ดีดดิ้นไปหาอะไรข้างนอก
วันที่ 8 พฤษภาคม 2549 เวลา 8:00 น. ความยาว 27.52 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙

ดีดดิ้นไปหาอะไรข้างนอก

ก่อนจังหัน

หนองผือพระประมาณสัก ๒๐-๓๐ ขนาดนั้น พระก็เต็มดงนั้น บริเวณวัดมันโล่ง ข้างในเป็นดงหมด พระอยู่ในป่าๆ กลางวันไม่มีพระ อยู่ในป่าหมด ในราว ๓๐ อยู่หนองผือ แต่บางทีมันขึ้นมันลง คือมันไหลเข้าไหลออกตลอด ที่เป็นพื้นจริงๆ ก็จะประมาณ ๓๐ ไหลเข้าไหลออกนี่หาประมาณไม่ได้ เราจะตายพูดชัดๆ นะ แหมหนักมากทีเดียวอยู่หนองผือ เพื่อความสะดวกสบายของครูบาอาจารย์ พระเณรเข้ามานี้มาทุกแบบ เราผู้คอยดูแลความเรียบร้อยนี้มันจะเป็นจะตายจริงๆ ไม่ใช่ธรรมดา ตาต้องดี หูเร็ว ใจคิดเกี่ยวกับพระทั้งวัดเพื่อความสงบสุขของท่านไม่ให้ระเกะระกะ นี่ละที่ว่าหนักมาก

เพราะฉะนั้นตามอัธยาศัยแล้วท่านไม่อยากให้เราไปไหน แต่ประโยชน์ส่วนใหญ่ของเรามีท่านทราบ เรากราบเรียนปรึกษาหารือถึงเรื่องงานการอะไรบ้างภายในวัดอย่างนี้ มีหรือไม่มี เพราะปรกติก็ไม่มี หากไม่มีก็ขอโอกาสกราบนมัสการไปประกอบความเพียรสักชั่วระยะหนึ่ง ชั่วระยะ พอถวายท่านแล้วก็เงียบแหละเรา ปล่อย ทีนี้ท่านจะนำไปพิจารณา ได้โอกาสเมื่อไรสมควรที่จะตอบรับท่านจะตอบรับมา เอ้อ ที่ท่านมหาอยากจะไปเที่ยววิเวกก็ไปได้ จากนั้นจะไปทางไหนๆ ก็เอาละท่านจะถาม แต่อัธยาศัยท่านไม่อยากให้ไป

นี่ก็ประกาศให้เห็นว่า พอเราผู้ควบคุมพระเณรไปเท่านี้ กิริยาของพระของเณร อาการของพระของเณรนี้จะขวางหูขวางตาท่านตลอด เวลาเราอยู่นั้นมันสอดมันส่อง นี่ละหนักมากนะ ธรรมดาท่านไม่อยากให้ไปไหน แต่เห็นประโยชน์ส่วนใหญ่ของเราท่านก็ให้ไป จึงว่าหนักมากนะเรา อยู่ในวัดนี้ก็เหมือนกัน อันนี้มันสองด้าน ทางในครัวกับทางนี้ ทางหนองผือมีด้านเดียวเฉพาะพระ ถึงอย่างนั้นก็หนักมากอยู่เรา ทุกอย่างลักษณะเหมือนว่าเป็นบ๋อยของพระเณรในวัดทั้งนั้นแหละเรา ออกหน้าๆ ตลอด จะให้สะดวกสบายไม่มี

ไปอยู่กับท่านฉันจังหันทุกวัน ไม่เหมือนออกเที่ยวนะ ฉันจังหันทุกวันแต่ไม่ให้อิ่ม ประมาณสัก ๖๐% พอได้ประคองความเพียรไป ถ้าจะอดไม่คุ้มค่าเพราะงานการมากมาย ปฏิบัติอย่างนั้นเรื่อยมา บางทีก็ประชุมลับ เรียกพระเณรมาประชุมลับเลย เอากันอย่างหนักประชุม เราเป็นผู้ชี้แจง ท่านไม่ทราบแหละ เราทำของเราเอง เรียกพระเณรมาประชุม แต่พระเณรเคารพเรามากแต่ไหนแต่ไรมา ไม่เคยทะลึ่ง เคารพมาก กลัวเป็นอันดับสองของพ่อแม่ครูจารย์มั่น ดีไม่ดีกลัวเรามากเพราะมันสัมผัสสัมพันธ์ตบตีกันอยู่ตลอด ท่านอยู่สบายท่าน ไอ้เรานี่ซิคอยดูพระดูเณร ประชุมลับเงียบๆ เอาเด็ดทีเดียวนะเวลาประชุมก็ดี ไม่เช่นนั้นไม่เรียบร้อย เดี๋ยวองค์นั้นมาเดี๋ยวองค์นี้ไป มีแต่ระเกะระกะ ไม่ได้อบรมศึกษาอะไรเท่าที่ควร เลอะๆ เทอะๆ  ทีนี้ผู้รับเป็นเราหนัก

บางทีเราก็ระบายออกบ้างกับท่าน ลองหยั่งเสียงท่านดูว่าจะเป็นยังไง เอ้อ วัดหนองผือนี้ก็เป็นวัดที่เลิศเลอสมัยปัจจุบัน มีพ่อแม่ครูจารย์เป็นประธานอยู่ที่นี่ รู้สึกว่าร่มเย็นไปหมด แต่มีสิ่งที่มาทำให้เสียก็คือว่า หูหนวกตาบอดก็มาวัดหนองผือ ง่อยเปลี้ยเสียแข้งเสียขาก็มาวัดหนองผือ อะไรๆ ที่ไม่ดีมาวัดหนองผือๆ อันนี้รู้สึกว่าขัดกันอยู่กับวัดหนองผือที่เป็นวัดมหามงคล เราหยั่งเสียงคอยฟังท่าน อะไรๆ มานี้ละของเลอะๆ เทอะๆ เอามาทิ้งอยู่ในวัดหนองผือ เหมือนวัดหนองผือเป็นส้วมเป็นถาน

เวลาโอกาสดีๆ เอาละ ท่านจะตอบว่ายังไงคอยฟัง เอ้อ วัดเราก็เป็นวัดร่มโพธิ์ร่มไทร นึกว่าท่านจะตอบว่ายังไง ใครๆ ก็เห็นว่าร่มเย็นๆ ง่อยเปลี้ยเสียแข้งเสียขา หูหนวกตาบอด เขาก็หาความร่มเย็น ว่างั้นนะ ถ้าเราไม่รับเขาจะไปที่ไหนก็ไม่รู้แหละ นั่นท่านตอบ คือเราหยั่งเสียงดู เราพูดได้ทุกแง่กับพ่อแม่ครูจารย์ พูดทุกอย่างที่สมควร อย่างที่ว่านี่แหละ เราว่าวัดหนองผือเป็นส้วมเป็นถาน แล้วท่านจะตอบว่ายังไง ท่านก็ตอบดีนะ มีเหตุผลเรียบร้อย เราก็ชมเชย หยั่งเสียงจอมปราชญ์ละซิ เรามันจอมโง่ ท่านเป็นจอมปราชญ์ ลองหยั่ง

ถ้าพูดถึงเรื่องลูกศิษย์ทั้งหลาย เรานี้คนหนึ่งละเท่าที่ทราบ ไม่มีองค์ไหนที่จะต่อสู้กับครูบาอาจารย์เหมือนเรา เรานี่เอาจริงนะต่อสู้ แต่เรื่องทิฐิมานะไม่มี หาเหตุหาผล ดังที่ว่านี่หยั่งเสียงอย่างนั้นหยั่งเสียงอย่างนี้ เป็นอย่างนั้นนะ นี่ก็ ๓๐-๔๐ องค์พระ ให้พากันตั้งอกตั้งใจนะ อย่าให้เป็นอย่างที่ว่า ระเกะระกะ อกจะแตกอยู่หนองผือ ผมจำได้ไม่ลืม มาที่นี่อย่าให้อกแตกอีกนะ ต่างองค์ต่างมุ่งหน้ามาหาอรรถหาธรรม ธรรมคืออะไร สติธรรม ปัญญาธรรม สังวรธรรม เหล่านี้เป็นเครื่องประดับพระเรา เป็นเครื่องหนุนพระเราไม่ให้ลืมเนื้อลืมตัว

แต่เรื่องก่อสร้างนี่มันเป็นยังไงไม่ทราบวัดป่าบ้านตาด เวลาเราไม่อยู่มันจะมีทุกแห่ง มันแทรกเข้ามาๆ สิ่งก่อสร้าง เหยียบหัวศาสนาไป ศาสนาท่านไม่ได้นิยมในการก่อสร้างวัตถุต่างๆ เหมือนการก่อสร้างการบำรุงจิตใจนะ อันนี้เป็นหลักใหญ่มากทีเดียวสำหรับพุทธศาสนา เดี๋ยวนี้มันมีแต่เรื่องอย่างนั้นละ เอะอะก็เอาวัตถุพวกมูตรพวกคูถเข้ามาเหยียบย่ำทำลาย ศาสนาเลยจะไม่มี ลูกเต้าหลานเหลนเกิดขึ้นมาก็เห็นตั้งแต่สิ่งหรูๆ หราๆ ภายในวัดในวา เลยเห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นศาสนาไปเสีย เดี๋ยวนี้เป็นแล้วนะ ศาสนาแท้คืออะไรไม่ได้เห็นกัน คือการปฏิบัติตัวตามแนวทางของศาสดาที่สอนไว้ รักษาสำรวมกายวาจาใจของตนให้ดี ประพฤติตัวให้เป็นคนดีพระดี มีเหตุมีผลทุกอย่าง ไม่ใช่สักแต่ว่าจะทำ อยากอะไรก็ทำตามความอยากๆ ใช้ไม่ได้นะ อย่าเอามาใช้ในวัดนี้ ผมอกจะแตกเหมือนกันนะ

เวลาเราอยู่เป็นอย่างหนึ่ง เวลาเราไปไอ้เรื่องการก่อสร้างหรูๆ หราๆ มีแต่เวลาเราไม่อยู่ ถ้าเราอยู่นี้ไม่ได้ กบาลแตก ตีกบาลเอา ว่ามันให้ชัดๆ อย่างนี้มันหยาบ ใส่ปั๊วะเลย เวลาไปที่นั่นที่นี่เตรียมท่าละวัตถุเทวทัต การภาวนาเป็นยังไง เคยพูดแล้วตั้งแต่ไปพักในที่ต่างๆ เพียงทำแคร่เท่านั้นวันหนึ่งไม่สำเร็จ ทำแคร่ทำทางจงกรมอะไรๆ ที่อยู่ของพระองค์เดียวไม่สำเร็จมันก็เป็นกังวล เห็นไหมล่ะ ทำแคร่เท่านั้นก็เป็นกังวล การกังวลเป็นเรื่องของกิเลสไปแล้วนั่น การชำระกิเลสด้วยสติปัญญาติดต่อกันแล้วจะไม่มีในเวลางานชุลมุนวุ่นวายอย่างนั้น

นี่มีตั้งแต่การก่อการสร้าง เป็นงานโลกงานสงสาร เลยโลกเลยสงสารไป อันนี้ละที่เสียมากพุทธศาสนาเรา พระเณรนี้ละตัวสำคัญ ลากญาติลากโยมให้สร้างนั้นสร้างนี้ แล้วกวนบ้านกวนเมือง ญาติโยม คนนั้นห้าคนนี้สิบ สุดท้ายพระกับโยมดูกันไม่ได้ ไปก็จะกินตับเขาละซิ อาตมากำลังสร้างนั้นนะโยม อาตมากำลังสร้างนี้นะโยม หัวใจมันบกพร่องมันไม่ได้ว่า อาตมากำลังบกพร่อง ความเพียรไม่ค่อยดี ให้โยมทำความเพียรให้ดีนะ ว่าอย่างนั้นมีไหมในเมืองไทยเรา คำพูดเช่นนี้ไม่มีนะ มีตั้งแต่อาตมากำลังสร้างโบสถ์สร้างวิหารราคาเท่านั้นล้านเท่านี้ล้าน แล้วก็กวนละที่นี่ ขอห้าขอสิบไป

มันเป็นประโยชน์อะไรโบสถ์ มีมาที่ไหนว่าซิ มันทำไมออกหน้าออกตาเอานักหนา ครั้งพุทธกาลท่านไม่ได้มีโบสถ์มีวิหาร สถานที่ทำสังฆกิจสังฆกรรมนั้น สีมามีอยู่เจ็ดแปดสีมานั่นละเขต ใต้ร่มไม้ชายเขาที่ไหนทำได้ สวดปาฏิโมกข์หรือทำสังฆกรรมกันได้ทั้งนั้น นี่แหม หรูๆ หราๆ ฟู่ๆ ฟ่าๆ นี่ละของเลว อิฐปูนหินทรายมันวิเศษวิโสอะไร มันเหยียบธรรมที่เป็นของเลิศเลอนั้นให้ฉิบหายไป ผู้ที่ก่อสร้างมากๆ ผู้นั้นคือไม่มองดูใจเจ้าของ วิ่งตามกิเลสทั้งนั้นแหละ

ฟัง ท่านทั้งหลายอยากฟังฟัง นี่เวลาจะคุยคุยเสียบ้าง เวลาเรียนเรียนแทบเป็นแทบตายเพื่อหาหลักหาเกณฑ์ อะไรขัดต่อหลักธรรมหลักวินัยก็ทราบก็เห็น แล้วทำไมจะไม่พูดได้ มันออกนอกลู่นอกทาง เดี๋ยวนี้มันออกนอกลู่นอกทาง มันไม่ได้ไปตามแนวทางของศาสดานะ เป็นเทวทัตรบกับพุทธศาสนาแล้วเวลานี้น่ะ ได้เรื่องได้ราวอะไร มันไม่ได้คำนึงนะทำอะไร เดี๋ยวนี้พุทธศาสนานี้คือวัตถุละเป็นพุทธศาสนา ถือเป็นศาสนาพุทธของเรา ต้องเอาอันนี้ออกหน้าออกตา

ไปที่ไหนวัดใดไม่ก่อสร้างหรูหราฟู่ฟ่าสวยงามอร่ามตาของกิเลสแล้ว วัดนั้นอาภัพ ว่างั้นนะ วัดนั้นอาภัพ ถ้าวัดไหนสง่างามสร้างโบสถ์วิหารศาลาโรงธรรมที่ปรนปรือทุกอย่างเต็มวัดเต็มวา วัดนั้นสง่างาม มันสง่างามขี้หมาอะไร รู้จักไหมพวกมูตรพวกคูถเหยียบย่ำทำลาย เปรอะเปื้อนพุทธศาสนาของท่านผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามหลักธรรมวินัย พระพุทธเจ้าไล่เข้าในป่าในเขาเห็นไหมล่ะ องค์ไหนบวชมาเว้นเมื่อไร พอบวชเสร็จแล้วก็ รุกฺขมูลเสนาสนํ มีทุกองค์พระ นอกจากเป็นอุปัชฌาย์ปลอม ถ้าเป็นอุปัชฌาย์ตามหลักพุทธศาสนาจริงๆ บวชกุลบุตรทั้งหลายนี้ต้อง รุกขมูลๆ แม้เจ้าของจะไม่ชอบเข้าอยู่ในป่าในเขาก็ตาม ต้องสอนโอวาทข้อนี้ เป็นโอวาทที่สำคัญมาก

มันไปหาสร้างโน้นสร้างนี้ยุ่งเหยิงวุ่นวาย นี่ละพวกลูกศิษย์ลูกหาพุทธบริษัทพระพุทธเจ้า มันกลายเป็นเทวทัตเหยียบหัวพระพุทธเจ้าไปโดยไม่ฟังเสียงอรรถเสียงธรรมเลย เป็นอย่างนั้นนะ อย่างวัดป่าบ้านตาดเวลาเราไม่อยู่มันทำนะ หรูๆ หราๆ เหล่านั้น เวลาเราอยู่นี้ไม่ทำ ทำก็ทำลองดูซิน่ะ ว่างั้นเลย พูดให้มันเต็มเหนี่ยว อยากหงายหมาให้ทำ อันใดที่ขัดต่อธรรมพระพุทธเจ้ามากน้อยเพียงไรรู้อยู่ด้วยกันทุกคนมันดื้อด้านหาอะไร เกานั้นเกานี้ หัวใจที่มันคันด้วยกิเลสตัณหาทำไมไม่เกา เกาตรงนี้ มันดีดมันดิ้นไปหาอะไรข้างนอก

โลกต่างคนต่างดีดต่างดิ้นอยู่ ได้มีความสุขความเจริญสงบร่มเย็นที่ไหนไม่เห็นมี โลกนี้โลกกงจักรหมุนตลอดเวลา กิเลสตัณหาพาหมุน แล้วกิเลสตัณหานั่นละเผาหัวใจโลก หาความสงบร่มเย็นไม่ได้ เข้ามาในศาสนา เช่นมาบวชเป็นพระเป็นเณรแทนที่จะทำความสงบใจ บำรุงจิตใจให้มีความสง่างามให้เป็นประโยชน์แก่ตน เพราะความสุขเกิดขึ้นจากการอบรมจิตใจแล้วสอนโลกอย่างนี้มีที่ไหนเดี๋ยวนี้ แทบจะไม่มีนะ สอนตัวเองก็ไม่ได้จะเอาอะไรไปสอนเขา มีแต่กดแต่ถ่วงกันลงทั้งนั้นแหละ ให้พากันจำนะพระเรา

ไหลเข้ามาเรื่อยนะวัดป่าบ้านตาด จนไม่หวาดไม่ไหวที่จะรับ มาหูมีตามีให้ดูให้คิดให้อ่าน อย่ามาเฉยๆ เก้งๆ ก้างๆ  เอาละให้พร

หลังจังหัน

เวียงจันทน์ หมอเขาไปเวียดนาม เขาจะกลับวันที่ ๑๓ หลังจากนั้นแล้วเราถึงจะได้นำไปสงเคราะห์ที่โรงพยาบาลเวียงจันทน์และโรงพยาบาลท่วประเทศลาว จำเป็นมากที่สุดเลย เราจะไปช่วยที่เวียงจันทน์ก่อน เวียงจันทน์นี้จะขึ้นศูนย์ดวงตาเป็นอันดับแรก นี่ก็เริ่มช่วยไปแล้วดูเหมือน ๑๖ ล้านเฉพาะตา เราพิจารณาอีกเครื่องมือขาดอะไร แล้วหมอครบหรือไม่ครบ หมอก็ให้ครบ หมอตาแผนกต่างๆ ให้ครบแล้วเราจะพยายามให้ได้ครบสำหรับเวียงจันทน์ เป็นหัวใจของประเทศลาวทั้งประเทศ ขาดแคลนมาก ทางด้านนี้เราก็ช่วยเต็มกำลัง ทางด้านเมืองเรานี้ ที่ออกตั้งแล้วเวลานี้มีบุรีรัมย์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ นี่ตั้งแล้วนะ สั่งเครื่องมือๆ สั่งแล้วเวลานี้

ถ้าเรามีชีวิตอยู่แล้วเราจะกระจายไปทั่วประเทศไทย เอาที่จำเป็นๆ ที่ใกล้เคียงนี้ก่อนแล้วค่อยขยายออกไปๆ สำคัญที่เครื่องมือแพทย์หาในเมืองไทยเราไม่ได้ ต้องเอาจากเมืองนอกๆ นี่เรายอมรับ ทั้งๆ ที่เราตำหนิไอ้พวกที่เอะอะก็เมืองนอกๆ ซื้อเขา มาเจอเราเข้าทีนี้คนมีค่าเท่าไร แน่ะ เครื่องมือถึงจะแพงเท่าไรก็สู้คนไม่ได้ ตกลงก็จำต้องซื้อของของเขาแพงๆ ทั้งๆ ที่ตำหนิดุนะ แล้วก็มาโดนเจ้าของเสียเอง คือเอาเครื่องมือดีๆ นะ ทีนี้มันก็มีแต่เมืองนอกซิ นี่ละที่เรายอมรับยอมรับตรงนี้ละ เพราะเห็นแก่คนไข้ คือยอมรับตรงนี้ สั่งเขาบอกว่าให้เอาดีๆ ทั้งนั้น

ไปเวียงจันทน์ที่จะไปข้างหน้านี้ คือไปถามถึงเรื่องเครื่องมือแพทย์ตา แล้วก็อย่างอื่นๆ จะเอาของไปให้บ้างเล็กน้อย คือนี้ยังไม่ตั้งใจจะเอาไปให้ แต่เอาของติดตัวไปเฉยๆ เราไปกี่คันรถเราก็เอาให้ นู่นละไปตกลงกันเรียบร้อยทุกอย่าง มีความจำเป็นอะไรๆ ตกลงกันเรียบร้อยแล้วก็ให้เขามารับอย่างที่เคยปฏิบัติมา สั่งของมานี้ให้เขามารับวันที่เท่านั้นๆ เขาก็มารับเอง แต่ตอนนี้ยังไม่กำหนด เราจะไปดูเครื่องนี้ก่อน เครื่องมือแพทย์นี่แพง แพงมากทีเดียว สำหรับอุดรนี้สมบูรณ์มานานแล้ว เครื่องมือสมบูรณ์ นอกจากเครื่องปลีกย่อยติดตามมาทีหลังเป็นพิเศษก็ให้ตามนั้นๆ

ศรีนครินทร์ก็อาศัยทางโรงพยาบาลศูนย์ แล้วก็มาหาเราขอ โห.หลายล้านตา เพราะอันนั้นเป็นจุดใหญ่ที่จะมองข้ามไปไม่ได้ เราให้ๆ อยู่แถวนี้ก็นับว่าพอประมาณ เพราะฉะนั้นจึงกระจายออกทางนู้น ทางพิษณุโลก อุตรดิตถ์ไปละ ทีนี้จะกระจายทั่วไปหมด

ตานี่สำคัญมากนะ คือเราทำอะไรเราพิจารณาเรียบร้อยแล้วเราค่อยทำ อย่างตานี่ก็พิจารณาแล้วจึงได้ทำ เรื่องใหญ่ๆ ก็คือตา กับเครื่องมือที่สำคัญๆ โรงพยาบาลต่างๆ ให้ๆ นะ เครื่องมือที่สำคัญ เช่นผ่าตัดภายในสมองบ้างอะไรบ้างเราให้หมด จนก็ให้ บางทีติดหนี้ ติดหนี้บ่อยนะนี่ไม่ใช่เล่น เศรษฐีคนนี้ติดหนี้ อ้าว มันติดจริงๆ ความจำเป็นมาจะว่าไง เครื่องมืออันนี้เกี่ยวกับคนไข้มากน้อยเพียงไร นั่น ดูแล้ว แล้วการติดหนี้มีน้ำหนักเท่าไร กับความจำเป็นของคนไข้ที่มาเกี่ยวข้องกับเครื่องมือมีน้ำหนักเท่าไร มาชั่งตวงแล้วการติดหนี้ไม่มีน้ำหนักอะไรนัก เอ้า เอาเลย สั่ง สั่งมาเรื่อยอย่างนั้น

เศรษฐีติดหนี้เขาฟังซิ เศรษฐีบัวติดหนี้เขาเรื่อยอย่างนั้น คือเราเอาเหตุผล ใครจะมาขอกับเราสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ บางทีดุเอา เห็นเขาขอเราขอ ขอแบบลืมตัว ขออย่างง่ายดายอย่างสบายมากเหมือนเรานี้เป็นบ๋อย ใส่เปรี้ยงเลย อย่ามาทำอย่างนี้นะ นั่น ถ้าสมควรที่จะอะไรมากน้อยเพียงไร ควรจะตูมตูมเลย ไม่มีอุทธรณ์ตูมเลยเทียว เหตุผลพร้อมแล้ว บางคนไม่ได้คิดหน้าอ่านหลังอะไรนะ เห็นเขาขอได้ยินว่าท่านให้ถึงสุ่มเดามาขอแบบเซ่อๆ อย่างนั้นโดนละ วันนี้ก็ไม่มีอะไร มีเท่านั้นละวันนี้

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก