ขวางโลกแต่ไม่ขวางธรรม
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2549 เวลา 8:20 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
  วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๙

ขวางโลกแต่ไม่ขวางธรรม

         เมื่อเช้าไม่ค่อยหนาวเท่าไร ดูว่าลง ๑๘ เมื่อวานนี้หรือวันอะไรลง ๑๗ วันนี้ ๑๘ ไม่ค่อยหนาวเท่าไร อยู่ในป่าแต่ก่อน ป่าเป็นป่าธรรมชาติไม่ถูกทำลาย แต่ก่อนเป็นป่าธรรมชาติ เข้าตรงไหนๆ เป็นป่าดง เป็นธรรมชาติๆ เพราะฉะนั้นน้ำค้างจึงมาก เสียงน้ำค้างตกตอนเช้าจากใบไม้ลงมาคล้ายห่าฝน ตี ๔ ตี ๕ ฟังเสียงซ่าๆ น้ำค้างเกาะบนใบไม้แล้วจากนั้นก็ตกลงมาเป็นเม็ดๆ ใหญ่ๆ หนาวจริงๆ เหล่านี้แตกปุ๊บแตกจริงๆ ตกกระ น้ำค้างเหมือนห่าฝน ตี ๔ ตี ๕

หมูมันไม่หนาวหรือไงน้า นั่งภาวนาอยู่แคร่ หมูมาหากินกลางคืนมาเป็นฝูงนะ มานี้มาเที่ยวหากิน เราอยู่แคร่ หนาวๆ แหละเขามาเที่ยวหากิน...หมูป่า หมูนี่เชื่องกับคนได้ง่าย ตั้งแต่มาสร้างวัดทีแรก หมูป่าเป็นฝูงๆ เลยเต็ม เราเดินจงกรมอยู่ อย่าว่าแต่กลางคืนเลย กลางวันเขาก็มาเที่ยวหากิน คุ้นง่ายคุ้นกับคน บางทีก็บอกพระ พระท่านเดินจงกรมอยู่ทางนั้น เราเดินจงกรมอยู่ทางนี้ มันหากินอยู่ตามนี้ เราบอกพระว่าดูซีหมู มันไม่ได้กลัวเรานะ หากินอยู่ตามนี้ เชื่องง่าย เรายังไม่มีรั้ว ต่อมาก็มีรั้วลวดหนาม จากนั้นก็มีกำแพง แต่หมูตายไปหมดแล้ว ออกไปข้างนอกถูกเขาฆ่าๆ ถ้าอยู่ในวัดก็ไม่เป็นไร แต่มันออกไปข้างนอก คือดงมันต่อกันเลย มันเป็นดงต่อไป ออกไปข้างนอกตายๆ

เมื่อวานนี้ไปบ้านเขว้า ชัยภูมิ เลยชัยภูมิไป ๑๖ กิโล บางโรงพยาบาลไกล ไปส่งของ มีอะไรไหมล่ะผู้กำกับ มีก็ว่ามา

ผู้กำกับ จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันที่ 7 พ.ย.49 พาดหัวข่าวว่า สังฆราช มีบัญชา เปลี่ยน ปธ.คณะผู้ปฏิบัติฯ แทน ดันสมเด็จเกี่ยวจากประธานคณะฯ เดิมเป็นที่ปรึกษา แล้วให้สมเด็จมหาธีราจารย์มาเสียบแทน เสนอเข้าครม.ลงนามเห็นชอบ ด้านสงฆ์จากจุฬาฯ ราชวิทยาลัย 300 รูปเตรียมบุกยื่นหนังสือถึงสุรยุทธ์ ขอให้ยับยั้งคำสั่งดังกล่าว อ้าง ยิ่งทำให้สงฆ์ไทยแตกแยก รายละเอียดมีดังนี้ครับ

สังฆราชมีบัญชาเปลี่ยน ปธ.คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน

ตามที่มหาเถรสมาคม (มส.) ได้มีมติแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยมีการเลือกสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สมเด็จเกี่ยว) วัดสระเกศ ทำหน้าที่ประธานคณะฯ ในฐานะที่มีอาวุโสสูงสุด มาตั้งแต่เดือน ก.ค.2547 แต่ล่าสุดมีคำสั่งให้เปลี่ยนแปลงประธานคณะฯ โดยผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 7 พ.ย.นี้ นอกจากจะมีการพิจารณาวาระตามปกติแล้ว จะมีวาระสำคัญคือ การแจ้งเรื่องพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ต่อที่ประชุม ครม. เรื่องการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ลงพระนามโดย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ให้ที่ประชุมรับทราบ มีใจความว่า

โดยที่ขณะนี้ สุขภาพของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ดีขึ้น และสามารถปฏิบัติศาสนกิจได้แล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 จึงยกเลิกมติที่ประชุมกรรมการมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 20/2547 มติที่ 332/2547 เรื่อง เลือกคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2547 และเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระธุระของสมเด็จพระสังฆราช จึงแต่งตั้งให้ สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ มีนามดังต่อไปนี้ เป็นคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช คือ

สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ เป็นที่ปรึกษา สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม เป็นประธาน สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดมกุฏกษัตริยาราม สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดสัมพันธวงศ์ เป็นรองประธาน พระพรหมจริยาจารย์ วัดเบญจมบพิตร พระธรรมวโรดม วัดเบญจมบพิตร พระวิสุทธา ธิบดี วัดสุทัศน์ พระศาสนโสภณ วัดราชบพิธ พระพรหมเมธี วัดเทพศิรินทราวาส พระพรหมมุนี วัดบวรนิเวศวิหาร พระพรหมเวที วัดไตรมิตร พระพรหมวชิรญาณ วัดยานนาวา พระพรหมเมธาจารย์ วัดบุรณศิริมาตยาราม พระพรหมสุธี วัดสระเกศ พระธรรมกิตติเมธี และพระธรรมวรเมธี วัดราชบพิธ เป็นผู้ช่วย

พระบัญชามีเนื้อหาด้วยว่า ให้การประชุมมหาเถรสมาคม เป็นการประชุมคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชด้วย และให้ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เลือกพระราชาคณะและคฤหัสถ์ ตามที่พิจารณาเห็นสมควร เป็นคณะเลขาธิการคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ผู้สนองพระบัญชา พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากจะมีพระบัญชาแนบท้ายแล้ว ยังมีเอกสารอีก 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1 คือ พระบัญชา ยกเลิกมติกรรมการมหาเถรสมาคม เรื่องแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นการถวายพระอำนาจคืน ซึ่งรัฐบาลทำตามคำเรียกร้องของคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน ไม่ต้องการให้เมืองไทยมีสมเด็จพระสังฆราช 2 พระองค์ ฉบับที่ 2 เพื่อเป็นการแบ่งเบาพระภาระของสมเด็จพระสังฆราช จึงทรงแต่งตั้งสมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะเป็นคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยทรงแต่งตั้งสมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นที่ปรึกษา สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เป็นประธาน เพื่อเป็นการหมุนเวียนกันปฏิบัติหน้าที่ ส่วนสมเด็จพระราชาคณะที่เหลืออีก 4 รูป เป็นรองประธาน และพระราชาคณะกรรมการมหาเถรสมาคม จำนวน 12 รูป เป็นผู้ช่วย

สำหรับในการลงพระนามในพระบัญชานั้น โดยที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระองค์มิได้ทรงพระอักษรและลงพระนามมานาน พระหัตถ์จึงแข็งและถ้าหากลงพระนาม ลายพระหัตถ์ก็จะไม่เหมือนเดิม ในกรณีเช่นนี้ แม้แต่พระสงฆ์และบุคคลทั่วไปที่มิได้เขียนและมิได้เซ็นชื่อนานๆ ก็อาจจะเซ็นชื่อไม่เหมือนเดิมได้ ตามหลักกฎหมายหรือในสมัยโบราณ ในกรณีที่ไม่อาจลงนามได้เช่นในกรณีนี้ กฎหมายอนุญาตให้ใช้ชาดแตะนิ้วโป้งกดลายนิ้วพระหัตถ์ได้ แต่ปัจจุบันสามารถเชิญตราลายพระหัตถ์ประทับได้ โดยให้เลขานุการในพระองค์ฯ อ่านเรื่องถวายทรงรับทราบและเห็นชอบต่อหน้าพยานทั้ง 3 ฝ่าย ตามระเบียบที่วางไว้ คือต่อหน้า 1. พระเทพสารเวที ผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการในพระองค์สมเด็จพระสังฆราช 2. นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้แทนสำนักพระราชวัง และ 3. นายแพทย์ประจำพระองค์สมเด็จพระสังฆราช เมื่อทรงแสดงอาการรับทราบและเห็นชอบ และเชิญตราลายพระหัตถ์ประทับแล้ว จึงนำให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบัญชา

อนึ่ง ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2530 มาตรา 10 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนด พ.ศ.2547 วรรคหก ความว่า เมื่อมีการแต่งตั้งหรือเลือกผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชตามมาตรานี้แล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะเชิญพระบัญชาดังกล่าวไปแจ้งให้ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชและคณะรับทราบ แล้วประกาศให้พุทธบริษัททราบพร้อมประกาศในราชกิจจานุเบกษาและแถลงการณ์คณะสงฆ์ต่อไป

ด้านพระธรรมกิตติเมธี วัดสัมพันธวงศ์ โฆษกมหาเถรสมาคม กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า พระบัญชาของสมเด็จพระสังฆราช ถือว่ามีผลในทางปฏิบัติและพระองค์สามารถทำได้ เพราะพระบัญชาไม่ขัดต่อกฎหมาย ไม่ขัดต่อพระธรรมวินัยและระเบียบมหาเถรสมาคม ส่วนการดำเนินการหลังจากนั้นคงต้องมีการประชุมกันในที่ประชุมมหาเถรสมาคมต่อไป

ส่วนพระมหาโชว์ ทัสสนีโย ผอ.ส่วนธรรมนิเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กล่าวว่า ในวันที่ 7 พ.ย. เวลา 08.00 น. คณะสงฆ์ประมาณ 300 รูปจากมหาวิทยาลัยสงฆ์ 2 แห่ง และพระสงฆ์ กทม. พระสังฆาธิการทั้งฝ่ายมหานิกายและธรรมยุต จะไปสวดมนต์และส่งหนังสือถึง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ยับยั้งการลงนามในพระบัญชา รวมทั้งยับยั้งการนำร่าง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติม โดยนายไพศาล พืชมงคล สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่เสนอผ่านกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพราะ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับดังกล่าว ไม่ผ่านมหาเถรสมาคม ที่สำคัญหากมีการลงนามในพระบัญชา และมีการประกาศใช้ได้ จะทำให้เกิดความแตกแยกอย่างใหญ่หลวงระหว่างพระสงฆ์ธรรมยุตกับมหานิกาย

นางบุญศรี พานะจิตต์ รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า การยกเลิกคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชนั้น สามารถทำได้ แต่ต้องออกเป็นพระราชกำหนด เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบ โดยอาจจะเป็นการแก้เฉพาะมาตราที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ทั้งนี้ หากออกเป็นพระราชกำหนด และนำขึ้นโปรดเกล้าฯ แล้ว จะสามารถนำไปแก้ไขกฎหมายของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ได้ ซึ่งเป็นวิธีการเดียวกับที่นายวิษณุ เครืองาม สมาชิกสภานิติบัญญัติฯ เคยได้กระทำในการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช แล้วให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม หากมีการออกเป็นพระราชกำหนด ยกเลิกคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่ฯแล้ว ตนเห็นว่าทางรัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดความแตกแยกในคณะสงฆ์ ดังนั้น ควรที่จะนำคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่ฯชุดปัจจุบัน ขึ้นทูลเกล้าฯตามเดิม

“เข้าใจว่าการที่จะมีการยกเลิกผู้ปฏิบัติหน้าที่ฯ เพื่อต้องการที่จะคืนพระราชอำนาจให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะการที่จะแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่ฯ ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ มาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือสมเด็จพระสังฆราช เป็นผู้แต่งตั้งรักษาการแทนเท่านั้น” นางบุญศรีกล่าว

(หลวงตามีอะไรจะกล่าวไหมครับ) ..เราไม่อยากฟัง จ้อเข้าตรงนี้เราอยากฟัง (สรุปย่อๆ นะครับ เขาเปลี่ยนเอาสมเด็จเกี่ยวมาเป็นที่ปรึกษา เอาสมเด็จวัดชนะสงครามมาเป็นประธาน) โอ๊ย เอาละปรึกษานั้นปรึกษานี้ มันไม่ได้สนใจกับหลักธรรมหลักวินัยอะไร เราพูดจริงๆ ถ้าตั้งใจปฏิบัติตามนี้แล้วไม่ต้องมีเรื่องยุ่ง อ้าว เอาจริงๆ ละ มีแต่เรื่องยุ่งไม่เข้าท่าเข้าทางอะไร หาเกาในที่ไม่คัน ที่คันๆ ไม่เกา เราจึงไม่อยากฟัง เบื่อ ไม่มีอะไรทำจริงเลย ถ้าเป็นเรื่องโฆษณาชวนเชื่อยกยอตัวเองแล้วเร็วยิ่งกว่าลิง เข้าใจไหมล่ะ ตั้งใจปฏิบัติยกตัวเองด้วยข้อปฏิบัติอย่างนี้ไม่สนใจ มันฟังไม่ได้นะ พูดใครจะว่าขวางโลกก็ไม่เคยขวางธรรมนี่นะ ขวางโลกโลกมันขวางกันอยู่ตลอดเวลาแล้ว ธรรมท่านไม่ขวาง ก็มีเท่านั้นแล้วไม่มีอะไร

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก