ที่เราได้บวชเพราะน้ำตาพ่อ
วันที่ 29 มิถุนายน 2549 เวลา 8:10 น.
สถานที่ : ศาลาสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เทศน์อบรมฆราวาส

ณ ศาลาสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เมื่อเช้าวันที่ ๒๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๙

ที่เราได้บวชเพราะน้ำตาพ่อ

 

          พวกแมวเหล่านี้รู้เหมือนกันนะ สัตว์เช่นพวกงูที่เป็นอสรพิษนี้แมวเขารู้นะ ไม่มีใครบอกเขา เห็นแมวตัวหนึ่งเขาเอามาปล่อยทิ้งไว้ในครัววัดป่าบ้านตาด ตัวเล็กๆ เราได้ดุ นี่ต่อไปเอาเสือมาปล่อยนะ สถานที่นี่เป็นสถานที่ให้อภัยสัตว์ สัตว์ตัวนี้มันเป็นศัตรูนะ ใครที่จะเลี้ยงไว้ต้องระมัดระวังรักษา ห้ามไม่ให้มันกัดสัตว์ ถ้ากัดสัตว์ตัวหนึ่งไล่ออกจากวัด เขาก็ไปสอนมัน แมวตัวนั้นชื่อไอ้สิงห์ ดูมันจะรู้ภาษาคนเหมือนกัน เวลาเอาสำรับมาจากศาลา เอามาวางไว้นั้น พอมาวางไว้เขาอยู่ที่นั่นละ แมวตัวนั้นนะ ใครจะมาเอาออกก็ไม่ได้ เอาเข้าไม่ได้ เขาตบ ถ้าว่าเอามาให้ไม่ตบ เอามาให้ก็ตบ มาเอาออกไปก็ไม่ได้ ตบ แมวตัวนั้นมันเข้าท่าดี ใครมาไม่ได้ละ เขามานั่งเฝ้าเลยนะ พอเอาสำรับมาวางปั๊บ เขาจะมาปุ๊บมานั่งเฝ้า ใครจะเอาเพิ่มก็ไม่ได้ จะมาเอาออกก็ไม่ได้ เขาตบทั้งนั้นแมวตัวนี้ ขบขันดี

แต่ไม่ทำหนูนะ แล้วเป็นจริงดังที่เราว่าแต่แรก สอนให้ดีนะ ถ้าลองมันได้กัดหนู ไม่ได้ต้องออกจากวัดทันที เราว่า เขาก็เอาไปสอน แล้วไม่กัดหนูนะ เป็นเพื่อนหนูด้วย จนกระทั่งพวกลูกศิษย์ที่ไปจากทางกรุงเทพฯเข้าไปในครัว แต่ก่อนคนยังไม่มากนักนะ เขาเข้าไปในครัว เราก็เข้าไป ส่วนมากก็ไปกับท่านปัญญา พอไปเห็นแล้วแมวตัวนั้นมันโดดขึ้นมา มาหา เราก็เล่นกับมันเล็กน้อย ปล่อยไป เราบอกว่าแมวตัวนี้ไม่ทำไมหนู ไม่กัดหนู เขาไม่เชื่อเลย ดูเหมือนว่าเทวดาจะมาช่วย แมวตัวนี้เข้ามา เราบอกว่าแมวตัวนี้ไม่กัดหนู เขางงกันทั้งศาลา แมวไม่กัดหนูมีอย่างเหรอ

สักเดี๋ยวหนูไม่ทราบมาจากไหน ตกมาจากนู้นมานี้เป๊ะเลย หนูใหญ่นะ ไอ้สิงห์อยู่ไหน ไอ้สิงห์มันออกไปอยู่กับคน จับสิงห์โยนขึ้นมา โอ้ยพวกนั้นใจสั่นใจหายไปหมด แต่ก่อนเขาเรียกอาจารย์ ยังเป็นอาจารย์อยู่ เดี๋ยวนี้เป็นขั้นปู่แล้ว ชื่อเสียงโด่งดังทั่วประเทศไทย และเอาแมวมาขยี้หัวหนูให้ดูต่อหน้าต่อตา มันดูได้อย่างไร ยกโทษเราใหญ่เลยในใจของเขา แล้วตาลีตาลานเข้ามา พอหนูตัวนั้นตกเป๊ะมานี่ เรียกไอ้สิงห์มา เอาสิงห์เล่นกับหนูให้พี่น้องทางกรุงเทพฯดูหน่อย พวกนี้ไม่เคยเห็นแมวเล่นกับหนู

ทีนี้พอเอาไอ้สิงห์มา หนูตัวนี้หมอบเลยนะ ไม่กระดุกกระดิก ไอ้สิงห์เขาก็เล่นลวดลายของเขา เขาด้อมใส่ ทางนั้นใจหายอยู่แล้วนะ เหมือนเสือ เล่นสวยๆนะเราบอก เราก็นั่งดูเฉยๆ เขาเล่นสวยมากนะ เขาค่อยด้อมๆ ไป โดดปั๊บข้ามหัวหนู โดดปั๊บข้ามหัวหนู หนูตัวนั้นนิ่งหมอบอยู่นั่นละ โดดไปโดดมาล้มกลิ้งทับหนู เขาล้มทั้งหงายกลิ้งทับหนู หนูตัวนั้นเหมือนตาย แมวตัวนั้นสนุกเล่นกับหนู เล่นทั้งคว่ำทั้งหงายทั้งอะไรทุกอย่าง เสร็จแล้วโดดหนีเลย

อ้าวมันไม่ทำอะไรเหรอ ก็ดูเอาซิ ให้ดูแล้ว อู๊ยไม่เคยเห็น มันมาเล่นกับหนู เล่นสวยงามมากนะ พอจากนั้นมันยังไม่ไปนะ หนูตัวนั้นยังหมอบอยู่นั้นกลางศาลา ลองไปจับ ดูซิ แมวหนีแล้ว พอเดินเข้าไปปั๊บเดียววิ่งเข้าป่าลย มันเล่นขนาดนั้น มันกลัวแมว กลัวมากทีเดียว หนูแถวนั้นมันไปจับมาเรื่อย มันจับมาให้โยมแม่ มันรักโยมแม่ ไม่ให้ใครทั้งนั้น พอคาบหนูได้แล้ววิ่งเข้าหาโยมแม่ เหอ มึงได้มาแล้วเหรอ โยมแม่ก็อุ้มแมว แมวก็คาบหนูไปวาง เดี๋ยวเอากระบอกมาใส่ หนูก็อยู่นั้น แมวก็เฝ้าอยู่นั้น ไปเอากระบอกไม้มา พอเอาหนูใส่กระบอกปิดเรียบร้อยแล้วแมวก็ไป หนูก็อยู่นั่น

ทีนี้เวลาแมวไปแล้วเอาหนูมาปล่อยปั๊บเดียวเข้าป่าเลย มันเร็ว คือมันกลัวขนาดนั้น เสียหมดนะ หนูนี่เสียเส้นหมดเลย เหมือนของตาย มีแต่ลมหายใจ เห็นชัดทีเดียว เขาไม่เคยเห็น เขาให้เอาไอ้สิงห์ไปเล่นกับหนู มันเล่นลวดลายเหมือนเสือ ด้อมๆ โดดปั๊บข้ามหัวหนูทางนู้น โดดปั๊บข้ามหัวหนูทางนี้ โดดไปโดดมาล้มทับหนูกลิ้ง หนูก็อยู่นั้นแหละ หนีเลยไม่อยู่ มันไม่ทำจริงๆ ละแมวตัวนี้ ไปเจอหนูที่ไหนคาบมาให้ เอามาให้โยมแม่ละ โยมแม่  ก็รู้ รู้ใจคอกัน เหอ มึงได้มาแล้วเหรอ เขาคาบหนูมา โยมแม่ก็อุ้มเขา เอาไปที่โล่งแจ้ง แล้วไปเอากระบอกไม้ไผ่มา หนูก็อยู่นั้นละ

แมวตัวนี้รู้สึกจะรู้ภาษามนุษย์ แล้วก็ไม่ทำด้วยนะ คือไม่กัดสัตว์ บางทีได้นกก็มี มันไปได้นกอย่างไรไม่รู้นะ นกมีปีกมันไปเอามาได้นะ เอามาก็ไม่กัด พอปล่อยนกบินปรื๋อเลย มันไม่อยู่เหมือนหนู หนูปล่อยแล้วอยู่นิ่ง แมวพอเอามาปล่อยปั๊บนกบินปรื๋อเลย จนกระทั่งแมวดังแม้ว มันตกใจ พอปล่อยนกจากปากแมวมันบินปรื๋อเลยนะ ไปเลย ทางนี้แม้ว เสียท่าให้นก เป็นอย่างนั้นละแมวตัวนี้ เขารู้ภาษา ว่าอย่างไรรู้ เวลามีคนมาเขาจะมานั่งแอบ นะ จึงว่ารู้ภาษาจริงๆ นะ เขาคอยฟังแต่โยมแม่ เขาดูแต่โยมแม่ละ เขากลัวโยมแม่ ทั้งกลัวทั้งเคารพท่า ทั้งรักด้วย เพราะเล่นกับเขาดี

พอคนไปนั่งเขาจะมาแอบดูนะ ถ้าไปจับอะไรไม่ได้นะนั่น ไปจับเขาจะไปตบเลย ไปจับอะไรก็ตาม ถ้าไปนั่งให้นั่งเฉยๆ อย่าไปจับนั้นจับนี้ แมวตัวนี้คอยดู พอจับโดดปั๊บตบมือเลย แม้ว ยังไม่ตบแรงละ ตบให้ตื่น แมวเรียกว่ามันรู้ภาษามนุษย์ ถ้าโยมแม่ว่าไอ้สิงห์ ถอยเลยนะ สักเดี๋ยวขยับเข้ามาอีก เข้ามาดูคน ไม่กัดหนู มีเท่าไรไปจับมา โยมแม่เป็นคนเอาหนูเข้ากระบอกๆ

ในวัดนั้นก็ดูมีแมวตัวหนึ่งเท่านั้นละ มาอยู่ในครัวกับโยมแม่ ไม่ทำลายสัตว์นะ มันถึงอยู่ในครัวได้ เพราะเราสั่งอย่างขาดตัว ถ้าลงว่ามันไปกัดสัตว์ตัวไหนเอาไว้ไม่ได้นะ ให้อบรมสั่งสอนมันให้ดี อย่าให้มันทำลายสัตว์ สัตว์ชนิดใดก็ตามไม่ได้ ไม่ทำนะ สัตว์ประเภทไหน เขาก็รู้นะงูนะ ถ้างูเป็นพิษนี้เขาจะดูระวังนะ งูพิษเขารู้ พวกงูพิษ พวกงูกระบะ งูเห่า เขาไม่เข้าใกล้นะ เขาขยักๆ อยู่ข้างนอก เขาดู ถ้าเป็นงูพวกร่างแห งูเขียวอู๊ยพันกันเลย งูนี้หด คือมันขดตัวเข้าจนหดเป็นก้อนเลยนะ เขาพลิกไปพลิกมามันก็กลิ้งไปกลิ้งมางูนะ งูไม่เป็นพิษละ

คือเวลามันหดตัวมันเป็นก้อน ก้อนงู เขาพลิกไปนั้นพลิกไปนี้ มันก็กลิ้งไปกลิ้งมางูนะ เขาไม่กลัว ถ้าเป็นงูไม่มีพิษเขาไม่กลัว เขาเล่นเลย ไม่มีใครสอนนะ แต่พวกงูกระบะ งูเห่า งูอะไรนี่ไม่ได้นะ เขามองเห็นนี่เขาจะขยักๆ ระวัง เขามีท่าระวัง ไม่เข้าใกล้ ถ้าเป็นงูธรรมดา โอ๋ยปั๊บเลย เล่นกับงู

ให้พากันเข้าศีลเข้าธรรมละดีแล้วพี่น้องทั้งหลาย ศีลธรรมจะพาโลกให้ร่มเย็น เรื่องความเพลิดความเพลิน ความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม ความไม่มีหลักมีเกณฑ์จะพาเราและส่วนรวมให้ล่มจมได้นะ เสียหายได้ ให้พากันระมัดระวัง อย่าเห็นแก่ได้แก่ธรรม การประพฤติตัวระวัง มีค่ามีคุณมีโทษอยู่ในนั้นเสร็จนะ ให้ระวัง เวลาค่ำมีเวลาว่างก่อนจะหลับจะนอนควรจะได้ภาวนา อย่างน้อยให้ได้สักห้านาที ผลัดขึ้นไปก็สิบนาที ดี พอเรานั่งภาวนาให้ดูใจ  ใจมันจะคิดจะปรุงเรื่องอะไรอยู่ตลอดเวลา พอสติเข้าไปจับปั๊บใจมันจะปรุง สติจับไว้ มันอยากปรุงอยากคิด มันดันออกมาๆ สติจับไว้ไม่ให้มันคิด

ทีนี้เมื่อห้ามนานเข้าๆ จิตสงบ นั่นละเพียงจิตสงบก็สบาย มันยุ่งอยู่กับจิต จิตนี้ตัวสำคัญมาก หาเวลาไม่ได้ มีแต่ยุ่งตลอด เวลาเราภาวนาเอาสติบังคับจิต หรือคำบริกรรมบังคับไว้ ให้มันทำงานอยู่กับคำบริกรรม อย่างน้อยให้ได้ห้านาทีคืนหนึ่งๆ ก่อนจะหลับนอน เราสละเวลามาตั้งแต่เช้ายันค่ำ เสียเวลาไปเท่าไร เราจะนำเวลาอันมีค่าเข้ามาภาวนาอบรมจิตใจเพียงห้านาทีทำไมจะไม่ได้ ต้องบังคับเจ้าของนะ ไม่บังคับไม่ได้ พอพูดอย่างนี้เราก็ย้อนไปคิดถึงโยมบิดาเราเอง นี่เคยเล่าให้พี่น้องทั้งหลายฟังแล้ว ที่เราบวชนี้เพราะโยมพ่อโยมบิดานะ มันจะไม่บวช

นี่ละที่บังคับตัวเอง เรียกว่ามัดเลยทีเดียว น้ำตาพ่อนี้ แหม มีคุณค่ามากนะ สะเทือนหัวใจปึ๋งเลยทันที กำลังรับประทานอยู่ด้วยกัน ลูกหลายคน นั่งล้อมกันอยู่ รับประทานกันอยู่ เงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรละ อยู่ๆ ก็โยมพ่อนั่นละ พูดขึ้นมาอย่างลอยๆ กูก็มีลูกหลายคน ผู้หญิงก็ไม่พูดถึงมันแหละ พูดถึงเรื่องผู้ชายก็มีหลายคน แต่เหล่านั้นก็ก็ไม่ยุ่งกับมัน กูมาติดใจอยู่กับไอ้บัวนี้แหละ วันนั้นวันยอลูกนั คือยกขึ้นเพื่อทุ่มลง กูไม่ได้ปักใจกับมันลูกเหล่านั้น มันไม่เป็นที่แน่ใจกู แต่ไอ้บัวนี่ ถ้าลองมันได้ทำอะไรแล้วกูสู้มันไม่ได้ หน้าที่การงานกูหาที่ต้องติไม่ได้ ดีไม่ดีเวลาทำอะไรนี้กูสู้มันไม่ได้ มันเก่งกว่ากู ยก

แต่ นี่ขึ้นว่าแต่ แต่เวลากูจะขอให้มันบวชพูดอะไรมันเฉย มันเหมือนคนหูหนวก เวลากูตายแล้วถ้าไอ้นี่มันไม่บวชลากกูขึ้นจากนรก กูต้องตกนรกจมไปเลย กูไม่มีวันฟื้นขึ้นมาได้เลยละ ถ้าไอ้นี้มันไม่ลากขึ้นจากนรกได้ด้วยการบวชของมัน พอว่าน้ำตาพ่อร่วง เรามองไปเห็น โหย สะดุดแรงนะ นี่ละที่เราได้บวชไม่ใช่อะไรนะเป็นเพราะน้ำตาพ่อ พ่อกับแม่ก็นั่งคนละข้าง แม่เห็นพ่อน้ำตาร่วง แม่ก็น้ำตาร่วงเหมือนกัน เราลุกปึ๋งเลยเชียว ไม่มาร่วมวงรับประทานอาหาร ไปคิดตัวเอง นี่ละเอาเด็ดขาดทีเดียวนะ ลงพ่อได้น้ำตาร่วงเพราะการบวชมันดูไม่ได้แล้วละ

ในโลกเขาบวชกันได้ทั่วแผ่นดินไทยเรา บวชเป็นพระเจ้าพระสงฆ์เป็นครูบาอาจารย์ จนกระทั่งเป็นสมภารเจ้าวัด ตายกับผ้าเหลืองก็มี แต่นี้เราบวชพ่อแม่ก็ไม่ได้บังคับบัญชาให้เราบวชเท่านั้นปีเท่านี้เดือนอะไร ก็บวชธรรมดาเป็นประเพณีของโลก ทำไมบวชไม่ได้ อย่างอื่นเขาทำได้ เราทำได้ แต่นี้เขาบวชได้เราทำไมถึงบวชไม่ได้ เอาถึงขนาดน้ำตาพ่อนี้ร่วงลง ต้องบวช เอาละนะทีนี้บังคับเลย มีแต่ต้องๆ เข้าไปเลย บังคับ มัดเจ้าของ คิดอยู่สามวัน พอคิดตกเรียบร้อยแล้ว ไม่มีข้อคัดค้านใดๆ ละ ยอมจำนนในการบวชของเรา

ตกลงมาหาแม่ ตามธรรมดาลูกมักติดแม่นะ เราจนเป็นหนุ่มยังติดแม่นะ กับพ่อไม่ค่อยไปอะไรนักละ ส่วนมากลูกมักจะติดแม่ นอกจากแม่มันแว้ด ๆๆ เหลือเกิน อันนั้นน่าตีปาก มาก็มาหาแม่ ที่ว่าจะให้บวชนั้นน่ะ ตกลงใจจะบวชให้แล้วนะ ถ้าบวชแล้วอยากสึกเมื่อไรก็ได้ ถ้ามาบังคับไว้ว่าให้อยู่เท่านั้นเดือนเท่านี้ปีแล้วไม่บวช เราว่าอย่างนี้ ถ้าบวชแล้ว อยากจะสึกเมื่อไรก็ได้ แล้วจะบวชให้ แม่ก็สาธุ แม่ฉลาดกว่าลูก เออ สาธุลูกไปบวช กำลังอุปัชฌาย์ก็ยังไม่กลับ พระอันดับ ประชาชนที่ไปบวชจำนวนมากมายเขายังไม่กลับ ลูกออกมาจากโบสถ์แล้วจะมาสึกต่อหน้าคนมากๆ แม่ก็ไม่ว่า แม่อยากเห็นผ้าเหลืองในขณะบวช

เก่งนะปัญญา แล้วใครจะไปสึกได้ลงคอ คนมืดฟ้ามัวดินแล้วจะไปสึกต่อหน้าต่อตา ได้ลงคอ แม่ก็รู้นิสัยอยู่แล้ว ตกลงก็เลยได้บวช นั่นละเรื่อยมา นี่ก็หมายถึงว่าบังคับตัวเอง  น้ำตาของพ่อนี่มีค่ามากที่สุด สะเทือนใจเอามากทีเดียว จนกระทั่งไม่มีข้อคัดค้าน ต้องบวช อย่างเดียวเท่านั้นละ อย่างอื่นอย่างใดเขาทำได้ เราทำไม่ได้ในการบวชขายหน้าเหลือเกินลูกผู้ชาย เอาบวช ตัดสินใจบวช จึงได้บวชมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ พ่อแม่ก็ดีใจ แม่ก็ลงใจจนกระทั่งวาระสุดท้าย แม่ลงใจลูกละ ลงจริงๆ ลงสุดขีดเลยแม่ลง

การเทศนาว่าการจนกระทั่งยกขึ้นมาเลย ว่าลูกนี่เหมือนไม่ได้เกิดในหัวอกแม่ อะไรๆ ไม่ว่าการเทศน์ สำนวนโวหาร การแต่งหนังแส่หนังสือ อ่านตรงไหนน้ำตาแม่ร่วง ทำไมจึงล่วง แม่อัศจรรย์ ลูกนี้ได้สำนวนโวหารมาจากไหน ก็เกิดกับแม่แท้ๆ เกิดในหัวอกนี้ ออกไปแล้วลวดลายที่แสดงออกมาในเวลาไปบวชเป็นพระไม่ได้เป็นคนนั้นนะ ไม่ได้เป็นคนที่ยังไม่บวช มันอัศจรรย์ แม่อดอัศจรรย์ไม่ได้ น้ำตาร่วง แล้วมานั่งยกยอลูกต่อหน้าที่ครัว ให้แม่ยกยอเสียหน่อยเถอะ มายกยอลูกชายเจ้าของ

แล้วยกยออะไร ตั้งแต่เป็นเด็กทั้งหวดทั้งตีตลอดเวลาตั้งแต่เป็นเด็ก แล้วใหญ่ขึ้นมาจะมายกยอหาอะไร เวลาเป็นเด็กก็เป็นแบบหนึ่ง เวลาเป็นผู้ใหญ่แล้วก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ควรยกยอก็ให้ยกยอบ้าง ก็ยกยอถึงเรื่องการเทศนาว่าการ หนึ่ง แล้วการแต่งหนังสือเฉพาะอย่างยิ่งประวัติหลวงปู่มั่นทำไมถึงแต่งได้ยดย้อยเอานักหนา ก็หลวงปู่มั่นเป็นพระวิเศษก็แต่งตามเรื่องวิเศษของท่าน ท่านวิเศษก็ยกให้ ผู้แต่งนี่น้า ถ้าไม่มีอะไรจะเขียนอย่างนี้ไม่ได้ ไม่อัศจรรย์ นี่แม่ลง ลงจนกระทั่งเวลาเทศน์จะไม่ยอมฟังเสียงเทศน์ใครเลย พูดตรงๆ ฟังเทศน์อาจารย์เท่านั้นละลงเลยจิต ไม่ว่าเทศน์ที่ไหนเวลาใดไม่มีพลาดลงเลย จิตลงสู่ความสงบ เทศน์ที่อื่นที่ใดแม่ไม่อยากฟัง เพราะจิตใจมันไม่เข้า อันนี้ตีเข้ามา ตีเข้ามา

จึงบอกว่าเวลาว่างวันไหนให้มาเทศน์ให้แม่ฟังบ้างในครัวนะ แต่ก่อนคนไม่ค่อยมาก พอวันว่างแล้วก็ให้ไปเทศน์ให้แม่ฟัง แม่จะได้สงบใจในขณะฟังเทศน์ ไม่ผิดพลาดทุกครั้ง ถ้าฟังเทศน์แล้วจิตลงสงบ แน่วทุกที แต่เราก็ไม่ค่อยได้ไปละ เรียกว่าลงเต็มที่ ทีนี้วาระสุดท้ายก็มาเอาข้อมูลที่เราบวชให้แม่เสร็จเรียบร้อย มาอยู่กับเราจนกระทั่งถึงวาระที่จะหมดชีวิตแล้วแหละ เราก็เข้าไปยืนอยู่หน้ากุฏิเล็ก หลังนั้นน่ะหลังน้องสาวอยู่ทุกวัน  เราไม่เคยไปนั่งแม้แต่เฉลียง กุฏิโยมแม่ก็ไม่เคยนั่งนะ ไปก็ไปยืนข้างหน้า พูดคุยสองสามคำไปเลย เหมือนคนทั่วๆ ไป ที่จะไปเล่าในฐานะแม่กับลูกให้แม่ฟังไม่เคยมี

เวลาฟังเทศน์แล้วจึงมาถามข้อวาระสุดท้ายเป็นอย่างไรละโยมแม่ อาการนี้จะไม่นานนะ เราบอก ดูอาการนี้อ่อนลงทุกทีๆ นี้จะไม่นานนะ แล้วส่วนจิตใจเป็นอย่างไรละ  ที่ฝึกอบรมมาตั้งแต่วันบวชจนกระทั่งป่านนี้ จิตใจของโยมแม่เป็นอย่างไร ขึ้นทันที โหยใจโยมแม่ดี สง่างามผ่องใสตลอดเวลา ไม่ได้กังวลกับเรื่องธาตุเรื่องขันธ์เลย เราก็พอใจ จากนั้นมาวันหลังพอดีโยมแม่ก็เสีย จึงว่าโยมแม่นี้ลง ลงลูก ไอ้เราลงพ่อ น้ำตาพ่อ ลงได้ถึงได้บวช ไม่อย่างนั้นมันจะไม่ได้บวชนะ แต่น้ำตาร่วงเท่านั้นละ อะไรเรื่องราวมีอยู่ขาดสะบั้นไปหมดเลย จึงได้มาบวชจนกระทั่งทุกวันนี้ เอาเท่านั้นละพอนะ

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก