วันตัดสินภพชาติ
วันที่ 15 พฤษภาคม 2548 เวลา 8:15 น. ความยาว 46.23 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่  ๑๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘

วันตัดสินภพชาติ

 

ก่อนจังหัน

พระเท่าไร (๒๘ ครับผม) นู่นน่ะตั้ง ๒๘ อยู่ในระหว่าง ๒๘ กับ ๓๐ กว่า อยู่ข้างในเต็ม รวมแล้วก็ ๕๐ วัดนี้เราไม่ให้เลย ๕๐ บังคับเอาไว้ เพราะที่อยู่ที่พักภาวนาต้องเหมาะๆ พอดีๆ ข้างใน ออกมาข้างนอกส่วนน้อย ข้างในท่านไม่ออกมา

ประเพณีของชาวพุทธเราวันพระ วันโกน เข้าวัดเข้าวาฟังธรรมจำศีล อบรมศีลธรรมเข้าสู่ใจ นี่เป็นประเพณีของชาวพุทธแต่ดั้งเดิมมาตลอดจนทุกวันนี้ ถือเอาวัน ๗ ค่ำ ๘ ค่ำ ๑๔-๑๕ ค่ำ เป็นวันอบรมจิตใจ เป็นวันที่นำอาหารอันเลิศเลอเข้าสู่ใจคือธรรม นอกนั้นเป็นวันวุ่นวายกับโลกกับสงสาร โลกสงสารพูดกลางๆ ส่วนใหญ่มีแต่เรื่องทะเยอทะยาน เรื่องดีดเรื่องดิ้นนั่นแหละ เป็นเรื่องของกิเลสมันออก ฉุดลากไปตลอดเวลา ควรศีลธรรมให้มีในหัวใจของเรา ถ้าอยากมีจุดที่หวัง มีฝั่งเป็นที่เกาะยึดแล้วให้ยึดศีลธรรมให้ดี ศีลธรรมนั้นแล ถ้าว่าเกาะก็เกาะอย่างดี ฝั่งก็ฝั่งอย่างดี เป็นที่ยึดที่เกาะ ถ้าเรือก็เรือแคล้วคลาดปลอดภัย นำพ้นจากมหาสมุทรทะเลหลวงไป นี่เครื่องอาศัยของเรา

ใจจะไม่อาศัยอะไรนะ สิ่งของเงินทองมากมายก่ายกองนี้เป็นเรื่องของร่างกาย ความเป็นอยู่แห่งธาตุขันธ์ของเรา เมื่อแยกจากนั้นออกมาทำบุญให้ทานเสียสละ นี้กลายเป็นเรื่องธรรมขึ้นมาแล้ว นี้เป็นสมบัติเข้าสู่ใจ ส่วนวัตถุต่างๆ นั้นเป็นสมบัติส่วนร่างกายอาศัยกันไปเท่านั้น ส่วนสมบัติของใจไม่ค่อยมีนะ เพราะฉะนั้นจึงให้พากันหาสมบัติของใจในวันพระ วัน ๑๔-๑๕ ค่ำ วัน ๗ ค่ำ ๘ ค่ำ หรือเสาร์ อาทิตย์ ว่างวันไหนเป็นทำ นี่เปิดช่องว่างไว้สำหรับผู้ทำประโยชน์เท่านั้นเอง ถ้าจิตไม่สนใจในเรื่องคุณงามความดี มันไม่ว่างแหละการที่จะไปสร้างความดี แต่ลงนรกนั้นไหลกันลงๆ ขนโค ฟังซิ

พระอานนท์ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า คนที่จะไปสวรรค์กับคนที่จะลงนรกนั้น ทางไหนมากกว่ากัน พระองค์รับสั่งทันทีว่า คนที่จะลงนรกนี้เท่ากับขนโค คนที่จะไปสวรรค์นิพพานนี้เท่ากับเขาโค ในโคตัวหนึ่งเป็นยังไง มีเขาสองเขา ขนมันเต็มตัว อันนี้จิตดวงนี้มีแต่ขนโคเต็มอยู่ในนั้น ขนนี้จะไปนั้นๆ ขนนี้จะเข้ากินเหล้าเมาสุรา ขนนั้นจะสูบฝิ่นกินกัญชา ขนนี้จะไปทะเยอทะยานหารายได้ไม่รู้จักพอ ขนนี้ไม่มีป่าช้า จะอยู่ค้ำฟ้า ขนนั้นๆ ขนนี้จะไปสวรรค์นิพพานไม่มีนะ มีแต่เขา เขานี้จะไปสวรรค์นิพพาน มีเพียงสองเขา พากันพิจารณาให้ดี พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาองค์เอก เรามาฟังเล่นๆ ได้เหรอ ถ้าฟังเล่นๆ เราก็หมดคุณค่าด้วยกันทั้งนั้นแหละ ให้กิเลสต้มเอา คุณค่าของกิเลส นรกอเวจีไปดูเอานะ อันนี้ก็เหมือนสอนคนตาบอดให้เขาดูอะไร แต่นักภาวนานี้ท่านเก่ง พูดตรงๆ อย่างนี้ บาปบุญ นรกสวรรค์ พระพุทธเจ้าว่ายังไงท่านหมอบราบๆ ท่านมองเห็นชัดเจน พระพุทธเจ้าก็มองเห็นชัดเจนมาสอนโลก ท่านสอนโลกเล่นๆ เมื่อไร กิเลสเป็นนามธรรมเต็มอยู่หัวใจเราไม่เห็น ความโลภ ความโกรธ ความหลง ราคะตัณหาเต็มหัวใจของทุกคนๆ มีใครเห็นไหม พระพุทธเจ้า พระอรหันต์เห็นเรียบวุธ สังหารมันแหลก ท่านเห็นอย่างนี้ ท่านฆ่าอย่างนี้ มาสอนพวกเรา

นรก สวรรค์ พรหมโลก ก็แบบเดียวกัน ท่านรู้ท่านเห็นท่านละท่านถอนท่านบำเพ็ญอย่างเดียวกันนี้ จำให้ดีนะ เอาแต่เพียงกิเลสมันเต็มอยู่ในหัวอกเรา เราก็ยังไม่รู้ว่าเป็นกิเลส ไม่รู้ว่าเป็นภัย นำเราให้ได้รับความทุกข์ความลำบากตลอดเวลา จึงว่าเรื่องมองกิเลสนี้มองไม่ออกนะ มันอยู่ในหัวใจทุกคนมองไม่เห็น แต่บืนตามมันทั้งนั้นๆ แหละ วันนี้เปิดให้ท่านทั้งหลายได้ฟังอีกทีหนึ่งว่า บาป บุญ นรก สวรรค์ นี้คือพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์เป็นอย่างนี้ รู้อย่างนี้ เห็นอย่างนี้ทั้งนั้น

เรื่องกิเลสตัณหาคือพวกเทวทัตมันอยู่ที่หัวใจเรานี้ มองมาไม่เห็นนะ มันกระซิบกระซาบๆ รอบด้านอยู่ในตัวของเรานี้แหละ เรามองมันไม่เห็น ธรรมส่องเข้าไปมันยังไม่ยอมให้ส่อง ตีกล้องหลุดมือไปเลยนะ กิเลสตีกล้องหลุดมือไปเลย มันไม่ยอมให้ส่องหน้ามัน นี่ละกิเลส พูดเหล่านี้เราสลดสังเวช ผ่านมาหมดแล้วนะในหัวใจดวงนี้ เวลามันมืดมันมืดจริงๆ มืดจนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรทั้งนั้น เห็นดีเป็นชั่ว ชั่วเป็นดีไปหมดเลย ส่วนมากเรื่องชั่วมันว่าดีๆ ไปเรื่อยๆ เป็นอย่างนั้นนะเวลามันมืด เวลาเปิดออกๆ ด้วยศีลด้วยธรรม อบรมจิตใจ มันค่อยสว่างออกๆ ค่อยเห็นเหตุเห็นผลเห็นขวากเห็นหนาม เห็นหินโสโครกอยู่ตามสายทางที่ผ่านไป มันก็หลีกไปได้ๆ เวลามันเปิดออกแล้วมันเห็นหมด เมื่อเห็นหมดแล้วใครจะไปโดนในสิ่งที่เป็นภัยแก่ตัวเอง ก็หลีกไปๆ นั่นละจอมปราชญ์ท่าน ท่านหลีกไปโดยลำดับจนกระทั่งพ้นทุกข์ไปได้เลย

เราทั้งหลายให้จับสายทางคือธรรมของพระพุทธเจ้า ยึดให้ดีเกาะให้ดี อย่าเป็นบ้ากับกิเลสนักหนา เป็นมาตั้งกัปตั้งกัลป์แล้ว ควรที่จะมีลดราวาศอกลงบ้าง ควรจะจืดจางลงบ้าง ควรจะเข็ดจะหลาบบ้าง นี้ยิ่งเหนียวแน่นเข้าไปทุกวันๆ ก็ยิ่งจะจมไปทุกวันนะ ศาสนาจะไม่มีในเมืองไทยแล้วนะเวลานี้ มีตั้งแต่กิเลสจะพาลงนรกๆ มีแต่เขาโคเต็มบ้านเต็มเมืองเต็มเขาเต็มเรา ขนโคจะไม่มีนะ พากันจำเอา วันนี้พูดเพียงย่อๆ เท่านี้ก่อน ให้พร

 

หลังจังหัน

วันนี้ก็เป็นงานอันยิ่งใหญ่เหมือนกันที่เราจะได้หนุนชาติของเรา ให้มีความแน่นหนามั่นคง เฉพาะอย่างยิ่งด้วยทองคำ วันนี้ตั้ง ๒ กิโลกว่าแล้วไม่ใช่น้อยๆ ทองคำนี่ก็สมเจตนามุ่งหมายของเรามาเป็นลำดับ ตั้งแต่ต้นก็ทุ่มใหญ่เลยทองคำ เอาให้ได้ๆ หนักเข้าๆ ต่อมาก็ให้มีหางยาวไป นี่เรียกว่าประเภทน้ำไหลซึม ทองคำ พอเรามอบส่วนใหญ่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ให้เป็นประเภทน้ำไหลซึม ค่อยไหลซึมๆ เข้า เรียกว่าประเภทน้ำไหลซึมเข้ามาเรื่อยๆ เวลานี้ดูเหมือน ๙๕ กิโลแล้ว นี่ละทองคำประเภทน้ำไหลซึม คือที่ได้จากการมอบใหญ่สุดท้ายเสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็ขอให้เป็นประเภทน้ำไหลซึม เพราะทองคำเราอยู่ในคลัวหลวงเราไปดูเอง จึงกระเทือนใจเรื่อยมา จากนั้นมาก็รบกวนพี่น้องทั้งหลายเรื่อยๆ มา จนเราได้ทองคำเป็นกอบเป็นกำมาเรียบร้อยแล้ว ยังให้มีหางต่อกันไปอีก เป็นประเภททองคำน้ำไหลซึม ก็ได้ ๙๕ กิโลแล้ว

นี่ละเดือนเมษา พฤษภา ปีกลายนี้มอบทองคำเรียบร้อย มาเมษา พฤษภา ปีนี้ได้ทองคำอีกตั้ง ๙๕ กิโล ถ้าไม่พูดถึงเรื่องประเภทน้ำไหลซึม ๙๕ กิโล ก็หมดความหมาย ไม่มีเลย อันนี้ถึง ๙๕ กิโล นับว่าเก่งนะ นี่ก็จะเข้าคลังหลวงเรา ทองคำวันนี้รู้สึกว่าได้เยอะเป็นพิเศษ ทองคำก็ดี เงินสดก็ดี เรียกว่าได้เยอะอยู่วันนี้ เราพอใจนะ ได้มากได้น้อยเราพอใจกับชาติของเรา เพราะเหล่านี้จะไหลเข้าสู่ชาติๆ ทั้งนั้น ไม่มีที่จะรั่วไหลแตกซึมไปไหนเลยเป็นอันขาด บอกตรงๆ เราช่วยชาติด้วยความบริสุทธิ์ใจ เต็มไปด้วยเมตตาล้วนๆ  เพราะฉะนั้นจึงไม่มีชิ้นใดที่จะมาติดมือเราด้วยความสกปรก ไม่มีเลย ขาดสะบั้นไปหมด ตั้งแต่ทองคำ ๑๑ ตันกว่า ดอลลาร์ก็ ๑๐ ล้านกว่า ส่วนเงินสดนี้เป็นพันๆ หมื่นๆ ล้าน ออกทั่วไปหมดเลย

เมื่อเร็วๆ นี้ทางกรมราชทัณฑ์เขาก็มาอนุโมทนากับบรรดาพี่น้องทั้งหลายที่เสียสละสิ่งที่รักสงวนอย่างยิ่ง คือสมบัติเงินทองออกจากจิตใจไปเป็นเครื่องเสียสละให้คนทุกข์คนจน เช่นอย่างนักโทษในเรือนจำลาดยาว สร้างให้ ๒ หลังๆ ละ ๓ ชั้น เขาเอาใบอนุโมทนามาพร้อมทั้งหัวหน้ากรมราชทัณฑ์มาที่สวนแสงธรรม มาอนุโมทนา รวมทั้งหมดเป็นเงิน ๔๙ ล้านเศษ นี่ก็เป็นหัวใจพี่น้องทั้งหลายออกไปอยู่ที่นั่น หลวงตาเป็นแต่ผู้นำเท่านั้นไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรแหละ เป็นแต่ผู้นำ นี่ละที่ใหญ่อยู่ก็คือเรือนจำลาดยาว ๔๙ ล้านกว่า ได้ ๒ หลัง นี่เป็นครั้งที่สอง ครั้งแรกเราช่วยไม่มาก หกเจ็ดล้าน คราวนี้ฟาดถึง ๔๙ ล้าน เขามาอนุโมทนาเรียบร้อยแล้ว นี่ละเป็นชิ้นเป็นอันของคนทุกข์คนจนที่จะได้อาศัยพวกเราทั้งหลายนี้

เพราะต่างคนต่างมีบุญมีกรรม พวกติดคุกติดตะรางก็ไปด้วยบุญด้วยกรรมของเขาเอง บางรายบริสุทธิ์มีนะ นักโทษในเรือนจำอย่าเข้าใจว่าเขาเป็นนักโทษไม่บริสุทธิ์โดยถ่ายเดียวนะ คนบริสุทธิ์ก็มีแต่หลักฐานมัดเข้ามาด้วยความทุจริตแบบไหนก็ตาม เล่ห์เหลี่ยมที่จะเอากันให้ติดคุกติดตะรางมันมี สุดท้ายคนบริสุทธิ์ไปติดคุกก็ยังมีในเรือนจำ เราอย่าเข้าใจว่าในเรือนจำนี้จะเป็นนักโทษทุกคน เป็นคนบริสุทธิ์ไปติดคุกก็มีในนั้น ให้เข้าใจอย่างนี้ ไปด้วยอำนาจแห่งกรรม แต่ก่อนอาจจะไปกลั่นแกล้งเขาอะไรก็ได้ ทีนี้กรรมนั้นมาตามทัน เราบริสุทธิ์อยู่ในชาตินี้กลายเป็นนักโทษได้นี่มีนะ

การช่วยทางเรือนจำเรานี้ก็มากนะ ทางอุดร สว่างแดนดิน สกลนคร หนองบัวลำภู อำเภอพล ขอนแก่น บึงกาฬ หนองคาย นี่พวกเรือนจำ เราช่วยเยอะ ส่วนใหญ่ก็คือลาดยาวใหญ่กว่าเพื่อน ช่วยมาอย่างนี้ ล้วนแล้วตั้งแต่ปัจจัยพี่น้องทั้งหลายทั้งนั้นแหละไม่ได้เป็นของเรา เราเป็นผู้นำก็นำออกด้วยความบริสุทธิ์ใจ วันนี้ก็มามากมายก่ายกองปัจจัย ทองคำก็เป็นประเภทลูกเห็บ ไหลแทรกเข้ามาในประเภทน้ำไหลซึมตั้ง ๒ กิโล เยอะ ทองคำเหล่านี้จะได้เข้าสู่คลังหลวงของเราเพื่อพี่น้องลูกหลานชาวไทยเรา จะได้หายใจโล่งปอดๆ

เราไม่มีปัญหาอะไรแหละเราพูดจริงๆ เราไม่เอาอะไรแล้ว ขวนขวายมามากน้อยทุกข์ยากลำบากขนาดไหน เราเพื่อพี่น้องทั้งหลายทั้งนั้นๆ เลยไม่ได้มีเพื่อเรานะ เราทนทุกข์ทรมานดังที่ว่าไปรับทองคำเขาใหญ่นู้น ไปกลับมาไกล ฟังซิ นั่นเราก็ไป ทุกข์ยากขนาดไหนเราก็ไป ได้มามากน้อยก็เพื่อพี่น้องทั้งหลายลูกหลานไทยเรานั้นแหละ จะได้พากันหายใจโล่งปอดๆ บ้าง ทุกอย่างในการช่วยชาติคราวนี้รู้สึกว่าอุ่นหนาฝาคั่งนะ ที่เราได้นำพี่น้องทั้งหลายช่วยชาติคราวนี้ รู้สึกว่าไม่มีอะไรเป็นข้อบกพร่อง ได้ตำหนิตัวเองว่าพาพี่น้องทั้งหลายผิดพลาดไปไม่เคยมี ตั้งแต่ด้านวัตถุ เราเป็นผู้รับผิดชอบวัตถุเองตั้งแต่ทองคำลงมา บริสุทธิ์สุดส่วนไม่มีที่ต้องติ ดอลลาร์ก็เหมือนกันบริสุทธิ์สุดส่วน เงินสดก็ตั้งพันๆ หมื่นๆ ล้าน ออกด้วยความบริสุทธิ์สุดส่วนเช่นเดียวกัน เราจึงพอใจในการดำเนินของเราด้วยความบริสุทธิ์ใจ มีเมตตาครอบไว้ด้วยๆ ตลอดมาอย่างนี้

จากนี้ก็เป็นอันดับที่สองที่เราได้ดำริไว้แล้วตั้งแต่ต้น ที่โลกทั้งหลายในเมืองไทยเรา เฉพาะอย่างยิ่งเมืองไทยเราจะยังไม่ได้คิดแหละ พอว่าเราจะเป็นผู้นำเท่านั้น คนทั้งหลายจะทราบว่านำก็คือนำทางด้านวัตถุ มีเงินทองข้าวของที่บกพร่องจะพาให้ชาติล่มจม จะฟื้นอันนี้ขึ้นมา ชาติไทยของเราจะคิดในแง่นี้ทั่วหน้ากันอย่างรวดเร็ว แต่เรื่องอรรถเรื่องธรรมจะไม่พากันคิดนะ เราคิดไว้เรียบร้อยแล้ว เวลานี้เองเป็นเวลาที่ธรรมจะได้เข้าสู่ใจพี่น้องชาวไทยไปพร้อมกับการช่วยชาติทางด้านวัตถุ ช่วยใจทางด้านธรรมะ จะไปพร้อมกัน

เห็นไหมล่ะเวลานี้ธรรมะออกกระจายทั่วโลกแล้วนะ เมืองนอกเมืองนาได้ฟังทั้งนั้น และวิทยุกำลังตั้งในที่ต่างๆ ออกจากธรรมที่เราเป็นผู้นำช่วยชาติคราวนี้ ด้านวัตถุก็ออก ผ่านมานี้เป็นน้ำไหลซึมเรื่อยมา แล้วทางด้านธรรมะยิ่งหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ เราช่วยชาติเราช่วยเต็มกำลังความสามารถของเรา เวลานี้วิทยุกำลังออกมากทีเดียว กระจายออกเรื่อยๆ วันนี้เห็นคนมามาก ทำไมคนจึงมามากผิดปรกติ เราก็ไม่เคยคิดนะ เรื่องผ่านไปแล้วก็ผ่านไปเลยไม่เคยเป็นอารมณ์ เห็นบรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายมาผิดปรกติเราก็เลยถาม วันนี้มาอะไรกันนักหนาผิดปรกติ ใกล้ไกล กรุงเทพยิ่งมากเต็มอยู่นี้มันเป็นยังไง ว่ามาวันที่ ๑๕ แล้ววันที่ ๑๕ เป็นอะไร ว่าเป็นวันหลังวัดดอยธรรมเจดีย์ อ๋อ ขึ้นทันทีเลย นั่น ยอมรับ

เพราะวันนั้นเป็นวันในชีวิตของเราเป็นครั้งสุดท้าย ตัดสินภพชาติทุกอย่างๆ ได้ตายกองกันมาเป็นกัปเป็นกัลป์ ขาดสะบั้นลงในคืนวันนั้นเวลา ๕ ทุ่มเป๋ง  บนหลังเขาวัดดอยธรรมเจดีย์ พอว่าวันที่ ๑๕ เรายอมรับผึงเลย เพราะเป็นความกระทบกระเทือนอย่างแรง น้ำตานี้ไหลพรากออกมาเลยในวันนั้นละ วันที่ ๑๕ เวลา ๕ ทุ่ม อยู่บนหลังเขาวัดดอยธรรมเจดีย์ เงียบสงัดเลย นั่นละฟัดกันกับกิเลสตัณหาอวิชชา ให้พาตายกองกันตั้งแต่นรกอเวจีขึ้นมาหาชั้นพรหม ยังลงมาตายกองกันทั้งนั้นแหละ

ทีนี้เวลาฟัดกันแล้วถึงเวลา ๕ ทุ่มเป๋ง กระจ่างแจ้งออกมาเลย ขาดสะบั้นไปหมด จนน้ำตานี้ไหลพรากเลยคืนวันนั้นไม่ได้บอกละนะ ออกเป็นอุทานออกมาจากหัวใจจริงๆ อย่างถึงใจเลย เราไม่ได้อาจเอื้อม มันหากเป็นในหัวใจเอง เราไม่เคยคิดจะไปอาจเอื้อมในเรื่องอย่างนี้ พอผางขึ้นมานี้มันจ้าไปหมดเลย ความคิดความเห็นในหัวใจดวงนี้ตั้งแต่วันเกิดมาก็ทราบมาโดยลำดับลำดา การปฏิบัติธรรมมาค่อยเขยิบขึ้นๆ ก็ทราบเจ้าของตลอดมาๆ เป็นถึงขั้นอัศจรรย์ จิตใจเราอัศจรรย์ตลอดมานี้เราก็ทราบ ก็มีธรรมท่านมาเตือน มันหลงจุดนี้นะ อย่าหลง ความหมายว่างั้น ให้พิจารณานี้

จากนี้ไปถึงไปถึงขั้นนี้แหละ ขั้นอัศจรรย์สุดยอดนี่ พอคราวนี้อัศจรรย์ ตัดสินขาดสะบั้นในเวลานั้นเลย ไม่มีอะไรที่จะมาเป็นข้อโต้แย้งกันเลยตั้งแต่บัดนั้นมา พอผ่านไปแล้วเราก็บอกว่าวันที่ ๑๕ เดือน ๖ แรม ๑๔ ค่ำ ตอนกลางคืน เทียบแล้วเป็นวันที่ ๑๕ พฤษภาคม จึงถือเอาวันที่ ๑๕ พฤษภาคม มาเป็นประมาณ พอผ่านไปแล้วก็แล้ว ทีนี้เห็นบรรดาลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลายมา ถามไปถามมาก็มาเข้าวันที่ ๑๕ พฤษภา เออ เรายอมรับ ลงทันทีเลย เพราะเป็นเรื่องที่ใหญ่โตมากในชีวิตของเรา คราวนี้เป็นคราวสุดท้ายชีวิตของเรา ที่ตายกองกันก็มาม้วนเสื่อลงในวันนั้น ไม่มีคำว่าตายกองกันอีกต่อไปแล้ว พูดง่ายๆ ขาดสะบั้น ไม่ต้องไปถามใครเลย จ้าขึ้นมา

นี่ละที่ออกอุทานอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ถ้าว่าไม่รู้เนื้อรู้ตัวก็เป็นอย่างนั้น เพราะพลังของจิตที่มันรุนแรงมากจากความอัศจรรย์ของจิตดวงนั้นที่ผ่านพ้นขึ้นมาได้แล้วว่า เหอ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ตรัสรู้อย่างนี้ละเหรอๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พระพุทธเจ้าตรัสรู้แต่ก่อนเราคาดหมายท่านตรัสรู้อย่างนั้นๆ เวลามันผางขึ้นมานี้เป็นพยานซึ่งกันและกัน ออกทันทีเลยว่า พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ตรัสรู้อย่างนี้ละเหรอๆ นั่น จากนั้นแล้ว เหอ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ มาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ยังไง มันเป็นแล้วนั่น มาเป็นอันเดียวกันแล้ว เป็นธรรมอันเลิศเลอดวงเดียวกัน พุทโธ ธัมโม สังโฆ เข้าในจุดเดียวกันหมด นั่นละเราจึงไม่ลืมที่ว่ามาวันที่ ๑๕ เอา ยอมรับ เราบอกเรายอมรับ พูดให้พี่น้องทั้งหลายฟัง เพราะความสมบุกสมบันในการบำเพ็ญตัวของเราเรื่อยมา แต่เราไม่เคยสลบเราก็บอกไม่เคยสลบ แต่เฉียดมาตลอด เฉียดเรื่องความเพียร ความทุกข์ความลำบากลำบนนี้เฉียดมาตลอด ไม่ถึงขั้นสลบ แต่เฉียดมาตลอด จนกระทั่งถึงขั้นนี้แล้วจึงได้หายห่วง จากนั้นมาก็ไม่เคยเห็นกิเลสตัวใดมากวนใจ หมดโดยสิ้นเชิง วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ เสร็จแล้วเรื่องตายกองกัน ได้สิ้นเสร็จลงไปในวันนี้แล้วในขณะนี้แล้ว วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓

ทองคำเช้านี้ได้ ๒ กิโล ๑๑ บาท ๙๔ สตางค์ ทองคำที่ได้หลังมอบแล้ว ๙๗ กิโล ๕๑ บาท ๓๕ สตางค์ เอ้า สาธุพร้อมกัน (สาธุ) นี่ละทองคำประเภทน้ำไหลซึมได้ถึง ๙๗ กิโลแล้ว ถ้าหากเราไม่มีเงื่อนต่ออีกก็เท่านั้นละ ได้ ๑๑ ตัน ๓๗ กิโลครึ่ง มอบเรียบร้อยแล้ว อันนี้จะไม่มีเลย นี่มีแล้วนี่ ๙๗ กิโลแล้ว

จังหวัดศรีสะเกษขอจัดตั้งกองผ้าป่าสมทบทุนสร้างสถานีวิทยุ ที่วัดป่าศรัทธาธรรม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ โดยนายสุทธิโรจน์ อังคสกุลเกียรติ เป็นหัวหน้า เราพอใจ เอา ตั้งเถอะ ตั้งที่ไหนก็ตั้งขึ้นเถอะ แต่ขออย่างเดียว ฟัง คำหลวงตาขอ ขออย่างเดียวการตั้งสถานีวิทยุ อย่ามาขอเงินกับวัดป่าบ้านตาด เพราะอะไร เพราะเราเข็ดพอแล้ว จนไม่มีเงินจะให้ พอตั้งที่ไหนเงินได้เท่านั้น ขาดเท่านั้น เอา ให้ คนนี้ได้เท่านั้น ขาดเท่านั้น จะตั้งสถานีวิทยุ ให้ จะตั้งที่นั่นขาดเท่านั้น ให้ๆ เพราะฉะนั้นจึงต้องตัดปุ๊บเลย ตั้งที่ไหนตั้งเถอะแต่อย่ามาขอเงินวัดป่าบ้านตาด เข้าใจ เป็นอันว่าตกลงกันแล้วนะ (ไม่ขอครับ) เออ เป็นอันว่าตกลง

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก