มวยแชมเปี้ยนสู้ไม่ได้
วันที่ 16 มีนาคม 2548 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘

มวยแชมเปี้ยนสู้ไม่ได้

 

         ผู้กำกับโทรศัพท์ถามหมอวิยะดาซิว่า แม่หมอวิยะดาผ่าตัดแล้วเป็นยังไง (ครับ) ต้องระวัง คนแก่นี่หกล้มเป็นสำคัญ เป็นอันดับหนึ่ง กระดุกกระดิกล้มๆ นะ คือกำลังต้านทานไม่มี หกล้มได้ง่าย แล้วร่างกายของคนแก่มีน้ำหนักมากเพราะกำลังต้านทานไม่มี เวลาพลาดก็ลงเต็มสัดเต็มส่วน ที่หมอวิยะดาหกล้มขาหักหรืออะไรนี่ก็แบบเดียวกัน คือมันล้มเต็มที่ ไม่มีกำลังต้านทาน พอพูดเรื่องหกล้มนี้เราระลึกได้ เวลาลงจากวัดดอยธรรมเจดีย์แล้วก็บึ่งไปวาริชภูมิ ตั้งหน้าจะไปจำพรรษาที่นั่น เขาเรียกถ้ำอะไรน้า เราเคยไปมาแล้ว พอจวนเข้าพรรษาเราก็บึ่งไปจะไปจำพรรษาที่นั่น พอดีทางหนองผือไม่มีพระเลย แล้วก็คนแถวนั้นแหละแถววาริชภูมิ ทางไปวาริชภูมิ เขาเคยเข้าออกวัดหนองผือเสมอ เขาทราบว่าเราไปพักอยู่ถ้ำนั้นเขาเลยขึ้นไปหา

เขาไปเล่าเรื่องวัดหนองผือให้ฟัง เวลานี้มีพระหลวงตาอยู่สามองค์ พระแทบไม่มีเลย มีพระหลวงตาอยู่สามองค์กับตาปะขาวคนหนึ่ง แกไปเล่าให้ฟัง แกก็เล่าไปตามธรรมดานะไม่มีเจตนาอะไรกับเรา หรือมุ่งหน้าที่จะนิมนต์เรา แกเล่าสภาพวัดหนองผือให้ฟัง ว่าสมัยพ่อแม่ครูจารย์มั่นยังมีชีวิตอยู่นี้ พระเหลืองอร่ามเต็มวัดๆ แกเข้าออกๆ อยู่เสมอ แล้วมาเมื่อวานนี้ เช่นอย่างวันนี้แกขึ้นไปหาเราที่ถ้ำ ลืมแล้วถ้ำนี้ก็ดี ไปเล่าเรื่อง สงสารพี่น้องชาวหนองผือ วัดก็มีขรัวตาอยู่นั้นสามองค์ กับตาปะขาวคนหนึ่ง มีเท่านั้น แล้วชาวบ้านก็เหมือนบ้านร้าง ยุบยอบไปหมดเลย ไปดูแล้วน่าสงสาร เขาว่างั้น

เราสะดุดใจกึ๊กเลยนะ ไม่ตอบสักคำเลย แกไปเล่าสภาพวัดหนองผือ พระเหลืองอร่ามเต็มดงสมัยพ่อแม่ครูจารย์ยังมีชีวิตอยู่ ตอนแกไปหาเราที่ถ้ำ จวนเข้าพรรษา ขึ้น ๕ ค่ำหรือ ๖ ค่ำ เดือน ๘ จะเข้าพรรษานั่นละ พอแกไปเล่าสภาพหนองผือให้ฟัง โอ้โหย สะดุดแรงนะ ไม่พูดอะไรสักคำเดียว วัดหนองผือเป็นวัดที่มีบุญมีคุณ เวลาครูบาอาจารย์ล่วงไปแล้ว พระเณรก็หนีไปหมด มีเหลือแต่พระหลวงตาเพียงสามองค์ บ้านเลยกลายเป็นบ้านร้างไปหมด แกว่างั้น เราไม่พูดไม่ถามแกสักคำเลย มันสะดุดใจอย่างแรง ระลึกถึงบุญถึงคุณพี่น้องชาวหนองผือเรา ท่านเหล่านี้มีน้ำใจจริงๆ ทำบุญให้ทาน

ในระยะนั้นหนองผือมี ๗๐ หลังคาเรือน เราไม่ลืม พระเต็มวัดๆ เขาอุตส่าห์พยายามหาอาหารบิณฑบาตมาถวายพระ เพียงพอๆ ตลอดมา ทั้งๆ ที่แต่ก่อนไม่มีเรื่องตะหลกตลาด เขาหาตามป่าตามอะไรมาถวายพระ เช้าวันหลังแหละเรา ได้ฟังอย่างวันนี้ตอนบ่าย เช้าวันหลังก็เตรียมของกับท่านเพ็ง(หลวงปู่บุญเพ็ง วัดถ้ำกลองเพล) เพราะท่านเพ็งติดตามไปจำพรรษาถ้ำนี้ด้วย ก็เตรียมไปแล้วนี่ จวนเข้าพรรษา ก็ว่าจะไปจำพรรษาถ้ำนี้แหละ พอดีทิดผานแกไปเล่าให้ฟัง ตื่นเช้ามาก็บึ่งเลย พอฉันเสร็จแล้วก็สั่งเลย เอ้า เพ็งเตรียมของ จะเตรียมของไปไหน จะไปหนองผือ เมื่อวานไม่ได้ยินหรือโยมผานแกมาเล่าให้ฟัง ท่านก็นั่งฟังอยู่ด้วยกัน เล่าเรื่องหนองผือเป็นยังไง ฟังซิสภาพ ฟังได้ไหมล่ะ ยังไงก็ต้องไปเลยแหละ เพราะรุนแรงมากคุณของชาวบ้านหนองผือ รุนแรงมากเกินกว่าจะเอาอะไรต้านทานไว้อยู่

ถ้ำพังเลยวันนั้น เราจะไปจำพรรษาที่ถ้ำ ถ้ำพังเลยนะ สู้พี่น้องทางหนองผือไม่ได้ บุญคุณมีมาก ไป เตรียมของเพ็ง จะไปไหน ก็เลยบอก ไม่ลืมนะเมื่อวานเขาเล่าให้ฟัง ผมตอบอะไรสักคำเดียว เพราะมันถึงใจเอามาก สะเทือนมาก พอฉันเสร็จแล้วก็ลง เพราะไม่มีรถรา เดิน ทีนี้ก็มาถึงจุดละที่นี่ เดินทางมา สะพายบาตร ก็ของพระกรรมฐานจะมีมากอะไร เครื่องบริขาร ๘ ก็พอดี สะพายมา พอมาถึงฝนตกแล้ว น้ำเต็มไปหมด เดินมาลื่น เราแหละมา นี่เราพูดถึงว่ามันกำลังแข็งแรง เข้าใจไหม

ลื่นปึ๋งมันจะลงทางนี้จะล้ม โดดอีก ถึงสามพัก ไม่ล้มเลยนะ ลื่นปั๊บจะล้ม พอดีโดดอีกพลิกอีกๆ ได้ถึงสามพัก   ท่านเพ็งว่า  โถ  ครูจารย์นี้แข็งแรงมาก  รวดเร็วมาก   มวยแชมเปี้ยนสู้ไม่ได้ ทำไมถึงรวดเร็วนัก ปุ๊บๆ แทนที่จะล้ม ก็ท่านเดินมาตามหลังเห็นอยู่นี่ จะล้มนี่พลิกๆ ถึงสามพัก ไปได้เลยไม่ล้ม นั่นกำลังแต่ก่อน คือมันกำลังแข็งแรง ดีดผึงๆ เลย ตอนนั้นก็อายุ ๓๐ กว่านี่นะ ๓๖ มั้ง ใช่ พรรษา ๑๖ ลงมาจากวัดดอยธรรมเจดีย์ ลงมาก็บึ่งไปจะไปพรรษาที่ถ้ำวาริชภูมิ เลยย้อนกลับมาหนองผืออีก พรรษาที่ ๑๖ ผ่านไปแล้ว ๑๗ จะไปจำหนองผือ

พูดถึงเรื่องลื่น เวลามีกำลังไม่ล้มง่ายๆ นะ ท่านเพ็งยังว่า โอ๊ย ครูจารย์ทำไมถึงแข็งแรงรวดเร็วเอานักหนา ถึงสามพลิกไม่ล้มเลย ขึ้นได้ไปได้ มวยแชมเปี้ยนสู้ไม่ได้เลย ก็เขาไม่มาสู้กับเรา เราสู้กับความลื่นต่างหาก พูดถึงเรื่องแข็งแรง เป็นอย่างนั้นเวลามันแข็งแรง สังเกตตัวเองอยู่ตลอดเวลา มีแต่ดัดตลอดนะร่างกายไม่ให้มีกำลัง เพราะฉะนั้นอดอาหารจึงเป็นประจำๆ บีบลงเรื่อยๆ จากนั้นแล้วเราก็ไม่เคยอดอาหารอีกนะ ตั้งแต่พรรษา ๑๖ จวนจะเข้าพรรษา ๑๗ หยุดการอดอาหารทั้งปวง เพื่ออะไรๆ นี้ไม่มีเลย หยุด ฉันตั้งแต่นั้นมาเรื่อย อดตั้งแต่นั้นไปถึงนั่นละ ดัดกันมากมาย ดัดจริงๆ ไม่ใช่ธรรมดา

เราพูดถึงเรื่องมีกำลัง พลิกถึงสามพลิกยังไม่ยอมล้ม ไปได้สบายเลย กำลังมันมี ทั้งๆ ที่บาตรอยู่บนบ่า กลดอะไรอยู่นี่ ไม่ล้มไม่ตกสักอันเลย ไปด้วยกันๆ ขึ้นไปได้เลย ท่านเพ็งถึงได้ชมละซี ว่าทั้งแข็งแรง ทั้งรวดเร็ว แชมเปี้ยนสู้ไม่ได้ นิสัยเรามันคล่องตัวแต่ไหนแต่ไรมา ไม่เคยอืดอาดนะ เป็นนิสัยคล่องตัว กำลังวังชาก็พร้อมด้วย ดีดผึงๆ เลย มันไม่เป็นท่าแต่ทุกวันนี้เท่านั้นละ ทุกวันนี้ไปไหนคอยแต่จะล้ม เพราะฉะนั้นจึงได้บอกว่า คนแก่นี่ล้มเป็นที่หนึ่งนะระวังให้ดี พอลื่นปั๊บนี่กำลังต้านทานไม่มี ร่างกายของคนแก่จะหนักมากที่สุด ร่างกายคนหนุ่มสู้ไม่ได้ ร่างกายคนแก่นี้หนักมากที่สุด เพราะกำลังต้านทานไม่มี ปล่อยให้ล้มโครมลงไปเลยเต็มเหนี่ยวๆ เพราะฉะนั้นถึงแขนหักขาหักบ้าง คือมันล้มเต็มที่ของมัน ไม่มีกำลังต้านทาน เป็นอย่างนั้น

(กราบเรียนครับ ผลการผ่าตัดเรียบร้อยดีครับ ตอนนี้กำลังพักฟื้นอยู่ห้องไอซียู ที่โรงพยาบาลมหาราช โคราชครับ เขากราบขอบพระคุณหลวงตามาด้วยน้องสาวหมอวิยะดา ส่วนหมอวิยะดาอยู่กรุงเทพ) เขาปลอดภัยแล้ว เดี๋ยวนี้อยู่ห้องไอซียู (ป้องกันการติดเชื้อครับ เพราะเป็นคนแก่ ตอนผ่าตัดก็เรียบร้อยดี ด้วยบารมีหลวงตา) หาเรื่อง (เขาบอกมาอย่างนั้นครับ) บอกหมอวิยะดาด้วยจะตีปากเอานะ เอะอะยื่นปากมาแล้วให้ตีปาก บารมีระแมอะไร ตั้งแต่เรายังหกล้มวะ จะมาบารมีอะไร

วันนี้ไม่พูดอะไรมากนักละ เพราะวันไหนพูดแต่เรื่องสกปรก เราเบื่อจริงๆ นะไม่ใช่ธรรมดา ไม่อยากฟังเลยเรื่องโลก มันสกปรกขนาดนั้น แล้วมันแสดงพิษออกมาตำหูตำตาตำหัวใจเรื่อย เลยไม่อยากพูดไม่อยากเอาไหน คือมันเอือมระอาขนาดนั้นแหละ มันสกปรก แล้วมันแสดงฤทธิ์ความสกปรกออกมาให้เห็นต่อหน้าต่อตา ฟังทุกวันๆ เบื่อไม่อยากฟังนะ เบื่อขนาดนั้นละความสกปรก มันถึงเบื่อขนาดนั้น ไม่อยากเล่นกับอะไรทุกวันนี้ อยู่เฉยๆ สบายดี ไม่ยุ่งกับอะไรเราสบายๆ วันนี้ไม่เทศน์อะไรมากนัก เราเหนื่อยมาก ให้พักเครื่องบ้านเถอะ วันไหนก็มีแต่เทศน์ทุกวันๆ เหนื่อยมากนะ

พวกอยู่ข้างในก็ให้ภาวนาให้ดี ข้างนอกท่านตั้งใจภาวนาดีนะพระ เราไม่ให้บกพร่องนะพระเรา ด้อมไปดูกลางค่ำกลางคืน พระไม่รู้นะว่าเราไป ไม่รู้ ถ้าแข็งแรงเป็นอย่างนั้นละ สอดส่องดูพระ องค์ไหนไม่เป็นท่าไล่หนีเลย เราไปดูเองไม่ต้องหาพยานหลักฐานที่ไหน ไปดูเห็นไม่เป็นท่าไล่หนีเลย ทุกวันนี้ก็ยังด้อมอยู่นะ กลางคืนด้อมนั่นด้อมนี่ ไปเงียบๆ ไปที่นั่นไปที่นี่ ไม่มีใครทราบได้ง่ายๆ แหละ ไปดูพระดูเณรเป็นยังไง อยู่สภาพไหน อยู่ด้วยความพากความเพียร หรืออยู่ด้วยคุยกันยังไงๆ ถ้าคุยกันเราจะไปจ่อยืนแอบฝาฟัง ฟังถ้อยคำเรื่องราวพูดเรื่องอะไร จับเอามาพร้อมนะนั่น พอไม่เป็นท่าไล่หนีเลย เป็นอย่างนั้นนะ จึงต้องระวัง เดี๋ยวนี้ไม่เป็นท่าแหละ แต่ก็ยังเป็นอยู่ ลวดลายมันยังมี เกี่ยวกับดูพระดูเณร ลวดลายยังมี กลางค่ำกลางคืนเงียบๆ ด้อมๆ ไปไม่เปิดไฟ เอาละให้พร พักเครื่องสักหน่อย

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก