อย่าให้มันเลยฐานะของตัวเอง
วันที่ 24 มิถุนายน 2549 เวลา 8:15 น.
สถานที่ : ศาลาสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เทศน์อบรมฆราวาส

ณ ศาลาสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เมื่อเช้าวันที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๙

อย่าให้มันเลยฐานะของตัวเอง

 

          ให้พรตอนเช้าก็ลำบาก ให้พรนี้มันออกหู เวลาเราพรมันไม่ได้ออก มันออกหู หูอื้อ ตอนให้พรตอนเช้า ต่อไปนี้อาจจะไม่ได้ให้พร พอกินอิ่มแล้วเผ่นเลย ไม่ให้พร ก็มันให้ไม่ได้ไม่ต้องให้ มันกินได้ก็ต้องกิน มันเป็นอย่างนั้นเดี๋ยวนี้ จะให้ศีลให้พรนี้เสียงมันไม่ได้ออกนี้ มันออกวู้ๆ ๆ เป็นอย่างนั้นละ หูอื้อ ค่อยหดค่อยย่นเข้า หดเข้ามาย่นเข้ามา แต่ที่มันดีอยู่ จะว่าต่างใครทั่วโลกก็ได้ ที่มันเป็นอย่างนี้สร้างความกังวล ความทุกข์ให้เจ้าของไม่น้อย เจ็บนั้นปวดนี้ เช่นหูอื้อนี้เป็นกังวลในใจ เป็นทุกข์ สร้างทุกข์ภายในใจ แต่นี้พูดตรงๆ ไม่สร้าง ไม่มี มันเป็นอะไรก็ดูมัน ฟังมันไป อะไรใช้ได้ใช้ไป เยียวยารักษาได้ก็เยียวยารักษาไป รักษาไม่ได้หมดท่าแล้วเหรอ สลัดปั๊วะไปเลย ไม่กังวล จะมีต่างตรงนี้เท่านั้น คือจิตไม่กังวล

          ให้พากันตัดความกังวลทางด้านจิตใจ ซึ่งเป็นเรื่องก่อทุกข์มากมายออกโดยลำดับ ด้วยการบำเพ็ญธรรม มันจะค่อยตัดของมันไปเอง ถ้าการดีดดิ้นตามโลกโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวแล้วสร้างความกังวลวุ่นวาย ความทุกข์ สร้างภพสร้างชาติ ไม่มีที่สิ้นสุดยุติเลยนะ นี่คือกิเลสพาสร้าง สร้างแต่วัฏวน คือความเกิดแก่เจ็บตายที่เต็มไปด้วยกองทุกข์ เต็มหัวใจสัตว์โลกเต็มไปหมด กิเลสพาสร้าง ไม่มีวันจะสิ้นสุดยุติได้คือกิเลสพาทำงาน สร้างภพสร้างชาติ สร้างความทุกข์ความทรมานต่างๆ ขึ้นจากจิตใจที่เป็นตัวกังวล ซึ่งก็มีแต่กองทุกข์ขนมาทับหัวอกตนเอง นี่คือกิเลสพาทำงาน

          ธรรมพาทำงาน พอสร้างธรรมเข้าภายในใจ ภาระทั้งหลายนี้มันจะค่อยตัดออกๆ ธรรมะมีในใจมากเท่าไรภาระที่เคยแบกเคยหามมาโดยหลักธรรมชาติของมันมันจะค่อยปล่อยของมันไป ปล่อยไปเรื่อยๆ จนกระทั่งใจกับธรรมเต็มเปี่ยม ไม่มีบกพร่องแล้วปล่อยหมดเลย ทุกข์ไม่มี ทุกข์ไม่มีในใจ ใจเป็นผู้แบกผู้หามคือคอยยึดคอยถือ สร้างความกังวลวุ่นวายให้ตนเอง วันหนึ่งๆสร้างตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งหลับ วันนี้ก็สร้าง วันหน้าก็สร้าง สร้างตั้งแต่ภาระให้จิตใจแบกหามตลอด แล้วความทุกข์ใครก็บ่นๆ อย่าสร้างตั้งแต่ความทุกข์ด้วยการยึดนั้นยึดนี้ คิดนั้นยุ่งนี้ ซึ่งล้วนแล้วตั้งแต่เป็นความทุกข์ทั้งนั้น แล้วสิ่งเหล่านี้มันจะเบาบางได้อย่างไรเมื่อเจ้าของสร้างตลอดเวลา

          ธรรมะท่านสร้างธรรมภายในใจ ตัดเหล่านั้นออก ธรรมภายในใจจะสง่างามขึ้นมา สง่างามขึ้นมาเรื่อยๆ จนสร้างธรรมภายในใจเต็มที่แล้วปล่อยหมดโดยสิ้นเชิงแล้ว ไม่มี แม้ที่สุดธาตุขันธ์ท่านก็ไม่ได้เป็นกังวล ถึงจะเจ็บปวดแสบร้อนในอวัยวะส่วนใดก็ถือว่าเป็นเครื่องมือที่มันชำรุด พอเยียวยารักษาได้ก็รักษาไป อันไหนรักษาไม่ได้ก็ตัดออก ท่านไม่สร้างความกังวลให้เป็นทุกข์ภายในใจ มันเป็นทุกข์ภายในร่างกายไม่เป็นทุกข์นะคนเรา ส่วนที่เป็นทุกข์ภายในจิตใจสร้างขึ้นมาจากเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัวเรา เช่นเจ็บท้องปวดศีรษะ ไม่สะดวกสบาย ความกังวลของใจจะไปสร้างความทุกข์ขึ้นที่นั่น แล้วก็เป็นความทุกข์ภายในใจ ความทุกข์ภายในใจนี้หนักมากยิ่งกว่าความทุกข์ทางร่างกายนะ ท่านจึงสอนให้ให้ละให้ปล่อยให้วาง ปล่อยออกไปเท่าไรความทุกข์ก็เบาลงๆ

          ให้ท่านทั้งหลายจำนะ พุทธศาสนาเป็นศาสนาที่สอนสัตว์ทั้งหลาย รื้อขนสัตว์ให้พ้นจากทุกข์ไปโดยลำดับลำดา ไม่มีที่จะสั่งสมทุกข์เพราะคำสอนของพระพุทธเจ้า และเพราะการปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า เรื่องทุกข์ทั้งหลายเป็นเรื่องของกิเลสนั้นมันจะค่อยเบาบาง เบาบางลงโดยลำดับสำหรับผู้มีธรรมภายในใจ มีฝั่งมีฝามีเขตมีดาน มีคำว่าใกล้ว่าไกล จวนถึงแล้วๆ ผู้ถึงแล้วข้ามฝั่งไปเลยก็มี ผู้ที่ยังไม่ถึงก็ก้าวเข้าไป เพื่อความถึงฝั่ง แต่ผู้ไม่มีความดีงามอะไรเลยนี้เหมือนคนหรือสัตว์ตกน้ำในท่ามกลางมหาสมุทร ว่ายน้ำป๋อมแป๋มๆ อยู่นั่น หาฝั่งหาแดนที่จะเกาะจะยึดเพื่อความพ้นทุกข์พ้นภัยไม่มีเลย สุดท้ายก็จมไปในท่ามกลางมหาสมุทร

          มันผิดกันกับผู้สร้างความดีงาม สร้างความดีงามเหมือนกับว่าสร้างเกาะสร้างฝั่งสร้างที่ยึดไว้ภายในจิตใจ ถึงแม่น้ำมันจะกว้างแสนกว้างแต่ที่ยึดของเรามีภายในตัวของเรา เราก็ไม่เป็นทุกข์เหมือนโลกทั้งหลายที่เขาไม่มีที่ยึดที่เกาะในท่ามกลางมหาสมุทร เขาคอยแต่จะจมไปท่าเดียว เราไม่จม เพราะเรามีความดีภายในใจ ความดีนั้นละเป็นเกาะเป็นที่ยึดของใจเรา ให้พากันรักษาให้ดีนะ อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนเกินไป

          การทำมาหาเลี้ยงชีพ โลกนี้เป็นโลกสร้างอยู่สร้างกิน อยู่เฉยๆ ไม่ได้นอกจากคนตาย ต้องมีอยู่มีกิน มีขับมีถ่าย มีที่พักที่หลับที่นอน แต่ให้อยู่ในความพอเหมาะพอดี ความพอประมาณ มีธรรมเป็นเครื่องกำกับรักษา ว่าอะไรพอดีไม่พอดี อย่าให้เป็นน้ำล้นฝั่งตลอดเวลา แต่เรื่องกิเลสเป็นน้ำล้นฝั่ง ได้เท่าไรไม่พอ ได้เท่าไรไม่พอ ต่างคนต่างชิงกัน ชิงความชั่วช้าลามก มันไม่ได้ชิงดีชิงเด่น โลกจึงหาความสุขไม่ได้ ถ้ามีธรรมแล้วไม่ดีดไม่ดิ้นจนเกินเนื้อเกินตัว ดูฐานะของตัวเอง กำลังวังชา วาสนาของเราเพียงแค่ไหน เราก็บึกก็บึนไปตามวาสนาของเรา อย่างดีดอย่าดิ้นเกินเหตุเกินผล

          เช่นอึ่งอ่างกับวัว เห็นไหมนิทาน อึ่งอ่างกับวัวหลวงตาได้นำมาแสดงให้พี่น้องทั้งหลายถือเป็นคติหลายครั้งแล้วนะ อึ่งอ่างกับวัว วัวหมายถึงหลักธรรมชาติ ได้แก่ธรรม อึ่งอ่างได้แก่กิเลส มันชอบพองตัวของมันเสมอ ตัวเท่ากำปั้นอึ่งอ่าง แต่มันชอบพองแข่งวัวทั้งตัว วัวตัวหนึ่งแม้แต่ลูกวัวมันก็ตัวใหญ่กว่าอึ่งอ่างนะ อึ่งอ่างมันก็ชอบพองตัวของมัน ดังนิทานท่านแสดงไว้ แต่ก่อนเราก็เห็นในหนังสือตอนเราเป็นนักเรียน เขาเรียนนิทานอะไร นิทานอีสป เอามาให้อ่านเราก็อ่าน อ่านไปเจออันนี้ละ ครูเขานำมาสอน อึ่งอ่างกับวัว

          อึ่งอ่างมันอยู่ในรู ภาษาเราเรียกว่าลูกอึ่งอ่างนั้นเฝ้าบ้าน แม่อึ่งอ่างไปเที่ยวหากิน แล้วก็มีสัตว์ตัวหนึ่งตัวใหญ่ สัตว์ตัวนั้นคือวัว เขาเที่ยวหากินมาหน้าบ้านของลูกอึ่งอ่าง หน้าบ้านคือปากรู ปากรูเขา ปากถ้ำเขา เขาเที่ยวหากิน เขาไม่ได้สนใจกับอึ่งอ่างแหละ เขาหากินไปธรรมดา ทีนี้ลูกอึ่งอ่างที่อยู่ในรูก็กลัวสัตว์ตัวใหญ่ๆนั้นจะเหยียบเขาตาย เขาก็หลบนั้นหลบนี้อยู่ในรู คืออยู่ในบ้านเขานั่นแหละ เรื่องก็ผ่านไป

          พอเรื่องผ่านไปวัวเขาก็ผ่านของเขาไปแล้ว แม่ไปหากินกลับมาลูกก็ร้องทุกข์ต่อแม่ ตะกี้นี้หนูเกือบตาย เป็นเพราะอะไรถึงเกือบตาย ก็มีสัตว์ตัวหนึ่งตัวใหญ่ๆ มันเหยียบย่ำมาแถวนี้ละ หนูกลัวมันจะเหยียบหนู หนูหลบหนูหลีกอยู่ในบ้านของเรา บ้านได้แก่รูของอึ่งอ่าง หลบไปหลบมา สัตว์ตัวนั้นเขาก็ไป หนูก็รอดตายมาได้ ถึงได้ร้องทุกข์ต่อแม่ มันตัวใหญ่นักเหรอ แม่ถามนะ ใหญ่แม่ แม่ก็พองตัว อึ่งอ่างมันพองตัว มันเท่านี้ไหม แม่พองตัวให้ลูกดู ว่าที่พองตัวขึ้นมานี่มันเท่าสัตว์ใหญ่ตัวนั้นไหม บอกโอ้ยมันใหญ่กว่านี้แม่ แม่ก็พองขึ้นเรื่อย สุดท้ายแม่พองจนท้องแตกตายเลย ก็ไม่ใหญ่เท่าวัว ความใหญ่มันก็คือความตายของมัน

          อันนี้อย่าเป็นอึ่งอ่างพองตัว แข่งดีแข่งเด่นชิงดีชิงเด่นกับโลกกิเลสด้วยกัน ไม่มีวันแพ้วันชนะกัน มีแต่ขนทุกข์เข้ามาสู่ตัวเอง แข่งเท่าไรยิ่งเป็นการขนทุกข์เข้ามาสู่ตัวเอง เราต้องอยู่ในฐานะตามกำลังวังชาของเรา ขวนขวายหามาได้มากน้อย ควรจะได้แค่ไหนก็อยู่ตามสภาพของเรา เมื่อตะเกียกตะกายสุดกำลังแล้วให้อยู่ในระดับพอดีกับฐานะของเรา อย่าดีดอย่าดิ้น ถ้าดีดดิ้นเกินไปแล้วมันจะยุ่งมากนะ หามาอยู่มากินไม่เพียงพอ แล้วคิดใหญ่ขึ้นมา

          เราวิ่งเต้นขวนขวายหามานี้ไม่พอ แต่ความดังอยากดัง อยากมีชื่อมีเสียงโด่งดัง อยากให้เขาว่าเป็นคนมั่งมีศรีสุข เป็นคนมีฐานะสูง เป็นคนเรียนสูง เรียนถึงดอกเตอร์ดอกแต้ที่ไหนก็ไม่รู้ละ เกิดมาแต่โคตรพ่อโคตรแม่หลวงตาบัวไม่เคยเห็นดอกเตอร์ดอกแต้อะไรละ พึ่งมาได้ยินเดี๋ยวนี้ มันจึงงงๆ ไม่ค่อยรู้ดอกเตอร์ดอกแต้นั่นนะ เรียนมามากน้อยเพียงไรไม่ได้คำนึงถึงฐานะของตัวเอง ต่างคนต่างดีดต่างดิ้น กิเลสแข่งกิเลสไม่มีใครชนะ แพ้ด้วยกันทั้งหมด กิเลสแข่งกิเลสหาวันชนะไม่ได้ ถ้าธรรมแข่งกิเลสมี มีวันชนะ มีวันสงบ มีวันยับยั้งชั่งตัวได้ ถ้ากิเลสแข่งกิเลสตายทิ้งเปล่าๆ

          เพราะอย่างนั้นเมื่ออะไรมันจะเลยฐานะของตนให้อยู่ตามฐานะของเรา อย่าดีดอย่าดิ้นจนเกินไป อย่าขนฟืนขนไฟมาเผาไหม้ตัวเอง เช่นการเที่ยวกู้เที่ยวยืมคนนั้นเพื่อจะมาเสริมให้มีเงินมีทองข้าวของ แล้วค้าขายมีกำไรมีกำลังวังชา นี่เป็นความคาดคิดด้นเดาของคนที่มีความมักคิดอย่างนี้เสมอ แล้วไปหากู้ยืมที่นั่น กู้ยืมที่นี่ กู้ยืมที่ไหนก็คือฟืนคือไฟ มันติดตามเรามาทั้งต้นทั้งดอกมาพร้อมกันเลย

          พอไปกู้ยืมเขามา ต้น-ต้นไฟเขามา แล้วก็ดอก-ดอกไฟเข้ามา มาเผาเราคนเดียว สุดท้ายเราจมได้ ดีกว่าที่เราไม่ติด ติดไปหาอะไรติดหนี้ มีเท่าไรตะเกียกตะกายอยู่กินใช้สอยตามเกิดตามมีของเรานี้สบายยิ่งกว่าหาต้นหาดอกมาเผาตนเอง โดยไม่เกิดประโยชน์ ให้พากันคิด อย่าให้มันเลยฐานะของตัวเอง แล้วทำให้เสียได้ ทีนี้เวลาเราเคยกู้เคยยืมแล้วเป็นนิสัย ไม่ได้กู้ได้ยืมอยู่ไม่ได้นะ กู้แล้วไม่แล้ว กู้คนนี้แล้วไปกู้คนนั้น กู้คนนั้นไปกู้คนนั้น กู้ดะยืมดะไปเลย ไฟเผาตัวตลอดเวลาไป คนนี้จม คนไม่รู้จักฐานะสูงต่ำ ให้เอาธรรมจับ ให้ปฏิบัติต่อธรรม เราควรกับฐานะเราประเภทใดเอาตะเกียกตะกาย แต่อย่างสร้างฟืนสร้างไฟจากหนี้สินเข้ามาเพิ่มอีก โดยหาเหตุผลไม่ได้ก็แล้วกัน ให้พากันตั้งใจปฏิบัตินะ

          โลกทุกวันนี้ดิ้นดีดหาหลักหาเกณฑ์ไม่ได้นะ ต่างคนต่างดิ้นต่างดีด ไม่มีหลักมีเกณฑ์ แบบสุกเอาเผากินไปวันหนึ่งๆ ไม่มีหลักประกันตัวคือธรรม มีเหตุมีผลเป็นเครื่องประกันตัว อยู่ได้คนเรา พออยู่ได้ ถ้ามีแต่ความดีดความดิ้น ความมักใหญ่ใฝ่สูงฝังในหัวใจแล้ว ยิ่งดีดยิ่งดิ้น ยิ่งทุกข์ยากลำบากไปเรื่อยๆ นี่เรียกว่าหากินแบบลอยลม ไม่มีฝั่งมีฝา ไม่มีเครื่องประกันตัว แล้วจมไปวันละเล็กละน้อย แล้วสุดท้ายจมไปเลย ให้พี่น้องทั้งหลายจำเอาไวนะ

          อย่าพากันคิดแบบสุกเอาเผากิน ต้องคิดด้วยเหตุด้วยผล กิเลสมันไม่มีหลักมีเกณฑ์อะไรนะ หยิบได้หยิบเอา ฉวยได้ฉวยเอา ส่วนผลที่ตามมา มาเผาเราผู้สุกเอาเผากินนี้แหละ ให้พากันระวัง ข้อนี้เราวิตกวิจารณ์กับโลกมากมานาน พิจารณาจะเอาเฉพาะในประเทศไทยของเรา ทั่วประเทศไทยนี้ตาข่ายแห่งความติดหนี้ติดสินกันนี้ครอบประเทศไทย มองขึ้นไปเห็นแต่ตาข่ายแห่งหนี้สินที่พี่น้องชาวไทยเราติดหนี้กัน เต็มไปหมดเลย ไม่มีช่องไหนช่องว่างที่จะไม่มีหนี้มีสินพัวพันตัวเองๆ ทั่วประเทศไทย

          นี่คือการสร้างกองทุกข์ระโยงระยาง ข่ายแห่งกองทุกข์มาจากหนี้สินมันพัวพันเรา ให้พากันระมัดระวังให้มาก อยู่อะไรเอาอยู่ อย่ามักใหญ่ใฝสูง แล้วจะเสียเรานั่นแหละ เพราะเป็นคนหลักลอย แบบสุกเอาเผากินหลักลอยทั้งนั้น ไม่มีเครื่องประกันตัว ดีดดิ้นไปๆ อย่างไม่มีเหตุมีผลคือกิเลส ธรรมท่านมีเหตุมีผลนะ เป็นเครื่องยืนยันรับรอง ถ้าไปกู้ยืมเขามาเราต้องคิดต้องคาด เงินที่ไปกู้ยืมเขามานี้มาเพื่ออะไร แล้วได้มาแล้วเราคิดตามที่ได้มันจะเป็นความจริงไหม ถ้าหากเป็นความจริงแน่นอนในความคิดอานไตร่ตรองแล้วกู้มา มาก็มาเปลื้องทุกข์ได้อย่างที่ว่า ถ้ากู้มาแบบสุกเอาเผากินแบบมักง่ายๆ ชุ่ยๆ อย่างนี้จมทั้งนั้นนะ ให้พากันระวง เอาละวันนี้พูดเพียงเท่านี้

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก