ใครปล่อยสติ...ตาย
วันที่ 13 พฤษภาคม 2549 เวลา 7:55 น. ความยาว 40.08 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙

ใครปล่อยสติ...ตาย

ก่อนจังหัน

พระเท่าไรวันนี้ (๓๕ ครับ) ทางภูวัวก็ไล่เลี่ยกัน ๒๗-๒๘ หรือ ๓๐ สามสิบกว่าอยู่ในย่านนี้ ท่านอุทัยท่านคงจะจัดเอา ๓๐ เป็นจุดศูนย์กลาง ขึ้นบ้างลงบ้าง เราส่งเสริมตลอดนะวัดภูวัว ส่งเสริมตลอดบำรุงตลอด ไปกรุงเทพคราวนี้ก็พบท่านอุทัยอยู่ที่โน่น นั้นเราก็มอบวัดที่กลางดง ย่านปากช่องให้ท่านอุทัย เขาถวายที่เราจะทำยังไง คือการรับที่ต้องพิจารณาเรียบร้อยก่อนถึงจะรับได้ ไม่ใช่รับสุ่มสี่สุ่มห้า เขาถวายเรามากต่อมากเราไม่รับ ถ้ารับตรงไหนก็เป็นภาระของเรา เช่น วัดอาจารย์เจี๊ยะนี่เรารับแล้ว ก็ต้องนิมนต์อาจารย์เจี๊ยะมาอยู่ พอดีท่านก็มาอยู่ให้ วัดเสือนู่นก็นิมนต์ท่านจันทร์มา นั่นเรารับตรงไหนต้องได้รับผิดชอบๆ จุดไหนๆ สมควรจะมีวัดมีวาดูเสียก่อน นี่เราก็รับทางโน้นสองแห่ง วัดภูริทัตฯ แล้วก็วัดกลางดง ดูเหมือนมีสองแห่ง นครปฐมเขาก็ถวายเราไม่เอา รับสุ่มสี่สุ่มห้าไม่มีความรับผิดชอบไม่ได้ ผิด

สำหรับภูวัวนี่เป็นหลักเป็นเกณฑ์ ตั้งจุดศูนย์กลางไว้ประมาณ ๓๐ สามสิบกว่าบ้างลดบ้างเป็นประจำ สถานที่นั่นเหมาะสมดีเป็นที่เพาะอรรถเพาะธรรมจริงๆ  เจอกับท่านอุทัยตอนไปกรุงเทพนี้แหละ ที่กลางดงนั่นเขาถวายที่ให้เรา เราก็ต้องให้รอไว้ก่อนเราว่างั้น ยังรับไม่ได้ ให้ติดต่อหาผู้ที่จะมาเป็นผู้รับผิดชอบในสถานที่นี้ก่อนถึงจะรับได้ เราบอกงั้น เราก็ติดต่อ พอดีไปได้ท่านอุทัย ท่านอุทัยยอมรับว่าจะรับให้ เราก็รับเขา อย่างนั้นนะ อยู่นั่นก็จุดกลางทางที่จะขึ้นเขาใหญ่นั่นแหละ เห็นว่าเหมาะ ให้มีกรรมฐานตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติอรรถธรรมอยู่เป็นย่านๆ

คือเรารับที่ไหนเราพิจารณาเรียบร้อยแล้วค่อยรับ วัดภูริทัตฯ พิจารณาเรียบร้อยแล้วรับจุดนั้น กลางดงก็รับ ที่ไหนไม่สะดวกไม่รับ นครปฐมเขาก็ถวายเหมือนกันแต่ไม่รับ คือรับจุดไหนต้องมีเหตุมีผลยืนยันว่าจะเป็นที่ให้ประโยชน์ ไม่ใช่จะรับสุ่มสี่สุ่มห้า โหย ไม่เอาอย่างนี้ พระเราวันนี้ก็ ๓๕ เคยพูดเสมอเป็นข้อยืนยันรับรอง เกี่ยวกับพระทางความพากความเพียร ท่านผู้ใดจะตั้งจุดใดๆ ภาวนาสติเป็นสำคัญอย่าปล่อยสติ สติเป็นเครื่องยืนยันตลอดถึงมรรคผลนิพพานสูงสุด ไม่พ้นจากสติไปได้เลย ตั้งแต่สติล้มลุกคลุกคลาน สติตั้งได้ สติอัตโนมัติ สติปัญญาอัตโนมัติแล้วก็มหาสติมหาปัญญาพุ่งเลย

ถ้าใครปล่อยสติ..ตาย จำให้ดีนักปฏิบัติทั้งหลาย นี้ได้ผ่านมาหมดแล้วมาสอนนี้ไม่ผิด เรานี่สมบุกสมบันมากทีเดียว ได้พิจารณาพิสูจน์ทดสอบทุกอย่างๆ ก่อนที่จะตั้งตัวได้ตรงไหนๆ ต้องพิจารณาให้เรียบร้อยแล้วปฏิบัติตามนั้นๆ ตัดสินใจลงเป็นจุดๆ วิธีนี้เป็นยังไงถูกหรือผิด เอา ตัดสินใจทดลอง ทดลองวิธีนี้ๆ จนกระทั่งผ่านไปแล้วสอนหมู่เพื่อนไม่สงสัยนะ เพราะฉะนั้นจึงมารวมลงที่สติ เรื่องปัญญาจะมาด้วยกันขอให้มีสติเถอะ ถ้าไม่มีสติไม่เป็นท่านะนักภาวนา ยิ่งสติติดแนบตลอดทั้งวันทั้งคืนกิเลสเกิดไม่ได้ กิเลสจะเกิดขึ้นจากทางสังขารความคิดความปรุง สังขารนั้นเอาไปใช้ทางด้านธรรมะเสีย เช่นความปรุง ปรุงพุทโธ ปรุงธัมโม เป็นสังขารเป็นธรรม อันนี้เป็นด้านธรรม สังขารเป็นกิเลสนี้เป็นอันตราย

ตั้ง ถ้าสติมีอยู่แล้วทั้งวัน เอามันทั้งวัน ไม่เผลอทั้งวัน กิเลสเกิดไม่ได้ทั้งวัน พอเผลอแพล็บกิเลสออกแล้ว ออกนั่นละเอาไฟเข้ามาเผาเรา เราเคยพูดเสมอเพราะมันถึงใจ พยายามทำความพากเพียร บางคืนไม่ได้นอนเลย ถูไถ เหมือนกลิ้งครกขึ้นจอมปลวกนั่นละ กลิ้งขึ้นไป ๑๔-๑๕ วันเอาแทบเป็นแทบตาย ไปอยู่ได้คืนสองคืน เวลามันพลิกกลับมานี้ไหลทับเราเลย จึงได้ใช้ความพินิจพิจารณามันเป็นเพราะเหตุไร เราก็ตั้งสติสตัง บางคืนก็ไม่นอน แล้วมันเสื่อมได้ยังไงจิตนี้

จึงมาจับจุดบกพร่องนี้ได้ อาจจะเป็นเพราะไม่ได้ใช้คำบริกรรม สติติดแนบกับคำบริกรรมก็ได้ จิตถึงเสื่อมได้ๆ ปีกับ ๕ เดือน จำเอานะท่านทั้งหลาย นี่ละเราตกนรกทั้งเป็นปีกับ ๕ เดือน จิตเจริญขึ้นไปแล้วเสื่อมลง ทีนี้พอเสื่อมลงไปแล้วเอาขึ้นไม่ได้ เอาอยู่ปีกับ ๕ เดือนตกนรกทั้งเป็น อยู่ไหนไม่สบายเลย เหมือนเราเคยมีสมบัติเงินทองข้าวของเป็นล้านๆ แต่มาล่มจมเสียด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง แม้เงินจะมีอยู่ในบ้านเป็นแสนๆ ก็ไม่มีความหมาย จิตมันไปอยู่โน้น อยู่ที่เงินล่มจมไปเป็นล้านๆ

อันนี้จิตของเราเป็นสมาธิแน่นหนามั่นคง ขาดสะบั้นลงไปด้วยความเสื่อม ทำยังไงๆ มันก็ไม่ขึ้นจึงเป็นทุกข์มากที่สุดเลย นี่ละปีกับ ๕ เดือน จึงได้พิจารณาๆ เอาสติจับปุ๊บ มันจะเป็นเพราะเหตุนี้ละมังจิตถึงเจริญแล้วเสื่อมๆ คราวนี้จะเอาสติติดกับคำบริกรรม ไม่ยอมให้สติเผลอ เอ้า มันจะเสื่อมไปทางไหนเสื่อม เอากันตรงนี้ละ ปล่อยเลย เอ้าเสื่อมก็เสื่อมไป เจริญก็เจริญ ไม่ต้องบอกละเรื่องเจริญ ไอ้เสื่อมนี้แหม มันดัดสันดานเราเหลือเกิน ไม่อยากให้เสื่อมเท่าไรกลับเสื่อมต่อหน้าต่อตา

สติจับติดเลยเทียว ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งหลับไม่ยอมให้เผลอ มันเผลอไปไหนกิเลสมันก็ออกมันเข้าตรงนั้นละ ติดๆๆ โถ วันแรกนี้เหมือนอกจะแตก คือสังขารความคิดมันดันออกๆ ทีนี้สติบังคับ คำบริกรรมบังคับ ปิดช่องมันไว้ไม่ให้ออก เอาอยู่ง้น จับได้ถนัดชัดเจน วันแรกเหมือนอกจะแตก วันที่สองรองกันลงมา แต่คำว่าเผลอไม่ยอมให้เผลอเลย เรื่อย สามวันสี่วันสงบ สงบละที่นี่ สงบเรื่อยๆ จากนั้นก็ตั้งได้ จนกระทั่งทุกวันนี้ก็ได้มาจากนั้นละ ไม่เสื่อมๆ เรื่อยมา จึงได้สอนนักภาวนาทั้งหลาย การตั้งรากฐานที่จิตให้มีความสงบนี้ต้องตั้งด้วยสติ คำบริกรรมเป็นที่ยึดของสติ ถ้าสติไม่เผลอกิเลสเกิดไม่ได้ คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องของกิเลสทั้งมวล นั่นละเรื่องฟืนเรื่องไฟ จิตเสื่อมก็เสื่อมตรงนั้นแหละ ถ้าลงสติไม่เผลอไม่เสื่อม จำให้ดีนักปฏิบัติ

ท่านทั้งหลายอยากเห็นความสุขความเจริญ ความอัศจรรย์ในหัวใจของท่านทั้งหลายเอง ให้ภาวนาตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอน พระพุทธเจ้าเลิศเลอมาแล้วสอนโลกทั้งหลายจึงไม่ผิดพลาด ให้ยึดนี้เป็นหลักใจไว้ เรื่องจิตที่ภาวนาไม่ได้หน้าได้หลัง คือขาดสติ ถ้าสติขาดวรรคขาดตอนเรื่องความเพียรก็เป็นอย่างว่านั่นแหละ เฉพาะนักบวชนักปฏิบัติเราไม่ควรจะให้เผลอเลย ทำข้อวัตรปฏิบัติอันใดๆ เช่นในวัดนี้ เคลื่อนไหวไปมาอะไรจะเร็วยิ่งกว่าสติ มันจะเผลอไปไหนว่ะ จับติดๆ ตลอด เคลื่อนไหวไปไหนสติติดแนบๆ จากนั้นก้าวเข้าสู่ความเพียรโดยเฉพาะ ไม่มีงานอื่นใดมายุ่งกวน ติดแนบเลย

เอา มันจะเจริญหรือไม่เจริญลองดูซิ ตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้นี้ ท่านบอกสติปัฏฐาน ๔ มหาสติปัฏฐาน ๔ ที่ตั้งของสติ จนกระทั่งมหาสติปัฏฐาน ๔ กาย เวทนา จิต ธรรม นี่ที่ตั้งของสติท่านบอกไว้แล้ว จากนั้นก็เป็นมหาสติมหาปัญญา ผู้เจริญสติปัฏฐาน ๔ ท่านบอกไว้อย่างช้า ๗ ปี หดลงมา ๗ เดือน ๗ วัน บรรลุธรรมไม่สงสัย นี่คือสติๆ เป็นเครื่องรับรองมรรคผลนิพพาน ไม่พ้นจากสติไปได้เลย จึงเรียกว่าสติปัฏฐาน ๔ ที่ตั้งของสติ คือกาย เวทนา จิต ธรรม นี้หนึ่ง มหาสติปัฏฐาน ๔ ก็ที่ตั้งของมหาสติ เมื่อเจริญสติมากๆ เข้าไปแล้วก็เป็นมหาสติมหาปัญญาพ้นได้เลย นี่เป็นเครื่องรับรอง สติปัฏฐาน ๔ มหาสติปัฏฐาน ๔ เรียนมาทำไมถ้าไม่ปฏิบัติตามพระพุทธเจ้า เรียนมาก็เป็นนกขุนทองไม่เกิดประโยชน์อะไร ให้จำเอานะ

พวกนักปฏิบัติเราให้มันได้ซิให้ได้มรรคได้ผล เอาจริงจังตามพระพุทธเจ้า ธรรมพระพุทธเจ้าหลอกลวงโลกหรือ ไอ้เราหลอกเรานั่นซิเดี๋ยวนี้น่ะมันไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร อย่าหลอก ให้จริงจังทุกอย่าง ท่านทั้งหลายจะได้ทรงมรรคทรงผล ธรรมเข้าสู่หัวใจกับกิเลสบีบบี้สีไฟหัวใจมันเป็นยังไงหัวใจเราดวงเดียวนี้ เอาธรรมเข้ามาแทรกกันดูซิน่ะ มีแต่กิเลสบีบบี้สีไฟตลอดเวลา ความโลภ ความโกรธ ราคะตัณหา บีบตลอดเวลา เอาสติปัญญาหยั่งเข้าไปๆ นี้เป็นเครื่องกำจัดสิ่งเหล่านั้น จะได้เห็นในจิตใจของเรานั่นแหละ จิตใจที่เป็นมูตรเป็นคูถเพราะกิเลสตัวมูตรตัวคูถเหยียบหัวมัน หาความเจริญไม่ได้ หาคุณค่าราคาไม่ได้ เอาธรรมแทรกเข้าไปเป็นยังไง จะรู้ในตัวของเราเองนี่ละ จำให้ดี เอาละให้พร

หลังจังหัน

สรุปทองคำประเภทน้ำไหลซึม ทองคำที่หลอมแล้ว ๑๓๗ กิโลครึ่ง เท่ากับ ๑๙ แท่งๆ หนึ่ง ๑๒ กิโลครึ่ง ทองคำที่ยังไม่ได้หลอม ๓๒ กิโล ๓๖ บาท ๔๙ สตางค์ รวมทองคำที่หลอมแล้วและยังไม่ได้หลอมเป็น ๒๗๐ กิโล ๓ บาท ๖๐ สตางค์ ต่อไปก็เข้า ๓๐๐ จากที่เรามอบคลังหลวงเรียบร้อยแล้ว ประเภทน้ำไหลซึม ขอเล็กขอน้อย ตีกระเป๋านั้นต่อยกระเป๋านี้ไม่ทุบ แต่ก่อนแต่เริ่มแรกนี้ตีเลย กระเป๋าไหนเผลอไม่ได้ฉวยมับเลย คราวนี้เป็นแบบเกาะนั้นตีนี้ตบหน่อย มีไหมๆ ได้ตั้ง ๒๗๐ กิโลแล้ว ประเภทน้ำไหลซึมจะไหลเข้าสู่คลังหลวงซึ่งเป็นหัวใจของชาติเรา เราพยายามทุกวิถีทางที่จะให้ได้สิ่งสำคัญๆ เข้าสู่จุดกลางของเมืองไทยเรา

ตานี้กำลังหนักละเวลานี้ตาหนักอยู่ ตั้งจุดเวลานี้มัน ๔-๕ จุดแล้วตา ที่บุรีรัมย์แห่งหนึ่ง เราพยายามหาเครื่องมือตาให้ครบ แล้วตกลงกับหมอทางโน้น หมอทางเครื่องมือรักษาตาก็ให้ครบตกลงกัน ทางนู้นเขายืนยันเวลานี้เขายังไม่ครบหมอ แต่จะให้ครบเขาว่างั้นเขาบอกมาแล้ว เรายังไม่ครบเราก็จะให้ครบเหมือนกัน บุรีรัมย์แห่งหนึ่ง เพชรบูรณ์แห่งหนึ่งที่เราพยายามจะให้ครบ พิษณุโลกแห่งหนึ่ง อุตรดิตถ์แห่งหนึ่ง คือกระจายไป แล้วจะให้ทั่วประเทศไทยถ้าเรายังไม่ตาย จะกระจายไปอย่างนี้ จุดนี้ๆ แล้วก็กระจายไป

นี้ก็พึ่งเริ่มสั่ง บุรีรัมย์ ๖ ล้าน เพชรบูรณ์ ๔ ล้าน พิษณุโลก ๙ ล้าน ๕ หมื่น อุตรดิตถ์ ๕ ล้าน ๘ นี่กำลังสั่งแล้วนะเครื่องมือ ต่อไปก็จะเพิ่มเข้าๆ ทุกจุดนั่นละที่เราตั้งไว้ นอกจากนั้นแล้วยังเวียงจันทน์ ทางเวียงจันทน์ก็ปล่อยไม่ได้ พอว่างๆ นี้เราก็จะไปเวียงจันทน์อีก ดูว่าหมอเขาจะกลับมาวันที่ ๑๓ เลยตกลงเมื่อวานกับทูตไทยเราประจำประเทศลาว เมื่อวานนี้เลยตกลงวันที่ ๒๗ เดือนนี้เราถึงจะไปนู้นทีเดียว เกี่ยวข้องกับเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือโรงพยาบาล แล้วก็ไปตกลงกัน เราจะให้อะไรๆ ทางนี้ เราก็นัดทางนู้นวันเดือนให้มารับ เราก็จะเตรียมของไว้ที่ศาลา ให้รถทางนู้นมารับเหมือนอย่างที่เคยปฏิบัติมา คราวที่แล้วๆ มาก็ทีละ ๖ คัน ๗ คันรถสิบล้อๆ เอามานี้ขนให้ จนมากทีเดียว

ทางวัตถุต่างๆ ก็ช่วยอย่างนั้น ทางเครื่องมือแพทย์เฉพาะตาก็ช่วยอย่างนี้ละ ปล่อยไม่ได้นะนั่นก็ดี ก็ได้ช่วยเต็มกำลัง กะว่าวันที่ ๒๗ นี้จะไปเวียงจันทน์ มีอะไรก็จะตกลงกันที่นั่น พอไปถึงแล้วอะไรๆ ก็จะเข้าใจกันกับหมอละ ให้หมอมารายงานเครื่องมือแพทย์ขาดอะไรๆ บ้างเราช่วย ไปทุกครั้งให้ตามรายการเลยนะ รายการมีเท่าไรคือเครื่องมือแพทย์บกพร่อง ให้ตามนั้นๆ คราวนี้ก็จะไปแบบนั้นละ ไปตามที่เคยให้ ส่วนทางเราก็ช่วยเป็นจุดๆ อย่างนี้ละ เป็น ๔-๕ จุด บุรีรัมย์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ ๔ เวียงจันทน์ ๑ เป็น ๕ ส่วนมากเป็นตานะ เราไปช่วยทางตา

ไปที่ไหนมีแต่ให้ๆ ให้ตลอดเลย เลยอดพูดไม่ได้มันขบขัน พอรถไปจอดกึ๊กถือบัญชีมาแล้ว พวกเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เอาบึงกาฬนี่ละ ฟาดบึงกาฬสักหน่อย พอรถจอกปั๊บปุ๊บมาแล้ว ถือบัญชี บัญชีอะไรนั่น สังกะสีเครื่องมุงขาด ฟังให้ดีนะเราจะสั่ง เราบอกงี้นะ ทำท่าจริงๆ สั่ง บอกว่าให้ขนคนไข้ขนหมอและพยาบาลลงกลางทุ่งนาไปนู้นมันไม่รั่ว ทางนี้เขาบอกว่าฝนรั่ว อันนั้นไม่รั่ว อย่างนั้นเวลาจะตอบ ก็ไม่มีอะไรจะให้ สุดท้ายไม่ให้ คือหมด เดี๋ยวก็ให้อยู่นั้นแหละ อันนี้ขู่ไว้ก่อน ไม่ขู่ไม่ได้พวกนี้ต้องขู่ ทางบึงกาฬนี้ก็มากต่อมากนะช่วย เพราะบึงกาฬนี้ทางฝั่งโน้นก็ข้ามมา ฝั่งลาวข้ามมา โรงพยาบาลนี้ถึง ๙๐ เตียง ช่วยเยอะนะนี่ก็ดี ไปเขาก็มาขอเครื่องมุงรั่วหมดแล้วว่างั้น เราจึงบอกให้ขนคนไข้ทั้งหมอทั้งพยาบาลลงไปกลางทุ่งนา ที่นั่นไม่รั่ว คือมันโละหมดเลย ไม่รั่ว

อย่างนั้นละเวลาจะพูด ขู่ฟ่อๆ แต่ใจมันไม่ได้เป็นนะ มีแต่ปากเฉยๆ ขู่ฟ่อๆ หัวใจเต็มไปด้วยเมตตา มันเข้ากันไม่ได้นะ กิริยาท่าทางออกนี้ โอ๋ย เหมือนเสือจะกัดจะฉีกเรื่อยไปเลย แต่อันหนึ่งเป็นแบบอันหนึ่งมันไม่เข้ากันนะ ขู่เขาว้อๆ เดี๋ยวก็ไปให้เขา ไม่นานละ พอได้แล้ว เอ้า แน่ะเป็นอย่างนั้น เงินนี้ไหลเข้ากับไหลออก ไหลออกดีไม่ดีบางครั้งกว้างกว่าไหลเข้า คือติดหนี้เขาก็มี ไหลเข้ามาไม่ทัน ไหลออกกว้างกว่า บางทีติดหนี้เขา นี่ละกว้างกว่าติดหนี้เขา อย่าว่าไม่ติดหนี้นะ ถ้าคนมั่งมีจะไปติดหนี้ได้ไง ก็คือว่ามันจนขนาดติดหนี้ ความจำเป็นมันมา มาดูความจำเป็นอันนี้ๆ กับที่เราติดหนี้น้ำหนักอันนั้นมากกว่านี้ นั่น อันนี้มีความจำเป็น

เฉพาะอย่างยิ่งคือเครื่องมือแพทย์ เครื่องมือนี้สำหรับอย่างนั้นๆ แล้วกระจายไปคนไข้มากกมายก่ายกอง เราติดหนี้นี้พอพอฟัดพอเหวี่ยง สุดท้ายเอาติด เอาสั่งมาเลย แน่ะอย่างนั้นแหละ แล้วก็หามาให้เรื่อยๆ ติดอยู่เรื่อยนะติดหนี้ เป็นอย่างนั้นล่ะ มันไม่มีอย่างนั้นละเรา เขาเขียนไว้นั้น เราไปอ่านแล้วยิ้มๆ เราก็ดี เข้าท่าดี เขาว่าสมบัติของวัดป่าบ้านตาด เขาเขียนไว้อย่างนั้นนะติดตัวใหญ่ สมบัติของวัดป่าบ้านตาดคือสมบัติเพื่อโลก คือออกมามันออกหมดๆ เลย เขาติดไว้ ๒-๓ วันเข้าท่าดี ก็มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ไปที่ไหนมีแต่ช่วยทั้งนั้น มีแต่ให้ๆ ให้ตลอดเลย

โกดังใหญ่นี้เต็มนะนั่น โรงพยาบาลใดก็ตามมา คือเรากำหนดไว้เรียบร้อยสั่งไว้ พระก็ปฏิบัติตามนั้นพระเวร เช่นอยู่ในศาลานี้ ๗ วัน อยู่ที่ศาลา ๗ วันรับผิดชอบหมดในเหล่านี้ในบริเวณศาลา เจ็ดวันๆ ต้องปฏิบัติตามที่เราสั่งไว้ทุกอย่าง ของในโกดังนั้นเต็มเอี๊ยดเลย พวกข้าวสารพวกน้ำปลาน้ำมันพืชหลายประเภทเต็มอยู่นั้นที่จะให้โรงพยาบาล โรงไหนมาให้ตามกำหนดที่เราสั่งไว้ทุกอย่าง ถ้าเป็นธรรมดาก็ให้ธรรมดาเหมือนกันหมด ไม่ให้ยิ่งหย่อนกว่ากัน

ถ้าเป็นพิเศษๆ เรากำหนดไว้ตั้งแต่โคราชไปข้างนอกโน้น อุตรดิตถ์ไปข้างนอกโน้น อุบลไปข้างนอก เหล่านี้ให้พิเศษ ชัยภูมิให้สองแห่ง ภักดีชุมพล เทพสถิต ไกล ระยะทางมันประมาณสูงเนิน สีคิ้วนะ จากวัดนี้ไปผ่านโคราชไปสูงเนิน สีคิ้ว นี่ละไปเทพสถิต ภักดีชุมพล ระยะทางเท่ากัน เราดูเข็มไมล์ อันนี้ให้พิเศษ เมื่อวานซืนเขาก็มา ถ้าเขาไม่จำเป็นเขาไม่มา เราต้องเห็นความจำเป็น จะมาทำไมตะเกียกตะกายมาหาอะไรไกลแสนไกล เช่นอุบล โคราช ที่ไหนไกลๆ มาเราให้เป็นพิเศษๆ พิเศษนั้นมีอะไรๆ บ้างเขียนไว้เสร็จเลย เราอยู่ไม่อยู่ไม่สำคัญ มาให้ได้ตามนั้นๆ เต็มโกดังตลอดไปเลย นี่เราปฏิบัติต่อโลก นี่คือความเมตตาล้วนๆ

ไม่มีอะไรอยู่ในหัวใจเรา มีแต่เปิดออกด้วยความเมตตาล้วนๆ จะได้มามากน้อยออกหมด ที่จะให้มากับเราที่กำไม่มี มีแต่แบๆ ตลอดอย่างนี้ละ ด้วยความเมตตาสงสาร มันอ่อนนิ่มไปหมดนะ กิริยาท่าทาง ใครอย่ามาถือกิริยาท่าทางของเรานี้เป็นแบบโลกนะ ไม่ได้นะเราบอกตรงๆ เลย กิริยาของโลกถ้าว่าดุดุจริงๆ ภายในใจพาให้ดุ ว่าโกรธว่าเคียดว่าแค้นเป็นจริงๆ ภายในหัวใจออกมาแสดงฤทธิ์เดชเป็นฟืนเป็นไฟออกมา โลกเขาเป็นอย่างนั้นปฏิบัติกัน สำหรับเราเองเราบอกตรงๆ เราไม่เป็นอย่างนั้น กลับตาลปัตรกันร้อยเปอร์เซ็นต์ จะดุด่าว่ากล่าวขนาดไหนก็ตามกิริยานี้เป็นเพียงกิริยา แต่เป็นคุณทั้งนั้น ออกจากหัวใจที่เต็มไปด้วยเมตตาและบริสุทธิ์ล้วนๆ จึงไม่มีพิษมีภัยต่อผู้ใด

กิริยาที่แสดงออกทั้งหมดเราพูดตรงๆ เลย ในกิริยาของเราที่ออกไปนี้ ไม่มีกิริยาที่จะเป็นภัยต่อผู้ใด นอกจากผู้นั้นจะตีความหมายไปเป็นภัยก็เผาตัวเอง สำหรับเราไม่มี ดุด่าว่ากล่าวเผ็ดร้อนขนาดไหนก็ตามออกไปจากเมตตาธรรมทั้งนั้นๆ เลย จึงว่ากิริยานี้ไม่มีภัยต่อผู้ใด จึงขอให้พากันทราบเอาไว้นะ เราบอกตรงๆ เราไม่มี ไปที่ไหนไม่มีคำว่าโทษ ภายในจิตใจไม่มีทุกสิ่งที่กิริยาแสดงออก จะเผ็ดร้อนขนาดไหนก็เป็นเผ็ดร้อนด้วยความเมตตาล้วนๆ ไปอย่างนั้น

ที่เราอยู่นี้ก็อยู่ด้วยความเมตตานะ ถ้าหากธรรมดาคือความเป็นอยู่และความตายไปมีน้ำหนักเท่ากัน แต่ธรรมดาไปแล้ว อยู่หาอะไรแบกธาตุแบกขันธ์หนัก แต่นี้พิจารณาดูโลกที่มีความจำเป็นมาเกี่ยวข้องกับเราอยู่มีจำนวนเท่าไร สุดท้ายก็เลยไปเอาความเป็นอยู่มีน้ำหนักมากกว่าความตายไปจึงต้องทน ทนอย่างนี้ละ เราไม่ได้ทนเพื่ออะไรนะ เราทนเพื่อโลกเพื่อสงสารทั้งนั้นแหละ เพราะฉะนั้นจึงขอให้พี่น้องทั้งหลายพยายามบำรุงจิตใจของตนด้วยธรรม ถ้าธรรมมีในใจแล้วไอ้เรื่องความมั่งความมีดีเด่นอะไรๆ นั้นเป็นสิ่งภายนอกๆ ขอให้มีธรรมในใจเถอะน่ะ ถ้าลงมีธรรมในใจคนทุกข์คนจนคนมั่งคนมีเป็นสุขทั้งนั้น

ความสุขรับรองอยู่กับธรรม ไม่ได้รับรองอยู่กับสมบัติเงินทองข้าวของยศถาบรรดาศักดิ์ สิ่งเหล่านี้มารับรองไม่ได้ ถ้าธรรมรับรองได้หมด ธรรมมีอยู่ในใจมากน้อยเจ้าของจะชุ่มเย็น พอชุ่มเย็นแล้วกระจายออกไปเป็นความเมตตาเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันเฉลี่ยเผื่อแผ่ มันออกเองนะเป็นเอง นี่ละธรรมเป็นหลักใจ เป็นตายก็ไม่หวั่นไม่ไหวละธรรมมีในใจแล้ว สิ่งเหล่านั้นมีในใจไม่ได้แน่นอนนะ อยู่ด้วยความหวาดหวั่นกับสิ่งภายนอก ถ้ากับสมบัติภายในคือธรรมแล้วไม่มีหวาดหวั่นนะ ต่างกันอย่างนี้ ให้พยายามทำตัวของเราให้เป็นคนดี ปฏิบัติตัวให้เป็นคนดี ความดีจะมาเข้าสู่ใจเป็นหลักของใจ แล้วเป็นความอบอุ่นเต็มหัวใจเรา ให้พากันจำเอาทุกคนๆ วันนี้พูดเพียงเท่านี้ละ เอาละไม่พูดมากนัก

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก