พุทธศาสนาเรารักษามาตั้งแต่วันบวช
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา 8:45 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๘

พุทธศาสนาเรารักษามาตั้งแต่วันบวช

 

ก่อนจังหัน

มายังไงกันพระเหล่านี้ ไม่มีจดจ่อ ไม่มีสติจดจ่อ สั่งอะไรๆ ให้เคลื่อนคลาดเลอะเทอะไปหมด วันนี้เลอะไปหมดเลย สั่งจุดไหนๆ ถูกต้องๆ นั่นละท่านฆ่ากิเลสท่านฆ่าอย่างนั้น จดจ่อต่อเนื่องกันโดยลำดับลำดา มาเลอะๆ เทอะๆ ไม่ได้นะ นี่ละที่ภาวนาไม่ได้เรื่องได้ราว ให้เห็นอย่างนี้เอง เลอะเทอะไปหมด เรื่องประมวลทั้งหมดประมวลลงเพื่อฆ่ากิเลส กิเลสมันฉลาดแหลมคมขนาดไหน มาทำอย่างนี้เข้ากันไม่ได้ กิเลสเอาไปกินเลี้ยงหมด พระในวัด ๓๑ องค์นี้ถูกกิเลสกินเลี้ยงทั้งหมดวันนี้ เลอะเทอะไปหมดเลย เป็นยังไง มาปฏิบัติยังไงไม่ได้เรื่องได้ราว

สิ่งทั้งหมดที่สอนเหล่านี้สอนลงเพื่อฆ่ากิเลส เพราะกิเลสนี้แหลมคมครอบโลกธาตุ ไม่เอาจริงจังๆ ไม่ทัน แล้วฆ่าไม่ได้นะ พูดจริงๆ นี่แทบสลบไสลเฉียดกันมาตลอดเวลากับการฆ่ากิเลส ใช้สติปัญญา ความอุตส่าห์พยายาม ความอดความทนทุกอย่างทุ่มลงเพื่อกิเลสๆ จะมาเหลาะแหละอย่างนี้ไม่ได้ กิเลสกินโต๊ะหมดพระเหล่านี้ พวกพระกิเลสกินโต๊ะ กินเลี้ยงกันเลยแหละวันนี้ ให้เห็นเสียวันนี้พระเคลื่อนคลาด มันเป็นยังไง แล้วพวกญาติโยมก็ให้ดูเอา ดูตัวอย่างเอา การทำความดีต้องเป็นอย่างนั้น มาเหลาะๆ แหละๆ ไม่ได้ การฆ่าสิ่งที่ชั่วช้าลามกก็ต้องแบบเดียวกัน

จริงจังบ้างซิ มาเหลาะๆ แหละๆ ได้ยังไง นี่สงสารหมู่เพื่อนหลั่งไหลมาเต็มบ้านเต็มเมือง มีอะไร ออกจากหัวใจดวงนี้ที่เอาจริงเอาจังทุกอย่าง ฆ่ากิเลสตัวมหาภัยในวัฏวนออกได้แล้ว แล้วคนนั้นก็รุมมาคนนี้ก็รุมมา มาก็มาขี้ต่อหน้าต่อตาเราให้เห็นด้วยความเลอะเทอะใช้ไม่ได้นะ มันเหลวไหลนี่ เป็นยังไง นิสัยนี่มันเคยฝังจิตใจมา ต่อหน้าครูบาอาจารย์ก็มาขี้รดหน้าผากครูบาอาจารย์อีกด้วยความเหลาะแหละโลเลไม่เอาไหน จำให้ดีทุกคนนะ

ทุกสิ่งทุกอย่างเราสั่งอะไรเราจะติดตามๆ ทุกอย่างนั่นแหละ ไม่ได้มาเหลาะแหละนะ มาทำเหลาะแหละๆ อย่างนี้ไม่ได้นะ เฮ้อ พระปฏิบัติเท่าไรๆ ไม่ได้เรื่องได้ราว มันจะได้อะไรก็มันเป็นอย่างนี้ ไม่ได้มีจริงมีจังอะไรเลย พูดเพียงเท่านี้เราสลดสังเวชนะ เรื่องวัฏทุกข์ กิเลสมันสร้างกองทุกข์ให้สัตว์โลกจนเข็ด ฟังซิน่ะ จิตถ้าเสื่อมคราวนี้แล้วเราต้องตาย ฟังซิน่ะ เข็ดขนาดไหนกับกิเลส แล้วยังจะมาขี้ต่อหน้าต่อตาให้เราเห็นต่อหน้า แหม ดูไม่ได้นะพระเณรทั้งหลาย มันเลอะเทอะไปหมด

ไปที่ไหนๆ ดีไม่ดีเอาชื่อเอาเสียงครูบาอาจารย์ไปอวด อยู่กับครูบาอาจารย์องค์นั้นมาองค์นี้มา ออกมานี้เหมือนหนึ่งว่าความสง่าราศีแพรวพราวๆ เต็มตัว มีแต่ความโอ้ความอวด ความจริงจังไม่มีในใจ มาจากอาจารย์องค์นั้นอาจารย์องค์นี้ พึ่งฟิตมาใหม่ๆ  ใครอยากเฉลียวฉลาดอยากฆ่ากิเลส มาหาอาตมานี้ พึ่งมาจากครูบาอาจารย์องค์นั้นองค์นี้ พึ่งฟิตมาใหม่ยังไม่ได้ทดลองเครื่อง ใครมาให้ได้ทดลองเครื่องเสียหน่อยวันนี้ มันเป็นอย่างนั้นนะมาหาครูบาอาจารย์ แล้วเอาชื่อครูบาอาจารย์ไปอวดเต็มบ้านเต็มเมือง ตัวเองเหลวยิ่งกว่าขี้ใช้ได้อะไร อย่างมาเหลวให้เห็นอยู่วันนี้น่ะ เลอะๆ เทอะๆ หมดพระเหล่านี้น่ะ เป็นยังไง จำให้ดีนะที่มาศึกษาอยู่นี่ อย่ามาขี้ใส่หน้าผากเรานะ มันสลดสังเวชเห็นความเลอะเทอะของพระไม่เอาไหน ให้พร

หลังจังหัน

พระองค์หนึ่งท่านไปบิณฑบาต กิเลสตัวหนึ่งมันขึ้นมา เออ วันนี้ประชาชนเขาจะเอาอาหารประณีตบรรจงอะไรใส่บาตรให้เรานะ เท่านั้นแหละ สติที่จ่ออยู่ในนั้น เหอ ยังไม่ถึงไหนมันไปกว้านเอาก่อนแล้ว เรายังไม่ได้ไปไหนกิเลสมันไปกว้านเอาแล้ว ประชาชนเขาจะเอาอาหารประณีตบรรจงอะไรใส่บาตรให้เราน้า เท่านั้นแหละ มันปรุงขึ้นมา นี่ยังไม่ได้ถึงไหนมันไปเอาก่อนเจ้าของแล้วเหรอ ถ้าเก่งไป ท่านเลยเปลื้องผ้าทันทีไม่ไปบิณฑบาตนะ หยุดเลย เอา ถ้าอยากได้สมใจมันก็ให้มันไป เราไม่พาไป ตกลงวันนั้นกิเลสเลยไม่ได้สะแตก พระท่านเสวยธรรม มันต่างกันนะ

วันหลังจ่อกันแล้ว นั่นเห็นไหมล่ะ ท่านผู้จะฆ่ากิเลส วันหลังจ่อกันแล้วคอยดู ครองผ้ามานี้มันจะไปหาอาหารที่ไหนก่อนเรา โอ๋ย หมอบเลย ดูกันอยู่ ท่านจึงพาไปบิณฑบาตมาฉัน ถ้าหากว่ามันคิดอย่างนั้นอีกหยุดอีก นั่นเห็นไหมล่ะ เอ้า ตาย นั่นละท่านฆ่ากิเลส มีในตำรานี่ ได้เอามาคิด เออ นี่ท่านผู้ฆ่ากิเลสท่านฆ่าอย่างนี้ มาเห็นโลเลโลกเลกอย่างนี้ไม่ได้นะ มาโลเลโลกเลก เหลาะๆ แหละๆ ไม่ได้นะ มันต้องจริงกับกิเลส

เช่นอย่างนั่งตลอดรุ่ง วันนั้นจิตจะออกไปไหนไม่ได้เลยจากภายใน บังคับทั้งจิตจะคิดออกไปไหนไม่ได้ บังคับทั้งให้ต่อสู้กับทุกขเวทนา และแก้ทุกขเวทนาด้วยวิธีการต่างๆ สติปัญญาเป็นสำคัญหมุนติ้วเลย จิตจะคิดออกไปไหนก็ไม่ได้ด้วย สู้กันกับทุกขเวทนาเป็นยังไงๆ บ้างเอาอีก นี่เราพูดถึงเรื่องกิเลสนี้มันแหลมคม มันแหลมจริงๆ คมจริงๆ ดังที่พระท่านครองผ้าจะไปบิณฑบาต มันไปเอามาก่อนแล้ว เห็นไหมล่ะ มันเร็วไหม วันนี้ประชาชนเขาจะเอาอาหารประณีตบรรจงอะไรใส่บาตรให้เราบ้างน้า ทางนี้ก็สติอยู่ด้วยกัน เหอ ยังไม่ไปมันไปหาเอาก่อนแล้ว เอา ถ้าเก่งไปหากินเอง เราไม่พาไป เปลื้องผ้าทันทีเลย ครองผ้ากำลังจะไปบิณฑบาต เปลื้องผ้าปุ๊บไม่เอา เอา วันหลังเป็นอีกเอาอีก ถ้าเป็นอีกเอาอีก ตายเลย นั่นเห็นไหมท่านว่า ถ้าเป็นอย่างนี้เอาอีกเอาจนตาย ไม่ยอมให้กิน นั่นเห็นไหมล่ะ ในตำรามี เป็นคติเพื่อสอนเรานั่นเอง ไม่งั้นท่านจะเขียนไว้ทำไม ท่านเขียนเพื่อสอนพวกเราทั้งหลายนั่นเอง ผู้ฆ่ากิเลสท่านฆ่าแบบนี้ให้ดูเอา ความหมายว่างั้น

สติทันกัน ความจริงจังทันกันๆ เป็นอย่างนั้นนะ เราได้เอามาใช้เต็มกำลังของเราแล้ว เพราะฉะนั้นเราถึงพูดได้ทุกอย่าง การฆ่ากิเลสในชีวิตของพระได้เห็นชัดเจนเวลาขึ้นเวทีกัน เวลาอยู่ธรรมดาก็อยู่ เวลาเรียนหนังสือเขาเป็นลิงก็เป็นไปด้วยกัน เขาเป็นลิงเป็นค่างบ่างชะนีก็เป็นไปด้วยกัน กิริยาเป็นไปด้วยกัน แต่เรื่องภาวนาอยู่ภายในนี้ไม่ให้พระเณรด้วยกันรู้นะ เพราะพวกนี้มันเหมือนลิง อันนี้ก็เป็นแขนซ้ายแขนขวา จะไปว่าอะไรผิดอะไรถูกก็ว่าไม่ได้

ตีแขนซ้าย แขนซ้ายก็เจ็บ แขนขวาไปตีแขนซ้าย แขนซ้ายก็เจ็บ เอาแขนซ้ายมาตีแขนขวา แขนขวาก็เจ็บ ก็แขนของเราคนเดียวนั้นแหละ อันนี้ก็พวกเดียวกันมันเหมือนลิงเหมือนค่าง เอาผิดเอาถูกกับใครไม่ได้ ไปเดินจงกรมให้เขาเห็นไม่ได้นะพวกเดียวกัน มันพูดหยอกเล่นกันนั่นแหละ พอเห็นเดินจงกรม มันก็ว่าทำอะไร ไอ้เราก็เซ่อ ว่าเดินจงกรม หือ  จะไปสวรรค์นิพพานเดี๋ยวนี้เหรอ เดี๋ยวๆ รอเสียก่อนนะ ให้เรียนเสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยไปด้วยกัน มันว่าอย่างนั้น นี่เห็นไหมล่ะพวกเดียวกัน แล้วจะไปเอาผิดเอาถูกกับมันได้ยังไง ก็พวกเดียวกัน

คราวหลังต้องหลบฉากใหม่ เวลาเดินจงกรมดึกๆ หยุดเรียนหนังสือแล้วลงมาเดิน ทำอะไร โอ๊ เปลี่ยนบรรยากาศละซิ นั่งดูหนังสือนานเหนื่อย ต้องเปลี่ยนบรรยากาศบ้างซิ จะบอกว่าเดินจงกรมไม่ได้นะ พอว่าเปลี่ยนบรรยากาศเรื่องก็ผ่านไป ก็อย่างนั้น เวลาที่เรียนกิริยาภายนอกเขาเป็นลิงก็เป็นกับเขา เขาเป็นอะไรก็เป็นกับเขาไปกิริยาภายนอก พวกเดียวกันจะว่าไง ภายในไม่ให้เห็นด้วย พูดตามความจริงเลยการภาวนา เราไม่ให้พระเณรทั้งหลายที่เรียนอยู่ด้วยกันไม่ว่าสำนักใด เราไม่เคยพูดให้ได้ยินเลย ไม่มี เงียบ การภาวนาเดินจงกรมอย่างนี้ไม่ให้รู้เลย พอเจอก็แก้อย่างนั้นไปเสีย ภายในของเราไม่ให้รู้

เคยทำมาแล้วนะที่พูดนี่ ไอ้เราก็เซ่อๆ พอเขาว่าทำอะไร เราก็บอกว่าเดินจงกรม เราเซ่อ หือ จะไปสวรรค์นิพพานเดี๋ยวนี้เหรอ เดี๋ยวรอเสียก่อนนะ ให้เรียนจบแล้วค่อยไปด้วยกัน โถ เราเซ่อแล้วนั่น พวกเดียวกันจะไปว่าอะไรผิดถูกกับมันไม่ได้ พวกเดียวกัน เหมือนแขนซ้ายแขนขวา ทีนี้เราก็ต้องแก้ไขใหม่

เห็นไหมล่ะเมื่อเช้านี้สั่ง เคลื่อน นั่นเห็นไหมล่ะ มาโลเลให้เห็นต่อหน้าได้เหรอ สั่งอะไรจับติดๆ ตลอด ตามดูผลๆ ไม่ใช่สักแต่ว่าสั่งสักแต่ว่าสอน ไม่เอา สั่งสอนจริงๆ เอาจริงๆ เช่นอย่างพระที่มาอยู่นี้ไม่ควรรับไม่รับ คิดดูซิพระฝรั่งมาขออยู่กับเราตั้งห้าหน ฟังซิ ท่านก็จริงของท่าน เมื่อเห็นเหตุผลนั้นแล้วเราก็อนุโลม อย่างนั้น ไม่ใช่จะรับสุ่มสี่สุ่มห้า แต่เวลานี้ทุกวันนี้เลอะเทอะไปหมดแล้วนะ เราก็ไม่ค่อยได้สนใจกับพระกับเณร ก็มอบให้หัวหน้าที่รองเราลงไปดูแล เห็นควรยังไงไม่ควรยังไงที่จะรับหรือไม่รับ เราไม่เอาไหนแล้วเดี๋ยวนี้ ตั้งแต่เกี่ยวข้องกับภายนอกก็หนักพอแล้ว ยิ่งเกี่ยวกับชาติศาสนารวมกันอยู่นี้ ก็มาอยู่ในหัวอกนี้หมด จะไม่หนักได้ยังไง การแนะนำสั่งสอนก็ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ว่าเลอะๆ เทอะๆ ก็ไม่ผิด ทุกวันนี้เลอะๆ เทอะๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีเจตนามันก็เป็นของมัน เลอะๆ เทอะๆ ไปหมด

แต่ก่อนเขาร่ำลือแหละวัดป่าบ้านตาด ว่าอาจารย์มหาบัวดุๆ ก็เป็นจริง พอพูดเรื่องนี้ก็ระลึกถึงท่านอาจารย์ฝั้น หมูชายปั๋มเรานี่แหละเราไม่ได้ลืม เขาไปหาท่านอาจารย์ฝั้นไม่ค่อยมาที่นี่ เราก็ไม่เคยสนใจกับใคร มีแต่กับพระกับเณรเคร่งครัด อยู่ๆ ท่านก็ถามขึ้นมา วัดป่าบ้านตาด ท่านมหาบัว ได้ไปเยี่ยมท่านหรือเปล่าล่ะ ท่านอาจารย์ฝั้นนิสัยท่านสุภาพ บรรดาครูบาอาจารย์ทั้งหลายก็มีท่านอาจารย์ฝั้นที่นิสัยสุภาพที่สุด ทางนี้ก็ตอบท่าน ก็ตอบแบบชุ่ยๆ ละซี ว่าตามความรู้สึก วัดป่าบ้านตาด ท่านมหาบัว ได้ไปเยี่ยมท่านหรือยังล่ะ ได้ไปหาท่านไหม ท่านว่าอย่างนี้ ว่าท่านดุ ท่านอาจารย์มหาบัวท่านดุ เลยไม่กล้าไป

พอว่าอย่างนั้นท่านขึ้นใหม่เลยนะ เหอ ขึ้นมาเลยทันที เหอ ท่านมหาบัวดุเหรอๆ ย้ำเข้าเลยที่นี่นะ จากนั้นท่านก็ว่า ไปหนาๆ เลยเทียว หือ พระดุอย่างท่านมหาบัวมีที่ไหนไปหาซิน่ะ จี้เข้าๆ ไปหนา ทั้งไล่ทั้งจี้ ก็พอดีหลังจากนั้นท่านก็มรณภาพไป ก็เข้ามาในวัดนี้แต่ช้า แต่เราไม่เคยถือเรื่องของโลก จนกระทั่งจวนแกจะจากไปละมั้งหมู มาอยู่นี้กี่ปีกี่เดือน จนกระทั่งพูดไปเรื่องไปสัมผัสละซิ สัมผัสเรื่องดุเรื่องด่า ที่สวนแสงธรรมเราไม่ลืมนะ ไปสัมผัสกับเรื่องดุเรื่องด่า ไหนล่ะหมู แต่ก่อนว่าไปหาอาจารย์มหาบัวท่านดุ แล้วเป็นยังไงมาอยู่นี้กี่ปีกี่เดือนแล้ว ดุหรือไม่ดุ เป็นยังไงล่ะ แฮ่ะๆ มันเป็นน้ำเป็นเนื้ออันเดียวกันแล้วเลยลืม

เราไม่ลืมพอไปสัมผัสปั๊บ ไหนอาจารย์มหาบัวดุ แล้วเป็นยังไง แฮ่ะๆ ก็เป็นอย่างนั้นแล้ว คือดุเป็นธรรมทั้งนั้น เราพูดจริงๆ ไม่มีกิเลสเข้ามาแทรก จะดุจะเด็ดขนาดไหนเป็นธรรมล้วนๆ ออกเลย กิเลสไม่มี พ่อแม่ครูจารย์มั่นว่าดุๆ ก็แบบเดียวกัน แต่เราไม่เหมือนใครละซี ไม่เหมือนใครง่ายๆ พอพระท่านเล่าให้ฟังว่าท่านดุ ไหนๆ ได้ทราบว่าท่านดุมากใช่ไหม โหย ใช่ อย่าว่าแต่ดุ ควรไล่ท่านขับไล่ทันทีเลย นั่นละแทนที่จะเป็นผลลบให้กลัวท่านกลับไม่นะ  นี้ละอาจารย์ของเรา เห็นไหม ครูบาอาจารย์ขนาดนี้ ชื่อเสียงโด่งดังมาตั้งแต่เราเป็นเด็กจนกระทั่งป่านนี้ จะดุจะด่าขับไล่ไสส่งใครอย่างหาเหตุผลไม่ได้นี้เป็นไปไม่ได้ บอกว่านี้ละอาจารย์ของเราขึ้นทันที เป็นผลบวกไปเสียไม่เป็นผลลบนะ

เอ้า เป็นยังไงให้เราไปดูเองเป็นพยานเอง ควรดุด่าว่ากล่าวหรือควรขับไล่ไสส่ง เอาเราเป็นพยาน อยู่ได้สามวันเตรียมตัวไปเลยเรา อย่างนั้นนะ ครั้นไปแล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ท่านดุตรงไหนๆ โอ๋ย มีแต่ความถูกต้องๆ  พอพูดอย่างนี้ก็เคยเล่าให้ญาติโยมฟังแล้วมัง วันนั้นเราเป็นบ้า คือปัดกวาดนี้เหมือนพระทั้งหลาย ข้อวัตรปฏิบัติเหมือนพระทั้งหลายเลย ดีไม่ดีไม่ทันเรา วันนั้นมันเซ่อซ่าอะไร เรามาดูนาฬิกาว่ามันเลยเวลาไป นัดกันสี่โมงปัดกวาด เราดูนาฬิกามันเลยเวลาไปตั้ง ๒๐ นาทีแล้ว เราดูแบบบ้าของเรานะ โอ๊ย ตายได้เวลาแล้ว ปุ๊บปั๊บลงปัดกวาดออกมาช่องนั้น ยังไม่เห็นพระเณรปัดกวาดเลย เราปัดกวาดบริเวณที่พักของเราเสร็จเรียบร้อยแล้วออกมา ยังไม่เห็นพระเณรปัดกวาด

พอออกมาเห็นเณรจรวด มันเป็นเณรตอนนั้น เณรๆ ขึ้นเลย พระวัดนี้มันตายกันหมดแล้วเหรอ นั่นเห็นไหม ใครจะมากุสลากัน พระวัดนี้มันตายกันหมดแล้วเหรอ ถึงเวลาแล้วทำไมยังไม่เห็นใครมาปัดกวาดเลย เหอ มันตายกันหมดแล้วเหรอ ใครจะมากุสลาใคร ดุอย่างเด็ดด้วยนะ นี้ยังจะไม่แล้วนะจะเอากันอย่างหนัก ควรไล่หนีจากวัดให้หมดจะไล่หมดเลย ของหยาบๆ อย่างนี้ทำไมจึงต้องให้บอกให้สั่งเสียให้เคลื่อนคลาด เราว่า เณรนั้นคงรำคาญ เห็นเรากวาดออกมานั้นแกก็เลยถือไม้กวาดออกไปกวาด ก็จี้เณรละซี ขนาบใหญ่เลย แกคงรำคาญก็เลยเอาไม้กวาดไปกวาด เราก็ขนาบแก ถึงเวลาแล้วมันเป็นยังไงยังไม่เห็นใครมาปัดกวาด มันตายกันหมดทั้งวัดเหรอ แล้วใครจะกุสลาใคร

เณรตอบว่า มันพึ่งได้ ๓ โมง ๒๐ นาที หือๆ ขึ้นเลย นั่นเห็นไหมล่ะ นาฬิกาพึ่งได้ ๓ โมง ๒๐ นาที หือ อย่างนั้นหยุดๆ ขึ้นทันทีเลยเรา หยุดๆ มันจะเป็นบ้าด้วยกันทั้งวัด เราจะไปแก้บ้าของเรา บอกพระอย่ามากวาดเดี๋ยวจะเป็นบ้ากันทั้งวัด เราจะไปแก้บ้าเรา เดินกลับ ก็อย่างนั้นซิ เณรคงจะหัวเราะ คงจะเล่าให้พระฟัง มาเหมือนฟ้าดินถล่มแผดผางๆ มา พอว่าอย่างนั้นก็บอกให้พระเลิกทั้งหมด เดี๋ยวจะมาเป็นบ้ากับเราทั้งวัด เราจะไปแก้บ้าเรา กลับปุ๊บไปเลย นั่นซีเหตุผล เข้าใจไหมล่ะ เป็นเสียงฟ้าดินถล่มออกมา แผดพระเผาพระทั้งวัด พอทราบว่าเราผิดเท่านั้น บอกพระให้หยุดทั้งวัด เราจะไปแก้บ้าเรา เดินกึ๊กๆ เข้าไป เณรนั้นคงจะหัวเราะ แล้วคงจะเล่าให้พระฟัง นั่นเห็นไหมเหตุผล ต้องอย่างนั้นซี

นี่เราพูดถึงมีเหตุผล ลงขนาดนั้นธรรมดาโลกกิเลสมันไม่ยอมลงง่ายๆ นะ จะมีทางออกได้ นี่ไม่ออก ผิดบอกว่าผิด บอกให้หยุด ไม่งั้นมันจะมาเป็นบ้ากันทั้งวัด เราจะไปแก้บ้าเรา เดินกึ๊กๆ กลับเลย ง่ายนิดเดียวธรรม ไม่มีอะไร เราไม่ลืม ถ้าไม่อย่างนั้นยังจะเอากันอีกนะ ถ้าเคลื่อน ประชุมพระทั้งวัดเลย ของเล่นเมื่อไร จะไล่หนีหมดเลย แต่นี้พระท่านยังให้อภัยเราไม่ได้ไล่เราหนีจากวัด เรานี่จะเอาจริงๆ ถ้าเคลื่อนขนาดนั้นแล้วเอาไว้ยังไง ของหยาบๆ อย่างนี้จำกันได้อยู่ ทำไมมาเคลื่อนคลาดต่อหน้าต่อตาให้เห็นชัดเจน ยังดีพระเณรท่านยังให้อภัยเรา ไม่ไล่เราหนีจากวัด

นี่ละธรรมฟังเอาซิ ท่านทั้งหลายฟังเอา เพราะฉะนั้นการเทศน์สอนประชาชนพระเณรตลอดทั่วประเทศ เราจะไม่มีแง่ของกิเลสเข้ามาแทรกเลย ไม่ว่าผิดถูกหนักเบาขนาดไหน เราจะพูดเป็นธรรมล้วนๆ  ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูกไปเลย เป็นอื่นไปไม่ได้เรื่องธรรม คอขาดขาดไปเลย เราไม่เคยสงสัยว่าเทศน์นี้อิงกิเลสเข้าไปดุด่าว่ากล่าวคนอื่นหรือใครๆ เราไม่เคยมี เป็นธรรมล้วนๆ ตลอดไป เพราะฉะนั้นการเทศนาว่าการจะนิ่มนวลอ่อนหวานหรือจะเด็ดเดี่ยวขนาดไหน เรียกว่าถูกต้องแล้วๆ เหมือนเขาถากไม้ ไม้ที่เรียบๆ เขาก็ถากไปเรียบๆ ที่ไหนที่มันคดงอมากเขาก็ถากหนักมือ อันนี้ควรเน้นหนักก็เน้นหนัก เพราะเขาถากไม้เขาจะถากไม้ให้ดี เขาไม่ทำไม้ให้เสียนี่นะ ตรงไหนที่มันคดมันงอมากเขาก็ถากมาก ดัดให้มันตรง

อันนี้การแนะนำสั่งสอนไม่ว่าหนักว่าเบาก็เหมือนเขาถากไม้นั่นเอง เพื่อทำคนให้ดีทั้งนั้น เราจึงไม่สงสัยในการแนะนำสั่งสอน จะออกแบบไหนก็ตามเป็นธรรมล้วนๆ เลยไม่สงสัย ในการแสดงออกของเราเราไม่สงสัย ดังที่พูดเมื่อสองสามวันนี้ อย่างที่ว่าจะมีกฎเพชฌฆาตมาบังคับพระอยู่ในป่าให้เข้ามาในบ้าน ทางนี้เอาหัวออกเลย เอาคอออกเลยทันที เห็นไหมล่ะ อย่างนั้นละ จริงด้วยนะไม่ใช่ธรรมดา จะให้เลือดของพระกรรมฐานนี้ราดอยู่ในป่าในเขา จะไม่ให้ออกมาข้างนอกเป็นอันขาด รายเดียวก็ไม่ออกมา เอา ตายด้วยกันเลย อย่างนั้นละ เพราะมันผิดธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าอย่างที่ว่าให้อภัยกันไม่ได้เลย ผิดขนาดนั้น เพราะฉะนั้นจึงรับกันอย่างหนักขนาดนั้น คอขาดเลย

เราเป็นเจ้าของสมบัติคือพุทธศาสนา เรารักษามาตั้งแต่วันบวช เราจะยอมให้สิ่งเลวร้ายทั้งหลายมาทำลายต่อหน้าต่อตาเราได้เหรอ มันก็ต้องซัดกันซี ตั้งแต่มดแดงมันยังสู้ยังบอกแล้วนี่ เห็นไหมล่ะ นั่นละความจริง ธรรมเป็นอย่างนั้น ควรเด็ดเด็ด เด็ดเพื่อธรรม เด็ดเพื่อดี ถ้าเด็ดเพื่อกิเลสขาดสะบั้นไปเลย เป็นเถ้าเป็นถ่านไปหมด เด็ดธรรมะมีแต่ดีทั้งนั้น

        ผู้กำกับ        ที่หลวงตากล่าว พิมพ์ไทย เขาเอามาลงครับ เป็นหนังสือพิมพ์ไทยประจำวันจันทร์ที่ 21 ก.พ.48 หัวข้อ อย่าให้ต้องเลือดนองแผ่นดิน

ครับ..ตามที่อาจารย์ประสิทธิ์ บุตรศรี อนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชนฯ วุฒิสภา ได้กล่าวกับ “พิมพ์ไทย” ว่า อยากจะเรียกร้องให้ประชาชนคนไทยได้ออกมาร่วมกันตรวจสอบร่าง พรบ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ...... ซึ่งดำเนินการยกร่างโดยนายมีชัย  ฤชุพันธ์ ในความเห็นชอบและอนุมัติร่างผ่านเข้าครม.โดย นายวิษณุ  เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ขอให้นำร่างฉบับนี้ออกมากางกันให้เห็นแบบจะจะแล้วร่วมพิจารณากันว่าประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะเห็นด้วยกับร่างฉบับนี้หรือไม่

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้ให้สิทธิและเสรีภาพแก่คนไทยทุกคนเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมต่อการดำเนินการใดๆ ของรัฐบาล

บทบัญญัติของร่างฉบับนี้ในมาตรา 30 เมื่อเขตเศรษฐกิจพิเศษ (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์เพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และพื้นที่ของเขตเศรษฐกิจพิเศษครอบคลุมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตคุ้มครองและรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่มีกฎหมายเดิมคุ้มครองอยู่แล้ว ให้การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายเดิม ต้องสอดคล้องกับแผนและแนวทางในการดำเนินการของเขตเศรษฐกิจพิเศษฯลฯ

วรรคสอง เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของเขตเศรษฐกิจพิเศษตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ว่าการ (ภายใต้อาณัติของคณะผู้บริหาร) และเจ้าหน้าที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ มีอำนาจเข้าไปครอบครอง พัฒนาหรือใช้ประโยชน์ หรือจัดหาประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (น่าจะหมายถึงการหาทรัพยากรของชาติด้วย) เขตคุ้มครองและรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือเขตอุทยานแห่งชาติได้ตามความจำเป็น (ไม่มีขอบเขต) แต่ต้องไม่ทำให้สภาพแห่งป่าดังกล่าวต้องเสียหายจนเกินสมควร....

ในมาตรานี้แสดงให้เห็นว่า ได้เปิดทางให้คณะบุคคลที่เกิดมาจากร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าไปแสวงหาผลประโยชน์จากเขตอุทยาน เขตคุ้มครองและรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ให้มีอำนาจทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติเหล่านั้นได้ แต่ต้องไม่ให้เสียหายจนเกินสมควร คำว่าเกินสมควรหรือไม่เกินสมควรมีอะไรมาเป็นตัวกำหนดกฎเกณฑ์ครับ..?

พระแม่ฟ้าแห่งแผ่นดิน พระองค์ท่านทรงหวงแหนแหล่งต้นน้ำลำธาร ทรงมีพระราชเสาวนีย์หลายครั้ง เพื่อให้ปวงชนทั้งหลายได้มีส่วนช่วยกันอนุรักษ์และร่วมกันปลูกป่า รักษาพันธุ์สัตว์ป่าและแหล่งต้นน้ำลำธาร ดังโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ เป็นต้น

ผู้วางแผนดำเนินการยกร่าง พรบ.เขตเศรษฐกิจ พ.ศ..... ฉบับนี้เป็นใคร? มีความคิดพิเรนอย่างไร? ถึงจะเอาสาธารณสมบัติของชาติของแผ่นดินเหล่านี้มาให้นักลงทุนและชาวต่างชาติถลุงและค้ากำไร แล้วนำเงินไทยออกนอกประเทศ ?

พื้นที่ใดเมื่อประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษหรือเขตประกอบการเสรีแล้ว (เขาจะเอาพื้นที่ตรงไหนก็ได้โดยไม่มีการยกเว้น) ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไป เข้าไปประกอบกิจการ หรือเข้าไปอยู่อาศัยโดยมิได้รับอนุญาต ผู้ฝ่าฝืนมีโทษต้องจำคุกหรือทั้งจำทั้งปรับ นับเป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อเหยียบหัวคนทั้งประเทศ

ครั้นเมื่อพระธุดงค์ท่านต้องจาริกรอนแรมเข้าไปปฏิบัติธุดงควัตรในผืนป่านั้นๆ ซึ่งท่านอาจต้องเข้าไปพำนักอยู่ตามโคนไม้ เงื้อมผา ป่ารก เป็นการชั่วคราว พระคุณเจ้าเหล่านั้นมิต้องถูกถอดผ้าเหลืองยัดตัวเข้าคุกหมดหรือครับ ?

เมื่อเช้าของวันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ หลวงตาท่านถึงกับหลั่งน้ำตาเทศน์ออกมาว่า ขอให้นายกฯ ผู้เป็นศิษย์ถอดกฎหมายเหล่านี้ออกให้หมด อย่าให้ต้องเลือดนองแผ่นดิน

 

                                                                        ณ. หนูแก้ว

 

         หลวงตา       คือเราฝากไปหานายกฯใช่ไหม (ว่าถอดกฎหมายฉบับนี้ออกให้หมด) ออกให้หมด อย่าให้เลือดนองแผ่นดิน อันนี้ก็ครอบไปหมดแล้ว แล้วเรื่องก็ชำระไปหมดแล้วใช่ไหม (อันนั้นเกี่ยวกับคุณสุวิทย์ คุณกิตติ อีกกระทรวงหนึ่ง อันนี้เขตเศรษฐกิจพิเศษนี่ยังไม่เรียบร้อยเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ตามความเข้าใจของประชาชนทั่วไป) ประชาชนก็จะเป็นใคร ก็เป็นลูกชาวพุทธ ลูกชาวพุทธมันทั่วประเทศไทยเขาจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเพชฌฆาตสองสามตัวนี้ว่างั้น เข้าใจไหม เพชฌฆาตสังหารศาสนาเอาให้แหลกเหลวไม่มีเหลือเลย

         เพราะฉะนั้นที่บอกให้ไปหานายกฯจึงเหมาะสมแล้วว่า ขอให้นายกฯสั่งเลิกให้หมด อย่าให้เห็นเลือดนองแผ่นดิน ถ้าไม่สั่งเลิกเลือดจะนองแผ่นดิน เลือดของพระกรรมฐาน ตั้งแต่หลวงตาบัวลงไปจะนองแผ่นดิน นองอยู่ในป่าในเขา ในถ้ำเงื้อมผา จะไม่นองออกมาข้างนอก จะถูกเขาขับไล่ไสส่งไปไหนเขาจะฆ่าก็ให้เลือดนองอยู่ในนั้น  ไม่ยอมออกมา เข้าใจไหมล่ะ นี่คือหลักพระพุทธศาสนาโดยตรง ท่านดำเนินตามนี้ ไม่มีใครจะมีสิทธิมีอำนาจนอกจากเพชฌฆาต ตั้งใจมาฆ่าด้วยอำนาจป่า  เถื่อนๆ เท่านั้น  อย่างอื่นไม่มี เพราะฉะนั้นท่านจึงไม่ยอมออกมา ท่านปฏิบัติตามโอวาทของพระพุทธเจ้า นี่ไม่ใช่โอวาทของพระพุทธเจ้า นี่โอวาทเพชฌฆาตสังหารศาสนาต่างหาก ด้วยเหตุนี้ท่านจึงไม่ยอม

         นี่ละเรื่องราวเป็นอย่างนี้ ถ้าฝืนออกมาอย่างนั้นก็จะเป็นอย่างนี้ ไม่เป็นอย่างอื่น หลวงตาบัวคอขาดเป็นคนหนึ่งเลย ไม่ยอมถอย บูชาพระพุทธเจ้าดีกว่าที่จะบูชาเพชฌฆาตที่ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่ยอมทำตาม พากันเข้าใจไม่ใช่เหรอ ถ้าเรื่องนี้ไม่สงบเรื่องนี้ยังขึ้นมาอีกก็จะเอากันตรงแน่วตามนี้เลย เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ คือหลักพุทธศาสนาแท้ๆ เป็นอย่างที่พระท่านดำเนินมา ดังที่เคยพูดแล้วเมื่อสองสามวันผ่านมานี้เราก็ออกหมด ทุกสิ่งทุกอย่างออกหมดแล้ว วันนี้จึงพูดเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง ก็ไม่เห็นมีอะไร

         ผู้กำกับ        ณ หนูแก้วเขาก็เขียนอีก เนื่องจากทีวีช่อง ๓ เอาไปออก จากหนังสือพิมพ์พิมพ์ไทยวันนี้ ขึ้นว่า เรื่องเหล้าเช้านี้ผู้ชมเมา

ผมคนหนึ่งละที่ติดตามชมรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ทางทีวีช่อง 3 ของคุณสรยุทธ ก็ต้องชื่นชมว่าดีเป็นบางเรื่อง บางประเด็น ทำให้รู้เห็นความเป็นไปในบ้านในเมืองอย่างทันกาลทันเวลา แต่ในบางเรื่องก็ค่อนข้างจะรับไม่ได้ อย่างเช่น การทำรายการเป็นศาลเทียนฟงกับการอ่านข่าวหนังสือพิมพ์เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา กรณีที่ว่าหลวงตามหาบัว  ญาณสัมปันโน เทศนาว่าการว่าจะไม่ยอมให้พระป่าถูกขับไล่ออกจากป่าให้เข้าไปอยู่ในส้วมในถานเด็ดขาด ถ้าขับไล่ให้ออกหลวงตาก็จะยอมคอขาดเลือดสาดกระจายในป่า จะท้าชนกับรัฐบาลถ้ายังขืนออกกฎเกณฑ์มาไล่พระออกจากป่า

จับประเด็นเอาแต่เพียงว่า คุณสุวิทย์  คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ไปออกคำสั่งห้ามไม่ให้พระสงฆ์เข้าไปธุดงค์ในป่า ถ้าจะเข้าป่าก็จะต้องขอใบอนุญาตเข้าป่าเสียก่อน โดยจับเอาประเด็นนี้ประเด็นเดียว พุ่งเป้าตรงไปที่ท่านรัฐมนตรีสุวิทย์

เบี่ยงประเด็นหรือเปล่าครับคุณสรยุทธ ??

เพื่อรักษาไว้ซึ่งความเที่ยงธรรมของศาลเทียนฟง จึงต่อสายตรงถึงท่านรัฐมนตรี สุวิทย์ให้ต้องลุกจากที่นอนขึ้นมาชี้แจง จับประเด็นเอาว่าท่านรัฐมนตรีสุวิทย์เป็นผู้ลงนามในคำสั่งห้ามจริงหรือ ท่านสุวิทย์จึงจวกหนังสือพิมพ์เข้าให้หาว่าลงข่าวเพี้ยน

อันที่จริงนั้นเรื่องนี้ไม่ได้ออกกฎห้ามพระเข้าป่าเลยซักกะน้อย ถ้าพระจะเข้าไปธุดงควัตรในป่าก็ไม่ได้ห้ามอะไรเลย ส่วนการจะเข้าไปตั้งเป็นสำนักสงฆ์ในป่าก็มีคณะกรรมการฝ่ายสงฆ์ทั้งฝ่ายธรรมยุตและมหานิกาย พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตอยู่แล้ว

ท่านรัฐมนตรีสุวิทย์ก็ยืนยันอย่างหัวเด็ดตีนขาดอยู่คำเดียว ว่าตนไม่ได้ลงคำสั่งห้ามอย่างแน่นอน ซ้ำโยนความผิดไปให้นักข่าวที่ไปตั้งคำถามกับหลวงตามาผิดๆ ข่าวจึงออกมาผิดๆ

สรยุทธถูกคนเดียว !!

ชมรายการไปแล้วก็เมา ทั้งเมาทั้งมึน ออกอาการตาลายไปกับรายการ “เรื่องเหล้าเช้านี้” ก็จะไม่ไห้เกิดอาการมึนเมาได้อย่างไร ก็ในเมื่อข่าวถูกเบี่ยงเบนประเด็น ??

มันไม่ตรงประเด็นครับคุณสรยุทธ !!

ทำไมเบี่ยงประเด็นได้ถึงปานนั้น ?

ที่หลวงตาท่านเทศน์ไปร่ำไห้ไปพร้อมลูกศิษย์ในวันนั้น ท่านเทศน์ในเรื่องการออกกฎหมายเขตพื้นที่เศรษฐกิจ เรื่องร่างพระราชบัญญัติเขตพื้นที่เศรษฐกิจ พ.ศ...... ที่เพิ่งจะผ่านความเห็นชอบจากครม.เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ที่ผู้ไม่หวังดีกลุ่มหนึ่งได้ตรากฎหมายออกมาบังคับจะเอาที่ธรณีสงฆ์ พื้นป่าสงวน เขตอุทยาน และเขตคุ้มครองรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไปจัดเป็นพื้นที่เศรษฐกิจค้ากำไร ทั้งยังห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปในเขตพื้นที่ก่อนได้รับอนุญาต ถ้าขืนเข้าไปก็จะถูกลงโทษถึงติดคุก มันกระเทือนไปถึงการเข้าไปปฏิบัติธุดงควัตรของพระสงฆ์ด้วย

ทำไมคุณสรยุทธถึงไม่กล้าจับเอาประเด็นนี้มาถาม ??

หรือเจตนาให้ประชาชนเกิดเข้าใจไขว้เขว ?

หรือมีใครเอาอะไรมาปิดปากคุณสรยุทธ ?

ถ้าบริสุทธิ์ใจหรือไม่มีเจตนาให้ขาวเป็นดำ คุณสรยุทธจะกล้านำบทบัญญัติในร่างพรบ.ฉบับนั้นมาตั้งคำถามให้ผู้เกี่ยวข้องตอบไหมเล่าครับ

ที่หลวงตาท่านประกาศว่าถ้าใครหรือรัฐบาลไหนตั้งกฎเกณฑ์นี้ขึ้นมา ก็ให้รีบถอนออกไปเสีย ถ้าไม่อยากให้เลือดนองแผ่นดิน หรือถ้าไม่อยากให้พระอาจารย์ต้องทำสงครามกลางเมืองกับลูกศิษย์ ประเด็นนี้หลวงตาท่านหมายถึงการตรากฎหมายยึดเอาที่ป่าเป็นเขตพื้นที่เศรษฐกิจครับ

องค์กรพุทธร่วมกับองค์กรเอ็นจีโอ จำนวนกว่า 30 องค์กร รวมทั้งนักวิชาการและคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยดังต่างๆ อีกนับสิบสถาบัน เขากำลังร่วมมือกันต่อต้านกฎหมายเพชฌฆาตฉบับนี้มาเกือบ 2 เดือนแล้ว อย่าแสร้งทำเป็นไม่รู้

เรื่องเหล้าเช้านี้ไม่ควรมอมเมาประชาชน !!

 

                                                                                    ณ. หนูแก้ว

         หลวงตา       เราพูดไปหมดทั่วแผ่นดินไทยเรา ซึ่งชาวพุทธทั่วประเทศและชาวพระทั่วประเทศอยู่ ไม่ให้มาทำลายต่างหาก เขตที่ธรณีสงฆ์เป็นเขตตายตัวอยู่แล้วที่พระสงฆ์กับวัดนั้นๆ จะเป็นผู้มีอำนาจสิทธิ์ขาดรักษาแต่ผู้เดียว ใครมายุ่งไม่ได้ ตามหลักธรรมวินัยมีอยู่แล้ว เรื่องนี้กว้างขวางเป็นเรื่องของพุทธศาสนาที่ครอบประเทศไทย  พระสงฆ์ทั่วประเทศไทยเข้าได้อยู่ได้ในป่าตลอดมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ ไม่มีแยกเอกเทศไปไหน ส่วนเอกเทศก็เป็นเรื่องของพระท่านมีสิทธิ์เต็มตัวอยู่แล้วในที่ธรณีสงฆ์ ใครมายุ่งไม่ได้

         อันนี้พูดถึงเรื่องสาธารณะทั่วไปที่พระไทย คนไทยจะอยู่ได้ด้วยกันทั้งประเทศ ในป่าในเขาที่ไหนอยู่ได้ ไม่ได้ไปทำลายสิ่งที่ชาติไทยรักษาอยู่แล้ว คือทรัพยากรต่างๆ   และพระท่านเข้าไปท่านก็ไม่ได้เข้าไปรุกรานสิ่งเหล่านั้น ท่านเข้าไปฆ่ากิเลสต่างหาก ท่านไม่ไปฆ่าผู้ฆ่าคน ไปทำลายทรัพยากรที่อยู่ในป่าให้เสียหายแต่อย่างใดเลย จึงไม่มีข้อบังคับอะไรกับพุทธศาสนาคือพระสงฆ์ ทั้งธรรมยุต-มหานิกายทั่วประเทศไทย ที่จะอยู่ในป่าไม่ได้ ไม่มีข้อบังคับ บังคับมาก็ผิด ก็มีเท่านั้น แล้วมีอะไรอีกล่ะ

         ผู้กำกับ        ที่ ณ หนูแก้วเขาเอามาเขียนก็เนื่องจากว่า ผู้ดำเนินรายการเหมือนเบี่ยงประเด็นไป

         หลวงตา       มันแยกออกไปเพื่อจะหากินต่างหาก รู้ทันทีเลย ไม่ให้กิน กินก็เท่ากับกินคนทั้งชาติ พระเจ้าพระสงฆ์ทั่วประเทศนั้นเอง จะไปกินใคร ก็มียักษ์สองสามตัวนี้จะกิน หาอุบายกินอยู่เวลานี้ ไม่ให้กินบอกตรงๆ เลย ก็เท่านั้นละ นี่ก็ทรัพยากรของคนทั้งประเทศ คนทั้งประเทศนี้ก็เป็นทรัพยากรอันหนึ่งของประเทศไทยเรา ต่างคนต่างรักษาด้วยกันอยู่แล้ว ไม่มีใครมาทำลาย อันนี้มันมาหาแยกแยะจะเอาไปสะแตกกัน พูดง่ายๆ ว่างี้เลย

         อุบายนั้นอุบายนี้มีแต่เรื่องที่จะกลืนศาสนา มันไม่มีปัญญาหากินเหรอพวกนี้น่ะ มันจึงมาหาเบียดเบียนทำลายแต่เรื่องศาสนาๆ ตั้งแต่เริ่มต้นมา มีแต่เรื่องทำลายศาสนามาโดยลำดับ ชำระกันมาตลอด มีแต่เรื่องพวกนี้จะไปกลืนศาสนาทั้งนั้นเรื่อยมาจนกระทั่งบัดนี้ มันหมดทางหากินแล้วเหรอพวกนี้น่ะ ให้ไปถามดูซิ มันหมดแล้วจริงๆ หรือทางหากิน จึงมาวกวนหากินตั้งแต่สมบัติของศาสนาตลอดไปเลย แม้ที่สุดก็จะไล่พระเณรออก กินไม่ได้ก็จะไล่ออก อันไหนกินได้ก็จะกินไปคงเป็นอย่างนั้นละมั้ง เรายังสงสัยตอนนี้

         มันอะไรมันจนตรอกเหลือเกินเหรอ ถ้าว่ารัฐบาลก็ว่ารัฐบาลชุดนี้จนตรอกเหลือเกินแล้วเหรอ จึงต้องหาเอาเนื้อผู้เนื้อคน เนื้อพระเนื้อเณร และสมบัติในศาสนามากินกัน มันหมดทางหากินแล้วเหรอ เราอยากถามไป ถ้าไม่หมดทางหากินอย่ามายุ่งกับพุทธศาสนา ศาสนานี้ครอบโลกธาตุในเมืองไทยของเรานี้ครอบหมดเลย มาหายุ่งทำไม เท่านั้นแหละ แค่นั้นก่อนไม่เอามาก ถ้าเด็ดกว่านี้ยังจะเด็ดกว่านี้อีก

         ถ้าไม่หมดทางหากินให้เลิกอย่ามายุ่งกับพุทธศาสนา ซึ่งเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของโลกตลอดมาตั้งแต่พระพุทธเจ้ามาจนกระทั่งบัดนี้ ให้เลิก อย่ามาเอาพุทธศาสนาเป็นอาหารว่างเลี้ยงกินโต๊ะกัน เพราะไม่มีอาหารกิน เอาละพอ เรื่องศาสนาเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อไร ครอบทั่วประเทศไทย มายุ่งทำไม ที่อื่นไม่มีที่ยุ่งเหรอ มันมาหายุ่งแต่ศาสนานะพวกเทวทัตนี่ ไปไหนๆ เวียนเข้ามาจะมากินตับกินปอดศาสนาจนได้ตลอดมา ไม่มีแง่อื่น คือแง่จะทำลายศาสนาให้ล่มจมจากเมืองไทยนั้นเอง จะเป็นเรื่องใด ตั้งแง่นั้นมาแง่นี้มา ระงับลงไปแล้ว แล้วแง่นี้ขึ้นมาๆ มีแต่แง่จะกินตับกินปอด จะทำลายพุทธศาสนาทั้งนั้นแหละพวกนี้ จะเป็นพวกไหนไป

        

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก