มีธรรมในหัวใจเต็มที่แล้วสวยงาม
วันที่ 19 มิถุนายน 2548 เวลา 13:00 น. ความยาว 50.42 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)

เทศน์อบรมพระสงฆ์และฆราวาสวัดป่าโนนนิเวศน์

ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อบ่ายวันที่ ๑๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๘

มีธรรมในหัวใจเต็มที่แล้วสวยงาม

วัดป่าโนนนิเวศน์นี้แต่ก่อนเป็นป่าจริงๆ นะไม่ใช่ธรรมดา เป็นดงเลยแถวนั้น ไม่มีใครกล้าเข้าไปเขากลัวผี ทางเข้าไปในวัดป่าโนนนิเวศน์นี่เป็นป่าช้า แถวนั้นมีแต่ป่าช้าทั้งนั้นแหละ เข้าไปก็ลึกกว่าจะถึงวัด วัดก็เป็นวัดป่าจริงๆ จึงเรียกว่าวัดป่าโนนนิเวศน์ สมัยเก่าที่เริ่มสร้าง เรายังเป็นเด็กนะที่สร้างวัดโนนนิเวศน์ ดูว่าท่านอาจารย์พรหมมีมาเป็นเจ้าอาวาสที่นั่น ต่อจากนั้นมาก็ขยาย สุดท้ายวัดกับบ้านก็เลยเป็นอันเดียวกันเลยเดี๋ยวนี้ มันต่างกัน เพราะคนมากขึ้นทุกวันๆ คิดดูอย่างวัดป่าบ้านตาดห่างจากนี่ไปถึงบ้านตั้ง ๒ กิโลนะ ไปถึงโรงเรียน ๒ กิโลพอดี เวลานี้มันก็ลุกลามเข้ามาๆ มาถึงนี้แล้วได้เพียงกิโลเดียว จะถึงวัดนี้ประมาณกิโลหนึ่งเท่านั้น

แต่กิโลหนึ่งก็ยังเรียกว่าวัดป่า คือวัดป่านับแต่ ๑ กิโลขึ้นไปเรียกวัดป่า ลดจากนั้นลงมาไม่เรียกว่าวัดป่า ตามหลักธรรมวินัย นี่ก็ลุกลามเข้ามาถึงนั่นละ มันไม่มีที่ลุกลาม มันหมด มันก็มาแค่นั้นละ ถ้ามีป่ามีดงมาอีกมันจะมาอีกนะ ทีนี้มันหมดแล้วที่จะลุกลามเข้ามา บ้านจริงๆ อยู่แค่นั้นละ ที่ลุกลามออกมาเหล่านั้นแต่ก่อนเป็นดงนะนั่น ดงออกมา สุดนั้นดงทั้งนั้น

มาวันนี้มีธุระอะไรบ้างล่ะ พูดให้ฟังเสียงดังๆ สบายดีเหรอ ว่างั้น มาธรรมดา มาบำเพ็ญกุศลธรรมดา หรือมีธุระอะไรบ้างว่ามาซิให้รู้เรื่องรู้ราว (มาถวายทอง ถวายปัจจัย และขอฟังเทศน์) วัดโนนนิเวศน์ไม่มีพระเทศน์เหรอ มีแต่พระกินข้าวต้มขนมเท่านั้นเหรอ ถึงได้มาฟังไกลนัก นี่เขาอัดเทปแล้วนะข้างบน สอง ออกวิทยุด้วย

การเทศน์สอนโลกนี้เรียกว่าเราเทศน์มากที่สุดแหละ ในประเทศไทยเรารู้สึกว่าจะพูดได้เต็มปากว่ามีองค์เดียวนี่ที่เทศน์ทั่วประเทศไทย มิหนำซ้ำยังทั่วโลกอีกแล้วเวลานี้ ออกทางอินเตอร์เน็ตทั่วโลกทุกวันๆ ที่ออกหน้าออกตาจริงๆ ก็ตอนมาช่วยชาติบ้านเมือง ปี ๒๕๔๑ นั่นละเรื่อยมา จนถึงปีนี้เทศน์ไม่หยุดไม่หย่อน ตอนเทศน์ช่วยชาตินี้ไปหมดเลยประเทศไทยไปหมด เทศน์ไม่หยุดไม่ถอย จากนั้นมาก็เทศน์มาเรื่อยๆ อย่างนี้ เทศน์เรื่อย

ก่อนจะไปไหนมาไหนตอนเช้าพอฉันเสร็จแล้วก็พูดธรรมะ พูดแล้วก็ออกทางนี้ๆ ออกทุกวันๆ ถ้าไปกรุงเทพฯก็มีสองครั้ง ตอนฉันเสร็จแล้วครั้งหนึ่ง ฉันเสร็จแล้วก็พูดสะเปะสะปะไปอย่างนั้นแหละ ตอนค่ำเข้ามานี่ซิมามืดแปดทิศแปดด้าน อันนี้ตั้งใจเทศน์จริงๆ จึงเรียกว่าวันหนึ่งสองกัณฑ์ อย่างน้อยที่กรุงเทพฯวันหนึ่งสองกัณฑ์ ถ้าเราไปกรุงเทพฯตอนเช้า-ตอนค่ำ และนอกจากนั้นมีงานต่างๆ ไปเทศน์อีก อันนี้ไม่มีประมาณ

พระเราสวยงามอยู่ที่ศีล สมาธิ ปัญญา ขึ้นถึงวิมุตติหลุดพ้น วิมุตติญาณทัสสนะ เรียกว่าศีลสมบัติ สมาธิสมบัติ ปัญญาสมบัติ วิมุตติสมบัติ นี่คือสมบัติของพระเรา สมบัติเหล่านั้นเป็นสมบัติของโลก อย่าไปยุ่งไปกวนไปแย่งเขา เหล่านั้นเป็นสมบัติของโลก ส่วนธรรมเป็นสมบัติของพระเรา ศีลธรรมเป็นสมบัติของพระ ให้ตั้งใจปฏิบัติ ไม่มีอะไรที่จะมีคุณค่ายิ่งกว่าศีลกว่าธรรมประดับใจนะ นั้นประดับภายนอก ศีลธรรมประดับใจสวยงาม ชุ่มเย็น ผู้มีศีลมีธรรมไปที่ไหนชุ่มเย็น เงินเป็นล้านๆ ตั้งหน้าเป็นเศรษฐีมาอวดธรรม อวดไม่ได้ ธรรมเหนือกว่าตลอด ชุ่มเย็นไปหมด นี่ละธรรมเย็นอย่างนี้นะ ให้ท่านทั้งหลายจำเอาไว้

สิ่งที่เลิศเลอที่อยู่ในโลกนี้คือธรรม ธรรมนี้เลิศเลอก็เลิศเลอตามธรรมชาติของธรรม ผู้ที่จะยืนยันรับรองธรรมว่าเลิศเลอจริงก็คือผู้ปฏิบัติจิต เฉพาะอย่างยิ่งจิตต ภาวนา ให้ธรรมได้เข้าสัมผัสใจ ความสงบร่มเย็นจะเกิดขึ้นจากการภาวนา ความสงบร่มเย็นของใจนี้จะมีฤทธิ์มีอานุภาพมาก ชุ่มเย็นทั้งวัน สมบัติเงินทองข้าวของทั่วแผ่นดินไม่มีอะไรเด่นยิ่งกว่าความสงบ ความเย็นใจ ความสว่างไสวของใจ จำเอานะ ท่านจึงเรียกว่าสมบัติล้นค่าคือธรรมสมบัติ ถ้าลงมีอยู่ในหัวใจใดแล้วหัวใจนั้นจะเป็นหัวใจที่สง่างามตลอด ทุกข์จนข้นแค้นตามโลกเขาสมมุตินิยมกันอันนั้นเป็นเรื่องของโลก ส่วนจิตใจชุ่มเย็นไปด้วยอรรถด้วยธรรมอยู่ภายในใจ

นี่ละขอให้พากันสนใจปฏิบัติธรรม เฉพาะอย่างยิ่งพระเราบวชเข้ามาพระพุทธเจ้าทรงสอนทันทีเลยว่า รุกฺขมูลเสนาสนํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชา ตตฺถ เต ยาวชีวํ อุสฺสาโห กรณีโย บรรพชาอุปสมบทแล้ว ให้ท่านทั้งหลายไปอยู่ตามรุกขมูลร่มไม้ ในป่าในเขา ตามถ้ำเงื้อมผา ป่าช้าป่ารกชัฏ ที่แจ้งลอมฟาง อันเป็นสถานที่สงบงบเงียบ สะดวกแก่การบำเพ็ญสมณธรรม ปราศจากสิ่งรบกวนต่างๆ ขอให้เธอทั้งหลายจงอยู่และบำเพ็ญในสถานที่เช่นนั้นตลอดชีวิตเถิด นี่พระได้รับทุกองค์ องค์ไหนบวชมาถ้าไม่ใช่พระปลอมแล้วต้องได้รับพระโอวาทข้อนี้ทุกองค์ เรียกว่าอนุศาสน์ นิสสัยสี่ อกรณียกิจสี่

นิสสัยสี่อันนี้ละ บิณฑบาตเป็นวัตร บิณฑบาตตามหมู่บ้านเขาด้วยลำปลีแข้งของตน แล้วเอามาขบฉันพอยังอัตภาพให้เป็นไป เพื่อบำเพ็ญสมณธรรมให้สง่างามขึ้นภายในใจ จากนั้นก็ผ้าบังสุกุล เขามาทอดผ้าบังสุกุลไว้ปราศจากเจ้าของ เขาทิ้งไว้นั้นเป็นของหมดราคาแล้วหนึ่ง เขามาทอดบังสุกุลให้หนึ่ง ให้นำมาใช้เย็บปะติดปะต่อกัน ใช้ไป จากนั้นก็พวกหยูกพวกยาก็ไม่ได้มีอะไรแต่ก่อน ท่านบอกว่าฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า แน่ะ ไม่ได้จามฟิกวิ่งใส่หมอๆ อย่างทุกวันนี้นะ ไม่ได้มองดูธรรมในใจจึงไม่สนใจช่วยตัวเอง ให้แต่คนอื่นช่วยก็ผิดพลาดเรื่อยไป

สมบัติของพระคือศีล ให้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติตัวให้ดี ศีลเป็นสิ่งที่ทำจิตใจให้สดชื่น อบอุ่นภายในจิตใจ เราจะเห็นได้ชัดเจนก็คือเวลาเราไปอยู่ในป่าในเขา พวกที่ไม่อยู่ในป่าไม่ทราบ ป่าแต่ก่อนป่าช้าง ป่าเสือ ป่าเนื้อร้ายต่างๆ เต็มไปหมด ไม่ได้เป็นป่าอยู่เฉยๆ อย่างทุกวันนี้นะ สัตว์เหล่านี้หมดแล้วทุกวันนี้ เสือได้ยินแต่ชื่อ แต่ก่อนเป็นป่าเป็นเสือจริงๆ ให้ไปอยู่ในที่เช่นนั้นบำเพ็ญ ทีนี้ไปอยู่ในที่กลัวๆ อย่างนั้นจิตจะประหวัดกับศีลกับธรรมตัวเอง จะไม่ออกนอก พึ่งศีลพึ่งธรรมตัวเอง เอา ตายก็ตายเถิด ตายนี้ไปสวรรค์เลย เพราะเครื่องอบอุ่นคือศีลอยู่ภายในใจ ตายแล้วไปเลย

เวลาไปอยู่ในป่าเช่นนั้น ศีลธรรมจะเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากกับจิตใจของผู้ฝากเป็นฝากตายกับธรรมแล้วสงบร่มเย็น นี่เคยผ่านมาแล้ว สดๆ ร้อนๆ นะที่มาพูดให้พี่น้องทั้งหลายฟัง นี่ก็เป็นปลายแดนปลายเขตของกรรมฐานทั้งหลาย ที่ครูบาอาจารย์พาดำเนินมาแต่ก่อน อยู่ในป่าในเขาทั้งนั้นแหละ ในสมัยของเรานี้ก็ทัน เรียกว่าทันโดยสมบูรณ์ จนมาสร้างวัดนี้ได้ ๑๐ กว่าปีแล้ว จึงค่อยเห็นคนทยอยกันเข้าออกๆ นี้เป็นดงใหญ่นี่อยู่ข้างหลังนี่ เห็นทยอยกันเข้าออกๆ

นี่ละเขาจะสร้างบ้านสร้างเรือน ป่านี้ก็เปิดออกๆ รื้อออก ถางออกหมด สุดท้ายดงใหญ่นี้กลายเป็นอำเภอขึ้นมาแล้ว เป็นอำเภอหนองแสง แต่ก่อนเป็นดงเป็นป่าทั้งนั้น ป่าช้าง ป่าเสือ ป่าเนื้อ กระทิง วัวแดง พวกกวาง พวกหมูฝูงหนึ่งเป็นร้อยๆ เต็มอยู่ในนี้ หมด แต่ก่อนเป็นอย่างนั้นในป่า ไปอยู่ที่นั่นศีลธรรมจะเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากติดกับจิตกับใจ จิตใจอบอุ่นตลอดเวลา ที่ยิ่งน่ากลัวเท่าไรจิตกับศีลกับธรรมไม่ห่างกันเลยนะ ติดแนบๆๆ อบอุ่น เอา ตายไปสวรรค์เลย เพราะความอบอุ่นอยู่ในใจของเรานี้แล้วที่มีศีลมีธรรมเต็มหัวใจ ท่านไปอยู่อย่างนั้นนะภาวนา

ทีนี้เวลาไปอยู่สถานที่น่ากลัวเท่าไร จิตใจยิ่งประหวัดๆ ติดแนบกับธรรม ใจก็สงบแน่วลงได้เลย ไม่ได้ไปคิดถึงเรื่องนั้นน่ากลัวนี้น่ากลัว ให้จิตหมุนเข้ามาสู่ธรรม ก็เกิดความสงบเย็นใจเรื่อยมาๆ อย่างนั้นแต่ก่อน พุทธกาลท่านก็เอานั่นละมาสอนเรา จนกระทั่งทุกวันนี้ รุกขมูลร่มไม้มันจะไม่มีแล้วละ เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว พระบวชมาแล้วหาหอปราสาทราชมณเฑียรประชาชนสู้ไม่ได้ไปแล้วละ บวชมาแล้วให้เข้าไปอยู่รุกขมูลร่มไม้ในป่าในเขาตามถ้ำเงื้อมผา ที่พระพุทธเจ้าประทานพระโอวาทให้ทุกองค์ อุปัชฌาย์ทุกวันนี้ก็ต้องสอนทุกองค์ ไม่สอนไม่ได้ โอวาทข้อนี้ต้องสอน เป็นโอวาทที่จำเป็นมากทีเดียว มาจากพระพุทธเจ้า

เวลาสอนไปแล้วมันไม่สนใจ รุกขมูลรุกขมินอะไรมันไม่สนใจ บวชมาเพื่อเสาะแสวงหาอรรถหาธรรมมันก็ไม่สนใจ หาแต่เรื่องแบบโลกแบบสงสารเขา เลยเป็นบ้ายิ่งกว่าประชาชนเขาไปอีกคือพระเราสมัยปัจจุบันนี้ เต็มบ้านเต็มเมือง กลายเป็นอลัชชีของพระไปหมด มันน่าดูไหม เราอย่าให้มันติดเรานะเรื่องอลัชชีหาความละอายบาปไม่ได้นี่อย่าให้มี ต้องเป็นคนมีหิริโอตตัปปะ มีความสะดุ้งกลัวต่อบาป เสาะแสวงหาธรรมเข้าสู่ใจอยู่โดยสม่ำเสมอ ผู้นี้อยู่ที่ไหนเย็น สบายทั้งนั้น ไปที่ไหนประชาชนเขาได้พบได้เห็น กราบไหว้บูชาเป็นขวัญตาขวัญใจชุ่มเย็นทั้งวัน พระประเภทนี้นะ พระประเภทผู้มีศีลสมบัติ สมาธิสมบัติ ปัญญาวิมุตติสมบัติเรื่อย ผู้นี้เป็นผู้ทรงคุณค่ามหาศาล ไปที่ไหนเย็นไปหมดนั่นแหละพระ

นี่ละสมบัติของพระที่กล่าวเหล่านี้ คือธรรมสมบัติ ไม่ได้ถือเอาวัตถุสิ่งของ ตึกรามบ้านช่อง ถนนหนทาง สมบัติเงินทอง ไอ้หลังลายๆ นั่นเห็นไหมหลังลายๆ นั่นเป็นสมบัติของพระนะ นั้นสำหรับสมบัติของโลกเขาใช้กัน สมบัติของพระก็ดังที่ว่านี่ละ ธรรมสมบัติ รวมแล้วเรียกธรรมสมบัติ ให้มีนี้ในใจเถอะเราจะเย็นไปหมดนั่นละ อยู่ที่ไหนไม่มีคำว่าครึว่าล้าสมัย ขอให้มีธรรมในใจเถอะพระเราน่ะ เย็นสบาย นี่ละเป็นสิ่งที่โลกเขากราบไหว้บูชาอยู่ทุกวันๆ นี้คือพระท่านผู้ทรงศีลทรงธรรมประเภทนี้แล

ไอ้พระโกโรโกโสหาปล้นบ้านปล้นเรือน สุดท้ายกลายเป็นพระออกข้าศึก นั่นไปดูเอาที่หน้าศาลา พระออกข้าศึกเคยเห็นไหม นี่ก็เห็นแล้ว พระอลัชชีหาความละอายบาปไม่ได้ เป็นเปรตเป็นผีทั้งๆ ที่เพศของพระหัวโล้นๆ ไปดูเอาหน้าศาลานั่น ถ้าว่าเป็นเรื่องโกหก ไปดูเอาซิ เลวหรือไม่เลวไปดูเอา นั่น มีหรือในประเทศไทยเรา ก็ได้มาเห็นแล้ว เพราะความเลวร้าย มันหน้าด้านเกินไป มันลืมความน่าอายเสียหมด มีแต่จะดีจะเด่น ก็คือความชั่วน่ะมันเด่น เลอะเทอะไปหมดเวลานี้

นี่ละถ้าลงกิเลสได้เข้าไปเหยียบย่ำที่ไรพระไม่เป็นพระ เป็นเปรตเป็นผีเป็นยักษ์เป็นมารของชาวบ้านชาวเมือง ของพวกเดียวกันไปหมด พวกเดียวกันคือท่านผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบด้วยศีลด้วยธรรม ท่านรังเกียจ พวกเลวร้ายพวกสกปรกเป็นเหมือนหมาขี้เรื้อน ไปที่ไหนๆ กวนทีเดียวกวนบ้านกวนเมือง เพื่อยศเพื่อลาภ เพื่อคำสรรเสริญเยินยอ เพื่อไอ้หลังลาย เข้าใจไหม เหล่านี้ไม่ใช่ธรรม แล้วพวกนี้เสาะแสวงหาเป็นที่หนึ่ง ประชาชนญาติโยมสู้ไม่ได้นะ นี่มันกลับกลายกันเป็นอย่างนี้

ผู้บวชตามทางของพระพุทธเจ้าจริงๆ แล้วจะไม่เสาะในสิ่งเหล่านี้เลย นอกจากระมัดระวังศีลธรรมของตน ศีลระวังไม่ให้ด่างพร้อยทะลุขาดไปเลย ศีลจะสมบูรณ์ ถ้าขาดด่างพร้อยไปแล้ว ยกข้อเปรียบเทียบให้ฟังนะ ศีลขาด ขาดมากขาดน้อย เหมือนผ้าขาด เรานุ่งผ้ามานี่ผ้าขาดเสื้อขาด ขาดมากขาดน้อยนุ่งมาๆ เป็นยังไงคนนี้ก็เสื้อขาดๆ เสื้อขาดหมด เครื่องนุ่งเครื่องห่ม ซิ่นก็ขาด กางเกงก็ขาด กางเกงขาดมองเห็นหำมองเห็นโค็ย แล้วซิ่นขาดมองเห็นหีเห็นก้นไปหมด มีแต่พวกเสื้อขาดกางเกงขาดมานี้ดูกันได้ไหม

นี่ละพระที่มีศีลขาดก็เป็นอย่างนี้ ไปที่ไหนกะรุ่งกะริ่ง ศีลไม่มี ไม่ทราบว่ามีศีลกี่ข้อ มีแต่ผ้าเหลืองห่อเฉยๆ ก็เป็นผู้มีศีลขาดกะรุ่งกะริ่ง อย่างที่คนเขาผ้าขาด เสื้อขาด กางเกงขาด ซิ่นขาด นุ่งมากะรุ่งกะริ่ง นี่เป็นยังไง เอาเทียบยกภาพพจน์ขึ้นให้เห็นซิ นั่นละพระที่มีศีลขาดก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ถ้าเป็นผู้มีธรรมในหัวใจเต็มที่แล้วนี้สวยงามนะพระไปที่ไหน ไม่มีกิริยาใดจะสวยงามยิ่งกว่ากิริยาของพระ พระนี้สวยงามด้วยศีลด้วยธรรมเป็นเครื่องปกครอง สวยงามไปหมด

ถ้าให้กิเลสปกครองนั่นไปดูเอาหน้าศาลานั่น เป็นเปรตเป็นผี เป็นยักษ์เป็นมาร  มาอวดชั่ว อวดความเลวทราม ให้โลกผู้ดีเขาได้เห็น ได้อิดหนาระอาใจอยู่เวลานี้ ไปดูเอา ตัวอย่างมันมีอยู่อย่างนี้ละ ไปดูซิเห็นไหม นี่ละพระที่เลวทรามเป็นอย่างนี้แหละ พระที่ดีอิดหนาระอาใจ แล้วไปที่ไหนเขาก็จะเหมาว่าเป็นพระประเภทนั้นๆ ทั้งๆ ที่เป็นพระดี เขาเลยพลอยได้บาปได้กรรมไปด้วย พระผู้ดีท่านดีจริงๆ ท่านรักษาศีลธรรมท่านอย่างละเอียดลออ ไม่ยอมให้ศีลขาด เหมือนเราไม่ยอมให้ผ้าขาด ขาดตรงไหนปะชุนทันที ๆ ต้องเป็นอย่างนั้น

อันนี้ศีลตรงไหนที่ขาดรีบแสดงอาบัติ ยอมรับโทษของตนว่าได้ผิดพลาดไปด้วยความประมาท แต่ไม่ใช่ความจงใจ เป็นความผิดพลาด ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์มีเป็นอาบัติได้เป็นโทษได้ รีบแสดงอาบัติ เรียกว่ารีบปะรีบชุนผ้าของตนศีลของตนให้สวยงามขึ้นไป นี่ละศีล เมื่อมีศีลแล้วธรรม เอา เจริญภาวนาซิ ท่านสอนมาให้เจริญภาวนา เข้าไปอยู่รุกขมูลร่มไม้ ให้ไปภาวนานะนั่น ไม่ใช่ไปนอนปล่อยหำอยู่นะพระเรา ให้ไปอยู่ในป่าให้ไปบำเพ็ญภาวนา เราจะภาวนาบทใดๆ พิจารณาเกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ นี่คืองานของพระ พระพุทธเจ้าสอนแล้ว

เกสาคืออะไร คือผม ขน เล็บ ฟัน หนัง พอเข้าไปถึงหนัง หนังหุ้มกระดูกห่อกระดูก พอเลิกหนังออกมาแล้วดูได้ที่ไหนคนเรา ไม่มีหญิงมีชาย ดูกันไม่ได้เลย พอไปถึงนั้นท่านก็หยุด เราจะพิจารณาทะลุเข้าไปถึงภายในตับไตไส้พุง อาหารเก่าอาหารใหม่ อะไรเต็มอยู่ในนั้นหมด ให้พิจารณาอย่างนั้น นี่เรียกว่างานของพระ เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ ถ้าควรจะบริกรรมให้เป็นความสงบแก่ใจก็เอา ถ้ามันเป็นวิปัสสนาคือสติปัญญาเฉลียวฉลาดขึ้นไปแล้ว แยกอันนี้ออกเป็นอารมณ์ของวิปัสสนาก็ได้ ทะลุเลย

นี่ละงานของพระ ให้เดินจงกรม ให้นั่งสมาธิ ให้ภาวนา ไม่ได้เพ่นพ่านๆ กวนบ้านกวนเมือง กวนนั้นกวนนี้ เกี่ยวกับเรื่องการก่อการสร้างยุ่งเหยิงวุ่นวาย สร้างวัดที่ไหนนี่ โถ หอปราสาทราชมณเทียร-เทวบุตรเทวดาสู้ไม่ได้นะ สร้างเอาหรูๆ หราๆ วัตถุ มันไม่ใช่ศาสนานะนั่น ศาสนาก็ดังที่ว่านี่ รักษาให้ดี ศีลธรรม เดินจงกรมนั่งสมาธิภาวนา ชำระจิตใจตัวยุ่งเหยิงอยู่ภายใน เราจะไปจัดไปแจงแต่งนู้นแต่งนี้ให้สวยงาม มันสวยงามไม่ได้ เพราะหัวใจดวงนี้มันยุ่งเหยิงวุ่นวาย เอาความสวยงามมาจากไหน สกปรกเต็มอยู่ในหัวใจ เมื่อเรามาชำระหัวใจด้วยจิตตภาวนา จิตใจนี้จะค่อยสงบร่มเย็นลงไปๆ แล้วกระจ่างแจ้งขึ้นมา สะอาดสะอ้านขึ้นมา จ้าไปหมด ให้พากันจำเอานะทุกคน

มาว่าอยากฟังเทศน์ก็เทศน์ให้ฟังแล้ว เทศน์สอนพระกับโยมก็เพศเดียวกัน หวังความสุขความเจริญ หวังบุญหวังกุศลด้วยกัน ให้นำไปปฏิบัติทุกคน จะได้เป็นสิริมงคลแก่เรา เช่นมาวันนี้มาทำบุญให้ทาน ทำบุญให้ทานแล้วได้ยินได้ฟังเสียงอรรถเสียงธรรม นำไปเป็นข้อวัตรปฏิบัติประดับจิตใจของเราจะสง่างาม จิตใจจะสะอาดสะอ้าน ไม่พะรุงพะรัง นี่เรียกว่าจัดการซักฟอก ตกแต่งภายในให้ดี นี้ไปหาซักฟอกตกแต่งแต่ภายนอก ซึ่งเป็นการเพิ่มความวุ่นวายขึ้นมา จิตใจรกรุงรังยิ่งกว่าเปรตในหัวใจดวงนั้น ใช้ไม่ได้นะ เอาละวันนี้เทศน์เพียงเท่านี้

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก