ดีแล้วไม่ยุ่ง
วันที่ 17 กรกฎาคม. 2549 เวลา 8:15 น. ความยาว 28 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙

ดีแล้วไม่ยุ่ง

         ธรรมเป็นของลึกลับมาก สัตว์โลกจึงมืดบอดไม่มองเห็นธรรม อย่างอื่นเห็นหมด แต่เรื่องธรรมมองไม่เห็นหรือไม่มองก็ไม่ทราบแหละ เราคิดว่าไม่มองละมากกว่า ถ้าหากสนใจมองแล้วเห็น พระพุทธเจ้ามองดูธรรมเพื่อจะนำมาสอนโลก เจอธรรม พระพุทธเจ้าตรัสรู้ขึ้นมาเรียกว่าเจอธรรมเต็มพระทัย จากนั้นก็ประกาศธรรมสอนโลก เบญจวัคคีย์ทั้งห้านี่เป็นผู้รับพระโอวาทที่เลิศเลอของศาสดาเป็นปฐมฤกษ์ นี่ละธรรมนี้ยากที่ใครจะมองๆ คือมองแต่ด้านวัตถุ ด้านวัตถุมันหยาบมองเห็นได้ง่าย แล้วกิเลสชอบให้มองอย่างนั้นด้วย

กิเลสเป็นข้าศึกของธรรม กิเลสไม่ให้มองทางด้านธรรมะ เหมือนว่าปิดหูปิดตาเอาไว้ไม่ให้มอง โลกจึงไปทางกิเลสจูงจมูกไป จูงจมูกไปตามกิเลส เรียกว่ากิเลสจูงจมูกสัตว์โลก ธรรมนี่จูงใจขึ้นๆ จากหล่มลึกๆ ที่ถูกกิเลสไสลงไป โลกจึงไม่มีใครจะสนใจในธรรม เฉพาะเมืองไทยเรานี้พลเมืองมีมากขนาดไหน มีใครสนใจในธรรม สนใจตั้งแต่ฟืนแต่ไฟคือกิเลสทั้งนั้น เพราะฉะน้นโลกนี้จะมีมากน้อย ใครจะมีจะจนขนาดไหน ไม่พ้นที่จะเอาไฟเผาตัวเอง แล้วก็เผากระจายออกไปทั่วดินแดน โลกจึงหาความสงบสงัดไม่ได้ หาความเย็นอกเย็นใจ พูดอย่างย่อมๆ ว่าไม่ค่อยมี พูดว่าไม่มีมันก็มีอยู่บ้าง แต่มีก็เป็นเครื่องล่อของกิเลสนั่นแหละ ธรรมไม่มีให้เพลิน ถ้าธรรมมีนี้แน่ใจ เป็นอย่างนั้นละสัตว์โลกจึงลำบาก

คิดดูพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ทรงปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าก็ยังไม่เจอของจริง พอเป็นพระพุทธเจ้าเต็มภูมิ ตรัสรู้เต็มภูมิจ้าขึ้นมา เจอของจริงที่นี่นะ ของจริงมีตั้งแต่แบบที่ว่าจะช่วยไม่ได้จะแก้ไม่ได้ เป็นอย่างนั้นละ มีแต่อาการหนักๆ ทั้งนั้น ที่มีอาการเบาก็เล็กน้อย เช่นพวกคนไข้วิ่งเข้าไปหาหมอ ผู้นี้ผ่านออกมาได้ ที่ตายสุดวิสัยก็มี แต่ผ่านออกมาได้เป็นจำนวนมาก ถ้าธรรมมีสนใจในธรรมแล้วผ่านออกได้ อันนี้มันไม่สนใจนั่นซิ แล้วหมอก็ไม่ค่อยมี หมายถึงหมอธรรมโอสถ หมอทางด้านธรรมะไม่ใช่ด้านวัตถุไม่ค่อยมีเสียด้วย

ทีแรกก็มีพระพุทธเจ้าตรัสรู้ขึ้นมา กระจายออกมาเป็นสาวก เป็น สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ ขึ้นมา ออกมากระจายเพียงเล็กน้อยนะ เวลาเจอของจริงทรงท้อพระทัยไม่อยากสั่งสอนสัตว์โลก คือมองดูแล้ว โรคกับยานี่มันจะเข้ากันไม่ได้ โรคมันมีแต่ประเภทไอซียู ไปก็วิ่งเข้าห้องไอซียูที่หมออิดหนาระอาใจ ซึ่งจำต้องรักษาด้วยมารยาทจนถึงวันตาย ถ้าเข้าห้องไอซียูมันไม่มองใครแหละ หมอมันก็ไม่มอง ยามันก็ไม่มองใช่ไหมว่าซิ หรือว่าหลวงตาเอาอ้อยไปขายสวนมันผิดแล้วเหรอ พิจารณาด้วยธรรมไม่ผิด ไม่เห็นก็จิตเห็น ธรรมเห็น มีแต่ประเภทไอซียูมากต่อมากนะเวลานี้เมืองไทยเรา ถ้าต่างคนต่างสนใจในธรรม นำธรรมไปปฏิบัติจะเป็นน้ำดับไฟๆ ไฟสงบลงแล้วโลกสงบ ที่โลกไม่สงบเพราะใจเป็นฟืนเป็นไฟ อย่าเข้าใจว่าเป็นกับอะไรนะโลกที่กำลังฆ่ากันสะบั้นหั่นแหลกอยู่เวลานี้ เวลานี้ก็กำลังฆ่ากันอยู่ทางไหนไม่ทราบแหละ กำลังเริ่มฆ่ากันแล้วมันจะลุกลามใหญ่แหละ นี่ออกจากใจที่มันลุกลาม

ใครก็ว่าใครเก่งๆ มันก็เหมือนหมากัดกัน ทั้งตัวแพ้ตัวชนะเจ็บไปด้วยกันนั้นแหละ ถ้าลงได้รบกันแล้วไม่ว่าแพ้ว่าชนะ มันเจ็บมันตายไปด้วยกันทั้งนั้น แล้วถือเอาว่าประเทศนั้นแพ้ประเทศนี้ชนะ ว่าเอาเฉยๆ ความฉิบหายเป็นไปด้วยกันทั้งสองฝ่ายมันไม่ยกมาพูด ถ้าเป็นธรรมยกออกมาพูดทั้งสอง จะตายมากตายน้อย ใครแพ้ใครชนะ พวกนี้พวกสร้างความฉิบหายเอาไฟเผากันทั้งนั้น นั่น ถ้าเป็นธรรมเลิกอย่ายุ่งกัน เหตุผลกลไกมีขัดข้องตรงไหนแก้ไขดัดแปลงกันเพื่อให้เข้ากันได้สนิท

เหมือนอย่างร่างกายของเราเป็นโรคเป็นภัยที่ตรงไหน รักษาจุดนั้นเพื่อให้มันหายไปๆ สงบไป อย่างน้อยสงบ มากกว่านั้นก็หายไปๆ อันนี้ถ้าเอาธรรมเข้าไปเยียวยารักษาก็สงบโลกนี้ ถ้าเอากิเลสรักษานี้มีเท่าไรก่อไฟมากเท่านั้นๆ นี่ละโลกไม่ได้มองธรรม มองไปตามกิเลสจึงมีแต่ฟืนแต่ไฟเต็มโลกเต็มสงสาร แล้วจะว่าใครฉลาด ไม่ได้มีใครฉลาดละ อยู่ในกองฟืนกองไฟด้วยกันหาใครฉลาดไม่มี ถ้ามองดูธรรมแล้วมองดูเหตุดูผล เขาก็คนๆ หนึ่งสัตว์ตัวหนึ่ง มีหัวใจเหมือนกัน รักสงวนตัวเหมือนกันหมด อย่าว่าแต่คนสัตว์เขาก็รักสงวน

เรื่องความตายไม่ต้องไปศึกษาเล่าเรียนจากไหนสัตว์ก็รู้ กลัวตายด้วยกัน เมื่อเป็นเช่นนั้นก็พิจารณาแก้ไขดัดแปลงเรื่องความตาย อย่าให้ตายด้วยการฆ่าฟันรันแทงเบียดเบียนซึ่งกันและกัน ตายให้ตายโดยหลักธรรมชาติสุดวิสัย ถ้าตายด้วยทิฐิมานะด้วยอำนาจของกิเลสนี้เรียกว่าตายอย่างเสียหายมากทีเดียว ตายอย่างเลวร้ายของผู้ทำลาย ไม่ใช่ของดี นี่ละถ้าธรรมเข้าไปตรงไหนสงบ นี้ไม่มีธรรม จิตใจเรามีตั้งแต่ความฟุ้งซ่านรำคาญยุ่งทั้งวันทั้งคืนหาความสุขได้ที่ไหนไม่มี ความสุขไม่มี เอาขึ้นไปอยู่บนหอปราสาทก็ไปร้องอยู่นู้นละ ครวญครางอยู่บนหอปราสาท เหมือนคนไข้ เอาไปตึกไหนๆ มันก็ไปครวญครางอยู่โน้นละ ตามโรคที่เป็นหนักเบา ถ้าหากว่าหายจากโรคอยู่ไหนมันก็อยู่ได้สบายคนเรา

ขอให้มีธรรมในใจสบายเป็นลำดับลำดาไปนะ อยู่ไหนสบายๆ ไม่ได้เอามาอวดละอันเรื่องฐานะสูงต่ำ ความโง่ความฉลาดนี้มันเป็นเหยื่อล่อของกิเลสหลอกให้หมากัดกัน มนุษย์เรามันเหมือนหมาคอยกัดกันๆ ถ้าเป็นธรรมแล้วเล็งดูหัวใจกัน ดูหัวใจกันเขาเป็นยังไง คนมีคนจนมีหัวใจด้วยกัน รักสุขเกลียดทุกข์เหมือนกันหมด กลัวตายเหมือนกันหมด อันนี้เป็นหลักใหญ่พิจารณาเพื่อหลีกเลี่ยงเรื่องเหล่านี้ไม่ให้มี แก้ไขดัดแปลงกันไป ยอมรับเหตุผลของกันและกันโลกก็ไม่เป็นฟืนเป็นไฟ นี่ละเป็นธรรมรักษาโลกนะ

แต่นี้มันไม่ได้ฟัง มันเอาแต่กิเลสออกหน้าออกตา ใครก็ว่าใครดีใครเด่นแล้วก็ฆ่ากัน มันตายทั้งสองนั่นดีแล้วหรือตาย ใครดีใครเด่นตายด้วยกันทั้งสอง ใครแพ้ใครชนะมันเอามาพูดเฉยๆ ความฉิบหายความตายมันตายด้วยกันทั้งสองฝ่ายทำไมไม่มองดูตรงนั้น ไปมองดูอะไรความแพ้ความชนะ ใครตั้งเอาก็ได้มันยากอะไร นั่นละถ้ามองโดยธรรมท่านมองอย่างนั้น ถ้ามองทางโลกก็มองอย่างที่โลกเห็นกันนี่ละ ฆ่ากันเท่าไร ฉิบหายวายปวงไปเท่าไร ก็มีแต่ว่าชนะๆ เรื่อยไป ตายฉิบหายไปจนไม่มีมนุษย์เหลือเลย นี่ละเรื่องของกิเลสหาความสงบไม่ได้

กิเลสปกครองโลกปกครองด้วยฟืนด้วยไฟ ปกครองด้วยความยุ่งเหยิงวุ่นวายหาความสงบไม่ได้ ถ้าธรรมปกครองโลกสงบเย็นใจนะ ให้พากันเอาธรรมไปสงบเย็นใจ เช่นอย่างมาภาวนา ถ้าวันไหนจิตวุ่นวายมากเป็นเพราะอะไร ตามสาเหตุเข้าไป มันยุ่งเพราะอะไร ถ้าว่าอันนั้นเป็นของดีนี้มันไปยุ่งว่าเป็นของดีแล้วยุ่งทำไม ถ้าดีแล้วไม่ยุ่ง ถ้าดีสงบสุข อันนี้มันไม่ดีมันจึงก่อฟืนก่อไฟเผาหัวอกเจ้าของจนนั่งภาวนาก็ไม่ได้ อารมณ์อันนี้อารมณ์เป็นไฟ ให้ดูอารมณ์อันนี้ ระงับดับที่ต้นตอมันได้แก่จิต มันเกิดขึ้นจากจิต มันไปคว้าเอาอารมณ์อะไรขึ้นมาเป็นฟืนเป็นไฟเผาตัวเอง ยังเพลินต่อความเผาของไฟอยู่ตายทิ้งเปล่าๆ นะ หาความสงบไม่ได้ ให้พากันพินิจพิจารณา

ธรรมมีในโลกมากน้อยจะเย็นๆ ถ้าไม่มีธรรมใครอย่าหวัง หวังอะไรก็ผิดหวังทั้งนั้นๆ ถ้ามีธรรมหวังไม่หวังก็สงบเย็นใจอยู่ภายในใจ เห็นไหมท่านภาวนาอยู่ในป่าในเขา ท่านทุกข์อะไรที่ไหน ชำระสิ่งที่พาให้เป็นทุกข์คือกิเลสออกจากใจๆ จางไปๆ ความสงบแน่นหนามั่นคงเข้าไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็จ้าขึ้นมาในใจ อยู่ไหนได้หมดท่านไม่ยุ่งกับอะไร พากันจำเอานะ นี่เริ่มลมออกหูแล้ว พอพูดนี่ดังขึ้นที่หูแล้ว พูดเราไม่ได้ยินละมันออกหูแล้ว พูดเพียงเท่านั้นละ เอาละพอ อย่างนี้ละเครื่องมือเทศน์สอนโลก มันชำรุดมากแล้วเวลานี้ เอ้อ เอาละหมอฟังเทศน์แล้วกลับไปได้นะ ได้อะไรเป็นคติบ้างให้นำไปพิจารณานะ เอาละพอ

วันพรุ่งนี้ท่านเจ้าคุณวัดโพธิฯ จะพาบรรดาลูกศิษย์ลูกหามาคารวะมาอะไร ท่านเคยมาประจำทุกปีๆ โอ๊ย ๒๐ กว่าปี หรือ ๓๐ ปีแล้วก็ไม่ทราบ ท่านพาลูกศิษย์ลูกหามา ประชาชนพระเณร วันพรุ่งนี้จะเต็มไปหมดศาลาเรา ศาลาใหญ่หลังนอกเต็มไปหมด ก็ไม่พ้นเราจะเป็นผู้ให้โอวาทแนะนำสั่งสอนอย่างนั้นเรื่อยมา ท่านจะพาลูกศิษย์ลูกหาทั้งประชาชนตลอดพระเณรมาเต็มไปหมดละวันพรุ่งนี้ ผู้ให้การอบรมก็คือเราอีกแหละ อย่างนี้เป็นประจำมาทุกปีๆ ยังไม่ให้พรนะ ให้พรแล้วก็เลิกกัน

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก