อาศัยกันได้เพราะเมตตาธรรม
วันที่ 30 มิถุนายน 2548 เวลา 19:10 น.
สถานที่ : กุฏิหลวงตา สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

 

            เทศน์อบรมฆราวาส ณ กุฏิหลวงตา สวนแสงธรรม

เมื่อค่ำวันที่ ๓๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๘

อาศัยกันได้เพราะเมตตาธรรม

 

          หนังสืออะไร (หนังสือจากทางประเทศลาวกราบขอความอนุเคราะห์จากหลวงตา เกี่ยวกับเครื่องมือรักษาตา)          บอกให้เขามาได้เลย เรื่องตาเราสงสารมากนะ อย่างภาคอีสานเรา ดังที่เราเคยพูดว่า ทุ่มลงไม่มีอะไรเหลือ ทุ่มๆ เพราะตาบอดเท่านั้นหมดค่าหมดราคา หมดทางไปมาหากินอะไรหมดเลยนะตา ถ้าตาดีหูหนวกยังค่อยยังชั่วหน่อย ตาบอดนี่หมดท่าจริงๆ นะ เราเห็นอย่างนี้

เราสงสารเรื่องตา เป็นสำคัญมากทีเดียว ความเคลื่อนไหวอะไรตาสำคัญมาก ตายังดีอยู่แม้จะหูหนวกก็ยังสำคัญ มองนั้นมองนี้เห็นได้นะ ถ้าตาบอดเสียอย่างเดียวมืดมิดไปเลย มีอะไรๆ ก็ไม่มีความหมายนะ เราเห็นตรงนี้แหละ เราจึงได้อุตส่าห์พยายาม เรื่องมีนั้นก็ดังพี่น้องทั้งหลายทราบมันจะมีมาจากไหน คิดดูซิว่าเจ็ดล้านรับไปแล้ว เรายังไม่มีเงินเจ็ดล้านนะนั่นน่ะ แต่เราเคยผ่านกันมาแล้ว เวลาของไม่ตกมาง่ายๆ ทางนี้ก็เข้ามาเรื่อยๆ ทีนี้ก็ไสเข้าไปๆ แล้วต่อไปเครื่องนั้นตกมาก็ให้ เครื่องนั้นตกมาก็ให้ มันไม่ได้มาพร้อมกัน เราก็ผ่านไปได้เป็นระยะๆ เราเคยผ่านสนามรบอันนี้มาแล้วเราจึงรับเลย เพราะเราเห็นความสำคัญของตาอยู่แล้ว จึงรับเลย

มันจะจนก็ให้มันจนเถอะน่ะ จนในการสงเคราะห์โลกไม่เป็นไรละ จนก็จนไป ส่วนที่ไม่จนโลกเบิกบานยิ้มแย้มแจ่มใส เราจนเงิน มันจนมันก็มาของมันอย่างนี้ละ เรื่อยอย่างนี้ นี้ก็บอกให้เขามาเลยก็คือว่ารับติดต่อแล้วนะ ควรจะให้มากน้อยเพียงไรจะพิจารณาแล้วนั่น อันนี้ยังไม่ละเอียด ให้เขามาเล่าเรื่องราวให้ฟังให้ละเอียด อาจจะมากกว่านี้ก็ได้ มันแล้วแต่ความจำเป็นนะ ความจำเป็นมากน้อยเพียงไร ควรที่จะให้ให้เลย เอาจนจนไป ว่าอย่างนั้นนะ ตานี้สำคัญมากทีเดียวตา

เพื่อนมนุษย์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันมีหัวใจเหมือนกัน จุดนี้สำคัญมากนะ หวังพึ่งกันตลอด ทั่วโลกนี้หวังพึ่งกันทั้งนั้น ไม่มีมีใครจะอยู่โดดเดี่ยวได้ละ แม้แต่เศรษฐียังต้องพึ่งคนงาน คนทำงานไม่มีงาน ไม่มีคนทำงานก็ไม่มีเงิน นั่น มันอาศัยกันอยู่อย่างนั้น เราจึงได้อุตส่าห์พยายามช่วยทุกด้านทุกทางที่จะช่วยได้ แล้วความเมตตานี้มันก็พิลึกจริงๆ นะ พูดให้ใครฟังใครไม่เชื่อนะ ก็มันเป็นอยู่ในหัวใจนี้ เพราะงั้นพูดถึงเรื่องที่จะมาลบล้างศาสนานี้ แหม กระเทือนเอามากทีเดียว กระเทือนที่สุดเลย ดังที่พูดตอนบ่ายวันนี้ ผางๆ ออกมาเลย เพราะกระเทือนมากมันก็ออกมาก

ความเมตตาสงสารออกจากธรรมทั้งนั้น โลกทั้งหลายที่อยู่กันเป็นสุขๆ ด้วยการอาศัยซึ่งกันและกันได้ อาศัยกันได้ๆ นี้เพราะธรรม เมตตาธรรม เห็นแก่ใจกัน นี่เรื่องใหญ่อยู่ตรงนี้นะ ถ้าไม่มีธรรมเมตตานี้ไม่มีนะ คนใจดำน้ำขุ่นมันจะมีเมตตาอย่างไร นั่นละตัวกิเลส ตัวเห็นแก่ได้แก่เอา รีดไถทุกแบบทุกฉบับ ควรได้แบบไหนเอาแบบนั้นทั้งนั้น พวกนี้มีแต่จะเอาจะเอาจะกลืนจะกินตลอดเลย คำว่ากิเลสจะไม่มีคำว่าพอ ไม่มีคำว่าพอ ได้แบบไหนๆ เอาทีเดียว สมมุติว่าไปหาฉกหาลักปล้นจี้เขามาได้ เป็นถึงขั้นมหาเศรษฐียังจะเลยมหาเศรษฐีอีกยังไม่พอ มันไม่ได้คิดถึงความตายของมันนะพวกนี้ ขอให้ได้ๆ อย่างนั้น ตายเมื่อไรไม่สนใจนะ ธรรมจึงต้องจี้ไปบ้าง มันจะตายเหมือนเขานะน่ะ นี่ละธรรมจี้เข้าไป โลภอะไรนักหนา ป่าช้ามีอยู่กับทุกคน ดูเขาดูเราซิ มีป่าช้าเสมอกัน ทำไมจึงให้ล้นโลกล้นสงสารด้วยความโลภกันนักหนา นั่น จะว่าอย่างนั้นละนะ

ที่เขามานี้ก็จะได้พิจารณา มีมากมีน้อยก็ต้องถูไถกันไปละ เพราะมันเคยถูไถอยู่อย่างนั้น เรามันเคยถูไถมาตลอดนี่นะ ที่จะได้เงินเป็นก้อนๆ มา เอ้าตูมเลย อย่งนี้มันไม่ค่อยเห็นมี แต่มันก็อันนั้นบ้างอันนี้บ้าง มากมันก็มีมันก็ตูมได้ อย่างนั้นล่ะ  

(ภรรยาท่านทูตลาว มากราบเรียนเรื่องขอความอนุเคราะห์เครื่อมืองตาจากหลวงตา) หมอมาเองจะได้ความละเอียดละออทุกอย่าง เราคิดว่าอย่างนั้นนะ คนอื่นไม่ใช่หมอมันก็ลดลงไป ความเข้าใจแจ่มแจ้งนี้ต่างกันนะ ถ้าหมอมาชี้แจงอะไรๆ มันชัดเจนมาก เช่น อย่างหมอโรงพยาบาลศูนย์อุดรฯ ว่าอะไรปั๊บๆ เลย หมอพูดเอง อันนี้ก็กำลังสั่งอยู่ เจ็ดล้านสองแสนตา โรงพยาบาลอุดรฯเวลานี้ อันนี้เราช่วยมานานแล้วแหละ เหตุที่ได้ช่วยก็อย่างนี้เอง คือเราไปผ่าตัดตาที่โรงพยาบาลรัตนิน หมออุทัยลูกศิษย์ พอผ่าออกมาแล้วมันสว่าง ผิดปรกติกับตั้งแต่ก่อนอยู่มากทีเดียว นี่ละคุณค่าอันนี้เองนะ

พอมาถึงวัดอยู่ได้ ๓ วันเข้าโรงพยาบาลอุดรฯ เลย เชิญหมอมาประชุมกันโดยด่วนในวันนั้นเลย เอากันเลยเชียวนะ ต่างคนต่างทุ่มใส่กันเลยนะ คำว่าทุ่มคืออย่างไร เกี่ยวกับเรื่องหมอครบหรือไม่ครบ เรานี้เตรียมพร้อมแล้วเรื่องเครื่องมือแพทย์นะ เชิญหมอมา หมอก็ว่ายังไม่ครบ เพราะเครื่องมือยังไม่ครบ ถ้าเครื่องมือครบหมอจะครบไหม ครบ รอที่จะครบอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นเอาเลย ตูมเลย เอาอะไรเท่าไรใส่เดี๋ยวนั้น ตูมเลย สิบล้านกว่านะ เบื้องต้นขึ้นสิบล้านกว่าเลยละ ใส่ตูม

จากนั้นมาเราก็เปิดโอกาสให้หมอโรงพยาบาลศูนย์ฯ เรื่อยมานะ เปิดถึงขนาดที่ว่า ถ้าเครื่องมือแพทย์ฝ่ายตา พูดตามโดยเฉพาะ หากบกพร่องอย่างไรต้องซ่อมก็ให้รีบซ่อม ถ้าซ่อมไม่ได้ให้รีบสั่ง ไม่ต้องมาขออนุญาตจากเรา เมื่อเครื่องมือมาถึงแล้ว ตรวจคุณภาพสมบูรณ์แล้วส่งบิลมาหาเรา หมอก็ทำอย่างนั้นเรื่อยมา จนกระทั่งถึงระยะเดี๋ยวนี้ นี่คงเห็นว่ามากไปท่า หมอก็คงเกรงใจเรา แต่ก่อนหมอสั่งไปเลยนะเครื่องมือแพทย์ อะไรไม่ดีๆ สั่งไปเลย แล้วก็เอาบิลมา เรียกว่าหมอรับรองคุณภาพของเครื่องมือแล้ว แล้วส่งมา เราก็จ่ายไปตามนี้เลย ตามบริษัทที่ส่งมา บิลนั้นบิลบริษัท มาส่งบริษัทนั้นๆจำนวนนั้นๆ ส่งเลยๆ เรื่อยมาจนกระทั่งบัดนี้ โดยที่หมอกับเราไม่ได้เห็นหน้ากัน เพราะเราเปิดทางไว้เรียบร้อยแล้ว คราวนี้คงจะเห็นว่ามากไป เลยหมอต้องได้มาติดต่อมาขอจากเรา เราก็ให้เลย นี่เจ็ดล้านสองแสน สั่งแล้วนะ

อันนี้เราเปิดให้หมดเลยเพราะเราสงสารคนที่มาตรวจโรค โรคอื่นโรคใดก็ตามห้องใดๆ ไม่ค่อยมีคนนะ แต่โรคตานี้ไม่ว่าตอนเช้าสายบ่ายเย็นเต็มตลอดเวลา นี่มันผิดหูผิดตาเราจึงต้องถามหมอ แล้วทำไมจึงเป็นอย่างนี้ เขาก็บอกว่าอันนี้ไม่มาเพียงเท่านี้  มาทั่วไปหมด คนไข้ธรรมดามาตามท้องถิ่นของเขา แต่ส่วนตานี้มาหมดเลย มันจึงมากมาตลอด นั่นละเรื่องราวมันเป็นอย่างนั้น เราจึงได้ช่วยมา แล้วก็เปิดอกให้ตลอดมา คิดดูถึงเจ็ดล้านสองแสนให้เลยทันที

นี่ก็รู้สึกว่าดีตาคนจะดีขึ้นแยะ และทำให้เรารู้สึกเสียใจ แต่ก่อนที่เรายังไม่ได้คิดได้อ่านเรื่องนี้ เนื่องจากเรื่องของเรายังไม่เกิด พอเรื่องของเราเกิดแล้วจึงกระจายไปถึงคนอื่น เห็นพวกคนไข้มานี้เต็มหมดๆ ก็ช่วยกันมาตั้งแต่บัดนั้นจนกระทั่งบัดนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ เราไปผ่าตัดตาของเราที่โรงพยาบาลรัตนิน นั่นจำได้ นี่ ๒๕๔๘ เป็นเวลา ๑๘ ปีแล้วนะ นี่เรียกว่าสมบูรณ์มาตลอดเครื่องมือ ที่เขาสั่งมาเหล่านี้เป็นเครื่องมือใหม่มานะ เครื่องมือที่มีความจำเป็น แต่ก่อนเราให้ตามจำเป็นทั้งนั้นๆ เลย ไม่บกพร่อง อันนี้เป็นเครื่องมือใหม่ละท่า เขาเคยพูดให้ฟังแล้ว เครื่องมือใหม่ตรวจอย่างนั้นๆ สั่งมาซิ เราก็ว่าอย่างนั้น รวมแล้วเป็นเจ็ดล้านสองแสน นี่ให้ไปเลย กำลังสั่งล่ะเวลานี้ 

ตาบอดนี่ โถ จนตรอกจนมุมจริงๆ นะมนุษย์เรานะ อะไรๆ ไม่มีความหมายทั้งนั้นละ ถ้าลงได้ตาบอด หูหนวกยังค่อยยังชั่วนะ ตายังดีหูหนวกไม่ฟังก็ได้ ตามันเห็นอยู่นี่ใช่ไหม ถ้าตาบอดนี่ โห จนตรอกนะ นี่ละเราเอาจุดนี้แหละช่วยโลก ทางเวียงจันทน์ติดต่อมาก็ได้นะ ควรจะพิจารณากันอย่างไรๆเรื่องตา จะมาตอนไหนก็ได้ ตอนเราอยู่กรุงเทพฯ นี้เหมาะแล้วนะ ที่ว่ามาหาเรานี่ก็หมายถึงเราอยู่กรุงเทพฯ ถ้าเราไปอุดรฯก็ต้องเข้าพรรษา ชนพรรษาแล้วกลับถึงอุดรฯ จากนั้นทางนู้นถึงมาติดต่อ เรื่องราวมันก็จะช้าไป ถ้าทางนู้นมาติดต่อกับเรา ชี้แจ้งอะไรๆ แล้วอาจตกลงก็ให้สั่งเลยได้ ไม่ยากอะไรนะ ก็มีเท่านั้นแหละ เรื่องเหล่านี้เรามีเงินเป็นกอบเป็นกำเราไม่มี พี่น้องทั้งหลายก็ทราบ แต่มันก็มีของมันอย่างนั้นแหละ ผ่านไปได้ ผ่านไปได้เรื่อยเลย มันหากมีมาๆ อยู่เรื่อย ถูไถกันไปได้ เรื่อยมาอย่างนี้ละ ไม่ว่าอย่างอื่นอย่างใดเหมือนๆ กัน มากน้อยผ่านไปได้ทั้งนั้นแหละ

นี่ก็ยังทางวัดอโศการามอีกไม่ใช่น้อยๆ นะ เจดีย์ใหญ่ เจดีย์ใหญ่หลังนี้เราจะอาราธนาพระธาตุของท่าน บรรดาครูบาอาจารย์ทั้งหลายในสมัยปัจจุบันนะ พระกรรมฐานที่ท่านล่วงลับไปแล้ว อัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุๆ นั้นคือพระอรหันต์แต่ละองค์นะ ถ้าลงอัฐิได้กลายเป็นพระธาตุตีตราเลย ตามแบบฉบับที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้เรียบร้อย เราจะพยายามไปอาราธนามาทุกองค์ที่เราทราบได้ที่ไหน เอามารวมกันที่เจดีย์ใหญ่ เจดีย์ใหญ่ที่กำลังสร้างอยู่เวลานี้

เพราะงั้นเราจึงต้องเป็นภาระแบกหามช่วยเต็มกำลังเหมือนกันนะ เจดีย์ใหญ่นี้ เวลานี้ก็จ่ายไปแล้วเก้าล้านกว่า เราก็คอยฟัง ขาดเหลืออะไรค่อยพิจารณากันไปเรื่อย เอาจนต้องให้เสร็จ เราบอกว่าให้เสร็จเลย นี่เราจะเทิดทูนครูบาอาจารย์ เราจะอาราธนาท่านมาที่นั่น สร้างสำเสร็จแล้วประชาชนพุทธบริษัทเราสมัยปัจจุบันให้ได้เห็นพระอรหันต์สดๆ ร้อนๆ ในปัจจุบัน ไม่ใช่มีแต่ครั้งพุทธกาล ทุกวันนี้ก็มี มีอยู่ ถ้ายังไม่ตายก็ยังมีนะเดี๋ยวนี้ ไม่ใช่ธรรมดานะ ที่มีเหล่านี้ส่วนมากท่านอยู่ในป่าในเขา ท่านภาวนาอยู่ในป่าในเขาเงียบๆ ท่านรู้ท่านเห็นก็รู้ในวงของท่านเอง ในวงกรรมฐานท่านจะถึงกันๆ ถึงกัน องค์ใดมีภูมิจิตภูมิธรรมขั้นใดภูมิใดท่านจะเข้าใจกันแต่วงภายใน ภายนอกไม่ค่อยทราบ

ทีนี้เวลาท่านมรณภาพไปแล้วอัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุขึ้นมา ส่วนมากท่านจะรู้กันแล้วตั้งแต่ยังไม่ตายนะ อันนี้เป็นประกาศพยานที่หลังต่างหาก ความจริงท่านทราบกันไว้แล้ว เรื่องภูมิจิตภูมิธรรมเป็นอย่างไร ภาวนาเป็นอย่างไร พอพูดไปๆ ถึงจุดไหนๆ ถึงพ้นทุกข์ปุ๊บก็รู้กันแล้วนะ ท่านยังไม่ตาย อัฐิยังไม่กลายเป็นพระธาตุก็ตาม ธรรมะของท่านเป็นธรรมธาตุแล้ว ใจของท่านเป็นธรรมธาตุแล้ว ท่านทราบกันในวงกรรมฐานแหละส่วนมากนะ แล้วย่นเข้ามาอีกสายหลวงปู่มั่นเรา บรรดาพระกรรมฐานผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว อัฐิกลายเป็นพระธาตุน้อยเมื่อไร เงียบๆ อย่างนั้นละ

นี่ท่านตักท่านตวงท่านอุตส่าห์พยายามขวนขวายท่านก็ได้อย่างนั้นนะ เป็นเศรษฐีธรรมๆ อย่างเงียบๆ มีอยู่ทั่วๆ ไปนะ เฉพาะอย่างยิ่งทางภาคอีสานละมีมากกว่าเพื่อน นี่ละธรรมะพระพุทธเจ้าประกาศโจ่งแจ้ง อกาลิโก อกาลิโก ไม่มีกาลเวลาทั้งการสร้างบาปสร้างบุญ สร้างบุญเมื่อไรเป็นบุญเมื่อนั้น สร้างบาปเมื่อไรเป็นบาปเมื่อนั้น จึงเรียกอกาลิโก นี่ท่านก็สร้างความดีตักตวงเอามรรคผลนิพพานอยู่เงียบๆ มีเยอะนะ เวลานี้ยังมีชีวิตอยู่ก็ยังมี จิตของท่านเป็นธรรมธาตุแล้ว อัฐิของท่านจะเป็นพระธาตุทีหลัง ให้พี่น้องทั้งหลายทราบนะ

เรานี้เข้านอกออกในบรรดาพระเจ้าพระสงฆ์องค์ใดๆ ส่วนมากก็มักจะเป็นลูกศิษย์นั่นละ เดี๋ยวนี้เรามันแก่แล้วเป็นหลวงปู่บัวแล้ว เข้าใจไหม พวกนี้ก็เป็นพระลูกพระหลาน องค์ไหนเป็นอย่างไรๆ จะรู้หมดเลย มาจุดเดียวรู้หมด รู้แล้วก็เงียบๆ ไป นี้เป็นเพียงประกาศกลางๆ ให้พี่น้องทั้งหลายทราบว่ามีไม่น้อยนะ เงียบๆ อยู่อย่างนั้นละ นั่นละท่านปฏิบัติ ศาสดาองค์เอกจูงให้ถูกช่องถูกทาง ธรรมวินัยนั้นแลองค์แทนศาสดา เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนกันกับพระศาสดายังทรงพระชนม์อยู่

ดังที่ท่านรับสั่งว่า ดูก่อน อานนท์  ธรรมและวินัยนั้นแล จะเป็นศาสดาของเธอทั้งหลายแทนเราตถาคตเมื่อเราล่วงไปแล้ว นั่น ธรรมวินัยจึงเป็นศาสดา เคียงอยู่กับพระผู้มีความจงรักภักดีต่อหลักธรรมหลักวินัย ก็เท่ากับผู้ตามเสด็จพระพุทธเจ้าทุกฝีก้าว ถ้าห่างเหินจากธรรมวินัยนี้  ถึงจะเกาะชายสบงจีวรท่านอยู่ก็ไม่มีความหมาย ไม่เกิดประโยชน์ ขอให้ปฏิบัติตามที่ท่านสอนไว้แล้ว เรียกว่าสวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบแล้ว ศาสดาองค์เอกไม่เคยพูดมีสองนะ คำสองไม่มี ตรงเป๋งๆ อย่างที่ว่า ธรรมวินัยจะเป็นศาสดาของเธอทั้งหลาย ธรรมวินัยเป็นผู้ชี้บอกแนวทาง เดินตามนี้เดินตามนี้ เท่ากับตามเสด็จพระพุทธเจ้าตลอดเวลา สุดท้ายก็ถึงเองๆ อย่างนี้

วงกรรมฐานมีน้อยเมื่อไรพระประเภทนี้ แต่ท่านเงียบๆ เรื่องธรรมไม่เหมือนโลก ไม่กะโตกกะตาก ไม่ดิ้นรน ไม่อยากโอ้อยากอวด มีเหมือนไม่มี ยิ่งถึงที่สุดวิมุตติพระนิพพานสดๆ ร้อนๆ แล้ว เหมือนไม่มี ถ้าไม่มีเหตุมีผลกลไกเข้ามาสัมผัสแล้วจะไม่รู้ได้เลยนะ ไปอย่างไรท่านเข้าได้หมด จิตของท่านนี่ท่านปล่อยหมดแล้ว รู้เท่าทันหมด ปล่อยหมดโดยหลักธรรมชาติ ท่านเข้าได้หมด สัตว์สาลาสิงห์ มนุษย์มนา เทวดา อินทร์พรหมท่านเข้าได้หมดเลย ท่านเข้าได้ด้วยความเหนือกว่าๆ ตลอด เข้าได้หมด นั่น อรรถธรรมของท่านที่มีในใจเต็มเปี่ยมแล้วเป็นอย่างนั้นละ

นี่แหละธรรมของพระพุทธเจ้า เป็นธรรมชาติที่เลิศเลออย่างนี้แหละ  ที่เราพูดตอนบ่ายวันนี้ขึ้นแรงๆหน่อย เพราะมันกระเทือนอันนี้มากนะ กระเทือนมรรคผลนิพพานที่บรรดาพุทธบริษัททั้งหลายจะปฏิบัติตาม และจะได้ธรรมอันเลิศเลอเข้ามาครองๆ ตั้งแต่ธรรมอันสูงสุดลงมาเป็นลำดับลำดา จะได้ครองจากพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้านี้ทั้งนั้น เวลาศาสนาจมไปแล้วหมดเลย ไม่มีอะไรเหลือ เราจึงสลดสังเวชกระเทือนใจหนักอยู่นะ ตอนบ่ายวันนี้ที่ว่าโก้กเก้กขึ้นมามันกระเทือนภายใน ที่จะให้กระเทือนแบบความโกรธความโมโหโทโสเราพูดจริงๆเราไม่มี เราก็บอกไม่มี กระเทือนก็กระเทือนธรรม จะออกมากน้อยอำนาจของธรรมพุ่งๆ พุ่งออก ตามมากตามน้อยในแง่หนักเบา ถ้าไม่ควรออกก็เฉยเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ นั่นละธรรมเป็นอย่างนั้น

กิเลสจะให้แสดงความโมโหโทโสเหมือนโลก กิเลสไม่มีท่านจะเอาอะไรมาแสดง ก็มีแต่พลังของธรรม พุ่งๆ พุ่งเลย นั่นละเป็นอย่างนั้นนะ ขอให้พี่น้องทั้งหลายจำให้ดีนะ พุทธศาสนาเป็นศาสนาเลิศเลอสุดยอดแล้ว เราขึ้นเวทีค้นอยู่ในเวที จ้าหมด กระจายถึงหมด พระพุทธเจ้าทุกพระองค์เราไม่สงสัย ถึงกันหมดเลยนี่ ว่าอย่างนั้นเลยนะ คุยไหม พูดอย่างนี้คุยไหม ก็มันเป็นอยู่ในหัวใจนี้มาสักกี่ปี พึ่งมาพูดเดี๋ยวนี้จะว่ามาคุยอยู่หรือ เทศน์สอนโลกมาเท่าไร เราแน่ใจมาตั้งแต่นั้นจนกระทั่งบัดนี้ ศาสดาองค์เอกเป็นอันเดียวกันหมดเลย

ทีนี้จะมาเอานี้ให้จม จิตใจของประชาชนชาวพุทธที่มีอุปนิสัยปัจจัยที่ควรจะได้มรรคได้ผลตามมากตามน้อยที่ตนบำเพ็ญจากพุทธศาสนานี้ ก็จะขาดสะบั้นลงไปหมด กลายเป็นสัตว์ไปหมดเลย นี่ละที่เราสลดสังเวชมาก มันถึงออกแรงวันนี้นะตอนบ่าย จิตใจของคนผู้มีอุปนิสัยปัจจัยตามประเภทของตนๆ มีอยู่ด้วยกัน มีอยู่ด้วยกัน ค่อยไต่เต้าไปเรื่อยๆ พอศาสนาคือทางเดินตัดขาดสะบั้นแล้วหาทางก้าวเดินไม่ได้ก็จม กิเลสจะลากลง ไม่ให้ลากขึ้นแล้วมันก็ลากลงเท่านั้น ให้จมไปหมด นี่ที่เราวิตกวันนี้นะ วิตกจริงๆ เราพูดด้วยความเป็นอรรถเป็นธรรม เราไม่เคยกล้า ไม่เคยกลัวกับผู้ใดในสามแดนโลกธาตุ มีแต่ธรรม มันจ้าอยู่อย่างนี้แล้ว เหนือทุกอย่างแล้ว จะไปกล้ากับอะไร จะไปกลัวกับอะไร เหล่านี้เป็นสมมุติ ความกล้าก็เป็นสมมุติของกิเลส ความกลัวก็เป็นสมมุติของกิเลสอยู่ในนั้น ถ้าลงผ่านไปหมดแล้วไม่มีคำว่ากล้าก็ไม่มี กลัวก็ไม่มี นั่นแหละเรียกว่าธรรมแท้

เรามาวิตกวิจารณ์กับบรรดาพี่น้องชาวพุทธเรา พอได้ทราบมาเป็นลำดับลำดาถึงเรื่องพุทธศาสนาของเรานี้กำลังถูกบีบบี้สีไฟเข้ามานะเวลานี้ ให้ดูทุกคน กำลังบีบทางนั้นเข้ามาบีบทางนี้เข้ามา จะทำลายพุทธศาสนาให้ล่มจม คิดดูอย่างเราเทศน์ในวิทยุนี้ ธรรมะพระพุทธเจ้าประกาศสอนโลกมากี่กัปกี่กัลป์มีใครมาหักห้ามต้านทาน และตำหนิติเตียนว่าธรรมที่พระพุทธเจ้าสอนโลกนี้ผิดไปๆ ไม่เคยมี ไม่มีใครมาห้ามมาคัดค้านต้านทาน ปัจจุบันนี้เห็นไหม เพียงตั้งเสาวิทยุเท่านั้นเท่านี้มันก็จะมาหักวิทยุลง ตัดลงๆ การเทศนาว่าการก็ให้แค่ ๑๕ กิโล นี่เห็นไหม

นี่ละพวกเทวทัตกำลังทำลายศาสนาอยู่เวลานี้ ถืออำนาจป่าเถื่อนมาเป็นผู้ครองบ้านครองเมือง มันเป็นเพชฌฆาตสังหารชาติศาสนาพระมหากษัตริย์อยู่ในตัวเสร็จ ฟังเอานะทุกคน เป็นอย่างนั้นนะเวลานี้ มีใครที่เป็นอรรถเป็นธรรมพอที่จะประคองบ้านเมืองของตนให้เป็นไปได้ มีแต่จะเหยียบย่ำทำลาย ยกตนข่มไปเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ตัวเท่าอึ่ง แล้วก็จะใหญ่ไปที่ไหนประสาอึ่ง เข้าใจไหมละ หลักความจริงคืออึ่งอ่างกับวัว หลักความจริงคือธรรมทั้งหลายนั้นเหมือนวัว ตัวใหญ่ไหมวัว เทียบกับอึ่ง นั่นเป็นอย่างนั้นแหละ จะมาอึ่งอ่างๆ อวดเนื้ออวดตัว สำคัญมั่นหมายว่าได้เป็นนั้นเป็นนี้ เป็นแต่ลมปาก ถึงวันแล้วมันก็ตายด้วยกันนั่นแหละ ตายแล้วยมบาลเขาไม่ได้กลัวนะ กลัวอำนาจบาตรหลวงกลัวอำนาจป่าๆ เถื่อนๆ เขาไม่กลัวนะ ยมบาล ใครทำผิดทำถูกประการใด หมุนตัวลงไปติ้วๆ ไปเลย

พอพูดอย่างนี้ก็ทำให้ระลึกถึงเรื่องเณร ท่านเจ้าคุณเทพสิทธาจารย์ท่านปรารถนาเป็นพุทธภูมิ ท่านแน่วแน่ของท่านแล้วท่านถอนไม่ได้เลย ความฝันของท่านแม่นยำมากทีเดียวนะ เรื่องมาหาเณรนี้ละ เราจำได้ว่าเณรสม ท่านเรียกพระมากระซิบนะ เห็นไหมความฝันของท่าน มากระซิบว่าเมื่อคืนนี้พวกยมบาลเขามาตาม มาตามเอาเณรสม เขาว่าเณรสมมาบวชอยู่ในวัดนี้ ขโมยมาจากนรก นรกนั้นคือเบาบางเหมือนกับนักโทษนั่นแหละ ที่เป็นนักโทษจวนจะได้ออกแล้ว เขาก็ปล่อยให้มาทำการทำงานนอกเรือนจำใช่ไหมละ เณรสมนี่พอเบาบางแล้วเขาก็ลามือแล้วปล่อย มันโดดมานี้มาขโมยเกิดเป็นมนุษย์ เวลานั้นกำลังเป็นเณรอยู่

ยมบาลเขาก็ติดตามมา มาถามก็ได้เรื่องได้ราวชัดเจนมาก ท่านขอบิณฑบาต เวลานี้เณรกำลังบวชสร้างคุณงามความดีอยู่ ขอให้บวชต่อไปได้ไหม เขาบอกไม่ได้ ที่ผมมานี้ผมไม่ได้มาในนามยมบาลที่ว่านะ มาในนามกรรมของเณร เณรทำผิด เณรเป็นอย่างนี้กรรมนี้ยังติดตามเณร พอตื่นเช้าขึ้นมาท่านสลดสังเวชนะ เอ๊ ทำไมถึงฝันอย่างนี้ เณรสมก็อยู่ก็อยู่วัดนี้แกก็ดีๆอยู่นะ นี่คอยฟังซิ ทีนี้พอตื่นเช้ามาเรียกพระที่ท่านไว้ใจมากระซิบเฉพาะสองต่อสอง

เณรสมนี่นะยมบาลเขามาเมื่อคืนนี้ยมบาลเขามาตามเขาจะเอาไป วันพรุ่งนี้ตอนสามทุ่มเขาจะมาเอา เณรก็ดีๆ อยู่นี่ คอยดูนะ เขาจะมาวันนี้ตอนสามทุ่มเขาจะมา ขอเขาไม่ได้แล้ว เขาบอกอันนี้อำนาจแห่งกรรมของเณรเองต่างหาก เขามาในนามชื่อยมบาลต่างหาก ความจริงแล้วเป็นอำนาจแห่งกรรมของเณรเอง เขาจะมาเอาตอนสามทุ่ม เรียกพระมากระซิบเรียบร้อยแล้ว พอตกค่ำมาทุ่มหนึ่งเณรเริ่มถ่ายท้อง และถ่ายท้องไม่ใช่ถ่ายธรรมดา ถ่ายแล้วหนักเข้าๆ จนถ่ายเป็นเลือดออกมาสดๆร้อนๆ  โอ้แน่แล้วละความฝันเข้ามาแล้ว เข้าเกลียวกันแล้ว

พอเริ่มทุ่มหนึ่งเท่านั้นเณรนี้เริ่มเจ็บท้องปวดท้อง ถ่ายออกมาแล้วเป็นเลือด จนกระทั่งถึงสามทุ่ม พอสามทุ่มไปท่านแนะนำเณรนะ เพราะท่านทราบเหตุการณ์ก่อนแล้ว ท่านแนะนำเณรให้ไปด้วยความสงบ เอ้าเสวยรับกรรม สัตว์โลกมีกรรมด้วยกันทุกคน เราสร้างความดี กรรมชั่วเราก็เคยสร้างมันจึงแทรกกันมา ให้เชื่อกรรม ให้ตายกับพุทโธนะ ให้นึกพุทโธ ตายอยู่กับพุทโธนะ พอถึงสามทุ่มเป๋งไปเลย นี่ถ่ายท้อง นี่เจ้าคุณองค์ที่ว่านี้ท่านเป็นโพธิสัตว์ ท่านฝันอะไรนี้แม่นยำมาก เรายกตัวอย่างมาเป็นของเทียบเคียง

พญามารกำลังจะมาทำลายศาสนา กำลังมาแบบนี้นะเวลานี้ ธรรมนี้ตั้งกัปตั้งกัลป์พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์สอนโลกมานี้นานเท่าไรไม่เคยได้ยิน ไม่เคยมีมาในตำหรับตำรา ประวัติของพระพุทธเจ้าทั้งหลายก็ไม่เคยมีเป็นอย่างนี้ ก็มาเห็นในระยะนี้แหละ กำลังกีดกันทุกแบบทุกฉบับเรื่องการเทศนาว่าการสั่งสอนโลก เขากีดเขากันทุกแบบ เช่นอย่างเรื่องวิทยุนี้ก็ให้ตัดลง จากนั้นก็บริเวณความกว้างของเสียงวิทยุก็ให้ได้แค่ ๑๕ กิโล นั่นละว่าอย่างนั้นให้แค่นั้น เดี๋ยวนี้ออกมาได้ยินแล้วใช่ไหม

นี่ละหยาบไหม พวกนี้หยาบไหม มันเอาอำนาจมาจากไหนมาบีบบังคับอย่างนี้ ใครเป็นคนตั้งกฎตั้งอำนาจอันนี้ มันเหนือเทวบุตรเทวดาเหนือกรรมมาจากไหน มันน่าติดตามถามดู คนๆ นี้อยู่เขาเหนือกรรมขั้นใด เขาจึงมาทำอย่างนี้ได้ พระพุทธเจ้าสอนโลกมานานแสนนานไม่เคยมี แล้วธรรมที่เราสอนโลกนี้ไม่เคยผิดเคยเพี้ยน ออกไปจากหัวใจที่จ้าอยู่นี้ เราไม่เคยสงสัยธรรมทุกขั้นที่เราสอนโลก สอนอย่างแม่นยำจากหัวใจที่แน่นอนทุกอย่างแล้ว

นี่กำลังกีดกันเข้ามาทุกแบบ มันจะทำลายศาสนา นี่อันหนึ่งกำลังเริ่มเวลานี้ ให้ดูให้ดีทุกคน นี่เราพูดให้ฟัง เอาตามเสียงเรื่องราวที่คัดค้านต้านทานหรือบีบบังคับมานี้แลมาพูดให้ฟัง ไม่ได้ไปหาโกหกมาจากไหนล่ะ เอาเรื่องราวเหล่านี้ นี่ศาสนากำลังถูกทำลายเวลานี้ จวนจะไม่มีอะไรเหลือแล้วนะตอนนี้ละ ถ้าลงพุทธศาสนานั้นได้ถูกทำลายล้มจมลงแล้วก็หมด ชาติไทยของเราหมด ชาติหมด ศาสนาหมด มหากษัตริย์หมดไปตามๆ กัน เพราะเกี่ยวโยงกันทั้งสามพระองค์ นี่กำลังเข้าในจุดศาสนาที่เป็นหัวใจของคนทั้งชาติที่ถือพุทธศาสนา

นี่กำลังตัดทอนเข้ามาเรื่อยๆ อย่างนี้ละ เราพูดตามหลักความจริง เราไม่เคยสะทกสะท้านกับใคร ได้ยินมาอย่างไรเราจะพูดอย่างนั้นตลอด จนคอขาดขาดไปเลย เราไม่เคยกล้าเคยกลัวกับสิ่งใด ธรรมมีอย่างไรเราจะพูดตามอรรถตามธรรม เราไม่โกหกหลอกลวงใครนี่นะ เรื่องราวมันเป็นอย่างนี้เวลานี้ นี่กำลัง ถ้าพูดรวมไปในรัฐบาล มันจะกลายเป็นรัฐบาลเพชฌฆาต สังหารชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ไปแล้วนะเวลานี้นะ รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลของประชาชนแล้วทำไมจึงต้องมาทำชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ได้ลงคอแบบนี้ เราอยากถามว่าอย่างนั้นนะ

เหล่านี้เป็นเรื่องหัวใจคน พุทธศาสนาเป็นหัวใจของคน ทำลายศาสนาคือทำลายหัวใจคนนะ ชาติก็ชาติของคนที่ถือศาสนานั่นแหละ พระมหากษัตริย์ก็ถือพุทธศาสนา มันก็ทำลายกันไปหมด ไม่มีอะไรเหลือ แล้วพวกนี้วิเศษวิโสมาจากไหนเอานักหนา มาเป็นรัฐบาลอยู่ในปัจจุบันนี้นะ มันได้ความวิเศษวิโสมาจากไหน ควรติดตามดูให้รู้ เราก็คนเขาก็คน ทำไมถึงปล่อยให้เขาบีบบังคับได้ทุกด้าน โดยไม่มีข้อคิดแก้ไขดัดแปลงหรือต้านทานกันแต่เหตุใดเลยไม่สมควรอย่างยิ่ง เรานี้ถือมหาสมบัติ คือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์อยู่ในหัวใจ เขาจะมาปล้นมหาสมบัติให้จมไป ทั้งเราทั้งมหาสมบัตินี้ มันสมควรแล้วเหรอ ที่เราจะนอนใจตายใจอยู่กับพวกเปรตพวกผีที่มาทำลายแบบหน้าด้านสันดานหยาบที่สุด เราไม่เคยมีในเมืองไทย ก็จะมีในเวลาแหละ คอยฟังไว้ก็แล้วกันนะ กำลังเริ่มขึ้นมาแบบนั้นแบบนี้เพื่อที่จะทำลายศาสนานี้เป็นหลักใหญ่ น่าทุเรศนะ เราได้ยินอย่างไรเราพูดได้อย่างนั้น เราไม่เคยสะทกสะท้านกับใคร ใครจะมาว่าอะไรหรือจะเอาคอของหลวงตาบัวไปตัดตัดเลย ความสัตย์ความจริงนี้เราไม่ละ จะตายไปกับความสัตย์ความจริง ให้เสียดายคอไม่มี ยิ่งกว่าธรรมไม่มี

เวียงจันทน์นี้เราไม่ได้ไปหลายปีแล้วนะ น่าจะถึง ๓๐ ปีแล้วมั้ง แต่ก่อนวัดนาซก เราเคยไปเคยมาเสมอ วัดนาซก ข้างเวียงจันทน์ วัดกรรมฐาน พระทางวัดนาซกกับพระทางนี้ไปมาหาสู่กันตลอด อาจารย์ของท่านก็คือหลวงปู่ขาว พระทั้งหลายออกไปส่วนมากจากหลวงปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพล ไปสร้างวัดที่บ้านนาซก มีวัดป่าอยู่มาก หลวงตาเคยไป จากนั้นมาแล้วก็ไม่ได้ไปอีกดูเหมือน ๓๐ ปีแล้วมั้งไม่ได้ไป วันนี้เทศน์อะไรก็เทศน์หมดแล้ว ก็น่าจะยุติ การเทศน์ก็จบลงแล้ว

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 

 

 

 

                     

 

 

 

 

 

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก