โลกอยู่ได้ด้วยความดี
วันที่ 23 มิถุนายน 2548 เวลา 7:55 น. ความยาว 43.46 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๘

โลกอยู่ได้ด้วยความดี

 

ที่ว่าจะให้รัฐธรรมนูญระบุว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ เราก็ไม่ว่าอะไรละ เรียกว่าเป็นความดีของพุทธศาสนาให้ชาวไทยได้ทราบ ว่าคนไทยทั้งชาตินับถือพุทธศาสนา ถือพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย ก็ไม่เห็นมีอะไรขัดข้อง ส่วนที่จะเสริมให้แน่นหนามั่นคงก็คือ เพื่อสมศักดิ์ศรีของชาวพุทธเราซึ่งเป็นผู้นับถือพุทธศาสนา ก็ให้เน้นหนักทางภาคปฏิบัติเพื่อความดีงามทั้งหลายทั้งฝ่ายพระและฆราวาส เน้นอย่างนี้ไปก็จะเพิ่มน้ำหนักยิ่งขึ้น อันนี้มีน้ำหนักมาก การประกาศว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติของชาติไทยเรา ไม่มีน้ำหนักมากกว่าคำที่ว่า พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทยเรา ชาติไทยเรานับถือกราบไหว้บูชาปฏิบัติตามพุทธศาสนาประจำชาติตัวเอง อันนี้จะหนักเข้าไปอีกอยู่ แล้วมีอะไรอีกว่าไปซิ

ผู้กำกับ        พิมพ์ไทยรายวันครับ ประจำวันพุธ หัวข้อเรื่องว่า

เดี๋ยวก็รู้ว่าใครหมู่ใครจ่า

         หลวงตาพระมหาบัว ออกเทศน์ ณ วัดป่าบ้านตาด เมื่อเช้าวันอาทิตย์ท่ามกลางคณะศิษย์ทั้งภายในและภายนอกประเทศจำนวนมากว่า เราอยากเห็นพี่น้องลูกหลานเราเข้าวัดเข้าวาฟังธรรมจำศีล ทำบุญให้ทาน นี่เป็นมงคลอย่างยิ่ง เมืองไทยเรานี้เป็นเมืองพุทธโดยแท้ แต่ทำไมจึงกลายเป็นเมืองผีขึ้นได้วะ เวลานี้ผีมันกำลังแทรกแซงอยู่ตามวัดตามวา ตามศาสนา แม้ในวงราชการก็เหมือนกันไอ้ผีนี่ตัวเป็นข้าศึกต่อศาสนา ตัวใหญ่ๆ เป้งๆ ก็มีนะในวงรัฐบาลเรานี้ ตัวใหญ่ๆ เป้งๆ เป็นข้าศึกศัตรู เป็นมหาภัยต่อศาสนา เดี๋ยวตั้งกฎนั้นตั้งกฎนี้ออกมา เราฟังตลอด 

         คงไม่มีใครรู้มั้งว่าหลวงตาท่านหมายถึงใคร มาฟังต่อ... ท่านทั้งหลายมีหูมีตาฟังให้ดีนะ อำนาจป่าๆ เถื่อนๆ โดยอาศัยอำนาจว่าเป็นรัฐบาล มันเอาอันนั้นละออกมาเป็นอำนาจป่าเถื่อน ให้คอยดู คนก็รู้ หมาก็รู้กฎป่าเถื่อนก็รู้ กฎเป็นศีลเป็นธรรมก็รู้ ดูให้ดีนะ มันแทรกเข้ามาอย่างนี้ละเวลานี้ น่าทุเรศจริงๆ ธรรมนี้จับรู้หมด พอเราว่าเบื่อความสกปรกนี้มันก็เห่าวากๆ ขึ้นมาแล้ว เดี๋ยวจะเข้าข่ายนั้นจะเข้าข่ายนี้ เอ้า เข้ามาว่างั้นเลยเรา มันวิเศษวิโสกว่าธรรมพระพุทธเจ้ามาจากไหนมันจึงมาเห่าว้อ ๆ เป็นอย่างนั้นนะเดี๋ยวนี้ เลวมาก ผู้ใหญ่ในวงราชการนี้ตัวสำคัญ เลว ในวงราชการก็กินกัน เอารัดเอาเปรียบกัน ยื้อแย่งแข่งชั่วกันตลอด ว่าแข่งดี มันเอาที่ไหนมาแข่ง มันมีแต่ความชั่วทั้งนั้น มันก็มีแต่แข่งชั่วกันเรื่อย เลอะเทอะ ประชาชนเขาดูแล้วเขาอิดหนาระอาใจ ครั้นเวลาอยากเป็นผู้ใหญ่ก็มาไหว้มาวอนเขาให้ไปหย่อนบัตรๆ พอหย่อนบัตรให้แล้วมันร้ายกว่ายักษ์ เข้าใจไหมล่ะ เขาเบื่อ นี่ละคนไม่มีธรรม

ครับ...คำพร่ำสอนของหลวงตาองค์แก่ๆ ที่สู้ปฏิบัติจิตตภาวนาอยู่ตามป่าตามเขา อยู่ในที่รกชัฏตามถ้ำเงื้อมผาเป็นเวลานานกว่า ๗๐ ปี ถ้าไม่ใครคิดว่าไม่ใช่อรรถไม่ใช่ธรรมก็แล้วไป การเทศน์ของหลวงตาเป็นที่ประจักษ์แก่คนทั่วโลกว่า เป็นการเทศนาสั่งสอนเพื่อสงเคราะห์ประชาชน สอนให้ประชาชนดำรงตนอยู่ในศีลในธรรม ในแต่ละวันๆ จะมีผู้ถวายปัจจัยบูชาธรรมนับเป็นหมื่นๆ แสนๆ บาท ซึ่งปัจจัยเหล่านี้หลวงตาได้นำออกไปช่วยเหลือประชาชนและข้าราชการทางด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นด้านอาคารสถานที่ รถตำรวจ รถพยาบาล เครื่องมือจักษุแพทย์ เครื่องมือทำฟัน เครื่องมือในห้องผ่าตัด ฯลฯ ซึ่งทุกคนที่ถวายปัจจัยบูชาธรรมต่างก็รู้ถึงเรื่องนี้ด้วยดีกันทุกคน

         แต่ผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองกลับมองไม่เห็น เป็นที่น่าสังเกตว่าในระยะนี้มักมีคำสั่งและคำขู่ออกมาจากหน่วยงานของรัฐ เกี่ยวกับการเผยแผ่ธรรมะทางอากาศของสถานีวิทยุสวนแสงธรรมอย่างถี่ยิบ อ้างว่าส่งกระจายเสียงรบกวนคลื่นวิทยุของสถานีอื่นบ้างละ อ้างว่ารบกวนวิทยุการบินบ้างละ อ้างว่าหลวงตาเทศน์กระทบกระทั่งต่อคนของรัฐบาลบ้างละ ฯลฯ ล่าสุด เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนาถึงกับออกคำสั่งเฉียบขาดห้ามมิให้แพร่กระจายคลื่นแปลกปลอมออกมารบกวนข่ายสื่อสารของผู้อื่นอีก ให้ระงับการส่งกระจายเสียงในทันที จนกว่าจะปรับปรุงเครื่องกระจายเสียง หากฝ่าฝืนไม่ดำเนินการจะมีความผิดถึงต้องระวางโทษปรับไม่เกิด ๔๐,๐๐๐ บาท หรือจำคุกไม่เกิน ๒ ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือจำคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ หากมิดำเนินการโดยพลันจะดำเนินการตามกฎหมายทันที เอาละวะใครจะอยู่ใครจะไปไม่ช้าก็รู้ การปฏิบัติหน้าที่ของราชการ ผมคิดเอาเองว่า ควรจะหาวิธีปฏิบัติต่อพระผู้ใหญ่ระดับนี้ด้วยความละมุนละม่อม หากมีสิ่งใดที่เห็นว่าผิดต่อกฎหมายก็ควรหาโอกาสเข้าไปกราบถวายคำแนะนำด้วยวิสัยของบัณฑิต นอกเสียจากว่าคิดอยากเปิดศึกรบกับพระดูบ้าง

         ชักนึกเป็นห่วงท่านผู้นำซะแล้วซี ก็ลูกน้องดันเปิดศึกรอบด้าน

                                                                             ณ. หนูแก้ว

 

หลวงตา       ฟังก็แล้วกัน ฟังทั่วๆ ไป ว่าอยู่เสมอๆ ทั้งหนักทั้งเบานี้ก็เพราะเรื่องราวเป็นมาอย่างนี้ตลอด ที่จะส่งเสริมพุทธศาสนาและให้คำแนะนำพุทธศาสนา ผู้ปฏิบัติธรรมบกพร่องตรงไหนบ้างก็ควรแนะนำไป และส่งเสริมกันไป อย่างนั้นมันก็ถูกต้องกับทางการบ้านเมืองที่ดูแลทั้งชาติ ทั้งศาสนา อันนี้คอยจุดคอยเผาตั้งแต่ศาสนานะเวลานี้ ทางอื่นมันเน่ามันเลอะเทอะขนาดไหนเมืองไทยเรา ถ้าดูตามสายตาของธรรม นี้เราดูตามสายตาของธรรม เลอะเทอะมากทีเดียว มิหนำซ้ำยังเอาความเลอะเทอะนี้เข้ามาป้ายศาสนาให้ศาสนาเป็นบ๋อยไปเลย มันฟังไม่ได้นะ

เวลานี้ศาสนากำลังจะเป็นบ๋อยของพวกนี้ พวกแผ่พังพาน งูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยมนี้ละ ที่มันทำลายศาสนาอยู่เวลานี้ ไม่เห็นมีแง่ไหนที่จะมาส่งเสริมศาสนาให้พออนุโมทนาบ้าง เท่าที่เราฟังมาโดยลำดับนี้ มีแต่วิธีนั้นวิธีนี้ เป็นวิธีทำลายก่อกวนยุแหย่ท่านั้นท่านี้ เพื่อจะเหยียบย่ำทำลายศาสนาให้จมลงจากเมืองไทยของเรานี้เท่านั้นว่างั้นเลย ฟังมานานนะฟังเป็นอรรถเป็นธรรม คำพูดของเรานี้ออกมาจากธรรม เราพูดเป็นธรรมล้วนๆ  เราไม่ได้พูดเอียงหน้าเอียงหลัง ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูก คอขาดขาดไปเลย เราไม่ได้เสียดายคอยิ่งกว่าความสัตย์ความจริงที่มีต่ออรรถต่อธรรมของเรา เราปฏิบัติอย่างนี้มาก็แบบเดียวกันนี้แหละ เราปฏิบัติต่อเราที่ได้ธรรมมาสอนโลก เราก็ได้มาด้วยวิธีการอย่างนี

เด็ดขาด เรื่องกับความชั่วนี้ถึงคราวเด็ดขาดก็ขาด ถึงคราวจะเป็นก็เป็น ถึงคราวจะตายก็ตายไปเลย เราไม่ได้เสียดายชีวิตยิ่งกว่าเสียดายธรรม ที่เรามุ่งมั่นอย่างเต็มหัวใจแล้ว ปฏิบัติมาก็ได้ผลมาเป็นลำดับดังเล่าให้พี่น้องทั้งหลายฟัง จนกระทั่งถึงได้ผลเป็นที่พอใจหายสงสัย ธรรมที่อยู่ในหัวใจนี้ครอบโลกธาตุหมดแล้ว ใครจะมายุแหย่ก่อกวนแบบไหนสำหรับธรรมประเภทนั้นไม่มีอะไรละ สำคัญที่เป็นห่วงบรรดาพี่น้องลูกหลานที่กำลังไขว่คว้าหาความสัตย์ความจริง จะได้แต่ความเหลวแหลกแหวกแนว เอาฟืนเอาไฟมาเผาตนนี้ละ ที่ได้รับการยุแหย่ก่อกวนเข้ามาทุกวันๆ เป็นยาพิษแทบทั้งนั้นเลย ไม่ค่อยมีคุณอะไรที่จะส่งเสริมศาสนาและประชาชนผู้ปฏิบัติดี ให้มีแก่ใจปฏิบัติดีต่อไปบ้าง อย่างนี้ไม่ค่อยเห็นมีนะ

มีแต่เที่ยวยุแหย่ก่อกวน เที่ยวคัดเที่ยวค้านต้านทานแบบนั้นแบบนี้ มีแต่เรื่องเหล่านี้เรื่องสกปรก ที่ว่าเบื่อๆ นั่น จะให้ชมเชยได้ยังไง คนฟังในศาลานี้ชมเชยไหมความสกปรกเหล่านี้ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตำหนิความสกปรก ชมเชยความสะอาดมาทั้งนั้น แล้วจะให้หลวงตาบัวนี้ไปชมเชยความสกปรกนี้ชมเชยไม่ได้บอกตรงๆ เพราะธรรมเป็นแถวเดียวกัน พูดไปตามความสัตย์ความจริง เรื่องราวก็เป็นมาอย่างนี้ เวลานี้กำลัง ศาสนากำลังเป็นผู้ต้องหา ถูกรบกวน ถูกขู่บังคับทุกแบบทุกฉบับ เอามาตรานั้นมาตรานี้มาบีบบังคับอย่างเฉียบขาดเด็ดขาด

เอ้าเด็ดมา กับหลวงตาบัวให้เด็ดมาเลย เราพูดจริงๆ อย่างนี้ละ คอขาดเราก็ไม่ถอย ถ้าผิดจากธรรมพระพุทธเจ้า เราเอาคอเรานี้ทูลถวายพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์มาเรียบร้อยแล้ว สมบูรณ์แบบเต็มที่ตั้งแต่ปี ๒๔๙๓ เรียกว่าถวายคอทั้งหมดนี้แด่พระพุทธเจ้าแล้ว  แต่เราไม่เคยคิดจะถวายกับพวกเปรตพวกผีพวกสกปรกโสมมที่ถูกตำหนิจากพระพุทธเจ้าทั้งหลายอยู่เวลานี้ เราไม่ชมเชย มีแต่ตำหนิไปเรื่อย คอขาดก็ยังจะตำหนิไปเรื่อย ถ้าพอจะพูดได้นะ ถ้าควรชมเชยแล้วชมเชย ควรตำหนิตำหนิ จนคอขาด ให้เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ไม่งั้นไม่เรียกว่าธรรม เป็นที่ไว้วางใจของโลกไม่ได้ ผิดบอกว่าผิด ถูกต้องบอกว่าถูกไปโดยลำดับ จะให้ประจบประแจงอย่างนั้นประจบประแจงอย่างนี้ ไม่เป็นธรรม อันนั้นเป็นโลก เลียแข้งเลียขาเหมือนหมา ใช้ไม่ได้อย่างนั้น

ของดีที่จะเป็นสารประโยชน์แก่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ของเรา กำลังถูกบั่นทอนทำลายลงทุกแบบทุกฉบับ ก็คือพุทธศาสนานี้เอง ครอบไว้หมดในหัวใจเมืองไทยเรา ถ้าใครมีพุทธศาสนาจะสงบร่มเย็นทั่วหน้ากัน เดี๋ยวนี้มันทำลายศาสนานั่นซิมันถึงเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้ทุกแห่งทุกหน ไม่ว่าวงราชการ ไม่ว่าวงศาสนา ก็มีแต่ไฟของกิเลสตัณหานี้เข้าไปเผาแหลกๆ เวลานี้ ด้วยวิธีการต่างๆ ดังที่ทราบมาแล้วนี้ ทำท่าเด็ดขาดทางนั้นมา ทำท่าเด็ดขาดทางนี้มา เอ้าเด็ดมา เด็ดมากับหลวงตาบัว หลวงตาบัวไม่ได้ท้าทาย พูดเป็นธรรมเลย จะให้มีความสะทกสะท้านหวั่นไหวกับโลกสกปรกนี้ หลวงตาบัวไม่มี เราบอกตรงๆ เลย

สามโลกธาตุเหยียบหัวมันไปหมดแล้ว เป็นเวลา ๕๖ ปีนี้แล้ว เราไม่เคยหวั่น มีแต่ความสลดสังเวชจากความสกปรกนี้เท่านั้น มาเสกสรรปั้นยอว่าเป็นทองทั้งแท่งมาอวดธรรมนี้เท่านั้นที่เราสลดสังเวช วิธีการที่แสดงออกมาทุกวันนี้มีแต่เรื่องมูตรเรื่องคูถ เรื่องส้วมเรื่องถาน เรื่องทำลายศาสนาซึ่งเป็นทองทั้งแท่งๆ ที่โลกทั้งหลายได้กราบไหว้บูชามาถึงสามโลกธาตุ ไม่มีใครเย่อหยิ่งจองหองยิ่งกว่าประเภทเปรตเหล่านี้นะ ใครก็ยอมรับทั้งนั้นรับธรรม ถ้าไม่ยอมรับก็คือพวกเปรตนี้เท่านั้นเองที่มันไม่ยอมรับ คอยที่จะทำลาย ก่อกวนอยู่ทุกแบบทุกฉบับ พวกนี้เก่งกว่าเปรตกว่าผีไปอีก เป็นอาจารย์ของผีก็ได้ มันเก่งกว่าผี ลงไปนรกอเวจีแล้วมันก็จะไปเก่งกว่ายมบาลที่รักษานรกให้มาหมอบราบกับมันอีกพวกนี้น่ะ พวกนี้มันเก่งกว่าอรรถกว่าธรรมทุกสิ่งทุกอย่าง

ธรรมคือธรรมชาติที่เลิศเลอ พวกเหล่านี้มันยกตัวว่าเลิศเลอยิ่งกว่าธรรมไปแล้วเวลานี้ ให้ท่านทั้งหลายดูเอา หัวใจมีทุกคนๆ สำหรับหลวงตาบัวนี้ดูมาเต็มหัวใจแล้ว จึงได้พูดออกมาอย่างเต็มปากไม่มีกระดากอาย สะทกสะท้านกับสิ่งใดในสามแดนโลกธาตุนี้ พูดเป็นอรรถเป็นธรรมไปตลอดอย่างนี้แหละ ถ้าเป็นของดิบของดีที่ไหนเข้าไปละ ฟืนไฟเข้าไปตรงนั้น คอยจะทำลายของดี ที่จะส่งเสริมของดีให้ดีขึ้นและทำลายของไม่ดีให้ลดระดับลงไปหรือให้หมดสิ้นไปนี้ไม่มีนะ ฟังแล้ว มีแต่เสริมความชั่วช้าลามกที่จะเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้บ้านเมืองของตน ศาสนาของตนนั้นเองไปเรื่อยๆ อย่างนี้ น่าทุเรศไหมล่ะ

ธรรมไปที่ไหนเป็นผู้ต้องหาที่นั่นเวลานี้นะ ไปที่ไหนต้องถูกควบคุมบังคับ เราไม่เคยเห็นกัปใดกัลป์ใดมาพระพุทธเจ้าสอนโลก ไม่เคยมีใครมาบังคับบัญชา แม้เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมยมยักษ์ กราบไหว้ธรรมทั้งนั้น ไม่มีใครมาเย่อหยิ่งจองหองเก่งกว่าพวกเปรตพวกผีที่เป็นอยู่เวลานี้เลยนะ นี่กำลังเก่งกว่าสัตว์ในแดนโลกธาตุที่กราบไหว้บูชาธรรม พวกนี้จะเอาธรรมมาเหยียบย่ำทำลาย พวกนี้จะเหนือธรรม นี่ละพวกเหนือธรรมนี้ละ เราทั้งหลายให้พิจารณานะใครจะไปตามพวกเหนือธรรมนี้ ถ้าอยากไปไปลงนรกก็เข้าไปดูพยานกันในนรกอีก พวกนี้จะไปบีบบังคับยมบาลในนรกทั้งหลายนั้นให้แตกกระจัดกระจายไปหมด พวกนี้จะเข้าครองนรกนั้นอีกทีหนึ่ง ดูให้ถึงขีดนี้นะ จะเป็นยังไง ใครจะเป็นฝ่ายแหลกเหลว คอยดูตรงนี้เอง

ธรรมพระพุทธเจ้าว่า นตฺถิ กมฺมสมํ พลํ ไม่มีสิ่งใดที่จะมีอานุภาพมากยิ่งกว่าธรรม คือสามแดนโลกธาตุนี้ ไม่มีสิ่งใดที่จะมีอานุภาพมากยิ่งกว่าธรรม และมากยิ่งกว่ากรรมดีชั่วของสัตว์ อันนี้มีอานุภาพมาก ใครเก่งก็เก่งไป แต่เวลารับผล ก็กรรมของตัวเองนั้นละทำให้ได้รับผลมากน้อยของตัวเอง ไม่มีผู้ใดผู้อื่นมารับ ผู้นี้เองจะเป็นผู้รับ ผู้ไม่เชื่อพระพุทธเจ้า เป็นผู้เก่งกาจสามารถทุกอย่าง ที่โลกเขาไม่ปรารถนา เขาเบื่อ พวกนี้จะเป็นผู้รับโดยถ่ายเดียวเท่านั้น

วันนี้ก็มีแง่ที่หนังสือพิมพ์นี้ออกมา พูดเรื่องใดๆ มีแต่เรื่องทำลายศาสนามันน่าทุเรศนะเวลานี้ นี่ปฏิบัติศาสนามา เทิดทูนพระพุทธเจ้าทุกพระองค์เลย เต็มอยู่ในหัวใจนี้หมด กระจายเป็นน้ำมหาสมุทรทะเลหลวงอันเดียวกันเลย ดูโลกจึงดูได้ถนัดชัดเจน พูดอย่างชัดเจนอย่างนี้แหละ ดูได้อย่างนี้ดูโลกสกปรกนี้ หรือจะให้ว่ามันสะอาดได้ยังไง เรื่องราวทุกอย่างมันแสดงมาอย่างนี้จะให้ว่าสะอาดได้ยังไง หูตาประชาชนเขาก็รู้ หูอรรถหูธรรมทำไมจะไม่รู้

พระพุทธเจ้าใครจะเลิศเลอยิ่งกว่า พระญาณหยั่งทราบทั่วถึงกันหมดใครจะเกินพระพุทธเจ้า มาเก่งกว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้แหละ พังทั้งนั้น ให้ระมัดระวังให้ดี วันนี้ก็พูดเพียงเท่านี้ พอเป็นเครื่องระลึกให้พี่น้องทั้งหลายฟังทั่วหน้ากัน สรุปความลงแล้วว่า พุทธศาสนาของเราเวลานี้กำลังถูกย่ำยีตีแหลกทุกแบบทุกฉบับ ทำลายหลายแบบหลายฉบับ กีดกันหวงห้ามทุกอย่าง ทั้งเด็ดทั้งขาด ทั้งตีตรงตีตราใส่มาตรานั้นมาตรานี้เข้ามา ฟังให้ดีนะ เอา มาตราไหนก็ตามสรุปลงมาแล้ว มาตราไหน เอ้า ตีมาหาหลวงตาบัว หลวงตาบัวจะรับหมด

หากว่าจะติดคุก หลวงตาบัวจะเข้าติดคุก แต่ไม่ถอยเรื่องธรรมภายในหัวใจนี้ ควรเทศนาว่าการให้นักโทษเขาฟัง ก็จะเทศนาว่าการให้เขาฟัง สูให้ระวังให้ดีนะ เราจะว่าอย่างนี้ สอนนักโทษในเรือนจำ หลวงตาบัวไปติดคุกในเรือนจำ เข้าไปแล้วก็จะไปสอนนักโทษว่า สูนี่ เข้าใจไหมล่ะ มัวงุ่มง่ามอะไรเขาจะมาจับสูไปเข้าคุกที่ไหนอีก เรือนจำที่ไหนอีก กูมาสอนสูให้รู้ตัวนะ สูให้ระมัดระวัง สูเคยทำชั่วมาแล้วให้ทำชั่วหนักๆ ให้หนักกว่านี้สูจะได้จมลึกยิ่งกว่านี้ พวกนี้เขาชอบความชั่วมากที่สุด ใครทำดีเขาไม่ชอบ แต่คนทำชั่วเขาชอบมากที่สุด ให้สูส่งเสริมความชั่วมากๆ จะได้ติดคุกติดตะรางหรือตกนรกทั้งเป็นลึกมากยิ่งกว่านี้ ถ้าฟังตามคำสอนของพวกนั้น เขาจะทำอย่างนี้

ถ้าทำตามคำสอนของกู ให้สูระมัดระวัง ความเคลื่อนไหวออกจากใจของสูเอง คิดดีคิดชั่วออกจากนี้ เป็นผลจะสะท้อนมาหาตัวเอง ทำดีทำชั่วจะมาอยู่ที่นี่ ให้สูระมัดระวัง กูพ้นโทษเมื่อไรกูจะออกจากเรือนจำนะ ถ้าหากว่ากูไม่พ้นโทษกูก็จะตายกับสูนี่แหละ หลวงตาบัวจะพูดอย่างนี้ด้วยความไม่สะทกสะท้านในสิ่งสกปรก ในสามแดนโลกธาตุนี้ ไม่มีคำว่าหวั่นไหว มีตั้งแต่สอนโลกให้ทำดิบทำดีเท่านั้นแหละ ชั่วนี้อิดหนาระอาใจมาพอ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ไม่เคยชมเชยความสกปรกว่าเป็นของดิบของดี ของสะอาดสะอ้านเลย แล้วพวกเราพวกเปรตพวกผีจะมาชมเชยของสกปรกว่าเป็นของดี จะพากันจมกันทั้งหมดนะ จำให้ดี เอาละพอ

ผู้กำกับ        โรงเรียนเอกบูรพานิเทศน์ศึกษา เขตมีนบุรี กทม. ขออาราธนานิมนต์ท่านอาจารย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน แสดงพระธรรมเทศนาที่โรงเรียน วันเสาร์ที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๔๘ เวลา ๑๔.๐๐ น.เป็นต้นไป ซึ่งมีนักเรียนประมาณ ๕๐๐ คน ระดับเนิสเซอรี่ถึงชั้นประถม ๔ คณะครูประมาณ ๕๐ คน (ครูไทยและครูชาวต่างประเทศ) สถานที่สำหรับประชาชนได้ตั้งแต่พันคนขึ้นไป เพื่อร่วมฟังพระธรรมเทศนาและร่วมทำบุญผ้าป่าสามัคคีในโครงการช่วยชาติโดยพร้อมเพรียงกัน

หลวงตา       ดูไม่มีอะไรขัดข้อง เอารับ บอกพระเสียนะ เวลานี้ทางวิทยุกำลังกระจายออกอย่างรวดเร็วนะ ขอทางโน้นขอทางนี้มาเรื่อยๆ เราเป็นแต่เพียงว่าเทศน์แล้วก็ผ่านไปๆ นี่ที่เขามาตั้งเป็นวิทยุนี้ก็เพื่อคนทั้งหลายฟังต่อไปอีกกว้างขวางมากต่อไป ขึ้นเรื่อยๆ นะเวลานี้ แต่ไอ้เรื่องข้าศึกมันก็กีดก็กันอยู่อย่างที่ว่าละ เวลานี้วิทยุกำลังถูกบังคับบัญชา เสียงสกปรกมันลั่นโลกอยู่ไม่เห็นไปว่ามัน มันรกรุงรังอะไรๆ เสียงอรรถเสียงธรรมเป็นเสียงสะอาด ให้ผลประโยชน์แก่โลกมหาศาล ทำไมมันมากีดมาขวาง มันน่าคิดมากนะ อู๊ย ทุเรศนะเรา มันสกปรกมากขนาดนั้น

ธรรมมีมาตั้งกัปตั้งกัลป์ พระพุทธเจ้าสอนโลก รื้อขนสัตว์โลกพ้นจากทุกข์ๆ ไม่มีภัยแม้เม็ดหินเม็ดทรายจากธรรมพระพุทธเจ้าเลย สอนโลกมาอย่างนี้ มันยังถือว่าเป็นพิษเป็นภัยต่อมันได้ น่าทุเรศมากนะ (ที่กรุงเทพเขาก็มีคลื่นมาทับเจ้าค่ะ) พวกนี้มีทุกแบบ เสาอากาศเขาก็จะตัดให้ต่ำลงเหลือ ๓๐ เมตร ความกว้างไม่เลย ๑๕ กิโลเมตร นี่มันมาบังคับ เพราะเหตุผลกลไกอะไรเราอยากถามดู มันฟังไม่ได้เลยนะ แต่อันธพาลมหาภัยมันทำได้ของมันอย่างนี้

ร้อยเอ็ด เสี่ยสมหมายแกทำเต็มยศเลย เพราะแกเป็นเศรษฐีนี่นะ โรงสีของแกเท่าจังหวัดหนึ่งใช่ไหมล่ะ อะไรก็ไม่อัดไม่อั้นเรื่องวิทยุของแกเอาให้เต็มเหนี่ยวทุกอย่างเลยเชียว ทีนี้เวลาประกาศออกไปรอบนี้ โถ ตั้งหลายจังหวัดนะ แกจนได้พูดว่า ตั้งแต่เกิดมา แกว่างั้นนะ ผมไม่เคยได้รับความชมเชยสรรเสริญเหมือนผมตั้งวิทยุคราวนี้เลย จังหวัดไหนๆ สรรเสริญมาเรื่อยๆ ไม่เว้นระยะ นั่นก็เปิด ๒๔ ชั่วโมงเลย ออก ๒๔ ชั่วโมง ผมพึ่งมาได้รับคำชมเชยสรรเสริญคราวมาตั้งวิทยุนี้แหละตั้งแต่เกิดมา แกว่างั้น คราวนี้ได้รับคำชมเชย จังหวัดไหนๆ ชมเชยมา

เขาพออกพอใจไม่เคยได้ยินได้ฟังตั้งแต่เกิดมา เขาบอกเลย คราวนี้เป็นคราวที่ เหมือนว่าเปิดโลกใหม่ให้หัวใจเขา เขาว่าอย่างนั้นนะ เขาชมเชยมา แล้วก็ชมเชยที่ว่า เสี่ยสมหมายนี้จะมีอานิสงส์มากมายทีเดียวใครสู้ไม่ได้ บางรายเขาว่าใครสู้ไม่ได้ ก็ไม่มีใครมาสู้จะสู้ได้อะไร นี่อันสำคัญนะแกเล่าให้ฟัง ไปได้หลายจังหวัด แกตั้งที่ร้อยเอ็ดไปกว้างขวางมากทีเดียว ถึงสารคาม ขอนแก่น ยโสธร อุบล หลายจังหวัด แกได้รับคำชมเชย ตั้งแต่เกิดมาผมก็มีคราวนี้แหละได้รับคำชมเชยมากที่สุด แต่เราไม่ได้แหย่เข้าไปบ้าง ว่าได้แต่คำชมเชยมา หลวงตาบัวเทศน์แทบเป็นแทบตายไม่เห็นได้คำชมเชยบ้างวะ จี้เข้าไปอย่างนี้แกจะว่าไง

(ทองคำวันนี้ได้ ๑ บาท ๑๒ สตางค์) ให้พากันทำความดีไปนะพี่น้องทั้งหลาย โลกอยู่ได้ด้วยความดี โลกไม่อยู่ได้ด้วยความชั่วนรกจกเปรตนะ ใครจะสร้างขึ้นมากขนาดไหนก็สร้างเพื่อความฉิบหายแก่ตัวเองและคนอื่นๆ นั่นแหละ สร้างความดีให้ความชุ่มเย็นแก่ตนและโลกทั่วๆ ไปไม่มีประมาณด้วยนะ ให้สร้างความดีใส่ตน ไปที่ไหนเย็นๆ แม้ที่สุดไปเที่ยวกรรมฐาน มันเห็นประจักษ์อยู่ในตัว เราเอามาพูดผิดไปไหน เวลาไปอยู่ที่เป็นอันตราย แต่ก่อนว่าเสือก็เสือจริงๆ  ดงป่านี้มีแต่เสืออย่างเดียว ดงช้างดงเสือสัตว์ร้ายเต็มไปหมด เข้าไปอยู่จุดไหน พอระลึกถึงศีลถึงธรรมตัวเองที่ปฏิบัติมาด้วยความภาคภูมิใจนี้เย็นไปหมดนะ อันตรายไม่เข้ามาถึงจิตนะ ความเป็นธรรมของศีลของธรรมภายในตัวนี้ครอบไว้หมดเหมือนกำแพง มันชัดๆ อยู่ในใจ

คือธรรมดาพระกรรมฐานที่ท่านมุ่งอรรถมุ่งธรรมอย่างยิ่ง ท่านจะไม่ไปอยู่ธรรมดา ท่านจะต้องหาที่ดัดสันดานตัวเอง ที่ไหนกลัวมากเท่าไรยิ่งไปๆ ไปก็อาศัยศีลธรรมครอบเป็นกำแพง ท่านอยู่เย็นสบายๆ ภาวนาเด็ดที่เช่นนั้น คือกลัวมากเท่าไรสติยิ่งติดแนบกับใจๆ ใจเมื่อได้รับการบำรุงรักษาก็สง่างามขึ้นมาๆ ด้วยความกลัวนั่นละเป็นเหตุ ความกลัวเป็นเหตุ จิตก็ย้อนเข้ามาหาธรรม เมื่อจิตย้อนเข้ามาหาธรรมแล้ว ธรรมให้ความชุ่มเย็น ทีนี้ไม่กลัว อยู่นั้นเย็นสบาย นี้ละอำนาจของศีลของธรรม เราเคยทำมาแล้วนะ ธรรมดากรรมฐานจะไปหาดัดสันดานอย่างนั้นละ อยู่ที่ธรรมดาภาวนาไม่ค่อยดี เปลี่ยนแล้วนะนั่น ที่ไหนดี ที่น่ากลัวมาก เข้าตรงนั้นนะ ถ้ากลัวมากแล้วจิตจะหดเข้ามามันไม่เพ่นพ่าน เข้ามานี่สติคุ้มครอง พอสติคุ้มครองจิต จิตเมื่อได้รับการคุ้มครองธรรมก็เกิดขึ้นๆ ชุ่มเย็น กล้าหาญชาญชัย เหมือนกำแพงกั้นไว้เลย ไม่กลัว

ขณะก่อนที่เราไปกลัวจะตาย จนตัวสั่นนั่นละ พอเวลาภาวนาเข้าไปนี้ อำนาจแห่งธรรมนี้เป็นกำแพงกั้น กล้าหาญชาญชัยในขณะหลังนั้น ฟังซิ มันเป็นในหัวใจนะ เรานี้เชื่ออย่างฝังใจเลย เรื่องธรรมเราเชื่ออย่างนั้นจริงๆ เพราะเคยดัดเจ้าของแล้ว วิ่งหาเสือก็มี เหมือนบ้าเวลาฝึกเจ้าของ เราทำแล้วนะไม่ใช่ไม่ทำ ไปที่นี่มันน่ากลัวๆ เดินจงกรมนี่เหมือนว่าเสือหมอบราบรอจะกัดกินเราคนเดียว เขาเรียกพระอะไรประเภทนี้ ทางนี้ก็เป็นแถวหมอบๆ อยู่ทางจงกรมของเรา เสือหมอบอยู่สองข้างทางจะคอยกินคนๆ เดียว

ตัวไหนก็หิวๆ หิวแต่พระหนักศาสนาองค์เดียวนี้แหละ ทีนี้เวลาจนตรอกจนมุมจริงๆ มันพลิกนะ เสือเป็นแถวนี้ กำหนด เอ้า ตัวไหนใหญ่ คือเสือนั่นสังขารมันวาดภาพเอาไว้ เข้าใจไหม ไม่มีเสือสักตัวเดียวแหละมันหากวาดภาพหลอกตัวเอง ให้ก้าวเดินจงกรมไม่ได้ กลัว หมอบราบมีแต่ตัวใหญ่ๆ ทีนี้บทเวลาจะเอาจริงๆ เอ้า ตัวไหนใหญ่ที่สุดจะเข้าไปหาตัวนั้นก่อน เจ้าของวาดภาพว่าเสือหมอบแล้วเจ้าของจะไปให้เสือกิน เจ้าของก็วาดภาพอีกเหมือนกัน เอ้า ตัวไหนใหญ่ มันหากบอกละว่าตัวนั้นใหญ่ ก็บึ่งเข้าไปหาตัวนี้ หายเงียบ ไม่มี

เอ้า ตัวไหนใหญ่อีก ตัวนั้นใหญ่ เอ้า บึ่งเข้าไปๆ หมดแถวไม่มีเสือสักตัว ไอ้นี่มันโกหกกู นั่นเห็นไหมล่ะ ทีนี้ฟาดเข้าในป่าบุกป่าไปเลย นั่น นี่เวลาจะเอากัน ทั้งๆ ที่กลัวนั่นละ ซัดเสียจนกระทั่งกล้าหาญชาญชัย ทีนี้คิดถึงโลกธาตุมันกลัวอะไรไม่เห็นมีเลย ไม่มีกลัวอะไรเลย กลับ ไปหาอะไร กลับมาสง่างาม เดินจงกรม เอ้า เสือตัวไหนจะมาไม่มีเลย แน่ะอย่างนั้นนะ ดัดเจ้าของต้องดัดอย่างนั้นซิ เวลาจนตรอกจนมุมจริงๆ แทนที่มันจะหนีไม่หนีนะ เข้าสู้เลย ตัวไหนใหญ่ให้ตัวนั้นกิน ตัวนี้ไม่มีแล้ว ตัวไหนใหญ่อีก หาหมดจนไม่มีเสือสักตัวเดียว นี่มันหลอกเจ้าของ มึงหลอกกู ขึ้นแล้วนะ ทีนี้ก็ฟาดใหญ่เลย นั่นวิธีการฝึกตัวเองต้องเป็นอย่างนั้น เอาละพอ

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก