์ของเราคุณทักษิณ ถ้าคุณทักษิณทราบแล้ว เอา วงรัฐบาล วงสะพงสภา กฤษฎีกงฎีกา เป็นลูกน้องของคุณทักษิณ ให้พิจารณากันโดยด่วนนะ อย่าให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ถ้าเกิดขึ้นแล้วเราคอขาดจริงๆ เราสลดสังเวช อู๊ย เลวเกินเลว สลดสังเวชเราไม่เคยมี แล้วจะมีในรัฐบาลไทยเรานี้เหรอ

คนดีทั้งประเทศ พระดีทั้งประเทศที่เข้าไปอยู่ในป่าในเขา ถูกขับถูกไล่ออกมา ถ้าไม่ออกมาจะตัดคอ เคยมีเหรอ พิจารณาซิ ให้ท่านทั้งหลายพิจารณา หลวงตาบัวเอาคอรองเลย เอ้าพิจารณานะรัฐบาลเรา เป็นยังไงรัฐบาลในยุคนี้ เขากำลังชมเชยสรรเสริญว่าเด่น ทำประโยชน์ให้โลกได้มากมาย แต่ทำความเสียหายในธรรมนี้พึ่งจะเริ่มได้ยินขึ้นมา แน่หรือไม่แน่เราจึงขอถามรัฐบาลเราดู เป็นยังไงแน่ไหมรัฐบาลเรา เป็นดังที่เขากำลังเริ่มได้ยินอยู่เวลานี้ ว่าตั้งกฎตั้งเกณฑ์ ข้อบังคับให้ทำลายคนดีทั้งหลายในโลกนี้ให้ฉิบหายไปในโลก ผู้ทรงอรรถทรงธรรมเป็นคนดี แล้วจะเหลือตั้งแต่เทวทัตมีเหรอ เอาไปพิจารณา วันนี้ขอถามชัดๆ เถอะถามรัฐบาลน่ะ เป็นยังไงรัฐบาลเรา

         คุณทักษิณเวลานี้ได้รับคำชมเชยสรรเสริญ แต่ในขณะเดียวกันกำลังได้ยินคำตำหนิติเตียนเข้ามาแทบทุกแห่งทุกหนแล้วว่า จะตั้งกฎเกณฑ์ข้อบังคับไล่พระเจ้าพระสงฆ์อยู่ในป่ามาดั้งเดิมแต่ครั้งพระพุทธเจ้า ออกมาอยู่ในตุ่มในไห ในส้วมในถาน เรายังไม่เคยมี แล้วที่ธรณีสงฆ์ธรณีเส็งอะไรที่เป็นสมบัติของศาสนาเข้าไปเที่ยวบีบบังคับไปหมด นี้เราก็ยังไม่เคยมี คราวนี้ได้ทราบมาแล้วว่าจะเอาที่ธรณีสงฆ์ไปสะแตกที่ไหนเราก็ไม่รู้ รัฐบาลนี้หิวนักหนาเหรอจึงเอาสมบัติสงฆ์ทั้งหลายและที่ธรณีสงฆ์มาสะแตกกันเหรอ รัฐบาลนี้หิวโหยขนาดนั้นเชียวเหรอ พิจารณาซิ

         อันนี้ก็ถามรัฐบาล เป็นความจริงอย่างที่ได้ยินมานี้ไหม เราได้ยินมาอย่างนี้ยังไม่ชัดเจนจึงถาม ถ้าหากว่าเป็นความจริงให้เลิกทันที รัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลหิวโหย เกิดมาจากพ่อจากแม่ไหน พ่อแม่ไม่ได้หิวโหยถึงขนาดจะเอาตับปอดคนทั้งชาติมากลืนกัน กินเลี้ยงกันในโต๊ะกฤษฎีกา โต๊ะสภา โต๊ะรัฐมนตรี โต๊ะหัวหน้ารัฐบาลคือคุณทักษิณเรา มีความหิวโหยอยากกินตับกินปอดคนอย่างนี้ยังไม่เคยเห็น จะได้เห็นแล้วหรือคราวนี้ เอาถามกันนะในวงรัฐบาลด้วยกัน เอาละวันนี้พูดเพียงเท่านี้ก่อน

         เราเปิดไว้เลยนะ เราพูดอย่างนี้ก่อนจะไม่เป็นอย่างอื่น ถ้าหากว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นมาในวงพุทธศาสนาแล้ว เรียกว่าคอพระไทยเราทั้งหลายผู้ทรงศีลทรงธรรมจะขาดไปด้วยกัน ให้ยอมรับไม่มีเลย เอาละพอ ไม่ต้องเอวัง เวลาขึ้นก็ไม่ได้เอวัง จนน้ำตาร่วงแล้ววันนี้ เราสลดสังเวชความชั่วช้าลามกของสัตว์โลก เป็นถึงขนาดนี้เชียวเหรอนู่นน่ะ ที่น้ำตาร่วงไม่ใช่อะไรนะ ผู้ประคับประคองความดิบความดีมาตั้งแต่ครั้งพระพุทธเจ้าจนกระทั่งป่านนี้กลายเป็นข้าศึกศัตรูต่อเทวทัต ต่อกฎพินาศฉิบหายนี้ พวกนี้เลวเอามากที่สุดเชียวเหรอ อยากถามว่าอย่างนั้น เอาละพอ

         นี่ละเห็นไหมขันธ์ทำงาน เวลาแสดงออกมานี้น้ำตาร่วงมานี่ขันธ์ทำงานรู้ไหม สะเทือนออกมาจากใจถึงหัวใจออกมาทางขันธ์ ถึงน้ำตาร่วงละเรา เราสลดสังเวชว่าความเลวร้ายของมนุษย์ทุกวันนี้เป็นถึงขนาดเชียวหรือ เพราะฉะนั้นจึงถามเข้าหาคุณทักษิณละซิ เป็นยังไงวันนี้ถามถึงคุณทักษิณ (ดีแล้วครับถามหัวหน้ารัฐบาล)

         เราคอยฟังอยู่เรื่อย เราพูดจริงๆ เพราะเราพูดเหล่านี้เราพิจารณาหมดแล้ว ไม่ใช่อยู่ๆ ก็มาโต้ตอบด้วยความโมโหโทโส เราไม่มี เราพิจารณาโดยธรรม เพื่อชาติไทยของเราทั้งประเทศที่เคยอยู่ร่มเย็นเป็นสุขมานาน เพราะพุทธศาสนาปกครอง ธรรมปกครอง แล้วอยู่ๆ ก็มีเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นมันจึงกระเทือนกันใหญ่ละซิ

         (ลูกศิษย์จากกรุงเทพสองรายและลูกศิษย์จากเชียงใหม่หนึ่งรายส่งเงินมาบูชากัณฑ์เทศน์วันนี้) คอหลวงตาจะขาดแล้วมาติดกัณฑ์เทศน์เรื่อยมันก็ไม่ขาดละซี (สาธุ)

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก