จงเห็นแก่ชาติ
วันที่ 6 ธันวาคม 2544
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

 

                             เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔

                             จงเห็นแก่ชาติ

          วันที่ ๙ นี้จะได้ลงไปกรุงเทพอีกแล้ว วันที่ ๑๑ ไปเทศน์ที่กระทรวงการต่างประเทศ แล้ววันที่ ๒๖ เทศน์ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ในเดือนนี้ ในเดือนนี้เทศน์เฉพาะจุดใหญ่ก็มีสองแห่ง กระทรวงการต่างประเทศและวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร จากนั้นก็เทศน์เรื่อยไป นี่หมายถึงจุดใหญ่มีสองแห่ง เดือนนี้นะ พอเดือนกุมภา ก็ต่อเชียงใหม่ เชียงใหม่ไปโน้นไปนี้จนกระทั่งหลบไม่ทันว่างั้นเถอะเรา ทางภาคเหนือรู้สึกซอกแซกหลายแห่ง กำหนดยากลำบากเหมือนกัน ไปภาคเหนือคราวนี้ดูเหมือนว่า ๑๑-๑๒ วัน ไม่มีว่างแหละ เป็นลำดับ ๆ เราว่า ๑๑-๑๒ วันนี้ก็น่ากลัวจะไม่ใช่ มันงอกออกไปเรื่อย ๆ กิ่งโน้นงอกกิ่งนี้งอกเรื่อย ไปภาคเหนือคราวนี้รู้สึกจะหลายวัน

ส่วนไปธันวา ก็อย่างที่ว่านี่แหละ จุดใหญ่มีสอง จากนั้นก็แยกโน้นแยกนี้ พอมกราก็กลับมา ตามธรรมดาก็ชนปีใหม่ปีเก่า เราเคยกลับมาระยะนั้น อันนี้แล้วแต่เหตุการณ์อันควร เราไม่ได้ถือว่าชนปีใหม่ปีเก่าเป็นของสำคัญยิ่งกว่าเหตุการณ์อันเหมาะสมที่ควรจะอยู่หรือจะกลับ เราต้องรอไปตามเหตุการณ์ สำหรับปีนี้ดูไม่มีอะไร ก็คงจะได้กลับในระยะที่คาดเอาไว้คือปีเก่าชนปีใหม่ อันนี้ก็ยังไม่ได้ถามพระดู งานประจำข้าวเปลือกช่วยชาติ ตามธรรมดาจะอยู่ปลายเดือนมกรา แล้วจะทำยังไง ฟังว่าวันที่ ๒๖ นี้ก็จะได้ออกเดินทางแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ต้องย่นเข้ามา คือก่อนวันที่ ๒๖ มกรา แล้วจะทำยังไง

ระยะนี้งานมากนะแล้วเราคนเดียวเสียด้วย เป็นผู้รับงาน ๆ ทุกแห่ง ๆ เราคนเดียว กำหนดวันงานข้าวเปลือกช่วยชาติประจำประเพณีของชาวบ้านนี้ บวกกับช่วยชาติเข้าไปก็มีประจำมาเรื่อยโดยลำดับลำดา ยิ่งมีเกี่ยวกับช่วยชาติด้วยแล้วก็ยิ่งกลายเป็นงานใหญ่โตขึ้น ธรรมดาจะอยู่ปลายเดือนมกรา ประมาณวันที่ ๒๖-๒๗-๒๘ ทุกปี ๆ แต่ปีนี้วันที่ ๒๖ ทราบว่าจะได้ออกเดินทางแล้วนะ แต่ไปไหนไม่รู้ เพราะฉะนั้นจึงจะต้องได้ย่นเข้ามางานข้าวเปลือก เป็นวันที่ ๒๑-๒๒ จะเอาในย่านนี้ แล้ววันที่ ๒๑-๒๒ เรามีงานหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ (มีที่อยุธยาวันที่ ๒๐ ครับ) ถ้างั้นพอกลับจากอยุธยาก็ใช่เลย คือไปอยุธยาค้าง ๒ คืน

คือเราไปนี่ไปด้วยความอนุเคราะห์กันจะทำไง  ท่านสุรศักดิ์ วัดมเหยงค์ อยู่ที่อยุธยา เราเคยไปเทศน์สามสี่ครั้งแล้ว ท่านก็มาติดต่อ โยมพ่อท่านเสีย มีประชาชนด้วยมีท่านด้วยเป็นหัวหน้า เลยจะยกเอาโยมพ่อเป็นต้นเหตุ แล้วก็จะทอดผ้าป่าในนั้นเสร็จ ว่างั้นนะ เลยนิมนต์เราไปวันที่ ๒๐ มกรา เราไปถึงนั้นแล้ววันหลังก็เริ่มงาน ค่ำก็ค้างโน่นคืนหนึ่ง พอฉันเสร็จแล้วถึงจะได้กลับ เรียกว่าค้าง ๒ คืน นี่ไปแล้วกลับมา อาจจะเป็นงานข้าวเปลือกต่อกันปั๊บเลย

หลังจากนี้ก็จะได้ไปดอยปุย ไปค้าง ๒ คืน ทราบมาแล้วและเป็นความแน่นอนด้วย มีความจำเป็นที่จะพักค้าง ๒ คืนบนดอยปุย ไปคราวนี้มันซอกแซก ๆ แล้วยิ่งหนักเข้าไปเรื่อย ก็สมเจตนาที่เราได้ประกาศให้พี่น้องชาวไทยเราทราบว่า เวลานี้กำลังราบรื่นดีทั้งทางบ้านเมือง ทางศาสนา ประกบกันเข้าพอที่จะค่อยราบรื่นไปโดยลำดับ จึงได้เตือนพี่น้องทั้งหลายให้เริ่มต้น บอกจริง ๆ  หลวงตานี้เอาเจตนาเอาเมตตานี้ประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบ แต่ส่วนธาตุขันธ์ก็อย่างว่านั่นแหละ ธาตุขันธ์ไม่เอาไหนแล้ว จึงได้เตือนบรรดาพี่น้องทั้งหลายให้มีความพร้อมเพรียงสามัคคี แล้วให้ฟังหัวหน้า บอกแล้วนะ หัวหน้าเป็นสำคัญ

ที่เราแน่ใจแล้วในหัวหน้าท่านใดคนใด แล้วให้ตามนั้น ๆ ความพร้อมเพรียงความสามัคคีนี้เป็นกำลังอันใหญ่หลวงมาก อย่าแตกอย่าแยกอย่าแยง อย่าเห็นสิ่งใดที่มีความหนักแน่น ที่ควรจะเชื่อถือได้ แต่เหตุผลที่ออกมาจากหัวหน้า ๆ ธรรมดาหัวหน้าจะต้องมีเหตุผลทุกอย่าง ๆ พาก้าวเดิน ๆ ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้าก็พาซอกพาซอนไปอย่างนั้นนะ เราคอยฟังเราไม่ได้ใช้ความคิดแหละ หัวหน้าต้องใช้ความคิด เช่นทางบ้านเมือง ยกตัวอย่างเช่นนายกรัฐมนตรีเรานี้เป็นยังไง มีเวลาว่างไหม เราอยู่นี่เรารู้ตลอดจะว่าไง

จนกระทั่งถึงได้เตือน บอกให้พักผ่อนบ้าง เราว่าอย่างนี้นะ เตือนไปทางนายก มันจะไม่มีลมหายใจนะ คนทั้งประเทศมาใช้คนคนเดียวที่ใครว่าดี ๆ ก็ช่วยกันไป แล้วไปใหญ่เลย ช่วยกันขึ้นละซี ทีนี้ก็หนัก ไม่ไหวนะเราบอก ตลอดโครงการต่าง ๆ ในหน่วยราชการต่าง ๆ ที่จะให้นายกเป็นผู้พาแบกพาหามไปนี้ ให้คอยพักกันพอสมควรนะ พักไว้เป็นระยะ ๆ คนดีหายากนะ เราหาคนดีในตัวของเรานี้ มันก็มาติดความขี้เกียจขี้คร้านความไม่เอาไหนนี่เสีย แล้วก็จืดชืดไปเสีย นำตัวเองไปก็ไม่ได้เรื่อง แล้วหาคนดีข้างนอกก็เอาอีกแหละ ต้องหายากเช่นเดียวกับเราหาคนดีในตัวเรา จึงต้องพยายาม

สรุปทองคำและดอลลาร์วันที่ ๕ เมื่อวานนี้ ทองคำได้ ๘ บาท ๑ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๕๐๙ ดอลล์ ทองคำที่ได้หลังจากมอบคลังหลวงแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๖ กันยา ที่ทำเนียบรัฐบาล มาถึงวันนี้ได้ ๑๐๗ กิโล ๒๕ บาท ๑๔ สตางค์ นับว่าขึ้นเร็วอยู่ รวมทองคำที่มอบเข้าคลังหลวงแล้วเวลานี้ ๔,๕๖๒ กิโลครึ่ง ซึ่งเท่ากับ ๔ ตันกับ ๕๖๒ กิโล รวมยอดทองคำทั้งหมดทั้งที่เข้าคลังหลวงแล้วและยังไม่เข้าได้ทองคำ ๔,๖๖๙ กิโลครึ่ง กรุณาทราบตามนี้ เราจะพยายามก้าวเดินตามนี้ เมืองไทยเราขึ้นกับพี่น้องชาวไทยเรา ผู้อื่นอย่าไปหวัง ไอ้หยองอย่าไปหวังกับมันนะ ถ้าหวังต้องหาขนมไว้ให้มัน ที่มันจะช่วยทองคำอย่าหวังกับมันเลย หวังพวกเรานี่ เอาให้เต็มเหนี่ยว

เราได้เคยพูดกับพี่น้องทั้งหลายแล้วว่า ทองคำนี้ถ้าให้สมใจเราจริง ๆ ที่มีเจตนาช่วยชาติอย่างไม่มีอะไรเหลือในตัวเราเลยนี้ ถ้าทองคำเราได้ถึง ๑๐ ตันแล้ว หลวงตานี้หลับไปเมื่อไรไปได้เลย เพราะเราเอามาเทียบกันแล้วกับทองคำในคลังหลวงที่เราไปดูเรียบร้อยแล้ว กลับออกมาวิจัยแล้วก็มาพิจารณาคำนึงคำนวณ พอที่จะพอฟัดพอเหวี่ยงกันไปนี้ ถ้าหากว่าได้ทองคำถึง ๑๐ ตันแล้ว หลวงตานี้หลับไปเลยก็ได้ไม่เป็นไร ไม่ต้องนิมนต์พระมา กุสลา ธมฺมา หลวงตาบัวตายแล้วไปไหนนา ไม่ต้องว่า ไปไหนนาก็ ๑๐ ตันแล้วว่าไง

เราคาดไว้เฉย ๆ เราคาดไว้ตามจิตใจของเรา ส่วนจะได้แค่ไหนแล้วแต่กำลังใจ แล้วแต่กำลังความสามารถของพี่น้องชาวไทยเรา จะเห็นแก่ความสำคัญของชาติไทยเราทั้งชาติ จะหนุนได้แค่ไหนก็เป็นกำลังศรัทธาและความรักชาติของเราจะหนุนกันขึ้น เวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะสมมากทีเดียว ถ้าเลยจากนี้แล้วไม่แน่นะ หลวงตาบัวถ้าลง-ลงจริง ๆ ไม่เหมือนใคร ทุกสิ่งทุกอย่างถ้าลงว่าจริงแล้วจริงตลอดไม่มีคลาดเคลื่อนเลย เวลาเด็ด-เด็ดจริง ๆ เวลานี้กำลังตะเกียกตะกายเรื่องธาตุเรื่องขันธ์นี่ละสำคัญมาก ไปนู้นไปนี้ช่วยพี่น้องชาวไทย เรียกว่าเวลานี้เป็นกาลอันควรอยู่ ขอให้พี่น้องทั้งหลายได้พิจารณาให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยนะ ถ้าลงแล้ว เรียกว่าพิจารณาเรียบร้อยแล้วค่อยลงเวที ลงไปแล้วก็ไปเลยไม่ยุ่งอะไร ปล่อยตามสภาพเลย ให้พากันพิจารณาเสียตั้งแต่บัดนี้นะ

ให้พี่น้องชาวไทยเราทราบทั่วถึงกัน การช่วยเหลือกัน อย่าไปถือผิดถือถูกหาตั้งแต่เรื่องเล่ห์เหลี่ยมร้อยสันพันคมมาทำลายชาติของเรา ทำลายคนนั้นคนนี้ ทำลายคณะนั้นคณะนี้ นั้นคือการทำลายชาติโดยตรงไม่ใช่ทำลายอะไร เพราะฉะนั้นจงเห็นแก่ชาติด้วยกันทุกคน เห็นว่ามีความผิดพลาดอะไรตามความตำหนิหรือตามความไม่พอใจของคนอื่นซึ่งมีจำนวนมากเห็นพ้องกันแล้ว เราก็ควรจะแก้ไขสิ่งไม่ดีของเราเพื่อส่วนรวม อันนี้เรียกว่าเรามาช่วยชาติบ้านเมือง

ในวงราชการต่าง ๆ นั้นเป็นวงที่ไว้ใจของประชาชนทั่วประเทศไทย ที่เขามอบความไว้วางใจให้แล้วทุกสิ่งทุกอย่าง เงินดงเงินเดือนก็มอบให้หมด อันนี้เป็นความบริสุทธิ์ เขาให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เรานำไปใช้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่เป็นบาปเป็นกรรมทั้งสองฝ่าย ฝ่ายที่ให้ก็เป็นการหนุนชาติบ้านเมือง แล้วก็เป็นบุญเป็นกุศลไปในตัว ฝ่ายผู้ที่นำไปนี้ก็ไปปฏิบัติหน้าที่การงานเพื่อชาติบ้านเมือง ก็เป็นคุณเป็นประโยชน์แก่ตัวเองและชาติบ้านเมืองต่อไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย เพราะฉะนั้นจึงให้พากันตั้งอกตั้งใจ

อดบ้างอิ่มบ้างไม่เป็นไรแหละ ธรรมดาพ่อกับลูก พ่อกับแม่เป็นคนอดอยากขาดแคลน ลูกเป็นฝ่ายสมบูรณ์พูนผล อันนี้ทางบ้านเมืองของเราก็ควรจะปฏิบัติคำนึงถึงลูกของตัวเอง เขามอบอำนาจให้เราแล้วเป็นผู้นำชาติบ้านเมือง อะไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองให้คำนึงส่วนนั้นให้มากยิ่งกว่าคำนึงถึงตัวเอง อย่างพ่อแม่คำนึงถึงตัวเองยิ่งกว่าลูกไม่ได้นะ พ่อแม่กับลูก ไม่ว่าลูกคนไหน มีกี่คน ทุกข์จนขนาดไหนก็ตามพ่อแม่จะไม่ยอมให้ลูกตายด้วยความอดอยากขาดแคลนเลย เลี้ยงจนเป็นจนตายด้วยกัน สุดท้ายก็พ่อแม่ตายก่อนลูก  ลูกยังกินอิ่มหมีพีหมาอยู่ พ่อแม่กำลังจะตาย ลูกไม่ได้คำนึง นี่ละเขาเลี้ยงลูกในครอบครัวของเขา เขาจะต้องคำนึงถึงลูก

อันนี้วงราชการงานเมืองต่าง ๆ ก็เป็นเหมือนพ่อบ้านพ่อเมืองแล้ว ของประเทศชาติบ้านเมืองตามความยอมรับของประชาชน ที่ตกลงกันแล้วหนุนกัน เงินดงเงินเดือนอะไร ๆ ก็หนุนกันไป ๆ ช่วยกันไป ทีนี้ทางนี้ก็ได้ผลประโยชน์ทางหนึ่ง ทางนั้นก็ได้ผลประโยชน์ทางหนึ่งแล้ว ให้ต่างคนต่างทำหน้าที่ ให้คำนึงถึงชาติบ้านเมืองมากยิ่งกว่าคำนึงถึงตัวเองนะ ถ้าใครมาคำนึงถึงตัวเองมากกว่าชาติบ้านเมืองจะไปไม่รอด บ้านเมืองของเราจะจมได้นะ ถ้าคำนึงถึงชาติบ้านเมืองเช่นเดียวกับพ่อแม่คำนึงถึงลูกเต้าอยู่ในบ้านนั้นแล้ว ลูกเต้าก็โตขึ้นทุกคน ๆ เจริญรุ่งเรืองขึ้นทุกคน ๆ ทีนี้บ้านเมืองของเราก็จะเติบโตขึ้น มองเห็นข้าราชการงานเมืองตั้งแต่ผู้ใหญ่ลงมาหาผู้น้อย จะเป็นเหมือนพ่อแม่กับลูกมองกัน มีความยิ้มแย้มแจ่มใส เคารพเลื่อมใส บูชาคุณ นี่ละเป็นอย่างนี้

ถ้าเรามองส่วนใหญ่ยิ่งกว่าส่วนย่อย เช่น ส่วนใหญ่ก็ลูกของเรามีกี่คน พ่อกับแม่จะตายแล้วนี่ ส่วนใหญ่เป็นลูกของเราหมด เราจะต้องเลี้ยงดูหมดเลย เอ้า.อดก็อด อิ่มก็อิ่ม เป็นก็เป็น ตายก็ตาย  ติดหนี้ติดสินพะรุงพะรัง ส่งลูกเข้าโรงเรียนแต่ละคน ๆ พ่อแม่ไม่ได้เป็นเศรษฐีทุกคนนะ  ทุกข์จนแต่หัวใจของพ่อแม่ไม่ได้จน ด้วยความเมตตาสงสารลูก เอ้า.ให้ไป ๆ ไม่มีไม่พอก็ไปหากู้หายืมเขามา  ไอ้ลูกตัวโกโรโกโสเห็นพ่อแม่เอาเงินมาให้ ไม่ทราบว่าเอามาจากตับจากปอด หรือเอามาจากไหนก็ไม่รู้ เอาไปก็เห่อละซิ เห็นเขาได้อยากได้ เห็นเขามีก็อยากมี เห็นเขาใช้อยากใช้ อะไรก็เห่อเหิมไปตามเขา ทีนี้พ่อแม่ผู้รองรับ ตกลงก็เลยอกแตกตายได้ ไม่ทราบติดหนี้ใครต่อใคร มีจำนวนเท่าไร ๆ ทางลูกของตัวเองก็ลืมเนื้อลืมตัว อย่างนี้อย่าให้มีในเด็กทุกคน ให้คำนึงถึงพ่อถึงแม่

นี้ก็พวกเราทุกคนให้คำนึงถึงชาติบ้านเมือง ต่างคนต่างเสียสละด้วยความรักชาติบ้านเมืองของตน ทางบ้านเมืองก็คำนึงถึงชาติบ้านเมืองของตนเป็นหลักใหญ่ยิ่งกว่างานของเราในครอบครัวของเรา ต้องทำอย่างนั้นเสมอ อดบ้างอิ่มบ้างพ่อแม่กับลูก ต้องเป็นฝ่ายพ่อแม่อดลูกอิ่ม อันนี้ก็ฝ่ายเจ้าฝ่ายนายฝ่ายข้าราชการงานเมืองยอมอด เราอดเพื่อชาติไม่เป็นไรแหละ ขอให้ชาติของเราเจริญรุ่งเรือง ลูกคือประชาชนทั้งประเทศจะได้รักพ่อคือวงราชการงานเมืองต่างๆ เขาจะไม่ระอิดหนาระอาใจดังที่เคยเป็นมา บางคนถึงออกปากพูดป้าง ๆ ก็มี เราได้ยินหมดแล้ว ไม่ได้เอามาพูดเฉยๆ อะไรๆ เข้านี้หมด เข้าแล้วเข้าในลิ้นชักๆ ถึงกาลเวลาที่จะควรออกมากน้อย จะเป็นประโยชน์มากน้อยเพียงไรก็ออกๆ ถ้าไม่ถึงกาลเวลาอันสมควรก็เหมือนไม่รู้ไม่ชี้

อย่าเข้าใจว่าไม่รู้นะ ฟังซิ เราเคยพูดอยู่ตลอด ลูกศิษย์ของเราน้อยเมื่อไร ทุกกระทรวง บอกว่าทุกกระทรวงเลย ไม่มีเว้นแม้กระทรวงเดียวที่ไม่มีลูกศิษย์ในนั้น ลูกศิษย์เต็มบ้านเต็มเมือง เรื่องราวอะไรดีชั่วจะเข้ามานี้หมดๆ เก็บไว้หมดๆ ในลิ้นชักเพราะฉะนั้นถึงรู้ละซี หลวงตาบัวเรียน ป ๓ อยู่วัดป่าบ้านตาด โดดจากนี้ก็ไปนอนหลับครอกๆ อยู่โน้นจะไปรู้ภาษีภาษาอะไร อย่างนั้นก็มีบางคน เราไม่รู้ภาษีภาษาแต่ลูกศิษย์ลูกหาเราอยู่ตามกระทรวงต่างๆ รู้ละซี ก็มาเล่าให้หลวงตาฟัง ทีนี้หลวงตาก็อดรู้ไม่ได้มันก็รู้ เข้าใจไหมล่ะ นอกจากจะพูดหรือไม่พูดเท่านั้น ให้พี่น้องทั้งหลายจำเอาไว้นะ เราเป็นอย่างนั้นจริงๆ กับชาติบ้านเมือง อะไรจะเสียอะไรจะได้ เราจะบวกลบคูณหารเรียบร้อยแล้วถึงจะออกๆ ถ้าไม่สมควรจะออก ไม่ออก อยู่ในลิ้นชักเรียบ ตายไปด้วยกันเลย

นี่เราปฏิบัติต่อชาติบ้านเมืองเป็นอย่างนั้น ยกตัวอย่าง เช่น อย่างเราไปดูทองคำ ใครรู้กับเราเมื่อไรไม่รู้ ถามเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ นี้มีเท่าไร ทองคำนี้เก็บไว้เมืองนั้นเท่าไร เก็บไว้เมืองนี้เท่าไร รวมเข้ามาเก็บไว้เมืองไทยเท่าไร เอาให้เรียบหมด นี่ละที่พูดกันสองต่อสอง แล้วเก็บเข้าในลิ้นชักด้วย หลวงตาบัวตาย-ตายไปเถอะเรื่องจำนวนทองคำที่ที่นั่นมีเท่านั้นที่นี่มีเท่านี้ เมืองไทยไม่มีหวังที่จะรู้ เพราะเป็นหัวใจชาติไทยเรา เราเปิดออกก็เท่ากับเปิดตับเปิดปอดชาติไทยเรา เปิดหาอะไร ถ้าไม่อยากทำลายคนทั้งชาติ เมื่อเป็นอย่างนั้นก็ต้องเก็บ หาเข้ามา ถ้าว่ามีน้อยก็บอกว่ามีน้อย แต่จำนวนเท่านั้นเท่านี้ไม่บอก ให้รีบหามาไม่เสียหายอะไร การหาเข้ามาเพิ่มเติมในสิ่งที่บกพร่อง การบอกเสียหายจึงไม่บอก ให้พากันเข้าใจอย่างนี้ วันนี้พูดเพียงเท่านี้แหละนะ ต่อไปนี้จะให้ศีลให้พร

 

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร

www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก