ให้ระวังกิเลสมากกว่าระวังธรรม
วันที่ 7 มิถุนายน 2548 เวลา 7:55 น. ความยาว 42.45 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๘

ให้ระวังกิเลสมากกว่าระวังธรรม

 

ก่อนจังหัน

เรื่องของปลอมนี่พิลึกนะ ของจริงแทบมองไม่เห็น เห็นแต่ของปลอมๆ ทั้งนั้น ของจริงแทบมองไม่เห็น นี่พระพุทธเจ้าท้อพระทัย มองดูแล้วมีแต่ความเลอะเทอะสกปรกแทรกๆ อยู่ในนั้นๆ เสร็จ สลดสังเวชจริงๆ ธรรมที่สะอาดจ้าตลอดเวลาไม่มีอะไรเข้ามายุ่งมากวน อะไรแทรกเข้ามาปั๊บรู้ทันทีๆ เลย แล้วยิ่งหนาขึ้นทุกวัน เมืองไทยเรานี้แหละหนาขึ้นทุกวันเรื่องกิเลส คอยแทรกคอยแซงคอยเหยียบคอยทำลายความดีคนดี ให้แตกกระจัดกระจายออกไปทุกแบบทุกฉบับ ที่อุบายวิธีการของพวกมหาภัยนี้จะทำลายได้ ทำทุกแบบไม่ว่านอกไม่ว่าใน นอกคือทั่วๆ ไป ในคือวงราชการ ย่นเข้าไปวงรัฐบาล มีแต่เรื่องความสกปรกเข้าแทรกๆ

อ่านหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับๆ มีแต่เรื่องความสกปรกทั้งนั้นนะ ความสะอาดไม่ค่อยมี แล้วอยากอวดตัวนะ ทำความสกปรกมอมแมมมาแล้ว อยากอวดตัวว่าเป็นผู้เฉลียวฉลาด เป็นผู้สะอาดสะอ้าน เป็นอย่างนั้นละกิเลส ตัวสกปรกที่สุดคือกิเลส มอมแมมที่สุดคือกิเลส ตัวอยากยกยอตัวว่าสะอาดที่สุดดีเด่นที่สุดก็คือกิเลส เอาอะไรมาดีมาเด่น กิเลสกับกองขี้มันก็อันเดียวกัน นี่ละที่มันน่าสลดสังเวช

มองดูอะไรๆ นี้มีแต่เพื่อตัวเองๆ และพรรคพวกของตัว ลุกลามไปภาคนั้นภาคนี้ นี่ละถ้าลงไปถึงภาคแล้วจะฉิบหายนะเมืองไทยเรา เป็นเรื่องของบุคคลแต่ละคนเสียไปค่อยยังชั่ว จับมือกันเข้าพรรคนั้นพวกนี้ ภาคนั้นภาคนี้แล้วจะทำลายชาติไทยเรา พากันระวังให้ดีอันนี้ อย่างไรอย่าให้เข้ามายุ่งในหลักใหญ่ส่วนใหญ่ ใครผิดใครถูกประการใดให้แก้ไขดัดแปลง แนะนำสั่งสอนตักเตือนกันไปตามแง่ตามมุม อย่าไปลุกลามนะ มันลุกลามเข้าไปเรื่อยๆ นะเวลานี้ อู๊ย น่าทุเรศนะ

ศาสนาเหมือนกับเป็นผู้ต้องหานะเวลานี้ ถูกทุกแง่ทุกมุมที่จะโจมตีแง่นั้นแง่นี้ โจมตีศาสนาซึ่งเป็นธรรมของจริง ล้วนแล้วตั้งแต่มหาภัยที่จอมปลอมทั้งนั้นที่เขาโจมตีอยู่ทุกวันนี้ มันน่าทุเรศนะ ดีชั่วก็เห็นกันอยู่ แต่จิตใจที่มันหนาแน่นมันไม่รับความดีนะ มันจะเอาตั้งแต่ความชั่ว กอบโกยตั้งแต่ความชั่ว ใครเป็นคนดีเข้ามาใกล้ไม่ได้พวกนี้ มันโจมตีแหลกหมด พวกความชั่วคนชั่วมันมีมาก พากันฟังทุกคน พูดเหล่านี้ประมวลเข้ามาหาหัวใจของเรา ความคิดทางชั่ว การกระทำความชั่ว ทุกสิ่งทุกอย่างอันไหนมากกว่ากันกับความดีที่มีอยู่ในตัวของเราเอง ให้ย่นเข้ามาๆ

การพูดนี้เพื่อแยกเพื่อแยะ ให้นำไปพินิจพิจารณา จะพูดยกโทษคนนั้นคนนี้ ธรรมท่านเสมอ ธรรมท่านไม่ยกใครแหละ ใครจะพินิจพิจารณาคัดเลือกนำไปเป็นประโยชน์แก่ตนก็ให้คัดเลือกเอา เมื่อธรรมท่านแสดงออกถูกต้องดีงามๆ ออกมาแล้วให้ยึดเอาไปๆ นั่นถูกต้องนะ โอ๋ย เลอะเทอะจริงๆ เวลานี้ เอาละให้พร

 

หลังจังหัน

ผู้กำกับ        ทางโรงพยาบาลอุดรธานี ขอเมตตาเครื่องมือรักษาโรคทางจอประสาทตามาครับ อันประกอบด้วย ๑.เครื่องมือตัดน้ำวุ้นตาความเร็วสูง ราคา สองล้านห้าแสนบาทถ้วน ๒.เลเซอร์ความยาวคลื่น ๘๑๐ นาโนเมตร ราคา หนึ่งล้านหกแสนบาทถ้วน ๓.เครื่องจี้ความเย็น ราคา เก้าแสนบาทถ้วน ๔.เครื่องมือถ่ายภาพจอประสาทตาโดยไม่ต้องขยายรูม่านตา พร้อมทั้งฉีดสีดูการทำงานของจอประสาทตา ราคา สองล้านสองแสนบาทถ้วน รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๗,๒๐๐,๐๐๐ บาทถ้วน

         หลวงตา       เราให้ทั้งหมดเพราะเราปวารณาแล้ว นัยน์ตานี้เอาทั้งหมดเลยไม่ต้องมาขออนุญาต ที่เขามาขอเราเพราะเห็นว่ามันมากไป กลัวแต่เอาๆ แล้วเงินไม่มีสักสตางค์เลยก็ได้ เขาก็เลยเผดียงมา เงินเหล่านี้เราจะพอให้เขาได้ไหม เข้าใจเหรอ เรื่องเงินจะพอไม่พอนี่ มันจะไม่พอแหละ แต่เงินมันจะมาเรื่อยๆ พอจำเป็นตรงไหนๆ เราเจียดปุ๊บๆ ตีเข้ามาๆ ยกให้เลย ไม่ใช่เรามีเงินเป็นก้อนนะที่พูดนี่ โม้เฉยๆ แหละ คือมันไม่สมเหตุสมผลเงินนั่นน่ะ แต่เวลามาจริงๆ มันเอาได้ มันจวนเข้ามาๆ เราตีเข้ามาๆ เจียดเงินเข้ามาๆ อันนี้ยกให้ๆ เลย เป็นอันว่าเอา

นี่เราเห็นแก่บรรดาพี่น้องทั้งหลายมีตาทุกคน เราพูดนี้พูดให้พี่น้องทั้งหลายที่มีตาทุกคน ซึ่งจำเป็นจะต้องได้แก้ไขดัดแปลงหรือรักษาเวลามีความจำเป็นขึ้นแก่ลูกตาของเรา เราก็ช่วยมาอย่างนี้ละ รับแล้วนะให้สั่งเลย บอกให้หมอสั่งเลย (เขารีบสั่งแล้วละครับ เพราะวันนั้นหลวงตาไปโรงพยาบาล เครื่องจอภาพประสาทตาเขาขอแล้วและส่งนายแพทย์ไปอบรม แสดงว่าตอนนี้นายแพทย์สำเร็จแล้วเขาจึงขอมาอีกทีหนึ่ง) นั่นเขาขอเพียงเครื่องเดียว แต่คราวนี้ขอมากยังไม่ได้พูดกันเลย มันควรจะบอกมาให้เราทราบชัดเจนทั้งสองฝ่าย ทางโน้นขอมาอย่างนั้น เออ เราตอบรับว่าให้แล้ว อย่างนี้ชัดเจน (หลวงตาจะตอบรับให้เขาทราบหรือครับ) เออ ตอบรับ ให้หมด

เราสงสาร คิดดูซิเราไปผ่าตาเราที่โรงพยาบาลหมออุทัย หมออุทัยก็เป็นลูกศิษย์ ไปผ่าตาออกมารู้สึกหูแจ้งตาสว่าง รู้สึกตาแจ่มแจ้งมากขึ้น ดาวเล็กๆ เห็นหมด แต่ก่อนเห็นแต่ดาวใหญ่ๆ พอออกมาจากโรงพยาบาลดาวเล็กๆ อยู่บนฟ้าเห็นหมดนะ มาอยู่ในวัดได้ ๓ วันเท่านั้นเห็นคุณค่าของตา แล้วก็เห็นโทษเห็นภัยที่เกี่ยวข้องกับประชาชนเรื่องโรคตา มาอยู่ได้ ๓ วันไปเลย ไปก็เชิญหมอเชิญพยาบาลมาประชุมเดี๋ยวนั้นเลย มาตกลงกันเรื่องตา บอกว่าเราจะให้เครื่องมือแพทย์ มีความจำเป็นยังไงๆ ให้ตกลงกันเลยวันนี้ จนกระทั่งถึงหมอ เครื่องมืออะไรๆ ขาดอะไรๆ เราบอกจะให้หมด ประชุมทีแรกนั่นก็จะให้หมดแล้ว เขาบอกว่าเวลานี้หมอยังไม่ครบ แล้วถ้าเครื่องมือมาครบหมอจะครบไหม เขาบอกว่าครบ เอาๆ เลย ให้หมอสั่งเครื่องมือแพทย์ตั้งแต่นั้นมา สั่งมาเรื่อยๆ

เพราะเราเปิดโอกาสให้แล้วว่าไม่ต้องมาขอเรา คือให้สั่งเลยถ้าหมอเห็นความจำเป็นในเครื่องมือทำตาชนิดใดแล้ว ให้สั่งเลยๆ ไม่ต้องมาขออนุญาตจากเรา เมื่อของมาถึงหมอรับรองคุณภาพเรียบร้อยแล้วให้ส่งบิลมาเลย ก็ปฏิบัติอย่างนั้นตลอดมา เรากับหมอไม่ได้เห็นหน้ากันเลย เห็นแต่บิล พอเขารับรองแน่นอนแล้วถึงส่งบิลมา เพราะสั่งกันอย่างนั้น เราก็จ่ายตามบิลไปตามบริษัทที่เครื่องมือแพทย์ออกมาจากบริษัทใด เขาจะบอกในบิลเสร็จ เราก็จ่ายเช็คตามนี้ๆ ส่งๆ ตลอดเลย โดยที่ทางโรงพยาบาลกับเราไม่ได้พูดกันอีกแหละ เพราะพูดกันแต่นั้น ก็มีแต่ตัวอักษรผ่านไปผ่านมา อันนี้เราก็ให้หมด เอ้า จนก็จน เราจนเพื่อพี่น้องทั้งหลายเราเคยจนมาแล้ว จนขนาดติดหนี้เราเคยจนมาแล้ว ช่วยอย่างนั้นช่วยชาติ เราช่วยเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ขอพูดอย่างนิ่มนวลนะวันนี้ ขอบิณฑบาตไอ้เรื่องที่จะมาตำหนิติเตียนหลวงตาบัวในเรื่องอรรถเรื่องธรรมการแนะนำสั่งสอนนี้ขอบิณฑบาต ขออย่าได้ว่าเลย ถ้าตำหนิให้ตำหนิปากตัวเองนั้นน่ะ ปากนั้นมันมักสกปรก ปากเปราะ หาเรื่องหาราวใส่อรรถใส่ธรรม ธรรมนี้พระพุทธเจ้าสอนโลกมานานแสนนาน ขนสัตว์ขึ้นให้พ้นโลกมากมาย ไอ้ปากสกปรกนี้มันขนใครขึ้น ขนเจ้าของก็ไม่ได้ มันกำลังจะลากเจ้าของลงให้ระวัง จะออกเป็นข่ายนั้นข่ายนี้ เราฟังแล้วอดหัวเราะไม่ได้ ให้ระวังปากนั้นดีกว่านะ ปากเราได้กลั่นกรองมาเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ภาคเรียนหนังสือใส่ภาคปฏิบัติ ฟัดจนกระทั่งกิเลสขาดสะบั้นลงไปจากใจหาที่ตำหนิไม่ได้

การแนะนำสั่งสอนเราจึงสั่งสอนด้วยความเป็นธรรมล้วนๆ เรื่องผิดนั้นแน่นอนเลยว่าไม่มี เพราะหัวใจไม่ผิด สอนตรงไหนถูกตรงนั้นๆ ดุตรงไหนผิดตรงนั้นๆ ให้แก้ตรงนั้น ความหมายว่างั้น ผิดตรงไหนดุตรงนั้นถ้าผิด ถูกตรงไหนก็บอกว่าถูก ควรชมเชยชมเชยทันที ควรตำหนิตำหนิทันที ภาษาธรรมเป็นอย่างนั้นจะให้เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ในเมื่อศาสนาเป็นคำสอนโลก ที่จะให้โลกได้รับความสงบร่มเย็นและเป็นสิริมงคลแก่ตนทั้งภพนี้และภพหน้าแล้ว โลกควรน้อมรับธรรมๆ เสมอไป อย่าไปน้อมรับตั้งแต่กิเลส หาเรื่องหาราวใส่อรรถใส่ธรรมไม่ถูกนะ ให้หาเรื่องใส่ตัวเองที่มันก่อเรื่องขึ้นมาจะไปทำลายธรรมนั้นถูกต้องดี

เราพูดได้อย่างอาจหาญ การสอนโลกเราแน่ใจว่าไม่ผิดว่างั้นเลย เพราะมันเปิดจ้าอยู่นี้ตลอดทั้งวันทั้งคืน นิพพานเที่ยงจ้าอยู่นี้ตลอดอนันตกาลจะว่าไง บอกในหัวใจเรานี่ เราปฏิบัติมาเต็มเม็ดเต็มหน่วย ตั้งแต่ล้มลุกคลุกคลานก็เคยเล่าให้ฟัง ไปอยู่บนภูเขานั่งน้ำตาร่วงร้องไห้อยู่บนภูเขา สู้กิเลสไม่ได้ กลับมาโรงงานใหญ่คือพ่อแม่ครูจารย์มั่น สู้ไม่ได้มาหาท่าน อบรมอีก ไปอีกหงายมาอีกๆ ไปหลายครั้งหลายหนทีนี้มันก็หงายให้เห็นบ้าง เหอ มึงก็มีท้องเหมือนกันเหรอ หงายให้กูดูซิ

ทีนี้ก็มีแก่ใจ วิธีนี้ถูกต้อง เร่งวิธีนี้เข้าไป ซัดเข้าไปๆ สุดท้ายรวมยอดเลยว่ากิเลสหงายเรียบเลย ตั้งแต่บัดนั้นมาธรรมนี้จ้าขึ้นมาในหัวใจโดยไม่คาดได้คิด ถึงขนาดที่ว่าออกอุทานอย่างไม่สะทกสะท้าน เรื่องที่ว่าจะอวดดีอวดเด่นไปเทียบเคียงหรือสวมรอยพระพุทธเจ้าไม่มี เรื่องความจริงเข้าถึงกันเสมอกันหมดเลย ถึงขนาดที่ว่า หือ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ตรัสรู้อย่างนี้ละเหรอๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันจ้าขึ้นมานี้มันไปสงสัยพระพุทธเจ้าที่ไหน องค์ไหนก็ตามไม่สงสัย อันเดียวกันนี้ เข้าใจไหมล่ะ อย่างนี้ละเหรอๆ

คำว่าพุทโธ ธัมโม สังโฆ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ มีมาตั้งแต่เรารู้จักเดียงสามาจนกระทั่งขณะนั้น พุทโธ ธัมโม สังโฆ ติดแนบ พออันนี้จ้าขึ้นมาแล้วทำไมมันจึงพลิกขึ้นมาอันดับหนึ่ง เหอ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ตรัสรู้อย่างนี้ละเหรอๆ ซ้ำ ธรรมแท้เป็นอย่างนี้ละเหรอๆ สงฆ์แท้เป็นอย่างนี้ละเหรอๆ แล้วพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ มาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ยังไง เป็นแล้วนั่นเป็นอันเดียวกันแล้ว พุทธ ธรรม สงฆ์ ปุ๊บเข้ามานี่เลยเราไม่คาดคิด นี่ก็พูดขึ้นมาแล้ว เป็นขึ้นมาในจิตแล้วโดยที่เราไม่ได้คาดได้คิด ประจักษ์ขึ้นกับใจ ออกอุทานทันที พร้อมกับน้ำตาร่วงเลย

ธรรมพระพุทธเจ้าที่นำมาสอนโลกนี่ ท่านทั้งหลายอย่ามาถือกิริยาอาการการแสดงออกของหลวงตาว่าเป็นภัยๆ เพราะอันนี้ออกมาจากธรรมที่กลั่นกรองเรียบร้อยแล้วๆ ทั้งนั้นเลย เราไม่สงสัยในการแสดงออกที่จะทำให้โลกได้รับความกระทบกระเทือนไปในทางความเสียหายเพราะธรรมเป็นผู้ทำลายไม่มี มีแต่ส่งเสริมๆ ที่จะมายุแหย่ก่อกวนอย่างนั้นอย่างนี้เป็นเรื่องของกิเลส ให้ระมัดระวังกิเลสมากกว่าที่จะมาระวังธรรมที่จะไปชะล้างกิเลสดีกว่า ความสกปรกให้ระวังมัน น้ำชะล้างลงไปต้องระวังอะไร น้ำสะอาดเรียบร้อยแล้ว อะไรจะสะอาดยิ่งกว่าน้ำธรรมไม่มี ชะล้างจิตใจของโลกให้ถึงนิพพานได้เพราะน้ำธรรม น้ำเหล่านั้นไม่มี

ถึงเวลาพูดพูดอย่างนี้แหละธรรม เหมือนจะกัดจะฉีก นี้คือพลังของธรรมที่ออกล้วนๆ  ไม่มีกิเลสแฝงแม้เม็ดหินเม็ดทราย จะเป็นกิริยาใดก็ตาม ออกมาเป็นธรรมล้วนๆ เด็ดเท่าไรยิ่งเป็นธรรมที่เด็ดขาดๆ ฟาดกิเลสขาดสะบั้นไปเลยโดยลำดับ ในกิริยาของธรรมที่แสดงออก เราสอนโลกเราสอนด้วยความแน่ใจทุกอย่าง ตั้งแต่ที่ว่านั่นมาจนกระทั่งป่านนี้เราไม่สงสัย ธรรมที่สอนโลกนี้เราสอนผิดที่ตรงไหนไม่เคยปรากฏ พร้อมๆ ไปเลย ขอให้ปฏิบัติตามนี้ก็แล้วกัน ถ้าท่านทั้งหลายยังจะไปตกนรกอยู่เพราะการปฏิบัติตามธรรมที่เรานำธรรมพระพุทธเจ้ามาสอนนี้ หลวงตาบัวจะตกเองนรก ตกแทนท่านทั้งหลาย ถ้าว่าธรรมของเรานี้สอนผิดไป

ไอ้ผู้ที่ทำผิดจากธรรมนั่นซีมันมากต่อมาก ไม่ทราบนรกหลุมไหนจะรับได้หรือไม่ได้ มันอัดแน่นๆ ตลอดเวลา มีแต่แหวกแนวจากธรรมลงไปนรกทั้งนั้น ถ้าแหวกแนวลงนรกนะ ถ้าไปตามธรรม ขึ้นสวรรค์ พรหมโลก นิพพาน เข้าใจทุกคน ไอ้เรื่องความชั่วความดีมันก็มีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์กาลไหนๆ โลกอันนี้ มันก็ต้องมีขัดมีแย้งมีอะไรกันอยู่เป็นธรรมดา เหล่านี้เราก็ทราบไว้หมดแล้ว การโต้ตอบโต้ตอบเพื่อประชาชนทั้งหลายได้ยึดเป็นคติเครื่องเตือนใจ สำหรับเราแล้วไม่สนใจที่จะตอบ ตอบอะไรก็เราสมบูรณ์เต็มที่แล้ว เหล่านี้เป็นเรื่องสมมุติทั้งหมดที่ขึ้นมาเห่าว้อๆ เป็นสมมุติ อันนั้นเป็นวิมุตติเข้ากันได้ยังไง พูดให้มันชัดเจนเข้าใจไหม สนใจอะไรไปพูดไปฟังให้เสียเวลา ก็มันเต็มอยู่แล้วทุกอย่าง เอามาเพิ่มก็ไม่ได้ ดึงออกก็ไม่ได้ พอดีอย่างเลิศเลอสุดยอด คือพอดีแห่งจิตที่เป็นธรรมธาตุล้วนๆ แล้ว นี้พอดีทุกอย่าง พากันจำเอานะ

ผู้กำกับ        มาจากพังงาครับ เขาบอกว่า โล่นี้ให้ไว้เพื่อแสดงว่า หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ได้บริจาคเครื่องมือแพทย์ ประจำศูนย์พยาธิแพทย์อันดามัน โรงพยาบาลพังงา จำนวน ๑๐ รายการ รวมเป็นเงิน สามล้านแปดแสนเจ็ดหมื่นสามพันหกร้อยยี่สิบห้าบาทห้าสิบห้าสตางค์

หลวงตา       นั่นฟังเอาซิ นี่หลวงตาทำประโยชน์ให้โลก ถ้าไม่บอกมานี้เราจำไม่ได้นะ จำได้แต่ว่าช่วยเท่านั้น จำนวนเท่าไรๆ จำไม่ได้ เพราะฉะนั้นอย่างที่เขามาขู่ว้อๆ เขาอยากมาตรวจเงินเรา ที่เงินเขาบริจาคมาเอาไว้ยังไงเขาอยากมาตรวจ ให้ยกโคตรมาตรวจเลยเราบอก เพียงคนเดียวไม่พอ ให้ยกโคตรมาตรวจ พอมาตรวจปั๊บเราจะไล่เข้าโรงพยาบาลเพียงโรงเดียวมันตายหมดทั้งโคตร ก็โรงพยาบาลนี้ช่วยเท่าไรๆ ให้หมอเป็นผู้บรรยาย ชี้ขาดลงมาโดยความถูกต้องที่เราบริจาคแล้วใช่ไหมล่ะ เพียงโรงเดียวเท่านั้นมันแตกฮือเลย ตายหมดทั้งโคตรมัน แล้วมันจะไปหาตรวจได้ยังไงที่เราช่วยโลกทั้งแผ่นดินไทยเรา แผ่นดินนอกนี้ก็ยังช่วย เช่นอย่างพม่า ประเทศลาวเราก็ช่วย นั่นฟังซิน่ะ แล้วมันจะมาตรวจ มันก็ขู่ฟ้อๆ ไม่เห็นมาตรวจเลย มันตายหมดทั้งโคตรแล้วเราก็ไม่รู้กับมันละ

         จะมาตรวจเราบอกว่าให้มาทั้งโคตร เราบอก เราไล่เข้าสู่โรงพยาบาลโรงเดียวเท่านั้นมันตายอยู่ในนั้นหมดเลย ไม่ได้ไปโรงไหนอีกแหละ มันโรงหนึ่งๆ เท่าไร ให้หมอบรรยาย เราไม่บรรยาย เขาไม่เชื่อเราเข้าใจไหม เขาจึงให้มาตรวจ ให้หมอเป็นผู้ชี้ขาดออกมา ที่เราบริจาคอะไรๆ หมอเขาจะจดไว้หมด เข้าใจไหมล่ะ เขาชี้แจงมาเท่านั้นหงายหมาเลย พวกนี้ไม่ได้หงายแมวละ หงายหมาเลยแหง็กๆ เลย

         นี่เราอาจหาญขนาดนี้ละเราช่วยโลก เราช่วยด้วยความอาจหาญชาญชัยเพราะความบริสุทธิ์ใจของเราเต็มเหนี่ยว ที่เราช่วยโลกคราวนี้ถึงขนาดร้องโก้ก ถึงใจแล้วนะนั่นถึงร้องโก้กแล้ว ถ้าสมมุติว่าเป็นแบบโลกๆ เขานั้นเรียกว่าคนนั้นคอขาดทันทีเลยกับเรานะ ถ้าลงได้ร้องโก้กแล้วยังไงไอ้นี้ต้องตาย เป็นอื่นไปไม่ได้เท่านั้นละ ใจมันเด็ดมันขาดขนาดนี้ แต่นี้มันเด็ดทางดี ไม่ไปทางชั่ว ถึงร้องโก้กแล้ว เอ้าจะช่วย นั่นเห็นไหมออกแล้วนะ จากนั้นก็ช่วยมาดังที่เห็นนี้แล้ว

         สมบัติทั้งหลายที่ท่านทั้งหลายบริจาคผ่านหลวงตาบัวมีบกพร่องที่ตรงไหน ฟังซิน่ะ ไม่เคย เพราะจิตของเราบริสุทธิ์เต็มที่ ไม่เอาอะไร แบมือตลอด บาทหนึ่งเราไม่เคยแตะด้วยความไม่บริสุทธิ์ใจ ระแคะระคายว่าเราได้เอาเงินของส่วนรวมมาใช้ไม่มีเลย ขนาดนั้น จ่ายมากจ่ายน้อยเราจะมีเหตุผลทุกอย่าง ควรจ่ายมากมาก อย่างที่ว่าเป็นล้านๆ ก็อย่างนี้ละ เหตุผลกลไกดังที่บอกมา ฟังซิพี่น้องทั้งหลาย เราช่วยโลก อันนี้ยกมาเพียงเอกเทศนะนี่ โรงพยาบาลหนึ่งเท่านั้นมากขนาดไหน แล้วโรงไหนๆ ฟาดเข้าไปโรงพยาบาลศูนย์ลองดูซิน่ะ สักกี่สิบล้าน นี่เราได้ช่วยเต็มเหนี่ยว

         ตะกี้นี้ก็ ๖-๗ ล้านใช่ไหมล่ะ (เจ็ดล้านสองแสนบาทครับ) นั่นเห็นไหมล่ะ นี่ก็ให้แล้วรับแล้ว ก็เราปวารณาแล้วเอาเลย นั่น ไม่มีเราจะหามา เราเป็นคนรับรองแล้ว มือเขียนต้องเอามือลบ มือเขียนตีนลบไม่ได้ เวลาปวารณาเขาเต็มเม็ดเต็มหน่วย เวลาเขามาขอเพียง ๗ ล้านบาทให้เขาไม่ได้ ขี้หมา หลวงตาผีบ้า หลวงตาขี้หมา เอามือเขียนตีนลบ เชื่อถือไม่ได้หลวงตาองค์นี้ ให้ว่ามาเลยเข้าใจไหม เราเป็นอย่างนั้น ถึงใจทุกอย่าง ลงทำอะไรแล้วไม่ได้ทำเล่นๆ นะ จริงจังทุกอย่าง

         เพราะฉะนั้นสั่งเสียอะไรกับพระกับเณร พระเณรมักจะรู้นิสัยเราตลอด ถ้าลงเราได้สั่งอะไรแล้วพระเณรนี้ต้องจับแน่เข้าเลย คือเราเหลาะแหละไม่เป็น สั่งเสร็จแล้วกลับไปตรวจอีก ไม่แล้วนะ ไปแล้วไปตรวจไปดูเรื่อย เข้ากันได้กับที่เราสั่งผ่านไป นั่น ถ้าไม่ได้ก็เอาละ เป็นอย่างนั้นนะ เราทำในตัวของเราก็แบบเดียวกัน เวลาฟัดกับกิเลสก็เคลื่อนไม่ได้ ฟังซิว่าจะไม่ให้คิดเรื่องของกิเลสที่ออกจาก อวิชฺชาปจฺจยา เป็น สงฺขารา ขึ้นมา สังขารนี้เป็นสมุทัย มันพุ่งๆ มันจะออกหากินแล้วเอาไฟมาเผาเรา

         พอเราได้ตั้งกฎเกณฑ์ไว้เรียบร้อยแล้วด้วยการพิจารณาว่าถูกต้องแล้ว เอา คราวนี้เราจะไม่ปล่อยคำบริกรรมกับสติให้ติดแนบกัน จะไม่ยอมให้เผลอ เอา มันจะคิดไปไหนเรื่องของกิเลสให้มันคิดไป เราจะบังคับ ซัดกันด้วยสติ นี่ละจึงได้เห็นว่าเหมือนอกจะแตก เราไม่ลืมนะ คือเรื่องสังขารมันดันออกมาอยากคิดอยากปรุงเป็นเรื่องของกิเลส ทางคำบริกรรมพุทโธนี้เป็นงานของธรรม สติเป็นงานของธรรมปิดไว้ไม่ให้มันออก ซัดกันวันนั้นทั้งวันเหมือนอกจะแตกนะ ไม่ยอมให้ออกเลย นั่นฟังซิจริงจังหรือไม่จริงจัง ไม่ยอมให้เผลอเลย ทั้งวันไม่เผลอ วันนั้นอกจะแตก พอวันหลังมาค่อยเบาลงนิดหนึ่ง แต่เรื่องสติกับคำบริกรรมไม่เคยลดละ ไม่ให้เผลอเลย ถึงสามวันจึงค่อยรู้สึกเบา อ๋อ นั่นเห็นผลแล้ว สามวันเต็มเห็นผล

         จากนั้นก็เร่งใหญ่เลย ทางสติทางคำบริกรรม เร่งใหญ่ๆ จนกระทั่งมันขึ้นถึงจุดที่มันเคยเสื่อม เอาๆ เสื่อมก็เสื่อมไป เจริญก็เจริญไป เราเคยห่วงใยหึงหวงมันมาได้รับความทุกข์มามากต่อมากแล้วด้วยความเสื่อมความเจริญ คราวนี้เราจะไม่เกี่ยวข้องกับมัน เอาเจริญเจริญไป เอาเสื่อมเสื่อมไป แต่พุทโธคำบริกรรมกับสตินี้จะไม่พรากจากกัน เอาแค่นี้ละ ซัดกัน ไปถึงนั้นแล้วเอาเสื่อม เปิดทางให้เลยเอาเสื่อม แต่คำว่าพุทโธกับคำบริกรรมนี้จะไม่ยอมให้พรากจากกันเลย ซัดอันนี้ผ่านผึงเลย

         พอไปถึงที่มันเคยเสื่อมไม่เสื่อม ขึ้นเรื่อยๆ อ๋อนี่จับได้แล้ว เป็นเพราะความเผลอสตินั่นเอง สติไม่ได้จับกับคำบริกรรม คำบริกรรมไม่มี เป็นเพียงกำหนดจิตเฉยๆ เผลอได้ กิเลสออกหากินได้ เอาไฟมาเผาเราได้ ทีนี้พอคำบริกรรมมัดเข้า สติติดแนบเข้าไปแล้วกิเลสออกไม่ได้ มันจะหนาแน่นขนาดไหนก็ตามเถอะ จึงกล้าพูดได้เลยกิเลสออกไม่ได้ ถ้าลงสติดีแล้วกิเลสออกไม่ได้ นี่ละเราเอากันตรงนี้ จนอกจะแตก ธรรมดาเมื่อไรวะ ไม่ยอม ไม่ยอมให้คิดเลย เอาตายให้ตายไปด้วยกันกับงานของธรรมคือคำบริกรรมพุทโธกับสติติดแนบๆ ผ่านได้

         จากนั้นก็ผ่านเรื่อยๆ มาจนกระทั่งมาปัจจุบันนี้ เพราะสติเป็นของสำคัญ เราได้ทำทุกอย่างแล้วมาสอนโลกจึงแน่ใจ ไม่ได้มีอะไรมาหลอกลวง เพราะเราไม่หลอกลวงตัวเอง ทำด้วยความสัตย์ความจริงทุกอย่าง ได้ผลอย่างไรก็ออกมา จนกระทั่งมาเปิดจ้า หมดก็บอก เพราะฉะนั้นการที่จะมาตำหนิติเตียนเรื่องธรรมแล้ว โอ๋ย อย่านะ เราแน่ทุกอย่างแล้วเราสอนโลก เราไม่มีอะไรสงสัยแล้ว เราหมดความสงสัยในตัวของเรา เรียนจบทั้งทางโลก เรียนจบทั้งทางธรรม เราจบทั้งสองแล้ว ว่างั้นเลย โลกก็เรียนจบหมด ปล่อยวางโดยสิ้นเชิง ไม่มีอะไรเท่าเม็ดหินเม็ดทรายที่จะมาเกาะกับจิตเราได้เลย ถ้าว่าธรรมก็พอ หมด เรียกว่าเรียนจบทั้งสอง พอ ทีนี้สอนโลกจะผิดไปไหน

         ศาสนาเราถ้ายังมีผู้เคารพปฏิบัติตามศาสนาอยู่แล้ว โลกนี้จะเป็นโลกที่สงบร่มเย็นนะ ถ้าจะคอยฟังตั้งแต่กิเลสมายุมาแหย่ มาก่อมากวน มาจุดตรงนั้นมาเผาตรงนี้ดังที่เราทำความดีทุกวันนี้ พวกนี้ไม่ได้ทำความดีอะไรละ มีตั้งแต่เรื่องมาจุดมาเผา  มากีดมาขวางตลอดเวลา แสดงมาทางด้านธรรมะอะไรมา มีอาการนั้นมากีดมาขวาง  ตั้งกฎนั้นเข้ามา กฎนี้เข้ามา กฎหมายแล้วก็มากฎหมอย กฎหมา กฎหมัด เข้ามาทำลาย ความดีของคนผู้ทำดีทั้งหลาย นี้พวกเปรต พวกทำลายชาติ ทำลายศาสนา คือพวกนี้ ใครตั้งกฎขึ้นมา กฎนี้เป็นกฎหมอย ไม่เป็นธรรมเป็นวินัยอะไรเลย

         อย่างเวลานี้ทางวิทยุจะออก นี้ได้ทราบว่าจะถูกบังคับไม่ให้สูงอย่างนั้นสูงอย่างนี้ สูงต่ำมันผิดกันตรงไหน นี่ตรงนี้จะรอ จะฟัดกันละนะ เราไม่รอนะ เราไม่ถอยใคร เอาธรรมะนี้ออกสอนโลกมาตั้งกัปตั้งกัลป์แล้ว ไม่เคยผิดเลย มันจะมาผิดที่เมืองไทยเราหรือ ธรรมะที่สอนโลกเป็นธรรมะที่แน่นอนเหมือนกัน ผิดที่ตรงไหน เอาไล่กันตรงนี้ มันจะเอากันตรงนี้ เวลานี้เราคอยฟังอยู่ ไม่ได้เล่น ทำอะไรทำไม่เล่น เราทำเพื่อพี่น้องทั้งหลายทั้งประเทศไทยเราเราไม่ได้ทำเล่นๆ นะ สำหรับเราเราไม่เอาอะไรแล้ว เราพอทุกอย่าง ทั้งหมดไม่เอาเลย

         อันนี้เราทำเพื่อโลกทั้งนั้นขอให้พี่น้องทั้งหลายได้เห็นใจ จะเด็ดเดี่ยวขนาดไหนก็เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของเราเท่านั้นเอง ไม่มีอย่างอื่นสำหรับเรา เรื่องที่มันจะคอยกัดคอยฉีก คอยกีดคอยขวาง มันมีอยู่ตลอดนะ ไอ้พวกนี้พวกมหาภัยพวกมหาโจร ถ้าว่าเข้าไปเป็นตั้งข้าราชการงานเมือง ก็ข้าราชการเพชฌฆาตที่จะทำลายสังหารประชาชน-ศาสนาให้ล่มจม ว่าอย่างอื่นไปไม่ได้ ถ้าอุบายมันยังแสดงอย่างนี้อยู่ก็เป็นอุบายวิธีการที่จะทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้ล่มจมโดยไม่ต้องสงสัย เพราะฉะนั้นจึงได้เอากันอยู่เรื่อยกับเรา ธรรมะนี้พิจารณาเท่าไรมันก็รู้ไปหมดนี่ จะว่าไง กิเลสเต็มหัวใจมันจะมาอวดเหรอ ว่างี้เลย เอาแค่นี้ก่อนนะ

         ว่าไงนี่เงียบไปวันนี้น่ะ (ตั้งใจฟังเทศน์ค่ะ) เป็นยังไงฟังเทศน์วันนี้ (เดี๋ยวต้องบูชากัณฑ์เทศน์เจ้าค่ะ) อย่างนี้ละถ้ามันออกเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่ออกดึงก็ไม่ออกนะ ถ้าเวลามันจะออกผางทันที ไม่มีอะไรมาผ่านได้เลย ขาดสะบั้นไปเลย นี่เรียกว่าธรรม

         (ตะกี้อ่านยังไม่จบดีนะครับ ๑๐ รายการ รวมเป็นเงิน ๓,๘๗๓,๖๒๕.๕๕ บาท ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงชื่อนายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลย์วุฒิ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา จบครับ) เออพอใจ เราได้ช่วยโลกขนาดนี้เราก็พอใจละ

         (นครปฐมถวายสถานีวิทยุ หมอปิยรส ปรียานนท์ เป็นหัวหน้าในการถวาย เครื่อง ๓๐๐ วัตต์ ความถี่  ๑๐๕.๒ MHz ออกอากาศระหว่าง ๘ โมงถึง ๕ โมงเย็น เป็นประจำทุกวัน เริ่มออกอากาศมาตั้งแต่วันที่ ๑๓ มกราคมเป็นประจำมาจนถึงปัจจุบันนี้ ถวายอยู่ในความอุปถัมภ์ของหลวงตา) เวลานี้วิทยุกำลังกระจายออกทั่วประเทศไทย ก็เป็นสำนวนของเราเป็นรากฐาน ส่วนครูบาอาจารย์เหล่านั้นๆ ก็เอามาแทรกนิดหน่อยๆ หลักใหญ่เป็นของเราทั้งนั้นออกในวิทยุ ของครูบาอาจารย์ทั้งหลายก็เอามาแทรกเพราะเราเปิด เปิดไว้เลย เราไม่ได้ถือสิทธิ์ในเรื่องธรรมที่จะทำประโยชน์ให้แก่โลก ใครที่จะช่วยเหลือได้แบบไหน เอาๆ ช่วยมา จะมาเข้าทางวิทยุเราให้เอามา เราบอก

         นอกจากสิ่งที่จะมาเป็นภัยต่อวิทยุของเราปัดออก เราบอกงั้น ที่จะเป็นคุณ เช่นอย่างครูบาอาจารย์องค์ใดๆ ท่านเทศนาว่าการเป็นคติเครื่องเตือนใจแล้วให้เอาเข้ามา เราว่าอย่างนี้นะ เราเปิดรับเต็มเหนี่ยวเลย เรื่องความดีทั้งหลายที่จะให้เป็นมงคลแก่พี่น้องชาวไทยเรา แต่เรื่องที่จะมาเป็นภัยนี้เรียกว่าตัดมาตลอด ดังที่ได้ยินนี้ละ นี่ก็คอยฟังวิทยุเวลานี้ กำลังหาอุบายกีดกันท่านั้นท่านี้ ทางนี้กำลังฟังอยู่ กำลังจะจ้อกันอยู่นะนี่ ของเล่นเมื่อไร มันได้ถอยใครเมื่อไรวะ

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก