ยอมรับพระพุทธเจ้าด้วยจิตตภาวนา
วันที่ 24 มิถุนายน 2548 เวลา 7:55 น. ความยาว 54.18 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๘

ยอมรับพระพุทธเจ้าด้วยจิตตภาวนา

 

การ์ตูนเขียนไม่มีใครถือสีถือสา เขาคัดออกมาจากความเคลื่อนไหวของโลก เคลื่อนไหวกันยังไงๆ เป็นคติสอนโลกได้ดีนะ แต่มันก็เป็นการ์ตูนตลกอยู่ในตัว ใครจึงไม่ถือสีถือสาการ์ตูน มีแต่หัวเราะกันลั่นเท่านั้น หากเป็นคติอันหนึ่งๆ อยู่ในนั้น อันนี้ก็จำได้เหมือนกัน ถ้าจำได้แล้วมันหากเป็นของมันเอง อันนี้ก็การ์ตูน มีผู้หญิงคนหนึ่งนุ่งผ้าสีดำ ทางภาคอีสานเขาเรียกนุ่งซิ่นสีดำ ทางหนึ่งผ่าจนจะเห็นหีว่างั้นเถอะน่ะ มานั้นไอ้หมาดำตัวหนึ่งปั๊บเข้ามาคาบ เป็นหมาหูตูบด้วย มันมาคาบผู้หญิงคนนั้นก็ตบหัวมัน มึงคาบทำไม ว่างั้นนะผู้หญิงผ้าแหว่งนั่น มึงคาบทำไม อันนี้ยังไม่ได้ผ่า

นั่นละการ์ตูนสอนโลก โลกที่ไม่รู้จักภาษีภาษา เห็นแต่ความคึกความคะนอง จนกระทั่งหมาได้มาสอน นี่แสดงว่าหมาเป็นอาจารย์สอนคนประเภทนี้ ถ้าใครอยากให้หมาเป็นอาจารย์สอนก็ให้พากันนุ่งน้อยห่มน้อย ปะหำปะหีมา หมามาสอนได้เพราะมันเลอะเทอะ ตัวมันเองไม่นุ่งผ้าแหละหมา ก็มันมีมาดั้งเดิมอย่างนั้นไม่มีใครถือสา แต่ถ้าได้นุ่งอย่างนี้ไปทำอย่างนี้มันผิดปรกติ หมาก็ต้องมาสอนบ้าง ผ้านี่เป็นหลักธรรมชาติมันว่าอย่างนั้น มันก็มาสอนคนได้สบายๆ เลย นี่ละให้พากันคิด

เวลานี้จิตใจของชาวพุทธเรามันเลยขอบเขตเตลิดเปิดเปิงไปมากต่อมาก ธรรมจับจนจะดูไม่ได้นะพูดตรงๆ เอาธรรมจับดูปั๊บจนจะดูไม่ได้ แต่โลกเขาก็อยู่กันด้วยแบบของเขานั่นแหละ เป็นความสนุกรื่นเริงบันเทิง จิตใจอยู่กับอารมณ์อันนั้นๆ มันก็เพลิน ต่างคนต่างเพลิน เอาอย่างกันเรื่อย ถ้าอย่างนี้เลียนแบบกันเร็ว ถ้าอย่างดีไม่ค่อยจะเอา มีแต่ขัดแต่ขวาง ถ้าอย่างเลวแล้วเลวที่สุดเลย รวดเร็วมากเชียว จึงหาคนดีได้ยาก คือคนดีต้องฝ่าฝืน ฝ่าฝืนนี่คือฝ่าฝืนความชั่วเป็นเหมือนขวากเหมือนหนาม ต้องเหยียบมันไป ฝ่าฝืนมันไป ถ้าเอาตามมันแล้วเลอะเทอะไปหมด ไม่มีขอบเขต

ดูซิดูพระ อย่างที่ท่านฉันจังหันเป็นยังไง ดูเอาดูอย่างนี้ละดูพระ พระมีวินัยท่านฉันท่านฉันยังไง ท่านฉันตามแบบพระวินัย การฉันมีเครื่องบังคับพระ พระพุทธเจ้ามีแบบมีฉบับทุกอย่าง เป็นวรรคเป็นตอนๆ พุทธศาสนาของเราเป็นศาสนาที่มีเหตุมีผลมีหลักมีเกณฑ์ เต็มไปด้วยอรรถด้วยธรรมทุกอย่างเลย คิดดูซิบิณฑบาต ข้อวัตรในการบิณฑบาตประจำพระ ไปยังไง บิณฑบาตยังไง ท่านสอนไปหมดนะ พระไปตามหลักธรรมหลักวินัยก็ต้องเป็นไปตามอย่างนั้นแหละ

การขบการฉัน ฉันยังไง ท่านห้ามไว้ๆ บังคับ คือมีศาสดาคอยตีอยู่ตลอด การขบการฉันก็ตีปาก การเดินไปไม่สำรวมก็ตีหน้าผากเอา พระพุทธเจ้าตามตีตามต้อนด้วยพระวินัย ถ้าผู้มีพระวินัยจะสวยงามมาก เพราะพระพุทธเจ้าเสด็จตามอยู่ตลอดเวลา คือพระวินัยได้แก่องค์ศาสดา พระวินัยเป็นองค์แทนของพระพุทธเจ้าเรา ฉันไม่มีวินัยนี้ดูเอาก็รู้ มูมมามๆ ฟังเสียงช้อนเสียงอะไรเปรี้ยงปร้างๆ มันไม่ใช่พระแบบนั้น พระพุทธเจ้าไม่มีช้อน อยนฺเต ปตฺโต นี้บาตรของเธอ ชี้ลงในบาตรเลย อะไรๆ เข้าในบาตรๆ พระพุทธเจ้าสอน เรียกว่า อยนฺเต ปตฺโต, อยํ สงฆาฏิ, อยํ อุตฺตราสงฺโค, อยํ อนฺตรวาสโก. บอกเครื่องประจำ บริขารติดตัว นี่บาตรของเธอ ให้ถือนี้เป็นชีวิตจิตใจ บิณฑบาตด้วยกำลังปลีแข้งมา

การขบฉันให้มีหลักพระวินัย คือศาสดาคอยตีคอยต้อนตลอดเวลา เมื่อมีศาสดาตีต้อนอยู่ตลอดเวลา การขบการฉันเคลื่อนไหวไปมาสวยงาม นี่ละศาสดาเป็นอย่างนั้น คือ ธรรมเป็นความสวยงามไปทางละเอียด ส่วนพระวินัยตีส่วนหยาบเอาไว้ให้น่าดูน่าชม ท่านฉันท่านก็ฉันมีวินัย ไม่ได้ฉันแบบมูมมามๆ คว้านั้นคว้านี้ปุบปับๆ ฉันแบบลิง นั่นเป็นลิงไม่ใช่พระ พระฉันต้องฉันแบบพระวินัย พระวินัยต้องสวยงามทุกอย่าง การขบการฉันเรียบร้อยๆ นั่นคือมีพระวินัยติดแนบอยู่ในนั้น พระพุทธเจ้าเสด็จตามอยู่ตลอดเวลาด้วยพระวินัย คือองค์แทนของศาสดา

เรื่องศาสนานี่ละเอียดสุดยอด เราไม่เพียงแต่เรียนตามตำรับตำรา เราขึ้นเวทีฟัดกัน ส่วนละเอียดลออของธรรมจะอยู่ที่จิตตภาวนา ท่านเอาออกไปไว้หยาบๆ นะนั่น ออกมาสอนเรานี้หยาบๆ เวลาเข้าสู่จิตตภาวนา ความละเอียดจะเข้าไปอยู่ที่นั่น จะยอมรับพระพุทธเจ้าด้วยจิตตภาวนา ทุกอย่างยอมที่นั่นนะ เรื่องพุทธศาสนานี้ลงกันในจิตตภาวนา สำหรับพระเราลงตรงนั้น พระเป็นอันดับหนึ่ง ฆราวาสก็เป็นอันดับต่อไป ถ้าลงในจิตตภาวนาจะรู้ความละเอียดลออของความผิดความถูกดีชั่วประการต่างๆ จะมาแสดงในภาวนาให้รู้กันที่นั่น แล้วก็แก้ไขๆ ดัดแปลง นำออกมาใช้จากอันนั้นเอง

ไม่จำเป็นจะต้องไปหาดูคัมภีร์ทุกแบบทุกฉบับ คัมภีร์ในคัมภีร์ใหญ่นี้อยู่ที่ใจ นักภาวนานั่นละจะรู้ละเอียดลออได้ดีทุกอย่าง ถ้าภาวนาเพื่ออรรถเพื่อธรรมจริงๆ ถ้าภาวนาสักแต่ภาวนา ทั้งภาวนาทั้งสัปหงกงกงัน ทั้งอ้าปากทั้งหลับครอกๆ แครกๆ อยู่ตามครัวไฟ อยู่ตามเหล่านี้ อันนั้นไม่ใช่ภาวนา มันภาวนอน

อะไรจะละเอียดลออยิ่งกว่าพุทธศาสนา เราบอกได้เลยยันเลยเทียว คอขาดขาดไปเลย เราจะไม่หนีธรรม ธรรมเป็นหลักเกณฑ์ ธรรมของพระพุทธเจ้านี้เป็นธรรมคู่โลกคู่สงสารมาดั้งเดิม ตั้งแต่พระพุทธเจ้าองค์ไหนๆ ตรัสรู้เป็นแบบเดียวกันมา ท่านมาเป็นแบบเป็นฉบับนะ ท่านไม่ได้จับสุ่มสี่สุ่มห้ามาเป็นศาสดา เอาคนนั้นมาเป็นศาสดา เอาคนนี้มาเป็นศาสดา เป็นเจ้าของศาสนา เป็นผู้นำของศาสนา ศาสนานั้นศาสนานี้ เอาผู้นั้นมาเป็นผู้นำ เอาผู้นี้มาเป็นผู้นำ คว้ามาได้ที่ไหนก็เอา ได้อะไรๆ คว้ามาติดมือมาก็มาเป็นศาสดา มันก็เป็นศาสดาแบบติดมือนั่นเองไม่มีสารประโยชน์อะไร แต่องค์ศาสดานี้ศาสดาโดยแท้ อย่างปัจจุบันของเรานี้ ตั้งแต่ประสูติออกมาเรื่อย มีแถวมีแนวมาโดยลำดับ จนกระทั่งเสด็จออกทรงผนวช แถวแนวการดำเนิน ร่องรอยของศาสดาเรานี้มีมาตั้งแต่ต้นแล้วๆ จนกระทั่งได้เป็นศาสดา

สอนโลกสอนด้วยความกระจ่างแจ้งทุกอย่าง เพราะกิเลสไม่มีในใจ กิเลสคือความมัวหมองมืดตื้อมันปกปิดกำบังจิตใจไว้ ให้จิตใจมีความผิดพลาดตลอดเวลา เพราะกิเลสนี้ฉุดลากไป พระพุทธเจ้าชำระหรือปราบกิเลสให้ขาดสะบั้นไปจากใจแล้วจ้าเลย อาโลโก อุทปาทิ สว่างจ้าครอบโลกธาตุ โลกวิทู รู้แจ้งโลก โลกนอกโลกในตลอดทั่วถึง นี่คือศาสดาโดยแท้ ทรงบำเพ็ญก็เห็นร่องรอยมาเป็นลำดับลำดา นี่มีแบบมีฉบับมาอย่างนี้พระพุทธเจ้าของเรา

พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์มีแบบมีฉบับเหมือนกันหมด เวลาตรัสรู้แล้วเล็งญาณถึงกันปึ๋งเลยเทียว ท่านไม่ได้มองโน้นมองนี้เฉยๆ ตาเถ่อๆ เร่อๆ ร่าๆ อย่างเขามาเที่ยววัดเรานี้ละ เร่อๆ ร่าๆ มองดูมองไม่ได้นะ เราซักถามรายใดโดนทุกรายนั่นละ ถามหาเหตุหาผลไม่ได้ ไล่กลับเดี๋ยวนั้นเลย เวลาเรามาเจอเด้นๆ ด้านๆ อยู่ตามวัดนี่ พระพุทธเจ้าของเราไม่ใช่พระพุทธเจ้าเด้นๆ ด้านๆ ท่านมีแบบมีฉบับ องค์นี้มีแบบมีฉบับเต็มตัว องค์นี้เต็มตัวๆ เล็งญาณถึงกันหมด การปฏิบัติของพระพุทธเจ้าทั้งหลายจึงไม่เคลื่อนคลาดจากกัน ในธรรมที่ท่านสอนก็ไม่มีเคลื่อนคลาดจากกัน เป็นแบบเดียวกันหมด

ยกตัวอย่างมาสามข้อใหญ่ๆ สพฺพปาปสฺส อกรณํ การไม่ทำบาปทั้งปวงหนึ่ง กุสลสฺสูปสมฺปทา อบรมจิตให้มีความเฉลียวฉลาดรอบคอบด้วยความเป็นธรรมตลอดไปหนึ่ง สจิตฺตปริโยทปนํ ทำจิตให้มีความสะอาดผ่องใสจนกระทั่งถึงขั้นบริสุทธิ์หนึ่ง ทั้งสามคือ สพฺพปาปสฺส อกรณํ การไม่ทำบาปทั้งปวงหนึ่ง กุสลสฺสูปสมฺปทา ยังจิตของตนให้มีความเฉลียวฉลาดรอบคอบ ในเหตุการณ์ทั้งหลายที่จะเป็นภัยต่อจิตใจ กาย วาจา ของตนหนึ่ง สจิตฺตปริโยทปนํ ทำจิตให้มีความสะอาดผ่องใสจนกระทั่งถึงขั้นบริสุทธิ์หนึ่ง นี่เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลายทุกพระองค์ ท่านสอนไว้แบบเดียวกัน

จากนั้นท่านก็ขยายตัวออกไป อนูปวาโท อนูปฆาโต ปาฏิโมกฺเข จ สํวโร, มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ ปนฺตญฺจ สยนาสนํ, อธิจิตฺเต จ อาโยโค เอตํ พุทฺธาน สาสนํ การไม่ไปกล่าวร้ายคนอื่นหนึ่ง อนูปฆาโต การไม่ไปทำลายคนอื่น ปาฏิโมกฺเข จ สํวโร สำรวมอยู่ในปาฏิโมกข์คือพระวินัย เครื่องทำความสวยงามสะอาดสะอ้านในตัวหนึ่ง ปนฺตญฺจ สยนาสนํ หาอยู่ที่นอนที่นั่งอันสงบสงัดหนึ่ง มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ รู้จักประมาณในการขบการฉันหนึ่ง อธิจิตฺเต จ อาโยโค อบรมจิตของตนให้มีความสะอาดผ่องใสจนเป็นจิตที่เยี่ยมหนึ่ง นี่ก็ เอตํ พุทธาน สาสนํ เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าท่านสอนไว้อย่างนี้ นี่ละคำสอนของพระพุทธเจ้ามีแบบมีฉบับ ไม่ใช้คว้ามาก็มาสอนสุ่มสี่สุ่มห้าเอาตามความต้องการของตน

คำสอนของกิเลสต้องเข้าตัวเสมอ คำสอนของธรรมเป็นธรรมล้วนๆ คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นธรรมล้วนๆ ไม่เข้าข้างนั้นออกข้างนี้ ไม่เอนไม่เอียง สม่ำเสมอทั่วไปหมด แต่คำสอนของกิเลสต้องเข้าตัวเสมอ มีเมียสี่คนก็ได้ ห้าคนก็ได้ ถ้าเป็นเราเป็นเมียเราจะตามไปตีปากศาสดาองค์นั้น ศาสดาองค์ไหนที่ว่ามีเมียได้สี่คนห้าคน มันมีควยเดียวไปหาอะไรนักหนามากมายเมียสี่คนห้าคน พิจารณาซิ ใจเขาใจเราใจหญิงใจชายมันเหมือนกัน คนเดียวเท่านี้พอแล้ว มีเมียเดียวผัวเดียวเท่านั้นพอ นั่นเห็นไหมล่ะพระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้มีสองเมียสามเมีย ไม่เคยมี

อปฺปิจฺฉตา ให้มีความมักน้อย คำว่ามีความมักน้อยคืออะไร ให้มีผัวเดียวเมียเดียว จะไม่ก่อความทะเลาะวุ่นวายแตกร้าวจากกัน จะเป็นความกลมกลืนสามัคคี เรื่องความเหนียวแน่นมั่นคงอบอุ่น จะเต็มอยู่ในครอบครัวที่มีความปรารถนาน้อยคือผัวเดียวเมียเดียว ฝากเป็นฝากตายต่อกันนี้เท่านั้นพอ

         นี่เห็นไหมธรรมะพระพุทธเจ้า เห็นใจผัวเห็นใจเมีย ผู้ชายก็มีใจ ผู้หญิงมีใจ มีใจมีน้ำหนักเท่ากัน มีคุณค่าเท่ากัน ทำไมจะต้องไปเอาตั้งแต่ผู้ชายมาเอารัดเอาเปรียบผู้หญิง ไม่ถูก ถึงเราเป็นผู้ชายเราก็เห็นว่าไม่ถูก ต้องให้เสมอกัน ท่านจึงว่า อปฺปิจฺฉตา ให้มีความมักน้อย มักน้อยในคู่ครองของตน มีมากเท่าไรก็ตามไม่สนใจ แล้วแสนสบาย นี่เห็นไหมธรรมพระพุทธเจ้าเป็นแบบเป็นฉบับ เอาไปปฏิบัติดูซี ตามธรรมพระพุทธเจ้านี้ใครจะไปเกิดความเดือดร้อนเพราะมีเมียเพียงคนเดียว มีเมียหลายคนมันสะดวกสบายมีที่ไหน ทะเลาะกันยุ่งยิ่งกว่าหมากัดกัน ผัวคนเดียวเมียหลายๆ คนมันกัดกัน ฟาดถึงตัวผัวด้วย ผัวก็ถูกหมาตัวเมียสี่ตัวห้าตัวไล่กัดเอาหลงทิศไป เข้าใจเหรอ

         ฟังให้ดีนะ นี่ละธรรมะต้องออกสดๆ ร้อนๆ ให้เห็นกันต่อหน้าต่อตาเรียกว่าธรรม ไปงมนู้นงมนี้มาสอนยังไง ของจริงมีอยู่กับทุกคน ผิดถูกมีอยู่กับทุกคน นำของจริงคือความผิดถูกชั่วดีมาปรับปรุงแก้ไข ให้รู้ทั่วหน้ากัน ปฏิบัติทั่วหน้ากัน นี่เป็นธรรมพระพุทธเจ้า ไม่ใช่จะไปหานู้นหานี้ ตายแล้วไปสวรรค์นะๆ ดูหัวใจนี้มันจะไปสวรรค์หรือไปนรก มันจะรุ่มร้อนอยู่ภายในจิตใจ ใจที่รักศีลรักธรรมจะเป็นใจที่ชุ่มเย็น ใจที่รักบาปรักกรรมมีแต่ความรุ่มร้อนภายในตัว นั่นละตรานรกตีไว้แล้วๆ ไม่ต้องให้ผู้ใดมาลากมาจูงไป กรรมตัวเองที่ทำไว้ดีชั่วนั้นละจะลากตัวเองไป ถ้าเป็นทางดีก็ไปทางดี ถ้าเป็นทางชั่วไปในทางชั่วเลย จำให้ดี

         เรื่องพุทธศาสนาเป็นศาสนาชั้นเอก เป็นศาสนาของผู้สิ้นกิเลสโดยสิ้นเชิงทุกๆ พระพุทธเจ้า ไม่มีพระพุทธเจ้าองค์ใดหาบกิเลสหามกิเลสมาเป็นศาสดาของโลก ไม่เคยมี ไม่เหมือนศาสนาทั่วๆ ไป พูดให้มันตรงนะ ศาสนาทั่วไปไม่มีใครเป็นผู้สิ้นกิเลสมาเป็นศาสดาสอนโลก ก็มีแต่คลังกิเลส สอนก็สอนออกจากคลังกิเลส คลังกิเลสมันจะไปไหน ถ้าไม่เข้าตัวๆ เข้าตัวแล้วกระทบกระเทือนคนอื่น นั่นคลังกิเลส เช่นมีเมียสี่คนห้าคนก็ได้อย่างนี้

         ถ้าหลวงตาบัวเป็นผู้หญิงจะตามฆ่ามันเลยไอ้นี่ ผัวคนนี้อย่าเอามันไว้มันหนักแผ่นดิน อ้าวจริงๆ นะ หลวงตาบัวไม่เอียง ถ้ามันไปมีเมียห้าคนหกคนหลวงตาบัวเป็นผู้หญิงจะตามฆ่ามันเลย มึงเอามาเผาพ่อเผาแม่มึงหรือ เขาเผาด้วยฟืนต่างหาก เขาไม่ได้เผาด้วยผู้หญิงนี่นะจะว่างั้น มึงไปหามาเผาอะไรแบบโลกอัศจรรย์ เพราะโลกเขาไม่เคยมี เขาอัศจรรย์ความเลวร้ายของมัน อัศจรรย์ความดีก็เคยได้ยินแล้ว อัศจรรย์ความชั่วมันเลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์โลกทั้งหลายก็เลยอัศจรรย์ ไอ้นี่มันเลวร้าย มันลงนรกแล้วก็ยังไม่แล้ว มันยังบุกนรกฟาดนรกแตกทะลุลงไปอีก ไอ้นี่มันเลวร้ายขนาดนั้น จึงว่า โอ๊ย คนนี้น่าอัศจรรย์

นั่นละธรรมพระพุทธเจ้าให้พากันยึดให้ดี ธรรมพระพุทธเจ้าไม่ว่าพระองค์ใดก็ตาม เป็นผู้สิ้นกิเลสแล้วนำธรรมมาสอนโลก เป็นแถวเป็นแนวมาเลย เล็งญาณดูทะลุปรุโปร่งไปหมด ไม่ได้มาสุ่มสี่สุ่มห้านะ ตรัสรู้มากี่กัปกี่กัลป์ พระพุทธเจ้ามีมากขนาดไหน ตรัสรู้แม้แต่ห่างกันก็มีมาโดยลำดับ เช่นวันนี้เป็นหนึ่ง วันพรุ่งนี้สอง วันมะรืนอีกมันก็เป็นสามอยู่โดยดี หนึ่งสองสามไม่หยุดไม่ถอย มากต่อมากเป็นกี่กัปกี่กัลป์เป็นพระพุทธเจ้า ถ่ายทอดกันมาเรื่อยๆ เป็นแบบเดียวกันๆ นี้คือความจริง

         นี่ละมาสอนโลกสอนด้วยแบบฉบับ จึงว่ามีศาสนาเดียว พูดให้มันชัดๆ หลวงตาบัวกำลังจะตาย หรือใครจะว่ากระทบกระเทือนใคร เราไม่กระทบกระเทือนใคร ธรรมดาธรรมต้องตำหนิกิเลสเสมอ ธรรมต้องชำระสิ่งสกปรก กิเลสสกปรกธรรมต้องชำระสิ่งสกปรก อันใดที่สกปรกก็ตำหนิอันนั้น อันใดสะอาดก็ชมเชยว่าสะอาด นี่ศาสนะแปลว่าคำสอน ศาสนธรรมก็มี ศาสนกิเลสก็มี ศาสนากิเลสสอนโลกให้มัวหมองมืดตื้อ ให้มืดดำกำตาไปตามๆ กัน นี่มีมากต่อมาก จะสอนโลกให้รู้แจ้งแทงทะลุ นั่นเรียกว่าศาสนธรรม สอนโลกให้มีความสว่างไสว รู้เนื้อรู้ตัวเป็นลำดับ คือพุทธศาสนา จำให้ดีนะ

         นี่ละศาสนาที่แท้จริง อย่าปล่อยนะ ตรัสรู้มานี่ข้างหน้าก็มีอีก เล็งญาณดูตลอด พระพุทธเจ้าท่านเล็งญาณ เอกนามกึ มีสองที่ไหน หนึ่งทั้งนั้นถ้าลงได้รับสั่งอะไรทรงทราบอะไรแล้วแน่นอนๆ เลยทีเดียว อย่างพระเจ้าสุปปพุทธะ ท้าทายพระพุทธเจ้า ถ้าหากภาษาของโลกเราก็เรียกว่าคันฟัน ปราบมันเสียบ้าง นั่นก็พระเจ้าตานะพระเจ้าสุปปพุทธะ เคียดแค้นให้พระพุทธเจ้าที่เป็นลูกเขย พระองค์เลยว่า “เอ้อ พระเจ้าตาของเราทำไมถึงร้ายกาจเอานักหนา ด่าลูกเขยตลอด สั่งสมตั้งแต่ความชั่วช้าลามกขึ้นใส่ตัว นี่จะถูกแผ่นดินสูบนะพระเจ้าตาของเรา”

         พอทางนี้รับสั่งออกไปอย่างนั้น ทางนู้นทราบก็ท้าทายมาละซิ พระเจ้าหลาน คือศากยวงศ์ โกลิยวงศ์ เป็นดองกัน ก็เลยเรียกว่าพระเจ้าหลานพระเจ้าตาไปอย่างนั้น พอได้ทราบว่าพระพุทธเจ้าว่าจะถูกแผ่นดินสูบ ทางนี้ก็ท้าทายเลยว่าจะสูบได้ยังไง ถึงเวลาเราจะไปอยู่หอปราสาทชั้น ๗ มันจะมาสูบได้ยังไงแผ่นดิน ทางนู้นทราบก็มาหาพระพุทธเจ้าอีก ว่าทางนู้นท้าทายมากๆ ก็รับสั่ง ถ้าภาษาของโลกสกปรกเรานี้ก็เรียกว่าคันฟัน เคียดแค้น แต่พระพุทธเจ้าไม่ได้เคียดแค้นนะ เอาความจริงต่อความจริงรับกันต่างหาก “เอ้อ ว่าจะไปอยู่หอปราสาทชั้น ๖ ชั้น ๗ แผ่นดินสูบไม่ได้ อย่าว่าแต่อันนั้น สวรรค์ชั้นไหนก็เถอะ อยู่บนสวรรค์ชั้นพรหมพระเจ้าตาของเราจะต้องถูกแผ่นดินสูบในวันคำรบ ๗ ที่เชิงบันได”

        พระพุทธเจ้ารับสั่งอย่างนี้เรื่องก็ย้อนไปหาอีก รู้สึกว่าอ่อนนะพระเจ้าตา “เอ้อยังไงน้า พระเจ้าหลานของเรานี่รับสั่งอะไรพูดอะไรไม่เคยผิดพลาดนา ยังไงทำใจแข็งขึ้น เราจะไปอยู่ชั้น ๗ เราไม่ลงมามันจะสูบได้ยังไงแผ่นดินนี้” พอไปอยู่ชั้น ๗ ก่อนหน้าที่จะแผ่นดินสูบอยู่ชั้น ๗ ม้านั่นเป็นม้าที่ทรงโปรดมาดั้งเดิม ไม่ยอมฟังเสียงใครง่ายๆ ละถ้าไม่ใช่พระเจ้าสุปปพุทธะ ซึ่งเป็นเจ้าของม้า มันคึกคะนองบนท้องพระโรง เหมือนท้องพระโรงจะแตกละซิ เสียงมันลั่นขึ้นมาก่อนหน้าที่แผ่นดินจะสูบ แต่ก่อนพอมันเสียงคึกคะนองมา ได้ยินเสียงเจ้าของคือพระเจ้าสุปปพุทธะเท่านั้น ราบเลย สงบเลย วันนั้นไม่สงบ ยิ่งดีดยิ่งดิ้น ยิ่งหนักเข้าทุกทีๆ

         “เอ้อ มันเป็นยังไงนะม้าทุกวันมันก็ฟังเสียงเรา แล้ววันนี้มันทำไมถึงไม่ฟังเสียงเรา” อยู่ปราสาทชั้น ๗ ไม่ยอมลงมาให้แผ่นดินสูบ แล้วภาษาของเราเรียกว่าโผล่หน้าออกมาที่หน้าต่าง พระแกลพระเกลอนั่นละ เราขี้เกียจเรียกไปตามศัพท์ตามแสง เราก็ว่าตรงไปตรงมาเลย พอโผล่มาก็ผึงตกเลย ลงเชิงบันได แผ่นดินสูบไปเลย เงียบไปเลย นั่นเห็นไหมล่ะ นี่เอกนามกึ รับสั่งแล้วเคลื่อนไปไหน อย่างพระเทวทัตยอมโทษทุกอย่างแล้ว มอบกายถวายตัวจะมาขอขมาพระพุทธเจ้า “เอ้อ เสียดาย มันสายเสียแล้วแหละ มานี่ก็จะไม่ได้พบเรา ก็จะมาถูกแผ่นดินสูบที่หน้าวัดเชตวัน มันสายเสียแล้วทำยังไง”

         พอมาถึงที่นั่นก็เอาอีกแหละ ร้อนกระวนกระวายถูกหามมา พอลูกน้องหามมาวางแคร่ลงไปเล่นน้ำตรงนั้นก็ปึ๊บลงเลย หน้าพระเชตวัน นี่ละเรื่องของธรรม เรื่องของกรรม ใครอย่าไปอวดดีนะ ไม่มีอะไรเหนือกรรม ไมมีอะไรเหนือธรรม เหล่านี้เป็นเรื่องของกรรมทั้งนั้น ใครจะเกินพระพุทธเจ้าไปได้ พระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องบาปเรื่องกรรม เรื่องบุญทุกอย่างได้เป็นอย่างดี รับสั่งว่ายังไงก็เป็นไปตามนั้น พอถึงที่นั่นแล้วถูกแผ่นดินสูบ พระอานนท์ไปกราบทูล ทรงยิ้มพระโอษฐ์ ทรงยิ้งด้วยเหตุผลนะ ไม่ใช่ยิ้มพวกบ้าเมาสุราเข้าใจไหม นั่นยิ้มแต่ว้ากๆๆ ไอ้บ้าเมาสุรา พระพุทธเจ้าไม่ใช่บ้าสุรา พระพุทธเจ้าทรงยิ้มด้วยเหตุด้วยผล

         พอยิ้มแล้ว “เอ้อ เอาละเรื่องกรรมหนักก็เป็นกรรมหนัก ยอมรับว่าหนัก เรื่องความดีก็เป็นความดี ยอมรับว่าเป็นความดีเช่นเดียวกัน นี่เธอก็ได้สร้างกรรมมามากต่อมากผลก็จะต้องได้รับตามนั้น ในส่วนนี้เป็นอันว่ายุติลง ต้องได้รับกรรมตามนั้น ทีนี้กรรมดีคือเธอถวายคางกรรไกร พอลงไปถึงคางกรรไกรแผ่นดินสูบเอา ก็ขอถวายคางกรรไกรเป็นพุทธบูชา นี่ละอำนาจแห่งการถวายคางกรรไกรนี่นะ ต่อไปนี้จะมีอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ เธอพ้นจากนรกในกรรมทั้งหลายที่ทำมาแล้วนี้ สุดท้ายจะได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง ชื่ออัฏฐิสาระ” นี่พระเทวทัตยังจะได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้วก็ถึงนิพพานเสร็จสิ้นกันไป นี่พระพุทธเจ้ารับสั่งเป็นอย่างนั้นๆ เรื่องกรรม

         ใครอย่าไปอวดอำนาจบาตรหลวงยิ่งกว่าศาสดาองค์เอก ซึ่งมีกี่ล้านๆ ประหนึ่งว่าเท่าเม็ดหินเม็ดทรายมากต่อมาก ใครอย่าประมาทท่านที่เลิศเลอเหล่านี้ไม่ได้นะ ใครอย่าอวดดีอวดเก่งถ้าไม่อยากฉิบหาย คนสร้างความฉิบหายใส่ตัวเองมักจะสร้างแต่ความชั่วด้วยความอวดดีอวดเด่น ทั้งๆ ที่ไม่มีความดีความเด่นอะไรมาสร้าง แต่มันปั้นขึ้นมาเผาตัวเองว่าตัวเองดิบดีอย่างนั้นอย่างนี้ เหยียบหัวบุญหัวกรรมหัวธรรมทั้งหลายลง เลิศยิ่งกว่าธรรม ผู้นี้เรียกว่าเลวที่สุด พากันจำเอา

         ศาสนาพุทธเรานี้พูดอะไรไม่มีสอง บาปมีบุญมีนี่มาตั้งกัปตั้งกัลป์แล้วนะ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ไม่มีพระองค์ใดที่จะลบบาปได้ลบบุญได้ ไม่ให้มีแก่สัตว์ผู้ทำบาปทำบุญ ผู้ทำบาปไม่ให้เป็นบาป ผู้ทำบุญไม่ให้เป็นบุญนี้ไม่มี ผู้ทำบาปต้องเป็นบาป ทำบุญต้องเป็นบุญตลอดมา ทุกๆ พระองค์ของพระพุทธเจ้ารับสั่งแบบเดียวกันหมด เพราะความจริงเป็นอย่างนั้น ท่านจะฝืนความจริงไปไหน สอนโลกท่านสอนตามความจริง เราให้พากันพินิจพิจารณานะ

         เวลานี้ยังหายใจฝอดๆ ยังพอคิดอ่านไตร่ตรองแก้ไขตนได้อยู่ให้รีบแก้ไข อย่าอวดดีกว่าพระพุทธเจ้านะถ้าไม่อยากจม ผู้อวดดีนั้นละมันจะเป็นความชั่วที่อวดชั่วที่สุดลงในตัวเองแล้วก็จมไปคนนั้นแหละ ให้ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นคำสอนที่เอกอุแล้ว ดัดแปลงมาตลอดๆ จนกระทั่งถึงขั้นเป็นศาสดา เป็นพระพุทธเจ้าเต็มภูมิ สอนโลกได้เต็มเหนี่ยว ไม่มีผิดพลาดคลาดเคลื่อนอะไรเลย ให้พากันตั้งใจปฏิบัตินะ วันนี้พูดเพียงเท่านี้แหละว่าจะไม่พูดมากมันก็มากเองละ พูดวันละเล็กละน้อย เอาละพอ

         ผู้กำกับ        หนังสือพิมพ์ไทยรายวัน ประจำวันศุกร์ครับ หัวข้อเรื่องว่า

“หรีดดำแด่ยอดขุนพล”

         อดีตขุนพล และแม่ทัพนายกองไทยผู้สละเลือดเนื้อ กู้เอกราชชาติไทยขึ้นมาในแต่ละราชธานีนั้น ท่านเหล่านั้นล้วนแต่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติว่าเป็นยอดชายชาตรี แม้แต่ขุนโจรนามกระฉ่อนในอดีตก็ล้วนแต่ได้ชื่อว่าเป็นชายอกสามศอกด้วยกันทุกคน เพราะท่านเหล่านั้นไม่เคยจะข่มเหงรังแกต่อเพศหญิงหรือคนเฒ่าคนแก่ ในประวัติศาสตร์ไทยยังไม่เคยถูกจารึกว่า จะมียอดขุนพลท่านใดสั่งการให้ปลายแถวลอบฆ่าประชาชนที่ไม่มีทางสู้นับเป็นจำนวนพันๆ ศพ  อีกทั้งไม่เคยปล่อยให้ประชาชนผู้มีหน้าที่ส่งเสบียงบำรุงต้องถูกข้าศึกลอบฆ่าด้วยความเหี้ยมโหดตายเป็นรายวัน ขุนพลชาติชาตรีที่แท้จริงจะต้องไม่ปล่อยให้บรรดาหัวหมู่ทะลวงฟันน้อยใหญ่ กระทำการอันทุจริตต่อภาษีของแผ่นดิน อาทิ โครงการเพื่อเกษตรกรรม โครงการพืชพันธุ์ธัญญาหาร โครงการโค-กระบือ โครงการหลวง ที่ธรณีสงฆ์ หรืองาบเงินบริจาคของวัด ฯลฯ และแน่นอนต้องไม่เป็นใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชาใช้ยุทธการหมาหมู่แบบ ๓๐ รุมหนึ่ง อย่างกรณีของ “เสธ.แดง” (พลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล) นายทหารแห่งกองทัพไทยผู้ผ่านสมรภูมิเลือดในการปกป้องอธิปไตยมานักต่อนัก 

       สำหรับวีรกรรมชั้นเลว ที่บังอาจล่วงละเมิดต่อรัฐธรรมนูญการปกครองประเทศ ส่อกระทำการที่คุกคามต่อสิทธิเสรีภาพประชาชน โดยเฉพาะผู้บริหารสถานีวิทยุชุมชนและสื่ออินเตอร์เน็ต ที่แสดงความคิดเห็นในฐานะสื่อมวลชนที่กระทำโดยสุจริตใจ ทำลงคอได้อย่างไรกับเธอที่เป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ขอแสดงความเห็นใจต่อ “อัญชลี ไพรีรัก” ผู้บริหารคลื่นวิทยุชุมชน ๙๒.๒๕  MHz. ซึ่งรู้ว่ามิใช่ถูกคุกคามเพียงครั้งแรก แต่ถูกคุกคามแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า รังแกกระทั่งสตรีนุ่งผ้าซิ่น กับลิ่วล้อที่มีไม่น้อยกว่า ๒ นายได้ใช้ขวานฟาดฟันบั่นคอพระภิกษุผู้พิทักษ์ธรรมอยู่กลางป่าจนด่าวดิ้นสิ้นขันธ์อย่างสุดเวทนา นับเป็นกระทำการเยี่ยงสุนัขรุมกัด วัตถุประสงค์เพียงเพื่อจะครองที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๗๐๐ ไร่ ซึ่งเป็นป่าอันอุดมสมบูรณ์ของประเทศ เหตุการณ์ลอบกัด “พระสุพจน์ สุวโจ” เจ้าอาวาสวัดป่าสวนเมตตาธรรม ต.สันทราย จ.เชียงใหม่  เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๔๘ นับเป็นการกระทำที่ล่วงละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรง สมควรจะได้รับคำประณามจากพุทธศาสนิกชนจากนานาประเทศ และสมควรอย่างยิ่งที่องค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนทั้ง ๘ องค์กรในประเทศจะต้องออกมาแสดงพลังเรียกร้อง เพื่อให้ขุนทัพนายกองแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีที่เกิดขึ้นนี้โดยเร็ว อย่าปล่อยให้เหตุการณ์เหล่านี้ค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมๆ กับกาลเวลาเหมือนดังกรณีของทนายสมชาย นีลไพจิตร กรณีของนายเจริญ  วัดอักษร แกนนำกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอกหินกรูด กับอีกหลายต่อหลายรายที่หายสาบสูญไปไม่ทิ้งร่องรอย การคุกคามต่อรายการ “เสียงธรรมเพื่อประชาชน” ของสถานีวิทยุสวนแสงธรรมวิทยุชุมชน คลื่นความถี่ ๑๐๓.๒๕ MHz. ที่เผยแพร่ธรรมะจากการแสดงพระธรรมเทศนาสดๆ ของพระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัว  ญาณสัมปันโน และรายการเปิดเทปการแสดงพระธรรมเทศนา ในโอกาสต่างๆ ของพระอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐานอีกหลายรูป ถูกคุกคามข่มขู่แทบไม่เว้นแต่ละวัน ! ช่างทำได้กับเพศหญิงที่อ่อนแอกว่า ทำได้แม้กระทั่งหลวงตาองค์แก่ๆ ที่ขบฉันเพียงวันละมื้อเดียวซึ่งไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อสู้ ไม่รู้ทำกันได้อย่างไร วีรกรรมนี้ต้องขอมอบหรีดดำแด่ยอดขุนพล

                                                                      ณ. หนูแก้ว

หลวงตา       ถ้าจะมอบก็ให้รีบมอบเสียหรีดดำ เดี๋ยวหลวงตาบัวจะตายเสียก่อนหรีดดำยังไม่ได้มอบ โอ๊ย ฟังอย่างนี้เราทุกขังนะ พูดเท่านั้นละเราเคยได้ยินได้ฟังมามากต่อมากแล้ว ไม่ทราบจะพูดอะไรนักหนา เรื่องเลวมันก็เลวอยู่อย่างนั้น เลวไปเรื่อยๆ เรื่องดีก็ให้ทำดีไปเรื่อยๆ ก็แล้วกัน สมบัติของใครของเรา กมฺมสฺสโกมฺหิ มีกรรมดีกรรมชั่วเป็นของตนทั้งนั้น จะแยกจะแบ่งให้ผู้หนึ่งผู้ใดไม่ได้ ต้องเป็นของเราทั้งมวลทั้งดีทั้งชั่ว เท่านั้นแหละ (สุดท้ายธรรมะต้องชนะอธรรมนะครับ) อย่ามาด้นเดาว่านะ หาเหตุหาผลซิ อยู่ๆ ก็ธรรมะชนะอธรรม ชนะอะไรก็ธรรมะไม่ได้รบนี่ ธรรมะไม่ได้รบแล้วจะไปชนะจะไปแพ้กับใคร ธรรมะก็เป็นธรรมะอยู่อย่างนี้ คำพูดนี้เหลว สู้นี้ไม่ได้ ก็นี้ไม่ได้ออกรบจะไปแพ้ไปชนะอะไร ผู้ที่ว่าธรรมะต้องชนะอธรรม ยังไม่ได้สู้เลยชนะแล้ว เอาใบประกาศมาก่อนใช้ไม่ได้

อาจารย์รัตนา วิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  จังหวัดลำปาง  ได้รับทุนจากคุณเดวิส โรเจอร์ ๘ แสนบาทให้ดำเนินการจัดตั้งสถานีวิทยุที่ถ้ำพระสบาย อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ขณะนี้ได้เสร็จและเริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๔๘ เป็นวิทยุเครือข่ายของสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน สวนแสงธรรม ร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงขอน้อมถวายสถานีวิทยุแห่งนี้ให้แด่องค์หลวงตาค่ะ

หลวงตา       สาธุพร้อมกันให้มันลั่นซี (สาธุ) นี่เสียงธรรม สาธุนี่ ขอให้พี่น้องทั้งหลายฟังให้ถึงใจนะ ที่หลวงตาบัวได้ออกแง่ใดๆ ได้พิจารณาเต็มกำลังในหัวใจแล้วค่อยออก เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของเราเท่านั้นว่างั้นเลย คอยพิจารณาตามนี้ๆ นะ เวลานี้ยังเป็นโอกาสอันดีงาม ทองคำของเรายังจะซึมซาบเข้าสู่คลังหลวง เพราะเวลานี้คลังหลวงของเราทองคำมีน้อยมาก เราเห็นเหตุการณ์อันนี้เองจึงได้บิณฑบาตรบกวนบรรดาพี่น้องทั้งหลายทั้งออดทั้งอ้อนทั้งอะไรทุกอย่างมาเพื่อทองคำ ให้ลูกหลานไทยของเราได้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขในกาลต่อไป หลวงตาไม่กี่วันก็ตายแหละ ขอให้พี่น้องลูกหลานไทยของเราได้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขเราเป็นที่พอใจ ให้เข้าใจคำนี้ไว้นะ เอาละที่นี่จะให้พร

ใครจะจัดอะไรก็จัด พวกทำความสะอาดนั่น อย่าให้เลยเถิด ฟาดเสียเป็นกิเลสเหยียบธรรมไปเรื่อยๆ ไม่ได้นะเรา มองดูอะไรธรรมนี่เลิศอยู่ตลอด เหล่านี้ไม่ได้เลิศนะ มาแต่งประดับประดาตกแต่งขนาดไหนสกปรกขนาดนั้น ในสายตาของธรรม สายตาของธรรมจ้านี้แล้วครอบไปหมดเลย ตกแต่งอันนั้นไม่ดีอันนี้ดี ยิ่งเลวลงไปในสายตาของธรรม สะอาดเท่าไรยิ่งเลวลงไปในสายตาของธรรม นั่นละกิเลสกับธรรมมาแข่งกันไม่ได้นะ ไม่มีใครพูดคำนี้ นี่พูดออกมาจากหัวใจ ให้พอเหมาะพอดีซิ มาในวัดก็ต้องดูวัด ดูแต่โลกไม่ได้นะ โลกมันสกปรกประดับประดาเท่าไร ให้สะอาดเท่าไร ยิ่งสกปรกเรื่องความสะอาด ตกแต่งเพื่อความสกปรกนั่นแหละ ถ้าธรรมตกแต่งอันนี้ให้ดีแล้วจ้าแล้วเรียบไปหมดเลย อยู่ไหนอยู่ได้ นอนได้กินได้ไปได้มาได้แสนสบาย คือธรรมครองใจ สะอาดเต็มเหนี่ยว อยู่ไหนสบายหมด เข้าใจไหมล่ะ

ตกแต่งอันนั้นตกแต่งอันนี้ยุ่งไปหมด ตกแต่งอะไรหัวใจไม่ตกแต่งนี่ซิ มันสำคัญที่หัวใจไม่ตกแต่ง ตกแต่งตั้งแต่ภายนอกเกาตั้งแต่ที่มันไม่คัน ที่มันคันมันไม่เกาพวกนี้น่ะ สู้หมาขี้เรื้อนไม่ได้ เอาตรงนั้นนะพอ หมาขี้เรื้อนเขาเกาถูกที่คัน ไอ้เรานี่เกาดะไม่ทราบว่าคันตรงไหน ไปที่ไหนเห็นแต่เกายิกๆ แย็กๆ ทั่ววัดทั่ววา ทั้งพระทั้งโยมเลยเกายิกๆ แย็กๆ แล้วก็เอามาเทียบสู้หมาขี้เรื้อนไม่ได้ หมาขี้เรื้อนเกาที่ตรงไหนนั่นที่คันนะ ไอ้พวกเราเกาดะหาที่ไหนๆ มันคันหมดตัว

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก