ทานไม่ละเจ้าของ
วันที่ 12 ธันวาคม 2549 เวลา 8:10 น.
สถานที่ : ศาลาสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เทศน์อบรมฆราวาส ณ ศาลาสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เมื่อเช้าวันที่ ๑๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙

ทานไม่ละเจ้าของ

 

ก่อนจังหัน

        ท่านแสดงไว้ในธรรมน่าคิดมากนะ ทานนี่ไม่ละเจ้าของ ว่าอย่างนั้นนะ ในธรรมท่านแสดงไว้น่าฟังมากทีเดียว บอกว่าทานนี้ไม่ละเจ้าของ เจ้าของไปไหนทานติดตามไป เลย ท่านยกตัวอย่างเช่น พระสีวลีเป็นเจ้าของทาน ท่านไปไหนนี่ทานตามไปเลย ท่านเป็นเจ้าของทาน เจ้าของไปไหนทานนี้ตามไปเลย มันน่าฟังอยู่นะใช่ไหมล่ะ ไม่หลงเจ้าของคือทานการกุศล บาปบุญไม่หลงเจ้าของ คือบาปติดกันเลยเหมือนกัน บุญก็ติดไปเลย ยกตัวอย่างเช่นพระสีวลี ท่านไปที่ไหนทานตามไปเลย ท่านเป็นเจ้าทานนักเสียสละคือพระสีวลี ทีนี้เวลาท่านไปไหนนี่ทานตามไปเลย อยู่ในป่าในเขาก็ตามตามไป เกลื่อนไปหมด ทานเจ้าของ เจ้าของไปไหนทานตามไปเลย น่าฟังนะ ให้พรๆ

 

หลังจังหัน

          (แม่ชีจอยในนามลูกศิษย์หลวงปู่สังวาลย์ และหลวงพ่อสนอง วัดสังฆทาน ถวายทองคำ ๑ กิโลและเงินสดจำนวน ๑๒๐,๐๐๐ บาท เนื่องในวันเกิดแด่หลวงตา) เอา สาธุเสีย แม่ชีจอยนี้ละหลวงพ่อสังวาลย์มามอบให้เรา เราจึงได้เป็นภาระ หลวงพ่อสังวาลย์เป็นแขนซ้ายแขนขวากับเรา ช่วยชาติบ้านเมืองมาด้วยกันตลอดเลย เวลาจะตายก็ฝากนี้ให้เรา เพราะฉะนั้นจึงได้ไปอยู่ที่วัดป่าบ้านตาดแล้วปลูกกุฏิให้หลวงพ่อสังวาลย์ ลูกศิษย์ของท่านให้ไปอยู่ที่นั่น นั่นแหละเรื่องราวเป็นอย่างนี้ ให้เข้าใจตามนี้ก็แล้วกัน

          หลวงพ่อสังวาลย์นี่ท่านทำประโยชน์มากมายนะ เทียบกับแขนซ้ายของเราที่ช่วยชาติบ้านเมือง ทองคำนี้ได้มากมาย มากจริงๆ หลวงพ่อสังวาลย์ ได้ทุกแห่งทุกหนท่านไปเอามา ทางเขาใหญ่ก็มี ทางไหนต่อทางไหนบ้าง เอามาได้เยอนะ เวลาท่านจะตายท่านก็ฝากลูกศิษย์ของท่าน นี่จอยนี้กับเรา ทีนี้มันก็แยกกันไม่ออกละซิหลวงพ่อสังวาลย์กับเรา ขอฝากลูกศิษย์ของท่าน ไปอยู่วัดป่าบ้านตาด นั้นละถึงได้ไปอยู่ ทองคำตั้ง ๑ กิโลไม่ใช่ของเล่น ทองคำ ๑ กิโลทุกวันนี้มันราคาเท่าไร (๗๒๗,๐๐๐ บาท ซื้อรถยนต์ได้คันหนึ่ง) รถนั่นถ้าเป็นรถตามใต้ถุนนั่นจะได้อยู่ ถ้ารถธรรมดามันไม่ได้ละ ถ้ารถตามใต้ถุนนั่นได้

          เวลานี้ทองคำเราได้ ๑๑ ตัน ๓๘๗ กิโลแล้วนะ เฉพาะทองคำเข้าสู่คลังหลวงในการช่วยชาติคราวนี้เป็นทองคำทั้งหมด ๑๑ ตันกับ ๓๘๗ กิโล (เขารายงานครั้งหลังสุด ๑๑ ตัน ๓๘๗ กิโล ๔๒ บาท ๓๕ สตางค์) แล้วตะกี้นี้มาอีก ๓๘๗ ก็เป็น ๓๘๘ กิโล นี่ละทองคำ  อันนี้เข้าสู่คลังหลวงทั้งหมดเลย ได้เยอะอยู่นะทองคำตั้ง ๑๑ ตันหาที่ไหนได้วะ ก็ได้ตอนที่พี่น้องชาวไทยทั้งหลายเราช่วยชาตินั่นเอง ถึงได้ทองคำมาตั้ง ๑๑ ตันกับ ๓๘๗ กิโลเวลานี้นะ ยังจะต่อไปอีกทองคำมาเรื่อยๆ

          ทองคำที่เราได้แล้วทั้งหมดนะเวลานี้ได้ ๑๑ ตันกับ ๓๙๐ กิโล ๖๔ บาท ๓๓ สตางค์ นับว่าได้มากอยู่ เงินเหล่านี้ละออกช่วยโลก เงินเหล่านี้ละออกทั่วประเทศไทย หลวงตาไม่เอา ว่าไม่เอา หลวงตาไม่เหมือนใครนะ ว่าอะไรเด็ดขาดไปเลย สมบัติเงินทองทั้งหลายที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคออกข้างนอกหมด เราไม่เอา เราเป็นห่วงหัวใจของชาติคือคลังหลวงมากนะ ก่อนที่เราจะนำพี่น้องทั้งหลายเราคิดหมดแล้วนะ ไม่ใช่จะนำออกไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้านะ เราไม่ทำนะ เราคิดเรียบร้อยแล้วพาออกๆ จึงไม่ค่อยผิดพลาดนะ

ตั้งแต่นำพี่น้องทั้งหลายมานี้ไม่เคยปรากฏในจิตใจว่าได้ผิดพลาดไป ไม่มี เพราะการจะนำออกนั้นน่ะเราพิจารณาเรียบร้อยแล้วเราค่อยนำ นำออกช่องไหนก็ถูกต้องตามส่วนมากส่วนน้อยออกเรื่อยๆ นี่ทองคำก็ได้ตั้ง ๑๑ ตัน ๓๙๐ กิโลแล้วนะเข้าคลังหลวงของเรา เป็นหัวใจของชาติ แล้วเวลานี้ทองคำราคามันแพงขึ้นเรื่อยไม่ใช่เหรอ ทองคำนะ ทองคำมันสูงขึ้นเรื่อย ของเราก็ได้เข้าไปหนุนเข้าไปเรื่อย

เสือวัดหลวงตาบัว เสือที่อยู่ในวัดนั้น เสือป่ามันได้กลิ่น มันโดดข้ามกำแพงเข้ามา พอมันโดดข้ามกำแพงเข้ามา เสือในวัดนี้ โอ๋ย เสียงอึกทึกร้องครวญครางขึ้นในนั้น เสือป่ามันเข้ามา มันโดดข้ามกำแพงเข้ามา มันได้กลิ่น เสืออยู่ภายใน พระเลยต้องมาฉายไฟดู พอมันเห็นท่าไม่ดีมันโดดออกเลยนะ คือมันได้กลิ่นเสืออยู่ภายในวัด มันโดดข้ามเข้ามาเสือโคร่งใหญ่นะ พอมาทางนี้ก็เสียงคำรามขึ้นเลย ในวัดเสือมีเท่าไรออกพร้อมกันหมด เสียงลั่นหมดเลยเชียว ผิดปรกติ ทำไมเสือเราถึงได้เสียงร้องลั่นขึ้นผิดปรกติทั้งวัดเลยอย่างนี้ เสียงลั่นจริงๆนะเสืออยู่ในวัดนั่น เสียงลั่นขึ้นพร้อมกัน เพราะเสือป่ามันเข้ามา มันได้กลิ่นตัวอยู่ข้างในแล้วมันเข้ามา พอได้ยินเสือร้องลั่นขึ้นพร้อมกันพระท่านก็ออกมาแล้วมาดูฉายไฟเลย เสือมันเห็นท่าไม่ได้การมันเลยโดดออกไป..เสือป่า มันได้กลิ่นของพวกนี้เสืออยู่ในวัด นั่นละมันมาหากันได้นะ มันได้กลิ่นกัน พอคนฉายไฟใส่มันปั๊บมันเห็นท่าไม่ได้การมันเลยรีบออกไป มันเข้ามาข้างใน

(แจ้งมาจากหมออ้วนทางวัดป่าบ้านตาดว่า ทางโรงพยาบาลบึงโขงหลงได้มารับรถพยาบาล ๑ คันที่หลวงตาได้เมตตาให้ไว้แล้ว เขารับไปแล้ววันนี้) นี่รถโรงพยาบาลบึงโขงหลงที่จะเข้าภูวัว อันนี้เราก็ให้รถคันหนึ่งก่อนจะมาที่นี่ แล้วก็สั่งโดยด่วนด้วย มาถึงแล้ว หมออ้วนที่โรงพยาบาลโนนสะอาดแจ้งมาว่ารถมาถึงแล้ว และมอบให้ทางโรงพยาบาลบึงโขงหลงไปแล้ว นี่ละการช่วยโลกนะ สำหรับรถโรงพยาบาลนี่หลายร้อยคันนะ ไม่ใช่ธรรมดา หลายร้อยคัน

โรงพยาบาลรู้สึกจะพิสดารมากกว่าที่อื่นๆนะที่เราได้ช่วยนะ มันมีหลายแง่หลายกระทง เครื่องมือแพทย์ก็ไม่ทราบว่ากี่ชนิดที่บกพร่องอะไรก็มาขอเราๆ จากนั้นก็ตึก  ตึกเล็กตึกใหญ่จำเป็นอะไรก็ต้องมาขอ เวลานี้ก็กำลังสร้างอยู่ที่บึงกาฬ บึงกาฬนี้ตึกใหญ่ ๓ หลัง เครื่องมือพังหมด เวลาเอาของไปส่งหมอเขาก็วิ่งมาหา เราก็ให้หมดเลย เครื่องมือทั้งหมดเราให้หมดเลย ดูว่าประมาณสัก ๓ ล้านกว่าเครื่องมือ

รถก็ให้อะไรก็ให้ โรงพยาบาลรู้สึกว่าพิสดารอยู่ที่ช่วยนะ คือเครื่องมือแพทย์ก็ไม่ทราบว่ากี่ชนิด แล้วก็ตึก ขัดข้องขาดเขินอะไรก็ตึก เรื่องรถนี่สำคัญมากนะหลายร้อยคันแล้ว แล้วมีที่ดินอีก ถ้าที่ไหนมันคับแคบถ้าพอขยายที่ให้เราก็ขยายให้ ซื้อให้ นอกจากเจ้าของเขาไม่ขายก็จำเป็น เช่นอย่างโรงพยาบาลภูหลวงเวลานี้ก็ไม่กว้าง ขอซื้อเขาเขาไม่ขายเลยหมดปัญญานะ ถ้าเขาขายขยายออกให้หมดเลย นี่ภูหลวง

เรียกว่าโรงพยาบาลภูหลวงแคบกว่าทุกแห่ง อันนี้ก็เพราะเขาไม่ขาย คือที่ติดกันไปเลยนะ แต่เขาไม่ขายมันก็จำเป็น ทางอื่นทางใดนี่ขยายให้ๆ ซื้อที่เพิ่มให้ๆ หลายโรงนะที่นะ บางแห่งซื้อให้หมดเลย ที่นี้คับแคบมากไป ติดต่อหาที่ใหม่ เป็นแต่เพียงว่าเราไม่รับรองวัตถุเครื่องก่อสร้างโรงพยาบาลใหม่เท่านั้น ถ้าเขารับรองเราจะซื้อให้ เขาก็บอกว่าเขารับรอง เขารับรองเราก็ซื้อให้เลย นี่อำเภอฝางจังหวัดขอนแก่น อันนี้ซื้อที่ให้ใหม่หมดเลย วัตถุเครื่องก่อสร้างต่างๆเขาก็ขอทางรัฐบาล ก็เป็นอันว่าเรียบร้อยไปแล้ว

อันนี้เนื้อที่ดูเหมือน ๒๕ ไร่นะ แต่ก่อนมัน ๙ ไร่ อยู่ในท่ามกลางของตลาด มันเลยเป็นครัวของตลาดไป คับแคบมาก พอเราไปดูนี้มันขวางตาทันที แล้วเอ็กซเรย์ ก็กระดาษคลุมเอาไว้เลย แล้วอะไรคลุมนั่นเห็นโผล่ขึ้นมานั่น เขาบอกเอ็กซเรย์มันใช้ไม่ได้มาหลายปีแล้ว ให้เขาเปิดออกให้ดู พอเปิดให้ดูสั่งใหม่ให้เลย ก็อย่างนั้นแหละ นี่โรงพยาบาล จากนั้นก็ย้ายโรงพยาบาลนี้ออกไปโรงใหม่ ซื้อที่ให้หมด เขารับรองว่าวัตถุเครื่องก่อสร้างต่างๆ เขาจะขอทางรัฐบาลมาทำเอง ขอแต่ที่เท่านั้นแหละ เราก็ซื้อให้หมดดูเหมือน ๒๕ ไร่ หมดพอดีที่บริเวณนั้น ไปหลายร้านเหมือนกันนะ ก็อย่างนี้แหละเราช่วยโลก

สมบัติเงินทองที่พี่น้องมาบริจาคนี้เราพูดได้เต็มปากเราไม่เอาเลย ช่วยโลกทั้งนั้นๆ เลย ไปที่ไหนช่วยไปตลอด มาที่นี่ก็ช่วยที่นี่ไม่ให้แยกไปที่อื่น เช่นอย่างอาหารการบริโภคที่ได้มามากๆ นี่พระท่านแยกเอาไว้ ท่านจะไปช่วยที่ไหน ห้าม เอากลับมานี้ให้หมด เราจะช่วยแถวนี้ที่ยากจน ให้ไปเอามาหมดเลย ไปกวาดเอามาเลยนะ จะว่าป่าเถื่อนหรือเป็นธรรมอะไรก็แล้วแต่เถอะ เราไปกว้านเอามาเลย ตกลงพระก็ขนมาให้หมด มานี้แจกไปหมด เวลานี้เราจะช่วยทางนี้นะ ไปที่ไหนเราช่วยที่นั่นๆ อันนี้มาจะช่วยที่นี่จะแยกไปไหน ไม่ให้เอาไป ให้กลับคืนมา ช่วยหมดเลย อย่างนั้นละ

เราไม่เอาอะไร เรียกว่าเราพอทุกอย่างแล้ว พูดอย่างเต็มสัดเต็มส่วนจากเต็มหัวใจเรา เราไม่สงสัยอะไรแล้วในโลกนี้ สมบูรณ์แบบ ธรรมกับใจเป็นอันเดียวกันแล้วเรียกว่าสมบูรณ์แบบ แบบอัศจรรย์ด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งใดที่จะมาเพิ่มเติมไม่ใช่อัศจรรย์มันจึงปัดออกๆ ๆ สิ่งที่พอแล้วคือธรรมกับใจเป็นอันเดียวกันแบบอัศจรรย์ นั่นละทีนี้พออยู่ตรงนั้นนะ เพราะฉะนั้นไปที่ไหนจึงช่วยแต่โลก เราไม่เอา ช่วยหมดเลยทั่วประเทศไทย เสมอกันหมด ตรงไหนบกพร่องตรงไหนๆ เอาทันทีๆๆ ไปเรื่อยๆ อย่างนั้นเราช่วย ช่วยจนกระทั่งถึงวันตาย

พอถึงวันตายแล้ว พินัยกรรมอีก พินัยกรรมนี้เราเป็นคนเขียน ให้นักกฎหมาย เขียนเสร็จเรียบร้อยเอาไปไว้ในตู้ บอกเวลาเราตายแล้วให้ไปเอาพินัยกรรมในตู้นี้ออกมาอ่านในนามของเราเองเลย คือสมบัติเงินทองที่เขาจะมาบริจาคในการเผาศพเรานะ เช่นปัจจัยเป็นต้นนะ จะตั้งคณะกรรมการขึ้นเก็บรักษาไว้ทั้งหมด ส่วนที่จะมาบำรุงบำเรอประดับประดาศพเน่าเฟะของเรานี้ห้ามเป็นอันขาด อย่าเอามายุ่ง มันอยู่ในหีบมันก็เน่าพอแล้ว จะเอาอะไรมาประดับให้มันสวยงามขึ้นไม่มีทาง

เพราะฉะนั้นจึงว่าปัจจัยที่ได้มาทั้งหมดตั้งคณะกรรมการเก็บรักษา เสร็จเรียบร้อยแล้วเอาเงินจำนวนนี้ซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวงเป็นวาระสุดท้าย สำหรับเรานี่จะเผาด้วยไฟ มีเท่านั้น ที่จะมาทำอะไรหรูหราๆ อย่า เราไม่ต้อง เราว่าอย่างนี้เลย พูดอย่างเด็ดๆ ไปเลย เราต้องการแต่สิ่งที่จะเป็นประโยชน์ให้โลกโดยความเป็นธรรม อะไรขัดกับธรรม เอาแบบโลกมาแฝงฟู่ๆฟ่าๆ ไม่เอา บอกไว้หมดเรียบร้อยแล้ว ถึงวาระเราตายแล้ว เงินที่เขามาบริจาคเผาศพนี่นำเงินเหล่านี้ซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวงทั้งหมดเลย เราจะเผาด้วยไฟ ดีดผึงเลยทีนี้

เราไม่มีอะไรสงสัยห่วงใยแล้วในโลกทั้งสาม เราเรียนธรรมปฏิบัติธรรมเพื่อแก้สิ่งผูกพันได้แก่กิเลสภายในจิตใจออกๆ หมด จนกระทั่งหมดโดยสิ้นเชิง ไม่มีอะไรเหลือแล้ว ทีนี้ว่างไปหมดเลยโลกอันนี้ ปล่อยว่าง-วาง-หมด มีแต่ความห่วงใยเมตตาสงสารโลก ไปที่ไหนเราจึงได้ช่วยอย่างนี้ตลอดนะ เราไม่เอา เรื่องเอาเราไม่เอา แต่ช่วยนี่ช่วยไม่ถอย ความหนักนี้เรารู้สึกจะหนักมากขึ้นทุกวันๆ เพราะโลกเข้ามาอาศัย  ต้องไป อย่างนี้ละมาที่นี่ช่วยที่ไหนบ้างท่านทั้งหลายก็ทราบ ไปที่ไหนเป็นอย่างนั้น ไปที่ไหนเป็นอย่างนั้นเรื่อย

พอหมดลมหายใจดีดผึงเลย ไม่ต้องนิมนต์พระมา กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา หลวงตาบัวตายแล้วไปไหนนา ไม่ต้องมาถาม เราชัดของเราแล้ว มิหนำซ้ำยังชัดสุดที่ใครจะมาคาดมาคิดในหัวใจของเราได้ว่า ชัดถึงขนาดว่าเราจะไม่กลับมาเกิดอีกแล้ว ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา ประจักษ์ในหัวใจ เช่นเดียวกับพระพุทธเจ้าทรงประจักษ์ในพระทัยพระองค์ว่า ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ ท่านแสดงให้เป็นสักขีพยานเป็นที่ตายใจของเบญจวัคคีย์ทั้งห้านะ เบญจวัคคีย์ทั้งห้าใครก็ทราบแล้ว

ญาณคือความรู้แจ้ง  ความรู้ความเห็นอันเลิศเลอได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราตถาคต ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ แล้ว อกุปฺปา เม วิมุตฺติ ความหลุดพ้นจากกองทุกข์ ตายกองกันของเราไม่มีการกำเริบอีกแล้ว อยมนฺติมา ชาติ ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเราตถาคต นตฺถิทานิ  ปุนพฺภโว ตั้งแต่บัดนี้ต่อไปเราจะไม่กลับมาเกิดตายกองกันแบกหามไปด้วยกองทุกข์ดังที่เคยเป็นมาอีกแล้ว

พอพระพุทธเจ้าแสดงเป็นสักขีพยานให้เป็นที่ตายใจแก่เบญจวัคคีย์ทั้งห้า พระญาณของพระองค์คือพระอัญญาโกณฑัญญะก็แสดงขึ้นมาเลย ว่า ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ สิ่งใดก็ตามเกิดขึ้นมาในโลกนี้แล้วดับทั้งนั้นนะ อะไรละไม่ดับ จิตกับธรรมที่เป็นอันเดียวกันแล้ว ท่านสำเร็จพระโสดา นั่นละท่านเกาะกระแสนิพพานติดแล้วนะ อันนี้ไม่ดับ นอกนั้นดับทั้งหมด ท่านปล่อยหมดยึดอันนี้ ที่ว่า ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ

พอวันหลังแสดงอนัตตลักขณสูตร เบญจวัคคีย์ทั้งห้าบรรลุเป็นอรหัตตบุคคล หมดทั้งห้าองค์เลย นั่นละธรรมของพระพุทธเจ้าแสดงเป็น สนฺทิฏฺฐิโก ไม่ต้องไปถามใคร ไม่เอาใครมาเป็นพยาน ตรัสรู้ขึ้นมาพระองค์ยืนยันพระองค์เอง สาวกทั้งหลายบรรลุธรรมเป็นอรหันต์ขึ้นมาก็ยืนยันท่านแต่ละองค์ เราก็ไม่ต้องหาใครมายืนยัน พูดแล้วสาธุเราไม่ได้ประมาทพระพุทธเจ้า สนฺทิฏฺฐิโก พระองค์มอบให้แล้ว เราเทิดทูน สนฺทิฏฺฐิโก คือความรู้เองเห็นเองในผลงานของตนโดยลำดับ จนกระทั่งวิมุตติหลุดพ้น เราก็ไม่ไปถามใครแล้ว

เพราะฉะนั้น เราถึงบอกว่าเราจะช่วยโลกเต็มกำลังความสามารถของเราที่มีชีวิตอยู่ ลมหายใจมีอยู่นี้เท่านั้น ออกจากนี้เราก็ดีดผึงเลย แล้วจะไม่กลับมาเกิดอีก ผลแห่งการปฏิบัติถึงขั้นไม่กลับมาเกิดตายกองกันอีกแล้ว นี่ปฏิบัติอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเอาเป็นเอาตายเข้าว่า ผลที่ได้ก็เป็นที่พึงพอใจ เวลานี้ก็ยังเหลือแต่ธาตุแต่ขันธ์ ดีดดิ้นเพื่อโลกทั้งหลายอยู่อย่างนี้ เขาว่าอย่างไรเป็นอย่างไรก็ปฏิบัติตามโลกสมมุติที่เขายอมรับกันว่าดีหรือไม่ดีเราก็ปฏิบัติไปตามเขา ส่วนจิตนี้ผ่านไปหมดแล้ว ไม่มีคำว่าบาปว่าบุญ นรก-สวรรค์อะไรไม่มี หมด เป็นสมมุติทั้งมวล นิพพานอย่างเดียวเท่านั้นที่จิตดวงนี้เป็นอยู่แล้ว

นั่นละประจักษ์ในหัวใจอย่างนั้น ที่เรามาปฏิบัติต่อโลกอยู่เวลานี้ สำหรับหัวใจของเราหมดปัญหาโดยสิ้นเชิง มีแต่กิริยาที่ช่วยโลกเท่าที่เป็นอยู่นี้จะช่วยได้มากน้อยเพียงไรเราก็ช่วย พอถึงวาระแล้วก็ดีดผึงเลย ขอให้ท่านทั้งหลายเป็นที่เข้าใจ ปฏิบัติตนให้มีที่พึ่งเป็นหลักเป็นเกณฑ์ ถึงขนาดที่ว่าไม่ต้องพึ่งใคร อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งของตน ธรรมกับตนเป็นอันเดียวกันเท่านั้นพอ เอาละนะ

(โยมเป็นพังผืดที่มือไม่สามารถยิบจับอะไรได้ หมอบอกต้องผ่าตัด จึงมาขอเมตตาหลวงตาอนุเคราะห์รักษามือให้ หลวงตาท่านได้เมตตาให้เป็นคนไข้ในความอนุเคราะห์ของท่าน)

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM 103.25 MHz

 

 

                    

 

            

         


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก