บุพเพนิวาส
วันที่ 26 ตุลาคม 2545 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)   วิดีโอแบบ(Real)

ตอบปัญหาเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๕

บุพเพนิวาส

นมัสการหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน กระผมในฐานะผู้แทนของกรมประชาสัมพันธ์ ขอโอกาสที่จะนมัสการเรียนถามหลวงตาแทนคณะพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานในวันนี้ และแทนพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้าน รับชมทางสถานีโทรทัศน์อยู่ในวันนี้นะครับ หลวงตาครับขอนมัสการเรียนถามหลวงตาว่า วันนี้ลูกศิษย์ลูกหาญาติโยมมากันเยอะ จำนวนเป็นเรือนแสน ทุกคนอยากจะทราบว่าหลวงตามีความรู้สึกอย่างไรที่เราได้ทำกฐินทองคำช่วยชาติในวันนี้ครับหลวงตา

หลวงตา อาจารย์รู้สึกมีความซาบซึ้งภายในจิตใจของพี่น้องชาวไทยเรามาก เพราะแสดงความรักชาติความเสียสละ ด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคีกันทั้งใกล้ทั้งไกลทั่วประเทศไทยมาในงานนี้ทั้งนั้น หลวงตาจึงรู้สึกซาบซึ้งภายในใจเป็นอย่างมากทีเดียว เอาแค่นั้นเสียก่อน

จนท.ชาย หลวงตาครับที่หลวงตาได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะนำเข้าคลังหลวง ๑๐ ตันและเงินดอลลาร์ประมาณ ๑๐ ล้านดอลลาร์นั้น จากที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงวันนี้ที่ญาติโยมมากันมากมาย หลวงตาคิดว่าตอนนี้ความหวังที่จะถึงตรงนั้นใกล้เข้ามาหรือยังครับหลวงตา ถ้าญาติโยมเขาให้เราก็มีความหวังเต็มที่ ถ้าญาติโยมเขาไม่ให้ มาเต็มท้องฟ้าก็ไม่มีความหมาย แต่เวลานี้ที่แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนก็คือว่า พี่น้องชาวไทยมาด้วยความรักชาติ ด้วยความเสียสละ ด้วยความพร้อมเพรียงกัน หลวงตาจึงมีความหวังเป็นอย่างมากว่า ชาติไทยของเรานี้จะขึ้นได้ด้วยความพร้อมเพรียงความสามัคคี ด้วยการเสียสละแห่งคนทั้งชาติเราไม่สงสัย เท่าที่เป็นมาแล้วนี้ ทองคำเราก็ได้จำนวน ๕ ตันกว่าแล้ว ตั้งแต่เริ่มช่วยชาติบ้านเมืองมา สำหรับทองคำได้ ๕ ตันกว่า เวลานี้ยังขาดอยู่อีก ๔ ตันกว่า แล้วดอลลาร์เวลานี้ได้ ๗ ล้านแล้ว มีกว่าบ้างเล็กน้อย

ต่อไปก็จะได้พยายาม ให้พี่น้องทั้งหลายได้ช่วยกันเต็มกำลังความสามารถตลอดมา ดังที่เราทั้งหลายได้ขวนขวายช่วยกันเรื่อยมาอย่างนี้ หลวงตาจึงมีความหวังอย่างมากกับพี่น้องชาวไทยเรา ว่ายังไงต้องยกความล่มจมทั้งหลายเหล่านี้ลงสู่ทะเล ยกความมั่งมีศรีสุข ความแน่นหนามั่นคง ขึ้นด้วยความเสียสละของพี่น้องชาวไทยเรา ให้ถึงจุดที่หมายจนได้ไม่สงสัย คือทองคำคาดแน่ในใจแล้วเวลานี้ว่าจะได้ ๑๐ ตัน แล้วดอลลาร์ก็คาดเคียงข้างกันไปว่า จะได้ไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้าน เวลานี้ก็ได้มากทุกอย่าง คือค่อนไปแล้วทุกอย่าง ทองคำก็ได้ ๕ ตันกับ ๒๘๐ กว่ากิโลแล้ว ดอลลาร์ก็ได้ ๗ ล้านกว่าเวลานี้ ส่วนที่อยู่ในคลังหลวงไม่ถึง ๗ ล้าน แต่นับทางบัญชีที่ยังไม่ได้นับทางคลังหลวงเข้าไปด้วยแล้วก็ ๗ ล้านกว่าแล้ว

สำหรับทองคำที่ได้เข้าคลังหลวงก็ได้อ่านให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วหน้ากันแล้ว แล้วยังเพิ่มเข้าอีก เช่นวันนี้พี่น้องได้มาบริจาคทองคำ ดอลลาร์ เงินสด รวมกันเป็นพลังอันหนึ่งอันเดียวกันนี้ ก็จะเข้ารวมแล้วหลอมก่อนที่จะมอบทองคำเหล่านี้เข้าสู่คลังหลวงของเรา โดยผ่านเข้าไปสู่กับงานธนาคารชาติของเรา ซึ่งจะมีขึ้นวันที่ ๑๐ ธันวาคมนี้ นี้หลวงตาก็คาดไว้แล้ว ฝากความเชื่อพี่น้องทั้งหลายนั้นว่า อย่างไรทองคำเราเมื่อถึงวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๔๕ นั้น จะได้ทองคำ ๕๐๐ กิโลเป็นอย่างน้อยวันนั้นนะ หลังจากนี้ก็จะได้รวบรวมทองคำที่พี่น้องบริจาคเรื่อยมาจนกระทั่งถึงวันนี้ คือวันกฐินช่วยชาติของเรา เมื่อรวบรวมทองคำมาแล้ว ก็จะไปถอนเงินจำนวนทั้งหมดที่บริจาคนี้

เวลานี้เมื่อบริจาคแล้วก็เข้าสู่บัญชีกฐินช่วยชาติของเราทั้งหมด พอรวบรวมทองคำได้เป็นทองคำล้วน ๆ มารู้จำนวนแล้วก็จะรีบไปถอนเอาเงินที่ฝากธนาคารนี้ ซึ่งเป็นเงินกฐินช่วยชาตินี้ออกมาทั้งหมดมาซื้อทองคำ รวมหลอมเข้าให้ครบจำนวน ๕๐๐ กิโลแล้วก็จะมอบเข้าสู่คลังหลวงในวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๔๕ ค่อนข้างแน่นอน หลวงตาจึงขอฝากความไว้วางใจ และความเชื่อมั่นในหัวใจว่าพี่น้องชาวไทยเราเท่านั้นที่จะยกชาติไทยของเราขึ้นจากหล่มลึกได้ ชาติใดเมืองใดจะมากมายขนาดไหนเราไม่ไปหวังพึ่งเขา เราหวังพึ่งชาติไทยของเราโดยเฉพาะนี้เท่านั้นว่าจะยกชาติไทยของเราขึ้นให้ได้ สมบัติที่เป็นสักขีพยานก็คือทองคำจะได้น้ำหนัก ๑๐ ตัน ดอลลาร์เคียงข้างกันไปค่อนข้างแน่ใจว่าจะได้ถึง ๑๐ ล้านโดยไม่สงสัยแหละ

จึงขอฝากความไว้วางใจ ความเชื่อมั่นกับพี่น้องทั้งหลายไว้ในหัวใจของหลวงตาด้วย แล้วฝากความไว้วางใจนี้ไปหาพี่น้องทั้งหลายทั่วหน้ากัน อย่าให้หลวงตาเสียหน้าขายหน้านะ เชื่อพี่น้องทั้งหลายแล้วยันหลวงตาลงทะเล หลวงตาพลิกหัวขึ้นมาได้จะเป็นเปรตตัวใหญ่ไล่คนลงทะเลแทนเลย ถ้าหลวงตาผิดหวังคราวนี้นะ ให้ระวังพี่น้องทั้งหลายหลวงตาบัวเป็นเปรตจะไม่เหมือนใครเป็นนะ เปรตทั้งหลายไม่น่ากลัวนัก แต่หลวงตาของท่านทั้งหลายเป็นเปรตแล้วเอาแหลกเหลวหมด ไม่มีที่อยู่ที่หลับที่นอน หลวงตาจะเที่ยวอาละวาดตีแหลกไปหมด แม้ที่สุดไปนั่งส้วมอยู่ในห้องน้ำห้องส้วมก็จะไปตีเอา ขี้ราดเยี่ยวราดแตกกระจัดกระจายไปหมดทั่วประเทศไทย จึงขอให้ระวัง

พี่น้องทั้งหลายถ้าไม่อยากให้เหตุร้ายเกิดขึ้นในเมืองไทย ขอให้ได้ทองคำมาตามความมุ่งหมายดังที่หลวงตาฝากคำเชื่อถือไว้นี้เรียบร้อยแล้ว หลวงตาบัวจะไม่เป็นเปรต พอเสร็จเรียบร้อยแล้วนี้หายห่วงกับพี่น้องทั้งหลาย เมื่อหายห่วงแล้วหลวงตาบัวจะดีดทีเดียวเลย ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแห่งชีวิตของหลวงตาบัวที่สมบุกสมบันแบกภพแบกชาติด้วยความเกิดแก่เจ็บตาย นรกหมกไหม้ที่ไหนไปหมดเหมือนกับทั่ว ๆ ไป สวรรค์ชั้นพรหมก็ไปได้ทั้งนั้น ขึ้น ๆ ล่อง ๆ ด้วยอำนาจแห่งกรรมดีกรรมชั่วที่ตัวนั้นแหละเป็นผู้ทำเอง แล้วมันก็ไสลงถ้าเป็นกรรมชั่ว ถ้ากรรมดีก็ไสขึ้น แล้วตกลงก็ขึ้นเหมือนเราขึ้นบันไดลงบันได ขึ้นสวรรค์ชั้นพรหมลงนรกอเวจี

หลวงตาเคยแบกเคยหามมามากแล้ว พิจารณามันจ้าอยู่ในหัวใจนี้แล้วตามธรรมของพระพุทธเจ้าที่สอนไว้ด้วย โลกวิทู รู้แจ้งโลกถนัดชัดเจนไม่สงสัย สั่งสอนโลกด้วยความแม่นยำ เรียกว่า สวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบแล้ว หลวงตาก็ได้ปฏิบัติตนเต็มกำลังความสามารถอย่างนั้นเรื่อยมา ไม่ให้คลาดเคลื่อนจากหลักธรรมหลักวินัย สมบุกสมบันเอาเป็นเอาตายเข้าว่า ผลก็ปรากฏขึ้นจากการปฏิบัติธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเรื่อยมา ๆ จนกระทั่งถึงขั้นสุดท้ายว่า กิเลสที่เคยเป็นภัยต่อสัตว์โลกทั้งหลายมีตัวของเราเป็นสำคัญ ได้ขาดสะบั้นลงไปจากจิตใจ จิตใจได้ส่งแสงสว่างจ้าขึ้นมา ตั้งแต่บัดนั้นจนกระทั่งบัดนี้ หลวงตาไม่มีห่วงอะไรในโลกนี้

ที่ห่วงอยู่เวลานี้คือห่วงพี่น้องชาวไทยเราเกี่ยวกับเรื่องความทุกข์จนค่นแค้นนั้นแหละ จึงได้พากันฟื้นฟูขึ้นมาโดยมีหัวหน้าเป็นผู้นำ การเป็นผู้นำไม่ใช่เป็นเรื่องเล็กน้อย จะเอาเทวดามาเป็นผู้นำก็ตาม ถ้าเขาไม่เชื่อถือเสียอย่างเดียวไม่มีความหมายเลย จะเอาอินทร์เอาพรหมตนไหนมาเป็นหัวหน้าก็ไม่มีความหมาย เขาไม่เคารพนับถือ เขาไม่เชื่อฟังเสียอย่างเดียวเท่านั้นไม่มีความหมายทั้งนั้น แต่นี้ทำไมพี่น้องทั้งหลายกับหลวงตาบัวจึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาตั้งแต่เริ่มช่วยชาติบ้านเมือง พี่น้องทั้งหลายไม่ได้ลดหย่อนอ่อนข้อในการเสียสละ ด้วยความเชื่อทำตามทุกสิ่งทุกอย่าง ว่าเด็ดก็เด็ดด้วยกัน ว่าอะไรเป็นด้วยกันเลยตลอดมา

เช่นวันนี้ก็ดูซิ ทุ่งของเราหน้าวัดป่าบ้านตาดนี่เต็มไปด้วยผู้คนศรัทธาที่รักชาติทั้งหลายมาบริจาคทานทั่วกันหมด วันนี้ได้เงินสักเท่าไรก็ไม่ทราบ หลวงตายังไม่นับ แต่ตอนที่นับเงินนี้เรายังไม่ได้ตั้งกรรมการไปดักที่ประตูวัดไว้เสียก่อน ถ้าเงินยังไม่ได้จำนวนที่เราต้องการหลาย ๆ ล้านแล้ว เราจะปิดประตูพวกนี้ไม่ให้ออก ไล่เอาเงินตามกระป๋งกระเป๋าเรียบร้อยแล้วเราถึงจะไล่ออก เข้าใจไหม ระวังให้ดีนะ ลูกเต้าหลานเหลนใครมาที่ไหน ใครมีหมูหมาเป็ดไก่มาด้วยต้องคิดเอาหมาตัวละ ๕๐ สตางค์ ไก่ตัวละ ๕๐ สตางค์ เด็กคนละบาทสองบาท ใครมีลูกหลายคนให้ได้มาหลาย ๆ คน ให้แต่พ่อแต่แม่ลูกไม่ได้ให้ไม่ได้นะ เสีย วันนี้เราก็จะให้ตำรวจไปกักที่ไว้ ใครพ่อแม่บริจาค หรือพ่อแม่ก็ไม่ได้บริจาค ลูกก็ไม่ได้บริจาค แล้วพรากกันกับพ่อกับแม่ไปอย่างนี้ หลวงตาบัวจะยึดเด็กไว้หมด ให้เอาเงินมาไถ่เอาแล้วถึงจะปล่อย ปล่อยแล้วขับด้วย ขับออกจากบ้าน

นี่ละความเสียสละของเรา ใครมีมากน้อยเท่าไร เอา เสียสละลงไป ฝนตกทีละหยดละหยาดทำท้องน้ำมหาสมุทรให้เต็มได้ ด้วยความเสียสละของเราฉันใด การช่วยชาติของเราเราไม่ไปหาเอาสมบัติเงินทองมาจากมหาเศรษฐีกุฎุมพีที่ไหนแหละ หาจากคนไทยที่รักชาติในตัวเองนั้นแหละ แม้จะมีเงินหนึ่งบาทสองบาท แบ่งมาได้เป็นสตางค์เป็นสลึงจนได้นั่นแหละมาเสียสละ นี้คือความพอใจของพี่น้องชาวไทย เราจึงเชื่อแน่ว่าทองน้ำหนัก ๑๐ ตันยังไงก็ไม่พ้นเงื้อมมือของพี่น้องชาวไทยเรา ออกจากทุคตะเข็ญใจทั่วประเทศนี้แหละ คำว่าทุคตะเข็ญใจคืออะไร เมื่อสามสี่ปีผ่านมานี้มันจะจม จะมองหน้ากันไม่ได้เลย เวลานี้เราก็ฟื้นฟูขึ้นด้วยความรักชาติความเสียสละของเรา จนกระทั่งลืมตาอ้าปากได้พอประมาณ เวลานี้กำลังจะฟื้นตัวขึ้นให้หนักแน่น จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายได้ดำเนินตามนี้

นี่เรียกว่าหัวหน้านะ จะเป็นนิสัยวาสนาเกี่ยวโยงกันยังไงหลวงตาไม่อาจพูดได้ ถึงจะรู้อยู่อย่างเต็มใจก็ไม่อาจพูดได้ เป็นยังไงพวกเราทั้งหลายจึงมาเคารพนับถือเชื่อฟังกัน ในฐานะว่าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเลย เป็นอวัยวะอันเดียวกันได้เพราะอะไร มีบุพเพนิวาสชาติปางก่อนมีมาดั้งเดิมแล้ว ความไม่เคยเกี่ยวโยงกันจะเกี่ยวโยงกันไม่ได้ เพราะไม่เคยเคารพนับถือกันจะเชื่อฟังกันไม่ได้ ความที่เคยกันแล้วมองเห็นหน้าปั๊บวิ่งตามกันเลย มีเยอะ เราจะยกตัวอย่างย่อ ๆ มาเป็นคติให้พี่น้องทั้งหลายฟัง

คือนายพรานป่าคนหนึ่งเขาเป็นเศรษฐีทำบุญให้ทาน สร้างโบสถ์ถวายพระ ทีนี้เวลาเขาจะตายเกิดความขัดข้องกับคู่บารมีเขานั่นแหละ คือเมียเขา ตายไปเขารู้สึกเสียใจให้เมียเขา ตายไปเลยไปเป็นนายพรานป่า ไปหาล่าสัตว์กินในป่า เมียตายแล้วปั๊บมาเกิดเป็นลูกเศรษฐีอยู่เมืองอะไรเราลืมชื่อแล้ว อยู่ปราสาทหกชั้นเจ็ดชั้นนะ เขามองเห็นผัวของเขา บุพเพนิวาสชาติปางก่อนเคยสร้างบารมีมาด้วยกัน แต่เวลานั้นเขาไปเป็นนายพรานป่า ตื่นเช้าเขาก็นำเนื้อใส่ล้อใส่เกวียนมาขาย ลูกสาวเศรษฐีอยู่บนปราสาท มองดูผู้ชายคนนั้นมองเช้ามองเย็น ตอนเช้าเขาเอาของมาขายตลาด ตอนเย็นก็มองอยู่ข้างบน จิตใจมันปฏิพัทธ์ยินดี นั่นเห็นไหม นี่ละความผูกพันบุพเพนิวาสชาติปางก่อน เห็นเขาเดินมาถนนนู่นเขาไม่รู้สึกตัวอะไรเลย แต่ผู้หญิงคนนี้ดีดดิ้นอยู่นี่ มีบริษัทบริวารห้อมล้อม จะไปไหนต้องรักษาทุกด้านทุกทางหาทางออกไม่ได้

วันนั้นเขาคิดถึงผัวเขามาก ตอนเย็นผัวเขากลับจากตลาดไปในป่า เขาก็ปุ๊บปั๊บบอกจะเข้าห้องน้ำ ไปห้องน้ำแล้วเตลิดหนีจากห้องน้ำปุ๊บปั๊บออกไปโน้นเลย เขามองเห็นผู้ชายคนนั้นขับล้อขับเกวียนมา เขามองเห็นแล้วก็ลงจากนี้ปั๊บไปดักข้างหน้า พอไปถึงข้างหน้าแล้ว ผู้ชายคนนั้นไม่รู้เรื่องรู้ราว มาก็ปุ๊บปั๊บเข้าไปหาผู้ชายคนนั้น นี่จะไปไหน บอกว่าจะไปด้วย ฟังซิน่ะ ผู้ชายคนนั้นก็เคยเป็นผัวอยู่แล้วจะว่าไง บุพเพนิวาส ทางนั้นก็ให้ขึ้นไปเลย ไปได้กันมีลูกตั้ง ๗ คนหรือ ๑๕ คนลืมแล้ว มีแต่ลูกชาย ให้ท่านทั้งหลายจำไว้ก็แล้วกัน นี่บุพเพนิวาสชาติปางก่อน เห็นกันแพล็บเท่านั้นดูดใส่กันแล้ว นี่เอามาย่อ ๆ เพียงเท่านี้ไม่พูดมาก

นี่พวกเราทั้งหลายที่มาเกี่ยวข้องกันนี้จำนวนมากน้อยเพียงไร เราเชื่อแน่ในบุพเพนิวาสชาติปางก่อนของเราว่า เป็นผู้สร้างวาสนาบารมีมาด้วยกัน เพราะฉะนั้นจึงเข้ากันได้ แม้หลวงตาบัวจะเป็นลูกชาวนา พ่อชื่อนายทองดี แม่ชื่อนางแพงก็ตาม หลวงตาบัวชื่อไอ้บัว ขโมยอ้อยเขาเก่ง ๆ นั้นแหละ ตอนนี้หลวงตาบัวก็มาเป็นอาจารย์พี่น้องทั้งหลาย ว่ายังไงพี่น้องทั้งหลายเชื่อฟังตามเพราะเหตุไร ให้พิจารณาเรื่องนี้ก็แล้วกัน สายเกี่ยวโยงมันมีอย่างนี้ ถ้าไม่มีสายเกี่ยวโยงแล้วเอาเทวดามาเป็นผู้นำไม่มีความหมาย เงินสตางค์หนึ่งไม่หลุดออกจากมือเลย นี้เป็นยังไงเงินของเราเวลานี้กลายเป็นทองคำตั้งน้ำหนักร่วมเข้า ๑๐ ตัน นี่ได้ ๕ ตันกว่าแล้ว ดอลลาร์ก็ได้ตั้ง ๗ ล้านแล้ว เงินไทยเราที่แยกไปซื้อทองคำนี้ ๙๓๑ ล้านนะ ซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวง

นอกจากนั้นก็แยกไปสร้างทั่วประเทศไทย ตั้งแต่คนทุกข์คนจน สถานสงเคราะห์ โรงร่ำโรงเรียนกี่สิบหลัง โรงพยาบาลกี่หลัง วงราชการต่าง ๆ ช่วยไปหมด นี้เป็นเงินแผนกหนึ่ง นี่ก็ออกมาจากน้ำใจพี่น้องทั้งหลายที่มีความเชื่อถือซึ่งกันและกัน และเชื่อบุญเชื่อกรรมได้บริจาค เพราะฉะนั้นจึงขอฝากความไว้วางใจกับบรรดาพี่น้องทั้งหลายทั่วประเทศไทย เฉพาะอย่างยิ่งที่มาในงานนี้จงพากันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ให้มีความสมัครสมานซึ่งกันและกัน เหมือนอวัยวะของเรานี้แหละ อวัยวะนี้ถ้ามันไม่เจ็บไม่ปวดแข้งขาอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง การทำงานการไปมาหาสู่ที่ไหนสะดวกหมด ถ้าอวัยวะของเราบกพร่องส่วนใดส่วนหนึ่งแล้ว แม้ที่สุดขาถูกหนามปักก็เดินเขยก ๆ ไม่สามัคคีกัน ร่างกายไม่สามัคคีเราก็เป็นทุกข์

ชาติไทยของเราถ้าไม่มีความสามัคคีเราก็เป็นทุกข์ได้นะ เพราะฉะนั้นจึงขอให้ประสานกันเข้าเป็นความสามัคคีเป็นลูกพ่อเดียวกัน มีพระมหากษัตริย์ พระบรมราชินีนาถเป็นพ่อใหญ่แม่ใหญ่ของพวกเรา นอกนั้นก็เป็นพี่เบิ้มปกครองกันมาโดยอรรถโดยธรรมเป็นลำดับลำดา เพื่อความสมานสามัคคี อยู่ดีกินดีของคนทั่วประเทศไทย แล้วจะเป็นที่ร่มเย็นเป็นสุขในคนทั้งชาติ นับแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราลงมา พี่น้องทั้งหลายจำไว้ พูดเพียงเท่านี้เสียก่อน หากว่ามีปัญหาอะไรมา ถ้าตอบได้ก็จะตอบอีก ถ้าตอบไม่ได้ก็ส่งคืน เอ้า ถามมา

จนท.หญิง นมัสการเรียนถามหลวงตาค่ะ นับแต่หลวงตาได้ดำเนินงานโครงการช่วยชาติมา หลวงตามีอุปสรรคในเรื่องการทำงานตามโครงการนี้ยังไงบ้างไหมคะ

หลวงตา อุปสรรคที่มีประจำตัวก็คือกินแล้วต้องถ่าย เวลานี้มันก็กวนอยู่ แต่เราทำท่าอย่างนี้เฉย ๆ ทำท่าเฉย ๆ ผึ่งผาย แต่ธรรมชาติความจริงอันนั้นมันกำลังกวนนะเวลานี้ นี่ละอุปสรรค เอ้าว่าไป อุปสรรคอื่นไม่พูดมันมีอยู่ทั่วไปนั่นแหละ ผัวเมียยังทะเลาะกันไม่เป็นอุปสรรคยังไง เพราะผัวมันดื้อไปหาอีหนู เมียมันก็ดื้อไปหาไอ้หนู มันก็ทะเลาะกัน นี่ก็ไม่สามัคคีกัน ถ้าอยากให้สามัคคี ผัวเมียต้องมีความจงรักภักดีซื่อสัตย์สุจริตต่อกันทั่วประเทศไทยเราซึ่งเป็นแดนแห่งชาวพุทธ แล้วจะอยู่เย็นเป็นสุขทั่วหน้ากัน เรื่องความแตกร้าวที่ไหนหลวงตาบัวไม่เคยเห็น ไปที่ไหน ไหนทองคำ เขาก็เอามาให้เสีย ไหนดอลลาร์ เขาก็เอามาให้เสีย ไหนเงินสด เขาก็เอามาให้เสีย เลยไม่มีอะไรเป็นอุปสรรค เอาละถามต่อไป

จนท.หญิง กราบนมัสการเรียนถามหลวงตาอีกข้อหนึ่งว่า หลวงตาตอนนี้อายุก็ ๙๐ แล้ว ทีนี้หลวงตาตั้งเป้าหมายไว้ว่า หลวงตาจะหาทองคำเข้าคลังหลวงให้ได้ ๑๐ ตัน ทีนี้หลวงตามีความวิตกกังวลบ้างไหมคะว่า เป้าหมายตรงนี้หลวงตาจะทำไปถึงตรงนั้นไหมคะ

หลวงตา หลวงตาไม่กังวล เพราะหลวงตาได้ประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วประเทศไทยแล้วว่า หลวงตาพยายามจะเอาทองคำจากบรรดาพี่น้องทั้งหลายมารวมกันให้ได้ ๑๐ ตัน เมื่อหลวงตาตายไปแล้วก็ขอให้พี่น้องทั้งหลายเดินตามรอยของหลวงตา ตามที่หลวงตาได้สั่งเสียไว้แล้ว หลวงตาตายแล้วคงไม่ตายเปล่า ทองคำ ๑๐ ตันนี้คงจะได้ เพราะลูกศิษย์ลูกหาจะตามรอยหลวงตาไปจนได้นั่นแหละ นอกจากคนกำลังถามนี้จะตามหรือไม่ตามเท่านั้นเอง

จนท.หญิง ก็คงจะตามแหละค่ะหลวงตา

หลวงตา ถ้าตามแล้วพอใจ เอ้าที่นี่ว่าไป

จนท.ชาย หลวงตาครับ ขอนมัสการเรียนถามหลวงตา หลวงตาเคยพูดบอกว่า หลวงตาเป็นคนยากคนจน หลวงตาเป็นคนที่มีหนี้สินมากคนหนึ่ง ประชาชนก็สงสัยว่าเวลาหลวงตาไปที่ไหนก็มีคนนำปัจจัยมาร่วมทำบุญกับหลวงตามากมาย ทำไมหลวงตาถึงบอกว่าเป็นคนยากจน หลวงตาเป็นคนมีหนี้สินมากครับ

หลวงตา อ๋อ ยากจนก็ยากจนในสิ่งไม่มีนั้นแหละ สิ่งที่มีแล้วหลวงตาไม่ยากจน เข้าใจหรือ นี่เป็นคนยากจนด้วยกันผู้ที่ไม่มี ผู้ที่มีแล้วเขาก็ไม่ยากจน หลวงตานี้ไม่ยากจนในสิ่งที่มี เช่นธรรมเต็มหัวใจ บอกตรง ๆ หลวงตาไม่มีคำว่าจนตรอกจนมุม ตั้งแต่ ๒๔๙๓ มาจนกระทั่งป่านนี้ จิตใจนี้เปี่ยมไปหมดสว่างจ้าทั่วโลกธาตุ ฟังให้ดีนะ นี้มาประกาศโกหกพี่น้องทั้งหลายเหรอ ฟังซิ เราสอนโลกทั้งโลกเรามาสอนโลกเพื่อความล่มจมเหรอ ธรรมเท่านั้นเป็นเครื่องที่จะฉุดลาก ธรรมนี้เราปฏิบัติมาแล้ว พูดตามความสัตย์ความจริง นำออกประพฤติปฏิบัติหน้าที่การงานทุกอย่างไม่ให้ด่างพร้อย คิดดูซิเงินพี่น้องทั้งหลายบริจาคมาทั้งทองคำนี้ เข้ามาจุดเดียวคือหลวงตา สมบัติของคนทั้งประเทศ ทองคำ ดอลลาร์ เงินสด ผ่านเข้ามาหาหลวงตานี้ บาทหนึ่งหลวงตาไม่เคยแตะ

ฟังซิน่ะ ท่านทั้งหลายไปหาที่ไหนอีก ผู้ที่รับเงินเป็นส่วนรวมของคนทั้งประเทศมาแล้วบาทหนึ่ง ไม่หลุดลอยไปไหนด้วยความทุจริต เรามีในหัวใจของเราเต็มส่วน เราไม่มีอะไร นี่ละที่ว่าเราบริสุทธิ์เต็มที่ เรามีความเมตตาเต็มส่วน อันนี้เราบอกว่ามี ส่วนทรัพย์สินเงินทองนั้นจะต้องหวังอาศัยพี่น้องทั้งหลายมาส่งเสริมเข้าก็จะมี เมื่อมีมากในหลวงตาแล้วก็จะไปมีในคลังหลวง เมื่อคลังหลวงเรามีแล้วเรามีความชุ่มเย็นทั่วประเทศไทย เอาละเอาแค่นี้ก่อน มีอะไรถามมาอีก

จนท.ชาย หลวงตาครับ ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาหลวงตาสงเคราะห์ทางโลกมาเยอะ ช่วยโรงพยาบาล ช่วยโรงพัก ช่วยเรือนจำต่าง ๆ มามากมาย ลูกศิษย์ลูกหาบอกว่า เรื่องเหล่านี้หลวงตาบอกว่าไม่ต้องการจะให้ไปเปิดเผยที่ไหน ทำไมหลวงตาคิดอย่างนั้นครับ

หลวงตา อ๋อ อันนี้เป็นความจริงนะ คือแต่ก่อนหลวงตาปัดเรื่องเงินนี้ไม่เกี่ยวข้องจริง ๆ  แม้แต่มาสร้างวัดแล้วได้มาเท่าไรนี้ออกสร้าง เริ่มตั้งแต่สงเคราะห์คนทุกข์คนจนเรื่อยมา จนกระทั่งก้าวเข้ามาสู่การช่วยโลกนี้แหละ เราไปสงเคราะห์ที่ไหนเขาจะมาขอลงหนังสือพิมพ์ เราปัดหมดเราไม่ต้องการ เราทำประโยชน์ให้โลกเท่านั้นพอๆ เราไม่ต้องการชื่อเสียงอะไรต่ออะไร กิตติศัพท์กิตติคุณอะไร เราไม่เอา เราเอาแต่ประโยชน์คนที่มารับสงเคราะห์จากเราได้รับไปเท่านั้นเราเป็นที่พอใจ นี่ในเบื้องต้น เราจึงไม่ประกาศ ใครจะมาลงหนังสือพิมพ์เราปัดเลย ๆ ไม่ให้ลง แล้วทีนี้ทำไมจึงต้องมาประกาศ

ก็เพราะเหตุผลว่า เราเก็บธรรมดาธรรมชาติของเรา ด้วยความดิบดีของเราทำแล้วเราเป็นที่พอใจ เก็บไว้อย่างเงียบ ๆ อยู่ตลอดมา ครั้นต่อมามันก็มีเรื่องมีราว หลวงตาทำอะไรพวกนี้ไม่ยอมรับความจริง นี่ละเรื่องมันจะออกนะ เราทำความจริงเต็มสัดเต็มส่วนทั่วบ้านทั่วเมือง เขาไม่ยอมรับความจริง ใครไม่ยอมรับความจริง ตัวปลอม ๆ ใครก็แล้วกัน ถ้าเราไม่ยอมรับความจริง เราก็ปลอมคนหนึ่งในประเทศไทย นี่หลวงตาเอาสมบัติมาเข้าคลังหลวง ดอลลาร์เข้าคลังหลวง เงินทองข้าวของกระจายทั่วบ้านทั่วเมือง เขาไม่ยอมรับว่าหลวงตาได้ทำอย่างนั้น มีแต่ว่าหลวงตานี้ได้เงินมาจากพี่น้องทั้งหลายทั่วประเทศไทยนี้ เอามาเข้าพุงหลวงหมด นี่ละตรงที่จะได้เปิด เอามาเข้าพุงหลวงหมด

สมบัติเงินทองทั้งหลายที่เห็นอยู่ คนทั้งโลกทั้งประเทศไทยเขาเห็นกันทั้งนั้น แต่พวกหูหนวกตาบอด พวกเจตนาทำลายชาติบ้านเมืองให้ฉิบหายล่มจมนี้ไม่ยอมรับความจริง จะหาแต่ความจอมปลอม หาแต่การทำลายเท่านั้น มาจุดมาเผาชาติบ้านเมือง เราทำความดีเขาก็ไปตามเผา ๆ ว่าเอามาเข้าพุงตัวเองหมดๆ นี่ละทีนี้หลวงตาก็เลยดึงพุงเหล่านี้ออกไป บอกว่าพวกนี้มันตาบอดกันหมดทั้งโคตรทั้งแซ่มันนั้นเหรอ มันถึงไม่เห็นหลวงตาบัวไปทำประโยชน์ให้โลก เงินเหล่านี้เอาไปไหน ว่าเงินเป็นกระสอบ ๆ เอาไปไหน ทีแรกไม่ยอมรับจนกระทั่งทองคำและดอลลาร์เข้าคลังหลวง ทีนี้เมื่อปิดไม่อยู่เพราะคนรู้กันทั้งโลก แล้วมันก็หลีกมาว่าส่วนเงินสดนั้นหลวงตาได้เป็นกระสอบ ๆ หลวงตาเอาไปซุกไว้ที่ไหน หรือเอาเข้าพุงเจ้าของหมดเหรอ

หลวงตาก็บอกว่า พุงหลวงตานั้นคือคนทุกข์คนจนทั่วประเทศไทย หลวงตาให้หมดเลย แล้วพวกเจ็บไข้ได้ป่วยเข้าสู่โรงพยาบาลมาฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของเรา เรารับรักษาให้หมด เป็นคนไข้ของเราตลอดมา จากนั้นก็สร้างสถานสงเคราะห์ โรงร่ำโรงเรียนนี้คือพุงหลวงตาไปดูเอา ถ้าไม่ตาบอดหมดทั้งโคตรมันให้ไปดูเอา ถ้าหากว่ามันตาบอดมันจะหัวแตกทั้งโคตร โดนตึกของหลวงตาที่สร้างไว้ โรงเรียนหลวงตาที่สร้างไว้ มันไม่เห็นโดนเอา ๆ เราก็บอก โรงเรียนกี่สิบหลังสร้างให้โรงเรียนทั่วประเทศไทย แล้วโรงพยาบาลกี่สิบหลัง ในโรงพยาบาลนั้นมีอะไรบ้างที่เราช่วย ตั้งแต่เครื่องไม้เครื่องมือแพทย์ รถรา ตึกรามอะไรช่วยหมด ๆ ตลอดมา เวลานี้เราช่วยโรงพยาบาลเกือบ ๒๐๐ โรงแล้วนะ ช่วยมามากขนาดนี้แหละ

นี่ละที่เราเปิด เพราะเขาหาว่าหลวงตาเอาสมบัติของพี่น้องทั้งหลายเข้าซุกในพุงของตัวเอง หลวงตาจึงบอกว่าพุงของตัวไม่มี มีแต่ตามที่ว่า เข้าใจเหรอ นี่แหละเหตุผลกลไกที่นำมาเปิดก็เพราะมีเรื่องให้เปิด ถ้าไม่มีเรื่องหลวงตาไม่จำเป็นต้องเปิด เปิดไปหาอะไรเราพอทุกอย่างแล้ว หวังอะไร เอ้า ถามต่อไปอีก

จนท.ชาย หลวงตาครับ แล้วเจอปัญหาอย่างนี้นะครับ มีคนเข้าใจหลวงตาในทางที่ไม่ถูก แล้วก็มีปัญหาอุปสรรคมากมาย ขอเรียนถามว่าหลวงตาเคยรู้สึกท้อถอย เหนื่อยอ่อนแล้วก็อยากจะหยุดพักผ่อนไหมครับหลวงตาครับ

หลวงตา อ๋อ เวลาอยากนอนเราก็หยุดพักผ่อนนอนของเรา ให้เราวิ่งแข่งการอยากนอนเราไม่วิ่ง หมอนเสื่ออยู่ที่ไหนเราจะวิ่งเข้าเสื่อเข้าหมอน เท่านั้นละนะ อย่างอื่นไม่มี หรือสงสัยตรงไหนอีก เอ้าถามมา

จนท.หญิง อยากจะขอนมัสการเรียนถามหลวงตาค่ะว่า ทำไมหลวงตาถึงกำหนดให้วันทอดกฐินวันนี้ว่าเป็นวันทอดกฐินวันประวัติศาสตร์ค่ะ วันทอดกฐินทองคำช่วยชาติประวัติศาสตร์ค่ะ

หลวงตา คือแต่ก่อนเราก็รวบรวมประวัติศาสตร์มาเรื่อย ๆ ๆ พอได้พอสมควรแล้วก็มายกวันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์เข้าใจไหม เรารวมกฐินทั้งหมด รวมการรวบรวมของพี่น้องทั้งหลายที่มาบริจาคเราแล้วมารวม มาถึงวันนี้แล้วก็เรียกว่าเป็นกฐินประวัติศาสตร์ เพราะคราวนี้ออกกว้างขวางมาก ออกทั่วประเทศไทย ไม่ว่าสถานที่ทำการทำงาน โรงหอโรงแรมที่ไหน ให้เอากองผ้าไปตั้งกึ๊กลงไปซึ่งเท่ากับว่านี้เทวดามาสู่บ้านของท่าน จะฉุดลากบ้านของท่านขึ้นจากหล่มลึกท่านรู้หรือยัง ความหมายว่างั้น เพราะฉะนั้นเราถึงบอกได้เลยว่า เอ้า เรื่องผ้าป่านี้ไปตั้งได้เลย ใครรังเกียจผ้าป่านี้เรียกว่าคนนั้นรังเกียจชาติตัวเอง รังเกียจตัวเอง เป็นคนหนักชาติ เป็นคนขวางชาติไม่ควรอยู่ในเมืองไทย แล้วเขี่ยให้ลงทะเลเสียคนประเภทนั้น คนประเภทไหนที่เขาไม่เป็นอย่างนั้น เขามีความจงรักภักดีต่อกองการกุศลที่ไปตั้งผ้าป่าให้เขานี้เขาก็มาบริจาค นี้เป็นการส่งเสริมชาติของเขาเอง ชาติของเราคือชาติของพวกคนทั้งชาตินี้แหละ เข้าใจเหรอ

นี่ที่เอาไปตั้งไว้ทุกแห่งหลวงตาสั่งเอง ไม่มีใครสั่ง ท่านเหล่านี้เอาไปตั้งไว้ตามคำสั่งของหลวงตา เพราะเห็นว่ากองผ้าป่านี้เป็นมหามงคลแก่พี่น้องชาวไทยทั้งประเทศทีเดียว ไปตั้งที่ตรงไหนเป็นมงคลที่ตรงนั้น ไม่เป็นเสนียดจัญไร ไม่เป็นผ้าป่าประเภทคนขอทาน แต่เป็นผ้าป่าประเภทของเทวบุตรเทวดา จะมาฉุดลากชาติไทยของเรา ใครยินดีที่จะฟื้นฟูชาติไทยของเราขึ้น เอ้า บริจาคในผ้าป่าแล้วย้อนเข้ามาก็เข้าสู่คลังหลวง หายใจโล่งทั่วหน้ากัน เข้าใจไหมล่ะ เอ้า ถามมาอีก ถ้าตอบได้ มันจะหมดเวลาแล้วมัง

จนท.ชาย ยังพอมีเวลาครับ ขอนมัสการเรียนถามหลวงตาว่า ในสังคมโลกทุกวันนี้นะครับ มีแต่การแก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่น มีแต่สิ่งที่เรียกว่ากิเลสตัณหากันทั้งนั้น อยากจะขออาราธนาหลวงตาได้ให้คติธรรม นำทางพวกเราที่จะพ้นทุกข์พ้นปัญหาทั้งหลายครับหลวงตาครับ

หลวงตา ไอ้ที่ว่าชิงดีชิงเด่น มันไม่ใช่ชิงดีชิงเด่นนะ มันชิงความชั่วช้าลามกจกเปรตกันทั้งนั้น ผู้ชิงดีชิงเด่นท่านเสาะแสวงหาแต่ความดิบความดีทุกแห่งทุกหนตำบลหมู่บ้าน แม้ที่สุดพระที่ท่านบวชมาท่านเข้าในป่าในเขา ภาวนา ๆ มาเล่าภาวนาให้กันฟังคนนี้เล่าอย่างนี้ คนนั้นเล่าอย่างนั้น มีแต่ความดิบความดี ความเป็นมหามงคล ได้จากกันแล้วท่านก็หลีกตัวออกไป ทีนี้ชิงกันทำความเพียร ประกอบคุณงามความดีอยู่ในที่นั้น ๆ เรียกว่า ท่านชิงดีชิงเด่นกัน นี่เข้าใจไหม ไอ้พวกส้วมพวกถานมันชิงมูตรชิงคูถกันต่างหาก จะไปว่ามันชิงดีชิงเด่นอะไร ธรรมไม่เห็นด้วยเลย เพราะฉะนั้นจึงปิด นี้ไม่ใช่ชิงดีชิงเด่น เรื่องกิเลสตัณหามันชิงส้วมชิงถานกันต่างหาก มันไม่ได้แข่งชิงสมบัติเงินทองข้าวของที่จะเป็นประโยชน์แก่ชาติและตัวเองแต่อย่างใดเลย เอ้า หายสงสัยหรือยัง

จนท.ชาย ครับ หลวงตาครับ ยอดที่ร่วมถวายกันมาถึงขณะนี้ครับ เวลา ๙.๒๐ นี้นะครับ ๕๙,๓๗๗ กอง ยังขาดอยู่อีก ๒๔,๖๒๓ กองที่เราตั้งใจกันไว้นะครับ หลวงตาในช่วงสุดท้ายที่จะเรียนถามหลวงตานี้ หลวงตามีอะไรจะฝากถึงพี่น้องญาติโยม คนไทยทั่วประเทศและทั่วโลกที่รับฟังเราอยู่ในวันนี้ครับหลวงตาครับ

หลวงตา ฝากถึงก็คือ ที่ขาดนี้หามาให้หมด เข้าใจไหม เดี๋ยวนี้ขาดอยู่เท่าไรลืมแล้ว

จนท.ชาย ขาดอีก ๒๔,๖๒๓ กองครับ

หลวงตา เออ เวลานี้กองผ้าป่าทองคำเราขาดอยู่ ๒๔,๖๒๓ กอง ให้หามาเดี๋ยวนี้เข้าใจไหม เมื่อพอเดี๋ยวนี้แล้ว หลวงตาก็จะหายห่วงเข้าใจเหรอ ห่วงเท่านั้นแหละ มันขาด นี้แหละการถามการตอบเรามันหลงหน้าหลงหลัง ไม่เหมือนแต่ก่อนนะ ต้องขออภัยพี่น้องทั้งหลายด้วยนะ พูดไป ๆ ตัดปุ๊บขาดแล้ว แล้วเรื่องราวก็ไม่ติดต่อกัน จึงอภัยนะ พูดไม่ติดต่อกันเพราะความจำเหลวไหลมากนะเดี๋ยวนี้ ก็อายุถึงขนาดนี้แล้วยังขึ้นธรรมาสน์ขึ้นบนเวทีมันเคยมีเหรอ ก็มีแต่หลวงตาบัวผีบ้าองค์เดียวนี้เท่านั้นละนะ เอาละพอ

จนท.ชาย หลวงตาครับ ตอนนี้สมควรแก่เวลาที่ญาติโยมจะได้ถวายกฐินช่วยชาติกันในครั้งนี้กับหลวงตาครับ

หลวงตา เออ ได้เวลาถวายกฐิน คว้าเงินในกระเป๋าไว้เรียบร้อย ๆ ทุกคน ๆ ตำรวจเขาไม่ทราบว่าเขาไปยืนขวางหน้าอยู่โน้นหรือเปล่าก็ไม่ทราบ เรายังไม่ได้สั่ง เขาอาจจะรีบไปก่อนเราแล้วก็ได้ เพราะเขากลัวอำนาจหลวงตาบัวละซิ จะตรวจดูเงิน ใครเวลามาจากบ้านมีเงินเท่านั้น กลับไปบ้านแล้วมีเงินไปเท่าไร ถ้ายังมีเหลืออยู่กลับคืนมาเอามาบริจาคเสียก่อนให้ได้ครบ ๘๔,๐๐๐ กอง แล้วก็ไล่ส่งเลยเข้าใจไหม เอาละพอ

จนท.ชาย ครับ กราบขอขอบพระคุณพระเดช พระคุณหลวงตาครับ ที่ได้กรุณาให้ธรรมะ

หลวงตา เออ ขอบบุญขอบคุณทุก ๆ ท่านที่มาในงานนี้ แล้วงานนี้เป็นงานอย่างใหญ่หลวง เป็นงานชาติของเราที่ขวนขวายสมบัติเข้าสู่คลังหลวง เอาให้จริงจังทุกคน

อ่านธรรมะหลวงตาวันต่อวัน ได้ที่ www.luangta.or.th


 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก