ความเมตตาครอบโลกธาตุ
วันที่ 1 ตุลาคม 2549 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
  วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙

ความเมตตาครอบโลกธาตุ

ก่อนจังหัน

วันเสาร์ วันอาทิตย์ วันพระ วันโกน เป็นวันว่างงานยุ่งเหยิงภายนอกเข้าสู่งานภายใน เพื่อหาความสงบเย็นใจ แสวงบุญกุศลด้วยการให้ทาน รักษาศีล เจริญเมตตาภาวนา คือวันเสาร์วันอาทิตย์ วันพระวันโกน นี่เป็นวันสำคัญสำหรับการอบรมจิตใจ นอกนั้นก็ปล่อยให้ยุ่งไปเหมือนโลกทั่วๆ ไป ควรจะมีสามสี่วันนี้เป็นวันว่างสำหรับจิตใจ ใจเป็นตัวที่จะสมบุกสมบันในภพชาติปัจจุบันและอนาคต อยู่กับใจทั้งนั้น ถ้าใจไม่ได้รับการอบรมก็เป็นไฟไปเหมือนกัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความมั่งมีดีจนนะ ขึ้นอยู่กับความมีธรรมในใจหรือมีแต่กิเลสตัวเป็นฟืนเป็นไฟอยู่ในใจ ถ้ากิเลสตัวเป็นฟืนเป็นไฟอยู่ในใจจะเผาตลอดไม่เลือกชาติชั้นวรรณะ ถ้ามีธรรมอยู่ในใจก็เช่นเดียวกันไม่เลือก อยู่ที่ไหนผาสุกสบายๆ เย็นใจ นี่สำคัญมากนะ

ความพอดีอยู่กับใจ ถ้าใจไม่มีความพอดี หาอะไรมาก็ไม่มีความพอดี มีแต่ฟืนแต่ไฟทำให้ดีดให้ดิ้น เหมือนไสเชื้อเข้าหาไฟ เผาเรื่อยไปเลย นี่สำคัญมากนะ พระพุทธเจ้าท่านจึงสอนลงที่ใจ เอาใจตัวสำคัญนี้ให้เป็นหลักเป็นเกณฑ์ในการประพฤติตัวท่านว่า การทำมาหาเลี้ยงชีพอะไรขึ้นอยู่กับใจที่ได้รับการอบรมเรียบร้อยแล้ว ถ้าใจไม่ได้รับการอบรมไม่เป็นท่าทั้งนั้นแหละ

เกิดมาใครจะไม่หาความสุข หาตั้งแต่ความสุข ความทุกข์ไม่มีใครหาแต่เจอกันตั้งแต่กองทุกข์ เพราะหาไม่ถูกทาง ว่าหาความสุขมันวิ่งไปตามกิเลสซึ่งเป็นกองทุกข์เป็นฟืนเป็นไฟไปเสีย มันก็มีแต่ความทุกข์ความทรมาน ถ้าวิ่งตามอรรถตามธรรมแล้วจะมีความสุข ความเจริญ เย็นใจ

โลกมองไม่เห็นนะใจ โลกมองแต่วัตถุเอามาหลอกกัน วัตถุเต็มบ้านเต็มเมือง การปลูกการสร้างไม่มีกฎมีเกณฑ์ ปลูกสร้างได้ทุกแห่งทุกหน ติดหนี้ติดสินพะรุงพะรัง ขอให้ได้สร้างออกโชว์เขาก็พอ แล้วไปถามดูซิตึกหลังนี้น่ะ ไปกู้เงินเขามาเท่าไรๆ มันไม่ได้บอกนะที่อยู่ฉากหลัง นั่นละกองทุกข์มันเผาเจ้าของ ครั้นปลูกขึ้นไปแล้วไม่มีใครเช่าใครซื้อก็มาเข้าเนื้อเจ้าของ เจ้าของเอามาจากไหน เอามาจากธนาคาร นั่นละไปติดหนี้ติดสินอยู่นั้นติดแจอยู่นั้น นี่เพราะใจไม่รู้จักประมาณ

อยู่ไหนอยู่ได้อยู่ไป อย่าพากันเป็นบ้าด้านวัตถุนักหนานะ วัตถุทำโลกให้เดือดร้อนมาตลอดเวลา ถ้าธรรมะแล้วย่อมรู้จักประมาณ ที่อยู่ที่กินที่หลับที่นอนพออยู่พอเป็นพอไป ขอให้ใจมีความสุขด้วยธรรมแล้วสบายนะ สบายๆ เมื่อวานนี้ก็ขนาบธรรมลี ธรรมลีมาหรือเปล่าไม่รู้ ว่าเขามาขออนุญาตสร้างกุฏิหลังหนึ่ง ตัวเองสร้างอยู่ในวัดนี้กี่หลังไม่รู้นะ ธรรมลีนั่นแหละ ไม่ได้บอกนะ ขโมยสร้างอยู่ตามนั้น แล้วเมื่อวานนี้เหยาะๆ มา ว่าโยมเขามีศรัทธาอยากสร้างกุฏิสักหลัง สร้างหาอะไร ตีหน้าผากเอา ตัวมาขออนุญาตนี้สร้างมากี่หลังไม่เห็นขออนุญาตวะ ว่าอย่างนี้แหละ อย่ามายุ่งนะ

ศาสนาไม่ได้อยู่กับวัตถุ อยู่กับหัวใจของคนต่างหาก พระพุทธเจ้าสอนธรรมสอนด้วยนามธรรม เรื่องศีลเรื่องธรรม ความผิดถูกดีชั่วให้ระมัดระวัง ท่านไม่ได้สอนด้านวัตถุ แต่กิเลสมันไปทางวัตถุ ขอให้ว่ามั่งว่ามีอะไรๆ ก็ตาม เจ้าของจะจมจะตายไปก็ตาม ขอให้ว่ามี นั่นกิเลสมันหลอกคน

การปรับปรุงจิตใจนี้เป็นพุทธศาสนา เรียกว่าชั้นเอก ไม่มีใครมาสอนให้ปรับปรุงจิตใจ ตัวสำคัญที่จะปฏิบัติต่อหน้าที่การงานอะไรเพื่อความเป็นอยู่ปูวายผาสุกร่มเย็นมีขอบมีเขต อยู่ที่จิตนี้ทั้งนั้น เอากิเลสตัณหามาใส่เข้าไปแล้วไม่มีประมาณ ปลูกเท่าไรก็ไม่พอๆ เต็มไปหมด แล้วมีตั้งแต่กองทุกข์เต็มบ้านเต็มเมือง ใครที่มีวัตถุสิ่งก่อสร้างมากๆ มีเงินมีทองมาก เอาความสุขมาอวดธรรมเสียหน่อยน่ะ ธรรมะหลวงตาบัวจะออกทันทีเลย เอาวัตถุมาอวดธรรม ธรรมอยู่ในหัวใจของเรา ไหนน่ะเราจะว่างั้นเลย เอามาๆ ฟาดให้มันขาดสะบั้นลงทะเลหลวง

อะไรจะเลิศยิ่งกว่าธรรม จ้าอยู่ตลอดเวลา ไม่งั้นจะเรียกว่าโลกุตรธรรมหรือธรรมเหนือโลกหรือ ให้สัมผัสเข้าที่ใจบ้างซิ อะไรยุบยอบไปหมดนะเรื่องกิเลส ถ้าลงได้ธรรมสอดแทรกเข้าไปภายในจิตใจ ความรู้จักประมาณ ความพอดิบพอดี จะมีทันที ถ้ามีแต่กิเลสไม่มีใครพอดี เศรษฐีก็จมไปด้วยกองทุกข์เหมือนกันหมดกับคนทุกข์คนจน เพราะไม่มีธรรมในใจ เอากิเลสพาให้เป็นความสุข สร้างความสุขไม่มีทาง อย่าพากันเป็นบ้าเกินไป

จึงได้พูดชัดๆ ละซิว่า เอาๆ ความสุขไหนมาอวดธรรม หลวงตาจะออกทันทีเลยรับกันให้กิเลสมันพังลงทะเลโน่น นี่เห็นไหมจ้าอยู่ในหัวใจนี่ พระพุทธเจ้าสอนธรรม เอาจากนี้ไปสอนธรรม บรมสุขอยู่ที่ไหน อยู่ที่หัวใจพระพุทธเจ้า หัวใจของสาวก ที่ชำระด้วยดีแล้วไม่มีอะไรเสมอเหมือนในโลกนี้ ท่านสอนลงจุดนี้ให้พากันดูบ้างซิ ไปหาตะครุบเรื่องฟืนเรื่องไฟ อันนั้นไม่พออันนี้ไม่พอ อันนั้นไม่ดีอันนี้ไม่ดี ตัวเลวจะเอาอะไรมาดี ถ้าตัวดีแล้วอะไรดีหมดนั่นแหละ ตัวสำคัญอยู่ที่หัวใจมนุษย์ หัวใจมนุษย์ไม่มีธรรมนี่ตัวเทวทัต ตัวก่อกวนตัวเองแล้วก่อกวนบ้านเมืองให้ได้รับความทุกข์ความลำบาก พากันจำเอานะ

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เห็นพี่น้องทั้งหลายเข้ามาสู่ศีลสู่ธรรมเราก็พลอยชุ่มเย็นใจไปด้วย วิ่งตั้งแต่เรื่องของกิเลสตัณหานี้มันฟังไม่ได้ดูไม่ได้นะ หาจุดหมายปลายทางที่ว่าความสุขนั้นอยู่ที่ไหนไม่มี แต่ต่างคนต่างวิ่งหากัน ถ้ามีอรรถมีธรรมถึงไม่วิ่งก็มีอยู่ในใจ ฐานะสูงต่ำไม่สำคัญ สำคัญที่ใจเป็นผู้รับรองความสุขความทุกข์ ความผิดถูกชั่วดีอยู่ที่ใจ ปรับปรุงใจให้ดีจะมีความสุขความเจริญ พากันจำเอา ทีนี้ให้พร

ได้ยินไหมล่ะเอาความสุขจากกิเลสมาอวดธรรม หลวงตาจะออกรับทันที เอ้า มาว่างั้นเลย ฟาดให้มันพังลงทะเล มันจ้าครอบโลกธาตุอยู่นี้ไม่เห็นเหรอ ตาบอดเหรออยากว่าอย่างนั้น พากันปฏิบัติซิถ้าอยากรู้อยากเห็น ธรรมพระพุทธเจ้าของจริงล้วนๆ สอนแต่สิ่งที่จริง สิ่งไม่มีไม่สอน

หลังจังหัน

(หาดใหญ่โดนระเบิดเครื่องมือแพทย์ค่ะหลวงตา เลยจะมาขอเครื่องมือผ่าตัดประสาทตา เครื่องมือผ่าตัดสลายต้อกระจก และกล้องขยายสำหรับการผ่าตัดทางจักษุกรรม รวมสามเครื่อง ๙ ล้าน เป็นโรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่เจ้าค่ะ) โฮ้ เรื่องจนจน เดี๋ยวนี้ไม่มี แต่น้ำใจมีจะให้ เอ้าให้เลย (สาธุ)

         (โยมถวายทอง ๒ บาท) ทองมาเรื่อยนะวันนี้ก็มา ทองนี่จะเข้าคลังหลวงหัวใจของชาติไทยเรา ไม่หยุดแหละ ขอเรื่อยไปทอง ขอส่วนใหญ่แล้วก็คือกินหัวกินตัว เดี๋ยวนี้กำลังตามกินหาง เป็นประเภทน้ำไหลซึม ก็ได้หลายร้อยกิโลแล้ว ตั้งแต่ ๑๑ ตันมาแล้วก็ได้ตั้ง ๓๖๐ กิโล ตั้งแต่ที่เรามอบเข้าคลังหลวงแล้ว ๑๑ ตัน ๓๗ กิโลครึ่ง นี้มอบเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ประเภทสุดท้ายนี่เรียกว่าหาง เอาเป็นประเภทน้ำไหลซึมก็ได้ตั้ง ๓๖๐ กิโล เราไม่ปล่อย จะพยายาม เมื่อเรามีชีวิตพอที่จะนำบรรดาพี่น้องทั้งหลายได้เราก็นำอย่างนี้แหละ เพื่อให้ชาติไทยของเรามีความแน่นหนามั่นคง ทองคำเป็นอันดับหนึ่ง ถ้าทองคำมีมากในประเทศใดประเทศนั้นแข็ง ถ้าทองคำอ่อน อ่อนไปหมด เราจึงพยายาม

นี่ก็ได้ตั้ง ๑๑ ตันแล้วตั้งแต่ช่วยชาติมานี้ รวมแล้วเป็น ๑๑ ตัน ๓๖๐ กิโล แล้วยังจะได้ต่อไปอีกถ้าเรายังไม่ตาย เราพยายามที่สุดกับบรรดาพี่น้องทั้งหลาย  สำหรับเราเองเราพูดมาหลายครั้งหลายหน จนเบื่อจะพูดและเบื่อจะฟังสำหรับผู้ฟังก็ดี บอกว่าเราพอทุกอย่างแล้ว เราขอพี่น้องทั้งหลายนี้ขอด้วยความพอ ไม่ได้ขอด้วยความหิวโหยโรยแรงนะ เราขอด้วยความพอ เราพอแล้ว แต่พี่น้องชาวไทยยังบกพร่องมาก เราขอเพื่อพี่น้องชาวไทยเรา ทองคำจึงเป็นอันดับหนึ่ง ให้ได้ทองคำ

เราขอพี่น้องทั้งหลายเราไม่ได้ขอด้วยความหิวโหย เราขอด้วยความพอแล้วในหัวใจของเรา เปิดโล่งหมดเลยสามโลกธาตุ สมมุติทั้งหมดที่โลกวุ่นวายอยู่เวลานี้ก็คือสมมุติ ความวุ่นวายก็นำมาซึ่งความทุกข์ โลกจึงเป็นทุกข์มากเพราะความวุ่นวายมาก เราปล่อยหมด เราขอพี่น้องทั้งหลายก็จริง แต่ขอด้วยความพอ เราไม่ได้ขอด้วยความหิวโหย ทุกอย่างพอหมด หัวใจพอแล้วอยู่ที่ไหนสบายหมดๆ คือพออยู่กับนี้ แล้วพอนี้เป็นพอที่เลิศเลอเสียด้วย ไม่ใช่พอธรรมดา ท่านทั้งหลายว่าหลวงตามาอวดท่านทั้งหลายเหรอ

ผู้จนจนจะตาย ผู้มีมีจนล้นฟ้า ในธรรมทั้งหลายพระพุทธเจ้า-สาวกท่านมั่งมีจนล้นฟ้าล้นมหาสมุทร ล้นสมมุตินิยมทั้งหลายไปหมด นั่นท่านล้น ท่านสอนเราด้วยความเมตตา อันนี้ที่ว่ามาขอพี่น้องทั้งหลายเราขอด้วยความพอของเรา บรรดาพี่น้องทั้งหลายยังบกพร่องมากทีเดียว เราขอเพื่อพี่น้องทั้งหลาย เราไม่บกพร่อง พอ อยู่ทุกอิริยาบถ ทุกลมหายใจของเราด้วยความพอ พอตลอด แต่ยังอุตส่าห์พยายามบึกบึนเพื่อพี่น้องทั้งหลายอยู่นั้นแหละ จึงขอให้กันพยายามบึกบึนเพื่อชาติของตน

เราอยู่ด้วยได้ส่วนรวม-ความสามัคคี สมบัติกลางเป็นหัวใจของพี่น้องทั้งหลายทั่วหน้ากัน ให้เสาะแสวงหาเข้ามาสู่สมบัติกลาง เช่นทองคำเป็นต้น นี่คือลมหายใจจุดศูนย์กลาง ความแข็งหรือความอ่อนแออยู่ที่ทองคำ ทองคำจึงต้องเป็นอันดับหนึ่ง จากนั้นก็ตามกันมาๆ เมื่อทองคำแข็งเท่าไรทุกอย่างในเมืองไทยจะแข็งตามกันหมดนะ ถ้าทองคำอ่อนเสียอย่างเดียวทุกอย่างก็อ่อนไป จึงให้เข้มข้นในทางนี้ เราพิจารณาเห็นหมดแล้วเรื่องที่ว่าขอพี่น้องทั้งหลาย ทั้งๆ ที่ว่าเราพอแล้ว แล้วทำไมจึงขออยู่ บรรดาพี่น้องทั้งหลายยังไม่พอ ยังอาศัยกันตลอดไป

เราพอแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างพอในหัวใจ เปิดหมด ปล่อยหมดโดยสิ้นเชิง เหลือแต่ความเมตตาเข้าแทนที่เท่านั้น ความเมตตานี้ครอบโลกธาตุ มีเท่าไรเป็นหมด ทางขอขอเรื่อย ทางพอพอเรื่อย ทางให้ให้ไม่ถอย ฟังซิน่ะ เราทำอยู่อย่างนี้กับพี่น้องทั้งหลายทุกวันนี้ ทำอย่างนี้ มีเท่าไรหมด หัวใจสำคัญมากนะ พอหัวใจมีธรรมเข้าเป็นที่อยู่ที่อาศัยเหมือนเรามีตึกรามบ้านช่องสมบัติเงินทองอยู่ในบ้านในเรือนของเรา เราก็เย็นใจ อาศัยสิ่งเหล่านั้นอยู่

พอสิ่งเหล่านั้นเคลื่อนใจเราก็เคลื่อน อันนั้นบกบางไปเสียไปหายไปใจเราเป็นทุกข์ มีต่างกันอันนี้ แต่ใจที่มีธรรมแล้วไม่เอนไม่เอียง อะไรๆ จะมีก็มี จะขาดไปก็ขาดโลกอนิจจัง เรียนรู้แล้วโดยลำดับ จนกระทั่งถึงว่าปล่อยหมด ทีนี้อะไรจะพังก็พัง แม้ที่สุดร่างกายของเราจะพัง เอา พัง นั่น อย่างที่เราอยู่ทุกวันนี้เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เราก็บอกตามความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า แต่หัวใจของเราไม่เคยมาเกี่ยวกับความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เพราะอันนี้เป็นกฎอนิจจัง หัวใจนั้นไม่ใช่กฎอนิจจัง นอกเหนือหมดแล้ว หลุดพ้นไปหมดแล้ว จึงไม่มีอะไร

มีความจำเป็นอย่างไรที่จะต้องต้องเยียวยารักษา เจ็บท้องปวดศีรษะ เอา รักษาไป รักษาไปๆ แก้ไป อันไหนพอแก้ได้แก้ไป มันหมดทางที่จะแก้ไม่มีอะไรที่จะแก้แล้วดีดผึง สลัดปั๊วะเดียวไปเลย สมมุติหมดจากความรับผิดชอบของใจที่บริสุทธิ์เสียอย่างเดียว นั่นละท่านเรียกว่าอนุปาทิเสสนิพพาน คำว่าสอุปาทิเสสนิพพาน คือสิ้นกิเลสแล้วบรรดาพระอรหันต์ แต่ยังมีความรับผิดชอบในสมมุติมีขันธ์เป็นต้น ต้องเกี่ยวข้องกันอยู่ ทีนี้พอขันธ์หมดสภาพแล้ว อย่างไรก็แก้ไขไม่ตก แล้วก็ปล่อยปุ๊บเดียวเลย นี่เป็นอนุปาทิเสสนิพพานล้วนๆ เลย จิตของท่านที่ปล่อยท่านปล่อยอย่างนั้นนะ บรมสุขอยู่กับจิตที่ปล่อยโดยสิ้นเชิง บรรดาสมมุติทั้งหลายไม่มีเหลือในจิตเลย นี่เรียกว่าจิตที่บริสุทธิ์ล้วนๆ พอล้วนๆ

อย่างที่ว่าขอพี่น้องทั้งหลายก็ขอ แต่เราพอ ก็บอกจริงๆ อย่างนี้ เราไม่มีอะไรบกพร่องในหัวใจ ยืนเดินนั่งนอนอะไรพอหมด พอในหัวใจเสียอย่างเดียวไม่มีปัญหาอะไร อันนั้นไม่ดีอันนี้ไม่ดีเป็นเรื่องกิเลสต่างหาก เรื่องธรรมพอหมด อยู่ที่ไหนสบายหมด ผ้าขี้ริ้วสบงขี้ริ้วอยู่ได้สบาย นั่นละ คือมันพออยู่ที่หัวใจ เลิศอยู่ที่หัวใจ สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงเครื่องอาศัยเท่านั้น ก็รู้อยู่ว่าเครื่องอาศัย เขาเป็นอย่างไรก็เยียวยารักษากันไป ปะชุนกันไป เมื่อหมดสภาพแล้วก็ปล่อยไปเลย ให้พากันจำ

จิตพอเสียอย่างเดียวไม่มีเรื่องกองทุกข์ จะอดจะอิ่มอะไรนี้จิตไม่พาทุกข์เสียอย่างเดียวไม่ทุกข์คนเรา ไอ้ทุกข์ก็คือจิตนี้มันก่อ ก่อทุกข์ อะไรเจ็บทองปวดศีรษะเล็กๆ น้อยๆ นี้โรคของใจขึ้นแล้ว ไม่สบายๆ เป็นทุกข์ใจมากยิ่งกว่าร่างกาย เพราะฉะนั้นจึงต้องบำบัดรักษาใจให้ดี ถ้าใจดีแล้วสบายไปเลย เอาละวันนี้พูดเพียงเท่านี้

(ทองคำวันนี้ได้ ๑๗ บาท ๑ สตางค์ครับผม) นั่นวันนี้ก็ได้ตั้ง ๑๗ บาท เอ้อ นั่นของเล่นเมื่อไร เช็คเหล่านี้มาเท่าไรๆ เข้าธนาคาร พอถึงวันเบิกทางนี้ก็งัดออกมา งัดออกมากระจายทั่วประเทศ อย่างนั้นละช่วยโลก เพราะฉะนั้นจึงว่าเขาเขียนไว้ เงินวัดป่าบ้านตาดเป็นเงินเพื่อโลกไม่ผิด คือเราไม่มีอะไรเพื่อเรา มีเท่าไรมากน้อยความจำเป็นรออยู่แล้ว พอมาปั๊บปัดปุ๊บๆ ช่วยตลอดไปเลย หัวใจพอแล้วความเมตตายังเป็นน้ำล้นฝั่งอีกนะ ความเมตตานี้ล้นฝั่งเลยเชียว ไม่มีประมาณ จึงเรียกว่าล้นฝั่งเมตตา

พากันตั้งใจใส่ศีลใส่ธรรมนะ ท่านทั้งหลายจะมีที่ยึดที่เกาะ อาศัยสิ่งเหล่านี้ไม่ว่าท่านว่าเราไม่มีใครที่จะสมหวังละ ผิดหวังทั้งนั้น นี่เป็นเครื่องอาศัยชั่วกาลเวลา ส่วนธรรมภายในจิตใจคือบุญกุศลที่เราสร้างไว้ติดอยู่กับใจ มันจะจนไปไหนใจกับธรรมเป็นอันเดียวกันอยู่แล้วนั้นไม่มีจน จะตายก็ด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส พอพูดอย่างนี้แล้วเราก็ได้ยก เราเคยมาพูดหลายหนแล้ว มีธัมมิกอุบาสกคนหนึ่ง แกเป็นนักภาวนานักให้ทาน มีงานการทางไหนนี้ ถึงแกไม่ได้ไปเกี่ยวข้องเขาก็มาเชิญแกไปเป็นประธาน ไปเป็นหัวหน้างาน เพราะแกเป็นคนใจบุญสุนทานอย่างมาก เด่นหมดนะ มีงานที่ไหนต้องมาเชิญแกไปเป็นประธานๆ

ทีนี้พอจวนตัวแล้วบอกลูก นั่นเห็นไหม ภาวนาแกก็เป็นด้วยนะ รู้ภายในออกภายนอกรู้ด้วยนะ ไม่ใช่แต่บุญเต็มหัวใจ แสงสว่างของบุญยังรู้อีกตามนิสัยของท่านเอง พอจวนแล้วก็สั่งให้ลูกไปนิมนต์พระมาสวดธรรมให้พ่อฟัง เพื่อรื่นเริงภายในใจเป็นวาระสุดท้ายที่พ่อจะจากไป นั่นบอกอย่างนี้ ลูกก็ไปนิมนต์พระมา พอนิมนต์พระมาแล้ว พระท่านก็สวดธรรมให้ฟัง นั่นก็เพลินในธรรม จิตก็สงบลง พอสงบลงไปก็ออกรู้สิ่งต่างๆ พวกเทวบุตรเทวดาเต็มท้องฟ้า นี่ความจริงฟังซิน่ะ อุบาสกคนนี้เป็นผู้ตอนรับเทวดา

ฟังธรรมอยู่นี้จิตมันคล้อยตามสงบลงไป จิตออกรู้พวกเทวบุตรเทวดา สวรรค์ ๖ ชั้นควรแก่อุบาสกคนนี้ทุกขั้นของสวรรค์ ๖ ชั้น คนนั้นก็เชื้อเชิญ รถทิพย์เต็มอยู่บนท้องฟ้า นี่ละตำรา คนนั้นก็เชื้อเชิญให้ไปสวรรค์ชั้นของเขาๆ เรื่อย เชื้อเชิญๆ ๖ ชั้นมาทุกชั้นเลยรถทิพย์ จะไปคันไหนควรทั้งนั้นในสวรรค์ ๖ ชั้นนั้น ทางนี้ก็เลยหลุดปากออกมา เรียกว่าหลุดปาก คือความรู้อันสำคัญนี้พุ่งๆ อยู่กับพวกเทวบุตรเทวดา ทีนี้เลยเป็นคำพูดอันหนึ่งหลุดปากออกมา ให้รอก่อนว่างั้นนะ เลยหลุดปากออกมาเป็นคำพูดภาษาโลกไป ให้รอก่อน หมายความว่า อุบาสกคนนี้บอกให้พวกเทพทั้งหลายรอไว้ก่อน เวลานี้กำลังฟังธรรม จะเป็นอันตรายต่อธรรมว่างั้นความหมาย

บอกว่ารอก่อน พวกหูหนวกตาบอดนี้นึกว่าอุบาสกคนนั้นห้ามไม่ให้สวด พระก็เป็นพระตาบอด คงมีหลวงตาบัวอยู่ในนั้นด้วยละท่า พอว่าให้รอก่อนพระเลยหยุดสวดมนต์ พอหยุดสวดมนต์แล้วพระก็ออกจากบ้านไป ไปถึงวัดพระพุทธเจ้าขนาบเลย อ้าว มาอะไรกัน สวดมนต์ยังไม่เสร็จมายังไง ก็อุบาสกว่าให้หยุด ไม่ได้บอกว่ารอก่อนนะ บอกว่าให้หยุด อุบาสกไม่ได้บอกเธอทั้งหลายนะ บอกพวกเทพทั้งหลายที่เต็มอยู่บนท้องฟ้า ซึ่งเขาจะเชิญอุบาสกคนนี้ไปสวรรค์ ๖ ชั้น ชั้นใดก็ได้ต่างหากนะ อุบาสกห้ามพวกเทพทั้งหลายต่างหาก ไม่ได้ห้ามพวกเธอทั้งหลายไม่ให้สวด กลับไปเดี๋ยวนี้ว่างั้นนะ ไล่พระกลับคืนมา

ก็พอดีอุบาสกคนนั้นจิตถอยเข้าปั๊บนี้ก็พระหายหน้าไปหมด อ้าว พระคุณเจ้าไปไหนหมด ก็คุณพ่อบอกให้รอก่อนท่านก็ไปละซิ  โอ๊ย พ่อไม่ได้บอกให้พระท่านรอนะ บอกพวกเทพทั้งหลายมันกวน กำลังฟังธรรมเพลินต่างหากนะว่างั้น ไปนิมนต์ท่านมาอีก ลูกก็ไปนิมนต์ พระก็ถูกพระพุทธเจ้าขนาบไล่กลับมาสวด พอสวดจบเรียบร้อยแล้ว ได้กาลเวลาแล้วก็ เอาละพ่อจะไปละนะ ไปเลย นั่นเห็นไหมบุญกุศลเป็นอย่างนั้นละ ไปสวรรค์ก็คงเป็นชั้นที่ ๖ เลยละ เพราะ ๖ ชั้น ทุกชั้นมารออยู่เต็มหมดแล้ว ควรแก่อุบาสกคนนี้ทุกขั้นไป เทวโลกเรียกว่าสวรรค์ ๖ ชั้น นี่ละอำนาจแห่งการกุศลเป็นขึ้นภายในใจมันรู้นี่ มันรู้มันเห็นของมัน ทางนี้ก็เลยเพลิน เลยหลุดปากออกมาให้รอก่อน บอกเทวดาทั้งหลายรอ พระตาบอดหูหนวกเลยนึกว่าท่านให้หยุดสวดพากันเผ่นเลย ไปถึงพระพุทธเจ้าขนาบกลับมาอีก นี่ละเรื่องราวเป็นอย่างนั้นละแน่ใจ ภาวนาเก่งอยู่อุบาสกคนนี้พร้อมกับบุญกุศลก็สร้างมามากต่อมากแล้ว แล้วการภาวนาก็รู้ เอาละให้พร

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก