จบสรีรศาสตร์ขั้นอนาคามี
วันที่ 29 กันยายน 2549 เวลา 8:20 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
  วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๙

จบสรีรศาสตร์ขั้นอนาคามี

         นี่วันที่ ๕ ก็ได้สั่งทางเวียงจันทน์ให้มารับของ ได้ตกลงเรียบร้อยแล้วกับทางเวียงจันทน์กับหมอวิทูน ให้มารับของที่ศาลาใหญ่วัดป่าบ้านตาดวันที่ ๕ ทั้งหมดข้าวสารห้าพันถุงๆ ละ ๑๒ กิโล ข้าวเหนียวสามพัน ข้าวเจ้าสองพัน เป็นห้าพัน ส่งผ่านด่านเข้าไปเลย ส่วนสิ่งของเขาจะมารับกันที่นี่ ข้าวสารเราเอารถบรรทุกมาแล้วผ่านด่านเข้าไปเลย ไปเวียงจันทน์ ไม่ต้องเอามาลงที่นี่ลำบาก ข้าวเจ้าข้าวเหนียวดูเหมือนห้าพันถุงๆ ละ ๑๒ กิโล ให้รถบรรทุกผ่านเข้าไปเลย ส่วนสิ่งของที่เราจะให้ ตกลงกันให้เขามารับที่ศาลาใหญ่วัดป่าบ้านตาดวันที่ ๕ นี่ก็จวนแล้ว

นี่ยังไม่ได้ติดต่อกับโรงพยาบาลค่ายประจักษ์ ที่ว่าน้องสาวเราไปรักษา เขาไม่เก็บค่าหยูกค่ายาค่ารักษาทุกประเภท เพราะเป็นน้องสาวของหลวงตามหาบัว ซึ่งท่านทำประโยชน์ให้เมืองไทยเราทั้งประเทศ จึงไม่ยอมรับค่ารักษา ไม่เสียค่าหยูกค่ายาค่ารักษาทุกอย่าง เรื่องก็เข้ามาถึงเรา ความดีก็ตอบรับความดี เออ ทางโน้นไม่เอาก็ไม่เป็นไรแหละ ทางนี้จะให้อีกแบบหนึ่ง ให้รถไปหนึ่งคันแล้ว และจะไปติดต่อกับเขาอีกเกี่ยวกับเรื่องตา มีขัดข้องอะไรๆ เรื่องตา เราจะให้เรื่องตาอีก ตาขัดข้องอะไรให้บอกมา อะไรจำเป็นอันดับหนึ่งอันดับสองให้บอกมาเราจะให้

โอ๊ย ตานี่มากนะช่วย รุมมาทุกด้านทุกทางเลย รอบหมดในเมืองไทยเรา จังหวัดต่างๆ ทุกภาครอบเข้ามานี้ เราก็ให้เรื่อยๆ ตาจึงมากกว่าเพื่อนเวลานี้ ช่วยทางตามากกว่าเพื่อน ขึ้นปั๊บเชียงใหม่ ๘ ล้าน ๑ แสนมาเอาก่อนแล้ว ตารู้สึกว่าสำคัญมาก พอเปิดตาเท่านั้นมาทุกด้านเลย เราก็ตั้งเป็นจุดไว้แล้ว คือตั้งจุดไหนเราจะให้พอ เช่นอย่างอุดร โรงพยาบาลศูนย์เป็นจุดเริ่มแรก เราให้ครบหมดเลย จากนั้นก็ต่อไปบุรีรัมย์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ แล้วข้ามไปเวียงจันทน์ เวลานี้อยู่ในความดูแลของเราที่จะช่วยเหลือทั้งนั้นที่กล่าวถึงนี้ อะไรขาดอะไรมาเราเป็นคนสั่งจ่ายๆ อนุญาตให้แล้วก็สั่งๆ เรื่อยๆ ตากำลังหนักมากเวลานี้ ที่ค่ายประจักษ์นี้ก็เอาเรื่องตา ติดต่อทางตา ตาจำเป็นให้ตาไปเลย เอาตาเป็นอันดับหนึ่งอันดับสองของเครื่องมือตา ให้ๆ

เราช่วยโลกคราวนี้เราไม่ค่อยจะปรึกษาหารือกับท่านผู้ใดนะ บรรดาลูกศิษย์ลูกหาก็มีความขัดข้องเป็นห่วงใยเรา ว่าสุขภาพของเราก็นับวันแก่ลงๆ แต่เราจะเร่งความดีเพื่อประโยชน์แก่โลกให้แก่เข้าไปๆ มากเข้าไปเหมือนศาลาของเราเขาไม่พูดนะ เขาว่าแต่เราแก่ลงๆ ไปไหนลำบากลำบน เราร่างกายแก่เราก็ให้จะความดีต่อโลกนี้แก่ไปตามๆ กันเขาไม่รู้ เขาไม่พูดถึง แต่เราคิดไว้เต็มหัวใจ เราจะเร่งให้เต็มเหนี่ยว การช่วยชาติบ้านเมืองคราวนี้เราเป็นไปด้วยความคิดอ่านไตร่ตรอง พิจารณาในจิตของเราทุกอย่างแล้ว เราจึงไม่ค่อยถามใคร ถ้าถามคนนี้ก็ว่าอย่างนั้น ถามคนนั้นก็ว่าอย่างนี้ ลงกันไม่ได้ แต่พิจารณาในใจเราคนเดียวผึงๆ ออกเลย ตัดสินใจไปในตัวๆ เสร็จ เวลานี้เราช่วยเราจะไปแบบนี้ พิจารณาภายในใจเรียบร้อยแล้วออกๆ เลย

ร่างกายมันแก่ ไปไหนลำบาก ลำบากก็ขึ้นรถไป แบบไหนพอไปได้ไป อย่างนั้นนะ ตอนไปไม่ได้แล้วอยู่ อยู่ยังอยู่ไม่ได้เหรอ อยู่ไม่ได้ก็ไป ดีดผึงเลย เราพูดนี้พูดด้วยความกล้าหาญชาญชัยตามสมมุติของโลก แต่ความจริงนี้เลยความกล้าหาญความกลัวความอะไรไม่มี ความกล้าไม่มี มีแต่หลักความจริงล้วนๆ โดยหลักธรรมชาติที่เลิศเลอภายในใจ เอาอันนี้ออกเลย เราจะทำเสียให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ถึงกาลเวลาแล้วธาตุขันธ์ของท่านของเรามันเป็นเหมือนกันนั่นแหละ เวลายังพอเป็นไปได้อยู่นี้เราจะทำประโยชน์ให้โลก

เพราะฉะนั้นอะไรๆ จึงไม่มีถอย ช่วยทางไหนเอาๆ เรื่อยเลย เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่โลกเวลามีชีวิตอยู่ ตายแล้วจะมาใช้กิริยาช่วยโลกแบบนี้ไม่ได้นะ ถ้าตายไปแล้วกิริยาที่ช่วยโลกอย่างนี้ก็ไม่มี เพราะสมมุติประเภทนี้ดับไปหมดแล้ว ยังเหลือแต่อันหนึ่งเท่านั้น อันนั้นก็พูดไม่ถูกแหละ เพราะฉะนั้นการไปที่ไหนมาอะไรๆ เราจึงพิจารณาของเราเรียบร้อยๆ แล้วไปๆ บรรดาลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลายเขาก็เป็นห่วงเป็นใยในสุขภาพของเรา เพราะแก่ลงทุกวันๆ ว่างั้น ไปมันก็แก่ อยู่มันก็แก่ นั่งมันก็แก่ นอนมันก็แก่ ตื่นนอนขึ้นมามันก็แก่จะให้ว่าไง ความแก่มันบีบบังคับตลอดเวลา เราพอมีช่องเอาได้บ้างก็เอาตอนนั้นแหละ ต่างคนต่างแย่งกันเข้าใจไหมล่ะ ทำเสียให้พอ

คือในหัวใจนี้มันเปิดโล่งไปหมดแล้ว พูดให้ชัดเสีย กับพี่น้องทั้งหลาย บอกว่าเราไม่มี สมมุติสามแดนโลกธาตุไม่มีอยู่ในหัวใจแม้เม็ดหินเม็ดทราย ปล่อยหมดโดยสิ้นเชิง จากนั้นก็ความเมตตาเข้าแทนที่หมด มีแต่สงสารตลอดครอบโลกไปเลย นี่ละที่หมุนอยู่ทุกวันนี้ หมุนไปด้วยความสงสาร วันนี้ไปนี้ วันนั้นไปนั้น ย่อยๆ ส่วนไหนที่ทำส่วนใหญ่ก็ทำไปๆ ส่วนย่อยเป็นเรื่องของเราเองเราก็ทำของเราไปอย่างนี้ เพราะอำนาจแห่งความเมตตาสงสาร

เพราะฉะนั้นความเมตตาสงสารนี้จึงไม่มีกรรมมีเวรกับใคร คิดดูตั้งแต่เด็กมันออดมันอ้อนมันกัดมันข่วนแม่ แม่มีแต่โอ๋ๆ แม่คนไหนจะไปถือสาเด็กไม่มี มีแต่โอ๋ ๆ อำนาจความเมตตาหนักมากกว่านั้นอีก เกินกว่าที่จะมาถือสีถือสาโลกสะเปะสะปะสกปรกโสมมอย่างนี้ มีแต่โอ๋ๆ ที่ทำทุกวันนี้เราทำอย่างนี้นะ แต่จะพูดออกทุกแง่ทุกมุมเราพูดไม่ได้ หากเต็มอยู่ในหัวใจ สมควรเวลาไหนจะออกของเราเอง เราพิจารณาเรียบร้อยๆ แล้วออกๆ เรื่อยไปอย่างนั้น ที่จะให้พูดทุกแง่ทุกมุมพูดไม่ได้แหละ เราจึงพิจารณาโดยลำพังเราเอง เท่านั้นละ จะให้พร

วันที่ ๕ พวกเวียงจันทน์เขาจะมา ของเราจะมารวมที่ศาลาเต็มหมดเลย สั่งให้พระกับโยมปรึกษากัน บอกว่าให้พอ เราสั่งคำเดียว บอกให้มากให้พอกับรถ สั่งมากี่คันให้เต็มหมดเลย ขนไปเวียงจันทน์สถานที่ยากจนข้นแค้นมาก สิ่งที่เราให้นี้มีคุณค่าประกาศให้โลกเห็นเพียงเล็กน้อย ส่วนความประสานจิตใจต่อกัน พึ่งเป็นพึ่งตายกันนี้ทุกหย่อมหญ้า จากการเสียสละ การให้ทาน ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยนะ อย่างเราเสียสละไปที่ไหนๆ มันหากเป็นเองของมัน เรื่องจิตประสานกันเข้ามาด้วยความสนิทติดจมต่อกัน ด้วยความไว้วางใจกัน เป็นเองๆ

(หมอสานิตย์กับครอบครัวถวายหนึ่งพันบาทครับ) เออ หมอสานิตย์ถวายเรื่อย รู้สึกว่าหมอสานิตย์นี้เด่นในวงการหมอ วงการแพทย์ พูดให้ชัด นี่ละภาษาธรรม หมอรู้สึกจะลืมตัวไปมากอยู่ เรียนแพทย์เรียนหมอมาแล้ว ประหนึ่งว่าความรู้ของหมอนี้จะเลิศเลอยิ่งกว่าความรู้ของศาสดาจารย์ซึ่งเรียนทางสรีรศาสตร์ด้วยกัน แต่ทางหมอเรียนสรีรศาสตร์เพื่อแก้โรคแก้ภัย ทางเดินของโรคของภัยไปยังไงๆ หมอเรียนตามนั้นแก้ตามนั้น ส่วนสรีรศาสตร์ของพระพุทธเจ้านี้เป็นพุทธศาสตร์ เป็นความรู้ของศาสดาเอกของโลก แก้กิเลสตัณหา แก้ภพแก้ชาติ แก้ความทุกข์ทรมานทั้งหลายให้ขาดสะบั้นลงไปหมด ผู้เรียนจบสรีรศาสตร์นี้แล้วพุ่งเลยไม่อยู่

พวกจบสรีรศาสตร์นี้เป็นพวกอนาคามีทั้งนั้น เรียนจบสรีรศาสตร์นี้แล้วขึ้นขั้นอนาคามี ขาดสะบั้นไปหมด เหมือนบ้านร้างเมืองร้างแต่มีคนอยู่ ฟังซิ คนอันธพาลนักเลงโตทั้งหลายที่เต็มอยู่ในหัวใจของสัตว์โลก พอธรรมอันนี้ตีเข้าไปผางสงบเงียบเลย บ้านร้างเมืองร้างแต่มีคนอยู่ก็คือมีแต่คนรักศีลรักธรรม จิตใจเป็นธรรมด้วยกัน สงบเงียบ เข้าใจไหม นี่ละที่ว่ามีคนอยู่คือคนดีมีศีลมีธรรม โลกนี้สงบร่มเย็น ไม่เหมือนอันธพาลที่อยู่ อาละวาดทั่วโลกดินแดน พออันธพาลนี้ฉิบหายไป ธรรมครองขึ้นมา เหมือนบ้านร้างแต่มีคนอยู่ มีแต่คนมีสมบัติผู้ดีมีศีลมีธรรม สงบเย็น เอาละพอ

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก