สาระสำคัญของฎีกา
วันที่ 4 มีนาคม 2548 เวลา 13:30 น.
สถานที่ : ศาลาใหญ่วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์เนื่องในโอกาสที่หลวงตาแถลงการณ์ถวายฎีกา

ขอพระราชทานบิณฑบาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงพระกรุณามีพระบรมราชโองการถอดสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ออกจากสมณศักดิ์ และทรงพระกรุณามีพระบรมราชวินิจฉัยไม่โปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายวิษณุ เครืองาม ให้ดำรงตำแหน่งใดๆ ในการบริหารราชการแผ่นดิน

เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘ (๑๓.๓๐ น.)

ณ ศาลาใหญ่วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี

สาระสำคัญของฎีกา

         คุณทองก้อนนี่เป็นหัวใจของชาติไทยเราที่กำลังยกชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เต็มกำลังความสามารถ เวลานี้เขากำลังจะเอาหัวมาชนคุณทองก้อนเรา เราบอกอย่าด่วนชนคุณทองก้อน ให้เอาหัวไปทดลองกับต้นเสาดูเสียก่อน เราบอก ทดลองได้ผลยังไงแล้วจะมาชนคุณทองก้อนค่อยมาทีหลัง เราบอก มันพูดสะเปะสะปะพวกนี้

         เวลานี้อันธพาลกำลังขึ้นนะ พี่น้องทั้งหลายให้ทราบทั่วหน้ากัน พวกอันธพาล หัวหน้าอันธพาลๆ กำลังออกมาอย่างเมื่อเช้านี้ ออกทางหนังสือพิมพ์ ทางไหน ไปเที่ยวจ้างเที่ยววาน เที่ยวบีบบังคับทุกแง่ทุกมุมเพื่อให้เขาออกตามความรู้ความเห็นอันเป็นมหาภัยของตนที่จะทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์นั้นแล เวลานี้กำลังออก  เวลานี้หัวหน้ามหาโจรกำลังออก เริ่มไหวตัวแล้วตั้งแต่เมื่อเช้านี้ นี่หัวหน้ามหาโจร มหาภัยต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กำลังไหวตัวแสดงออกมา คัดค้านต้านทาน

         หลวงตาบัวกับบรรดาพี่น้องทั้งหลายที่กำลังพยายามอุ้มชูชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่เวลานี้กำลังเป็นมหาภัยต่อพวกนี้ หาว่าหลวงตาบัวไปเที่ยวบีบบังคับเอาเงินเอาทองเขามาช่วยชาติหลายแบบหลายฉบับ นี่กองทัพมหาโจรกำลังขึ้นนะ  ให้ท่านทั้งหลายจำเอาไว้ มันออกแบบนี้แบบมหาโจร เวลานี้ตัวใหญ่ๆ กำลังเคลื่อนไหวออกมา เคลื่อนไหวออกมาๆ ให้พี่น้องชาวไทยเราจับตาดูให้ดี เราเป็นเจ้าของสมบัติ อย่าตาฝ้าตาฟางไม่ได้นะ ต้องตาแหลมคม พวกมหาโจรมันก็แหลมคมของมันแบบจะทำลาย เราผู้รักษาก็ต้องแบบหู ตา จมูก ทุกอย่างต้องรอบคอบเพื่อการรักษาสมบัติมหาศาลของเรา

         ให้พากันจำนะ เวลานี้กำลังเริ่มแล้ว เวลานี้ทราบว่าวิทยุออก ออกมายังไง (ที่คุณสมัคร กล่าวเมื่อเช้านี้ประมาณ ๑๑ นาฬิกา แล้ววันนี้ได้ไปกล่าวทางช่อง ๙ เมื่อเวลา ๑๑.๕๐ น.ที่ผ่านมานะขอรับ บอกว่าหลวงตาเป็นผู้ทำให้บ้านเมืองผู้คนเดือดร้อน เพราะว่าไปเกณฑ์หน่วยงานต่างๆ ให้คนเอาเงินมาถวายหลวงตาช่วยชาติขอรับ และบอกว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ บอกว่าคนทั่วประเทศเคารพในข้อวัตรของสมเด็จเกี่ยว) คนทั้งประเทศเขาเคารพในข้อวัตรสมเด็จเกี่ยว เอาฟัง (และบอกว่าหลวงตาใช้คำพูดไม่เหมาะไม่ควร) คำไหนไม่เหมาะ (ในการเทศน์น่ะขอรับ นายสมัคร สุทรเวช บอกว่าไม่มีใครกล้าเตือนหลวงตา เขานี่แหละเขาจะเป็นคนเตือนหลวงตาเองว่า อย่าเซ็นชื่อฎีกาในหลวง ไม่อย่างนั้นหลวงตานี้แหละจะเป็นผู้ทำให้บ้านเมืองเสียหาย)

         ถ้าหากว่าสมควรที่จะเอาโคตรเอาแซ่ของหลวงตาบัวมาลงนาม เราก็จะเอาลงด้วยกันหมด แต่เราไม่ทราบว่าโคตรของเรามีกี่โคตรกี่แซ่ จึงไม่ได้มาลงนาม เราจึงลงแต่นามหลวงตาบัวคนเดียว พระธรรมวิสุทธิมงคล กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นจอมแห่งชาติไทยของเรา ที่อื่นไว้ใจไม่ได้เลย จึงได้นำนี้เข้าไป แล้วทำไมจะไม่ควร ว่ามาไม่ควรเพราะเหตุใด

(เขาบอกว่าเขาเป็นคนเดียวที่จะเตือนหลวงตาขอรับ) เราก็เป็นคนเดียวที่จะรับฟังนายสมัคร สุนทรเวช ควรโต้ตอบเราจะโต้ตอบคนเดียว ยังไม่หาใครมาสอง นักมวยเขาต่อยคู่ต่อคู่ ตัวต่อตัว อันนี้ก็ตัวต่อตัวเสียก่อน เอาว่าไป (แล้วเวลานี้เทปที่นายสมัคร สุนทรเวชพูดได้ถูกนำไปออกอากาศวนเวียนอยู่ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งนายวิษณุ เครืองามเป็นผู้กำกับการดูแลอยู่ขอรับ) คือ พวกนี้พวกอำนาจบาตรหลวงป่าๆ เถื่อนๆ ใหญ่ๆ กำลังมาคุมอำนาจทางวิทยุกระจายเสียงทั่วประเทศไทย มาให้พี่น้องชาวไทยซึ่งเป็นผู้สุจริตเต็มที่และรักษาสมบัติมหาศาลของชาติ ไม่ให้ออกปากออกคำพูด  มันเที่ยวปิดเที่ยวกั้นไว้หมด พวกมหาภัยเวลานี้กำลังออกตัว จำให้ดีนะ

         ตัวใหญ่มันกำลังเคลื่อนที่ มีนายวิษณุเป็นหัวหน้ามหาภัยอันใหญ่หลวง ป่าๆ เถื่อนๆ ควบคุมสายวิทยุสื่อสารต่างๆ ออกมา แต่ของเขาเขาจะออกทุกระยะๆ ให้ทราบเอาไว้นะ จำเอาไว้ทุกคน หลวงตาจะพูดอย่างเป็นธรรมๆ ไม่เอนเอียงทางนู้นทางนี้ อันใดมันผิดทางไหนเราจะพูดตามความสัตย์ความจริงของเราที่ว่าเหล่านี้ เป็นยังไงฟังซิ หลวงตาบัวเป็นผู้ทำลายชาติบ้านเมือง แล้วไปหาบังคับบัญชาเอาเงินเขามานี่ คือข้อโจมตีของเขา เข้าใจไหม

         ความจริงท่านทั้งหลายก็ทราบแล้ว สมบัติทั้งหลายนั้นเราไม่ได้ไปบีบบังคับแม้แต่รายเดียวกับบรรดาพี่น้องทั้งหลายที่นำสมบัติเข้ามาบริจาคคลังหลวง จนสง่างามอยู่เวลานี้ แต่เป็นมาด้วยความรักชาติ ความเสียสละของพี่น้องทั้งหลายด้วยความพร้อมเพรียงกัน หลวงตาจึงขออนุโมทนาตลอดมากับน้ำใจพี่น้องทั้งหลายที่มีความรักชาติ รักศาสนา พระมหากษัตริย์ แล้วเดินตามเสียงอรรถเสียงธรรม คือเราเป็นผู้นำ นำธรรมมาเป็นผู้นำล้วนๆ ท่านเหล่านี้ได้แสดงน้ำใจออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน

         เวลานี้ทองคำของเราก็ได้ถึง ๑๑ ตัน จะเข้า ๑๐๐ กิโลแล้ว ๑๑ ตัน ๓๗ กิโลครึ่ง นี่เข้าคลังหลวงเรียบร้อยแล้ว นี้ได้มาจากน้ำใจของพี่น้องทั้งหลาย ที่เป็นน้ำซับน้ำซึมแห่งทองคำไหลเข้ามา เวลานี้ก็ ๗๐ กิโลกว่าแล้ว นี่กำลังไหลเข้ามา เราเคยไปบีบบังคับท่านผู้ใด ไม่เคยมีฟังซิน่ะ ดีไม่ดียังออดยังอ้อนด้วยซ้ำนะ จะว่าบีบบังคับอะไร ยังออดยังอ้อน เข้าใจไหม ขนาดหลวงตาบัวเขากราบกันทั่วประเทศแล้วยังหาออดหาอ้อนกับลูกศิษย์ลูกหา เป็นยังไงหลวงตาบัวนี้ใหญ่นักหรือ จนลืมตัว แล้วมาออดอ้อนแล้วไม่รู้สึกตัวอีก นี้เป็นยังไงหลวงตาบัว

         พี่น้องทั้งหลายให้ฟังนะ นี่ละเรื่องโจมตีชาติไทยของเรา ให้ท่านทั้งหลายได้ทราบเสีย ไม่มีใครจะพูดตามอรรถตามธรรม ตามความสัตย์ความจริงไปยิ่งกว่าหลวงตาบัวที่ออกอยู่เวลานี้ นี้หลวงตาบัวตัดคอรองชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ขาดสะบั้นไปเลย ไม่เสียดาย เราเทิดทูนสามพระองค์นี้เท่านั้น นอกนั้นเราไม่เทิดทูนกับมัน แงกๆ งากๆ กัดเห่านู้นเห่านี้เราไม่เทิดทูนพวกนี้น่ะ พวกจะทำลายชาติ ศาสนา เวลานี้กำลังไหวตัวแล้วนะ เวลานี้กำลังไหวตัวออก เที่ยวควบคุมไว้หมด อันไหนที่เป็นอำนาจให้ทราบ พวกนี้อำนาจป่าเถื่อนทั้งนั้นละเที่ยวควบคุมไว้หมดเลย ให้ทราบเอาไว้

         ทางเราออกนี้มันก็จะสกัดทางนู้นสกัดทางนี้ตลอด ให้ทราบทั่วถึงกัน เวลานี้มหาโจรกำลังไหวตัวแล้ว ตัวใหญ่กำลังเริ่มออกมา ให้ทราบตั้งแต่บัดนี้ต่อไป เราขอย้อนถามสักสองสามประโยค ไม่มากนักนะ บรรดาสมบัติเงินทองข้าวของที่พี่น้องทั้งหลายนำมาบริจาคทั้งหมดนี้ พวกนี้มีส่วนร่วมมาได้สักหนึ่งบาทสองบาทไหม ไม่เคยเห็นมี ไม่มี มีแต่จองล้างจองผลาญจองทำลายเรื่อยมา แม้การเทศนาว่าการในที่ต่างๆ ก็สกัดลัดกั้นไม่ให้เราไปเทศนาว่าการ เที่ยวประกาศประชาชน แต่เขาไม่ยอมฟังเสียง ไปที่ไหนคนแน่นๆ อย่างนี้ละ ไปเทศน์ที่ไหนเหมือนกันหมด

         นี่ละสมบัติเงินทองได้มาเข้าคลังหลวงนี้ เราไปหาโจมตีที่ไหน หาบีบบังคับที่ไหน มาจากน้ำใจของพี่น้องทั้งหลายทั่วประเทศไทย แล้วมันมาหาเรื่องอะไร มันไม่ทำงานทำประโยชน์อะไร มีแต่หาเรื่องมาเผาท่านั้นผลาญท่านี้ จุดที่นั่นจุดที่นี่ เวลานี้มันกำลังจุดอยู่ทุกแห่งทุกหน พวกนี้จำให้ดีพี่น้องทั้งหลาย เราเป็นเจ้าของของชาติทุกคน เป็นใหญ่ในตัวเองทุกคน อย่าให้พวกนี้เข้ามาเหยียบหัวเราได้ เราไม่ใช่เต่าหดหัวอยู่ในกระดอง สมบัติชาติไทยเราเป็นเจ้าของทั้งนั้น ต่างคนต่างให้มีสิทธิ์มีหน้าที่เต็มอำนาจของตนเอง แสดงให้เต็มเหนี่ยว ดูพวกนี้ให้ดี คน ๖๒-๖๓ ล้านคนนี้ดูคนๆ เดียว สองสามคนเท่านี้ดูไม่ออกเหรอ ดูให้ดีนะ

         เวลานี้มันกำลังหาอุบายวิธีการที่จะทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของเราให้จม แล้วลัทธิเปรตพวกผีนี้มันจะมาทันที มันแทรกไว้แล้ว มันเตรียมพร้อมมาแล้ว ไอ้ฝรั่งมังค่าที่ไหน เรายังไม่ทราบชัดเจน กำลังไหลกันมาจะมาตั้งครอบครัวเหย้าเรือนเขตเมืองไทย ขับเมืองไทยลงทะเลหลวงให้หมด พวกนี้จะมาตั้งเหย้าเรือนขึ้นมาหารายได้ ขนไปใส่เมืองของเขา เมืองของเราให้เป็นหมาขี้เรื้อนหาเก็บกินตามเศษตามเดน นี่หน้าวัดหน้าวาดังหมาหากินอยู่ทุกวันนี้ เขาจะทำเมืองไทยเราให้เป็นหมาหาเก็บเศษเก็บเดนกิน ท่านทั้งหลายให้ทราบเสียนะ

         เวลานี้แผนการนี้มันกำลังออกมา มันจะทำลายชาติไทยของเรา ศาสนาก็มันจะเอาศาสนายักษ์ ศาสนาเปรตศาสนาผี ศาสนามหาภัย เข้ามาเหยียบทำลายพุทธศาสนา ซึ่งให้ความร่มเย็นแก่โลกทั้งสามนี้ มันจะปัดออกหมดจากเมืองไทยเราไม่ให้มีเหลือ ให้จำเอาไว้ นี่อุบายวิธีการของมัน เพราะฉะนั้นมันจึงขึ้นวิธีการ ให้ทราบวิธีการของมันไว้ มันมีกี่หมัด นักมวยก็มีสองหมัดสองเข่า สองตีนเท่านั้นละ ขึ้นก็ขึ้นด้วยกันใครเก่งก็ตีกัน อันนี้ชาติไทยของเราทั้งชาติมีทุกคน หัวก็มี ไม่มีแต่หางเพราะเราไม่ใช่หมา เข้าใจไหม เรามีแต่หัว มีแต่หมัด หมัดนี่คือหมัดกำปั้นของเรา เรายังมีอีกหมาเราเลี้ยงไว้เต็มวัดเต็มบ้านเต็มเมือง ไปเอาหมัดจากหมามาก็ได้ฟัดมัน ให้มันตกทะเลนู่นพวกนี้เข้าใจไหม

         มันพิลึกเหลือเกิน มันเห็นชาติไทยของเราที่เป็นบ้านเกิดเมืองเกิดตั้งแต่มันออดมันอ้อนขึ้นมา เกิดในเมืองไทยแล้วมันเห็นเมืองไทยนี้เป็นส้วมเป็นถาน มันจะเห็นคนอื่นเป็นพ่อเป็นแม่ เอาพ่อเอาแม่คนอื่นมาเหยียบพ่อแม่ของมัน พ่อแม่ของเราให้เหยียบแหลกเหลวไปตามๆ กันหมด เวลานี้กำลัง... อุบายวิธีการของมัน ฟังให้ดีทุกคน หลวงตานี้เป็นผู้นำในทางศีลทางธรรม ไม่มีเคลื่อนคลาด พูดเด็ดพูดเดี่ยวเฉียบขาดขนาดไหนเป็นอรรถเป็นธรรมล้วนๆ เราไม่มีเรื่องที่ว่าอิจฉาบังเบียดต่อใคร ไม่มี เราพูดเป็นอรรถเป็นธรรม คอขาดขาดไปด้วยความเป็นธรรม เราไม่มีสะทกสะท้านกับสิ่งใดในสามแดนโลกธาตุนี้

         เราช่วยโลกมานี้เราช่วยด้วยความเมตตา เราก็ไม่เคยได้ตำหนิติเตียนเราว่าได้ทำความมัวหมองแก่ชาติด้วยวิธีใด เช่นอย่างวัตถุนี่ก็ไม่มี ธรรมทั้งหลายก็แสดงออกทั่วโลกดินแดนแล้วเวลานี้ เราแสดงด้วยความบริสุทธิ์ใจทั้งนั้น ทำเต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้ว ขอให้พี่น้องทั้งหลายฟังนะ พุทฺธํ ธมฺมํ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ นี่คือเราได้กราบไหว้บูชาเป็นขวัญตาขวัญใจตลอดมา ไอ้พวกเปรตพวกผี พวกโจรพวกมารออกทุกแง่ทุกมุม เพื่อทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์นี้ มันมีสรณังอะไรพอจะเป็นสรณะได้กราบมันบ้างไหม ใครจะกราบมันลงคอไหม ถามดูซิถามตัวเองจะกราบมันลงคอ หรือกราบพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ถ้ากราบพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ลงคอให้ฟังเสียงอรรถเสียงธรรม อย่าฟังเสียงเปรตเสียงผี เสียงยักษ์เสียงมารที่จะสังหารชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์นี้ให้จมลงไปเลย ฟังให้ดีนะ เอามีข้อไหนถามมาอีก เราจะพูดวันนี้

         เรื่องราวเวลานี้มันกำลังขึ้น ตัวใหญ่มันกำลังไหวตัวขึ้นมา มันจะเหยียบชาติไทยของเรา ชาติไทยมีศาสนาอยู่ในแกนนำของหัวใจพี่น้องชาวไทยชาวพุทธเรา ทั้งพระทั้งเณรประชาชนเต็มหัวใจด้วยกันทุกคน ยอมไม่ได้ว่างั้นเลย เรายอมไม่ได้ ศาสนาจมให้จมไปหมดทั้งชาติ พระมหากษัตริย์นี้ ตายไปเลยเราไม่มีถอย ให้ถอยไม่มี เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ใหญ่โตมาก มีคุณค่ามหาศาลมาแต่ไหน พวกนี้มีคุณค่าที่ไหน มีแต่หาเรื่องทำลาย มหาโจร มหาภัย ยกยอปอปั้นกันขึ้น

         อย่างที่ว่าสมเด็จเกี่ยวเป็นพระดี มันดีอะไรสมเด็จเกี่ยว เวลานี้มันกำลังก่อกวนทางศาสนาอย่างแหลกเหลวไปหมด จนกระทั่งขอถอนสมเด็จเกี่ยวออกจากตำแหน่งสมเด็จ สมเด็จนี้ไม่สมควรแก่พระเกี่ยว พระธรรมดาเขาไม่ทำ นี่พระเป็นขนาดสมเด็จแล้วทำไมไปทำความชั่วช้าลามก โดยไม่มองดูธรรมดูวินัยซึ่งเรียนมาด้วยกัน ในสังฆมณฑลแห่งพระเจ้าพระสงฆ์นี้รู้มาด้วยกัน มันมาอาจเอื้อม มาดื้อด้านหาญทำอะไรนักหนา มันตาบอดหรือมันหูหนวก มันสมควรหรือที่จะอยู่เป็นสมเด็จต่อไป แล้วจะมาเหยียบหัวชาติไทยของเราทั้งพระทั้งเณร ทั้งประชาชนได้ลงคอ และเหยียบต่อหน้าต่อตาให้เห็นอยู่นี้ หลวงตาบัวนี้เหยียบไม่ได้บอกอย่างนั้นเลย มีอะไรว่ามาอีก

         เราจะพูด เวลาจะพูดพูดจริงๆ เราไม่ได้ถอยใคร สามแดนโลกธาตุเราไม่เคยมีหวั่นกับอะไรทั้งนั้นละ ไม่มีเราก็บอกว่าไม่มี ที่มาพูดนี้พูดเพื่อพี่น้องทั้งหลายต่างหากนะ สำหรับเราเราไม่มี เราอยู่สบายทุกอิริยาบถ ตายก็ตายง่ายที่สุด เราพูดจริงๆ ไม่คุย เราตายง่ายที่สุด ในหัวใจเรารู้กันหมดแล้ว เรียบร้อย ถึงกาลเวลาแล้วควรจะตายให้ตามอัธยาศัยแล้ว หันหน้าปั๊บเข้าไปร่มไม้ร่มไหนพอแล้วไปเลย เท่านั้นเองแหละ จะมาแอ้ๆ ไม่มี ไหนเอายาทันใจมา ไหนเอายาแก้ปวดหัวมา ไม่มีหลวงตาบัว พูดตรงๆ เลยถึงเวลาแล้วเหรอถึงแล้วปั๊บไปเลย

         ที่อุตส่าห์พยายามอยู่นี่ก็เพื่อพี่น้องชาวไทยเรา ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่เราเทิดทูนสุดหัวใจ เราจึงได้อุตส่าห์ออกมาตะเกียกตะกายกับกองมูตรกองคูถ กำลังแสดงเปลวกองมูตรกองคูถขึ้น เหม็นคลุ้งไปหมดในเมืองไทยของเรา จำเอา จากนั้นจะพูดหรือจะอ่านอะไรก็อ่าน เราพูดเท่านี้ละ เรื่องมีเท่านี้ก่อน หรือมีอะไรอีก ถ้าไม่มีให้อ่านนี้ออก อ่านให้พี่น้องชาวไทยเราฟังทั่วประเทศ นี่ละคำร้องเรียนโดยหลวงตาเป็นหัวหน้าทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรื่องนี้ ฟังให้ชัด อ่านให้ได้ยินทั่วถึงกัน

         ฟังทุกคนให้ชัดเจนนะ นี่เป็นพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ ความรู้ความเห็นมารวมอยู่ในหนังสือฉบับนี้ฉบับเดียว เป็นความรู้ความเห็น ความรับผิดชอบทุกอย่างของพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศมาอยู่ในหนังสือฉบับนี้ ที่กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนี้ออกทางอากาศแล้ว โดยหลวงตาบัวเป็นผู้นำ เอาอ่าน

         (คุณทองก้อน อ่านหนังสือถวายฎีกาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

         “ขอถวายพระพร สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า

         ด้วยอาตมภาพ ในนามของคณะสงฆ์และพสกนิกร ภายใต้พระบรมโพธิสมภารที่ได้รับความเดือดร้อนระส่ำระสายอันเกิดจากการร่วมมือกันระหว่าง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) วัดสระเกศฯ กทม. และนายวิษณุ เครืองาม ได้กระทำต่อพระพุทธศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เทิดทูนเคารพสักการะของปวงชนชาวไทย มีผลกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของชาติ โดยบุคคลทั้งสองร่วมกันทำลายหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา และขนบธรรมเนียมโบราณราชประเพณี ตลอดจนศีลธรรมอันดีที่บรรพบุรุษพลีชีพรักษา และสืบทอดต่อกันมาชั่วลูกชั่วหลานด้วยความรักและหวงแหน เป็นหลักยึดเหนี่ยวให้ชาติไทยดำรงความเป็นชาติอยู่ได้จนปัจจุบันสมัย

         โดยนายวิษณุ เครืองาม ได้ใช้อำนาจในตำแหน่งทางการเมือง ด้วยลวดลายชั้นเชิงทางกฎหมาย และอ้างการกระทำของตนว่า เป็นพระราชประสงค์ของสมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า เป็นเนืองนิจ นับแต่การแต่งตั้งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มีกำหนดระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2547 ซ้อนกับสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ทรงสถาปนา ซึ่งเป็นการล่วงเกินพระราชอำนาจและล่วงเกินพระธรรมวินัยของพระภิกษุสงฆ์ คือฆราวาสแต่งตั้งพระ มีเพียงกรณีเดียวที่พระธรรมวินัยอนุญาต คือพระเจ้าแผ่นดินเท่านั้น ทรงมีพระราชอำนาจแต่งตั้งให้พระภิกษุกระทำการใดๆ ได้

         การดังกล่าว คณะสงฆ์ได้ร่วมกันประชุมหลายครั้ง ครั้งสำคัญพระภิกษุสงฆ์จำนวนกว่าหนึ่งหมื่นรูป ได้ร่วมกันประชุมที่วัดอโศการาม อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยยกพระธรรมวินัยขึ้นเป็นหลักในการพิจารณาคัดค้าน และสวดคว่ำบาตรนายวิษณุ เครืองาม คือไม่สมาคมและไม่รับการติดต่อใดๆ ทั้งสิ้นกับบุคคลนี้ จนกว่าคณะสงฆ์จะได้มีการสวดยกเลิกการคว่ำบาตร

         เมื่อคณะสงฆ์คัดค้านต้านทานการที่นายวิษณุ เครืองาม แต่งตั้งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชนั้น นายวิษณุ เครืองาม ได้แจ้งต่ออาตมภาพว่า สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ก็ไม่ไว้วางใจสมเด็จเกี่ยวร้อยเปอร์เซ็นต์ และเมื่อถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2547 ครบกำหนด 6 เดือนแล้วจะดำเนินการเรื่องผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชให้ถูกต้อง

         นายวิษณุ เครืองาม ได้แจ้งให้อาตมภาพทราบด้วยว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีความปริวิตกเกี่ยวกับการแต่งตั้งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช นายวิษณุ เครืองาม จึงได้มีหนังสือกราบบังคมทูลต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถว่า เรื่องทั้งหมดเป็นพระราชประสงค์ของสมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า

         ครั้นถึงเดือนกรกฎาคม 2547 นายวิษณุ เครืองาม ได้เป็นผู้ดำเนินการให้มีการออกพระราชกำหนดแก้ไขมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฯ ด้วยการสร้างสถานการณ์ โดยให้นายสุรชัย ภู่ประเสริฐ รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มีหนังสือไปถึง ศจ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีความประสงค์ขอทราบพระอาการประชวรของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ เพื่อจะนำความกราบบังคมทูลสมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า แต่ได้มีการนำพระอาการของสมเด็จพระญาณสังวรฯ ไปเผยแพร่ทางวิทยุกระจายเสียง และสถานีโทรทัศน์ของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งอยู่ในความควบคุมและกำกับการของนายวิษณุ เครืองาม ทั้งนี้เพื่อมุ่งประโยชน์ ให้มีการแต่งตั้งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช สืบต่อไปอย่างไม่มีกำหนด

         นายวิษณุ เครืองาม อ้างด้วยว่า การที่มหาเถรสมาคมแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และแต่งตั้งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2547 นั้น ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลสมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ในวันเดียวกันกับที่มหาเถรสมาคมแต่งตั้ง และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 20 กรกฎาคม 2547 วันเดียวกันนั้นด้วย

         แต่ในการชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร นายวิษณุ เครืองาม กล่าวว่า การแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2547 ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลสมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2547 และกล่าวด้วยว่า การแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ไม่ต้องโปรดเกล้าฯ แต่เมื่อมีผู้มาทำหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช พระเจ้าอยู่หัวก็ควรที่จะทรงทราบ

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2547 ประชาชนได้แสดงประชามติร่วมกันลงชื่อกว่า 1 ล้าน 7 แสนชื่อ และได้รับการเห็นชอบสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 70 คน เสนอต่อรัฐบาลเพื่อร้องขอให้รัฐบาลแก้ไขพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ เพื่อถวายคืนพระราชอำนาจในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช และการปฏิบัติต่อสมเด็จพระสังฆราชให้เป็นพระราชอำนาจของสมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้าเท่านั้น นายวิษณุ เครืองาม ใช้อำนาจในฐานะรองนายกรัฐมนตรีโต้แย้งในการประชุมคณะรัฐมนตรี ในการประชุมสมาชิกพรรคไทยรักไทย และในการประชุมฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล และนักวิชาการสถาบันต่างๆ เพื่อมิให้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามการร้องขอของประชาชน ที่ต้องการเทิดพระราชอำนาจของสมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า เป็นผลให้เรื่องดังกล่าวเงียบหายไป โดยไม่มีการชี้แจงเหตุผล

และเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2548 นายวิษณุ เครืองาม ได้ให้ความเห็นชอบ และให้เสนอร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งว่าจ้างสำนักงานกฎหมายนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นผู้ยกร่าง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีผลต่อกรรมสิทธิ์ในผืนดินอันเป็นแผ่นดินไทยนับแต่กรรมสิทธิ์ในที่ดินของสถาบันพระมหากษัตริย์ จนถึงที่ดินของราษฎรทั้งปวง รวมทั้งที่สาธารณสมบัติ ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติ และธรณีสงฆ์ ตกไปอยู่ในสิทธิอำนาจของนายทุนและคนต่างชาติอย่างเด็ดขาดหรืออย่างน้อยเป็นระยะเวลา 50-90 ปี หากการณ์เป็นไปตามร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษในกรณีนี้ เท่ากับสิ้นแผ่นดินอันเป็นที่ตั้งของประเทศไทย พระพุทธศาสนาย่อมถึงกาลวิบัติได้ เพราะเท่ากับสิ้นไปซึ่งแผ่นดินอันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนาด้วย

ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ผ่านการเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้ว อยู่ในขั้นตอนดำเนินการของคณะกรรมการกฤษฎี ซึ่งมีนายวิษณุ เครืองาม และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นกรรมการกฤษฎีกาอยู่ด้วย

         กรณีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)

         นับแต่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงงดการเข้าร่วมประชุมมหาเถรสมาคม สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานการประชุมมหาเถรสมาคม โดยขาดความเคารพในพระธรรมวินัย ไม่คำนึงถึงพระธรรมวินัย ดำเนินการประชุมไม่เป็นไปตามกฎระเบียบของมหาเถรสมาคม ที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงตราไว้และขาดความเคารถต่อสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ทรงสถาปนา อย่างต่อเนื่อง

         จนกระทั่งปลายปี พ.ศ. 2544 สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ได้เป็นผู้นำร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับ พ.ศ...... ซึ่งมีบทบัญญัติที่ขัดต่อพระธรรมวินัยอย่างร้ายแรง ขัดต่อโบราณราชประเพณี และขัดต่อจารีตที่ดีงามของพระภิกษุที่ประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่ครั้งสมเด็จพระบรมศาสดายังดำรงพระชนม์อยู่ ส่งมอบให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ด้วยตนเอง ทั้งนี้เพื่อให้รัฐบาลดำเนินการตราเป็นกฎหมาย ใช้บังคับกับพระภิกษุสงฆ์และพุทธศาสนิกชนทั้งปวง และมีผู้ส่งร่างฯ ฉบับเดียวกันนั้นไปยังกรมการศาสนาอีกด้วย

         อาตมภาพและคณะสงฆ์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนตรวจพบว่า ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นมหาภัยต่อพระพุทธศาสนา จึงได้ขอร้องต่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ให้นำร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ส่งมอบให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ด้วยตนเองนั้นกลับคืน เพื่อนำไปปรึกษาหารือให้ได้ข้อยุติในคณะสงฆ์ และในหมู่พุทธศาสนิกชนเสียก่อน

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ตอบว่า ที่ขอนั้นไม่ใช่ไม่ให้ แต่ให้ไม่ได้เพราะหมดหน้าที่ของตนแล้ว และไม่เปิดเผยว่าได้ร่างฯ ฉบับนั้นมาอย่างไร บุคคลใดหรือคณะบุคคลใดเป็นผู้ยกร่าง อีกทั้งกล่าวขอร้องด้วยว่าให้ช่วยสืบหาผู้ที่ส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปยังกรมการศาสนาให้ด้วย ต่อมานายสมานจิตต์ ภิรมย์รื่น อดีตอธิบดีกรมการศาสนา ได้เปิดเผยความจริงต่อประชาชนว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เป็นผู้ส่งร่างฯ ฉบับเดียวกันนั้นไปให้กรมการศาสนาเอง

         คณะสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนผู้เคารพบูชาและเทิดทูนพระพุทธศาสนา ได้ประชุมร่วมกันหลายครั้ง เพื่อคัดค้านการนำร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ฉบับที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ยื่นต่อรัฐบาล ถึงขั้นจะพลีชีพเพื่อรักษาไว้ซึ่งพระธรรมวินัย รัฐบาลจึงได้รับปากว่าจะไม่นำร่างฯ ดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาอีก ภัยในพระพุทธศาสนาอันจะเกิดขึ้น เพราะร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) จึงได้ระงับดับไป

         ครั้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2547 สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ได้รีบร้อนยอมรับการแต่งตั้งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชจากนายวิษณุ เครืองาม ซึ่งเป็นคฤหัสถ์ อันเป็นการขัดต่อพระธรรมวินัยอย่างร้ายแรง เป็นการแสดงถึงความขวนขวายอยากใหญ่ผิดต่อสมณวิสัย และเมื่อรับตำแหน่งแล้วผลีผลามนำพระตราประจำตำแหน่งของสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ของสมเด็จพระญาณสังวร ไปใช้ประทับบนเอกสารต่างๆ อย่างต่อเนื่องหลายวาระ ทั้งๆ ที่พระตราดังกล่าวเป็นพระตราที่สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ทรงถวายเป็นเครื่องแสดงอิสริยศักดิ์ อิสริยยศ และพระอำนาจในการปกครองคณะสงฆ์ทั้งแผ่นดินของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ

         ต่อมา สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ในฐานะประธานการประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2547 ได้เป็นผู้ยกข้อกฎหมายพระราชบัญญัติคณะสงฆ์มาตรา 10 ซึ่งถูกแก้ไขโดยพระราชกำหนดจากการสร้างสถานการณ์ของนายวิษณุ เครืองาม เพื่อให้ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และเพื่อให้มีมติแต่งตั้งตนเองเป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชอีกด้วย

         การที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เห็นด้วยกับการกระทำของนายวิษณุ เครืองาม เป็นการปฏิบัติที่ขัดต่อพระธรรมวินัย เพราะอนุโมทนารับสิ่งที่ขัดต่อพระธรรมวินัย ส่งเสริมให้คฤหัสถ์เข้าแทรกแซง ก้าวก่าย ล่วงล้ำในกิจการของสงฆ์ เป็นการกระทำที่เกินเลยพุทธบัญญัติ เป็นการประทุษร้ายต่อสกุล ไม่เอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัย ขาดข้อวัตรปฏิบัติต่อภิกษุผู้อาพาธ และต่อพระมหาเถระผู้เป็นครูบาอาจารย์ของบรรพชิตและคฤหัสถ์ทั่วราชอาณาจักร เฉพาะอย่างยิ่งกระทำการอันเป็นการกระทบกระเทือนต่อสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ที่สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้าทรงสถาปนา

         การกระทำอย่างต่อเนื่องทั้งหมดทั้งสิ้นของบุคคลทั้งสอง ก่อให้เกิดความไม่สงบ เกิดการแตกความสามัคคีในหมู่พุทธบริษัท เกิดความเดือดร้อนระส่ำระสาย ลุกลามไปทั่วสังฆมณฑล จนไม่อาจจะเป็นที่ยุติได้ เนื่องจากบุคคลทั้งสองอาศัยอำนาจตามพระบรมราชโองการให้ดำรงตำแหน่งทางการบริหารราชการแผ่นดิน และอาศัยอำนาจตามพระบรมราชโองการให้มีสมณศักดิ์ขั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นผลให้ได้ดำรงตำแหน่งทางการปกครองคณะสงฆ์ สร้างปัญหาแก่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่างไม่จบสิ้น

         อาตมภาพและคณะสงฆ์ ตลอดจนพสกนิกรชาวไทยผู้มีพระรัตนตรัยเป็นสรณะที่พึ่ง มีความร่มเย็นเป็นสุขอยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของสมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า พระผู้ทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภก ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินของแผ่นดินไทยอันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนา และทรงเป็นพระประมุขของปวงชนชาวไทย ได้ถูกละเมิดสิทธิอย่างร้ายแรง และบังเกิดภยันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อสังฆมณฑล จากการกระทำของบุคคลทั้งสอง ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เป็นเหตุให้เกิดความแตกแยกขึ้นในชาติไทย พระบวรพุทธศาสนาและพระธรรมวินัยอาจถึงกาลวิบัติได้

         เพื่อระงับเหตุเภทภัยอันบังเกิดแก่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่างต่อเนื่องในครั้งนี้ อาตมภาพจึงขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาส ถวายพระพรเพื่อขอพระราชทานบิณฑบาต เพื่อทรงพระกรุณา มีพระบรมราชโองการถอดสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ออกจากสมณศักดิ์ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ และทรงพระกรุณามีพระบรมราชวินิจฉัย ไม่โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายวิษณุ เครืองาม ให้ดำรงตำแหน่งในการบริหารราชการแผ่นดินใดๆ อีกต่อไป

         ขอเจริญเมตตาธรรมถวายสมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า มาพร้อมนี้

ขอถวายพระพร

                                                            พระธรรมวิสุทธิมงคล
                                                        (พระมหาบัว ญาณสัมปันโน)

 

       หลวงตา                      จบแล้วนะ มีอะไรอีกไหมล่ะ

         คุณทองก้อน           จะมีผู้แทนนำหนังสือฉบับนี้ไปที่ สำนักเลขาธิการพระราชวัง ในวันจันทร์นี้เวลา ๑๔.๐๐ น. ซึ่งอยู่ที่พระบรมมหาราชวังที่ท้องสนามหลวง ถ้าใครสมัครใจ หรือว่าจะเป็นผู้แทนทั้งคณะสงฆ์และญาติโยมก็เชิญ นัดพร้อมกันนะครับ ๑๔ น.วันจันทร์

         ผู้สื่อข่าวมติชน        อยากเรียนถามว่า เท่าที่ผ่านมานะครับการเคลื่อนไหวในประเด็นต่างๆ ที่ฟังในเนื้อหาในหนังสือที่ถวายกฤษฎีกาในครั้งนี้ ก็เป็นเนื้อหาที่เดินหน้าไปก่อนหน้านี้แล้ว เลยอยากกราบเรียนถามหลวงตานะครับว่า ที่ต้องตัดสินใจในการถวายฎีกาครั้งนี้ มีสาเหตุไหมครับหลวงตา

         หลวงตา                สาเหตุก็บอกทั่วโลกอยู่แล้วตะกี้นี้ กระเทือนทั่วประเทศไทย ให้เกิดความเดือดร้อนกระทั่งถึงว่าชาติไทยจะฉิบหายไปทั้งชาติ ทั้งศาสนา พระมหากษัตริย์ อะไรเป็นสาเหตุ ที่ยกขึ้นมานี้ ก็มีเท่านั้นแหละ

         ผู้สื่อข่าวมติชน        หลวงตาครับ เนื่องจากว่าเรื่องราวต่างๆ ที่อยู่ในเนื้อหาของหนังสือที่ถวายฎีกาในครั้งนี้ เนื้อหาหนังสือก็เคยพูดเรื่องนี้ให้กับทางรัฐบาลและผู้ปฏิบัติรับทราบอยู่แล้ว เป็นเพราะว่าเขาไม่ปฏิบัติตามหรือว่ายังไงครับ

         หลวงตา                อันนี้เราจำไม่ได้ เกี่ยวกับส่งไปทางรัฐบาลกี่ฉบับก็ไม่เคยได้รับคำตอบยังไงเลย ทีนี้ก็ต้องส่งไปทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใช่ไหมล่ะ เรื่องราวเป็นอย่างนี้ ถ้าหากว่าส่งไปที่ไหนทางนั้นตอบรับมาๆ เข้าใจเป็นระยะๆ ไป ก็หมดปัญหาไปเป็นระยะ อันนี้ส่งไปทางไหนเอาเข้าลิ้นชักๆ พวกบ้าอำนาจ ป่าเถื่อน มันเก็บไว้ มันเอาของปลอมออกมาโชว์ๆ ของจริงเก็บไว้ๆ จะเก็บไว้ที่ไหนก็คือของจริงล้วนๆ ยังไม่แสดงออกก็ของจริงอยู่ในนั้น เก็บไว้เรายังไม่ว่าอะไร เพราะของจริงเป็นของจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะอยู่ในลิ้นชักนอกลิ้นชัก ออกมาประกาศไม่ประกาศก็เป็นของจริงล้วนๆ อยู่แล้ว ออกมาประกาศเมื่อไรก็ยิ่งแจ่มแจ้งชัดเจนขึ้นมา

         เรื่องที่ติดต่อมาอยู่เรื่อยๆ นี่ก็เพราะไม่ไว้วางใจในส่วนรวม คือวงรัฐบาล มีนายวิษณุเป็นหัวหน้าควบคุมการงานทั้งหมดเวลานี้ เป็นอำนาจป่าเถื่อนแต่ผู้เดียว เราพูดชัดๆ ด้วยภาษาธรรมของเรานี้แหละ มันควบคุมไว้หมด เช่นวิทยุเวลานี้ สื่อสารต่างๆ มันควบคุมไว้หมด ของเขาเขาออกได้ทุกระยะ ของเราเขาจะปิดไว้ๆ นี่คือมหาภัย มหาโจรกำลังออกมาคัดค้านต้านทาน ชาติของเรา ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อจะให้ล่มจม เขาจะเหยียบขึ้นแทนที่ แล้วมีอะไรอีกล่ะ

         ผู้สื่อข่าวมติชน        หลวงตาครับหลังจากยื่นฎีกาในหลวงไปแล้วนะครับ ทางคณะสงฆ์หรือว่าหลวงตาเองจะดำเนินกิจอะไรอื่นต่อจากนี้หรือเปล่าครับ

         หลวงตา                อันนี้ก็แล้วแต่เหตุการณ์ ควรจะดำเนินการยังไงไม่ดำเนินการยังไงเราค่อยฟังเหตุการณ์ไปก่อน อันนี้มันยังอยู่ข้างหน้า ยังตอบล่วงหน้าไม่ได้ เราต้องฟังเหตุผลกลไกไป ตอบรับกันไปเรื่อยๆ ดังที่เคยปฏิบัติมา มีอะไรอีกล่ะ

         ผู้สื่อข่าวเนชั่น         หลวงตาจะเป็นผู้ไปยื่นฎีกาเองหรือเปล่าครับ

         หลวงตา                สมมุติว่าหลวงตายื่นเอง หรือไม่ยื่นเองจะมีปัญหาอะไรล่ะ  เราขอถามปัญหาข้อนี้ก่อน หลวงตายื่นเองหรือให้บุคคลใดไปยื่นแล้วมีปัญหาอะไรบ้างจึงต้องถามอันนี้ขึ้นมา เราก็ต้องถามไปเสียก่อน มีปัญหาอะไรอยู่ในจุดนี้ ถ้าหลวงตาไปยื่นเองจะมีอะไรขึ้นมา ถ้าหลวงตาไม่ยื่นเองจะมีอะไรขึ้นมา แน่ะ มันก็มีสองข้อนี้เท่านั้นเอง เพราะหลวงตาไม่ใช่ผู้ต้องหา มาหาจับกุมคุมตัวอะไรในเรื่องอย่างนี้ เรื่องดำเนินเพื่อชาติ ศาสนาต่างหากนี่ หลวงตาไม่ใช่ผู้ต้องหานี่นะ

         ผู้สื่อข่าว               หากหลวงตาถวายฎีกาแล้ว นายวิษณุ เครืองาม ยังกลับมาปฏิบัติงานราชการแผ่นดินอีก หลวงตาจะดำเนินการยังไงครับ

         หลวงตา                จะได้รู้ได้เห็นกัน เข้าใจไหม เวลานี้กำลังก้าวเข้าหาความจริง มันจะเป็นอะไรก็ให้รู้ นายวิษณุจะครองบ้านครองเมืองแต่ผู้เดียว พวกนี้เป็นหมาขี้เรื้อนทั้งหมดก็ให้รู้ หรือนายวิษณุเป็นคนมีกฎมีเกณฑ์ มีศีลมีธรรม กฎหมายบ้านเมือง ครอบมันอยู่ วิษณุต้องปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมืองและศีลธรรมที่ครอบไว้นั้น ควรที่จะออกวิษณุต้องออก ไม่ออกไม่ได้ กฎนี้เป็นกฎของชาติไทยบังคับกันอยู่นี้ นายวิษณุไม่ได้ใหญ่กว่าชาติไทยไป กฎหมายบ้านเมืองศีลธรรมต่างหากซึ่งเป็นหัวใจของชาติ และมีน้ำหนักเต็มเมืองไทยเรา ที่จะบังคับใครก็ได้ในเมื่อทำผิดจากกฎของชาติ ก็มีเท่านั้น แล้วมีอะไรอีกล่ะ

         ไอ้เรื่องที่จะเอาอำนาจป่าๆ เถื่อนๆ มานั้นน่ะ  เราพูดจริงๆ นะ  อย่าเอามาใช้กับศาสนธรรม เวลานี้ศาสนธรรมกำลังจะถูกทำลาย แล้วหลวงตาบัวเป็นผู้ออกสนามต่อต้านกันอยู่ในสิ่งจอมปลอมทั้งหลาย อย่าเอาอำนาจป่าเถื่อนมาบังคับหลวงตาบัว ถ้ามาเอาคอหลวงตาบัวตัดขาดไปเลย หลวงตาบัวขาดไปเลย ที่จะให้เสียดายในคอ ยิ่งกว่าศีลกว่าธรรม กว่าชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นี้บอกว่าไม่มี หลวงตาไม่มี ขาดไปเลย หลวงตาไม่มี จะเอาตั้งแต่เหตุแต่ผล ความถูกต้องดีงามมาเพื่อประดับโลกของเราต่อไป คอเราเรามอบทูลถวายพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ไปเลย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เรามอบไปเลย

         เราจะเอาความสัตย์ความจริงไว้ให้ลูกหลานไทยได้ฟัง ได้เห็นได้ยินต่อไป ว่าประเทศไทยเรานี้ปกครองรักษากันด้วยความจอมปลอม ด้วยเปรตด้วยผี หรือปกครองด้วยศีลด้วยธรรม จะให้รู้ต่อไปโดยเอาคอเราเป็นเครื่องประกัน เข้าใจแล้วนะ เราจะเอาแต่ความถูกต้องดีงามเท่านั้นออกแสดง คอขาดขาดไปเลย เราไม่มีคำว่าสะทกสะท้าน กับเรื่องความเป็นความตาย เพราะมันเต็มอยู่ในตัวของเราแล้วกับทุกคน ตายด้วยกัน เกิดมาแล้วต้องตายด้วยกันเท่านั้นเอง ไม่มีปัญหาอะไร

         ประชุมยุติกันลงแล้วนะ เรื่องราวอะไรต้องฟัง ชาติไทยของเราเป็นชาติที่แน่นหนามั่นคง เป็นคนชาติไทย เพราะฉะนั้นจึงต้องฟังมีเหตุมีผล ปกครองกันด้วยความมีเหตุมีผล จะเอาอำนาจป่าๆ เถื่อนๆ มาปกครองคนไทยทั้งชาตินี้ไม่ได้ คอขาดไปด้วยกันเลย ให้ถอยไม่มีถอย หลวงตาบัวเป็นหัวหน้าเทียว ต้องเอาเหตุเอาผลมาปกครองกันถึงจะถูก จะเอาอำนาจบาตรหลวงป่าๆ เถื่อนๆ มาใส่ ขับไล่ไสส่งที่ไหนไม่ยอมไป แต่จะทำลายคนทั้งชาตินี้คอขาดทั้งหมด หลวงตาบัวไม่เสียดายคอ อย่าเอามาปกครอง แบบนี้ใช้ไม่ได้ มนุษย์เขาไม่มีใครปกครองกัน

         ต่อไปนี้จะให้พร และขออนุโมทนาสาธุการบรรดาพี่น้องชาวไทยทั้งหลายที่มาทุกภาคมาเต็มอยู่วันนี้ แน่นไปหมด พระสงฆ์ก็เป็นหลายๆ พันองค์วันนี้นะ ยังไม่ถึงหมื่นองค์ เพราะเราบอกกะทันหัน เมื่อวานนี้เท่านั้นเอง วันนี้ก็มาแล้วได้ตั้งหลายพัน สองสามพันรูปวันนี้นะ เพราะท่านมาไม่ทัน บอกเมื่อวานนี้วันนี้ก็มา ไม่ทัน ถ้าหากช้ากว่านี้สักวันสองวันแน่นหมดเลยละ อันนี้เราสั่งด่วน เพราะความรีบด่วนของเราจำเป็นที่เราจะก้าวเดินต่อไปอีก เป็นระยะๆ วันนี้เราก็ขออนุโมทนาสาธุการกับพี่น้องชาวไทยเราทั้งพระเจ้าพระสงฆ์ทั่วสังฆมณฑลผู้ทรงศีลทรงธรรม และพี่น้องทั้งหลายที่ถือพุทฺธํ ธมฺมํ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ ที่พร้อมใจกันมาด้วยความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ของเรา จึงขอขอบคุณและอนุโมทนากับท่านทั้งหลายโดยทั่วกันเทอญ (สาธุ) ทีนี้จะให้พรเป็นพิเศษนะ

         กรุณาทราบอีกทีหนึ่งว่า งานนี้เป็นงานของชาติ ของศาสนา พระมหากษัตริย์ของเรา ที่พี่น้องชาวไทยรวมทั้งพระเจ้าพระสงฆ์ทั่วประเทศเขตแดน ที่ทรงศีลทรงธรรมมารวมกันนี้ เพื่อชาติ เพื่อศาสนา พระมหากษัตริย์ และบำรุงทะนุถนอมจนหัวใจขาดดิ้นไปด้วยกัน ไม่ได้เพื่ออะไร ไม่มีความแพ้ความชนะที่ไม่เป็นศีลเป็นธรรมเข้ามาเกี่ยวปนเลย เป็นเรื่องความดีด้วยศีลด้วยธรรมทั้งนั้นละ กรุณาทราบตามนี้

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก