ไม่เป็นคุณธรรมพอที่จะไว้ใจ
วันที่ 19 เมษายน 2549 เวลา 8:10 น.
สถานที่ : ศาลาสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ ศาลาสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เมื่อเช้าวันที่ ๑๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๙

ไม่เป็นคุณธรรมพอที่จะไว้ใจ

         วันนี้ดูว่าเป็นวัดหยุดราชการ วันเลือกตั้งสว.ใช่ไหม สว.มันแปลว่าอะไรล่ะ (สมาชิกวุฒิสภาครับ) มันมีแต่ชื่อละ วุฒิสภาสะแภ มีแต่ตัวสกปรกไปอยู่นั้น เป็นส้วมเป็นถานไปหมด วงราชการทำไมจึงเป็นอย่างนี้ ข้าราชการเรามีแต่พวกสกปรกๆ กินบ้านกินเมืองกินตับกินปอดประชาชน หาความสะอาดที่ประชาชนจะไว้วางใจไม่ได้เลย เป็นอย่างไรถึงเป็นอย่างนั้นชาวพุทธเรา เราทุเรศจริงๆ เรานำชาติมานี้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เราไม่เคยแตะต้องสิ่งใดที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคมานี่เป็นประโยชน์ทั้งหมด จึงมาเห็นเรื่องความสกปรกของวงราชการต่างๆ นานานี้เป็นส้วมเป็นถานไปหมด

         เช่นอย่างวันนี้เขาจะเลือกตั้งวุฒิสมาชิกอะไรอย่างนี้ ก็ตั้งให้พวกส้วมพวกถาน พวกหมาเข้าถานนั่น หาความสะอาดไม่ได้ ทำไมจึงเป็นอย่างนี้ คนทั้งคนมีแต่ความสกปรกแล้วอยู่ด้วยความสกปรก มันมีความสุขความสะดวกสบายที่ไหน เดือดร้อนกันทั้งประเทศชาติบ้านเมือง เพราะความสกปรก แต่ก็ไม่เห็นโทษของมันเลย ความสะอาดมีอยู่ในใจมากน้อยจะสงบร่มเย็นนะ เรื่องความสกปรกนี้เป็นฟืนเป็นไฟ เลือกตั้งนั้นเลือกตั้งนี้มีตั้งแต่เรื่องกินเรื่องกลืนเรื่องสกปรกโสมม สายตาของธรรมจับดูนี้ดูไม่ได้นะ นี่เอามาพูดในแง่ต่างๆ เพียงเล็กน้อย ไม่ได้พูดมาก

         นั่นละธรรมกับโลกต่างกันอย่างนั้นละ ธรรมสะอาดสุดยอด โลกนี้สกปรกจนสุดยอดเหมือนกัน มองดูแล้วมันดูไม่ได้นะ สกปรกมาก พูดเหล่านี้เราไม่ได้คุยนะ เราพูดตามหลักความจริง ที่เราช่วยพี่น้องทั้งหลายมาเป็นเวลา ๘ ปีนี้แล้ว เราไม่เคยแตะสมบัติเงินทองข้าวของที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคมา นับตั้งแต่ทองคำลงมา จนกระทั่งเงินสดกระจายออกไปทั่วประเทศไทย มีแต่สิ่งก่อสร้างต่างๆ โรงร่ำโรงเรียน โรงพยาบาล ที่ราชการต่างๆ ออกไปจากสมบัติพี่น้องทั้งหลายที่บริจาคผ่านเรานี้ ผ่านเราก็ออกสาธารณประโยชน์ ไม่มีคำวากินว่ากลืน หลวงตาบัวพูดได้อย่างชัดๆ หัวใจพอแล้วทุกอย่าง ช่วยโลกนี้ช่วยด้วยความเมตตาล้วนๆ เราจึงไม่ไปสนใจจะหยิบจะต้องอะไร ให้มาเป็นมลทินต่อจิตใจของเราซึ่งบริสุทธิ์เต็มที่แล้ว เราไม่เคยทำ เราจึงกล้าพูดได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

         นี่ละธรรมนำโลกนำอย่างนี้เอง ให้มีความสงบร่มเย็น เป็นสุขไว้ใจกันได้ โลกนำโลกมันนำเข้าสู่ฟืนสู่ไฟเผาไหม้กันแหลกไปหมด มันดูไม่ได้นะ โถ จนจะไม่มีธรรมเหลืออยู่เลยในเมืองไทยเรา ยิ่งวงราชการงานเมืองต่างๆ ตัวสกปรกใหญ่โตอยู่ที่วงราชการ ไม่อยู่ที่ไหนละ น่าทุเรศจริงๆ นะ ตั้งหน้าตั้งตาสร้างตั้งแต่ความชั่วช้าลามกเต็มตัวๆ แล้วจะหวังเอาความสุขความเจริญมาจากไหน เมื่อเหยียบหัวศาสนธรรมหรือเหยียบหัวพระพุทธเจ้าไปด้วยความสกปรกของตัวเองแล้วมีแต่จมทั้งนั้นๆ เราสลดสังเวชจริงๆ นะ

         ที่ได้ธรรมมาสอนโลกไม่ได้ธรรมมาด้วยการปฏิบัติสกปรกนะ ปฏิบัติมาด้วยความสะอาดสะอ้าน ความตายใจในตัวเองๆ ในการประพฤติปฏิบัติ บกพร่องตรงไหนแก้ตรงนั้นๆ ทันทีตลอดมา นี่นำธรรมมาสอนพี่น้องทั้งหลาย นำมาด้วยความถูกต้องในทางเหตุคือการบำเพ็ญ แล้วผลคือธรรมที่ปรากฏขึ้นมากน้อยก็มาสอนตามแนวทาง ไม่ผิด ว่าอย่างนั้นเลย สอนด้วยความถูกต้อง ทีนี้โลกนี้มันไม่สนใจในธรรมเลย สกปรกมอมแมมหมดทั้งโลก ยิ่งใหญ่เท่าไรใหญ่กองมูตรกองคูถนะ ไม่ได้ใหญ่ด้วยคุณธรรม หรือความดีงามแก่โลกทั้งหลายสำหรับผู้ที่เป็นใหญ่ในการปกครองโลก เลวไปหมดเลย เราอยากจะว่าหมดนะ

         มองดูที่ไหนๆ มีแต่ส้วมแต่ถาน น่าทุเรศจริงๆ นะ เมืองไทยเราทำไมจึงสกปรกเอาอย่างนั้น ทั้งๆ ที่ว่าเป็นเมืองพุทธ ไม่ได้มองดูหน้าพระพุทธเจ้าเหรอ มองดูแต่ส้วมแต่ถานนั่นเหรอ มูตรคูถเต็มอยู่ในส้วมในถานมองเข้าไปในนั้น แล้วใครก็สมัครเข้าไปในส้วมในถาน ครั้นเข้าไปแล้วจับหางดึงออกหางขาดมันไม่ยอมออก เหมือนปล่อยหมาเข้าถานนั่นแหละพวกนี้ วงราชการต่างๆ ส่วนมากมีแต่ปล่อยหมาเข้าถาน หาความสะอาดสะอ้านมาเป็นประโยชน์แก่โลกนี้มีน้อยมากทีเดียว ใครจึงอยากจะเป็นแต่เจ้าแต่นาย นายเหยียบหัวคน กินตับกินปอดคน ไม่ใช่นายเป็นคุณธรรมอะไรเลย

         พูดแล้วมันสลดสังเวช เราพูดตามหลักความจริง เมืองไทยเราเป็นเมืองพุทธแท้ๆ ทำไมความดีงามจึงไม่ติดเนื้อติดตัว มีแต่ความสกปรกโสมมเต็มเนื้อเต็มตัว เต็มบ้านเต็มเมือง กระจายไปที่ไหนเป็นส้วมเป็นถานเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้กันแหลกๆ ไปเลย มันน่าทุเรศนะ โอ๊ น่าทุเรศจริงๆ วันนี้พูดเพียงเท่านี้แหละไม่พูดมาก วันนี้เขาจะตั้งสว.แสแวอะไรก็ไม่รู้แหละ เราอยากพูดอย่างนั้นนะ มันไม่เป็นคุณธรรมพอที่จะไว้ใจได้ ไปตั้งปั๊บๆ สว.มันแสแวไปแล้วนี่ มันแวมันแวะกินนั้นกินนี้ไปเรื่อย น่าทุเรศนะ เอาละจะให้พร

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก