พระพุทธเจ้าไม่ลำเอียง
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา 8:45 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๙

พระพุทธเจ้าไม่ลำเอียง

         ตัดสินปุบปับแล้วไปเลยเมื่อวาน ของก็ได้แบบปุบปับ ๓ คันรถ รถตู้ ๒ คัน รถปิกอัพคันหนึ่ง ไปก็เลยถามถึงเรื่องเครื่องมือแพทย์ เราจดจ่อที่ตามากกว่าเพื่อน อย่างอื่นเราไม่ค่อยถาม ส่วนมากจะไปถามเรื่องตา เมื่อวานนี้ก็ไปถามเรื่องตา เขาจดรายการให้เราก็รับมาหมดเลย ถามเขาตรงนั้นประมาณสักเท่าไร เขาบอกว่ายังไม่แน่นอน ในราว ๔ ล้าน เลยมาถามหมออ้วนเราว่า ๕ ล้านกว่าเครื่องมือตา เมื่อวานนี้ให้เครื่องมือตา ๕ ล้านกว่า ไปแต่ละทีๆ ก็ให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช่ไปเฉยๆ ปัจจัยก็มอบให้ ๑ แสนเมื่อวานนี้ มอบเงินสดให้ ๑ แสน มีผู้บริจาคร่วมเข้า ๑ แสนกว่า

เราไปตกลงกับเขาวันที่ ๑๔ ให้ทางโน้นมารับของที่วัดป่าบ้านตาด เอาขนาดไหนให้เอาไปเลยเราบอกงั้น ทางนี้ก็จะทุ่มใส่เลย ทุ่มให้มันไม่พอๆ คว้าไม่ได้อะไรก็คว้าเอาขยะใส่ มันไม่มีจริงๆ ก็คว้าขยะใส่ให้เต็มรถไปเลยซิ ถึงเรียกว่านักสู้ คราวที่แล้วของที่บริจาคให้ทางประเทศลาว ข้าวเหนียวถุงละ ๑๒ กิโล ๒,๕๐๐ ถุง ข้าวเจ้าถุงละ ๑๒ กิโล ๕๐๐ ถุง น้ำมันพืชกล่องละ ๑๒ ขวด ๙๑๐ กล่อง น้ำปลากล่องละ ๑๒ ขวด ๑,๑๐๐ กล่อง ปลากระป๋องกล่องละ ๑๐๐ กระป๋อง ๖๐๐ กล่อง น้ำตาลกระสอบละ ๕๐ กิโล ๑๐ กระสอบ ผ้าขาว ๔๐ พับ วุ้นเส้น ๒๐ ลัง ขนมปัง ๓๘ ปีบ

คราวนี้เราจะเอารถเป็นเกณฑ์ ข้าวสารเอาเต็มเหนี่ยวเลย ส่วนเหล่านี้เราจะให้อย่างละหนึ่งพันๆ เลย เช่นน้ำมันพืชก็เรียกว่าหนึ่งพันกล่อง น้ำปลาหนึ่งพันกล่อง ปลากระป๋องหนึ่งพันกล่องเหมือนกัน เอาเป็นพันๆ ไปเลย (เที่ยวที่แล้วที่หลวงตาให้เขาไปเขายังแจกไม่หมดเลย เมื่อวานเขากราบเรียนหลวงตา เขายังจะเอาไปแจกอีก) เขาแจกประหยัด เขาจนเขาแจกประหยัด เห็นว่าเขาแจกไม่หมดจะไม่ให้เหรอ ตายเลย นี่เราจะเตรียมพร้อมไว้ตามที่รถเขามา แล้วค่ารถค่าราเราจ่ายให้หมดเลย ทางโน้นไม่ต้องเสีย ทางนี้เป็นฝ่ายให้ให้เลย

แล้วข้าวเหนียวเอาเป็น ๓ พัน ข้าวเจ้า ๑ พันไปเลย อย่างไรรถต้องเต็มว่างั้นเถอะน่ะ จะให้บกบางไปไม่ได้ เราจะเตรียมพร้อมไว้หมดขนไปจนเต็มรถ ถ้าไม่พอมาโกยนี้(โกดัง) นี้ออกไป ถอยเมื่อไรถ้าลงได้สู้แล้วไม่ถอย ถ้าลงได้เอาขาดสะบั้นไปเลย มากี่คันเอาให้เต็มไปเลยเทียว เพราะเราตั้งใจจะให้แล้ว บอกเขาแล้ววันที่ ๑๔ ให้เขามารับ วันที่ ๑๓ เรียกว่าเตรียมพร้อมไว้เสร็จเลย วันที่ ๑๔ เขามาก็ขนขึ้นเลย เอารถเป็นประมาณ ขาดเหลือเท่าไรโกดังเรายืนยันไว้แล้ว ไม่พอก็งัดโกดังออกมาๆ ยังไม่พออีกคว้าเอาขยะใส่เลยถ้ามันยังไม่พอจริงๆ มันต้องอย่างนั้นซิถึงเรียกว่านักสู้ ฟาดให้หมดไม้หมดมือ

(ผ้าขาวล่ะครับเดิม ๔๐ พับ) ให้เท่าเดิม ๔๐ พับ วุ้นเส้น ๒๐ หรือ ๕๐ ก็เอามาเถอะเอามาเผื่อไว้ เขาเอาไปไม่หมดก็เข้าไว้วัดเรา ให้เผื่ออย่าให้ขาด ให้เผื่อไว้เสมอ ขนมปังเอา ๕๐ หรือหนึ่งร้อยก็เอามาเถอะ คือจะให้เต็มรถเลย เหลือเท่าไรเราก็เก็บไว้ๆ ไม่พอนี้ไม่ได้นะ เข้าใจแล้วนะ เอามาเผื่อไว้ทั้งนั้นแหละ เมื่อวานที่ไปเวียงจันทน์ ให้เครื่องมือแพทย์ ๕ รายการ ประมาณ ๕ ล้านบาท ให้เงินสด ๑ แสน ลูกศิษย์ลูกหาเพิ่มเข้าไปอีกรวมแล้วเป็น ๑๑๒,๓๖๐ บาท ประเทศลาวนี่ก็ช่วยเยอะ สร้างตึกให้ทางโน้นดูเหมือนสามหลัง ช่วยเป็นพักๆ ไม่ได้ช่วยตลอด เวลาจำเป็นมาก็อย่างนี้แหละช่วยเป็นระยะๆ ไป

...ทางโรงพยาบาลศรีเชียงใหม่ก็ซื้อที่ให้ ๔ ไร่ เดี๋ยวนี้กำลังปลูกตึก ก็เราละไปปลูกให้ พิบูลย์รักษ์แห่งหนึ่ง แล้วศรีเชียงใหม่แห่งหนึ่ง เวลานี้ยังไม่เสร็จ ส่วนโนนสะอาด ๒๒ ล้าน นี่เสร็จไปแล้วส่วนใหญ่ หลังหนึ่ง ๘ ล้าน เป็น ๓๐ ล้าน ขึ้นพร้อมกัน พอหลัง ๘ ล้านเสร็จ หลัง ๒๒ ล้านก็ขึ้นเลย อย่างนั้นละการช่วยโลก เพราะฉะนั้นจึงบอกว่าเราไม่มีเงิน บอกตรงๆ เลย ให้มีเงินมีไม่ได้ เพราะอำนาจความเมตตามันกวาดตลอดเลย แต่ไม่มีมันก็กวาดมือเปล่า มันอยากให้ เข้าใจไหมล่ะ

เราพอใจทุกอย่าง สมบัติเงินทองเก็บเอาไว้เกิดประโยชน์อะไร เอามาก็เอามาเพื่อทำประโยชน์ ได้มาเอ้า เอาไปทำ ว่างั้นเลยนะเรา เศษกระดาษเฉยๆ ถือไว้ไม่เกิดประโยชน์ ถ้าเอาออกไปปั๊บมันเป็นเงินเป็นทองขึ้นมา เข้าใจไหมล่ะ เก็บไว้เฉยๆ เป็นกระดาษ เอาออกปุ๊บเป็นเงินเป็นทองขึ้นมา เป็นผลเป็นประโยชน์ขึ้นมา

เมื่อวานไปเวียงจันทน์ ไปมาแล้วลืมเลย พอไปปั๊บ อย่างไปเมื่อวานนี้มาวันนี้ลืมแล้ว คิดแทบเป็นแทบตาย หายเงียบระลึกไม่ได้ก็มี เดี๋ยวนี้เป็นอย่างนั้นความจำ ไม่เป็นท่า ส่วนความคิดธรรมดาปรกติ คิดนั้นคิดนี้ธรรมดา แต่ความจำที่มันจะตามจับตามจดตามอะไรนี้ ความจำไม่ดีแล้วเดี๋ยวนี้ ไม่เป็นท่า นี่เรียกว่าขันธ์ ๕  สัญญา คือความจดจำ สังขารคือความคิดความปรุง สังขารคิดได้ธรรมดา แต่สัญญานี้ไม่ค่อยได้เรื่อง หลงลืมอย่างนี้ละ ขันธ์ ๕  ขันธะแปลว่ากองหรือแปลว่าหมวด ใช้ไปอย่างนั้นแหละ ใช้ไปพอถึงวันมัน

โยม หลวงพ่อเจ้าขา คุณเกศเมือง เก้าเที่ยง ฝากกราบถวายประจำเดือน ๓,๐๐๐ อีก ๓,๐๐๐ บูชาธรรมที่ฟังจากวิทยุชุมชนบ้านตาด เมื่อสองคืนที่แล้ว ประมาณ ๓ ทุ่มเศษ บอกว่า ความอยากอะไรดันออกมา คนไม่รู้ แต่พระพุทธเจ้าทรงทราบ แล้วก็ได้ทรงประทานศีลธรรม เพื่อประคองความอยากให้อยู่ในครรลองอันเหมาะควรเจ้าค่ะ

หลวงตา นั่นแล้วรั้งเอาไว้ ความอยากเหมือนไฟได้เชื้อ ไสเชื้อเข้าไปความอยากนี้เป็นไฟเผาตลอดเลย ไม่มีคำว่าไฟจะดับด้วยเชื้อที่ไสเข้าไป นอกจากถอยเชื้อออกเท่านั้นเอง ความอยากได้เท่าไรยิ่งหิวๆ หิวจนเป็นบ้าเข้าใจไหม ใครยังไม่เคยเห็นคำว่ากิเลส นี่คือกิเลสนะ ความอยากคือกิเลส มันอยู่ในจิต มันออกจากจิต พาจิตทะเยอทะยานดีดดิ้น ได้เท่าไรไม่พอๆ เอาจนกระทั่งเจ้าของตาย ความอยากยังไม่ถอย นี่ท่านเรียกว่ากิเลส ภาษาธรรมของพระพุทธเจ้าท่านเรียกว่ากิเลส ความเศร้าหมองมืดตื้อ คือจิตใจมันมืดมันตื้อไม่เห็นช่องทางที่ผิดที่ถูกดีชั่วประการใด มีแต่จะเอาท่าเดียวๆ ท่านเรียกว่าความอยาก

นตฺถิ ตณฺหาสมา นที แม่น้ำมหาสมุทรทะเลหลวงเสมอด้วยความอยากไม่มี ความอยากท่วมท้นไปหมดเลย แม่น้ำมหาสมุทรทะเลหลวงยังน้อยไป ความอยากนี้ท่วมท้นไปเลยเชียว ล้นฝั่งไปเลย นั่นความอยาก ให้พากันพิจารณาทุกคน มันจะตายด้วยกันทุกคน ผู้สอนอยู่นี้ก็ตาย พระพุทธเจ้าก็ตาย สาวกก็ตาย สอนโลกด้วยความรู้แจ้งเห็นจริง ตายด้วยความสว่าง พวกเราที่ฟังฟังด้วยความมืดตื้อไม่สนใจฟัง ตายแล้วก็มืดตื้อหาทางไปทางมาไม่ได้ ความมืดตื้อดันลงไปให้สู่กองฟืนกองไฟนั่นละ ให้พากันจำเอานะ

สิ่งเหล่านี้สมบัติเงินทองข้าวของมีมาไว้สำหรับโลกที่อยู่ร่วมกัน ประสานกันด้วยความสะดวกสบาย มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายกันเป็นธรรมดา ไม่ได้มีมาไว้เพื่อสิ่งเหล่านี้จะมาเผาหัวคน ถ้าเจ้าของโง่เผาได้ มีเท่าไรๆ นั้นละเป็นไฟเผาตัวเอง ตายแล้วก็ทิ้งเกลื่อนสมบัติ เจ้าของไปจมในนรกทั้งๆ สมบัติมีมากน้อยเพียงไรกองพะเนิน ช่วยไม่ได้เลย ถ้าเจ้าของไม่ฉลาด รีบช่วยแก้ไขเจ้าของในการสร้างความดี หักห้ามความอยากความทะเยอทะยาน ให้อยู่ในความพอดิบพอดี นี้เรียกว่าธรรม ธรรมคือความหักห้ามให้อยู่ในความพอดี

อะไรบกพร่องเอาเร่ง วิริยะ เร่ง ขันติ อดทน ด้วยความขยันหมั่นเพียรในการงานที่ชอบ ได้มาแล้วปฏิบัติตามสมบัติเหล่านั้นให้ชอบธรรม ก็เป็นผลเป็นประโยชน์ ถ้ามีแต่ความอยาก ความอยากนี้มีแต่ได้มาๆ แล้วเสียไปๆ เพื่อความเสียหายด้วย ความอยากเป็นอย่างนั้น ไม่ได้เสียไปเพื่อเป็นบุญเป็นคุณเหมือนการทำบุญให้ทาน นี้เรียกว่าธรรม การทำบุญให้ทานสละไปมากน้อย เอ้า สิ่งของเสียไปหมดไปๆ บุญกุศลท่วมท้นเข้ามาที่หัวใจ มันต่างกันนะ ถ้ากิเลสพาไปจมด้วยกันทั้งนั้นไม่มีเหลือ เอาละจะให้พร

..เข้าใจแล้วนะ เรื่องรถเรื่องราเราเสียค่าเช่าให้หมด เข้าใจไหม แล้ว...ที่เขามารับ ก็เสียค่าเช่าให้หมด ของเราก็เตรียมไว้พร้อม เอาให้มันเต็มเหนี่ยวซิ เวลาทำทำให้เต็มเหนี่ยว เห็นไหมพระสิวลี พระพุทธเจ้าท่านทรงยกพระสิวลีขึ้น พระพุทธเจ้าจะเสด็จไปเยี่ยมพระเรวัตตะ พระเรวัตตะนั้นท่านชอบอยู่ในป่าเป็นประจำ พระเรวัตตะนี้เป็นพระอรหันต์ เป็นน้องชายของพระสารีบุตร ท่านอยู่ในป่า พระพุทธเจ้าท่านรับสั่งว่า เอ้อ นี่เราจะไปเยี่ยมพระเรวัตตะ พระอานนท์ก็ทูลว่า โอ๋ย วัดท่านเรวัตตะนี้อยู่ในป่าในเขาจะมีอาหารการกินมีอะไรได้ยังไง อยู่ในป่าลึกๆ โน่นนะ โอ๊ย จะไปคิดยากอะไร ก็เอาพระสิวลีเราไปด้วยซิ องค์ศาสดาท่านปัดออกท่านจะยกลูกศิษย์ท่านขึ้นเข้าใจไหม

ธรรมดาใครจะแข่งพระพุทธเจ้าได้ ทุกอย่าง นี่ท่านก็แยกท่านออกเสีย เอาพระสิวลีเราไปด้วยซิ ไปก็เป็นจริงๆ พระสิวลีไป นั่น เวลาท่านจะยกลูกศิษย์ท่านยก ท่านถอยออกเสีย เข้าใจไหม ถ้าพูดเรื่องอติเรกลาภสามแดนโลกธาตุใครสู้พระพุทธเจ้าได้ไม่มี แต่เวลานี้แยกให้พระสิวลีออกหน้า นั่นเห็นไหมล่ะพระพุทธเจ้าท่านทรงชมเชยลูกศิษย์ของท่าน นี่ไปไหนเหมือนกันพระสิวลี ไม่มีคำว่าอดอยากขาดแคลน ไปไหนเป็นอย่างนั้น ทีนี้ต้นทางของท่านมาสร้างบารมี การให้ทานร่ำลือพระสิวลี ตั้งแต่ชาติปางก่อนๆ มานี้ การทำบุญให้ทาน แม้ท่านไม่ได้มีงานก็ตาม เขาก็มาเชิญท่านไปเป็นประธานในงานต่างๆ เพราะท่านเป็นนักเสียสละ นี่ละผลแห่งทานที่ท่านให้ทานมา เวลาท่านเป็นสาวกเป็นพระอรหันต์แล้ว ไปที่ไหนเกลื่อนไปด้วยลาภสักการะบูชา ไปที่ไหนเกลื่อนๆ ไปเลย เป็นอย่างนั้นนะ

พระพุทธเจ้าท่านไม่ลำเอียง ควรจะยกคนไหนท่านก็ยกขึ้น เช่นอย่างพระกัสสปะกำลังตามเสด็จพระพุทธเจ้ามา พระพุทธเจ้าเสด็จไปก่อนแล้ว ไปก็เห็นพวกแม่ค้าเขาหาบสิ่งของพะรุงพะรังเป็นแถวยาวเหยียดมา ผ่านพระพุทธเจ้าเขาเฉยเลย เหมือนหมาปล่อยหำ เข้าใจไหมพวกนี้หมาปล่อยหำ เฉยเลย เขาเห็นพระพุทธเจ้าเขาก็เฉยเขาไม่สนใจ พระพุทธเจ้าพอผ่านเขาไปนี้ เอาพักนี่อานนท์ พักอยู่ที่นี่แหละเรา คอย คอยนะ พวกนี้เป็นลูกศิษย์พระกัสสปะ นั่นเห็นไหมล่ะ นี่เป็นลูกศิษย์พระกัสสปะ ไปนี้จะไปเจอพระกัสสปะ แล้วมันจะทุ่มลงนั้นหมด แล้วพระกัสสปะจะพาขนเข้ามาที่นี่ เราคอยฉันที่นี่

สักเดี๋ยวก็ขนมาจริงๆ นั่นเห็นไหม ท่านทราบไว้แล้ว ญาณหยั่งทราบ นี่เป็นลูกศิษย์พระกัสสปะ ไม่เป็นลูกศิษย์ท่านท่านก็บอกเข้าใจไหม เป็นลูกศิษย์ของใครท่านก็ยกให้ นี่เป็นลูกศิษย์พระกัสสปะว่างั้น ไปนี่มันจะทุ่มลงนั้นหมดนั่นแหละพวกนี้ ไปเอาจริงๆ นั่นเห็นไหม พระกัสสปะก็พากลับมา ท่านรอฉันอยู่แล้วก็เลยฉันที่นั่น นั่น พระพุทธเจ้าไม่ได้ลำเอียงนะ เป็นอย่างนั้นละ

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก