ผิดถูกชั่วดี ธรรมครอบไว้หมด (ท้ายเทศน์)
วันที่ 17 ธันวาคม 2548 เวลา 18:50 น.
สถานที่ : กุฏิหลวงตา สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เทศน์อบรมฆราวาส

ณ กุฏิหลวงตา สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เมื่อค่ำวันที่ ๑๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘

ผิดถูกชั่วดี ธรรมครอบไว้หมด

 

          ท้ายเทศน์ :

        เรื่องการบ้านการเมืองธรรมดาเราไม่ได้ไปยุ่ง ศาสนาเป็นศาสนา ธรรมเป็นธรรม บ้านเมืองเขาเป็นบ้านเมืองเขา ถ้าไม่สมควรที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องเราไม่อยากเกี่ยวข้อง แต่ที่มันสมควรแล้วมันก็เกี่ยวข้องดังที่เห็นละ นี่เห็นสมควรที่จะเกี่ยว ไม่เกี่ยวไม่ได้ ธรรมเป็นอย่างนั้นละธรรม เพราะฉะนั้นจึงว่าธรรมสอนโลกใครจะมาว่าเราเล่นการบ้านการเมืองนี้ผิดทั้งเพ การบ้านการเมืองอะไรการส้วมการถาน ทะเลาะเบาะแว้งกอบโกยกันกิน มันเป็นการบ้านการเมืองที่มีขอบมีเขตเพื่อนำประชาชนให้ไปสู่ความสงบร่มเย็นอะไร มันเข้าสู่พุงเจ้าของ บอบช้ำคนทั้งประเทศ มีอย่างเหรอ

          เมื่อมันขวางอรรถขวางธรรม ธรรมก็ฟาดเข้าไปตรงนั้น นั่น แล้วจะว่าไปเล่นการบ้านการเมืองอะไร ธรรมสอนโลก มันกีดมันขวาง สกปรกรกรุงรัง เป็นฟืนเป็นไฟ เอาน้ำดับไฟสาดเข้าไป สาดเข้าไป นี่เรียกว่าธรรมสอนโลก เราสอนอยู่ทุกวันนี้ เราไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องการบ้านการเมือง เราเอาธรรมมาสอนโลก เทวบุตรเทวดา อินทร์ พรหมสอนได้หมด ทำไมมนุษย์เรา เฉพาะเมืองไทยของเรานับแต่วงรัฐบาลลงมาทำไมจะสอนไม่ได้ ส่วนมากท่านเหล่านี้เป็นลูกชาวพุทธทั้งนั้น ธรรมสอนไม่ได้มีอย่างเหรอ

          เราจึงไม่เคยสนใจว่าใครจะว่าเราไปเล่นการบ้านการเมือง เราไม่มีการบ้านการเมือง ความสกปรกโสมมในตัวของเราเราปัดออกตลอดเวลา อันนี้เราเห็นความสกปรกโสมมไฟไหม้กันทั้งบ้านทั้งเมืองเพราะใครเป็นคนก่อคนขึ้น ก็ว่าไปตรงนั้นซิ แน่ะ มันก็เป็นธรรมแล้ว มันผิดที่ตรงไหน ธรรมมีขอบเขตเหตุผลดีงามมาตลอด ไม่บกพร่องตรงไหนเลย มันบกพร่องเรื่องของกิเลสนั่นละส่วนมาก กิเลสมันจะเป็นความสะอาดของมันไม่มี มีแต่ความสกปรกของมัน และแสดงความสะอาดออกมาหลอกตาโลกเท่านั้นละ (เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น) เห็นไหม เราไม่อยากพูดมาก เราเรียนน้อย เราแค่ประถมสาม มันสกปรกอยู่ภายใน แล้วมันมาตกแต่งภายนอกให้สดสวยงดงาม ประดับประดาส้วมถาน เข้าใจไหมละ นี่ขยายออกมาอีกแล้ว นี่มันจะเข้าป.๔ แล้ว ไปมากกว่านี้ไม่ได้มันจะไปใหญ่ละ

          มาหาพูดอะไรการบ้านการเมือง มันวิเศษวิโสมีศักดิ์ศรีดีงามมาจากไหน เหนือธรรมไปได้อย่างไร ธรรมที่เลิศเลอสุดยอดนำมาสอนโลกเพื่อความสงบร่มเย็น และเพื่อความถูกต้องดีงาม มันขัดตรงไหน ผิดตรงไหน ไม่ผิด พระพุทธเจ้า-สาวกทั้งหลายท่านสอนโลกมากี่กัปกี่กัลป์แล้ว โลกได้รับความสงบร่มเย็น ผ่านพ้นจากอุปสรรคและกองทุกข์ทั้งหลายไปได้มากมายก่ายกอง ทำไมธรรมของพระพุทธเจ้าที่หลวงตาบัวเอามาสอนโลกจะขวางโลก ขวางที่ตรงไหน เราปฏิบัติตัวเราเองก็ไม่เคยขวาง ตัวมันขวางคือกิเลสฟาดมันลงไป ฟาดมันลงไป

          ก็เคยพูดให้พี่น้องทั้งหลายฟังแล้วนี่ การปฏิบัติในชีวิตของพระนี้ ไม่มีงานใดที่จะหนักยิ่งกว่างานฆ่ากิเลสเราเคยพูดแล้ว ถึงขนาดที่เอาเป็นเอาตาย ซัดกันเลยก็พอแล้วเรา เอาถึงขนาดนั้นนะ สละเป็นสละตายจริงๆ ก็สละเป็นสละตายกับสิ่งที่เป็นข้าศึกนั้นเอง แก้ ต่อสู้ คัดค้านต้านทาน ชะล้างสิ่งที่เป็นข้าศึกๆ ออกไปโดยลำดับด้วยความเป็นธรรม ความเป็นธรรม คือคำสอนของพระพุทธเจ้าไปชะล้างสิ่งสกปรกภายในหัวใจของเรา มาโดยลำดับๆ จนกระทั่งเราออกมาสอนโลกอยู่เวลานี้

          พูดอย่างชัดเจนเลยว่าธรรมที่เป็นผลนำมาสอนโลกนี้ เป็นธรรมที่บริสุทธิ์สุดส่วนในหัวใจของเราแล้ว เราสอนโลกด้วยความบริสุทธิ์ใจ ที่ไม่มีมลทินแม้เม็ดหินเม็ดทราย เลย การแสดงออกเราแสดงด้วยความถูกต้องแม่นยำทุกอย่าง แสดงไปตรงไหนเราจะมาขัดในหัวใจเรา เราพูดจริงๆไม่มี ไม่ว่าจะออกไปทางด้านโลกสงสารก็ตาม โลกสงสารก็คือธรรมครอบไว้แล้ว ผิดถูกชั่วดีธรรมครอบไว้หมดแล้ว มันก็ต้องรู้กันเป็นระยะๆ ก็สอนกันอย่างนั้นเป็นธรรมดา

          ธรรมที่เรานำมาสอนโลกเวลานี้เราสอนเราก่อนแล้ว ไม่ใช่อยู่ๆ มาสอนโลก เราสอนเราจนถึงขั้นจะสลบไสลก็มีนะบางครั้งบางคราว ทุกข์มากที่สุดในชีวิตของเราเกี่ยวกับเรื่องการบวชเป็นพระ เราหนักจริงๆ ไม่ใช่ธรรมดา นี่เราก็ยังได้ชมถึงเรื่องกำลังวังชา ความอุตส่าห์พยายาม ความบึกความบึน เรายังได้ชมเราอยู่ เพราะมันเอาจริงเอาจังมาก ว่าอะไรเป็นอันนั้นเลย นิสัยอันนี้รู้สึกจะเป็นมาตั้งแต่เป็นฆราวาส เป็นฆราวาสมีนะ เราไม่รู้ว่าเรามีนิสัยจริงจังเป็นคำสัตย์คำจริงมาแต่เป็นฆราวาสนะ เวลามาอ่านหนังสืออ่านธรรมะนะ โอ๋ยนิสัยอันนี้มันเคยเป็นมาแล้ว

          คือลั่นคำลงไปว่าจะทำอะไรเอาจริง ถ้าไม่ลั่นไม่เป็น อันนี้ก็ระลึกถึงพ่อ พ่อหาอุบาย เอ้อกูอยากไปนั้นนี้นะ แต่ไม่มีใครทำงานให้กูอย่างนั้นอย่างนี้ เราฟังมันรำคาญหู  ลูกฟัง พ่อแน่ใจกับเรา เรื่องการงานยกให้เลย ท่านเคยพูดแล้วตอนท่านน้ำตาร่วงใช่ไหม ลูกกูนี้ก็มีคนเดียว ไอ้บัวนี้แหละ อะไรกูยกให้มันหมด ว่าอย่างนั้นนะ เรื่องการงานกูยังสู้มันไม่ได้ ท่านก็ยกแต่ยกขึ้นเพื่อทุ่มลง แต่สำคัญที่เวลากูให้ไปบวชนี้กูห่วง เอาแล้วตรงนี้ อย่างนั้นแหละ

          คือความจริงมันเป็นมานั้น ถ้าลงได้ลั่นคำแล้วเป็นเลย ถ้าไม่ลั่นอยู่อย่างนั้นละ พ่อพูดอย่างนั้นฉากทางนั้นทางนี้อยากให้เราทำให้ จริงๆ เรารำคาญ พ่อไป ฉันจะทำให้ โอ๋ยอยากเตรียมของเดี๋ยวนั้นไปเลย คือคำสัตย์ ถ้าลงได้ลั่นคำแล้วไม่เป็นสองตั้งแต่ฆราวาสเป็นอย่างนั้นมานะ ถ้าลองว่าอย่างไรเป็นอย่างนั้น เพื่อนฝูงที่เลอะๆ เทอะๆ ไม่คบ คบแต่เพื่อนฝูงที่ตายใจๆ ในการประพฤติปฏิบัติหน้าที่การงานคบกัน นี่ก็เป็นนิสัยอันหนึ่งมา เลือกนะ เลือกคบเพื่อนฝูง นี่เราก็ปฏิบัติมาอย่างนั้น

          เวลามาบวชนี้ก็เอาจริงเอาจัง ตั้งแต่เริ่มแรกบวชก็เวลาไปบวชนี้เราจะปฏิบัติตนให้ถูกต้องกับศีลกับธรรมทุกข้อทุกกระทงเลย เวลาสึกออกไป ไปตกนรกหมกไหม้ที่ไหนจะได้อาศัยความดีงามที่เราสร้างในเวลาบวชนี้เป็นเครื่องพยุงลากขึ้นมา เราว่าอย่างนั้นนะ ตั้งใจบวชแล้วจะสึกธรรมดานี้ละ ที่บวชก็เพราะพ่อน้ำตาร่วงต่างหากนี่นะ เวลาบวชมาแล้วต้องปฏิบัติให้ถูกต้องศีลธรรม ไม่ได้ตำหนิตนได้เลย เฉพาะศีลนี้ไม่มีปรากฏว่าได้ล่วงเกินข้อใด ไม่เคย อบอุ่นอยู่ตลอดเวลา

          ปฏิบัติตัวมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงบัดนี้ ได้นำธรรมมาสอนโลก นำธรรมมาด้วยความที่ปฏิบัติถูกต้องดีงามเรื่อยมา จึงเห็นผลเป็นที่พอใจโดยลำดับ จนกระทั่งถึงเห็นผลเต็มเหนี่ยวเลย พูดให้มันชัดๆ อย่างนี้ละ มาสอนโลกจึงไม่ได้สงสัยนะ ไม่ว่าจะสอนทางโลกทางการบ้านการเมืองก็ตามไม่ผิด เพราะธรรมนี้ครอบหมดแล้ว นี้เป็นความเรียนรู้ของกิเลสทั้งนั้นที่เขาปกครองกันอยู่ตลอดมานี้เป็นความรู้ของกิเลส ความรู้ของคนที่มีกิเลสหนาปัญญาหยาบ

          ธรรมจ้าไปหมด นอกจากพูดหรือไม่พูด เกี่ยวข้องไม่เกี่ยวข้องเท่านั้น ทำไมจะไม่รู้ ถ้ามันจำเป็นจริงๆ ควรที่จะพูดก็พูดเสียบ้าง พูดเสียบ้าง ที่เขาว่าไปเล่นการบ้านการเมือง เขาว่าเรา เรามันไม่มีอย่างนั้น มีแต่เอาน้ำสะอาดชะล้างของสกปรก คือการบ้านการเมืองมันเป็นการส้วมการถานนี่นะ เราก็เอาน้ำที่สะอาดคือธรรมชะล้างลงไปเท่านั้น เราไม่มีอะไร เพราะฉะนั้นเวลามาถึงปัจจุบันที่สอนโลกนี้เราจึงได้สอนเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่สงสัยในคำสอนไม่ว่าธรรมะขั้นใด ถอดออกมาจากหัวใจที่ถูกต้องแม่นยำๆ มาเรียบร้อยแล้ว

          เราก็ไม่เคยระแคะระคายในจิตเราเลยว่า เราสอนธรรมบทนั้นมีผิดไปพลาดไป ไม่เคยมี ไม่ว่าจะธรรมะบทใด หนักเบาขนาดไหนเป็นไปตามอรรถธรรมที่จะควรลงหนัก หนัก ควรเบา เบา เหมือนเขาถากไม้ ไม้ต้นไหนที่มันคดมันตรง ที่ตรงเขาก็ถากเรียบๆ ถ้าไปคดงอตรงไหนเขาก็เร่งมือหนักมือ ถากขวานถากหนักลงไป อันนี้ก็เหมือนกัน ธรรมะกับกิเลสตรงไหนมันคดมันงอมาก ธรรมะก็ฟาดลงอย่างหนักๆ ถ้าเรียบๆ ก็เรียบๆ กันไปอย่างนี้

          ก็ปฏิบัติอย่างนี้มา จนกระทั่งเห็นผลดังที่ว่านี้ เป็นที่พอใจทุกอย่าง การสอนโลกนี้เราสอนด้วยความเมตตานะ ทุกวันนี้เราดีดเราดิ้น ดิ้นหาอะไร ตัวของเรามีอะไรวะ นั่นเท่านั้นเอง แต่นี้ทำไมตื่นนอนขึ้นมาแล้วยุ่งตลอดเวลาเพื่ออะไร ก็เพื่อโลกนั่นเอง ให้ได้ยึดได้เหนี่ยวได้เกาะได้เกี่ยวกันไป พอเป็นนิสัยปัจจัยในจิตใจเสริมกันขึ้น เสริมกันขึ้นเป็นความดีงาม สุดท้ายจิตใจก็ดีงามไปเรื่อยเมื่อได้รับน้ำธรรมที่สะอาดสะอ้านแล้วชะล้างลงไป ความสกปรกก็จะค่อยจางไปๆ จะเป็นคนดีขึ้นมาจากหัวใจดวงสกปรกแต่ก่อนนั้นแหละ

          เราได้อุตส่าห์พยายามเต็มเม็ดเต็มหน่วยสอนโลก การสอนโลกนี้เราจึงไม่มีคำว่าสงสัย ออกไปไหนออกไปเลย บอกเลย ลงได้ออกจากหัวใจที่บริสุทธิ์เต็มส่วนถูกต้องแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือว่าล้านเปอร์เซ็นต์ ไม่มีบิ่น ไม่มีอะไรบกพร่องไหนเลยในหัวใจนี้ สอนโลกด้วยความไม่บกพร่องในหัวใจ ถูกต้องไปหมด เราไม่ได้พูดถึงเรื่องที่ว่านรกอเวจีอะไร มันจ้าอยู่นี้แล้วจะให้ว่าอย่างไร บอกไปมันก็บอกว่าอย่างนี้มันก็ไม่เห็น มันก็ไม่เชื่ออยู่นั้นละ บอกไปหาอะไร ก็บอกแต่เรื่องความดีไปเท่านั้นเอง

          พระพุทธเจ้าว่าอย่างไรผิดที่ตรงไหน ไม่มี คำสอนของพระพุทธเจ้าที่ผิด ว่าบาป -บุญ-นรกมี สวรรค์มี พรหมโลก-นิพพานมี หรือเปรตผีประเภทต่างๆ มี นี้ร้อยเปอร์เซ็นต์ไปเลย ทุกบททุกบาทที่สอนโลก นอกจากโลกมันหนามันแน่นเบาบางต่างกัน มันเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง ถ้าผู้เชื่อจริงๆก็ไปได้สบาย ละได้ๆ บำเพ็ญได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ถ้าผู้ไม่เชื่อมันก็จมไปๆ ก็เป็นกรรมของสัตว์ ก็มีเท่านั้นแหละ เอาละพูดเท่านี้ละ มันสองกัณฑ์สามกัณฑ์

          (วันนี้ทองคำได้ ๑๓ บาท ๖๑ สตางค์) ไม่ใช่เล่นนะวันนี้ก็ได้

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก