การประกาศธรรมสอนโลกเป็นสิ่งที่ควรอย่างยิ่ง
วันที่ 20 พฤษภาคม 2548 เวลา 8:00 น. ความยาว 70.55 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘

การประกาศธรรมสอนโลกเป็นสิ่งที่ควรอย่างยิ่ง

 

ก่อนจังหัน

วันนี้พระมาฉัน ๓๗ องค์ หลวงตาป่วย ทางไหนก็ไหลมาพระก็ดี เจตนาก็ว่าอย่างนั้นอย่างนี้ เพื่อครูบาอาจารย์ เรานี้ถือเป็นเรื่องยุ่งทั้งหมด ที่ว่ายุ่มย่ามๆ เรื่องนั้นเรื่องนี้เรื่องหยูกเรื่องยาเรื่องอะไร เราถือเป็นเรื่องรำคาญ ไม่พอดีกับความเป็นอยู่ของตัวเองและธาตุขันธ์ เป็นยังไงก็ดูกันอยู่นี้ เรียนอยู่นี้ เรียนจบมาแล้ว ก็มีแต่ดูของเก่าเรียนของเก่า แล้วตื่นเต้นไปหาอะไร เราพูดจริงๆ สมกับที่เราสอนประชาชนทั่วประเทศหรือทั่วโลก เราสอนด้วยความสัตย์ความจริงของธรรมทุกอย่างๆ เวลามาเป็นกับตัวของเราเองก็จริงแบบเดียวกัน ไม่ผิดแปลกต่างกันเลย เราจึงไม่มีอะไรวิตกวิจารณ์กับเรื่องความเป็นความตายของเรา เราหมดโดยสิ้นเชิง ไม่มีอะไร เป็นยังไงก็เยียวยารักษากันไปเท่านั้นละ พอรักษาได้ก็รักษาไป ได้ใช้ไป อันใดรักษาไม่ได้ก็ปล่อยไปๆ ถ้ามันหมดเสียจริงๆ ไม่มีทางรักษาหรือ ก็สลัดทีเดียวปุ๊บเท่านั้นพอ

ให้เร่งในความพากเพียรนะพระ วันนี้ก็เดินไปดูทางโน้นแต่เช้า ไปดูตามร้านกระรอกกระแต รู้สึกว่าเหือดแห้งบกบางมาก พระเรามันใจจืดเหรอ มันเป็นยังไง ไปดูตามร้านกระแต พวกกล้วยพวกอาหารในวัดนี้ก็ดูว่าสมบูรณ์อยู่แล้ว ควรจะเฉลี่ยเผื่อแผ่ไปหาสัตว์ทั้งหลายที่เขาอาศัยวัดเราพึ่งเรา ควรดูให้ทั่วถึงนะพระเรา ในครั้งพุทธกาลก็มี นั่นละดูไม่รอบ พระพุทธเจ้าท่านรับสั่ง คือพระไปอยู่ทีแรก เทวดาทั้งหลายเขาอยู่ตามต้นไม้ เรียกว่ารุกขเทวดา พอเห็นพระไปเขามีความเคารพลงจากต้นไม้มาอยู่พื้นธรรมดาๆ ไม่ได้สูงกว่าพระ

ทีนี้พระก็ใจใสทางหนึ่ง คือมุ่งต่ออรรถต่อธรรมล้วนๆ แล้วก็ใจดำอีกทางหนึ่ง ไม่เฉลี่ยเผื่อแผ่เมตตาจิตเมตตาธรรมแก่สัตว์ทั้งหลายมีเทวดาเป็นต้นบ้างเลย เขาเกิดความไม่สะดวกไม่สบาย ไม่สมหวังว่างั้นเถอะ เขาก็หาอุบายต่างๆ เช่น กะโหลกหัวผีบ้างมาแสดงในที่เดินจงกรมภาวนาของพระ เดี๋ยวองค์นั้นเจ็บไข้ องค์นี้เจ็บป่วย องค์นั้นเป็นหวัดเป็นไอเรื่อย พระเห็นว่าไม่สะดวก แต่ก่อนก็อยู่ผาสุกเย็นใจ เลยกลับไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์รับสั่งทันทีเลย พวกเธอนี้ใจดำ ส่วนขาวเพื่ออรรถเพื่อธรรมนั้นก็เพื่อธรรม ส่วนโลกก็เป็นโลก มันเฉลี่ยถึงกันอยู่นี่ทำไมไม่เฉลี่ย เมตตาธรรมมีอยู่ทำไมไม่นำมาใช้ เทวดาทั้งหลายเขาเกิดความเดือดร้อน แล้วแสดงอาการต่างๆ ให้พวกเธอทั้งหลายอยู่ไม่เป็นสุขนั่นแหละ ไป กลับไปอีก คราวนี้เจริญเมตตาให้ทั่วถึง ทั้งภายในจิตตัวเอง ทั้งภายนอก ให้ทั่วถึง

พอกลับไปคราวนี้ต่างองค์ก็แผ่เมตตา เย็นไปหมดทั้งป่านั้น เทวดาเลยไม่อยากให้ไปไหน นั่นเห็นไหมล่ะอำนาจแห่งเมตตาธรรม มีแต่ใจเฉพาะธรรมอย่างเดียวๆ ไม่มองดูรอบๆ ด้านมันผิด ไม่ทั่วถึง นั่นละเทวดาทั้งหลายได้รับความสงบร่มเย็นจากเมตตาธรรมของเรา อันนี้อยู่ที่นี่มันก็หยาบๆ นี่นะ กระจ้อน กระแต ก็อยู่เต็มวัดเต็มวา เห็นอยู่ด้วยกันไม่ใช่พระตาบอด อะไรบกพร่องขาดเขิน ซึ่งของมีอยู่ในวัดเรานี้ควรจะถือไปๆ เป็นน้ำใจแก่สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น เมื่อเช้าเราเดินไปเที่ยวดูตามที่ต่างๆ รู้สึกว่าเบาบางๆ เบาบางไปเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ของเรามีอยู่ ถ้าของเราไม่มีก็ไม่เป็นไร อันนี้ของก็มีอยู่ แสดงว่าบกบางทางน้ำใจ ใจจืดต่อสัตว์ทั้งหลาย

ไปเที่ยวดูหมดนะเมื่อเช้านี้ ดูที่นั่นที่นี่ เพราะนานๆ เราจะได้ไปดูทีหนึ่ง ส่วนดูกลางคืนเราไปอยู่เรื่อยๆ ไม่มีใครทราบเราแหละ เราไปกลางคืนเราไม่จุดไฟ กลางวันนานๆ เราถึงจะไปทีหนึ่ง กลางคืนเราไปอยู่เรื่อยๆ ไปดูความเคลื่อนไหวของพระ เฉพาะอย่างยิ่งเวลากลางคืนเดินจงกรมนั้นแหละ นั่งสมาธิภาวนา จะเดินสอดแทรกไปทุกแห่งทุกหนไม่ให้ใครทราบแหละ ไม่จุดไฟ ไปแบบขโมยทีเดียว นี่ไปอยู่เสมอ แต่สำหรับกลางวันนี้เราไม่ค่อยได้ไป เรื่องของสัตว์จึงไม่ค่อยได้ดู

สัตว์อาศัยพวกเรา มีความเมตตาจิตต่อเขา เขาก็ชุ่มเย็น ยั้วเยี้ยๆ น่ารัก นกยูงกับลูกมันยั้วเยี้ยๆ หากิน เราเดินไปเขาเฉยเลยนะเขาไม่สนใจ เจอนกยูงตั้งสิบกว่าตัวเมื่อเช้านี้ อยู่เป็นแห่งๆ เขาไม่ได้อยู่ด้วยกัน เขาอยู่คนละทิศละทางแห่งละตัวสองตัว เขาอยู่ทั่วๆ ไป เขาไม่สนใจกับเราเลย นั่นก็เพราะเขาตายใจกับธรรม ธรรมอยู่กับพระเขาตายใจ อันนี้มีอาหารอะไรๆ ควรแก่สัตว์ประเภทใดก็ควรจะเอาไปเฉลี่ยกัน อย่างนั้นจึงเรียกว่ารอบคอบ มีเมตตาจิตครอบอยู่ไปไหนก็ชุ่มเย็น

การประกอบความพากเพียรได้ย้ำแล้วย้ำเล่า เวลานี้ศาสนากำลังจะล่มจม เพราะพวกพระเรานี้แหละจะทำให้ล่มจม  ความขี้เกียจขี้คร้าน ความท้อแท้อ่อนแอ ความไม่เอาไหน ลุกลามไปถึงความข้ามเกินธรรมวินัย เท่ากับเหยียบหัวพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นองค์ศาสดาไป ธรรมวินัยนั้นแลคือศาสดาของพวกเราทั้งหลาย พระพุทธเจ้าประทานให้แล้ว ดูก่อน อานนท์ พระธรรมและพระวินัยนั้นแล จะเป็นศาสดาของเธอทั้งหลายแทนเราตถาคตเมื่อเราผ่านไปแล้ว ศาสดาคือธรรมคือวินัย ใครไม่มีธรรมมีวินัยก็หมดศาสดา ไม่มีเหลือ ถ้าเป็นพระก็มีแต่หัวโล้นๆ ผ้าเหลืองใครครองก็ได้ หัวโล้นโกนก็ได้ โกนฟาดเข้าถึงกะโหลกศีรษะก็ได้ไม่เห็นมีปัญหาอะไร สำคัญที่การประพฤติปฏิบัติ จิตใจน้อมนึก มีหิริโอตตัปปะประจำตน ให้ระวัง ละอายต่อบาปต่อกรรมอยู่เสมอ อย่าชินชาหน้าด้าน เสียมากเวลานี้

เวลานี้พระเรามาสั่งสมแต่ความชินชาหน้าด้าน อันเป็นข้าศึกต่อศาสนาและศาสดาของเรา มองไปที่ไหนเห็นแต่พระหัวโล้นๆ เรานี้เหยียบหัวพระพุทธเจ้าๆ ไป พระพุทธเจ้าคือพระธรรม พระวินัย เหยียบไปเรื่อยๆ แล้วจะเอาความเจริญมาจากไหน ถ้าลงได้ข้ามหัวพระพุทธเจ้า เหยียบหัวพระพุทธเจ้าแล้วไม่มีทางเจริญ ผู้เจริญท่านเดินตามรอยพระพุทธเจ้า ตามเสด็จไปเลย หลักธรรมหลักวินัยนั้นแหละเป็นทางก้าวเดินเพื่อมรรคผลนิพพานไม่เป็นอื่น

ขอให้เดินตามนี้ พระพุทธเจ้านิพพานแล้วหรือไม่นิพพานไม่สำคัญ สำคัญที่นี่คือองค์ศาสดาชี้บอกอยู่ตามหลักธรรมหลักวินัย ชี้แจงตลอดๆ วินัยนั้นคือรั้วกั้นสองฟากทาง ไม่ให้ปีนออกนอกลู่นอกทาง จะตกหลุมตกบ่อตกเหวไปละ ให้อยู่ในกรอบของพระวินัย ส่วนธรรมนั้นก้าวเดิน มีสติธรรม ปัญญาธรรม วิริยธรรม ขันติธรรม มุ่งไปอย่างนั้นเสมอ เรียกว่าเดินตามธรรม ให้พากันตั้งใจ

อยู่ที่ไหนอย่าเผลอสติ สตินี่สำคัญมาก สตินี่รับรองมรรคผลนิพพานไม่สงสัย ขอให้มีสติเป็นพื้นฐานเถอะ ถ้าสติขาดเท่าไรความเพียรขาดเท่านั้นๆ เดินจงกรมหย็อกๆ แหย็กๆ ไม่มีความหมาย นั่งสมาธิก็เป็นหัวตอถ้าไม่มีสติ ถ้ามีสติอยู่อิริยาบถไหนเป็นความเพียร ถ้าตั้งเนื้อตั้งตัว ถ้ารู้สึกตัว กิเลสเข้าไม่ถึง เวลาสติมีอยู่กิเลสจะไม่เพ่นพ่าน ถ้าสติเผลอเมื่อไรกิเลสเหยียบแหลกๆ จำไว้ให้ดีคำนี้ท่านทั้งหลาย สติเป็นสำคัญมาก ขอให้สติตั้งเป็นพื้นฐาน ใครตั้งสติดีผู้นั้นจะตั้งตัวได้ๆ ตั้งแต่สมถธรรม คือความสงบใจ สติจับลงไปๆ ใครใช้คำบริกรรมได้ให้ติดกับคำบริกรรมนั้นด้วยความไม่ขาดสติ มีสติติดแนบๆ เอาจริงเอาจัง

เมื่อเอาจริงเอาจังก็เรียกว่าจิตได้รับอารักขา ข้าศึกก็ไม่เข้ามารุกรานได้ง่าย แล้วก็ค่อยเจริญ อารักขาแล้วยังบำรุงรักษาเข้าไปอีก บำรุงรักษาเข้าไปเรื่อยๆ จิตก็มีความเจริญก้าวหน้า เพียงความสงบเท่านั้นชนะหมดแล้วโลกนี้ ยังไม่ถึงขั้นที่ละเอียดกว่านั้นละ จิตดวงใดในโลกอันนี้จะเป็นจิตที่สงบร่มเย็น ไม่มีกิเลสเข้าไปย่ำยีตีแหลกเป็นฟืนเป็นไฟอยู่ตลอดเวลาไม่มี เอาธรรมพระพุทธเจ้ายันเข้าไปเลย ชนะหมดโลกธาตุนี้ธรรมพระพุทธเจ้า ถ้ามีสติแล้วอบรมจิตใจให้เข้าสู่ความสงบ ความสงบนี้ปราบความฟุ้งซ่านรำคาญวุ่นวายซึ่งเป็นเรื่องก่อทุกข์ทั้งหลายออกเป็นลำดับลำดา แล้วจิตค่อยสงบเข้าเรื่อยๆ

ความสงบหนาแน่นเข้าไปก็เป็นความแน่นหนามั่นคงของใจ เรียกว่าสมาธิ จากสมาธิแล้ว สมาธิได้ขั้นใดภูมิใดก็ตามปัญญาไม่ควรปล่อยวาง ให้จำข้อนี้ให้ดี ถึงกาลเวลาที่จะออกพิจารณาแยกธาตุแยกขันธ์แยกเขาแยกเรา แยกสัตว์แยกบุคคลทั่วแดนโลกธาตุ น้อมเข้ามาสู่ตัวของเรา มันเป็นเสมอกันหมด นี่เรียกว่าปัญญา ออกพิจารณาใคร่ครวญ นี่ละจะบุกเบิกความเฉลียวฉลาดกว้างขวางออกไปๆ ด้วยอำนาจของปัญญา สมาธิเป็นแต่เพียงหินทับหญ้าเท่านั้นเอง พอเอาหินออกหญาก็เกิด ส่วนปัญญานี้ถอนรากหญ้าออกหมดเป็นลำดับลำดา ตั้งใจปฏิบัติตามนี้แหละ ตั้งใจเอาจริงเอาจัง

มาปฏิบัติอย่าเลอะๆ เทอะๆ เหล่านี้สลดสังเวชนะ พูดเหมือนจะเป็นการอวดเนื้ออวดตัว ไม่ได้อวด เอาความจริงมาพูดเพราะเห็นจากความจริงมาแล้วๆ มาพูดจะผิดไปที่ไหน จึงขอให้ท่านทั้งหลายได้บำรุงรักษาจิตใจตนให้เป็นของสง่างามขึ้นมา ถ้าใจดวงนี้สง่าแล้วครอบโลกธาตุเลย ไม่มีอะไรเสมอเหมือนละใจดวงนี้ เวลานี้มันหมอบอยู่ก็เพราะกิเลส พวกมูตรพวกคูถ ขี้โลภ ขี้โกรธ ขี้หลง มันเหยียบย่ำทำลายตลอดเวลา ไม่มีใครสนใจรื้อฟื้นจิตอย่างนี้ขึ้นมา พระพุทธเจ้าสอนก็หยั่งลงตรงนี้เลย พุทธศาสนาสอนลงที่จิตตภาวนา เพราะพระพุทธเจ้าตรัสรู้ด้วยจิตตภาวนา พระสาวกทั้งหลายตรัสรู้ด้วยจิตตภาวนาทั้งนั้น กุลบุตรสุดท้ายก็ปฏิบัติตามนั้นมา ก็สำเร็จมรรคผลนิพพานด้วยจิตตภาวนาเรื่อยมาๆ เราจะแหวกแนวไปไหน ไปเกาะที่ไหนให้เลิศเลอยิ่งกว่าการดำเนินของพระพุทธเจ้าไม่มี ต้องเอาตามแบบตามฉบับ

เราอย่าไปเสียดายความคิดความปรุงเรื่องโลกเรื่องสงสาร คิดเท่าไรไม่มีความอิ่มพอ คิดเท่าไรยิ่งดูดยิ่งดื่ม เป็นบ้าไปตลอดเวลา นี่ละที่ทำโลกให้เดือดร้อนวุ่นวาย ท่านทั้งหลายหาความสุขไปหาที่ไหน ประเทศนั้นเจริญ ประเทศนี้เจริญ มันเจริญตั้งแต่ดินฟ้าอากาศ เจริญตั้งแต่อิฐปูนหินทรายสิ่งก่อสร้างต่างๆ ตึกรามบ้านช่อง เอาเงินมาอวดกัน ไอ้หลังลาย ว่าเจริญ คนนั้นมีเงินมากคนนี้มีเงินมาก ประสาไอ้หลังลายมันก็กระดาษนั่นเอง ไปหลงมันหาอะไร ทำตัวให้ดี

จิตใจเป็นเจ้าของของสิ่งทั้งหลาย เมื่อจิตใจรอบตัวแล้วสิ่งเหล่านั้นมาทำลายไม่ได้ แต่เราใช้งานได้ ตามผลตามประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการใช้สิ่งของนั้น ถ้าลืมเนื้อลืมตัวเสียสิ่งเหล่านั้นก็มาเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้เรานั่นแหละ จึงต้องเอาจิตใจให้เป็นหลักเป็นเกณฑ์เป็นสำคัญ พุทธศาสนาแท้ลงอย่างนี้ไม่ไปที่อื่น ลงจิตให้สงบ ยิ่งนักบวชด้วยแล้วหมุนติ้วเข้าสู่จิตเลยทีเดียวไม่ให้ไปทางอื่น แยกทางใด ส่วนฆราวาสญาติโยมก็ปฏิบัติตามกำลังความสามารถของตนๆ  สำหรับพระเราแล้วต้องสามารถ ว่างั้นเลย ขึ้น..ต้องสามารถทันทีเลย

ออกแนวรบแล้วต้องรบ ไม่มีถอย นี่ละทางก้าวเดินเพื่อมรรคผลนิพพาน อยู่สดๆ ร้อนๆ อยู่กับหัวใจเรา กิเลสที่ปิดบังก็อยู่กับหัวใจ ธรรมที่บุกเบิกกิเลสออก นั่นก็อยู่ที่หัวใจ เอาธรรมฟื้นธรรมขึ้นมา บุกเบิกกิเลสอยู่บนหัวใจให้มันกระจายหายไป จิตใจจะมีความสงบร่มเย็น สว่างไสวเป็นลำดับลำดาไป จนกระทั่งสว่างไสว เอาสุดท้ายเลยครอบโลกธาตุ ไม่มีสิ่งใดที่จะสว่างไสวครอบโลกธาตุได้เหมือนใจดวงนี้เลย พระอาทิตย์ร้อยดวงสู้ไม่ได้ อันนี้สว่างกว่า นตฺถิ ปญฺญสมา อาภา ท่านแสดงไว้ว่าความสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี ปัญญา ปัญญาญาณ ปัญญาออกจากใจที่บริสุทธิ์ มันหลายประเภทนี่นะ ท่านสรุปเอาอย่างนั้นต่างหาก ให้พากันตั้งอกตั้งใจ

ู้ที่มาวัดมาวาก็ให้มาเพื่อการศึกษา อย่ามาเร่ๆ ร่อนๆ ตื่นข่าว เขาว่าวัดป่าบ้านตาดดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ ปรากฏชื่อลือนาม ใครก็อยากมาดูๆ เตร็ดเตร่เร่ร่อน แล้วกิริยาที่มาดูก็เป็นแบบโลกแบบสกปรกนั้นแหละเข้ามาในวัด วัดท่านรักษาความสะอาดอยู่ตลอดเวลา สะอาดทางอรรถทางธรรม ทางหูทางตาดูที่ไหนเป็นความสะอาดไปจากธรรมทั้งนั้น ทีนี้เรามาดูมาดูที่ตาแต่ท่าน เรามันสกปรก ใช้ไม่ได้นะ แต่งเนื้อแต่งตัวนี้ก็จนดูไม่ได้เวลานี้ นี่ควรเอาเอานะเราไม่เว้นใคร สอนคนให้ดี ไม่ดีก็ปัดออกเลยเทียว ไม่มีคำว่าธรรมนี้จะมีส่วนได้ส่วนเสีย ถ้าดุด่าว่ากล่าวเขาจะขาดไปไม่มี...ธรรม สอนคนให้ดี ผิดไปไหน ถ้าดีก็เอาไปเป็นมงคลแก่เขา ไม่ดีก็เป็นความเสียหายแก่เขาต่างหาก ท่านไม่ได้เสียหายอะไร จึงต้องได้เตือนเสมอๆ

มันมาจุ้นจ้านๆ จนค่ำจะมืดแล้วยังเพ่นพ่านๆ เข้ามา ถ้าวันใดมาเจอกับเราอย่างนั้น พูดตรงๆ เลยว่า โดนกันแหละ ถ้าเราด้อมๆ ออกมา นึกว่าหมดเวลาแล้วที่แขกคนเข้ามาในวัด ออกมายังจุ้นจ้านๆ ก็ไล่เบี้ยกันละซิ มาเพราะเหตุผลกลไกอะไร ถ้าไม่ได้เรื่องได้ราวไล่เดี๋ยวนั้นเลย ไม่งั้นไม่ได้ คนหยาบต้องใช้เรื่องหยาบ ทุกสิ่งทุกอย่างหยาบต่อหยาบก็ใช้เหมาะสมกัน ถากไม้ที่คดงอมาก ถากหนักมือ แน่ะ ที่เรียบๆ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องหนักมือ มันเรียบอยู่แล้ว คนที่เรียบๆ ก็มี ดีก็มี คนที่ผาดโผนโจนทะยาน คดๆ งอๆ ก็มี ก็ต้องมีแง่หนักแง่เบาให้สะดุดใจแก่ผู้ฟังบ้างซิ ถ้าตั้งใจมาศึกษาอรรถธรรมจะได้อรรถได้ธรรมไปทุกวันทุกเวลานั่นแหละ ถ้ามาแบบกิเลสตัณหาแห่มามันไม่ได้อะไรละ ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย

วันนี้ได้พูดถึงเรื่องจิตตภาวนา ให้พระเน้นหนักทางด้านภาวนา งานภายนอกอย่าถือเป็นสำคัญ งานภายในคือจิตใจนี้ต่างหากที่สำคัญมาก เราไม่เคยลดละนะเรื่องงานภายใน มันจ้าอยู่ภายในนี้จะให้ลดละจะให้จืดจางไปไหนล่ะ สิ่งเหล่านั้นมันจ้าที่ไหน ไปทำอะไรมันก็ทำป๊อกๆ แป๊กๆ ไปอย่างนั้นละ ว่าแก้รำคาญ มันเพิ่มความรำคาญ ไม่ได้ทำอยู่ไม่ได้ เพราะจิตใจจ่อเข้าไปหากิเลสตัวเป็นฟืนเป็นไฟอยู่ในใจไม่ได้ มันตีหงายออกมาๆ ก็ไปทำงานนั้นเพื่อแก้รำคงรำคาญ สำหรับพระเราดูไม่ได้เลยพระกรรมฐาน

เอา มันพลุ่งที่ตรงไหนตีเข้าไปตรงนั้น ส่วนมากกิเลสตีหงายๆ กำหนดเข้าไปนั้นความคิดความปรุงเป็นฟืนเป็นไฟผลักดันออกมา จิตหงายได้ๆ เอา ซัดลงไปจนกระทั่งความคิดความฟุ้งซ่านรำคาญเป็นฟืนเป็นไฟดับเงียบลงไป นั่นเห็นแล้ว เห็นคุณค่าแล้วเพราะการบังคับด้วยธรรม พากันจำเอานะ ต่างองค์ต่างมาจากทุกทิศทุกทาง ไม่ทราบว่าประเทศไหนเมืองใดต่อเมืองใด มาแล้วก็เอาหลักธรรมหลักวินัยกางลงเป็นอันเดียวกัน จึงไม่จำเป็นต้องถามถึงชาติชั้นวรรณะฐานะสูงต่ำหรือประเทศใดๆ ทั้งนั้น เอาธรรมเอาวินัยกางเข้าปั๊บ เป็นพระก็เป็นพระแบบเดียวกัน ปฏิบัติอย่างเดียวกัน เสมอกันไปหมดเลย  เหมือนหนึ่งว่าเป็นอวัยวะเดียวกัน ไม่มีคำว่าทะเลาะกัน อวดดีอวดเด่นนั้นคืออวดชั่ว อย่าเอามาอวด อะไรที่ดีให้ยึดเอา อะไรไม่ดีปัดออกๆ พากันจำเอานะ เอาละให้พร

 

หลังจังหัน

วันที่ ๒๒ วันวิสาขบูชา เราจะไปเทศน์ที่อุดร เราบอกแล้ว ถ้าไปด้วยความเรียบร้อยแล้วเราจะไปและเทศน์ให้ เราบอก ถ้าไปแบบวิสาขะหมากัดกันเราไม่ไป เราว่างี้ เพราะเราได้ยินแว่วๆ ทางกรุงเทพแล้ว มีแต่ตัวเป้งๆ กิเลสเท่าภูเขาๆ ยกทัพมาชนกัน เรื่องธรรมไม่ปรากฏ นี่เราสลดสังเวช โดยถือเอาวิสาขบูชา ว่าวิสาขบูชาโลก ว่างั้น ให้มันโด่งดังทั่วโลก ความหมาย วิสาขบูชา บำเพ็ญกุศลถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์ศาสดา วันประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ให้เป็นวันวิสาขบูชาโลก ทีนี้เวลาเสียงมันดังมามันไม่มีอย่างนั้น ยกทัพเข้าใส่กัน มีแต่ตัวเป้งๆ ตัวทิฐิมานะสูงๆ ตามกิเลสเท่าภูเขาๆ ๓ ภูเขา ๔ ภูเขามาปะทะกันอยู่ในนั้น พระพุทธเจ้าก็แหลกถ้าภาษาโลก มีแต่พวกนี้เหยียบย่ำทำลายลงไป หาความเป็นสิริมงคลไม่ได้ มีแต่เรื่องกิเลสออกสนามออกแนวรบทั้งหมดเลย

เราฟังอย่างละเอียดลออ เมื่อได้ความแล้วก็สอดกลับย้อนไป นี่มันจะเป็นวิสาขะหมากัดกันแล้วเหรอ พระพุทธเจ้าเลิศเลอขนาดไหน ทำไมจึงเอาหมามากัดกันต่อพระพักตร์พระพุทธเจ้าล่ะ เท่านั้นละ จากนั้นเราก็หยุด ทีนี้ทางนี้ว่าจะมีวิสาขะที่จังหวัดอุดร เราก็เอานั้นมาไล่กันละซิ ถ้าเป็นอย่างนั้นเราไม่ไป บอกว่าไม่มี เรียบร้อยตามธรรมดา เออ ไม่มีเราจะไปให้และเทศน์ให้ บอกเลย กะว่าบ่าย ๕ โมงนะ (๕ โมงครึ่งครับ) ถ้างั้น ๕ โมงเราก็พอดีไป ไปเขาก็กำหนดเป็นจุดศูนย์กลางเอาไว้ว่า ๕ โมง แต่หลักใหญ่เขาก็รอเรานั่นแหละ เราก็ไปตามเวลาของเรา เห็นว่าเหมาะสมแล้วก็ไป เช้าหรือเร็วเขาไม่สำคัญแหละ พอมองเห็นหน้าเราเท่านั้น มาแล้ว นาฬิกาตกเป๊ะป๊ะๆ หมดเลยไม่มีความหมาย เป็นอย่างนั้นละ

         นี่เขาถามมาก็เป็นการดีเหมือนกัน กราบเรียนถามว่า วัดป่ามีเจตนาเผยแพร่ธรรมของครูบาอาจารย์ เมตตาติดตั้งสถานีวิทยุเสียงธรรม เพื่อให้ประชาชนได้รับฟังธรรมะที่ถูกต้องของครูบาอาจารย์ จึงได้จัดตั้งกองผ้าป่า และบอกบุญไปยังญาติโยมพุทธศาสนิกชน ให้ได้มีส่วนร่วมในการครั้งนี้ การกระทำเช่นนี้จะทำให้ผิดจากข้อวัตรปฏิบัติ และปฏิปทาของพ่อแม่ครูจารย์อย่างไรหรือไม่ สุดแท้แต่จะโปรด (จากพรพิมล)

การประกาศธรรมสอนโลกเป็นสิ่งที่ควรอย่างยิ่งแต่องค์ศาสดามา ไม่มีอะไรจะเป็นอัปมงคลแม้นิดเดียว การประกาศธรรมสอนโลก โลกได้ยินรู้สึกดีชั่ว บาปบุญ นรกสวรรค์ ตลอดมรรคผลนิพพาน จากพระโอวาทคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า จึงเป็นสิ่งที่ควรอย่างยิ่ง ที่เขาเกี่ยวข้องก็ว่า จึงได้ตั้งกองผ้าป่าและบอกบุญไปยังญาติโยมพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ให้ได้มีส่วนร่วมในการครั้งนี้ด้วย นี่ละข้อที่ว่าจะขัด ขัดตรงนี้ละ อันนี้เป็นเรื่องของประชาชนทั่วๆ ไปเราไม่ได้ว่าอะไร เราสอนไปแล้วก็แล้วไปเลยๆ เขาจะแยกจะแยะไปด้วยสติปัญญาของตนที่เป็นการกุศลก็แล้วแต่จะพิจารณา เพราะการประกาศให้ทราบทั่วถึงกันในเรื่องของอรรถของธรรมนี้มีน้อยมาก การประกาศเช่นนี้จึงไม่เห็นว่าขัดข้องแต่อย่างใด เพราะไม่มีการบังคับ เป็นแต่ประกาศให้ทราบข่าวศีลข่าวธรรม เราเห็นว่าไม่ขัดข้องแหละ

ธรรมะเวลานี้กำลังออกกว้างขวางมากนะ เรายิ่งจวนจะตายก็รู้สึกว่าเข้มข้นตลอดด้วยความเมตตาต่อโลก แทนที่จะมาเมตตาต่อเราหรือเป็นห่วงเรา เราไม่มี เราบอกตรงๆ เราไม่มี หมดโดยสิ้นเชิงไม่มีอะไรเหลือเลย พอแย็บออกนี้ก็เรื่องของโลกเลยครอบไปหมดตลอดเวลา สำหรับเรื่องของเราไม่มีอะไรที่จะเป็นกังวล จึงเรียกว่ามันหมดโดยสิ้นเชิง หมดจริงๆ ไม่มีอะไรเหลือ ที่นี่ก็มีแต่ความเมตตาต่อโลกสงสารเท่านั้น ใครจะพิจารณาให้เป็นศีลเป็นธรรมต่อตนเองและส่วนรวมอย่างไรก็แล้วแต่จะพิจารณากัน เพราะเป็นความชอบธรรมด้วยกันแล้ว

เขาหาบีบบี้สีไฟกินตับกินปอดประชาชนมาทั่วประเทศไทย กินมานมนาน กินลึกกินแรกกินไม่หยุดไม่ถอยก็ไม่เห็นว่าอะไรเขา นี่การประกาศเพื่อศีลเพื่อธรรม เพื่อความร่มเย็นแก่หัวใจของโลก ทำไมจะขัดกัน เราแน่ใจเลยว่าไม่ขัด ไอ้สิ่งที่ขัดๆ นั้นเอาขึ้นมาคลี่คลายดูกันซิน่ะ เรื่องสกปรกเรื่องทำลายจิตใจของประชาชนที่เขาอยู่ใต้อำนาจ อาศัยอำนาจบาตรหลวงป่าๆ เถื่อนๆ แล้วกลืนกินแบบนั้น กลืนกินแบบนี้ มีข้อกฎเกณฑ์บังคับและแอบอ้างไปก็มีๆ มีเยอะ กินอยู่ตลอด พวกนี้พวกไม่ยอมเสียเปรียบ ยกขึ้นมาเขาก็ว่า ข้าราชการหรือรัฐบาล ก็ถูกทั้งสองนั่นแหละ เพราะไม่มีใครที่จะทำความเดือดร้อนแก่ประชาชน ทั้งคนทุกข์คนมีคนจน เอาให้ได้อย่างนั้นๆ แน่ะ บังคับกันอยู่ในตัว

อันนี้ไม่บังคับ การบุญการกุศลเพื่อจิตใจของคนให้เป็นมหาคุณต่อจิตใจนี้เป็นของหายากมาก ที่เราอุตส่าห์พยายามนี้เราก็แน่เต็มหัวใจเราแล้วว่า การสอนธรรมนี้เป็นมหามงคลตลอดมา เราจึงเร่งกำลังวังชาที่จะพอเทศน์ได้สอนได้ อย่างเทศน์อย่างนี้ก็ออกทั่วโลกเลยจะว่าไง ออกอินเตอร์เน็ตมันก็ทั่วโลก ทีแรกก็ทั่วประเทศไทยก่อน จากนั้นก็ออกทั่วโลก ก็เพื่อหัวใจคนนั่นแหละ

ท่านทั้งหลายอย่าเห็นว่าสิ่งใดใหญ่กว่าหัวใจนะ หัวใจนี้ครอบโลกธาตุ ถ้าเปิดทางให้หัวใจเดินโดยความเป็นธรรมแล้ว สิ่งทั้งหลายที่เคยทำลายจิตใจให้บอบช้ำมาเป็นเวลานานนั้นจะยุบยอบลงไปๆ ต่างคนต่างจะมองเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ไม่บีบบี้สีไฟเห็นแก่ได้โดยถ่ายเดียวด้วยวิธีการต่างๆ คดโกงรีดไถบีบบี้สีไฟอย่างนี้จะไม่มี จิตใจสะอาดแล้วมันกลืนไม่ลงนะ อย่างหัวใจเรานี้เราพูดจริงๆ สะอาดหรือไม่สะอาดก็เต็มที่แล้ว อะไรเข้ามาขัดนิดหนึ่งปัดออกทันทีไม่เอาเลย เห็นว่าอันนั้นเป็นภัย นั่น ไม่ได้ว่ามาเป็นคุณนะ ไม่มี ปัดทันทีเลย จะราคาสูงต่ำขนาดไหนถ้าขัดต่อธรรมแล้วเป็นไม่เอาเลย ถ้าเป็นคุณแล้วเอา เท่าไรก็รับ เป็นประโยชน์เรื่อยๆ ไป เราดำเนินอย่างนี้เรื่อยมากับพี่น้องทั้งหลาย สมกับว่าเราช่วยด้วยความเมตตาล้วนๆ สุดส่วน ไม่มีอะไรเหลือในใจเรา เราช่วยเต็มกำลังความสามารถ

เราพยายามคิดแง่นั้นแง่นี้ เพื่อชาติไทยของเราก็คิดเต็มกำลัง คิดดูซิทองคำ ดอลลาร์ อะไรเหล่านี้ เข้าคลังหลวงก็เต็มที่แล้วตั้ง ๑๑ ตัน กับ ๓๗ กิโลครึ่งแล้ว ยังขอบิณฑบาต ขอออดขออ้อนเป็นน้ำไหลซึมเข้ามาอีก นั่นเห็นไหมล่ะ เพียงเท่านั้นยังจะไม่พอ เราคิดแล้ว ทองคำในคลังหลวงเราคิดแล้วเราไปดูเอง จึงเอาอันนั้นออกมาพิจารณา ประกาศให้บรรดาพี่น้องทั้งหลายได้ทราบทั่วกัน แล้วต่างคนต่างบริจาคมาอย่างนี้ละ คนนั้นเท่านั้น คนนี้เท่านี้ หนุนกันไปๆ ชาติไทยของเราก็แน่นหนามั่นคง นี่เราคิดไว้หมดนะ เราไม่ได้คิดไว้เพื่อเรา เราคิดไว้เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ของเราทั้งนั้น ทั้งสามพระองค์นี้เราอุ้มอย่างสุดกำลัง ใครมาแตะไม่ได้ว่างั้นเลย คอขาดเลยกับเรา เป็นอันว่าไม่ถอย คอขาดเลยเทียว เราอุ้มสุดขีดขนาดนั้นละ รักสงวนมาก เทิดทูนมากที่สุดเลย

เราจึงพูดได้เต็มปากในการช่วยชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของเรา อย่างไม่ออมปากเลย พูดให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย การขอบิณฑบาตพี่น้องทั้งหลายก็เพื่อเป็นมงคลๆ แก่หลักใหญ่ของเราๆ เราคิดไว้หมดเลยนะ เวลาเป็นโอกาสที่ควรจะได้ก็อยากให้ได้ ถ้าไม่สบโอกาสแล้วก็จำเป็น เวลานี้ยังมีโอกาสอยู่ อย่างทองคำพอจะเป็นน้ำไหลซึมเราก็อยากให้เป็น นี่ก็ได้เยอะแล้วนะ ดูจะถึงร้อยกิโลแล้วมัง (๙๘ กิโลครับผม) เอ๊ะ เมื่อวานนี้ก็มากิโลหนึ่ง นับหรือยังเมื่อวานนี้ (ไม่ได้นับครับ) เมื่อวานหมอนิพนธ์มาให้ ๑ กิโล (เป็น ๙๙ กิโลแล้วครับ) นั่นซี เราอยากจะว่าร้อยกิโลแล้วนะแต่ก็ยังว่าไม่ได้ทองมันยังไม่สมบูรณ์ เราอยากจะว่าอยู่แล้ว นี่ละเห็นไหมล่ะน้ำไหลซึม จะร้อยแน่ๆ ละ ถ้าไม่พูดอย่างนี้อันนี้จะไม่มีเลย ขาดไปเลย ทั้งๆ ที่สมบัติเงินทองข้าวของเราก็พอมีพอเป็นพอไป พอจะเฉลี่ยเข้าสู่จุดส่วนรวมได้ เมื่อไม่มีใครพูดไม่มีใครเบิกทางให้ก็ไม่ทราบจะทำยังไง เมื่อมีอันนี้ก็ไหลเข้ามาๆ อย่างนี้แล้ว

เวลามีชีวิตอยู่เราก็ทำเต็มความสามารถของเรา นี่เราก็เคยพูดกับผู้กำกับโดยเฉพาะ เวลาเงียบๆ อยู่สภาหนูสองต่อสองนั่นแหละ ไปดูโกดัง คือโกดังต้องเต็มเอี๊ยดตลอด นี่สำหรับโรงพยาบาลทั้งหลาย มาจากโรงพยาบาลต่างๆ จังหวัดต่างๆ มาโรงไหนให้ได้เหมือนกันหมดเลย ส่วนไหนที่เป็นพิเศษ เช่น อุบล ทุกโรงในเขตจังหวัดอุบลให้พิเศษทั้งนั้น โคราช อุตรดิตถ์ สามจังหวัดนี้ให้พิเศษทุกเขตของจังหวัดนั้นเลย ไม่ว่าโรงไหนมา ชัยภูมิก็มีสองโรง เทพสถิตกับภักดีชุมพล ไกลมากนะ วัดเข็มไมล์จากนี้ไปถึงโคราช ๓๓๔ กิโลถึงสูงเนิน อันนี้ก็ขนาดสูงเนิน ไกล เราจึงให้เป็นพิเศษ ทีนี้พิเศษก็ต้องพิเศษเสมอกันหมด เพิ่มเท่าไรเป็นเท่านั้นเหมือนกันหมด ถ้าธรรมดาก็เท่านั้นเหมือนกันหมด เอาไว้อย่างนั้นเต็มเอี๊ยดๆ ไม่ให้บกพร่องเลย โรงไหนมาให้ได้ทุกโรง

เวลาเรามีโอกาสเราก็ไปของเรา เราไปเราเป็นพิเศษของเรา ไปโรงนั้นไปโรงนี้ ดูโรงไหนอัตคัดมาก เข้าๆ ไปทีหนึ่งๆ อย่างนั้นละ ระยะนี้เป็นไข้ไม่ได้ไปโรงไหนเลย เข้าโรงพยาบาลตัวเองๆ เราช่วยอย่างนี้ละช่วยโลก ขอให้ได้ช่วยโลกเต็มกำลังความสามารถเราเป็นที่พอใจ สมกับความเมตตาที่มีต่อโลกเต็มสัดเต็มส่วน เราไม่หวังอะไรแล้วในโลกนี้ หมดทุกสิ่งทุกอย่าง หมดที่จะหวัง ไม่มีเลย มีแต่ความเมตตาต่อโลกทั้งนั้น อุตส่าห์พยายามช่วยเหลือกันไปอย่างนี้โลกเราอยู่ด้วยกัน

ถ้าธรรมมีแล้วโลกนี้จะสงบลงนะ ความโลภก็ไม่มาก ความโกรธ ความเคียดแค้น ราคะตัณหาก็มีธรรมระงับ พออยู่พอเป็นพอไป อยู่ในกรอบของศีลของธรรมไม่เดือดร้อน ถ้าข้ามอันนี้ไปเป็นไฟๆ พระพุทธเจ้าวางไว้เป็นระยะๆ ฆราวาสก็ศีล ๕ กาเมสุ มิจฉาจาร ราคะตัณหา บังคับไว้อันนี้ อันนี้ตัวรุนแรง ตัวนี้รุนแรงมาก ก่อได้ทุกแห่งทุกหน ท่านก็บังคับไว้ ถ้าผู้ต้องการความสงบร่มเย็นแก่ตนเองครอบครัวเหย้าเรือนก็ต้องปฏิบัติตามนี้ เย็นอย่างนั้น ไม่เป็นอื่นนะ ถ้าขัดนี้แล้วขัดแย้งทะเลาะเบาะแว้ง นอกจากนั้นแตกจากกันเลย นั่นเห็นไหมล่ะ

         ศีลธรรมเป็นของเล็กน้อยเมื่อไร เราเอาแต่กิเลสมาเหยียบธรรมๆ ลุกเป็นฟืนเป็นไฟก็ยังเห็นว่าเป็นความดีอยู่ มันก็เผาไปเรื่อยละซิ ถ้าเห็นว่ามันเป็นไฟแล้วถอยห่างๆ ความทุกข์ความเดือดร้อนซึ่งเป็นฟืนเป็นไฟมันก็สงบลง ขอให้พากันเห็นโทษตามธรรมของพระพุทธเจ้าที่ทรงพิจารณาเรียบร้อยแล้ว ตรัสรู้เองโดยชอบแล้วมาเป็นคติเครื่องเตือนใจตนเอง ตามกำลังของเราที่เป็นเพศฆราวาส ก็ให้หนักหน่วงในทางฆราวาสของเรา เพศของพระก็ให้ปฏิบัติตามหน้าที่ของพระ หน้าที่ของพระเพศของพระ เรียกว่าเต็มยศเลยตามหลักพระวินัย

         เพศของพระมีศีลบริสุทธิ์เต็มที่ จากนั้นก็สมาธิ ปัญญา วิชชา วิมุตติหลุดพ้น เพศของพระสมบัติของพระก็ศีลสมบัติ มีศีลเป็นเครื่องประดับตนเต็มที่แล้วตั้งแต่วันก้าวออกจากโบสถ์ อุปัชฌาย์บวชให้เรียบร้อยแล้ว มีศีล ๒๒๗ รักษาเต็มภูมิตลอดเลย ก็เป็นผู้มีศีลเต็มตัว จากนั้นก็บำเพ็ญทางด้านจิตใจเพื่อความสงบจิตใจ คลื่นกิเลสมันตีอยู่ภายใน ศีลอยู่ภายนอก เอาธรรมเข้าไปตีภายในให้กิเลสสงบลง ใจก็มีความสงบร่มเย็น ถ้าจิตใจสงบร่มเย็นโลกกว้างนะ ถ้าใจหาความสงบไม่ได้โลกคับแคบ มาคับแคบอยู่ที่ใจ ตีบตันอยู่ที่ใจ บีบบี้สีไฟอยู่ที่ใจ อบรมจิตใจให้มีความสงบ พระเราต้องให้เป็นอย่างนั้น

         พระบวชมาไม่มีอรรถมีธรรม ศีล สมาธิ ปัญญาติดตัวเลย ไม่สมคุณค่าของพระนะ พระเป็นพระลูกศิษย์ตถาคตด้วยต้องเป็นผู้ทรงมรรคทรงผล พอบวชแล้วก็ไล่เข้าในป่า ไล่ไปไหน พระพุทธเจ้าไล่พระเข้าป่านะ รุกฺขมูลเสนาสนํ ไล่เข้าป่า บรรพชาอุปสมบทแล้วให้ท่านทั้งหลายไปอยู่ตามรุกขมูลร่มไม้ ในป่าในเขา ตามถ้ำเงื้อมผา ป่าช้าป่ารกชัฏ ที่เป็นที่สะดวกแก่การประกอบความพากเพียร แล้วจงอุตส่าห์อยู่และบำเพ็ญ ในสถานที่เช่นนั้นตลอดชีวิตเถิด นู่นน่ะฟังซิ เป็นของเล่นเมื่อไรเอาตลอดชีวิตเลย นี่เป็นพระโอวาทที่เด็ดขาดเพื่อมรรคผลนิพพานแก่พระผู้ตั้งใจต่อธรรมนั้นๆ จริงๆ

         พระบวชแล้วก็เข้าอย่างว่านั้นเป็นไปตามนี้เลย ศีลสมบัติมีสมบูรณ์ สมาธิสมบัติ ปัญญาสมบัติ จากนั้นก็วิมุตติสมบัติหลุดพ้นไปได้ เรียกว่าสมบัติของท่านมีเท่านี้พอแล้ว สมบัติของพระท่านไม่เอามากอะไรนัก ศีลสมบัติ สมาธิสมบัติ ปัญญาสมบัติ วิมุตติสมบัติ หรือวิมุตติญาณทัสสนะสมบัติ พอ พอแล้ว นี่สมบัติของพระ พอสมบัตินี้แล้วพอ ปล่อยหมด โลกไม่มีอะไรเหลือ เพราะสมบัติอันนี้ล้นค่าแล้ว เกินกว่าอะไรที่จะมาแทรกซึมได้นะ เราจึงต้องได้เร่งสอนพระเสมอ

         ขอให้ศาสนาได้เด่นขึ้นมาจากภาคปฏิบัติ ผู้ดำเนินตามทางของศาสดาโดยแท้เถิด จะไม่มีตั้งแต่เรื่องมูตรเรื่องคูถครอบศาสนา ครอบพระครอบเณร ครอบวัดครอบวา  ไปที่ไหนเห็นแต่มูตรแต่คูถ เห็นแต่ส้วมแต่ถานเต็มวัดเต็มวา เต็มพระเต็มเณร ดูไม่ได้นะ ก็หลักธรรมหลักวินัยมีอยู่ การปฏิบัติของพระเณรเราปฏิบัติอย่างไร มันขวางกันขนาดไหน จนกระทั่งถึงว่าเป็นส้วมเป็นถาน เป็นมูตรเป็นคูถ ปฏิบัติเลวลงไปๆ วัดก็เลยกลายเป็นส้วมเป็นถานไปเลย ไม่เรียกว่าวัดแล้ว

         ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในวัดนั้น หรูหราฟู่ฟ่าไปด้วยของสกปรกคือกิเลสตัณหาทั้งนั้น ไม่มีธรรมแทรกอยู่ในนั้นเลย มีแต่หรูหราฟู่ฟ่าเป็นเรื่องของกิเลสทั้งมวล แยกเข้ามาหาพระก็ตัวความเพลิดความเพลิน ความรื่นเริงบันเทิงไปกับโลกกับสงสาร ไม่มองดูอรรถดูธรรมเลยก็เต็มอยู่ในพระ และปฏิบัติตัวด้วยมูตรด้วยคูถอย่างนี้แล้วจะไม่ให้เรียกว่ามูตรว่าคูถได้ยังไงพระเณรเรา เรียกได้ไม่สงสัย ตามหลักความจริง

         แล้วทีนี้พระเณรก็เป็นมูตรเป็นคูถเสีย วัดนั้นก็เป็นส้วมเป็นถานไปเสีย ก็เลยเป็นมูตรเป็นคูถไปด้วยกันเลย มันจะเป็นอย่างนั้น จะไม่เป็นวัดดังศาสดาสอนไว้นะ ศาสดาสอนไว้เป็นวัดนี้ รุกฺขมูลเสนาสนํ นี่ละคือวัดของพระผู้ทรงมรรคทรงผล ผู้จะได้นำธรรมมาแจกจ่ายประชาชนญาติโยมให้มีความสงบร่มเย็น เป็นมรรคเป็นผลขึ้นแก่ใจของตนอย่างประจักษ์ นี่คือธรรมพระพุทธเจ้าสดๆ ร้อนๆ ถ้าใครนำไปปฏิบัติจะเห็นชัดเจน อย่าให้กิเลสมันล้อมหน้าล้อมหลังตลอดเวลาเลย ศาสนาแคบเข้าไปๆ

         เวลานี้ที่ปรากฏอยู่บ้างก็คือในวงกรรมฐานสายพ่อแม่ครูจารย์มั่น เพราะเราอยู่นี้เป็นจุดศูนย์กลางนะเรา เราเป็นจุดศูนย์กลางของวงกรรมฐานสายพ่อแม่ครูจารย์มั่น มาอยู่นี้หมด มาขึ้นอยู่กับนี้หมด ใครมาที่ไหนๆ ออกจากวงกรรมฐานสายพ่อแม่ครูจารย์มั่นก็มาหาเรานี้ละ ทั่วไป แล้วก็รู้สึกว่าท่านดีตลอดมา เราไม่ได้ต้องติสำหรับวงกรรมฐานเรา แม้จะมีเหตุการณ์ร้ายแรงยังไงท่านก็ออกมาช่วยกันเต็มเม็ดเต็มหน่วย ถูกต้องตามศีลตามธรรม

         ดังที่ประกาศหรือประชุมกันที่วัดอโศการามเป็นหมื่นนั่น ว่าเท่าไรเป็นเท่านั้น จะเอามากกว่านั้นก็ได้พระ ท่านพร้อมแล้วๆ ด้วยความเป็นธรรม ก็ได้มาประชุมกันเป็นข้อตกลงไว้เรียบร้อยแล้ว นี่เป็นข้อตายตัวของศีลของธรรมที่ถูกต้องดีงามแล้ว เป็นอื่นไปไม่ได้ เราเสนอเข้าไปแล้วจะไปทำลายไม่ได้ ถึงจะไม่ออกประกาศก็เป็นศีลเป็นธรรมอยู่ในลิ้นชัก สง่างามอยู่ในลิ้นชัก สว่างจ้าอยู่ในลิ้นชัก ไอ้มูตรไอ้คูถมันออกโอ้ออกอวด ออกประกาศนั้นมันก็เหมือนเอามูตรเอาคูถไปตีกระจายเหม็นคลุ้งทั่วประเทศเขตแดน

         ท่านเหล่านี้ท่านตั้งใจปฏิบัติจริงๆ ทุกอย่างท่านพร้อมเลย พอเราลั่นยังไงนี้พร้อมกันๆ เลย เพราะเหตุไรท่านถึงมาพร้อม คนไม่ควรเชื่อถือ เชื่อถือได้ยังไง คนไม่ควรที่จะพร้อมแล้วปฏิบัติตามได้ จะปฏิบัติตามได้ยังไง ท่านก็ต้องเล็งดูปฏิปทาของเรามาแล้วเหมือนกัน เพราะปฏิปทาของเราการดำเนินมา พระเณรทั้งหลายก็เคารพนับถือตลอดมา ด้วยความไม่มีที่ต้องติตามหลักธรรมหลักวินัย เวลาออกช่วยชาติบ้านเมืองนี้เราก็ออกโดยธรรมโดยวินัย ไม่ให้ขัดกับธรรมกับวินัยเลย ตรงแน่วๆ ไปตามนั้น ผิดถูกชั่วดีว่าไปตามเหตุตามผลอรรถธรรมทั้งนั้นเลย มันก็ไม่ผิด พระเณรทั้งหลายท่านจึงร่วมมืออย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยตลอดมา พร้อมเสมอ

         ก็มีอันนี้ละพอเป็นเกาะเป็นดอนเอาไว้เวลานี้นะ ถ้าไม่มีนี้แล้วหมดเลยละ พูดชัดๆ ศาสนานี้จะหมด วัดวาอาวาสกลายเป็นส้วมเป็นถานไปหมด เป็นโรงสุรายาเมา  เป็นทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในนั้นหมดเลย เรียกว่าส้วมว่าถานได้ไม่สงสัย ถ้าไม่มีวงกรรมฐานเป็นเครื่องกั้นกางไว้บ้างแล้วจะเป็นอย่างนั้นแน่นอน อันนี้ก็พอได้ระวังกันอยู่บ้าง เพราะผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เทิดทูนพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ยังมีอยู่ แล้วผู้เทิดทูนยังมีอยู่ ผู้จะมาทำลายทำลายต่อหน้าต่อตานี้ไม่หน้าด้านจริงๆ มันก็ไม่กล้าทำลายได้นะ หน้าด้านจริงๆ มาทางนี้ก็หน้าด้านใส่กันซิว่าไง ไม่อย่างนั้นมันไม่ถึงกัน

         เรื่องมรรคผลนิพพาน บุญกุศลนี้อย่าพากันสงสัยนะ ถ้าลงเชื่อพระพุทธเจ้าให้เชื่อเถิด รวมอยู่กับพระพุทธเจ้าทั้งหมด ตรัสไว้ชอบแล้ว ไม่มีผิดมีเพี้ยนไปไหนเลย สวากขาตธรรม สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม ตรัสไว้ชอบแล้วทุกอย่างไม่มีเคลื่อนคลาดเลย ให้ปฏิบัติตามนี้ อย่าฟังเสียงใครนะ เสียงเหล่านั้นไม่ใช่เสียงศาสดาองค์เอกที่จะรื้อขนสัตว์ออกจากทุกข์ได้นะ มีแต่จะมาลากลงๆ ศาสดารอบด้านลากลงทั้งนั้น ศาสดาองค์เอกคือพระพุทธเจ้าของเรามีองค์เดียว นี่ละลากขึ้นๆ ให้ตั้งใจปฏิบัติ

         เวลามีความขี้เกียจขี้คร้านให้มีธรรมสะกิดใจบ้างมันจะได้ตื่นเนื้อตื่นตัว ถ้าปล่อยไปเท่าไรมันยิ่งเคลิ้มหลับไปเลยนะ กิเลสนี่กล่อมได้ง่ายมากกล่อมสัตว์โลก ธรรมกล่อมยาก เวลายังไม่มีกำลังนะ ถ้ามีกำลังก็อีกเหมือนกัน นี่ก็เคยเล่าให้ฟังแล้ว ถอดออกมาจากหัวใจมาพูดจะผิดไปไหน เวลาล้มลุกคลุกคลาน จะเป็นจะตายเพราะกิเลสเหยียบย่ำทำลาย น้ำตาร่วงอยู่บนภูเขาก็ได้มาเล่าให้ฟัง นี่แสดงว่าหมดอำนาจเลย กิเลสเหยียบตลอด หงายเลยๆ สู้กิเลสไม่ได้

         จนน้ำตาร่วง เพราะเหตุไร ก็เราตั้งใจขึ้นมาปฏิบัติจะฟัดกับกิเลสอย่างเต็มเหนี่ยว แล้วยังไม่ถึงไหนกิเลสฟัดเอาหงายหมาๆ มันเป็นยังไงกัน สลดสังเวชน้ำตาร่วง แต่สำคัญที่ใจอันหนึ่งมันไม่ถอยที่มันพอฟัดพอเหวี่ยง เอาหงายก็หงาย สู้ไม่ได้ก็ยอมรับว่าสู้ไม่ได้ แต่จะสู้ เอาขึ้นไปอีกอบรม โรงงานใหญ่ก็คือพ่อแม่ครูจารย์มั่น ไปรับการอบรมแล้วขึ้นอีก ฟัดอีกหงายอีกๆ ฟัดไปฟัดมามันก็มีท้องเหมือนเรา มันก็หงายท้องให้เราดูซี เหอ มึงก็มีท้องเหมือนกันเหรอกิเลส จากนั้นก็เอาละที่นี่เรื่อยๆ นี่เวลาธรรมมีกำลังเป็นอย่างนั้น

         เวลากิเลสมีกำลังมีแต่เราหงายท้องๆ เวลาธรรมมีกำลังฟัดกิเลสให้หงายท้องให้เห็นต่อหน้าต่อตา เรากับกิเลสต่างคนต่างมีท้อง หงายท้องให้กันดู ทีแรกมีแต่เราหงายท้องให้กิเลสดู ครั้นต่อมากิเลสหงายท้องให้เราดู เพราะฟัดกันไม่ถอยนี่ จากนั้นกิเลสก็หงายเรื่อยๆ ทางนี้ก็บุกใหญ่เลยละที่นี่ เป็นอย่างนั้นนะ พอขั้นบุกใหญ่แล้วเป็นความเพียรที่ว่าชุลมุนแล้วนะ ถอยไม่ได้แล้ว เป็นความเพียรขั้นชุลมุน หมุนติ้วๆ คำว่าถอยไม่มี มีแต่พุ่งๆๆ นี่ละธรรมมีกำลังกิเลสหมอบลงๆๆ

         พิจารณาไปจนกระทั่งถึงได้พูดเฉยๆ แต่ไม่ได้พูดด้วยความสำคัญนะ เวลาค้นที่ไหนมันก็ไม่เห็นกิเลส เหอ มันไปไหนหมดกิเลส มันไม่ใช่เป็นพระอรหันต์น้อยๆ ขึ้นมาแล้วเหรอ ว่าตัวเอง ดูกิเลสตัวไหนก็ไม่เห็น หมอบหมดมันเป็นยังไง สักเดี๋ยวมันก็โผล่ขึ้นมาซัดกัน แต่พูดเฉยๆ เราไม่ได้พูดด้วยความสำคัญ พูดเวลามันว่างกิเลสมันยังไม่โผล่ ก็เป็นอรหันต์น้อยสักครั้งหนึ่ง พอเอาอีก ซัดกันอีก ซัดกันอีกเลย ลงได้ขั้นนี้แล้วไม่มีถอย นี่เห็นไหมกำลังของธรรม ถ้าลงได้มีกำลังแล้วกิเลสนี้ขาดสะบั้นๆ เหมือนกับกิเลสมีกำลังเอาเราขาดสะบั้นเหมือนกัน แก้กันได้อย่างนี้เสมอกันเลย

         เอาจนกระทั่งถึงมันขาดสะบั้นไปโดยสิ้นเชิงไม่มีเหลืออะไรแล้ว ก็จ้าขึ้นมาโดยไม่ต้องไปถามใคร สนฺทิฏฺฐิโก พระพุทธเจ้าประกาศอย่างสุดยอดไว้แล้ว มันก็จ้าขึ้นในหัวใจเราด้วย สนฺทิฏฺฐิโก สุดยอดเช่นเดียวกัน แล้วจะไปทูลถามพระพุทธเจ้าหาอะไร นั่นละข้าศึกหมด ไม่มีอะไรที่จะเข้ามาขัดมาแย้งได้อีกเลย คำว่าอรหันต์น้อยอรหันต์ใหญ่ก็หมดไปเลย อรหันต์ใหญ่ก็หมด อรหันต์น้อยก็หมด ไม่มีอะไรเหลือ เป็นอย่างนั้นนะ

         จึงได้เร่งพระให้ภาวนากัน มรรคผลนิพพาน อยู่สดๆ ร้อนๆ ที่หัวใจนะ เอาเปิดออกๆ อย่าได้จาง ตรงนี้ไม่ได้นะ ด้วยเหตุนี้เองที่เราทำงานทำการเกี่ยวข้องกับประชาชนญาติโยมหรืออะไรก็ตาม เรื่องธรรมนี้จะแน่นหนามั่นคงปึ๋งตลอดเวลา อ่อนไม่ได้เลย หันมาทางพระก็ใส่ตูมๆ ตามเดิม ความเพียรของพระจะอ่อนไปไม่ได้ เพราะอันนี้เหมือนกับว่าเสาธงทองคำสง่างามจรดฟ้า สว่างจ้า เป็นเครื่องดึงดูดให้ทุกสิ่งทุกอย่างโอนอ่อนเข้ามาเรื่องอรรถเรื่องธรรม ที่จะอ่อนไปตามกิเลสไม่มี มีแต่แข็งแกร่งตลอด การเตือนพระเจ้าพระสงฆ์ก็เหมือนกัน

         สำหรับพระเจ้าพระสงฆ์ในวัดนี้เราก็ชมเชย ข้อวัตรปฏิบัติของท่านไม่ว่าภายนอกภายในท่านเรียบทุกอย่าง ภายนอกก็คือการปัดกวาดเช็ดถู ทำความสะอาดในที่นั่นที่นี่ท่านก็ทำอย่างเรียบร้อยสวยงามตามอรรถตามธรรม สติธรรม-ปัญญาธรรม ด้วยความเป็นธรรมด้วยกัน มันก็สวยงามไปหมด ไม่ว่าชาติชั้นวรรณะใดที่พระมาอยู่ที่นี่ข้อวัตรปฏิบัติสวยงามเสมอกันหมด ความพร้อมเพรียงสามัคคีเสมอกันหมดเลย เราก็ได้ชมท่าน ที่ยังหนุนอยู่ตลอดเวลานี้ก็คือความเพียรทางใจเอาให้ดี เอาให้มันแน่นเข้าไปโดยลำดับ อย่าให้บกพร่องทางใจ ภายนอกก็ให้เรียบร้อย ข้างในก็ให้เรียบร้อยและสวยงามตลอด

         เรามุ่งมั่นมากที่สุดเรื่องอรรถเรื่องธรรม เพราะไม่มีคำว่าจืดจางว่างเปล่าจิตดวงนี้ธรรมดวงนี้ไม่มี มีแต่จ้าอยู่ตลอดเวลา เห็นใครก็มีแต่โบกมือ เอา มา เอาซิๆ เร่งอย่างนั้นนะ ที่ท่านว่า เอหิปสฺสิโก ในบทธรรมคุณ สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้วชอบแล้ว อกาลิโก ไม่มีกาลสถานที่เวล่ำเวลาที่จะให้ผล ประกอบความเพียรเมื่อไรเป็นผลเมื่อนั้น สนฺทิฏฺฐิโก ผู้ปฏิบัติจะพึงรู้ด้วยตนเองๆ ด้วยกัน ไม่ต้องไปถามพระพุทธเจ้าแหละ

         เอหิปสฺสิโก ในธรรมท่านสอนว่าสามารถที่จะเรียกร้องคนอื่นให้มาดูได้ธรรมของจริง แต่ทางภาคปฏิบัติเราแยกเป็นสองนะ ปริยัติเราก็เรียนมาแปลมาอย่างเดียวกัน ก็ยอมรับคำแปลในภาษาบาลี ไม่ผิด สามารถที่จะเรียกร้องคนอื่นมาดูได้ธรรมของจริง แต่ภาคปฏิบัติมันไม่เป็นอย่างนั้น พลิกมาว่าธรรมท่านสอนเราเพราะเราปฏิบัติธรรม ธรรมคือสติปัญญาธรรมอยู่ในใจของเรา เอหิปสฺสิโก ให้ย้อนจิตของท่านเข้ามาสู่วงอริยสัจ เข้ามาที่นี่ วงอริยสัจชาติเกิดแก่เจ็บตายอยู่ที่นี่ กิเลสตัณหาอาสวะอยู่ที่นี่หมด ให้ย้อนจิตเข้ามาดูที่นี่ ปสฺสิโก ดูที่นี่ จะรู้จะเห็นกันที่นี่

         โอปนยิโก ไปพบไปเห็นสัมผัสสัมพันธ์กับสิ่งใดให้น้อมเข้ามาเป็นธรรมสอนตนเสมอ ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหิ ท่านผู้รู้ทั้งหลายจะรู้จำเพาะตนๆ เท่านั้น  ผู้ไม่ปฏิบัติไม่รู้ เรื่องธรรมคุณก็แปลไว้เรียบร้อยแล้ว ที่มีแยกกันอยู่บ้างก็คือทางภาคปฏิบัติ ที่ว่าสามารถเรียกร้องคนอื่นมาดูได้ว่าธรรมของจริง บางทีตัวมันแสบๆ มันจะว่าเป็นบ้าหรือไปหาเรียกร้องอะไร ว่างั้นก็ได้ใช่ไหมล่ะ ธรรมของจริงอยู่ที่ไหนเกิดมาแต่โคตรแซ่ของเราเราก็ไม่เคยเห็นธรรมของจริง จะมาเรียกร้องไปดูได้ยังไง เขาว่าอย่างนั้นก็ได้ถ้าเขาแทรกเข้ามา

         แต่เวลาสติธรรม-ปัญญาธรรมเตือนให้ย้อนจิตของตนเข้ามาสู่ที่นี่ไม่ผิด เรียกว่าไม่ผิดเลย ธรรมของจริงอยู่ที่นี่ ไม่อยู่ที่ไหน ธรรมของจริงอยู่ที่นี่แหละ ให้ดู กิเลสตัณหาอยู่ที่นี่หมด เข้ามาสติจับปัญญาจับอยู่ที่นี่แล้วจะรู้กันเห็นกันที่นี่ เรียกว่าเอหิปสฺสิโก ให้ย้อนจิตเข้ามาดูที่นี่ แปลได้สองอย่าง อันนี้แปลตามภาคปฏิบัติเราแปลเอง เราก็ได้คติตัวอย่างมาจากภาคปฏิบัติอันนี้ ว่าธรรมของจริง ให้ย้อนมาที่นี่มันจะรู้จะเห็นขึ้นที่นี่แหละ

         ทีนี้จะบอกให้เขามาดูได้ธรรมของจริง แม้แต่อยู่ในศาลานี่ลองบอกดูซิน่ะว่าให้มาดูธรรมของจริงกับหลวงตาบัว ใครจะฟังขึ้นล่ะ นี่ธรรมของจริงอยู่ที่นี่เขาจะว่าหลวงตาบัวเป็นบ้าก็ได้นี่นะ เพราะฉะนั้นเราไม่พูดอะไรมันล่อแหลมกับความเป็นบ้านะ ให้ดูธรรมของจริงทุกคน ย้อนจิตเข้ามาอันนี้เสมอ เข้าใจไหมล่ะ พูดเท่านั้นละวันนี้ก็พูดมากอยู่นะ นี่พูดถึงเรื่องภาคปฏิบัติ เร่งรีบละภาคปฏิบัติเวลานี้ ให้เร่งตลอดเลย ไม่ให้อ่อนข้อ เราเจ็บไข้ได้ป่วยใครก็มากังวลกับเรา เรายิ่งปัดแล้วยังมายุ่งนะ ถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยใครไปยุ่งไม่ได้นะเรา เราพูดจริงๆ ถ้าลงเจ็บไข้ได้ป่วยจะหลบซ่อนอยู่คนเดียวๆ พอดี

         ขันธ์กับจิตอยู่ด้วยกันพิจารณากันอยู่นี้ตลอด ไม่ได้เอาใครมายุ่ง มากวน จะไปพึ่งนั้นพึ่งนี้ไม่เห็นมีวะ ในจิตมันพร้อมกันอยู่นี้หมดแล้ว ก็เรียนมาพอแล้ว เวลาเป็นขึ้นอะไรก็ดูกันอยู่นี้ มีแต่ขันธ์มันดีดดิ้นอยู่นั้น จิตก็ดูเท่านั้นไม่เห็นมีอะไร ทีนี้พอเจ็บไข้ได้ป่วยคนนั้นก็มา คนนี้ก็มา ทั้งพระทั้งเณรรุมกัน มันเลยจะเป็นแบบลิงช่วยลิง เป็นป่าอย่างนี้ละ เขาตัดกิ่งไม้กั้นเป็นรั้ว แล้วทำเป็นช่องๆ เอาไว้ แล้วเขาเอาไม้หนักๆ อันหนึ่งคอยทับสัตว์เวลามันข้ามช่องเข้าไป ไปเหยียบสะเก็ดนี่มันหลุดตุ๊บนี่ทับสัตว์ตาย

ทีนี้พอกลางวันเงียบๆ ไอ้นี้มันไปเที่ยวหากินนี้ มันก็ลงไปข้างล่างไปหากิน เขาก็ทำรั้วเอาไว้มันเป็นช่องนิดๆ ช่องนั้นเป็นช่องที่สำหรับไม้เป็นท่อนหนักๆ พอทับสัตว์ตายได้ดีๆ นี่ละ พอลิงลอดเข้าไปนั่นปั๊บ ไปเหยียบสะเก็ดนั้น สะเก็ดหลุดมันก็ทับเอา ทีนี้พอทับนี่ลิงก็ร้องกี้กๆๆ ร้องกี้กเหมือนว่าร้องหาความช่วยเหลือละท่านะ ลิงทั้งหลายก็มา ตัวไหนมาก็โดดขึ้นไป แทนที่จะไปยกไม้ขึ้นช่วยกันกลับไม่ ตัวนี้โดดขึ้นมาก็ไปอยู่ข้างบนขย่มลงไป เป็นยังไงๆ กำลังจะตาย ตัวนั้นขย่มๆ ไม้ซุงทั้งท่อนนั้นเต็มไปด้วยลิง ตัวหนึ่งอยู่นั้น สุดท้ายเลยตาย นี่ละลิงช่วยลิงมันตายได้ง่ายนะ เราจึงไม่อยากให้เป็นแบบลิงช่วยลิง พอไม่สบาย เราจึงหลบของเราไปเสีย เราอยู่คนเดียวเราสบาย ไม่มีอะไรยุ่ง เรื่องภายนอกเราไม่อยากยุ่ง เอาละให้พร

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก