โลกเวลานี้เหือดแห้งธรรม
วันที่ 23 มีนาคม 2548 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘

โลกเวลานี้เหือดแห้งธรรม

 

ก่อนจังหัน

เวลานี้ต้นไม้ใบหญ้ากำลังรอฟ้ารอฝน แม้แต่สัตว์อยู่ในน้ำยังต้องรอน้ำรอฟ้ารอฝนไม่มีฟ้ามีฝนตกมาโปรดโปรยบ้างแล้วสัตว์นี้ตายพินาศ มนุษย์เราก็เหมือนกันมีตั้งแต่กิเลสตัณหา มีแต่ฟืนแต่ไฟเผาไหม้ตลอดเวลาไม่มีน้ำมาดับไฟนี้ฉิบหายป่นปี้นะ มีกี่ล้านๆ ก็ตามมนุษย์ไม่มีความหมาย ถ้าไม่มีอะไรเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงแล้วตายได้ทั้งนั้น ฉิบหายได้ทั้งนั้น ให้พากันพิจารณา จิตใจของทุกคนนี่เหมือนต้นไม้ใบหญ้าที่รอฟ้ารอฝน ตกมาโปรยเข้ามาแล้วก็ชุ่มเย็นๆ อันนี้จิตใจรออรรถรอธรรมเท่านั้นเอง อย่างอื่นไม่ใช่อาหารของใจ

สิ่งทั้งหลายเต็มบ้านเต็มเมืองเป็นเรื่องอาหารของกิเลสทั้งนั้น ถ้าผู้เป็นบ้ากับกิเลสแล้วได้เท่าไรไม่พอๆ ตายด้วยความไม่พอ กิเลสพาสัตว์โลกตายด้วยความไม่พอ แม้เศรษฐีก็ไม่พอในหัวใจ ให้พากันจำ ถ้าเป็นธรรมซึมซาบเข้าสู่หัวใจเท่านั้น มีมากมีน้อยจะอบอุ่นเรื่อยๆ พอดิบพอดีๆ ไปเรื่อยๆ นี้คือธรรม โลกมองไม่เห็นเวลานี้ เราแน่ใจด้วยว่าโลกไม่มอง ถ้ามองแล้ว ธรรมพระพุทธเจ้ามีมาสักกี่พันปี ควรจะได้พอ ได้รับผลประโยชน์บ้าง นี่ไม่ค่อยได้ๆ ไปที่ไหนเห็นแต่เร่ๆ ร่อนๆ ไขว่โน้นคว้านี้ ไขว่คว้าที่ไหนก็ไม่มีอะไรเป็นสาระ มันก็พาให้พังๆ ให้พากันตั้งอกตั้งใจปฏิบัติธรรมนะ

พระอยู่ในวัดและคนที่มาอบรมศีลธรรมภายในวัดก็เหมือนกัน ให้สมที่ว่าเข้ามาอบรมศีลธรรม อย่ามาส่งเสริมกิเลสตัณหา เอาฟืนเอาไฟเผาไหม้กัน ใช้ไม่ได้เลย โลกเวลานี้เหือดแห้งธรรมมากทีเดียว ไม่มีอะไรจะเหือดแห้งธรรมมากยิ่งกว่าโลกมนุษย์เราเวลานี้ แต่สิ่งที่พาให้มนุษย์ดีดดิ้นคือกิเลสตัณหามีอยู่ภายในใจ อันนี้ปริ่มตลอดเวลา คอยจะล้นฝั่งๆ ไปเรื่อยๆ ล้นฝั่งแล้วก็มาท่วมหัวใจมนุษย์นั้นแหละ โลกเหือดแห้งธรรมนะ  จึงหาความสงบร่มเย็นแก่จิตใจของสัตว์โลกไม่ได้

โลกนี้หมายถึงมนุษย์เป็นสำคัญ ที่พอรู้บาปบุญคุณโทษบ้าง โลกเหล่านั้นเขาก็เป็นประเภทหนึ่ง ทนไม่ไหวเขาก็ตาย มนุษย์เราพอคิดพออ่านปลีกตัวออกได้ เล็ดลอดไปได้ก็มี ศีลธรรมพาให้เราเล็ดลอดนะ พอบรรเทาทุกข์คือศีลคือธรรม ถ้าไม่มีแล้วจมไปด้วยกันกับสัตว์นะ ไม่มีความหมายอะไร ให้พากันตั้งอกตั้งใจ

พระที่มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เริ่มแรก มาเรียกว่าทั่วประเทศไทย นี่ท่านก็มาหาอรรถหาธรรม ธรรมเป็นเครื่องกระจายไปหมด ชุ่มเย็นไปหมด ไม่เอนไม่เอียง ไม่เห็นแก่เขาแก่เราแก่พรรคแก่พวกแก่ภาค นั้นเป็นเรื่องของกิเลสแบ่งสันปันส่วนออกไปเพื่อทำลายกัน สำหรับธรรมประสานได้หมดทีเดียว ธรรมของพระพุทธเจ้าครอบโลกธาตุ ประสานหรือไม่ประสานพิจารณาซิ อย่างพระที่มาอยู่ที่นี่ เอ้า เอาตัวอย่างนี้เลย พระในวัดป่าบ้านตาดนี้มีทั่วประเทศนะ ประเทศนอกก็มีเยอะ ประเทศไหนๆ มนุษย์ด้วยกันคนเหมือนกัน สพฺเพ สตฺตา อันว่าสัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น และต่างคนต่างเสาะแสวงหาที่พึ่ง เห็นว่าที่ใดพอเป็นที่ร่มเย็นก็เสาะแสวงหา

เช่นอย่างวัดป่าบ้านตาดนี้เรียกว่าทั่วโลกเลยพระเข้ามาอยู่นี่ สำหรับเมืองไทยเราเรียกว่าทั่วประเทศไทย เราอยากจะว่าทุกจังหวัดนั่นละ อยากจะพูดว่า มันอาจจะไม่ทุกจังหวัดก็ได้ เพราะเราไม่ได้ไปเที่ยวหานับดู พระองค์นี้อยู่จังหวัดไหนๆ แล้วลงทะเบียนบัญชีเอาไว้ เราไม่ได้นับ แต่วัดนี้เปิดไปด้วยความเป็นศีลเป็นธรรมล้วนๆ ไม่ว่าพรรคว่าพวกว่าภาคว่าคนนั้นคนนี้ เห็นแก่เขาแก่เขา นั้นเป็นเรื่องของกิเลส เรื่องของธรรมไม่มีแบ่ง เสมอกันไปหมด เพราะฉะนั้นจึงเข้าได้หมด

ใครที่ตั้งอกตั้งใจมาประพฤติปฏิบัติในวัดนี้จึงเรียกว่าทั่วประเทศไทย เราเปิดโล่งไว้หมดเพื่อผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ นี่เรียกว่าธรรม ไม่มีเขามีเรา มีพรรคนั้นพวกนี้ บ้านนั้นเมืองนี้ อย่างนี้ไม่มี ทราบกันตามขนบประเพณีของมนุษย์เราที่ชื่อนั้นชื่อนี้ จังหวัดนั้น อำเภอนี้ เรียกชื่อไปเฉยๆ แต่การปฏิบัติเป็นคนๆ เพื่อดีเพื่อชอบต่อชาติบ้านเมืองของตนเหมือนกันหมด ในวัดนี้ก็เหมือนกันปฏิบัติ ไม่มีชาติชั้นวรรณะเข้ามาเกี่ยวข้อง มีแต่ธรรมล้วนๆ สอนทั่วไปหมด

เพราะฉะนั้นผู้ที่มาปฏิบัติขอให้ตั้งอกตั้งใจประพฤติปฏิบัติให้ดี อยู่ที่ไหนถ้าปฏิบัติดีแล้วเย็นๆ ธรรมเท่านั้นพาให้โลกเย็น นอกนั้นมองหาไม่เห็น พระพุทธเจ้าไม่มีใครเกิน โลกวิทู รู้แจ้งโลก โลกนอกโลกในตลอดทั่วถึง โลกเมืองผีเมืองคน แดนสวรรค์ พรหมโลก นิพพาน พระองค์ทรงมองดูรู้ตลอดทั่วถึง จึงเรียกว่า โลกวิทู รู้แจ้งโลก แล้วนำธรรมทั้งหลายมาสอนโลก ที่มาสอนโลกก็เพราะว่าเห็นแก่ธรรมเท่านั้น ที่จะพอให้โลกมีความสงบร่มเย็นและหลุดพ้นจากทุกข์ไปได้ นอกนั้นท่านไม่ได้สอน มีแต่ภัยๆ เสียมากต่อมาก สอนให้ปัดออกๆ ความชั่วช้าลามก

ความโลภอย่าโลภเกินไปมันตายได้มนุษย์เรา ความโกรธเคียดแค้นให้เขา ความเคียดแค้นออกจากหัวอกตนเอง เผาตัวเองเสียก่อนแล้วไปเผาคนอื่น ราคะตัณหาก็เหมือนกันไม่มีเมืองพอ เหล่านี้เป็นไฟเผาโลก ให้พากันระงับดับมัน สิ่งที่ดับไม่ได้ก็ให้อยู่ในความพอดิบพอดี ครอบครัวเหย้าเรือนให้มีความจงรักภักดี ซื่อสัตย์สุจริตต่อกันระหว่างสามีภรรยา ในเมื่อละมันไม่ได้ก็ให้ต่างคนต่างรักษาไฟกองนี้ให้ดี ให้มีความซื่อสัตย์สุจริตต่อกัน ด้วยการรักษาไฟอันนี้ไว้ ละมันไม่ได้ก็ให้รักษาแบบนี้ อย่าไปลามปามๆ เป็นบ้าไฟไหม้โลกไปหมดใช้ไม่ได้นะ เอาละเทศน์เพียงเท่านี้ก่อน ให้พร

หลังจังหัน

มาจากไหนกันบ้างล่ะ (หาดใหญ่ สงขลา ค่ะ) หาดใหญ่นี่หลวงตาเคยไปพักแล้วที่วัดควนจง อยู่ไหล่เขา ไปพักอยู่ที่นั่นสบายดี สงัดเงียบ อยู่ตีนเขา ส่วนมากพระท่านชอบอยู่ตีนเขาไม่ค่อยชอบขึ้นหลังเขา ก็ดีอยู่ สงบสงัดเงียบ ไปบิณฑบาตตามสวนเขา (วัดนี้อยู่อำเภอนาหม่องค่ะหลวงตา) วาสนามีแค่นั้นกุดด้วนเลย ไม่ได้ไปอีก ไปสงขลา หาดใหญ่นี้ดูว่าตั้งแต่ปี ๒๕๒๗ มัน ๒๐ ปีแล้วมัง ลูกศิษย์ทางหาดใหญ่เขาก็มาเยี่ยมอยู่นี้ เขามาต่อว่าว่าเราไปแล้วไม่ไปอีกเลย นี่เขาพึ่งกลับไป เขาอยู่ตลาดหาดใหญ่ เขามาต่อว่าว่าเราไม่ไปหาดใหญ่อีก

เราก็เลยต่อว่าเขาบ้างซิ อันนี้มาเพียงคนเดียว เราไปหาดใหญ่รถคันหนึ่งเต็มเอี๊ยด นี่มาคนเดียว (พวกเรามา ๔๐ คนค่ะหลวงตา) นี่เราพูดให้ลูกศิษย์หาดใหญ่ เขามาคนเดียว ขึ้นเครื่องบินแล้วลงดอนเมือง ขึ้นจากดอนเมืองมาลงอุดรนี้ มาเขาก็ตรงมาต่อว่าเรา ว่าเราไม่ไปหาดใหญ่อีก เขาพึ่งกลับไป มาพักอยู่นี่นาน มาพักภาวนาอยู่ที่นี่ เขาเป็นลูกศิษย์กรรมฐาน เดิมจริงๆ เป็นลูกศิษย์อาจารย์เม้า แต่อาจารย์เม้าเสียไปนานแล้วแหละ เขาเป็นลูกศิษย์ท่านเรื่อยมา

มหาจิตอยู่ที่วัดควนจงนั้นคุ้นกันมานานแล้วแหละ มหาจิตอ้วนๆ อยู่วัดสถานีควนจง ท่านเป็นสมภารอยู่นั่น ได้ถามถึงท่านอยู่ ท่านก็พอเป็นพอไป อ้วน ดูว่าท่านมาอยู่ทางชุมพรหรือว่าไง (ตั้งใจมากราบหลวงตา แล้วขอพรหลวงตาด้วย) จะเอาพรอะไรบ้างล่ะ (ให้สุขภาพแข็งแรง อันดับต่อไปก็ขอให้มีลาภมีความสุขค่ะ) สุขภาพไม่แข็งแรงมันขาดอะไร เราจะเตรียมหาเครื่องซ่อมสุขภาพให้ มันก็เป็นธรรมดาละเรื่องสุขภาพ หลวงตาก็เป็นอย่างนั้น เขามาขอพรให้สุขภาพแข็งแรงจากหลวงตา หลวงตาเวลาจะไปก็ล้มลุกคลุกคลาน ก็ไม่ทราบจะเอาสุขภาพอะไรไปให้เขามันลำบากเหมือนกันนะ

ดีแล้วได้มาชมวัดชมวา วัดนี้เป็นวัดป่า นี่บริเวณรับแขกที่เห็นป่า และออกไปข้างนอกนู้น ข้างในนี้ตั้งร้อยกว่าไร่สำหรับพระ พระมาก แต่เรารับได้เพียง ๕๐ องค์ มีกำหนดตายตัวไว้ ๕๐ องค์ คือถ้าอยู่ใน ๕๐ องค์นี้สถานที่อยู่พอดีๆ ตรงนั้นๆ ห่างๆ กันเงียบๆ อยู่ข้างใน บริเวณนี้กับนู้น(ข้างนอก) สำหรับสาธารณะทั่วๆ ไป ใครมาก็ให้อยู่แค่นี้ไม่ให้เข้าไปข้างใน เขียนไว้ห้ามเข้าๆ คือสถานที่บำเพ็ญของพระ

พระอย่างที่พูดเมื่อสักครู่นี้ พระนี่ทั่วประเทศไทยมาอยู่นี้ทั้งนั้น ภาคใต้เราเคยขาดพระเมื่อไร เวลานี้ก็ยังอยู่นี้หลายองค์ พระทางภาคใต้เราอยู่ที่นี่ไม่เคยขาดนะ ไม่ว่าภาคไหนทั่วประเทศไทยวัดนี้รับทั้งนั้นๆ ไปเลย ตลอดถึงประเทศนอก ฝรั่งมังค่าที่ไหนก็มาเต็มอยู่นี้ แต่เรากำหนดรับไว้ที่อยู่จริงๆ ก็ประมาณ ๕๐ องค์ กะพอดีกับสถานที่ให้เหมาะสม ด้วยเหตุนี้เราจึงกั้นเอาไว้ไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งท่าน สถานที่บำเพ็ญของท่าน

เรามาเห็นอย่างนี้ก็หรูหราฟู่ฟ่าดูเอา ศาลาหลวงตาบัวสองชั้นสามชั้น แต่เวลาเข้าไปดูกุฏิของพระ มองดีไม่ดีเซ่อๆ ซ่าๆ เหยียบกุฏิพระไปเลย เพราะกระต๊อบเท่ากำปั้นๆ อยู่ข้างใน กั้นด้วยผ้าจีวรขาดกั้นเป็นฝา ข้างบนตั้งแต่ก่อนมุงหญ้า เวลาไฟลามปามมาหน้าแล้งมันพัดเข้ามามาไหม้กุฏิพระ เลยเปลี่ยนใหม่ให้ทันสมัยสักหน่อย ฟาดเอาสังกะสีขาดๆ มามุง เอากระเบื้องแตกๆ เสียๆ มามุงอยู่ตามนั้น ถ้าหากไปดูตามตลาดลาดเลแล้วดูวัดป่าบ้านตาดนี้ดูไม่ได้นะ พูดจริงๆ สถานที่นี้

คิดดูอย่างศิริราชเขามาทอดกฐิน เขาเตรียมท่าคาดไว้หมด ว่าวัดไหนจะไม่มีหรูหรายิ่งกว่าวัดป่าบ้านตาด เขาคาดเอาไว้เรียบร้อยสูงๆ เวลาเขาจะไปเหยียบกุฏิพระเขาไม่เห็น เขาคาดเอาไว้เลยดูแต่นู้นไม่ได้ดูตรงนี้ซิ กระต๊อบพระเป็นร้านเล็กๆ อยู่ข้างในทั้งนั้น มีกุฏิไว้โก้ๆ สักหน่อย เพราะเมืองไทยเรามันชอบโก้ เราเกิดในเมืองไทยเราก็เอาโก้ๆ บ้างซิ ดูซิกุฏิหรูหราฟู่ฟ่าแถวๆ นี้ เข้าไปข้างในเซ่อๆ ซ่าๆ นี้เหยียบเอาเลย เหยียบกุฏิพระ กระต๊อบกระแต๊บอย่างนั้นละท่านอยู่ แต่ธรรมท่านสง่าอยู่ในนั้นนะ ท่านเอาความสง่างามจากหัวใจ ไม่เอาความสง่างามจากภายนอกจนเกินไป

ลำพังศาสนานี้ท่านถือเป็นภัยต่อกัน ความสง่างามจากภายนอกมันออกจากความดีดดิ้นของใจ จิตใจดีดดิ้น อันนั้นก็ดีอันนี้ก็ดีไขว่คว้าตลอดเวลา เลยจะตายทิ้งเปล่าๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไร หาสาระคือธรรมในใจไม่มี หาแต่ภายนอกไม่หาภายใน เสียตรงนี้ละ เพราะฉะนั้นวัดนี้จึงทำตามแบบฉบับพุทธกาลเลยเทียว เราพูดจริงๆ ตำราเราอ่านมาเรียบร้อยแล้ว ครูบาอาจารย์พาอยู่มาอย่างนี้ อย่างที่ว่านี่ กระต๊อบกระแต๊บ อย่างหลวงปู่มั่นชื่อเสียงกระเทือนทั่วโลก ดูซิท่านอยู่ อยู่กระต๊อบทั้งนั้นละ ท่านอยู่อย่างนั้นท่านไม่ให้สร้าง สร้างอะไรท่านว่า เขาจะมาทำ ท่านว่าทำหาอะไร กุฏินี่ก็มีอยู่แล้ว โอ๊ย มันเล็กเกินไป อยู่ในท้องแม่เล็กกว่านี้ นั่นเห็นไหมท่านแก้ ค้านท่านได้ไหมล่ะ อยู่ในท้องแม่เก้าเดือนสิบเดือนยังอยู่ได้ นี้นอนก็ได้นั่งก็ได้ อะไรได้หมด เดินก็ได้ ทำไมจะว่าแคบ

เพราะฉะนั้นจึงบอกตรงๆ เลยสำหรับที่อยู่ของพระในวัดนี้ ถ้าดูแบบตลาดลาดเลที่โลกๆ เขาอยู่กัน เขาอยู่ไม่ได้เขาดูไม่ได้ แต่พระท่านสบาย ท่านไปเห็นที่หรูๆ หราๆ ฟู่ๆ ฟ่าๆ ดีไม่ดีท่านจะขี้ใส่ด้วยท่านถึงมา ถ้าท่านปวดที่ไหนท่านก็จะต้องถามหาส้วมอยู่ไหน ไม่มีส้วมท่านก็ขี้ใส่ตลาดลาดเลแล้วออกมาเลย ขี้เวลาปวดมากๆ มันทนได้เมื่อไรใช่ไหม มันเรี่ยราดออกเลย หาถานไม่ได้ก็ราดออกเลยไปเลย เป็นอย่างนั้นละ ธรรมท่านสง่านี่อยู่ภายในกระต๊อบ ผ้าขี้ริ้วห่อทองคำอยู่ในนั้นๆ เป็นอย่างนั้นนะ

พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เลิศทางภายในจิตใจ ถ้าเลิศภายในจิตใจนี่แล้วจ้าไปหมดเลย สว่างไสว ไม่มีอะไรรบกวนใจ แสนสุขสบาย อยู่ที่ใจกับธรรมอยู่ด้วยกัน ถ้ากิเลสอยู่นี้เป็นไฟไปเลย ใครจะตกแต่งหรูหราฟู่ฟ่าอะไร ผู้ที่เข้าครองนั้นคือไฟทั้งกอง เข้าไปอยู่ในตึกรามบ้านช่อง สูงขนาดไหนก็ตามถ้าใจไม่มีธรรมเป็นไฟทั้งนั้น ถ้าใจมีธรรม กระต๊อบแค่นี้อยู่ได้สบาย อยู่ที่หัวใจนะ ความทุกข์อยู่ที่หัวใจ ความสุขอยู่ที่หัวใจ ถ้ามีทุกข์แล้วโลกนี้กว้างแสนกว้างมันก็แคบอยู่ที่หัวใจ ตีบตันอยู่นี้ ทีนี้เวลาใจเบิกกว้างหมดแล้ว โลกจะแคบขนาดไหน ใจเบิกกว้างออกหมด เวิ้งว้าง อยู่สบายทั้งนั้น

ท่านจึงอยู่ไหนสบายหมด ภายนอกอาศัยเพียงร่างกาย ร่างกายของเขากับของเราก็เหมือนกัน อยู่ไหนอยู่ได้ ให้เป็นสภาพพอๆ กัน หาหรูหราฟู่ฟ่าเอามาให้มันอะไรร่างกาย ของสกปรกป่าช้าผีดิบอยู่กับร่างกายเรา เราจะหาอะไรมาตกแต่งมันอะไรนักหนา มันเกินเหตุเกินผล นี่เรื่องกิเลส จึงทำให้คนมีความทุกข์ความเดือดร้อนไปหมด ถ้าธรรมแล้วพอดีๆ อยู่ง่ายกินง่ายนอนง่าย ไปง่ายมาง่าย ใช้ง่ายๆ ไม่หรูหราฟู่ฟ่า ก็ไม่สร้างความวุ่นวายให้เรามากไป อันนี้มีแต่สร้างความวุ่นวาย แล้วผลแห่งการสร้างความวุ่นวายคืออะไร ก็คือกองทุกข์ ไม่มีความสุข ท่านไม่วุ่นท่านไม่ทุกข์นะนั่น

ท่านฟัดกับกิเลสตัวพาให้วุ่นวายแหลกลงไปๆ กิเลสขาดออกไปแล้วไม่มีอะไรวุ่นหัวใจท่าน ท่านอยู่ไหนอยู่ได้หมด ต้นไม้ภูเขาร่มไม้ชายคาอยู่ได้ทั้งนั้นท่าน ถ้ามีธรรมในใจสบายทั้งนั้นมนุษย์เรา อันนี้มีแต่กิเลสในใจซิ อยู่ที่ไหนก็ไม่สบายๆ สุดท้ายก็ตายด้วยความไม่สบาย ไม่ดี ให้พากันจำเอานะ ที่สอนมาวันนี้สอนให้มีธรรมในใจ กลับไปบ้านจากนี้ไปให้มีพุทโธติดหัวใจไปด้วยนะ มาก็มีพุทโธ ไปก็มีพุทโธ

อยู่ที่ไหนไม่มีพุทโธ มีแต่กิเลสความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมดีดดิ้นเต็มบ้านเต็มเมืองเต็มหัวใจคน หาความสุขไม่ได้ ไปที่ไหนเกาะไหนเกาะความสุขมีไหม ไม่มี นั่น ถ้าไปหาทางโลกหาที่ใดก็ไม่มี หาสามโลกธาตุก็ไม่มีความสุขนะ ถ้าหาธรรมภายในจิตใจแล้ว อบรมศีลธรรมเข้าสู่ใจ อยู่ที่ไหนสบายหมด นั่น มันต่างกันนะ พากันจำเอา พูดเพียงเท่านั้นละวันนี้พอสมควรแล้ว เอาละนะ ต่อไปนี้จะให้ศีลให้พร

ธรรมเราเวลานี้ออกทั่วโลก นี่ออกทางวิทยุแล้วนะนี่ ออกวิทยุทั่วไปหมดตอนเช้านี้ จากนั้นก็ทั่วโลกเลย มรสุมก็มาก น้ำดับไฟมีน้อยไม่พอกัน ธรรมที่เทศน์ออกนี้เป็นน้ำดับไฟ คลื่นทะเลสู้ไม่ได้ น้ำมีน้อยไม่พอกัน มีอะไรอีกไหม

ผู้กำกับ        จากนสพ.พิมพ์ไทย คอลัมน์วิจารณธรรม วันอังคาร

ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทฯแล้ว !

 

            ขอเรียนให้ปวงชนชาวไทยผู้ร่วมกันลงชื่อกว่า 1 ล้าน 7 แสนรายชื่อ เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และคนในชาติทั้งหลายที่มิได้ลงนามดังกล่าวได้ทราบโดยทั่วกันว่า การถวายฎีกาของพระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัว  ญาณสัมปันโน เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2548 ที่ผ่านมานั้น

ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทฯแล้ว !!

ดังมีหนังสือจากสำนักราชเลขาธิการที่นมัสการถึงหลวงตาพระมหาบัว ดังนี้

ที่ รล.๐๐๐๙.๔/๔๒๓๗          สำนักราชเลขาธิการ  พระบรมมหาราชวัง กทม. ๑๐๒๐๐

๑๔ มีนาคม ๒๕๔๘

เรื่อง การถวายฎีกา

นมัสการ พระธรรมวิสุทธิมงคล

อ้างถึง ลิขิตของพระคุณท่าน ลงวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๔๘

ตามที่พระคุณท่านมีลิขิตถวายฎีกา ขอให้ถอดสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ออกจากสมณศักดิ์ และไม่โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายวิษณุ เครืองาม ให้ดำรงตำแหน่งในการบริหารราชการแผ่นดิน ความแจ้งอยู่แล้วนั้น

สำนักราชเลขาธิการได้เสนอเรื่องกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และแจ้งสำนักงานพระพุทธศาสนาไปพิจารณาดำเนินการแล้ว  ทั้งนี้ ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทฯแล้ว

จึงนมัสการมาเพื่อโปรดทราบ

ขอนมัสการด้วยความเคารพ

(นายอินทร์จันทร์ บุราพันธ์)

เลขาธิการคณะองคมนตรี ปฏิบัติราชการราชแทนราชเลขาธิการ

ครับ.... ความทั้งหมดทั้งสิ้นที่สังคมตั้งข้อวิพากษ์กันมานาน “พระพ่อหลวงแห่งแผ่นดิน” ทรงพระกรุณาทราบด้วยพระเนตรพระกรรณทั้งสิ้นทั้งปวงแล้ว ดังนั้นมัน..ไอ้-อีคนใดที่พยายามบิดเบือนให้ความจริงกลายเป็นความเท็จ เพื่อหวังให้สังคมเกิดความสับสนแตกแยกควรพึงระวังสังวรให้จงหนัก

นับต่อจากนี้ไป สังคมควรติดตามตรวจสอบการพิจารณาดำเนินการของนายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธฯ ว่าจักได้สนองพระราชประสงค์ประการใดหรือไม่

ทั้งนี้ ณ. หนูแก้ว ต้องกล่าวคำขอบคุณสำนักงานพระพุทธฯ ที่ออกแถลงการณ์มาตอบโต้ กับ ณ. หนูแก้ว ที่เขียนบทความกล่าวหาว่ามติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 20/2547 “เป็นมติจอมปลอม” มีผลต้องโมฆะ

ที่ต้องกล่าวคำขอบคุณก็เพราะเห็นว่า สำนักงานพระพุทธฯยุคปัจจุบันได้เปิดรับการตรวจสอบจากสื่อมวลชนมากขึ้น ซึ่งผิดแผกไปจากกระทรวงวัฒนธรรมซึ่งแทบจะเรียกได้ว่า “ปานฟ้ากับดิน” หรือมือกับ....อะไรปานนั้น เพราะ ณ. หนูแก้ว ได้เคยตั้งข้อสงสัยกรณีกรมศิลปากรสั่งห้ามวัดราชโอรสาราม เขตจอมทอง ไม่ให้สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมบนพื้นที่ของวัด ทั้งๆ ที่พื้นที่ตรงนั้นเคยเป็นที่ตั้งชุมชนแออัดมาก่อน แม้คำชี้แจงสักน้อยนิดก็ไม่เคยมีตอบกลับมา

หรือว่าทำกันเป็นทีม ??

ส่วนกรณีการออกแถลงการณ์ของสำนักงานพระพุทธฯ ขอท่านผู้ชมได้โปรดติดตามอย่ากะพริบตา นับแต่นี้ไป ณ. หนูแก้ว จะนำความจริงออกมาแฉให้ทุกท่านได้วินิจฉัย ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้พระคุณเจ้ากรรมการมส.ที่ชาวพุทธทั้งหลายให้ความเคารพสักการะ ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจการบงการของฆราวาสขี้ฉ้อ

การเขียนมติมส.เอาไว้แล้วล่วงหน้า แล้วใช้กรรมการมส.เป็นตรายางประทับรับรองนั้นถือได้ว่า เป็นการแทรกแซงกิจของสงฆ์อาจก่อให้เกิดอันตรายอย่างมหันต์ !!

 

                                                                        ณ. หนูแก้ว

หลวงตา       เขาว่าไปนั้นถูกต้องแล้วเราไม่มีที่ค้าน ก็มีเท่านั้น ส่วนอะไรๆ เราเสนอไปก็ถูกต้องแล้ว การเสนอไปแล้วนั้น เป็นความเห็นของคนทั้งแผ่นดินไทยเรา ซึ่งเป็นผู้รักษาชาติไทยมานาน เดี๋ยวนี้ข้าศึกศัตรูมันจะมาทำลายชาติไทยของเรา ซึ่งมีสมบัติอันล้นค่าเต็มอยู่ในประเทศไทยนี้ จึงทนอยู่ไม่ได้สำหรับประชาชนทั่วประเทศไทย จึงได้เสนอความรู้ความเห็น ความคิดความอ่านทุกสิ่งทุกอย่าง มายังเราเป็นหัวหน้า เราก็ได้นำออกเสนอแล้วด้วยความชอบธรรม เห็นว่าความเห็นเหล่านี้เป็นความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว เราจึงได้นำเสนอ การนำเสนอของเรา เราก็เสนอด้วยความเห็นของประชาชนทั้งหลายที่แน่ใจของเราแล้วว่าถูกต้องเรียบร้อยแล้วจึงเสนอไป นี่ก็เข้าถึงพระเนตรพระกรรณทุกอย่างแล้ว ก็หมดปัญหาแล้วแต่ท่านจะพิจารณายังไง ก็มีเท่านั้นแหละ

สำหรับอะไรที่เรานำหน้าแล้ว เราแน่ใจทุกอย่าง เราจะไม่มีมีเลศมีนัย มีเล่เหลี่ยมร้อยสันพันคมออกมา อย่างที่โลกจอมปลอมแสดงอยู่ทุกวันนี้เลย เราจะมีแต่เรื่องอรรถเรื่องธรรมล้วนๆ ออกแสดง ผู้ฟังทั้งหลายให้ฟังตามนี้ เราไม่มีแง่งอน เป็นธรรมล้วนๆ เลยออกแสดง เหล่านี้ก็เป็นเรื่องของธรรมออกแสดง เพื่อชาติไทย ศาสนา พระมหากษัตริย์ของเรานั้นแหละ เอาละพอ

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก