เครื่องหมายของปีใหม่
วันที่ 2 มกราคม 2549 เวลา 9:00 น. ความยาว 36.59 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๙

เครื่องหมายของปีใหม่

ก่อนจังหัน

เรื่องอรรถเรื่องธรรมพระเรา เราพึ่งกลับมาจากกรุงเทพก็ไม่ได้สอนเลย พระเป็นของสำคัญมาก พระเป็นผู้นำหน้าศาสนา ถ้าพระเหลวไหลแล้วใช้ไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นจึงต้องเข้มงวดกวดขันสำหรับพระ เฉพาะวัดนี้เอาจริงเอาจังมาก ถ้าขัดต่อหลักธรรมหลักวินัยแล้วไล่ทันทีเลยไม่ให้อยู่ สกปรกเลอะเทอะ ผู้สะอาดอยู่ไม่ได้นะ ผู้สะอาดกับผู้สกปรกอยู่ด้วยกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นพระท่านจึงได้แยกเป็นนิกายนั้นนิกายนี้ นิกายสกปรก นิกายสะอาดมี ท่านจึงแยกเอาไว้ นิกายแปลว่าหมู่ว่าคณะ

เป็นยังไงพวกที่อยู่ที่นี่ ตั้งใจปฏิบัติให้ดีนะ ไม่มีเรื่องอะไร งานการอะไรไม่มี ปีใหม่ปีเก่าไม่มี ดูแต่หัวใจเจ้าของ กิริยาอาการความเคลื่อนไหวของเจ้าของให้ดี นี่ละปีใหม่ปีเก่าเจริญรุ่งเรืองที่นี่ ถ้าเสื่อมทรามฉิบหายก็ตรงนี้ละ ตรงตัวของเราเอง ใครข้ามเกินเหยียบหัวพระพุทธเจ้าไปด้วยการข้ามเกินพระธรรมวินัย ผู้นั้นเหลวไหลมาก ไม่มีวันที่จะได้ฟื้นฟูขึ้นได้ละ พากันตั้งใจปฏิบัติดีๆ ดูหลักธรรมหลักวินัย นั้นคือองค์ศาสดาให้ติดแนบกับตัวไป อย่าข้ามเกิน

ใครข้ามเกินหลักธรรมหลักวินัยนี้ โอ๋ ไม่ได้นะ สะดุดใจมาก  สำหรับเราเองเอาจริงๆ ไม่สนิทจนกระทั่งวันตายเลยถ้าได้เห็นไม่มีหิริโอตตัปปะ ข้ามเกินธรรมวินัยนี่ สะเทือนใจมาก ไอ้เรื่องความผิดพลาดไม่ได้ตั้งอกตั้งใจมีได้ทั้งท่านทั้งเรานั้นแหละ แต่เรื่องความไม่ละอายบาปท่านเรียกว่าอลัชชิตา หาความละอายไม่ได้นี้อยู่ด้วยกันไม่ได้เลย ไม่สนิทจนกระทั่งวันตาย นี่ละที่ท่านแยกออก ของสะอาดกับของสกปรกให้อยู่คละเคล้ากันไม่ได้ ต้องแยกกันออกๆ ที่ท่านแยกมาแล้ว

พากันตั้งอกตั้งใจปฏิบัติ ให้ดู สติเป็นสำคัญประกอบกับความเคลื่อนไหวของตัวเองออกมาจิตคิดเรื่องอะไรๆ ให้สติติดตามๆ สติเป็นของสำคัญมากทีเดียว ให้พากันตั้งอกตั้งใจ ในสถานที่นี่คือวัดนี้ตั้งเป็นเอกเทศไว้แล้วเรียบร้อยโดยสมบูรณ์ ให้มีแต่สถานที่พระบำเพ็ญโดยความสะดวกสบาย ไม่มีใครเข้าไปเกี่ยวข้องวุ่นวายเลย เราแยกไว้เป็นประเภทๆ ให้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติ หลักธรรมหลักวินัยเคลื่อนคลาดไม่ได้นะ ถ้าได้เห็นเป็นให้หนีทันทีไม่ให้อยู่ นี่เคยปฏิบัติมาอย่างนั้น ไม่เคยอนุโลม ถ้าเป็นความไม่มีหิริแล้วเป็นอย่างนั้น ความผิดพลาดธรรมดาเป็นได้ด้วยกันนั่นแหละ พยายามแล้วมันก็ผิดพลาดได้ เหยียบพลาดได้ หกล้มได้เป็นธรรมดา ไม่ได้ตั้งใจจะหกล้ม มันหกล้มลงด้วยความผิดพลาด พระมีเท่าไรไม่รู้นะ จำนวนมากอยู่ อย่ามีงานการอื่นใดที่เป็นของสำคัญยิ่งกว่าความพากเพียร ให้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติตนทางความพากเพียร ด้านจิตใจเป็นของสำคัญมากนะ วันนี้เอาแค่นี้ละ จะให้พร

หลังจังหัน

(น.ส.ไฉน ทำบุญมาสองพันบาทอุทิศให้ญาติพี่น้อง เขาบอกว่ามีพระชื่อมหาปรีชา อยู่สำนักสงฆ์ที่จังหวัดมหาสารคาม เขาอยากสนับสนุนให้พระองค์นี้มีที่ปฏิบัติธรรม เขากราบเรียนมาให้หลวงตาทราบแค่นี้ครับ) เขาขาดอะไร (ไม่ได้บอกมาครับ) แล้วเขียนมาอะไร ไม่เห็นมีอะไรที่จะมาเกี่ยวข้องกับเรา ตั้งใจปฏิบัติก็ปฏิบัติไปซิ สนับสนุนก็มีแต่สนับสนุนตัวเองจะให้ใครไปสนับสนุน พระพุทธเจ้าเสด็จออกทรงผนวชใครไปสนับสนุนพระองค์ ขโมยหนีไปด้วยซ้ำ พระสงฆ์ออกไปปฏิบัติเป็น สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ ของพวกเรา ไม่ปรากฏว่าใครตามสนับสนุน เป็นพระอัธยาศัยของพระองค์เองๆ ในบรรดาพระสาวกที่ออกจากสกุลพระมหากษัตริย์ออกมาบวช ไม่มีใครตามสนับสนุน ส่วนมากเสด็จออกแบบเงียบๆ หรือขโมยออกเลย ต้องการใครสนับสนุน

งานปีใหม่นี้หมายถึงวันว่างระหว่างปีต่อปี เป็นโอกาสที่เราจะได้แก้เนื้อแก้ตัวเรา อะไรที่ไม่ดิบไม่ดีก็แก้ไขดัดแปลงเสียใหม่ ที่ดีแล้วก็ส่งเสริมให้ดีขึ้น สนับสนุนให้ดีขึ้น ก็มีเท่านั้นละ เรื่องปีใหม่ปีเก่าเป็นโอกาสของมนุษย์เองจะแยกแยะตนเอง ปีใหม่นี้ส่วนมากตามหลักพุทธศาสนาก็เสาะแสวงหาความสงบร่มเย็น ทำบุญให้ทานเท่านั้น โลกเขาก็เป็นโลกเขาไป ก็มีเท่านั้น

(ถวายปัจจัย ๑๐๐,๘๐๐ บาทให้หลวงตาครับ อุทิศให้คุณตาคุณยาย) เอาไว้นั้นละมายุ่งอะไรประสาไอ้หลังลาย พูดจริงๆ เราไม่เป็นบ้ากับเหล่านี้นะ เราทำเพื่อโลกต่างหาก ประสาไอ้หลังลายมวนบุหรี่สูบได้อะไร นี่เวลาจะพูด ปฏิบัติตามโลกตามสงสารมานานพลิกบ้างซิ ให้ระลึกเสียบ้าง ประสากระดาษ เอามามวนบุหรี่เหม็นเขียวจะตายไป หลวงปู่แหวนท่านทำท่านพลิกเสียบ้าง ท่านก็ปฏิบัติต่อโลกมานาน อนุโลมตามโลกมานาน เวลาท่านจะทำท่านก็เอาธนบัตรใบละห้าร้อยมามวนบุหรี่ตัวใหญ่ๆ ท่านเคยสูบบุหรี่ตัวใหญ่ๆ ใช่ไหม มวนใหญ่ๆ ท่านก็เอามามวนสูบ

อ้าว หลวงปู่อันนี้มันธนบัตรทำไมเอามามวนบุหรี่สูบล่ะ ท่านก็ทำท่าเหอ ประสากระดาษ บทเวลาท่านจะตอบ นั่นเห็นไหมท่านปฏิบัติมานาน ตามโลกตามสงสารมานาน ทีนี้เวลาท่านจะพลิกให้เป็นข้อคิด ท่านไม่ได้ประมาทสิ่งเหล่านั้น ให้เป็นข้อคิดแยก ความหมายว่างั้น ท่านทำเซ่อๆ ซ่าๆ เอาธนบัตรใบละห้าร้อยมามวน ท่านสูบบุหรี่ตัวใหญ่ๆ พวกพระมาเห็น โอ๊ย หลวงปู่นี่ธนบัตรใบละห้าร้อยนะเอามามวนสูบบุหรี่ทำไม หือ ท่านทำท่า ก็ท่านทำเอง ท่านทำท่าพลิกนั้นพลิกนี้ บทเวลาจะตอบ ประสากระดาษ ท่านว่า ท่านก็สูบเรื่อยไปเลย

นี่ก็พลิกเสียบ้าง เวลาจะพลิกก็พลิกซี ไม่งั้นมันจะหลงจมไปเลย ไอ้หลังลายมีอำนาจมากทำให้คนเสียคนมากมายก่ายกอง เพราะฉะนั้นจึงพลิกขึ้นมาให้รู้ นี้เป็นเครื่องสำหรับใช้สอย เป็นความสะดวกสบาย ไม่ใช่เป็นเครื่องเสริมให้คนเป็นบ้านะ คิดอย่างนั้นบ้างซิ ไม่กระตุกบ้างมันไม่ได้คิดคนเรา ต้องกระตุกเสียบ้าง อย่างหลวงปู่แหวนท่านเอาธนบัตรใบละห้าร้อยมามวนสูบบุหรี่ เพราะตามปรกติท่านสูบบุหรี่ตัวใหญ่ๆ ท่านสูบของท่านเฉยไม่สนใจกับใคร โอ๊ย หลวงปู่นี่ธนบัตรใบละห้าร้อยนะ มามวนบุหรี่สูบอะไรกัน เหอ ท่านว่าเหอ ก็ท่านเอามามวนเอง ท่านมองดู สุดท้ายท่านก็ตอบ ประสากระดาษ ท่านก็สูบเรื่อยไปเลย แน่ะเวลาท่านจะพลิก ท่านไม่ได้ประมาทโลก ท่านปลุกให้คนคิดต่างหาก

อันนี้ใช้มาสำหรับโลกนมนาน ท่านก็ยอมรับมาตลอดแล้ว ถ้ามีแต่อย่างเดียว ธรรมมีอยู่ก็กระตุกเสียบ้างให้รู้เรื่อง ให้รู้ตัว อย่าหลงจนลืมเนื้อลืมตัวจนเสียคน เสียคนได้ อะไรก็ตามถ้าทำให้เสีย เป็นอยู่กับหัวใจเจ้าของที่จะไป เสียได้ดีได้ นี่ก็ไม่ได้ทำ ถ้าจะทำก็จะเป็นอะไรไปก็รู้อย่างเดียวกันนี่วะ จะทำให้เป็นอย่างอื่นอย่างใดไปไม่ได้ โลกเป็นโลก ธรรมเป็นธรรมล้วนๆ ตลอดเวลา

วันนี้เป็นวันว่างเมื่อวานเป็นวันว่าง ว่างเรื่อยมาได้ ๒-๓ วันนี้แล้วนะ ตั้งแต่วันที่ ๓๑ เรื่อยมา เป็นปีเก่าส่งปีใหม่ คนเก่าส่งคนใหม่พลิกตัวให้ดีนะ อย่าไปตื่นมืดกับแจ้งมีมาตั้งกัปตั้งกัลป์แล้วละ ตัวของเรามันเปลี่ยนแปลงตัวของเราทั้งขึ้นทั้งลงมาตลอดเวลา มืดกับแจ้งเขาไม่ได้ขึ้นได้ลง เขามีมืดมีแจ้งมาตั้งกัปตั้งกัลป์เขาไม่เห็นไปที่ไหนไม่เคลื่อนไปไหน ถึงเวลามืดก็มืดถึงเวลาแจ้งก็แจ้งอยู่อย่างนั้น เรียกว่ามืดกับแจ้ง แต่ตัวของเราพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงหลายสันพันคม ให้จมก็ได้ให้ฟูก็ได้ นั่น ให้พิจารณาตรงนี้นะ

ให้กลับเนื้อกลับตัว ใครเป็นคนไม่ดีเคยปฏิบัติไม่ดีมา พลิกตัวเองแก้ไขตัวเองได้ เจ้าของทำชั่วได้ทำไมทำดีไม่ได้คนๆ นี้ พลิกสันเป็นสัน พลิกคมเป็นคมซิมีดเล่มเดียว มันมีอยู่ทั้งสันทั้งคมทั้งดีทั้งชั่วอยู่กับตัวของเราเอง ต้องพิจารณาพลิกแพลงให้เป็นคนดีซิ เมื่อเป็นคนดีแล้วเป็นสุขทั้งนั้นละ ถ้าลงดีแล้วดีทุกอย่าง ไม่เฟ้อ ความดีคนดีไม่เฟ้อ แต่คนชั่วเพียงคนเดียวเท่านั้นไปอยู่ในบ้านนี้นักเลงโตมานี้นะ เขาเตือนกันทั้งบ้าน นักเลงโตมาที่นี่นะระวังนะของใคร วันนั้นคนทั้งบ้านจะไม่ได้หลับได้นอนกัน ต่างคนต่างจ้องต่างจ้อ ระวังสมบัติเงินทองของตัวเองมันจะมาขโมยหรือจะมาเอาแบบไหน นั่นละคนชั่วเพียงคนเดียวเฟ้อ ทำลายคนได้ทั้งบ้านไม่ได้หลับได้นอนกัน ถ้าคนดีนอนหลับกันได้สนิททั้งบ้านทั้งเมือง นอนหลับสนิทไม่ต้องระเวียงระวังกัน

นี่ละความดีไปที่ไหนเป็นภัยต่อใครเมื่อไร ไม่เป็น ถ้าเป็นความชั่วเป็นภัยตลอดเวลา อยู่กับตัวของเราก็กวนเรา ถ้าเป็นความชั่วแล้วกวนตัวเองมาก ถ้าเป็นความดีสงบร่มเย็น คิดเพลิดเพลินในศีลในธรรมจิตใจมันชุ่มเย็นนะ ผิดกัน ถ้าคิดทางชั่วช้าลามกเป็นไฟเผาตัวเองนั้นแหละ เผาอยู่ในหัวใจตัวเอง ท่านเตือนไว้ปีใหม่ปีเก่าก็เพื่อมาเตือนตัวเองไม่ใช่อะไร วันคืนล่วงไปวันล่วงไปตัวของเราก็ล่วงไปๆ ผ่านไปๆ แล้วได้ความดิบความดีอะไรบ้างที่พอมาเป็นเครื่องระลึกให้มีความภาคภูมิใจ ให้คิดนะใจดวงนี้สำคัญมาก

ไม่มีศาสนาใดที่จะสอนลงที่ใจเหมือนพุทธศาสนา ท่านสอนลงที่มหาเหตุตรงนั้น แก้ตรงนี้แล้วดีขึ้นๆ ถ้าไม่แก้จมได้ นั่น เรื่องใจเป็นสำคัญมาก ยิ่งเข้าจิตตภาวนาด้วยแล้วมันยิ่งสง่าจ้าครอบโลกธาตุเลย แต่ก่อนจิตใจนี้ถูกมูตรถูกคูถครอบมันอยู่ แสดงตัวไม่ได้ มูตรคูถคือขี้โลภ ขี้โกรธ ขี้หลงครอบหัวใจ พอเปิดอันนี้ออกมานี้แสดงจ้าขึ้นมา เปิดออกหมดไม่มีอะไรเหลือแล้วจ้าหมดครอบโลกธาตุ ฟังแต่ว่าครอบโลกธาตุ อาโลโก อุทปาทิ สว่างครอบโลกธาตุ แปลว่าอย่างนั้น โลกวิทู รู้แจ้งหมดโลก นั่นละใจดวงนี้ไม่ใช่ใจดวงใด ให้พากันฝึกฝนอบรม

มาวัดมาวาให้ตั้งหน้าตั้งตาประพฤติปฏิบัติตัวให้ดี อย่ามาลืมตัวนะ มาอยู่ในนี้ลืมตัวไม่ได้นะ ถ้าจับได้ไล่ทันที เราไม่มีอุทธรณ์ ศาลเขามีศาลต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ศาลธรรมวินัยไม่มี ตรงเป๋งๆ เลย ผิดถูกชั่วดีว่ากันไปตามเรื่องนั้นเลย วันปีใหม่เขาก็เพลิดเพลินทางโลกทางสงสาร เราก็เพลิดเพลินในทางอรรถทางธรรมของเรา นี่เป็นความดีงามสำหรับเราในปีหนึ่งๆ ปรกติเราก็ปฏิบัติตัวเพื่อเป็นคนดีอยู่แล้ว ยิ่งมีวันมีคืนมาเตือนแล้วก็ยิ่งให้ขยับตัวเข้าเป็นคนดีมากขึ้นๆ เป็นของดีนะ นี่เราพูดเพื่อโลก

สำหรับเพื่อธรรมล้วนๆ แล้วพูดชัดๆ เลย สำหรับเพื่อธรรมล้วนๆ แล้วท่านไม่สนใจกับวันคืนปีเดือนอะไร มากยิ่งกว่าสนใจจดจ่อดูจิตตัวเป็นมหาเหตุ มันสร้างฟืนสร้างไฟอยู่ในหัวใจ สติปัญญาศรัทธาความเพียรเป็นน้ำดับไฟสาดเข้าไปตรงนั้นๆ แล้วมันก็สงบเย็นได้ๆ ท่านไม่ได้สนใจกับวันคืนปีเดือน ยิ่งกว่าสนใจในฟืนไฟที่เกิดขึ้นกับใจ แล้วระงับกันดับกันด้วยความพากเพียร นั่นละท่านทำภาวนาท่านเป็นอย่างนั้น ท่านไม่สนใจกับอะไรมากยิ่งกว่าสนใจดูหัวใจตัวเอง ตัวนี้ตัวคึกตัวคะนองตัวฟืนตัวไฟอยู่นี้หมด ไม่ได้อยู่ที่ไหน รวมแล้วมาอยู่ที่ใจ

ใจเป็นมหาเหตุ กระจายออกไปที่ไหนมีแต่ใจคิดอ่านไตร่ตรอง ทำความเดือดร้อนแก่ตนก็คือใจ เดือดร้อนแก่ผู้อื่นก็คือใจ เมื่อต่างคนต่างแก้ไขจิตใจที่เป็นตัวเดือดร้อน ให้เป็นความสงบร่มเย็นเป็นน้ำดับไฟแล้วก็สบายทั่วหน้ากัน ถ้าไม่มีการดัดแปลงตัวเองแล้วมันก็เป็นท่อนไม้ท่อนฟืน ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นร่างกายของคนๆ หนึ่ง มีธาตุสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ธาตุน้ำเราก็เห็นในตัวของเรา ธาตุดินนี่แข็งๆ ธาตุดิน ธาตุลมก็ลมหายใจของเรา ธาตุไฟก็เช่นไฟความอบอุ่นภายในร่างกายก็มีเท่านี้ จิตวิญญาณครองอยู่นี้ สิ่งเหล่านี้ก็ปฏิบัติไปตามจิตที่เป็นหัวหน้าครอบครอง

พอจิตออกไปจากนั้นเสียแล้วเหล่านี้ก็เป็นธาตุเดิมของเขาไปตามเดิม เขาไม่ไปไหนนะ ไปนรกไม่ไป ไปสวรรค์ไม่ไปธาตุสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นธาตุสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ตามเดิมปรกติมา มันสำคัญอยู่ที่มโนธาตุคือใจ พลิกได้หลายสันหลายคมมากนะ ให้แก้ไขดัดแปลง ถ้าแก้ไขดัดแปลงตัวนี้ได้มากน้อยเพียงไรจะสงบร่มเย็นไปเรื่อยๆ คนเรา ร่มเย็น เย็น เย็นจนกระทั่งบรมสุข คำว่าบรมสุขคือว่าสุขสุดยอดเลยสมมุติไปหมดแล้ว ก็ตั้งชื่อให้ว่าเป็นบรมสุข เรียกว่าสุขสุดยอดแล้ว คือจิตของพระพุทธเจ้า จิตพระอรหันต์ท่านสุดยอดอยู่นั้น

ในเวลาครองขันธ์อยู่ก็เรียกว่าท่านผู้บริสุทธิ์ พอขันธ์สลายลงไปนี้แล้วอันนั้นก็เป็นธรรมธาตุไปเลย ไม่ดับ นั่นละนิพพานเที่ยง ธรรมธาตุนั้นเอง จิตดวงนี้แหละที่ชำระตนได้จนกระทั่งเป็นธรรมธาตุเรียบร้อยแล้ว นั่นละนิพพานเที่ยง เที่ยงตลอดไปเลย ไม่มีความเปลี่ยนแปลงเหมือนโลกสงสาร โลกสงสารอยู่ในสมมุติเปลี่ยนตลอดเวลา ธรรมชาตินี้พ้นสมมุติไปแล้ว อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา ไม่ติดตามได้เลย นั่นละท่านว่านิพพานเที่ยง ก็จากความดีทั้งหลายที่เราสร้างนี่ละไม่ใช่อะไร หนุนเข้าไปๆ ถึงขั้นนั้นแล้วผ่านได้ด้วยกัน ถ้ายังไม่หนุนก็ต้องหมุนเป็นธรรมดาไปสูงไปต่ำ วันนี้ก็พูดเท่านั้นละ นี่ก็ปีใหม่ปีเก่า วันนี้พอเป็นเครื่องหมายของปีใหม่เทศน์ให้ทราบทั่วหน้ากัน ให้ดูตัวของตัวปีใหม่ปีเก่าอยู่กับคนใหม่คนเก่านี่ละ ให้แก้ไขดัดแปลงตรงนี้ ดีก็ดีคนเก่านี้แหละ เอาละพอ

ไปกรุงเทพฯก็ไม่ได้หยุดนะเทศน์ ไปกรุงเทพฯเทศน์ตลอด ไปเทศน์ที่ไหนเขามีไอ้นี้ไปคอยติดอะไรวิทยุ ไปเทศน์ที่ไหนวิทยุขึ้นทันที ขึ้นมาวัดป่าบ้านตาดออก เขามีจานดาวเทียมๆ พอเทศน์ปุ๊บเขามีสายนู่นเข้ามานี้ปั๊บทางนี้ออกเลยทั่วประเทศ เราไปกรุงเทพฯก็รู้ว่าอยู่กรุงเทพฯ ก็ควรกับวิทยุ ออกไปนู้นที่เมืองชลฯ เพชรบุรี ชะอำชะแอม ไปเทศน์ที่ไหนออกทั้งนั้นเขาว่าแบบเดียวกัน เพราะอะไร เขาบอกไอ้นี้มันเอามาวางไว้ พอเทศน์มันขึ้นเลยทันที ไอ้บ้าตัวนี้ละมันเอาไป ไปไหนมันติดไปด้วย เทศน์ที่ไหนมันก็เป็นวิทยุขึ้นเดี๋ยวนั้นๆ เลย

(คุณบุษที่อยู่เมืองนอกก็ดูอยู่ตลอดเวลา) เขาดูเหรอดูอินเตอร์หรืออะไร เอ้อ ก็ได้ทราบว่าอย่างนั้น ดูจนติดเขาบอกว่าเขาดูจนติด ไม่ได้ดูไม่ได้เขาบอก อย่างในกรุงเทพฯก็เหมือนกัน เขาบอกบางคนติดจริงๆ ว่างั้น ไม่ได้ฟังอยู่ไม่ได้เลย ไอ้เรื่องที่เขาพูดว่าหลวงตาเทศน์เหมือนขวานผ่าซ่งผ่าซากเด็ด อู๋ย นั่นละยอดธรรมอยู่ที่นั่น เขารู้นะ เขาบอกว่านั่นละยอดธรรมอยู่ที่นั่น เคยมีใครพูดสักทีอย่างนี้ ก็มีแต่เราพูด พลังของธรรมๆ ออกเข้าใจไหมล่ะ เขาว่าดุว่าด่าว่าอะไรต่ออะไร แต่ผู้ที่เขาฟังประจำเขาฟังจนติดนะ เขาพูดให้ฟัง ฟังจนติด ทีนี้เทศน์ที่ไหนเด็ดเฉียบขาดขนาดไหน นั่นละยอดธรรมอยู่ตรงนั้น ฟังซิ ยิ่งจ่อเขาว่างั้น ยอดธรรมอยู่ตรงนั้น

นี่ใครได้พูดเมื่อไรง่ายๆ ไม่ได้พูดง่ายๆ นะคนเรา นี่เขาฟังชัดเจนมาก เพราะการที่ออกเด็ดๆ เผ็ดๆ ร้อนๆ มีแต่พลังของธรรมนะออก พิษเม็ดหินเม็ดทรายไม่มี เพราะจิตบริสุทธิ์เต็มเหนี่ยวเป็นธรรมทั้งแท่ง ออกตรงไหนแบบไหนเป็นธรรมทั้งหมดเลย ไม่เป็นภัยต่อโลก นี่เขาฟัง.เด็ดเท่าไรยิ่งมีรสมีชาติ เขาว่าอย่างนั้น เขาบอกเขาติด ไม่ได้ฟังอยู่ไม่ได้.รำคาญ.อารมณ์อะไรเขาบอกเขาไม่สนใจ ถ้าว่าเตรียมฟังธรรมปั๊บอ่อนทันทีจิต นั่นเห็นไหมล่ะ นั่นละธรรมเป็นภัยต่อผู้ใด เป็นคุณทั้งนั้นละ

เรื่องจิตนี้ฝึกยากนะ ท่านทั้งหลายให้ทราบเสีย นี้เอามาแล้วจนน้ำตาร่วงอยู่บนภูเขาเราลืมเมื่อไรฝังใจมากนะ ที่ดีขึ้นมาก็เพราะอันนั้นละ โกรธแค้นเราก็ไม่เคยได้ยินได้ฟังจากที่ไหนว่า ได้ยินแต่ว่าความโกรธความแค้นนี้เป็นกิเลสๆ แต่เวลามาโดนกับเจ้าของ อันนี้เป็นพื้นฐานสำคัญให้มุมานะ ความเคียดแค้นให้กิเลสในตัวเองเป็นธรรม นั่น ความเคียดแค้นให้สิ่งใดบุคคลใดก็ตามเป็นกิเลสทั้งนั้นๆ แต่ความเคียดแค้นให้กิเลสที่อยู่ภายในใจของเรานี้เป็นธรรม นี่ละเคียดแค้นถึงน้ำตาร่วง หือ มึงเอากูขนาดนี้เชียวหรือ นั่นเอาละนะถึงใจแล้วนะนั่น มึงเอากูถึงขนาดนี้เชียวนะ

เอ้า อย่างไรมึงต้องพังวันหนึ่ง ให้กูถอยกูไม่ถอย นี่เคียดแค้นมุมานะเต็มเหนี่ยว จับอันนี้ไว้เลย ฟัดกันอย่างใหญ่ หนักเท่าไรฟัดกันๆ อันนี้เป็นพื้นฐาน ความเคียดแค้นให้กิเลสนี้จึงเรียกว่าเป็นธรรม นั่น มันเป็นอยู่กับหัวใจเจ้าของ พอมุมานะได้เต็มเหนี่ยวแล้วมันจะถอยได้ยังไง ไม่ถอย นี่ละน้ำตาร่วง ตั้งสติพับล้ม ตั้งล้มๆ มันตั้งเพื่อล้มไม่ได้ตั้งเพื่ออยู่ ถึงขนาดนั้นนะมันรู้ชัดเจนเจ้าของ กระแสของกิเลสมันรุนแรงขนาดนั้น ตั้งพับล้มปุ๊บ ตั้งพับล้ม ตั้งล้มต่อหน้าต่อตาเรา สู้มันไม่ไหว น้ำตาร่วง ก็มีแต่ว่า เหอ มึงเอากูขนาดนี้เชียวเหรอ เอาละนั่นเห็นไหม ยังไงมึงต้องพังวันหนึ่งให้กูถอยกูไม่ถอย เคียดแค้น นี่ละเคียดแค้นให้กิเลสมันเป็นธรรมนะ มุมานะตลอด

ตั้งแต่นั้นมาฟัดกันใหญ่ไม่มีถอย ให้จำเอานะ ความเคียดแค้นอย่างใดๆ ก็ตามเป็นกิเลสทั้งนั้น แต่ความเคียดแค้นให้กิเลสที่เป็นภัยต่อตัวเองนี้เป็นธรรม จำเอานะ น้ำตาร่วงละเป็นต้นเหตุให้เราได้มุมานะเต็มเหนี่ยวๆ เลย มันฟัดทุกแบบกับกิเลส จึงได้นำมาพูดทุกแบบทุกฉบับ เพราะมันเป็นในเราเองเราฟัดเองทำเอง ทีนี้มันก็เป็นความรู้ออกมาที่จะสอนโลกก็สอนได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะเจ้าของสอนเราพอแล้ว กิเลสหมอบราบเพราะเหตุผลกลไกอะไรก็ได้หลักได้เกณฑ์ เวลากิเลสมีอำนาจมากถึงน้ำตาร่วงก็เอามาเป็นหลักใจ เป็นมุมานะ เป็นอย่างนั้น

โถ ไม่ลืมนี่นะ น้ำตาร่วงจริงๆ ไปขึ้นอยู่บนภูเขาจะฟัดกับมันให้เต็มแหนี่ยวๆ ที่ไหนได้มันฟัดเราหงายหมา หงายไม่เป็นท่าเขาเรียกหงายหมา ถ้าหงายแมวนั้นมันตบได้นะ หงายหมามีแต่แง้ๆ พวกนี้พวกแง้ๆ ทั้งนั้นเข้าใจไหม อยู่ใต้ถุนศาลามีแต่พวกแง้ๆ เข้าใจไหมแง้ๆ หงายหมาไม่มีท่าสู้ ถ้าหงายแมวมันตบนะ หงายแมวหงายนี้มันตบได้ หงายหมาไม่เป็นท่า เหล่านี้มีแต่แง้ๆ ทั้งนั้น เอาละจะไป

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก