หมดทางไปก็มายึดคำเรา
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา 8:45 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๙

หมดทางไปก็มายึดคำเรา

ก่อนจังหัน

พระเข้าออกๆ เรื่อยละสำหรับวัดนี้ อยากว่าหลั่งไหลเข้าออกๆ สำหรับวัดป่าบ้านตาดรู้สึกจะเป็นศูนย์กลางของวงกรรมฐานสายพ่อแม่ครูจารย์มั่น เพราะฉะนั้นส่วนมากพระเณรไม่ค่อยมีละ หลั่งไหลเข้าหลั่งไหลออกตลอดเวลา มาที่นี่เมื่อมาก็ให้ตั้งใจศึกษาดูให้ดีมาศึกษา วัดนี้เลอะเทอะตรงไหนให้บอกมาเลย ผมเปิดทางให้ทุกด้านทุกทางเพื่อความเป็นธรรม องค์ไหนที่มาจากข้างนอกมาเห็นไม่ดีให้มาบอกผมเลย ชี้บอกเลยเทียว เราต้องการความเป็นธรรมล้วนๆ อย่างอื่นไม่เอา

ผิดตรงไหนให้บอกมาจะแก้ไขทันทีๆ ใครไม่ยอมแก้ไขไล่หนีเลย หลักธรรมเป็นอย่างนั้น ต้องเอาธรรมเป็นใหญ่ เอาธรรมเป็นหลักเกณฑ์ ยอมรับกันโดยธรรม ถ้าปฏิเสธก็ต้องปฏิเสธโดยธรรม ไม่ใช่แบบทิฐิมานะกิเลสตัณหาเอามายื้อแย่งแข่งดี แล้วสุดท้ายก็ลงวิชาหมากัดกันอย่างนั้นใช้ไม่ได้ ต้องศึกษาให้ดี เอาธรรมเป็นเกณฑ์ อย่าเอาอายุพรรษา ชาติชั้นวรรณะหรืออะไรเข้ามาเป็นกฎเป็นเกณฑ์ ต้องเอาธรรมเป็นเกณฑ์ ถ้าเอาธรรมเป็นกฎเป็นเกณฑ์แล้วเรียบไปทั้งทางฝ่ายโลกฝ่ายธรรมนั่นแหละ ถ้าเอากิเลสเข้าแทรกแล้ววัดก็เป็นนรกไปได้ อย่าว่าแต่ชาวบ้าน พระก็เป็นผีไปได้ถ้ามีทิฐิมานะ กิเลสมันเข้าแฝงนะ แฝงพระน่ะ

พระแท้เป็นผู้สละทุกอย่างเรื่องทิฐิมานะอะไรๆ สละ ไม่ให้ถือ ให้ถือความถูกต้องดีงามที่เรียกว่าถือธรรมเป็นใหญ่ พระท่านอยู่ด้วยกันในครั้งพุทธกาลเป็นแบบนั้นนะ ให้พากันยึดไปปฏิบัติ อย่าเอามาใช้ไอ้เรื่องทิฐิมานะ ใช้ไม่ได้นะ นั่นเรื่องกิเลสขวางธรรม พระองค์นั้นไปที่ไหนก็ขวางเพื่อนขวางฝูงแหละ เพื่อนฝูงเข้าไม่ติดใครมีทิฐิมานะ ถ้าอยู่มุ่งอรรถมุ่งธรรมไปมุ่งอรรถมุ่งธรรม เข้าได้หมด ไปที่ไหนเข้าได้ พระเรานี้เข้าได้หมดทั่วประเทศไทย ถ้าเป็นผู้ตั้งใจปฏิบัติตามศีลตามธรรมประจำตนแล้ว ไปที่ไหนเข้ากันได้สนิท

ถ้าเรื่องของกิเลสแฝงธรรมแล้วไปไหน อย่างน้อยร้าวราน มากกว่านั้นแตก ไปที่ไหนคบใครๆ ไม่ค่อยได้ กิเลสไม่ใช่ของดี ผ่านเข้าไปตรงไหนเป็นไฟไปตรงนั้นๆ ถ้าธรรมไปตรงไหนเป็นน้ำดับไฟเป็นลำดับลำดา อย่างพระเราที่มาจากชาติชั้นวรรณะใดที่ไหนๆ สูงต่ำไม่มีกำหนด ศากยบุตรคือลูกศิษย์ตถาคตเท่านั้นพอ ถ้าปฏิบัติตนตามหลักธรรมหลักวินัยให้ตรงแน่ว อย่าเอาสิ่งอื่นใดมาเป็นใหญ่ยิ่งกว่าธรรมกว่าวินัย อยู่ด้วยกันจะเป็นผาสุก ถ้าเอาอย่างอื่นใดเข้ามาแฝง นั่นละเป็นภัย เอาหลักธรรมหลักวินัยเต็มตัวๆ เข้ามาคละเคล้ากันสมาคมกัน เป็นสิริมงคล ให้พากันตั้งอกตั้งใจประพฤติปฏิบัติ สำหรับวัดนี้หลั่งไหลเข้าหลั่งไหลออก จะถือว่าวัดนี้เป็นศูนย์กลางแห่งการอบรมก็ไม่ผิด เราก็ยอมรับ ยอมรับเพราะอะไร เพราะเราก็ศึกษาอบรมมาเต็มเหนี่ยวของเรา ที่มาแนะนำสั่งสอนหมู่เพื่อน เราไม่ได้มีคำว่าทิฐิมานะ ตรงไหนผิดให้บอกมาเลยเราจะแก้ไขทันทีๆ อะไรถูกก็ให้ส่งเสริมกัน ให้ตั้งใจปฏิบัติ

สำคัญเรื่องความเพียร ความเพียรท่านทั้งหลายให้จับให้ดี ที่สอนไว้ตรงไหนไม่ผิด เรื่องสติเป็นพื้นฐานสำคัญตั้งแต่ล้มลุกคลุกคลาน สติอย่าปล่อยแล้วตั้งได้ๆ คนที่ยังตั้งหลักตั้งเกณฑ์ไม่ได้ ให้เอาคำบริกรรมเข้ามาจับกับจิต ใครชอบคำบริกรรมคำใด สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รากฐานอะไรให้เอาคำบริกรรมเป็นหลักของใจ สติจับเข้าไปอยู่ในคำบริกรรม ไม่ต้องหวังเอาอะไรละ เอาสติกับคำบริกรรมเกี่ยวพันกันอยู่กับใจ นั่นละคืองานอันใหญ่หลวงของเรา ไม่ต้องหวังผลประโยชน์อะไร เอาปัจจุบันนั้นแหละ จะเป็นเหตุอยู่ตรงนั้น ผลก็จะเกิดขึ้นมาที่นั่น ถ้าเหตุดีคือสติดี ความพากความเพียรดี ด้วยสติด้วยปัญญาแล้วธรรมจะเกิดที่นั่น

อย่าไปหวังหามรรคผลนิพพานที่ไหน นอกจากศาสดาองค์เอก คือสติธรรม ปัญญาธรรม วิริยธรรม นี้คือศาสดาองค์เอก ให้จับนี้ไว้ให้ดี มรรคผลนิพพานอยู่ตรงนี้ อย่าไปคาดคิดว่าเมืองนั้นเมืองนี้ ด้นๆ เดาๆ กันไปอย่างนั้น พระพุทธเจ้าประทานลงในคำว่า ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน โหติ ผู้ใดปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคต นั่นฟังซิ ขอให้ปฏิบัติให้สมควรแก่อรรถแก่ธรรม นั่นคือบูชาตถาคต นั่นคือแหล่งแห่งมรรคผลนิพพาน อยู่จุดนั้น พากันตั้งใจปฏิบัติให้ดี

เวลานี้วงศาสนาแคบเข้ามาๆ หาผู้ดีจะไม่ได้นะ พระเลวนี้มีเยอะ ดูตัวเราด้วย คำว่าเลวอย่าไปดูแต่คนอื่นเลว ดูตัวเองด้วย ดูให้ทั่วถึง นี่เรียกว่าดูด้วยความเป็นธรรม เลวตรงไหน บกพร่องตรงไหน ให้รีบแก้ไขทันทีๆ  อย่าไปมองดูตั้งแต่คนอื่นๆ ใช้ไม่ได้นะ ต้องมองดูตัวของเราตลอดเวลา ผู้ปฏิบัติต้องมองดูหัวใจ มันเคลื่อนไหวไปมายังไง คิดผิดถูกชั่วดีประการใด ใจนั่นละตัวคึกตัวคะนอง ใจนั่นเป็นโรงงานใหญ่ก่อฟืนก่อไฟเผาเจ้าของเอง ถ้าไม่มีธรรมบังคับแล้วเป็นไฟไปเลย เพราะฉะนั้นจึงให้ดูใจ

อย่าไปคิดเรื่องคนนั้นไม่ดีคนนี้ไม่ดีมากยิ่งกว่าความคิดเจ้าของว่าดีหรือไม่ดี ดูตรงนี้นะ ธรรมพระพุทธเจ้าท่านสอนลงตรงนี้ แล้วจะเย็นไปหมด ถ้าออกจากนี้แล้วไม่เย็น ลงในน้ำแช่น้ำแข็งก็กลายเป็นไฟไปเลยหาความเย็นในหัวใจไม่มี เอาละให้พร เทศน์เพียงเท่านี้

หลังจังหัน

เราก็คิดมากที่สุดนะเกี่ยวกับเรื่องชาติไทยของเรา ศาสนาเราก็แบกอยู่แล้ว เทิดทูนอยู่ตลอดแล้ว อย่างชาติก็โยงกับพระมหากษัตริย์ เราเทิดทูนทั้งสามพระองค์นี้ตลอด ถ้าพูดให้เต็มหัวใจก็คือใครมาแตะไม่ได้ ถ้าคอเรายังไม่ขาดว่างั้นเลย ใครมาแตะใส่กันทันทีเลย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราเทิดทูนสุดยอดด้วยกันใครจึงมาแตะไม่ได้ แตะด้วยเจตนาร้ายไม่ได้ ส่วนผิดพลาดนั้นเป็นธรรมดาไม่ว่าท่านว่าเราผิดได้

ทองคำนี่ก็ได้เยอะแล้วนะ ๑๑ ตันกับ ๒๖๕ กิโลแล้ว ๑๙ บาทอะไรนี่ไม่นับแหละมันจะเพิ่มของมันไปเรื่อยๆ เราพยายามที่สุดที่จะได้แง่ใดๆ เข้าสู่จุดใหญ่ของเรา สำหรับเงินสดนั้นไม่หวังแล้วแหละ ไหลออกไปทั่วประเทศ ไหลกระจายออกไปทั่วประเทศเงินสด ดอลลาร์ก็มารวมกัน คือเฉพาะเงินสดนั้นไม่พอ ต้องเอาดอลลาร์มาบวกกันเข้ากระจายช่วยกันไป สำหรับทองคำร้อยทั้งร้อยตลอดมาและตลอดไปด้วย ไปไหนไม่ได้ เข้าจุดเดียวๆ ทองคำ

(วัดกันตสีลาวาส บ้านคันแท จ.มุกดาหาร ขอความเมตตาสร้างรั้ววัด) บ้านคันแท แถวนั้นเราเคยไปมาหมดแล้ว เราผ่านไปผ่านมา เราเคยไปจำพรรษาที่ห้วยทรายตั้ง ๔ ปี อันนี้ก็เกี่ยวกับผู้เฒ่าแม่แก้วเหมือนกันที่ไปอยู่ที่นั่นก็ดี แม่ชีแก้วอยู่วัดห้วยทราย หนองสูง คำชะอี อยู่ทางนั้นละ ห่างกันน่าจะไม่ถึง ๑๐ กิโล แถวนี้เราผ่านไปผ่านมาตลอดเพราะอยู่นั้น ๔ ปี เวลาว่างปั๊บออกเที่ยวๆ วัดของเราติดกับเขา เราอยากไปที่ไหนสะดวกมาก ใครยุ่งกับเราไม่ได้ จะไปไหนมาไหนไม่มีใครรู้เราแหละ

พอพูดอย่างนี้แล้วก็มาสัมผัสแม่ชีแก้ว คือวัดเราอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของบ้านห้วยทราย วัดแม่ชีแก้วอยู่ตะวันออกเฉียงใต้ของบ้านห้วยทราย บ้านอยู่ตรงกลางไม่ได้เกี่ยวข้องกัน เขาก็อยู่ของเขา เราก็อยู่ของเรา ทีนี้เวลาจะไปไหนมาไหนแม่นยำมากนะ เราจะไปไหนก็ตามนิสัยของเรา ปรกติเราไปคนเดียวมาคนเดียวตลอด เพื่อนฝูงมายุ่งต่างหากนะที่เราได้พัวพันกับหมู่เพื่อน แม้เช่นนั้นนิสัยอันนี้มันก็มีของมัน จะไปไหนไปเลยๆ พอเราออกจากวัดปั๊บ แกอยู่ทางโน้นบอกว่าไปแล้วนะ บอกเลยเชียว ไปแล้ววันนี้ เย็นหมดแถวนี้ แกกระจายออกมาเป็นกิริยาภายนอกว่าเย็นหมด ไปแล้ว พวกนั้นก็จัดคนให้มาดู ไปแล้ว ไม่ผิดเลยนะ ถ้าว่าไปแล้วเป็นไม่ผิดแม้เปอร์เซ็นต์เดียว ไปแล้ว หายเงียบ เย็นหมดเลย อย่างนั้นนะ

ทีนี้เวลามาเอาอีกเหมือนกัน เวลามาก็ว่ามาแล้วถึงแล้ว อย่างนั้นละเก่งไหม แม่นยำมากเทียว ไม่เคลื่อนเลย อันนี้เรียกว่าไม่มีเคลื่อนเลย ทั้งไปทั้งมา พอเรามาถึงปั๊บก็ว่ามาถึงแล้ว แกมีข้าวเจ้าหุงหม้อเท่านี้แหละ กับหมาก นั่นละเป็นเครื่องหมาย พอเรามาถึงแล้วแกจะจีบหมากทางโน้น บอก หุงข้าวนะวันนี้มาถึงแล้ว มาก็แม่นยำๆ อย่างนี้ละเก่งไหมล่ะ ฟังซิ ไม่มีเคลื่อนเลย จนกระทั่งเราถาม ข้าวนี้หุงทุกวันเหรอ ไม่หุง เพิ่งหุงเมื่อเช้านี้ ทุกครั้งที่เรามามีข้าว หมากอีกเหมือนกัน แล้วทำไมเอามา ว่าคุณแม่บอกว่ามาถึงแล้ว เห็นไหมอยู่คนละฟาก เขาอยู่ฟากบ้านทางโน้น บ้านอยู่นี้ เราอยู่ฟากบ้านทางนี้ ห่างกันขนาดไหน ดูเหมือนจะสองกิโลละมั้ง น่าจะได้สองกิโล บ้านอยู่ตรงกลาง เราพูดถึงเรื่องความแม่นยำของความรู้แกนี้แม่นยำจริงๆ ไม่ผิดเลย ไปไหนไป ปั๊บเตรียมของออกเข้าทางนี้เลย ไปเงียบเลย ไปไหนไปเลย ทางโน้นว่าไปแล้ว

พอว่าอย่างนั้นมันก็กระเทือนชาวบ้านชาววัดอะไรๆ กระเทือนไปหมดแหละ เขาต้องวิ่งมาดู พอทางโน้นบอกว่าไปแล้วนะวันนี้ เขาก็วิ่งมาดู ไปแล้ว เวลามาก็ว่ามาแล้วนะ มาถึงแล้ว หุงข้าวได้ นี่ก็แม่นยำไม่ผิด เก่งมากนะ อย่างนี้ละความรู้อันนี้จะไปถามใคร ไม่เอาใครมาเป็นพยาน เป็นอยู่กับหัวใจ รู้อยู่กับหัวใจ แม่นยำอยู่ในนั้น บอกทันทีเลยตามนั้นๆ จึงไม่ผิด ไม่ต้องถามใครแหละ ที่ว่าญาณหยั่งทราบ ญาณพระพุทธเจ้ายิ่ง เอกนามกึ หนึ่งไม่มีสอง ส่วนนอกนั้นท่านก็ไม่ระบุถึง หากเป็นอย่างนั้น

ก็คิดดูอย่างแม่ชีแก้วซิไม่มีผิดเลย ไปเราจะไปบอกใครก็ไม่เคยสนใจ เขาอยู่ของเขาต่างหาก ไม่เคยสนใจกันอะไรเลย เราจะไปไหนเราก็ไปตามนิสัยของเรา ไปแล้วนะวันนี้ เวลาแกพูดออกมาก็ว่า เย็นหมดเลยแถวนี้ บอกว่าเย็นหมดเลย ไปแล้ว นี่เป็นกิริยานอกต่างหาก ส่วนความรู้ของแกรู้อยู่ภายในแล้ว ไปก็จริงๆ  มาอย่างมากแกก็พูดว่า เวลาจะมานะ อย่างมากแกก็จะแย็บออกมา นี่มาแล้วนะ จวนแล้ว ค่อยอบอุ่นเข้ามาๆ พอมาถึงแล้วก็บอกมาถึงแล้ว

เวลาแกจะใช้กิริยาออกมาแกก็บอก ไปแล้ววันนี้เย็นหมดเลย แต่ส่วนมากแกไม่ค่อยพูดว่าเย็นหมด ไปแล้วๆ เวลาออกมาก็ว่าเย็นหมดเลย ทีนี้มา เวลาแกจะพูดก็บอก ค่อยอบอุ่นเข้ามาๆ จวนจะถึงแล้ว มาถึงแล้ว แน่ะเป็นอย่างนั้น แกไม่ต้องถามใคร จีบหมากกับหุงข้าวนี้มาเป็นประจำ เราจึงถาม พึ่งทำว่างั้น อย่างนี้เป็นประจำ

ความรู้ของแกเก่งมากในเรื่องอย่างนี้ แต่เป็นความรู้ที่ใช้ภายนอก ที่เราไล่แกลงจากภูเขา เพราะแกเพลินในความรู้แปลกๆ ต่างๆ นั่นเอง พวกเทวบุตรเทวดาอินทร์พรหม พวกเปรตพวกผีนี้แกเก่งมากนะ เวลาจิตรวมปึ๊บลงไปนี้ออกรู้สิ่งต่างๆ ตะรางเรือนจำในเมืองผีก็มี แกเล่าถึงเรื่องเมืองผี ผีนี้ก็มีตัวโหดร้ายเหมือนมนุษย์เรา มนุษย์เราผู้โหดร้ายเขามีเรือนจำขังมนุษย์ที่โหดร้าย ผีนี้ก็มีประเภทขังในเรือนจำได้เหมือนกันว่างั้น

แกไปถามพวกยมบาลพวกนายควบคุมผี เขาก็เล่าให้ฟังทุกอย่างๆ เพราะอะไรจึงต้องมาควบคุมใส่คุกใส่เรือนจำอย่างนี้ โถ นี้มันก็มีผู้โหดร้ายเหมือนกันต้องทำอย่างนี้ นั่นฟังซิน่ะ เมืองผีก็มีเรือนจำ นี่แกพูดอย่างชัดเจนมากนะ แกพูดแบบไม่สะทกสะท้าน เมืองผีก็มีเรือนจำ คือมีตะราง ผีตัวไหนมันเก่งจับใส่คุก มันออกมาเพ่นพ่านไม่ได้ น่าฟังอยู่นะ เมืองผีเมืองเทพแกพูดได้ละเอียดลออมาก นี่ละที่แกติด พอเราไปถึงปั๊บแกก็บอกตรงๆ เลย นี้ละอาจารย์ของพวกเรา องค์นี้ละ ก่อนที่เราจะไปห้วยทรายพอออกพรรษาแล้วแกก็ประกาศออกมาเลยว่า ปีนี้จะมีครูบาอาจารย์มาโปรดพวกเรา มามากคล้ายคลึงกับสมัยพ่อแม่ครูจารย์มั่นอยู่ที่หนองน่อง หนองน่องทางวัดของเขาอยู่ทางด้านนู้น พระจะมามากทีเดียว พอว่างั้นแล้วมีครูบาอาจารย์องค์ไหนมาก็ไปดูๆ ใช่ไหม ไม่ใช่ๆ เรื่อยๆ เลย แต่นี่เปิดให้ฟังนะ

พอถึงวาระที่เราไป คือแกบอกว่าจะมีพระมามาก แต่เวลาเราไปเราไปสององค์เท่านั้น ธรรมลีนี่ติดตาม โอ๊ย เหนียวเหมือนปลิงนะธรรมลีแกะไม่ออก นี่ละติดตามเราไปสององค์ พอไปแล้วเขาก็ออกไปดู เป็นไงใช่ไหม เอ้อ ใช่แล้วองค์นี้แหละ องค์นี้แหละที่จะเป็นครูเป็นอาจารย์สอนพวกเรา แต่ท่านจะสอนหรือไม่คอยสังเกตไปก็แล้วกัน องค์นี้แน่แล้ว นั่นละที่ได้ไล่แกลงจากภูเขาก็องค์นี้เอง แกรู้ต่างๆ นานา ทีแรกไปแกบอกว่า เวลาหลวงปู่มั่นเราจะไปห้ามแกไม่ให้แกภาวนา เราก็สะดุดกึ๊กมีอะไรแน่ๆ เราจะคอยจับดู ท่านห้ามไม่ให้ภาวนา เราไปนี้อย่าภาวนานะให้หยุดขาดเลย จะเป็นบ้ากับโลกกับสงสารเขาอะไรก็แล้วแต่เถอะท่านว่างั้น ถ้าเป็นผู้ชายเราจะบวชเป็นเณรแล้วเอาไปด้วย นี้มันเป็นผู้หญิงท่านว่างั้นนะ แล้วท่านก็ไป แล้วต่อไปนี้จะมีครูอาจารย์มาสอนอยู่นั่นละ ท่านทิ้งท้ายเอาไว้

ทีนี้เวลานานเข้ามามันอยากบวชเป็นกำลัง อยากภาวนาเป็นกำลัง ก็เลยต้องภาวนา แต่ระวังเอาว่างั้นนะแกว่า เวลาแกมาเล่าให้ฟังที่ว่าพ่อแม่ครูจารย์มั่นไม่ให้ภาวนา เราจับปุ๊บนั่นเลยจะต้องมีแน่ๆ คอยจับเงื่อนดู พอแกมาเล่าอันนี้ อ๋อ ใช่แล้ว นั่นละที่นี่แกเป็นบ้าเรื่องความรู้ของแก เราตีเข้ามาๆ สิ่งเหล่านั้นรู้เห็นเหมือนเราเดินไปนี่ เดินไปนี้เห็นนั้นเดินไปนั้นเห็นนั้น ได้ฟังสิ่งนี้เป็นเรื่องนอกต่างหาก เราเห็นเทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมยักษ์ผีอะไรก็แล้วแต่เถอะ เป็นสิ่งที่เราเห็นธรรมดา ไม่ใช่เรื่องแก้กิเลส

พอฟังแกเต็มที่แล้วก็เตรียมสอนละที่นี่ เตรียมสอนแกไม่ให้วุ่นนู้น ทีแรกก็วางเป็นระยะๆ เอ้า ที่มันเคยออกอย่างนี้เป็นประจำ แล้วทีนี้จิตรวมแล้วไม่ให้ออกได้ไหม เอาไปพิจารณา คือให้ออกก็ได้ไม่ให้ออกก็ได้เอาไปปฏิบัติดู ก็มีแต่ออกทั้งนั้นๆ ห้ามเข้าที่นี่มัดเข้าไปไม่ให้ออกๆ ครั้นมาฟังทีหลังนี้ยังออกๆ มันหนักเต็มที่แล้วแสดงว่าแกติดมากแล้วจะไม่ฟังเสียงเราๆ ดีไม่ดีจะเทศน์สอนเราด้วยซ้ำไป นี่หนักแล้ว เอาละนะที่นี่ตอนนี้ตอนจะใส่กัน บอกห้ามไม่ให้ออกให้จิตลง เราบอกวิธีการทุกอย่างแล้วห้ามไม่ให้ออก แล้วแกภาวนาไปมันก็ออกเพราะมันติด ถ้าไม่ได้รู้ได้เห็นอันนั้นเหมือนไม่ได้มรรคได้ผลอะไร ถ้าภาวนาพอจิตรวมมันออกรู้นั้นนี้วันนั้นได้มรรคได้ผลแกว่างั้น

โถ มรรคผลขี้หมาอะไรเราอยากพูดแต่เราไม่พูด มรรคผลขี้หมาเอามาอวดธรรม จากนั้นก็มัดละที่นี่ เอ้าห้าม รวมลงแล้วห้ามให้ออก เอ้าๆ เอาไปปฏิบัติ คือมัดเข้าๆ ละที่นี่ ถึงขนาดที่ว่าไม่ให้ออก เอ้า เอาให้เด็ด ไปอีกยังออกอีก พอออกอีกก็ไล่ลงภูเขาซิที่นี่ มันหมดทางจะแก้แล้วก็มีทางเดียว แก้ไล่ลงภูเขาแกจะไปเห็นโทษของแกเอง ไล่ ร้องไห้ลงภูเขาเลย เราอยู่บนภูเขากับเณรหนึ่ง ให้พวกพระอยู่ตีนเขาโน้น เราขึ้นไปจำพรรษาอยู่ข้างบนสบายๆ ร้องไห้ลงภูเขา นั่นละไปเห็นโทษของตัวเอง ก็ว่าเรามอบกายถวายตัวต่อท่านให้เป็นครูเป็นอาจารย์แล้ว ทำไมท่านพูดท่านสอนอะไรๆ ไม่ฟังเสียงท่าน ท่านไล่ลงภูเขานี้สมควรแล้วแหละ ท่านสอนว่ายังไงทำไมไม่ปฏิบัติตามท่าน ที่ท่านไล่จากภูเขาสมควรแล้ว ถ้าหากจะถือว่าท่านเป็นครูเป็นอาจารย์ก็ปฏิบัติตามท่านซิถึงถูก นี่จะเอาตั้งแต่ความรู้ของตัวเองไปอวดท่าน ท่านไล่ลงภูเขาสมควรแล้ว แกสอนตัวเองนะ เอาทีนี้ท่านว่ายังไงเอาหลักของท่านมาปฏิบัติซิ

นี้ละบทเวลาจะได้ความ พอหมดทางไปแล้วทีนี้ก็มายึดคำเรา เอา ท่านสอนว่าไง ท่านจะพาลงนรกอเวจีก็ให้เห็นซิน่ะ ของเราก็เต็มเหนี่ยวแล้วก็ไม่เห็นได้เรื่องได้ราวอะไร ทีนี้แกก็มาภาวนาตามเรา เอา ท่านสอนว่าไงเอาปฏิบัติตามนี้ นั่นละที่จะได้เหตุได้ผลนะ พอปฏิบัติตามนั้นจิตมันก็ลงผึงเลยทีเดียว สว่างจ้าไปหมดเลย พอออกจากที่แล้วก็ไหว้ไปทางภูเขาที่เราอยู่ ไหว้ไปทางนู้น พอตอนบ่ายก็พากันไป ไปก็ถูกขนาบอีก มาอะไร ขนาบอีก หือ นักปราชญ์ใหญ่มาอะไรมาหาคนพาล จอมปราชญ์ไป โอ๋ย เดี๋ยวๆ ให้พูดเสียก่อน ตกลงปัดกวาดอยู่นั้น เลยเอาไม้กวาดวางที่ตรงนั้น เขาขึ้นมาให้เขาอยู่ลานหิน.เราก็เลยนั่งทั้งไม้กวาดเลย เณรก็มานั่งด้วยกัน

แกมาเล่าให้ฟัง แกยอมรับ พูดถึงเรื่องที่แกปฏิบัติตามเป็นอย่างนั้นๆ ได้รับความอัศจรรย์ ยอมรับทุกอย่างแล้ว จากนั้นเราก็สอนต่อ แกก็เร็วอยู่นะ พอสอนต่อแกก็รับปุ๊บๆ เลยที่นี่ไม่มีสนใจกับเรื่องอะไร เราบอกปัดออกให้หมดอย่ามายุ่งเรื่องเหล่านี้ ไม่ใช่คนตาบอดเขาเห็นทั้งนั้นละสิ่งต่างๆ ที่เป็นวิสัยของตา อันนี้เป็นวิสัยของความรู้ประเภทนี้มันก็รู้ได้เช่นกัน ไปยุ่งมันอะไร ดูกิเลสให้รู้กิเลสแก้กิเลสซิ ไล่เข้ามาหาอันนี้ ยอมรับเลยนะ แกจึงหมุนติ้วๆ เร็วอยู่ เราไป ๒๔๙๔  ๒๔๙๓ จำหนองผือ อยู่นั้น ๔ ปี พอ ๙๕ แกก็ผ่านได้ ๙๔ ไปอยู่ที่นั่น ซัดกันปีนั้นละ พอ ๙๕ ก็ผ่านได้

เพราะฉะนั้นความรู้ของแกจึงแปลกอยู่มาก ว่าอะไรไม่ผิดพลาด อย่างการเข้าการออกของเราไปมานี้แม่นยำมากทีเดียว ไม่ต้องถามใครเลย บอกเลยมาแล้ว เตรียมหมากเตรียมพลูเลย บางทีกลางคืนเรามาถึง ใครจะไปรู้ได้เมื่อไรว่าเรามา ทางนู้นบอกให้เตรียมแล้ว อย่างนั้นซิ ถ้าเป็นกลางวี่กลางวันมีคนมาดูแล้วก็ไปบอกค่อยยังชั่วใช่ไหม นี่กลางคืนเรามาบางทีตั้งทุ่มสองทุ่มมาถึงก็มี มาก็เข้าในวัดเลยจะรู้ได้ยังไง ทางโน้นเตรียมแล้ว เช้าจีบหมากกับหม้อข้าวมาแล้ว เวลาถามก็บอกคุณแม่ให้ทำ แต่แกเองแกไม่ค่อยมา นานๆ แกจะมาทีหนึ่ง เช่นวันพระ ยกขบวนมา ถ้าธรรมดาแกไม่มา มีแต่พวกแม่ชีเขามาจังหันเท่านั้นเอง นี่พูดถึงความแม่นยำแกแม่นยำมากทีเดียว เอ้อ วัดที่หนองสูง ไหนๆ อ่านอีกทีน่ะน่าสงสาร ขอเงินสักแสนบาท เวลานี้มีเงินอยู่สองพันบาท

ผู้กำกับ หนังสือนี้เผดียงมาเพื่อเสนอยังพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ท่านหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เนื่องจากจะขออนุญาตสร้างกำแพงรั้วยาว ๑๓๒ เมตร เพื่อกันสัตว์เลี้ยงของญาติโยมที่เข้าไปก่อกวนบริเวณวัด มีประตูหลักอยู่แล้วสองด้าน ไม่มีรั้ว ดังได้ส่งภาพถ่ายมาเพื่อเมตตาอนุมัติ หากท่านหลวงตาห้ามก็ไม่ทำ หากหลวงตาอนุญาต

หลวงตา จะไปห้ามท่านยังไง ก็วัดเรามีกำแพงมันสองชั้นจะไปห้ามทำไม ฟังมันขัดกันเข้าใจไหมล่ะ ท่านมีเงินอยู่สองพันแล้วจะห้ามท่านได้ยังไง ท่านจะขอเราแสนหนึ่ง ท่านมีเงินอยู่แล้วสองพัน โอ๊ย น่าสงสาร ให้แล้วละนี่ ถ้าไม่อนุญาตแล้วจะให้ทำไมเงิน นี่ขอแสนหนึ่งก็จะให้แสนหนึ่งจะว่าไง แกมีเงินอยู่สองพัน โอ๊ยน่าสงสาร อย่างนี้ละที่มันได้ออกอยู่เรื่อย ขนาดเจ้าของติดหนี้เขาไม่รู้ตัวนะ นี่ก็มีเงินอยู่สองพันขอเราแสนหนึ่ง อย่างนี้ละที่ได้ให้เรื่อยๆ จนกระทั่งเจ้าของติดหนี้ไม่รู้ตัว อย่างนี้ละ เอ้า เป็นอันว่าให้

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก