ศาสนากับทางบ้านเมืองอาศัยกัน
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา 8:40 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๘

ศาสนากับทางบ้านเมืองอาศัยกัน

 

ก่อนจังหัน

พระทุกองค์ให้ตั้งใจภาวนานะ อย่าทำเหลาะๆ แหละๆ พระพุทธเจ้าไม่ใช่คนเหลาะแหละ ไม่สมควรเป็นศาสดาเอกของโลกเป็นไม่ได้นะ เราเป็นลูกศิษย์ตถาคตต้องดำเนินตามรอยพระบาท ทุกพระอาการพระพุทธเจ้าที่แสดงออกเป็นครูสอนโลกทั้งนั้น แล้วอาการของเราที่แสดงออกแต่ละอย่างๆ เป็นครูสอนเราหรือเป็นสิ่งทำลายเรา ให้พิจารณาจุดนี้ให้มากนะ เคยย้ำเสมอสติๆ นี่สำคัญมาก จะหยั่งลงทางความเพียรและหน้าที่การงานความเคลื่อนไหวไปมาที่ไหน คนมีสติจะไม่ค่อยผิดพลาด คนไม่มีสติเลอะๆ เทอะๆ ไปหมด ปัญญาก็ตามสตินั่นแหละ คนไม่มีสติแล้วปัญญาก็ไม่มี ถ้าสติไม่ตั้ง ปัญญากระจายออกไม่ได้นะ ให้พากันตั้งอกตั้งใจภาวนา

ทุกองค์ๆ ที่มาที่นี่มุ่งมาเพื่อภาวนา ความดีคือธรรมนี้เท่านั้นเป็นสิ่งที่จะทำตนและส่วนรวมให้อบอุ่นให้เย็นใจ นอกนั้นไม่มี มีแต่ความเลอะๆ เทอะๆ มูตรคูถของกิเลสนั้นแหละเลอะๆ เทอะๆ นั่น พากันตั้งอกตั้งใจปฏิบัติ มองดูเหลาะๆ แหละๆ ผมดูไม่ได้ผมพูดจริงๆ อย่างรับหมู่รับเพื่อนนี้ผมทนนะ ทุกอย่างผมไม่เคยคิดเคยคาดว่ามันจะเหลวไหลๆ ไปอย่างนี้ แต่ไม่มีใครมีเจตนาจะให้เหลวไหล มันหากเป็นของมัน เพราะสิ่งที่จะทำให้เหลวไหลมันฝังอยู่ลึกๆ เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ ถ้ามีสติแล้วจะรู้เป็นลำดับความเคลื่อนไหวออกมาจากภายในใจ เป็นทางดีออกมาหรือทางชั่วออกมา ส่วนมากมีแต่เรื่องชั่วนั้นแหละ

เรื่องของกิเลสชั่วทั้งนั้น ถ้าเรื่องของธรรมเรื่องสติแล้วดี ดีทุกอย่าง กลั่นกรองตัวเองไปเสร็จ อากัปกิริยาที่แสดงออกถ้าเป็นไปด้วยความมีสติแล้วจะสวยงาม ถ้าเป็นไปด้วยความเลอะๆ เทอะๆ นั้นดูไม่ได้ ไม่ว่าจะฆราวาส ไม่ว่าจะพระ ไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ เป็นเครื่องวัดกันอยู่ที่สติเป็นเครื่องพินิจพิจารณา จะทำให้เด็กดี ปัญญาแทรกกันไปๆ ยิ่งพระเราแล้วเป็นเพศที่ละเอียดสุขุม เป็นเพศที่พินิจพิจารณา เป็นเพศที่เก็บความรู้สึกไว้ได้ดี พินิจพิจารณาตัวเองเสมอ อย่าทำอะไรพรวดพราดๆ

หลักของพุทธศาสนาไม่มีคำว่าพรวดพราด ไอ้เรื่องพรวดพราดมีแต่ภัยของศาสนา แล้วก็ภัยของพวกเราชาวพุทธนี้แหละ ให้พากันไปปฏิบัติ อย่าให้เลอะๆ เทอะๆ ให้ตั้งอกตั้งใจปฏิบัติ ดูหัวใจนั้นละ มหาเหตุอยู่ที่นั่น มันจะเคลื่อนไหวออกไปไหนจะออกจากใจ ใจมีอยู่สองอย่าง ส่วนมากมีแต่กิเลส ธรรมมีน้อย ถ้าผู้บำเพ็ญธรรมได้มาก แล้วธรรมก็มีมากขึ้นเป็นลำดับลำดาจนกระทั่งกิเลสขาดสะบั้นไปได้เพราะอำนาจแห่งธรรม มีสติธรรม เป็นต้น ถ้าไม่มีธรรมแล้วตายทิ้งเปล่าๆ เราอย่าเอาเพศผ้าเหลืองหัวโล้นมาวัดกันนะพระเรา อันนี้เป็นเครื่องประกาศให้ตัวเองและให้โลกได้ทราบว่า เพศอันนี้เป็นเพศยังไง นักบวชก็คือนักปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ถ้าหากหัวใจไม่ดีเสียอย่างเดียว เอาผ้าเหลืองฟาดมาหมดทั้งร้านมาครอบ มันก็เป็นผ้าเหลืองห่อมูตรห่อคูถอยู่อย่างนั้นละ มันอยู่ที่ใจนะ วัดกันที่ใจ ออกมาจากใจแล้วก็มาเป็นกิริยามารยาทที่ดีงาม แล้วผ้าเหลืองก็งามไปตามๆ กัน ถ้าจิตใจไม่ดีเสียอย่างเดียว ผ้าเหลืองก็เลยเป็นไฟไปเลย เผาเจ้าของแล้วเผาคนอื่น มองดูก็ดูไม่ได้

เราดูเอาซิวันที่เท่าไรที่พุทธมณฑลนั่นเห็นไหม นั่นละความเลวร้ายของพระเราประกาศจ้าออกไปให้เห็นทั่วโลกดินแดน เป็นยังไงเวลานี้ เลวไหมพระเรา ไม่เลวจะแสดงได้ขนาดนั้นเชียวเหรอ มันเลยธรรมดาไปนะ ประชาชนธรรมดาเขาก็ดีอยู่ธรรมดา ไอ้พระเราไปเป็นอย่างนั้นเลวกว่าประชาชนนะ ดูให้ดี มันน่าดูไหม พิจารณาซิ นี่ละความเลวร้ายของพระ เมื่อหนักเข้าแล้วก็ออกแนวรบละซิ อย่างที่เห็นนั่นน่ะดูได้ไหม ติดไว้หน้าศาลานั่นให้โลกได้เห็น ทั้งคนดีคนชั่วได้พินิจพิจารณาเพื่อปรับปรุงตัวเอง นั่นละความเลอะเทอะมันออกไปจากใจของพระ พระก็เลยมีแต่หัวโล้นผ้าเหลืองเฉยๆ ที่ไหนอดอยากอะไร ตัวมันเลวยิ่งกว่าสัตว์กว่าสิงไปอีก ให้เอาอันนั้นมาเทียบตัวเอง วัดตัวเอง แก้ไขตัวเองซิ ถูกต้องถ้าอย่างนี้

มันเลวขนาดนั้นเห็นไหม ลงไม่เลวถึงขนาดนั้นจะไม่ออกสนามให้โลกทั้งหลายผู้ดีได้เห็น เลยเกิดความสลดสังเวช ฆราวาสก็ดี พระท่านผู้มีศีลมีธรรมมีอยู่เยอะนะในเมืองไทย อย่าว่ามีตั้งแต่พระออกแนวรบแบบเลวร้ายอย่างที่เห็นนี้นะ ผู้รักษาศีลรักษาธรรม สงวนศีลสงวนธรรม ยังมีอยู่มากในเมืองไทยเรา ไม่มีแต่เพียงเลอะๆ เทอะๆ ไอ้เลอะๆ เทอะๆ ออกมาเท่านั้นก็เห็นไหมกระเทือนอยู่ตลอดเวลา ให้ดูเทียบเข้ามาในหัวใจเจ้าของ กิริยาอาการดีชั่วของเจ้าของ ดูคนอื่นอย่าดูเพื่อยกโทษเขาไม่ถูก ต้องดูเพื่อเอามาเทียบเคียงตนเอง อะไรไม่ดีให้แก้ไขดัดแปลง ปัดออกๆ นั่นเรียกว่า ตา หู จมูก ลิ้น กาย เป็นประโยชน์แก่ตัวผู้เป็นเจ้าของ จำให้ดี เอาละจะให้พร

หลังจังหัน

ผู้กำกับ        กราบเรียนหลวงตาครับ เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(นายสุวิทย์ คุณกิตติ) เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนได้ลงนามในประกาศสองฉบับ คือประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ระดับจังหวัด และตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ในระดับอำเภอนั้น ขณะนี้ได้เกิดความสับสนว่าประกาศดังกล่าว มีการห้ามพระธุดงค์เข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หากพระไปธุดงค์จะต้องขอใบอนุญาตนั้น ตนขอยืนยันว่า กระทรวงฯ ไม่มีนโยบายห้ามพระธุดงค์เข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติอย่างเด็ดขาด ถ้าใบประกาศดังกล่าวมีการห้ามหรือว่าต้องขอใบอนุญาต ก็จะดำเนินการทบทวนคำสั่งในใบประกาศดังกล่าวทันที

ประกาศที่ออกมาเนื้อหาหลักการ ต้องการให้สำนักสงฆ์หรือพระช่วยกันดูแลรักษาป่า โดยพระอยู่ ป่าก็อยู่ และเข้าใจดีว่าพระมีส่วนสำคัญในการช่วยดูแลรักษาป่า และช่วงที่ผมเป็นรัฐมนตรีก็ได้มีการลงนามอนุมัติการตั้งสำนักสงฆ์หลายราย และหากมีพระสงฆ์มาขอใช้พื้นที่ป่าก็จะอนุมัติให้ หากมีการดำเนินการถูกต้องตามกระบวนการขั้นตอนต่างๆ (เท่ากับเขาปฏิเสธว่าสองฉบับที่เขาเซ็นไปนั้นไม่ใช่เป็นการห้ามพระเข้าไปในป่าหรือต้องมาขอใบอนุญาตก่อน)

หลวงตา       ไม่ใช่เขาแก้เกี้ยวหรือ (เขายืนยันมาอย่างนั้นครับท่านรัฐมนตรี) เขาแก้เกี้ยวช่วยกันก็ได้ เราก็ยังไม่แน่ใจนัก เราก็รับฟัง หากเป็นความจริงตามนี้เราก็ไม่มีอะไรขัดข้อง เพราะเป็นปรกติของทางบ้านเมืองจะต้องรักษาพุทธศาสนา ซึ่งถูกต้องมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ ไม่เคยมาทำลายศาสนาโดยหาเหตุผลไม่ได้ว่างั้นเถอะ เท่าที่ทราบมานั้นเป็นเรื่องที่จะทำลายโดยตรง อ้อมเข้ามานี้ก็ขึ้นบนหลังเขา ถีบหัวพระ ไล่เข้าในโอ่งในตุ่มในไหในส้วมในถานไปอย่างนั้นเท่าที่ทราบมา เพราะฉะนั้นทางนี้ถึงได้ออกรับกันทันทีเลย เมื่อเป็นเรื่องปรกติแล้วก็จะไปออกรับกันอะไรอย่างนั้นใช่ไหม ศาสนากับทางบ้านเมืองก็อาศัยกันอยู่ตลอดเวลา และทางบ้านเมืองเป็นฝ่ายบำรุงดูแลรักษาศาสนามาตลอด ทางนี้ก็ไม่เคยมีอะไรที่จะพูดอย่างนั้นใช่ไหมล่ะ เมื่อได้ยินเรื่องเข้ามาเป็นอย่างนี้

เพราะเรื่องเหล่านี้มันเคยเฉียดเข้ามาๆ กินเข้ามา กลืนศาสนาเข้ามาเรื่อยๆ ทางศาสนาซึ่งเป็นฝ่ายเจ้าของของชาติบ้านเมืองอันหนึ่ง ศาสนาเป็นเรื่องใหญ่โตมากก็ต้องได้พิจารณา ควรพูดต้องพูด ควรตอบต้องตอบกัน เมื่อลงความจริงกันได้แล้วว่าไม่มีอะไรก็เลิกล้มกันไปเท่านั้น เพราะการพูดเหล่านี้เป็นเรื่องเพื่อประโยชน์แก่ชาติแก่ศาสนา พระมหากษัตริย์ของเรา อันนี้เราก็จะฟัง ทางนั้นไม่มีอะไร ทางนี้ก็ไม่มีอะไร ทางศาสนาทางพระท่านก็ไม่มีอะไร แต่เรื่องราวมันเคยมีกระทบกระเทือนอยู่เสมอ ก็ต้องได้ระมัดระวังกัน เมื่อว่าไม่มีอะไรแล้ว ทางนี้ก็หายข้องใจจุดนี้

คือทางบ้านเมืองนี้รักษาพุทธศาสนามาดั้งเดิม ปู่ย่าตายายของเรารักษามาดั้งเดิม ไม่เคยมาแตะต้องทำลาย ไม่เคยมาตั้งกฎนั้นกฎนี้บังคับศาสนาบังคับพระเณร โดยที่พระเณรท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอยู่ ไม่เคยมีที่ทางบ้านเมืองจะมารุกล้ำหรือมาบีบบี้สีไฟอย่างนี้ ไม่เคยมี มีแต่ความทะนุถนอมคอยบำรุงรักษาเท่านั้น ดังที่ท่านรัฐมนตรีพูดตะกี้นี้ว่าอนุมัติตั้งสำนักสงฆ์ให้ ก็อย่างนี้ ทางบ้านเมืองธรรมดาเป็นอย่างนั้น ให้ความสะดวกแก่พระผู้ตั้งใจปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ อย่างท่านรัฐมนตรีคนนี้พูด ให้ความรับรองสร้างวัดสร้างวาอะไรให้ ก็ถูกต้องแล้วนี่ กับทางบ้านเมืองเป็นผู้บำรุงศาสนา ให้ความสะดวกแก่พระเจ้าพระสงฆ์ ถูกต้องแล้ว มันขัดก็ขัดตรงที่ว่าใช่ไหมล่ะ ก็เรื่องได้ยินมามันอย่างนั้นจริงๆ เอาเรื่องโกหกมายังไง พระโกหกไม่เป็น ไม่โกหก เฉพาะอย่างยิ่งหลวงตาบัวนี้ไม่มีคำว่าโกหก ตรงไปตรงมาเลย ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูกเลย ที่จะหาเรื่องหาราวใส่นี้มีไม่ได้ในหัวใจของเรา เรื่องที่เราพูดเมื่อวานนี้เข้าไปถึงนี้แล้วนะ

ผู้กำกับ        เขาได้ข่าวจากที่หลวงตาเทศน์แหละครับเขาถึงตอบออกมาอย่างนี้

หลวงตา       เราก็พอใจ ถ้าหากว่าใครจะมาอุตริก็ไม่กล้าจะทำง่ายๆ ละที่นี่ใช่ไหมล่ะ จะมาทำกันอย่างผลีผลาม ต้องได้ระวัง ไม่ระวังไม่ได้ เอาจริงนี่ หัวใจของพี่น้องชาวไทยเราซึ่งเป็นชาวพุทธอยู่ในพุทธศาสนาทั้งหมด ฟังซิน่ะ ถ้าสมมุติว่าไล่พระเณรออกไปอย่างหาเหตุหาผลไม่ได้ พระเณรเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามศาสนธรรมของพระพุทธเจ้ามาตลอด แต่อยู่ๆ ก็จะมาถูกขับไล่อย่างนั้น อันนี้ละที่จะเอากัน เพราะหาเหตุหาผลไม่ได้ ตั้งแต่แม่เขามีลูกสองคนลูกแฝด แม่นั่นก็มีเสียอันหนึ่งดูลูกไม่ออก มันเหมือนกัน คนนี้ทำผิด เอาไม้เรียวมาจะตีคนนี้ มันโดดลงไป พอดีคนนั้นขึ้นมาไม่รู้เรื่องรู้ราว คนนั้นเป็นคนดี คนนี้เป็นคนผิด ถูกไม้เรียวแม่หวดเอามันก็โดดหนีภัย คนนั้นมารับภัย พอขึ้นมาจับได้ก็หวดเอา อ้าว มาตีผมทำไมผมไม่ได้ทำผิดอะไร ไม่ผิดยังไงมึงทำอย่างนั้นๆ ไม่ใช่ผมนี่นะ ไอ้นั้นต่างหาก แม่ก็เลยหมดท่า จะว่าแม่เข้าใจผิดก็ไม่มี อันนี้แม่ผิดเข้าใจไหม ลูกคนนั้นถูก ตั้งแต่ลูกมันถูกก็ยังยอมให้ถูก แม่ผิดไม่ยอมรับว่าผิด ผิดอีกทีหนึ่งเข้าใจไหม นี่นิทานประกอบ ตีลูกเจ้าของ คือลูกมันเหมือนกันดูไม่ออก..แม่

เรื่องพุทธศาสนาเป็นเรื่องใหญ่โตมากสำหรับชาติไทยเรา ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ชาติไทยเป็นชาวพุทธขนาดไหนมากน้อยเพียงไร พิจารณาซิ หัวใจของพี่น้องชาวไทยเราที่เป็นลูกชาวพุทธอยู่กับพุทธทั้งหมดเลย ถ้าลงว่าพระเณรนี้ถูกขับไล่นี้จะกระเทือนทั่วประเทศไทยเลย นั่นละเรื่องราวมันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยพอจะมาทำกันง่ายๆ ทางบ้านเมืองต้องได้พิจารณาละเอียดลออสิ่งเหล่านี้ ไม่พิจารณาไม่ได้ ต้องถือว่าเป็นภัยเป็นเพชฌฆาตขึ้นทันที ก็ต้องตอบรับกันทันทีดังที่หลวงตาพูด ไม่มีสองนะนั่น ถ้ามาแบบนี้ก็ใส่แบบนั้นกันเลยเชียว เพราะมันผิดนี่จะฝืนให้ทำผิดไปได้ยังไง โต้ตอบเอาอย่างที่ว่ามดแดง คอขาดขาดไปเลยมดแดงรักษารวงรังมัน ดังที่ยกมาเทียบให้ฟัง นั่นละมดแดง

นี่เรารักษาพุทธศาสนา พุทธศาสนาเป็นรวงรังอันใหญ่โต ครอบหัวใจพี่น้องชาวไทยเราไว้หมดจะต้องรักษา มีใครจะมายุแหย่หรือมาทำลายแบบไหนๆ มดแดงตัวหนึ่งสองตัวก็ออกรับ ต่อจากนั้นยกรังกันออกมา เราไม่ลืมนะ ยกรังออกมาสู้หมดเลย นี่รังมดแดงใหญ่ก็คือพุทธศาสนา ครอบหัวใจของพี่น้องชาวไทยซึ่งเป็นเหมือนกับมดแดงเอาไว้ทั้งหมด แล้วใครจะมาทำลายได้ง่ายๆ เหรอ ปัญหานี้ก็พักลงไปตามจังหวะของมัน ฟังไป ผู้รักษาสมบัติรักษาไป ฟังไปอย่างนั้น อันไหนที่ควรยุติก็ยุติเป็นพักๆ กันไป ถ้าไม่มีเรื่องอะไรก็เรียกว่าปรกติ ถ้ามีเรื่องมันก็ต้องมี เพราะผู้รักษามีอยู่ จะปล่อยให้เร่ๆ ร่อนๆ เข้ามา โจรมารเข้ามาทุบมาตีมาฆ่ามาฟันคนทั้งประเทศมีอย่างเหรอ หัวใจคนเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อไร ทั้งประเทศอยู่ในคำว่าพุทธศาสนาหมด จากนั้นก็เข้าไปอยู่กับพระเจ้าพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ได้รับความอบอุ่นจากท่าน

อย่างเวลานี้เต็มศาลานี้มาเพราะอะไร ก็มาเพราะพระพุทธเจ้าเพียงพระองค์เดียวนั่นเอง ดูซินี่มันของน้อยเมื่อไร  อยู่วัดไหนๆ ก็มีทั่วไปอย่างนี้ หัวใจนี้น้อมเข้ามาหาพระพุทธเจ้าทั้งนั้นๆ เข้าวัดเข้าวา หรืออยู่นอกจากวัดจากวาไปก็ตาม อยู่กับธรรม จะมาทำกันอย่างง่ายๆ ไม่ได้ บอกเลย เรานี้พูดอย่างตรงไปตรงมา เมื่อถึงขั้นขาดขาดเลยเราไม่มีคำว่าสองนะ ลงได้พูดคำไหนแล้วไม่มีถอย ต้องตายไปกับเหตุกับผลกับอรรถกับธรรม จะตายด้วยความผิดพลาดไปอย่างนั้นไม่ตายเรา ตายก็ตายด้วยความบริสุทธิ์ไปเลย นี่เราก็รักษาศาสนามาเต็มกำลังของเราแล้ว ตลอดถึงได้เทศนาว่าการ เวลานี้ก็ทั่วโลกแล้ว คำสอนพระพุทธเจ้านั่นเองจะเป็นของใครไป ไม่ใช่ของเรานะ เมื่อมาอยู่ในความรับผิดชอบของเราในหัวใจของเราเราก็ต้องรักษา แน่ะก็อย่างนั้นแล้วจะว่าไง

เมื่อวานนี้เราก็เอาอาหารไปส่งวัดศรีชมภู เมื่อวานซืนนี้ไปทางผาแดง ไปที่ไหนนี้รถจนจะไปไม่ไหว เป็นอย่างนั้น ไปไหนมีแต่จะเอาๆ นี่เพราะอะไร ก็เพราะความเมตตาไม่ใช่เพราะอะไร พาให้ไม่มีอะไรเหลือติดไม้ติดมือแหละเรา เราพูดจริงๆ คือเมตตามีอำนาจมาก หมดเลย กวาดออกหมด คำว่าตระหนี่ถี่เหนียวเราพูดจริงๆ ในหัวใจเราเรียกว่าไม่มีเลย มีแต่ความเมตตาลบล้างหมด ความตระหนี่ถี่เหนียวหายหน้าไปเลยเชียวไม่ปรากฏ ที่ว่าควรให้ไม่ควรให้ไม่ใช่ความตระหนี่ เหตุผลต่างหาก นั่น อยากให้แต่ยังไม่ให้อย่างนี้ก็มี อยากให้แต่ยังไม่ให้เพราะเหตุผลยังไม่ควรที่จะให้ แน่ะ ก็มีเหตุผลอยู่อย่างนั้น ถ้าควรจะให้ก็ตูมเลยไม่ยาก

อย่างที่รถเขาเสียพวกโรงพยาบาล รถเขาตกคลองไป คนไข้ไม่ทราบว่าเย็บกี่เข็ม รถแหลกแต่คนไม่ตาย เย็บกันไม่ทราบคนหนึ่งกี่เข็มๆ พอว่าอย่างนั้นจบลง ให้เลยรถ แน่ะอย่างนั้นแหละเหตุผล พอพูดอย่างนั้นยังไม่ได้ขอนะเราให้เลย นี่เรียกว่าเหตุผล ถ้ายังไม่ควรให้ยังไม่ให้ ถึงอยากให้ก็ยังไม่ให้ ถ้าเหตุผลควรจะให้แล้วไม่ขอก็ให้ วันนี้มีอะไรอีกไหมล่ะ

ผู้กำกับ        มีนิดหน่อยครับ ท่านอาจารย์นพดลให้กราบเรียนหลวงตาเกี่ยวกับเรื่องที่ธรณีสงฆ์ที่ว่าจะเข้าเขตเศรษฐกิจพิเศษ ท่านขอเวลาไปตรวจสอบให้แน่นอนก่อนและจะกราบเรียนให้ทราบภายหลังครับ

หลวงตา       เออ ไปตรวจ เพราะที่ธรณีสงฆ์เป็นสมบัติของพุทธศาสนาล้วนๆ ไม่ควรใครๆ ที่จะมาแตะต้องมาทำลาย หรือมาแบ่งแยกไปอย่างนั้นอย่างนี้ด้วยอำนาจของทางโลก ไม่ใช่อำนาจของทางโลก นี่อำนาจของทางธรรม ของทางพุทธศาสนาท่านเป็นกรรมสิทธิ์ รักษาไว้ก็เพื่อส่วนรวมนั้นแหละที่ธรณีสงฆ์จะเป็นอะไรไป รักษาไว้เพื่อส่วนรวม แต่เรื่องคนภายนอกที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องผิดเราก็บอกว่าผิด เรื่องของสงฆ์เป็นอย่างนั้นนะ คำว่าที่ธรณีสงฆ์ ที่กัลปนาที่อะไร เหล่านี้มีมาตั้งแต่ครั้งพระพุทธเจ้าแล้ว ไม่ใช่มีมาตั้งแต่ทุกวันนี้นะ มีมาก่อนแล้ว จนเป็นข้อกำหนดกฎบัญญัติไว้เรียบร้อย ให้พระสงฆ์ปฏิบัติตามนั้น เมื่อขัดจากอุบายวิธีการของพระสงฆ์ที่เป็นเจ้าของรักษา ก็ต้องได้พูดกัน

อย่างที่ว่าจะเอาที่ธรณีสงฆ์ไปทำอย่างนั้นอย่างนี้ มันอะไรกัน แน่ะขึ้นทันทีเรา ก็มันขวางศาสนาสักเท่าไรแล้ว ขวางพุทธศาสนา ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย คือพระก้าวเดินต้องเดินตามหลักธรรมหลักวินัย สิ่งอื่นที่มาก้าวก่ายจึงต้องปัดออกทันทีๆ อันใดไม่ถูกไม่เอาไม่ยอมรับ หลักความจริงที่ตายตัวซึ่งควรจะปฏิบัติตามมีอยู่แล้ว ต้องปฏิบัติตามนั้นเท่านั้น อย่างอื่นไม่ได้

ผู้กำกับ        จากคนเมื่อวานที่เขามาถามว่าภาวนาตั้งแต่อายุ ๑๔ จนถึงอายุ ๗๐ เขาว่ายังไม่เข้าใจแจ่มแจ้ง คือเวลานั่งสมาธิเห็นสัญลักษณ์เป็นวงพระธรรมจักรมีสีขาวและสีฟ้าอยู่บนหัวคิ้ว หมุนติ้วเลย เห็นสองครั้ง และเคยเห็นจักรที่มีลวดลายสวยงามสีทอง ต่อมาก็เหลือแต่แกนอยู่ตรงกลางอก หมุนอยู่เช่นเดียวกัน แล้วก็เห็นนิมิตเด็ก

หลวงตา       เอาละเราเข้าใจหมดแล้ว เหล่านี้เป็นอาการของจิตทั้งนั้น ให้เน้นหนักในพุทโธ ถ้าพุทโธแน่นแล้วสิ่งเหล่านี้จะไม่ออก คืออาการของจิตจะแย็บออกไปเป็นภาพแล้วมาหลอกตัวเอง เห็นอย่างนั้นเห็นอย่างนี้ คือภาพตัวเองในหน้ากระจก เราไปยืนส่องหน้ากระจก หน้าเราจะปรากฏอยู่ที่กระจก นี่ละอาการของจิตมันออกไป พอเน้นหนักปั๊บเข้ามาสู่จุดสำคัญ เช่น พุทโธ เป็นต้นแล้ว อันนั้นจะหายทันที พออันนี้จางปั๊บมันจะออกรู้ ให้เข้าใจตามนี้นะ

ผู้กำกับ        ท่านรัฐมนตรีสุวิทย์ คุณกิตติ กราบเท้าหลวงตามาชี้แจงมา ตามที่ประกาศสื่อมวลชนหรือหนังสือพิมพ์เขามาลงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เป็นประกาศเมื่อปี ๒๕๓๘ ด้วยซ้ำ ท่านบอกให้หลวงตาหมดห่วงหายกังวลได้ เพราะหนึ่งท่านก็บวชสายพระป่า ท่านอาจารย์สว่างที่หลวงตาเมตตาไปเผาศพก็เป็นอาจารย์ของท่าน สว่างไหน สว่างที่หลวงตาไปเผาศพครับ ที่โนนสะอาด เป็นอาจารย์ของท่าน เรื่องพระสงฆ์กับป่าท่านคอยดูแลให้อยู่แล้ว ท่านอยู่ข้างพระป่าอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นที่ท่านชี้แจงมานี่ท่านยืนยันตามความจริงว่าพระอยู่ป่าก็อยู่ ใจจริงอยากให้พระไปอยู่ในป่า ช่วยรักษาป่าให้ด้วย

         หลวงตา       เราเห็นด้วย ชอบธรรมแล้วที่พูดมาทั้งหมดชอบธรรม เราอยากเสริมอีกว่า พระให้อยู่ในป่าตามเดิม ถ้าจะให้พระบ้านมาอยู่ในป่าด้วยกันหลายองค์ยิ่งดี (หัวเราะกันทั้งศาลา) ยังจะไปไล่พระออกมาจากป่าอีก ให้พระอยู่ในบ้านมันตายกองกันอย่างนั้นเหรอ ไล่มันเข้าป่าบ้างซีเราอยากว่าอย่างนั้น มันก็ต้องอย่างนั้นซีแก้กัน เอาละพอใจ (ท่านคอยดูแลให้ครับ) เออพอใจ บอกว่าหลวงตาพอใจ (ท่านฟังอยู่แล้วครับ)

         วันนี้ได้เท่าไรแล้ว (วันนี้ได้ ๗ บาท ๗๓ สตางค์ครับ) นี่ทองคำประเภทซึมซาบ ของพี่น้องทั้งหลาย เราพิจารณาทุกอย่างแล้วแน่ใจ ไม่ผิด ทุกอย่างที่ออกอะไรๆ เรียกว่าเอาธรรมออกทั้งนั้น เราไม่มีเรื่องโลกเรื่องสกปรกมาออกนะ เรามีแต่ธรรมทั้งนั้นละออก อย่างทองประเภทซึมซาบนี้เราเป็นห่วงใยพี่น้องลูกหลานของเรา เวลาเราตายแล้วมันจะไม่ได้ เวลานี้เราพาขวนขวายตั้งแต่ต้นมาจนกระทั่งถึงได้ทองคำน้ำหนัก ๑๑ ตันกับ ๑๐๐ กิโลขึ้นไปแล้ว นี่ประเภทที่ว่า ๑๐๐ กิโลขึ้นไปนี้เป็นประเภทที่ซึมซาบละ ค่อยไหลไปเรื่อย ไหลเข้าสู่คลังหลวงของเรา

         เราคิดไว้ทุกอย่าง ที่ดำเนินมานี้ไม่เคยผิด ไม่ว่าแง่ใด ไม่ว่าด้านวัตถุ ไม่ว่าด้านนามธรรมที่เรานำออกสอนโลก เพราะฉะนั้นเราจึงกล้าต่อคำพูดของเราทุกอย่างว่าออกมาจากธรรมที่บริสุทธิ์ล้วนๆ ไม่มีสิ่งใดที่จะมาโกหกโลก แง่งอนต่างๆ ไม่มีในธรรม ต้องตรงไปตรงมา อันนี้เราก็เป็นห่วงพี่น้องชาวไทยเรา ถ้าหากว่าเราไม่พาหาเสียตอนนี้ก็จะขาดไปเลย แล้วทองคำที่บกบางอยู่นั้นก็จะบกบางตลอดไป เพราะฉะนั้นควรที่จะได้เพิ่มในเวลาที่เหมาะสมอยู่อย่างนี้ เราก็อยากได้ จึงเป็นการรบกวนบรรดาพี่น้องทั้งหลายโดยทางอ้อมอยู่นั้นแหละ ออดๆ อ้อนๆ เอาอยู่อย่างนั้น เข้าใจไหมล่ะ เอาละทีนี้จะให้พร

         (ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวช นครพนม มาขอความอนุเคราะห์รถ เครื่องซักผ้า และค่าอาหารผู้ป่วยกับหลวงตา) พูดถึงงบประมาณไม่พอ แต่งบประมาณของหลวงตาที่จะแจกจ่ายไปนี้ก็ไม่พอ มันก็พอๆ กันนั่นแหละ ต่างคนต่างไม่พอ จำเป็นจริงๆ ระยะนี้จึงขออภัยจากลูกๆ หลานๆ ทั้งหลายไว้นะ มันมากต่อมาก นะ เจียดให้ทางนู้นเจียดให้ทางนี้ ไม่พอ เวลานี้กำลังสั่งรถอยู่สองคันแล้ว เดี๋ยวนี้รถเขาเหยียบล้านแล้ว ๙๗๕,๐๐๐ ไม่ว่าอะไรมันขึ้นเรื่อย มันไม่ลงนะ มีแต่ขึ้นเรื่อยๆ ขอให้พักไว้ก่อนนะลูกหลาน คอยดูแลตรงนี้ละ เราได้มานี้ไม่ไปไหนเงิน ที่ไหลมาเหล่านี้ๆ ไม่ไปไหนนะ ออกนอกหมดเลย ออกช่วยชาติบ้านเมืองทั้งนั้น สำหรับในวัดนี้รู้สึกไม่ค่อยได้รบกวนอะไรนักกับเงินเหล่านี้ ใช้ก็ใช้อยู่ตามรอบๆ วัด ออกจากนั้นก็ออกทั่วประเทศๆ ตลอดมา พักไว้เสียก่อนละนะมันจำเป็นอย่างว่า ให้พร

         เป็นอันหมดปัญหาเรื่องป่ากับพระ เราก็เบาใจแล้ว ปัญหานี้เกิดไม่ได้ เราบอกตรงๆ ว่าเกิดไม่ได้ เพราะเป็นหัวใจของคนทั้งประเทศแห่งชาวพุทธของเรา จะมาทำกันง่ายๆ ได้เหรอ เราบอกตรงๆ บอกว่าไม่ได้กับเราแล้ว คอขาดเลยเชียว ไม่ได้เสียดายเลยคอ เพื่อหัวใจของคนทั้งประเทศที่รวมอยู่ในพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นเราจึงว่าไม่ได้ว่างั้นทันที บ้านเมืองเคยบำรุงรักษาศาสนามานมนานเท่าไร จะมากลับเป็นภัยต่อพุทธศาสนานี้มีอย่างเหรอ

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก