เอาวัตถุมาเป็นสรณะ
วันที่ 31 มกราคม 2549 เวลา 8:45 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๙

เอาวัตถุมาเป็นสรณะ

         (ชาวอำเภอบ้านแพงถวายสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน อ.บ้านแพง จ.นครพนม ให้เป็นสถานีลูกข่ายรับสัญญาณการถ่ายทอดจากสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน บ้านตาด ร้อยเปอร์เซ็นต์ เริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ ๒๗ พ.ย.๔๘ จนถึงปัจจุบัน ให้เป็นสมบัติของสงฆ์วัดป่าบ้านตาดครับ)

การเทศนาว่าการในธรรมทั้งหลายทุกขั้นของธรรม ฟาดให้เต็มเหนี่ยวถึงนิพพาน เราไม่อัดไม่อั้นพูดตรงๆ เต็มอยู่ในนี้หมดแล้ว เราพยายามอุตส่าห์เต็มกำลังความสามารถแทบเป็นแทบตาย สละเป็นสละตายมาเป็นเวลา ๙ ปี ป่าช้าเราไม่มี ล้มที่ไหนตายที่นั่น เป็นป่าช้าที่นั่นเลย ถึงเวลาเด็ดเด็ดไม่เด็ดไม่ได้กิเลส นี่เรายังภูมิใจถึงเรื่องความพากเพียรของเรา ตั้งแต่เริ่มออกปฏิบัติมาเราไม่เคยได้ตำหนิเจ้าของว่าอ่อนแอท้อแท้จะถอยหลังอย่างนี้ไม่มี ทุกข์ยากลำบากขนาดไหนยอมรับว่าลำบาก แต่จิตไม่ถอยเลย หมุนติ้วๆ นี่ละมันจะตายเพราะกำลังจิตไม่ถอย ร่างกายอ่อนก็ตาม

ที่เด็ดเหล่านี้มีแต่ความถูกต้องๆ ตามธรรม เพราะฉะนั้นมันถึงพุ่งเรื่อย เด็ดเท่าไรก็พุ่งเรื่อยๆ สุดท้ายก็ถึงจุดที่หมาย มาเทศน์ให้พี่น้องทั้งหลายฟังนี้เทศน์ที่ว่า จิตใจนี่พอทุกอย่างแล้ว การเทศนาว่าการจึงไม่มีความสงสัยสนเท่ห์ นิดหนึ่งไม่มีว่าจะผิดไป เทศนาไม่ว่าธรรมะขั้นใดที่สอนพี่น้องทั้งหลาย ถอดออกจากหัวใจที่ดำเนินมาเรียบร้อยแล้ว ผิดถูกอะไรเราประมวลของเรามาเรียบร้อย จนเป็นผลนำออกมาเทศนาให้พี่น้องทั้งหลายฟัง ขอให้พากันตั้งอกตั้งใจนะ

เวลานี้มีแต่กิเลสเหยียบย่ำทำลาย มนุษย์เราทั่วโลกนี้มันจะตายเพราะกิเลสเหยียบย่ำทำลาย สมบัติเงินทองข้าวของมีไม่อด ประเทศไหนมีไม่อด ไม่มีคำว่าบกบาง มันบกบางแต่ความอยากความทะเยอทะยานความได้ไม่พอ อันนี้หิวโหยมาก ได้มาเท่าไรเหมือนไสเชื้อไฟเข้าสู่ไฟ ไหม้แหลกๆ กิเลสไหม้แหลก หามาเท่าไรกิเลสไม่พอ อันนี้ละที่มันเผาโลกเวลานี้ เราเข้าใจว่าสมบัติของโลกไม่มีหรือ สมบัติของโลกไม่อด เต็มอยู่หมดนั่นแหละ แต่ผู้ที่หิวมันหิวตลอดไม่มีคำว่าพอ

นี่ละคำว่าความโลภ โลภคฺคินา เป็นไฟกองหนึ่งใหญ่ๆ ท่านบอก โทสคฺคินา ความโกรธ ความเคียดแค้น เป็นไฟ ราคคฺคินา ราคะตัณหาเป็นไฟด้วยกันสามกองนี้เผาโลกอยู่เวลานี้ โลกก็ยินดีหมุนไปตามมัน ไม่มีใครที่จะมีความรู้สึกว่าเจ็บว่าปวดเพราะกิเลสเหล่านี้แล้วเข็ดหลาบอิ่มพอ ให้เราหักห้ามมันไว้ด้วยอรรถด้วยธรรมบ้าง ประหยัดมัธยัสถ์ ได้มีความพอบ้าง จะมีความสุข ได้ไม่พอๆ ตามกิเลสนี้เอาจนแหลกเลย

ใครจะมีสมบัติเงินทองกองเท่าภูเขาอย่ามาอวดธรรมนะ ธรรมมีความสุข ผู้ปฏิบัติธรรมไม่จำเป็นต้องมีสมบัติเงินทองกองเท่าภูเขาละ ขอให้มีธรรมเต็มหัวใจเถอะ มีธรรมมากน้อยจะสงบร่มเย็น อยู่ที่ไหนเย็นนะคนมีธรรม ต่างกันตรงนี้ ยิ่งธรรมเต็มหัวใจแล้วอยู่ที่ไหนจ้าตลอดเวลา พูดให้มันชัดเจน นี่ละธรรมพระพุทธเจ้าประกาศก้องมา ๒๕๐๐ ปีนี้แล้วเป็นยังไงพวกเราชาวพุทธ พอได้สัมผัสสัมพันธ์ธรรมบ้างไหม หรือมีแต่กิเลสถลุงเอาทั้งวันทั้งคืนนั่นเหรอ เราอยากถามว่างั้นละ

ที่ไหนก็ว่าเจริญๆ มันเจริญ สิ่งเหล่านั้นมีมาดั้งเดิมอยู่แล้ว หาไม่หามันก็เป็นของมีอยู่แล้ว ไปเอาของที่มีอยู่ผลิตขึ้นมาอย่างนั้นอย่างนี้ ออกจากของมีอยู่เต็มโลกเต็มสงสารอยู่แล้ว แต่จิตใจที่พาหมุนละซิมันเป็นฟืนเป็นไฟไม่รู้จักประมาณ มันจะตายเพราะอันนี้นะ สมบัติทั้งหลายไม่อด มันอดมันอยากมันหิวมันโหยอยู่ที่หัวใจสัตว์โลกเวลานี้ ใครจะแข่งขนาดไหนก็แข่งเถอะน่ะแข่งกิเลส แหลกทั้งนั้นๆ ละ ถ้าเอาธรรมเข้าสกัดลัดกั้นกันแล้วจะมีทางพอหลบพอหลีกปลีกตัวและซุกหัวนอนได้นะคนเรา

ฟังเสียงธรรมซิ ธรรมนี้ออกมาจากพระพุทธเจ้าผู้บริสุทธิ์ ทรงบรมสุขไว้เรียบร้อยแล้วมาสอนโลก พระพุทธเจ้าไม่ได้แบกกองทุกข์มาสอนโลกนะ โลกมีความทุกข์มหันตทุกข์ พระพุทธเจ้าทรงบรมสุขมาสอนโลก ต่างกันอย่างนี้นะ พระองค์สอนโลกด้วยความไม่ทุกข์ ทั้งๆ ที่โลกทั้งหลายทุกข์ พระพุทธเจ้าไม่ได้ทุกข์...สอนโลก ให้เอาเยี่ยงอย่างพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติ ไม่ได้แบบพระพุทธเจ้าก็ขอให้ได้แบบลูกศิษย์มีครูเถอะน่ะ เราเป็นพุทธบริษัท เป็นชาวพุทธๆ ขอให้เดินตามพระพุทธเจ้าไม่มากก็น้อย จะพากันสงบร่มเย็นนะ

อันนี้มีตั้งแต่กิเลส ไปที่ไหนมองหาคนไม่เห็น กิเลสเต็มตัวล้นๆ เลย แล้วเอาตั้งแต่ความสกปรก เอาฟืนเอาไฟมาเผาไหม้กันนั่นแหละ ออกมาประกาศคนนั้นมีเงินมีทองข้าวของ ขายนั้นขายนี้ ขายหุ้นขายแห้นอะไร ฟังว่าได้เงิน ๗ หมื่น ๘ หมื่นล้านหรืออะไร ล้านๆ ก็เถอะน่ะอย่าเอามาอวดธรรมพระพุทธเจ้า แหลกทั้งนั้นพวกนี้น่ะ มันก็คิดไปว่ามีเท่านั้นเท่านี้แย็บในหัวใจเท่านั้น กองทุกข์อยู่ในหัวใจฝังอยู่นั้นไม่มีถอน ไอ้ที่สำคัญว่าตนมีอย่างนั้นอย่างนี้ มีแย็บพอดีใจแย็บเหมือนหิ่งห้อยเหมือนฟ้าแลบเท่านั้นละ นอกจากนั้นเป็นไฟเผาหัวใจทั้งนั้น

เราอย่าเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้จะพาโลกให้มีความสงบร่มเย็น นอกจากธรรมเท่านั้นถ้าธรรมมีในหัวใจมากน้อยเย็นๆ เอาที่นักภาวนาอยู่ในวัดนี้ หาความเย็นที่ไหนจะเจอ ถ้าไม่เจอที่ใจจะเจอที่ไหน ความทุกข์อยู่ที่ใจ กิเลสอยู่ที่ใจ สร้างความทุกข์ขึ้นที่ใจ เผาที่ใจ โลกต่างคนต่างมีกิเลสประเภทนี้แล้วจึงเผากันทั่วโลกดินแดน แล้วใครจะว่าที่ไหนเจริญๆ มันไม่มีอะไรเจริญ อย่าเป็นบ้า มันเจริญก็เจริญที่จิตใจที่มีธรรม ใครมีธรรมมากน้อยนั้นเจริญแน่นอน ใครไม่เห็นก็ตามเจ้าของรู้อยู่ในเจ้าของ อันนั้นมันเห่ากันลมๆ แล้งๆ ต่างคนต่างตื่นเหมือนกระต่ายตื่นตูม

กระต่ายตื่นตูมนิทานนี้ก็เคยเล่าให้ฟังแล้ว นอนหลับนอนฝันอยู่ มะตูมมันหล่นลงจากขั้วของมันต้นของมัน มาโดนเอาก้านตาลก้านลานตูมตามลงมา กระต่ายนอนหลับอยู่ก็กระโดด นึกว่าฟ้าถล่มแล้ววิ่งไปเลย ไปที่ไหนก็บอกฟ้าถล่มๆ ทางนี้ไม่ได้ศัพท์ได้แสงพอได้ยินว่าฟ้าถล่มก็วิ่งไปตามๆ กัน ขาหักแข้งหักไม่ว่าวิ่งไปตามกัน ถามหาเหตุหาผลไม่ได้มีแต่ฟ้าถล่มๆ พอไปเจอพญาราชสีห์ วิ่งหาอะไร อย่าด่วนไป ว่าฟ้าถล่ม ฟ้าถล่มที่ไหน พญาราชสีห์ห้ามเอาไว้ ถามหาเหตุหาผลมันเป็นมากับอะไร ว่าเป็นมากับกระต่าย กระต่ายตื่นตูมว่าฟ้าถล่ม พญาราชสีห์ไล่ให้ไปดู ไปดูก็เห็นแต่มะตูมลูกหนึ่งหล่นลงมาถูกก้านตาลแล้วตกอยู่นั้น นี้ละฟ้าถล่ม มะตูมลูกนี้ละ นี่ตามหาเหตุมาได้เหตุผล นั่นละธรรม พญาราชสีห์คือศาสดาองค์เอก ได้แก่ธรรม นำมาสอนโลก

อย่าพากันตื่นเกินไป กระต่ายตื่นตูม ให้ไปดูบ้าง มะตูมมันหล่นใส่ก้านตาล อันนี้ก็วิ่งโน้นวิ่งนี้หาที่ไหนก็ไม่เจอ ก็มีแต่มะตูมมันหล่นใส่ก้านตาล ความสุขไม่มี ถ้าว่าความสุขมีเท่ามะตูมลูกหนึ่ง แต่ความทุกข์ท่วมหัว เข้าใจไหมล่ะ ต่างคนต่างดีดต่างดิ้นไปตามกัน กระต่ายตื่นตูมนี่ละฟ้าดินถล่ม พวกนี้พวกฟ้าดินถล่ม ดูซิมันมีขาไหมมันวิ่ง ไม่ใช่หมดแล้วหรือขา ขาหักแข้งหักไปแล้ว ฟ้าถล่มไปกับกระต่ายนั่นละ ตื่นเป็นบ้ากันไม่รู้ว่าตื่นหาอะไร

ความสุขความทุกข์มีอยู่กับทุกคน ควรจะทดสอบพินิจพิจารณาเรื่องความสุขความทุกข์ ความได้ความเสีย มันเป็นมาจากไหน เป็นมาจากแต่ละคนๆ ปฏิบัติตัวยังไงมันถึงเป็นความสุขเดี๋ยวนี้ เป็นความทุกข์เดี๋ยวนั้น ทบทวนหาตัวเหตุคือตัวของเราเอง มันก็มีทางแก้ไขดัดแปลงตนเองได้ ถ้าจะวิ่งแบบกระต่ายตื่นตูมแล้วตายด้วยกันทั้งนั้นแหละ พากันจำเอานะ

นี่เราเทศน์ก็เทศน์สุดขีดสุดแดนแล้วเทศน์สอนโลก เทศน์อย่างเปิดเผย เทศน์อย่างไม่มีสงสัยในหัวใจเรา เปิดออก นี่น่าๆ อยู่อย่างนั้น ไม่อัดไม่อั้นที่นำมาสอนโลก มีเต็มอยู่ในหัวใจนี้หมดแล้ว เราไม่ได้ลูบๆ คลำๆ มาสอนนะ เพราะฉะนั้นจึงสอนได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ให้พากันไปปฏิบัติบ้างนะ ศาสนานี่ธรรมทั้งแท่งๆ ไม่ปรากฏเลย เหมือนไก่แจ้กับเพชรพลอยนั่นแหละ พวกเราพวกไก่แจ้ เพชรพลอยไม่สนใจคืออรรถธรรม สู้ข้าวสุกข้าวสารก็ไม่ได้ ข้าวสุกข้าวสารก็ไปหามากินพอได้กรอกหม้อบ้าง กินแล้วหาใหม่ๆ ผู้หาไม่ได้ก็จะตายละ พวกไก่แจ้นั่นน่ะที่ว่าข้าวสารดี เจ้าของจะตายไม่ว่า

พลอยเม็ดหนึ่งเอาไปขายได้ข้าวสารเท่าลำเรือหรือเท่าภูเขาก็ได้ พลอยเม็ดหนึ่งราคาเท่าไร ธรรมหาเข้าสู่หัวใจซิมันจะอิ่มตัวของมันหมด มันไม่อิ่มคือกิเลสดึงออกไป ดึงนั้นดึงนี้ไม่อิ่มสักทีนะ ยึดนั้นยึดนี้ยุ่งไปหมดจนกระทั่งวันตาย ตายแล้วก็เอาไฟแหละไปเผา สมบัติเงินทองทั้งหลายเหล่านั้นไม่ได้เผานะ เขาก็ทิ้งของเขาอยู่งั้นเราหากเป็นบ้ากับเขาต่างหาก ครั้นเวลาตายแล้วก็พวกเดียวกันแหละไปเผากันเท่านั้นเอง แล้วกลับมาบ้านใครเรือนใครก็ไม่ทราบต้นสายปลายเหตุ ว่าคนตายนี้มันไปทางไหน ไม่รู้ เป็นแบบเดียวกันหมด นี่ละลมๆ แล้งๆ

ฟาดหัวใจให้มันสง่างามซิ ตายไหนก็ตายเถอะน่ะ หัวใจไม่ได้ตาย หัวใจเป็นนักรู้ รู้ตัวเองทุกอย่าง ไปสงสัยอะไรที่ไหน ขอให้มีธรรมเข้าในใจ ถ้าไม่มีธรรมนี้ไขว่คว้าทั้งนั้น ไม่มีใครมีหลักมีเกณฑ์ในโลกอันนี้ สมบัติเงินทองข้าวของท่วมภูเขาท่วมหัวอยู่ก็ตามไม่มีความหมาย จิตมันไขว่คว้า ไม่มีที่ไขว่คว้ามันก็ไขว่คว้าเอาวัตถุมาเป็นสรณะ อันนั้นดีอันนี้ดี เพราะไม่มีของดีกว่านั้นมายึดมาเกาะมันก็เกาะนั้น ถ้าธรรมเข้าสู่ใจปั๊บแล้วมันจะค่อยปล่อยออกๆ ทั้งหลายปล่อยโดยสิ้นเชิง ไม่มีอะไรสู้ธรรม ธรรมเลิศเลอ นี่พระพุทธเจ้าสอนจุดนี้ พากันจำเอานะ เอาละพอ จะให้พร

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก