จิตใจนี้อะไรขวางไม่ได้ถ้าเป็นอธรรม
วันที่ 9 กรกฎาคม. 2548 เวลา 8:50 น.
สถานที่ : ศาลา สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ สวนแสงธรรม

เมื่อเช้าวันที่ ๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘

จิตใจนี้อะไรขวางไม่ได้ถ้าเป็นอธรรม

 

       พี่น้องทั้งหลายมาบริจาคนี้มากต่อมากนะ เป็นหลายๆ หมื่นล้านที่บริจาคมาส่วนทองคำเราก็ทราบแล้วว่าจำนวนเท่าไรที่ไหลเข้าสู่คลังหลวงของเรา ไม่มีรั่วไหลแตกซึมไปไหนเลย เข้าล้วนๆ ๆ ร้อยทั้งร้อย ที่เข้าแล้ว ๑๑ ตันกับ ๓๗ กิโลครึ่ง ได้มาเพิ่มอีกนี้มัน ๑๓๐ กว่ากิโล นี่กำลังไหลเข้ามา ในนามของหลวงตาเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลาย  หลวงตาเป็นผู้นำนี้ไม่มีใครมาหย่อนบัตร อยากให้หลวงตาเป็นผู้นำไม่มีใครหย่อนบัตร หลวงตายื่นมือเข้ามาเองนะ มาเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลายนี้ไม่มีใครหย่อนบัตรแม้ใบเดียวนะ เป็นความสมัครใจของเราที่เป็นพื้นเพมาจากความเมตตาล้วนๆ อยู่แล้วมากระทบกระเทือนให้เห็นต่อหน้าต่อตาที่เมืองไทยเราจะล่มจม ให้เห็นชัดๆ

         เราก็ออกเป็นผู้นำเสียเอง โดยไม่มีใครมาหย่อนบัตรให้เราละ เราพอใจเองที่จะช่วยพี่น้องทั้งหลายเต็มเม็ดเต็มหน่วย ว่าเอ้า เราจะเป็นผู้นำ บอกอย่างนี้เลย คือร้องโก้กก่อนที่เห็นเมืองไทยเรานี้หัวทิ่มหัวตำที่จะลงทะเลหลวงแห่งความล่มจม หมูหมาเป็ดไก่เจ้าของพาลงมันจะขึ้นไปไหน มันก็ต้องลงตามเจ้าของ นี่ละที่ได้ออกเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลายโดยไม่มีใครหย่อนบัตรให้หลวงตานะ ธรรมไม่ต้องหย่อนบัตร หย่อนบัตรด้วยความเป็นธรรมก็ไม่ผิด ธรรมแท้ไม่หย่อนแหละ ลงความเห็นแล้วก็เอาเลยไปเลย

เราได้นำพี่น้องทั้งหลายมาเป็นลำดับลำดา ไม่ได้มีการติเตียนตนเองเลยว่าได้บกพร่องหรือด่างพร้อยที่ไหน ในบรรดาสมบัติที่พี่น้องทั้งหลายนำมาบริจาค โดยหลวงตาเป็นผู้เก็บรักษา ควบคุมสมบัติทั้งหลายแต่ผู้เดียว เราใช้ความพินิจพิจารณาระมัดระวังเต็มที่ของเรา ด้วยเหตุนี้เองสมบัติทั้งหลายจึงไม่มีคำว่ารั่วไหล เราเป็นผู้ควบคุมหมดเลย แล้วสมบัติเงินทองที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคนี้ กระจายทั่วประเทศไทยทุกภาค ออกทุกภาคเลย สร้างตึกสร้างอะไร เฉพาะโรงพยาบาลนี้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของการช่วยชาติคราวนี้ โรงพยาบาลรู้สึกจะเป็นอันดับหนึ่ง หลายร้อยโรงนะที่ช่วยมาตลอดๆ ช่วยแบบต่างๆ โรงพยาบาลมีหลายอย่างที่จะช่วยนะ ช่วยเต็มเม็ดเต็มหน่วย

จากนั้นก็ทางวงราชการต่างๆ เช่นอย่างลาดยาว เป็นต้น เรือนจำลาดยาวนั้นก็ ๔๙ ล้าน คราวก่อนก็ช่วยแล้ว ๗ ล้าน รวมเป็น ๕๖ ล้าน นี่เป็นวงราชการ เรือนจำที่ไหนๆ เราไปช่วยทั้งนั้นละ หลายจังหวัดเรือนจำนะ เราช่วยแบบต่างๆ กัน สร้างตึกสร้างอะไร ให้ที่หลับที่นอนหมอนมุ้ง ให้ตลอดๆ เลย ถ้าลงได้ให้แล้วก็เรียกว่าทุ่มเลยๆ เข้าเรือนจำไหนก็เรียกว่าทุ่มเลยๆ อย่างนี้ตลอดมา นี้ออกจากสมบัติของพี่น้องทั้งหลายนั่นแหละ ออกมาก็ออกไปเป็นประโยชน์จริงๆ ไม่ได้มีคำว่ารั่วไหลแตกซึม เราภูมิใจในการนำพี่น้องทั้งหลายโดยความสมัครใจของเราเอง

ทุกแง่ทุกมุมเราไม่มีที่จะระแคะระคายในใจว่าเราไม่บริสุทธิ์ ถึงขนาดนั้นนะ ส่วนที่สุดวิสัยเราระลึกรู้ไม่ได้ก็เป็นธรรมดานะ คือที่ระลึกรู้ไม่ได้หรือมันผิดมันพลาดโดยไม่มีเจตนามันอาจมีได้ แต่เจตนาเป็นสำคัญ เจตนามุ่งต่อความบริสุทธิ์ต่อพี่น้องทั้งหลายเต็มสัดเต็มส่วน ส่วนที่มันจะไหล เหมือนอย่างเราตักน้ำจากนี้จะไปใส่โอ่งนั้น มันหยดมันย้อยตกไปตามทางมันก็มี แต่ไม่ได้เสียหายใช่ไหม ส่วนใหญ่เรามุ่งหน้าเอาจากนี้เทใส่โน้น ทีนี้น้ำที่มันหยดย้อยตกลงไปอย่างนั้นมันก็เป็นธรรมดาของมัน อันนี้ก็เหมือนกัน มันอาจเป็นได้อย่างนั้น แต่ที่จะให้เป็นไปด้วยเจตนาเราบอกว่าเราไม่มีกับพี่น้องทั้งหลายนะ เราจึงบริสุทธิ์ใจ

การนำชาติคราวนี้เรานำชาติด้วยใจของเราที่บริสุทธิ์สุดส่วนด้วย ไม่มีอะไรในสามโลกธาตุที่เข้ามาเฉียดในจิตใจเรา ขึ้นชื่อว่าสมมุติไม่มีเลย บอกว่าไม่มีเลย หมดโดยสิ้นเชิง เรานำจากใจที่บริสุทธิ์สุดส่วนนี้ออกช่วยพี่น้องทั้งหลายก็บริสุทธิ์เต็มเหนี่ยวๆ มา เพราะฉะนั้นจึงไม่มีคำว่ารั่วไหลแตกซึม จิตใจนี้อะไรขวางไม่ได้ถ้าเป็นฝ่ายอธรรม กิเลสแฝงเข้ามานิดปัดปุ๊บๆ เป็นหลักธรรมชาติของมันเอง ที่จะสั่งสมมันไว้ไม่มีเลย ปัดเลยๆ เพราะฉะนั้นจึงมีแต่ความบริสุทธิ์ล้วนๆ ได้ช่วยมามากน้อยเพียงไร

อย่างบริจาคเหล่านี้ไปไหนนี่ ที่บริจาคเหล่านี้ก็จะออกสู่พี่น้องทั้งหลายทั่วประเทศไทยเรา ตามความจำเป็นในที่ต่างๆ ดังที่เขาประกาศวันนั้น นั่นละมันจะออกไปตามนั้นๆ ที่จะให้มาหาเราเราพูดจริงๆ หลวงตาบัวไม่เคยคิดเลยแม้บาทเดียว เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เขาถวายมา เราไม่เคยระลึกได้เลยว่าหลวงตาบัวเอาเงินจำนวนนี้ไปซื้อนั้นนี้อันเป็นของส่วนตัว ไม่เห็นมี เพราะมันเหลือเฟือตลอดเราเองก็ดี ท่วมท้น ปัจจัยที่ได้มา ผู้ที่มีความยากจนข้นแค้นเต็มแผ่นดินไทยเรา เราจะมาเก็บไว้หาอะไร นี่ละมันไหลออกด้วยเหตุนี้เอง

สมบัติเงินทองไม่ว่าส่วนรวม ไม่ว่าเขาถวายตามอัธยาศัย เป็นแบบเดียวกันหมดสำหรับเรา เราออกนำช่วยโลกอย่างนี้ตลอดมา เราจึงภูมิใจ และพูดได้ทุกบททุกบาทตามเหตุตามผลของธรรมที่แสดงบอกว่าถูกต้องแล้ว ออกได้เลย ไม่มีคำว่าสูงว่าต่ำ จะเกรงนั้นเกรงนี้ อันนั้นสูงอันนี้ต่ำเราไม่มี เพราะธรรมนี้เหนือทุกอย่างแล้ว ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูกโดยลำดับลำดาไป ไม่อย่างนั้นไม่เรียกว่าธรรม เชื่อถือไม่ได้ มีลูบๆ คลำๆ มีสูงมีต่ำก็เป็นโลกเสีย เชื่อถือไม่ได้ ธรรมนี้เหนือหมดแล้ว ท่านเรียกว่าโลกุตรธรรม แปลว่าธรรมเหนือโลก เหนือทุกอย่างแล้ว ออกตามเรื่องของธรรม ตำหนิติชมไปตามความจริงๆ ไปเรื่อยๆ อย่างนั้น

ดังที่เราสอนโลกเรื่อยมาอย่างนี้ ใครผิดบอกว่าผิด ใครถูกบอกว่าถูก ไปอย่างนี้ตลอดจนกระทั่งวันตาย เพราะธรรมเป็นธรรมชาติตายตัว โลกเชื่อถือได้ทั่วแดนโลกธาตุ ส่วนกิเลสเชื่อถือมันไม่ได้ ปลิ้นปล้อนหลอกลวงร้อยสันพันคม ทำแล้วบอกว่าไม่ได้ทำ ชั่วจนกระทั่งมองหาตัวมีแต่ความชั่วเต็มตัวก็บอกว่ามีแต่ความดีเต็มตัว นี่กิเลสมันหลอกลวงโลกเป็นอย่างนั้น สำหรับธรรมนี้พูดไม่ได้ ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูก เราจึงภูมิใจในการนำพี่น้องทั้งหลาย ท่านทั้งหลายบริจาคมาโดยลำดับลำดาสักเท่าไร ตั้ง ๗ ปีนี้แล้ว ตั้งแต่ตั้งหน้าตั้งตาช่วยชาติของเรามา จะเป็นเงินสักกี่ล้านๆ  มันจะถึงล้านล้านขึ้นไปละมัง ออกหมดเลย ออกเพื่อพี่น้องทั้งหลาย ไม่ได้ออกเพื่อเรา ไม่ให้มีสำหรับเรา เราเพื่อพี่น้องทั้งหลายโดยถ่ายเดียวเท่านั้น ไม่ว่าสมบัติประเภทใดเราเป็นผู้ดูแลเก็บรักษา เป็นผู้สั่งเสียเอง จึงบริสุทธิ์ตลอดมา

ไม่มีที่ว่าสุ่มสี่สุ่มห้า คนนั้นไปจ่ายนั้น คนนี้ไปจ่ายนี้ โดยที่เราไม่รับทราบ ไม่ได้นะ เราต้องรับทราบอยู่ทุกอย่างๆ เลย ถ้าอันใดที่ควรเตือน บางทีเขาจัดการไปซื้ออะไรเสีย แล้วเขามาบอกเราทีหลังเราก็เตือน ต่อไปให้ปรึกษาเราเสียก่อน อย่าไปทำสุ่มสี่สุ่มห้า ทั้งๆ ที่สิ่งนั้นก็เป็นมงคลอยู่ที่เขาทำไปก่อน แล้วเขามาบอกทีหลัง แต่เราก็ยังไม่สนิทใจ ให้มาปรึกษาเราเสียก่อน เราจะใช้ความพินิจพิจารณาเต็มที่แล้ว อนุญาตไปละ เอา เป็นมงคล เราก็ไม่มีอะไรระแคะระคายภายในใจ ผู้ที่รับใช้เราก็ไม่มีระแคะระคาย เป็นความบริสุทธิ์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย อย่างนี้เป็นความมุ่งหวังของเราอย่างแรงกล้าต่อพี่น้องทั้งหลาย เราจึงได้ช่วยเต็มเม็ดเต็มหน่วยตลอดมา นี่ถ้าเรายังไม่ตายก็ยังจะเป็นอย่างนี้เรื่อยๆ ไป

ไปที่ไหนๆ สมบัติเงินทองข้าวของมีมากน้อยนี้เราไม่เอาเลย เราแบตลอดๆ คือเราพอหมดแล้วในหัวใจของเรา สมบัติทุกสิ่งทุกอย่างในสามแดนโลกธาตุเรียกว่าเราพอ ขึ้นชื่อว่าสมมุติทั้งมวลเราพอหมดแล้ว ปล่อยวางโดยประการทั้งปวง เหลือตั้งแต่ความเมตตาสงสารต่อโลกเท่านั้น ที่แนะนำสั่งสอนดุด่าว่ากล่าวด้วยความเป็นธรรมล้วนๆ ไปเลย เราพูดได้เต็มปากสำหรับธรรม ไม่มีคำว่าสูงว่าต่ำ ผิดถูกประการใดว่าตามเหตุตามผลไปเลย จึงเรียกว่าธรรม ตายใจได้ ที่ว่าสูงๆ ต่ำๆ ลูบๆ คลำๆ หน้าไหว้หลังหลอกอย่างนั้นไม่มีในธรรม ธรรมต้องตรงไปตรงมา จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายตั้งอกตั้งใจ

วันนี้ก็เป็นวันเสาร์วันว่างงาน งานภายนอกที่วิ่งเต้นขวนขวายเพื่อธาตุเพื่อขันธ์ความเป็นอยู่ปูวาย เราก็วิ่งเต้นขวนขวายมาได้หกวันเจ็ดวัน นี่ก็เป็นวันเสาร์วันอาทิตย์ เป็นวันที่ว่างงานทางภายนอก ให้เสาะแสวงหางานบุญงานกุศลเข้าสู่ใจของเรา ใจนี่เป็นของสำคัญมาก แต่โลกจะวิ่งหาตั้งแต่เรื่องงานภายนอก เรื่องธาตุเรื่องขันธ์เสียมากต่อมาก ส่วนงานภายในที่จะเข้าสู่จิตใจ ได้แก่อรรถแก่ธรรม บุญกุศลนี้มีน้อยมาก ให้ท่านทั้งหลายสนใจนี้ให้มากนะ

ใจนี้ละจะเป็นตัวสมบุกสมบันเที่ยวเกิดแก่เจ็บตาย ใจนี้จะต้องหาบบาปหาบกรรมหาบุญหาบกุศลไป ถ้ามีบาปมีกรรมก็จมเลยๆ  ถ้าผู้มีบุญมีกุศลที่ได้สร้างไว้แล้ว คนนั้นก็ลอยตัวขึ้นเลยๆ จำคำนี้ไว้ให้ดี พระพุทธเจ้าทุกพระองค์สอนแบบเดียวกันหมดไม่มีคลาดเคลื่อน พวกที่คลาดเคลื่อนพวกที่แหวกแนวก็คือพวกเรามันถึงจมเอาๆ เพราะฝืนคำสอนพระพุทธเจ้า ฝืนศาสดาองค์เอกแล้วเสียทั้งนั้นแหละ ให้พากันอดทน อันใดที่เป็นความดีงามแล้วให้ทน ฝืนกับกิเลส กิเลสมันไม่อยากให้ทำ ถ้าสิ่งใดเป็นความดีงามกิเลสจะไม่อยากให้ทำ แต่สิ่งที่เลวร้ายจะให้ความล่มจมนั้น โอ๊ย ทั้งเขาทั้งเราเป็นอันเดียวกันเลย ไม่ต้องชักชวนกันแนะนำกัน หรือไปบอกกล่าวอย่างนั้นอย่างนี้เหมือนข่าวกุศล ไม่มี เรื่องอันนี้มันรู้ถึงกัน มันดีดมันดิ้นเพื่อจะลง มีมากในโลกอันนี้ ส่วนที่จะดีดดิ้นเพื่อบุญเพื่อกุศลเข้าสู่จิตใจ เพื่อจะนำจิตใจของเราให้เหาะลอยสูงขึ้นไปอย่างนี้มีน้อยมาก

ดังพระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ พระอานนท์ไปทูลถามท่านว่า สัตว์โลกที่จะไปสู่สวรรค์นิพพานกับทางนรก ทางไหนมากกว่ากัน พระองค์ก็ยกโคตัวหนึ่งขึ้นมา โคตัวหนึ่งมีเขาสองเขา มีขนเต็มตัว แต่สัตว์โลกทั้งหลายที่ทำความชั่วช้าลามกที่จะไหลลงทางต่ำนั้นเท่ากับขนโค ผู้ที่จะบึกบึนเสาะแสวงหาความดีงามทั้งหลายเพื่อพาไปสู่สวรรค์นิพพานเท่ากับเขาโค  ฟังซิ โคตัวหนึ่งมีสองเขา ขนมันเต็มตัว พวกเราให้เทียบซิ เราทั้งคนมีแต่ขนเต็มตัว มันมีเขาไหมนี่  คนก็มีแต่คนหัวโล้นเขาไม่มี จิตคิดบุญคิดกุศลไม่มีก็เรียกว่าคนหัวโล้นไม่มีเขา มีตั้งแต่บาปแต่กรรมเต็มตัว เรียกว่าขนเต็มตัว คนไม่มีขนเหมือนหมา เวลาขนธรรมชาติขนบาปขนกรรมนั้นมันเต็มตัวมากกว่าหมา เข้าใจไหมล่ะ ให้ระวังอันนี้ให้ดีนะ

พระพุทธเจ้าสอนไว้นี้ไม่ผิด คนที่จะขึ้นไปสู่ทางดีงามทั้งหลายเท่ากับขนโค มีจำนวนน้อยมาก แต่คนที่จะไหลลงทางต่ำเท่ากับขนโคเต็มตัวโค ให้เราพิจารณา ใจของเราคิดวันหนึ่งๆ มีแต่ขนโคนะ คิดออกแง่ไหนๆ มีแต่ขนโคๆ ไหลลงทางต่ำๆ เสมอ ที่คิดไปหาเขาโคนั้นมีนิดหน่อยๆ วันนี้ท่านทั้งหลายคิดถึงเรื่องเขาโค มาบริจาคทานเต็มศาลานี้ พวกนี้มาสร้างเขาโค แล้วกลับไปนี้มันจะสร้างขนโคนั่นละ ให้ดูตัวของเรานี่อย่าไปดูภายนอก พระพุทธเจ้าสอนเข้ามาตัวของเรา ตัวของเราคิดชั่วมากกว่าคิดดี คิดชั่วเท่ากับขนโคเต็มตัวของเรา คิดดีเท่ากับเขาโค มีในใจนิดหน่อย ให้พยายามสั่งสมเขาโค

ธรรมดาโคมันมีสองเขา ฟาดให้มันมีร้อยเขาเป็นไร แข่งความชั่ว เหยียบหัวความชั่วไปเป็นไร จำให้ดี นี่เป็นคติเครื่องเตือนใจพี่น้องทั้งหลาย ธรรมท่านว่า โอปนยิโก ฟังภายนอกภายในที่ไหนให้ย้อนเข้ามาสอนตนๆ เรียกว่าธรรม วันนี้พูดเพียงเท่านี้แหละไม่ได้พูดอะไรมาก ที่ท่านทั้งหลายมาบริจาคก็ทราบแล้ว ประกาศไว้นั่น นี่ละเราออกออกอย่างนี้ อันนี้มาเขียนย่อยๆ นิดหน่อย ที่ว่าเครื่องมือนั้นเครื่องมือนี้เขียนไว้นั้น ออกตลอด

การช่วยชาติเราก็ยุติลงไปแล้ว เงินทองข้าวของที่ได้มาช่วยชาติก็ยุติลงไปเช่นเดียวกัน แต่การมาขอจากความจำเป็นของผู้จำเป็นทั้งหลายมาขอเรานี้ไม่ได้ลดละนะ ไหลเข้ามาๆ ตามธรรมดาพวกที่เขาไปขอ เขาต้องไปขอเศรษฐีใช่ไหม ผู้มีเงินมีทองมาก แต่นี่เขากลับมาขอทุคตะเข็ญใจคือหลวงตาบัว ไหลเข้ามาหาทุคตะเข็ญใจนี้ เขาไม่ได้ไปหาเศรษฐีนะ เอะอะก็ไปหาหลวงตาบัว หลวงตาบัวทุคตะเข็ญใจเต็มอยู่ในนี้ละ มันเป็นอย่างนี้ คนมาขอกับคนทุคตะเข็ญใจ กับเศรษฐีเขาไม่ไป ทำไมเขาจึงไม่ไป เศรษฐีมีเงินมากแต่ใจคับแคบตีบตัน ใครคบค้าสมาคมไม่ได้ เขาจึงไม่ไปอาศัย

เอา ทุคตะเข็ญใจก็ตาม เราพูดอย่างเปิดหัวอก หัวใจเรามีตั้งแต่ความเมตตาล้วนๆ มีความเมตตาล้นพ้น ถึงเงินทองข้าวของไม่มีก็ตาม เรียกทุคตะเข็ญใจ แต่ธรรมในใจเรานี้เป็นมหาเศรษฐี พูดจริงๆ ด้วยเหตุนี้เองสมบัติเงินทองข้าวของมามากน้อยจึงไม่มีอะไรตกค้างในตัวของเรา ไหลออกหมดเลย กรุณาพี่น้องทั้งหลายทราบ เอาละวันนี้พูดเพียงเท่านี้ วันนี้ตอนบ่ายจะไปเทศน์ที่ไหนไม่รู้ละ จำไม่ได้ (มีนบุรีครับ)

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตาได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรมกรุงเทพฯและสถานีวิทยุอุดร

FM103.25MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก