ธรรมฟื้นโลก
วันที่ 11 ตุลาคม 2549 เวลา 8:20 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
  วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙

ธรรมฟื้นโลก

ก่อนจังหัน

เริ่มละงานที่หน้าวัด เริ่มเต็มที่มาสองวันแล้ว เราออกไปดูเขา โห พิลึกนะที่หน้าวัด งานนี้ก็เป็นงานใหญ่งานโต เพราะงานวัดนี้มันงานเพื่อโลกทั้งนั้นเลย อะไรๆ เพื่อโลกทั้งหมด เพราะฉะนั้นงานมันจึงใหญ่ เอะอะปุ๊บปั๊บฟัดกันเต็มเหนี่ยว คนเต็มทุ่งนาข้างวัดที่ศาลาใหญ่ คนมาช่วยงาน ทหารก็เยอะ ใครต่อใครก็เยอะ เราทำเพื่อประโยชน์ให้โลก โอกาสยังพอทำได้แล้วทำๆ เมื่อถึงเวลาแล้วให้อยู่ไม่อยู่ ไปเลย ตายง่ายนิดเดียว นี่เราบอกเป็นภาษาธรรม ไม่โอ้ไม่อวดไม่ถ่อมตน เอาหลักความจริงมาพูด จาก สนฺทิฏฺฐิโก เต็มเหนี่ยวภายในใจ ถึงเวลาจะไปแล้วไม่อยู่ ดีดผึงทันทีเลย เวลาอยู่ไม่ไป

ช่วยโลกช่วยเต็มกำลังความสามารถ ใครมาติดต่อขออะไรๆ เอา ไม่อัดไม่อั้น ทางไหนมาขอบ้าง จังหวัดไหนต่อจังหวัดไหนมา รถไม่มี เราหารถทางนี้ จ้างรถทางนี้ให้ ขนของใส่ให้ไปเลย เป็นอย่างนั้น ผู้จำเป็นมันจำเป็นจะว่าไง ผู้พอที่จะถูไถช่วยกันได้ก็ เอา ช่วย นอกจากไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ว่าท่านว่าเราก็รู้กันเอง พอช่วยกันได้ก็เอาช่วยกันเลย มนุษย์เราไม่ช่วยกันใครจะช่วย มนุษย์ใจดำน้ำขุ่นไปที่ไหนคับแคบตีบตัน เป็นคนคับโลก คือคนเห็นแก่ได้เห็นแก่เอา เห็นแก่กอบแก่โกย

ยิ่งไปเป็นผู้ใหญ่เป็นเจ้าเป็นนายด้วยแล้วนี่คือยักษ์ใหญ่ กินบ้านกินเมือง กินตับกินปอดประชาชนไม่มีเหลือเลย มันเป็นยังไงวาสนาของเมืองไทยเรานี้ ตั้งใครขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ เช่น เป็นนายกฯ เป็นต้น ตับปอดประชาชนไม่มีเหลือๆ เลย เป็นอะไรจึงเป็นอย่างนั้น โฮ้ มันจะไม่ตายหรือคนพวกนี้น่ะ มันน่าคิดนะ เขามีปากมีท้องหาสิ่งมาบรรจุเพราะมันบกพร่องต้องการอยู่ในธาตุในขันธ์ มาโกยเอาไปหมดๆ กินกระทั่งถึงวันตายหมดทั้งโคตรทั้งแซ่มันก็ไม่หมดนะ ที่มันไปกอบไปโกยเอามาจากตับจากปอดของประชาชน เอามาใส่ตัว ครอบครัวของตัว เพื่อนฝูงของตัวนั่นแหละ มันน่าทุเรศจริงๆ อำนาจของกิเลสไม่มองหน้าใครเลยแหละ เรายอมแพ้เรื่องของกิเลส เราเอาฐานะของธรรมไปตั้งกึ๊กตรงกลาง กิเลสมันดันลงพื้นนู่นน่ะ โผล่ขึ้นมาที่นี่ฉิบหายหมด ทุเรศจริงๆ

โลกนี้มีศาสดาองค์เดียวถอนรากถอนโคนของกิเลสได้ นอกนั้นไม่มีใครสามารถ เพราะมันแหลมคมลึกซึ้งมาก ผู้ใดอยากรู้เรื่องกิเลสเอ้าสละชีวิตเข้าไป ฟัดกับกิเลสลองดู นี้เอาเต็มเหนี่ยวแล้วจึงได้มาพูด เอาเต็มเหนี่ยวๆ ก็เคยพูดแล้ว จนเขาตีเกราะประชุมเขาว่าเราตายแล้วอยู่ในป่า ทั้งๆ ที่ไปที่อื่นที่ใดก็ตามเราก็ทำตามนิสัยของเราที่มุ่งมั่นต่ออรรถต่อธรรม ต่อมรรคผลนิพพานอย่างนั้นตลอดไป แต่ที่ไหนเขาไม่ตีเกราะประชุม เราก็บอกว่าไม่ตี แต่ที่นั่นมันแปลกเขาตีเกราะประชุม เราก็ต้องนำมาพูด ขนาดเจ้าของยังไม่รู้จักตาย คนอื่นอยู่ในบ้านในเรือนเขายังรู้จักตาย ไปตีเกราะประชุมปรึกษาหารือกันว่าเราตายแล้ว ไปดูซิน่ะ

กี่วันถึงด้อมๆ มาบิณฑบาตไปฉันเสียวันหนึ่งๆ แล้วหายเงียบๆ มาอยู่นี้กี่เดือนแล้ว แล้วพระนี้ไม่ใช่พระธรรมดานะ พระมหาด้วยว่างั้น เวลาไปให้ระวัง เดี๋ยวท่านสับเอาหลงทิศไป สำหรับผู้ใหญ่บ้านเขาบอกเขาไม่ไป เขาว่าเขากลัว ตั้งแต่ท่านเดินมาบิณฑบาตดูแล้วลักษณะน่ากลัวมาก เคร่งขรึม ก็จะไปร้องเพลงลิเกละครอะไรในบ้าน ไปบิณฑบาตใช่ไหมมันก็มีลักษณะของพระ บิณฑบาตเคร่งขรึมซิ เขาบอกดูเวลามาบิณฑบาตน่ากลัว เคร่งขรึม ไม่มองดูใครเลยว่างั้น เราไม่ไปแหละ เราก็ไม่ลืม นั่นเวลาเอาเอาอย่างนั้นนะ เป็นตายฟาดเข้าเลยๆ

เอาจนกิเลสหงายท้อง ไม่มีกิเลสเหลือภายในจิตใจ เปิดจ้าตั้งแต่นั้นจึงได้สงเคราะห์โลก เพราะกิเลสเหยียบย่ำทำลายโลก ธรรมฟื้นขึ้นมาให้มนุษย์เราฟื้นตัว การสงเคราะห์สงหาด้วยความเมตตาประเภทต่างๆ นี้คือธรรมฟื้นโลก กิเลสมันเหยียบย่ำทำลายด้วยความเห็นแก่ตัว เห็นแก่รายได้รายรวย บ้าอำนาจ บ้ายศ กิเลสเป็นอย่างนั้น ทำความลำบากให้แก่กัน มีมากมีน้อยเท่าไรจะหาความสุขจากพวกนี้ไม่ได้ ถ้าไม่มีธรรมแล้วตายทิ้งเปล่าๆ ตั้งใครมาเป็นใหญ่เป็นโตก็เท่ากับตั้งยักษ์ตั้งมารมากินบ้านกินเมือง ตับปอดประชาชนจะไม่มีเหลือ

เป็นยังไงรัฐบาล ที่พูดอยู่เดี๋ยวนี้น่ะ เราก็เกิดในท่ามกลางเมืองไทยเราเป็นยังไง รัฐบาลของเราตั้งมากี่ชุดๆ มีแต่ท้องเท่าท้องช้าง กินตับปอดประชาชนจนจะไม่เหลือๆ เป็นยังไงกัน มีธรรมแทรกเข้าไปหัวใจสักหน่อยจะได้มองดูท้องเขาท้องเรา มีความจำเป็นอย่างไรบ้าง แม้แต่มดมันก็มีความจำเป็นเท่ากันกับเรา ไม่ได้กินอยู่ไม่ได้สัตว์ อันนี้มนุษย์ก็เหมือนกัน อยู่ร่วมกันแล้วกินตับกินปอดกัน ดูไม่ได้นะ น่าทุเรศเหลือเกิน นี่ละถ้าไม่มีธรรมแล้วแหลกนะ อาศัยที่พออยู่เป็นไปได้นี้ก็เพราะธรรม เฉลี่ยโน้นเฉลี่ยนี้ไป ถ้ามีแต่กิเลสไม่พอ ได้เท่าไรไม่พอๆ ตลอดจนกระทั่งวันตาย เอาละให้พร

หลังจังหัน

         มาเมื่อเช้านี้เห็นเขาเขียนไว้ว่าระวังต่อ เขาเขียนติดไว้ ต่อมันอยู่ต้นไม้ใกล้ๆ กัน เขาเขียนไว้ระวังต่อ แล้วก็มีรัง.แม่มันยังอยู่ ยังไม่ร้าง เดือนตุลานี้ยังไม่ร้าง มันทำอยู่หลายเดือนนะต่อ ตุลานี้ก็ยังไม่ร้าง แต่ว่าจวนแหละๆ ต่อนี้ต่อยปวดมากนะ บรรดาสัตว์เล็กๆ น้อยๆ ต่อยนี้ ต่อปวดมากกว่าทุกสัตว์ พวกแตนพวกอะไร บางทีก็ปวดมาก แต่สู้ต่อไม่ได้ ต่อนี้ปวดมาก ที่รู้ได้ชัดก็คือว่า อยู่ตะวันตกกุฏิเราไป พาเด็กเข้าไปในนั้น สร้างวัดใหม่ๆ กุฏิของเราอยู่ทุกวันนี้ยังไม่ได้สร้าง มาสร้างวัดใหม่ๆ

พาเด็กไปเอาอะไรอยู่ข้างใน แล้วมีต่อรังหนึ่ง รังใหญ่ ทีนี้เถาวัลย์กับรังต่อนี่มันเกี่ยวกันกับสายทางที่เราไป พอไปผ่านนี่ปั๊บมันก็กระเทือนรังต่อ มันก็ต่อยเอาเลย แต่ทีนี้ไม่มีใครไปผ่านละซี ก็วัดป่าด้วยเป็นทำเลของเราอยู่ด้วย ใครไม่กล้าผ่านไปแถวนั้น พอเดินผ่านไปเด็กอายุ ๑๕ ขวบนะ ผ่านเถาวัลย์นี่จับเถาวัลย์ดึง รังต่อมันติดอยู่ข้างๆ มันเกี่ยวโยงกันกับเถาวัลย์ พอไปดึงนี้ต่อแตกรังออกมาเลย ทางไปนี้ มันใส่เด็กปั๊บ เด็กก็ร้องแง้ว เด็กร้องแง้ว เรามองดูมันเป็นต่อ

นี่ที่เรียกว่าสัญชาตญาณมันเป็นของมันเอง พอรู้ว่าเป็นต่อเท่านั้นละปัดเด็กหนีเลย เพราะมันเป็นช่องเล็กๆ เรายืนกันอยู่นั่น มันฟาดหลังเราปุ๊บเลย ต่อทั้งรัง เด็กดูเหมือนจะตอดได้ตัวเดียวหรือไง อายุ ๑๕ ปี เป็นไข้นะเด็ก ส่วนเรานับไม่ได้เลย ฟังซิว่าสัญชาตญาณ ยืนกันไว้เลย มันจะตามต่อยเด็กไม่ให้ไป ปิดประตูป่าช่องแคบๆ เรายืนกันไว้เลย มันก็ซัดเราเสียจน.. ตีสองตีสามค่อยสงบ ตั้งแต่บ่ายสี่โมงนะ นี่เรียกว่ามันยกขบวนมันทั้งรังเลยละใส่ข้างหลังเรา

เรื่องสัญชาตญาณใครบอกเมื่อไร มันเป็นของมันเอง พอรู้ว่าต่อจะต่อยเด็ก พอมันต่อยเด็กร้องแอ้ขึ้นมาแล้ว พอมองไปเป็นต่อปัดหลังเด็กไปเลย เรายืนกันไว้เลย มันก็ซัดเรา นี่เรียกว่าสัญชาตญาณ มันรักษากัน ป้องกันกัน หรือป้องกันตัวอะไรนี้มันมีของมัน นี่หมายถึงธรรมดา สัญชาตญาณของมนุษย์เราเป็นอย่างนี้ นอกจากจะแกล้งหรือทำตลกเป็นอีกแง่หนึ่ง ท่านน้อยที่ไปอยู่สหรัฐทุกวันนี้ ท่านน้อยหลานท่านสิงห์ทอง ท่านน้อยท่านอุ่น ตอนนั้นไปอยู่ห้วยทรายด้วย มันเป็นเณร อะไรผ่านนิดหน่อยไม่ได้ แต่ธรรมดานิสัยไม่ชอบพูดนะ เงียบๆ แต่อะไรผ่านถ้าเจ็บว้ากขึ้นเลย เณรร้องนี้เร็วว้ากขึ้นเลย

พาเณรนี้เข้าไปเอาไม้กวาดอยู่ในบริเวณวัด เอาไม้กวาดไม้อะไรมา ไปนั้นพวกปลวก ปลวกไม่ใช่ปลวกเล็กๆ น้อยๆ นะ ปลวกใหญ่ เราก็รู้นิสัยเณรนี้มันร้องเก่ง นี่เป็นนิสัยของมัน พอตื่นนิดหน่อยแอ้ขึ้นเลย พอไปถึงปลวก ปลวกก็ตัวใหญ่ๆ ไม่ใช่ปลวกตัวเล็กๆ มันไม่มีทางก็เดินตามป่าไป มองลงไปเห็นแต่ปลวกเต็ม บทเวลาจะดัด มีสัญชาตญาณหรือไม่สัญชาตญาณมันจะดัดกันเป็นยังไง เราไปเห็นปลวกมันเต็มที่ เราก็ทำท่าเซ่อ ทำท่ามองนู้นมองนี้ มันอะไรอยู่แถวนี้ คืออยากให้เณรเซ่อไม่มอง

เราก็ดันไว้ดันทางที่จะปลอดภัยไว้ เปิดทางที่ปลวกจะฟาดเณรไว้ มันก็เดินไป ฟังเสียงว้าก มันมากนะปลวกใหญ่ ฟังเสียงมันร้องว้ากๆ ร้องว้ากๆ เสร็จ เราก็บอกว่าได้การๆ คือดัดสันดานเณรเรียกว่าได้การ ไม่ลืมห้วยทราย มันชอบร้องเณรนี้ เอะอะร้อง พอดีปลวกฟัดมันเสียเต็มเหนี่ยว เสียงร้องก้ากๆ เราเลยบอกว่า เออ ได้การๆ ขบขันดี เรื่องสัญชาตญาณมันเป็นของมันเองนะ เป็นอยู่ในตัวของมันเอง เช่นอย่างที่ว่าพอเห็นต่อมันต่อยเด็ก รู้ว่าเป็นต่อต่อยเด็กปัดเด็กไปเลย เรายืนกัน ซัดเราเสียเต็มเหนี่ยว นี่โดยสัญชาตญาณ ปล่อยเด็กให้รอดไป เราสู้ เรียกว่าสัญชาตญาณช่วยกัน

(คุณสุพรรณี ฝากถวายเช็คสองหมื่นบาทและทองอีกห้าบาทเจ้าค่ะ) มันจะลบล้างได้ไหม สุพรรณีอยู่กุฏิหลังนั้นใช่ไหม (ใช่ค่ะ) มันจะลบล้างได้ไหม ถวายมาเท่าไรบอกมา (เช็คสองหมื่นกับทองห้าบาทเจ้าค่ะ) เรียกว่าลบล้างได้ครึ่งเดียว ยังเหลืออีกครึ่งหนึ่ง มันขี้เกียจภาวนาร้อยเปอร์เซ็นต์ เข้าใจไหม ถวายนี้ได้เพียง ๕๐% ไปบอกเจ้าของนะ บอกยังอีก ๕๐% พูดหยอกเล่นไปอย่างนั้นละ ไปชี้ทางจงกรม เขาก็ภาวนาของเขาอยู่ แต่มันหากมีของเรา พอไปไหนแล้วแหย่นั้นแหย่นี้ถ้าจะพูดนะ ถ้าไม่พูดใครมาผ่านไม่ได้ มาถามตีปากเอานะ บทเวลามันจะออก มันหลายแบบเรานี่น่ะ

วันนี้เขาก็จะเริ่มงานข้างนอก นอกกำแพงเต็มไปหมด เมื่อวานเขาก็เอาเต็มที่ เพราะงานวัดป่าบ้านตาดนี้ธรรมดาแต่ก่อนไม่เคยมี เรียกว่าเด็ดขาดไม่ให้มีเลย ให้มีแต่งานเดินจงกรมนั่งสมาธิภาวนา สำรวมระวังตัวตลอดเวลาประจำวัดป่าบ้านตาด นี่ละเห็นไหมมันก็เลอะเทอะเข้ามาอย่างนี้ เดี๋ยวนี้วัดป่าบ้านตาดมีแต่โรงงาน โรงงานสั่งสมกิเลสในตัวของมันนั่นแหละ เอาบุญก็เอา กิเลสก็ขนไปกินด้วย แบ่งให้กิเลสแบ่งให้เจ้าของ เป็นอย่างนั้นนะ

มีแต่งานเต็มหมด ดูซิออกไปนอกกำแพง คนเขากำลังกางเต็นท์กางอะไรต่ออะไร วันที่ ๑๔ วันกฐินนั่นละ กฐินก็กฐินเพื่อโลกมันก็เป็นเรื่องใหญ่ วัดป่าบ้านตาดว่าอย่างนั้นมันเป็นเรื่องใหญ่ เพราะวัดป่าบ้านตาดเป็นงานเพื่อโลกทั้งหมดเลย เราช่วยจริงๆ เราไม่ช่วยธรรมดา พอช่วยได้ช่วย ช่วยให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเลย ทางไหนมาขออะไรๆ ให้ๆ อย่างเมื่อวานนี้ทางกุมภวาเหรอมาขอที่ สามแสน สามไร่ นั่นก็โรงเรียน กุมภวามันตายกันหมดแล้วเหรอ ขึ้นทีแรกนะ เงินเพียงสามแสนบาทมันยังโดดมาหาวัดป่าบ้านตาดเท่ากำปั้นนี่ กุมภวาเมืองใหญ่เมืองโตมันตายกันหมดแล้วเหรอ สุดท้ายก็ให้สามแสน ขู่อย่างนั้นแหละ อันหนึ่งขู่อันหนึ่งมันไม่ขู่ นี่ก็สามแสน

ช่วยอย่างนั้นแหละช่วยเต็มเหนี่ยวเลย คือมันเปิดหมดหัวใจนี่ พูดให้ฟังชัดๆเสีย อำนาจของธรรมเมื่อเข้าถึงใจเต็มที่แล้วเป็นธรรมล้วนๆ เลย กิเลสแฝงไม่ได้ ทีนี้มีแต่ความชุ่มเย็น ไปไหนไม่มีเรื่องมีราว ภายในใจเจ้าของก็ไม่มี กับผู้อื่นผู้ใดไม่มีทั้งนั้น ใครจะมีต่อเรามากน้อยเราไม่มีกับใคร มีแต่ความนิ่มด้วยความเมตตา จิตนี้เวลาเต็มที่แล้วเป็นความเมตตานะ นิ่มไปหมดครอบแดนโลกธาตุ ถึงกิริยาท่าทางเหมือนจะกัดจะฉีกก็มีแต่ปากเฉยๆ  อันนั้นไม่เป็นไปด้วย ส่วนปากมันเป็นของมันนั่นละ พอกัดกัด พอเอาเอา พอแทะแทะ พอต้มยำหมาเลี้ยงกันก็ต้ม นี่ละปากมันพูดไปได้ทุกอย่าง แต่ใจเป็นอีกอย่างหนึ่ง พูดเล่นพูดหยอกพูดด้วยความเมตตาสงสาร ไม่ได้พูดด้วยความโหดร้ายทารุณ มันเป็นของมันอยู่ในนั้นละ

นี่ก็แจก ทางไหนขอมาทางไหนบ้าง จังหวัดไหน.ก็บอกให้เอารถใส่เลย ไปเอาของตลาดมาเต็มรถให้ไปเลย เอากี่คันก็แล้วแต่ เราเปิดเราเปิดเลย เพราะสมบัติเงินทองก็พอมีช่วยเหลือกันถูไถกันไป ที่เราจะเก็บไว้นี้เราไม่เก็บ เราบอกตรงๆ มีความจำเป็นที่ตรงไหนเอาไหลเข้าไป ไสเข้าไปๆ อย่างนั้นละ เราอยู่ด้วยความเย็นใจด้วยความเมตตาอย่างนี้ ไม่ได้อยู่ด้วยแบบใด ถ้าอยู่โดยลำพังตนเองแล้วโลกธาตุนี้ว่างหมดเลย สุญฺญโต โลกํ สูญหมดเลยโลกธาตุนี่ จิตไม่ออกแสดงกิริยาเสียอย่างเดียวโลกธาตุนี่สูญ ว่างเปล่าหมด ไม่มี

สุญฺญโต โลกํ อเวกฺขสฺสุ โมฆราช สทา สโต ดูก่อนโมฆราช เธอจงเป็นผู้มีสติทุกเมื่อ พิจารณาโลกให้เป็นของสูญเปล่า ว่างเปล่า ถอนอัตตานุทิฏฐิ ความเห็นว่าเราของเรา ซึ่งเป็นก้างขวางคอนี้ออกเสีย แล้วจะพึงข้ามพ้นพญามัจจุราชเสียได้ พญามัจจุราชจะตามไม่ทันผู้พิจารณาโลกเป็นของสูญเปล่าอยู่อย่างนี้ ทีนี้พอจิตเข้าไปตรงนั้นแล้วก็เป็นโมฆราชด้วยกันหมด เป็นกี่องค์ๆ เป็นโมฆราชทั้งนั้น พระสงฆ์สาวกโมฆราชทั้งหมดเลย ว่างเปล่า จิตของพระอรหันต์นี้ว่าง โลกธาตุนี้ว่างหมดเลย

ไปไหนรูปร่างนี้เห็นก็เห็นจริง แต่ส่วนใหญ่ของจิตนี้จะว่างตลอด ความว่างนี้มีอานุภาพมากนะ ต้นไม้ภูเขาใหญ่โตขนาดไหนมันทะลุหมดเลย นั่นละอำนาจของจิต เวลามันว่างก็ว่าง เวลามันปิดตันมันก็ปิดตัน ไม่มีอะไรเจ้าของก็ขนสิ่งที่เป็นขวากเป็นหนามมาเผาเจ้าของให้ตีบตันอั้นตู้อย่างนั้นละ เวลามันเปิดมันก็เปิดอย่างนี้ เอาอะไรมาผ่านไม่ได้ มันว่างโดยหลักธรรมชาติ นี่จิตที่ได้บำเพ็ญ กลายเป็นธรรมแล้วจิตกับธรรมเป็นอันเดียวกันแล้ว เป็นโลก สุญฺญโต โลกํ ว่างเปล่าไปหมดเลย

นี่ละการปฏิบัติธรรม ให้ท่านทั้งหลายได้มองดูธรรมบ้าง อย่ามองดูแต่กิเลส ไปที่ไหนมีแต่กัดแต่ฉีก เอารัดเอาเปรียบ รีดไถคดโกงกันเต็มบ้านเต็มเมือง ใหญ่แล้วไม่มีใหญ่นะ ใหญ่เท่าไรกิเลสยิ่งใหญ่ ยิ่งใช้อำนาจบาตรหลวงป่าๆ เถื่อนๆ กินตับกินปอดผู้น้อยไปหมดทั่วโลกดินแดน ใหญ่กิเลสเป็นอย่างนั้น ถ้าใหญ่ธรรมใหญ่เท่าไรก็ยิ่งเวิ้งว้างไปหมด กว้างขวาง เต็มไปด้วยความสงบร่มเย็น ต่างกันนะ ให้พากันจำเอา เอาละวันนี้เทศน์เพียงเท่านั้นละ

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก