ไม่ว่านิกายใดมีสิทธิได้มรรคผลนิพพานด้วยการปฏิบัติของตน
วันที่ 13 ธันวาคม 2549 เวลา 8:15 น.
สถานที่ : ศาลาสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เทศน์อบรมฆราวาส ณ ศาลาสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เมื่อเช้าวันที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙

ไม่ว่านิกายใดมีสิทธิได้มรรคผลนิพพานด้วยการปฏิบัติของตน

 

ก่อนจังหัน

          ของที่บิณฑบาตได้มานี้แจกทานให้หมดนะ ของที่บิณฑบาตเศษเหลือเท่าไรแจกทานให้หมด ห้ามพระที่จะเอาไปแจกที่ไหนไม่ให้เอาไป ให้แจกที่นี่ พระท่านก็แบบของท่าน ท่านจะเอาไปแจกที่ไหนๆ บอกไม่ให้ไป เรามาที่นี่มาทำที่นี่เอาไปไหน พอดีเอาไปไว้ที่กุฏิพระไปกว้านเอามาหมดเลย ไม่ให้เอาไป ให้มาที่นี่ทั้งหมด แจกทั้งหมดเลย

          เรามีพอให้ทานนับว่าเรามีวาสนานะพี่น้องทั้งหลาย เรามีสิ่งของสมบัติเงินทองต่างๆ มาให้ทานแก่คนยากจนมีอานิสงส์มากนะ เจ้าของทานนี่ไปไหนไปเถอะทานจะตามเจ้าของไปเลยนะ ไม่ได้ไปไหนนะ เจ้าของทานไปไหนๆ ทานจะตามไปเลย ตามไปเลย นั่นละบุญของเจ้าของเองละ เจ้าของไปไหนสมบัติบริษัทบริวารจะตามไปๆ เช่นอย่างนักบุญนักให้ทานเอาไปไหนไปเถอะ ไม่อดนะ ทานของเจ้าของนั่นละติดตามเจ้าของไป เจ้าของไปไหนทานจะตามไปเรื่อยๆ

          เห็นไหมพระสีวลี ท่านยกตัวอย่างมาเป็นฝ่ายพระนะ แต่ก่อนท่านเป็นนักเสียสละทีเดียว เวลาท่านมาวาระสุดท้ายคือท่านเป็นพระอรหันต์ ท่านไปที่ไหนทานของท่านตามไปเลย ตามไปเลย เจ้าของไปไหนทานละตามไปๆ ท่านบอกไว้ในตำรา คือทานนี้เป็นเครื่องประดับเครื่องส่งเสริมตามเจ้าของไป เจ้าของไปไหนบารมีมีทานเป็นต้นนี้จะตามไปเลยๆ ไม่ไปติดใครละ ใครเป็นคนทำจะติดตามคนนั้นๆไปละ

ท่านยกตัวอย่างอย่างพระสีวลี ท่านเป็นนักเสียสละแต่ก่อน ตั้งแต่เป็นฆราวาสก็เป็นหัวหน้า มีงานการที่ไหนเขามาเชิญท่านไปไปเป็นประธานๆ เพราะท่านเป็นนักเสียสละ ทีนี้เวลาท่านไปไหนทานของท่านตามไปเลย ตามไปเลย เจ้าของทานไปไหนทานเป็นเครื่องประดับส่งเสริมตามไปตลอดๆ ทีนี้คนจนอีกแหละนะ สร้างตั้งแต่ความเลวๆ ความทุกข์ความจน ความตระหนี่ถี่เหนียว ไปที่ไหนก็อันนี้ละตามไป เขาสมบูรณ์ พูนผลแทนที่จะสมบูรณ์พูนผลกับเขาไปแหวกเขา จนไปตลอดคนคนนั้น

ท่านยกตัวอย่างไว้น่าฟังนะ มีพระองค์หนึ่งตระหนี่ถี่เหนียวตั้งแต่เป็นฆราวาส แม้ที่สุดข้าวตกออกจากกระสอบ พวกมดง่ามพวกอะไรๆ มาขนไปรูเขา เขาเอาไปกินนะมดง่ามนะ ข้าวหลุดออกจากปากกระสอบไปเที่ยวเก็บเอามาหมดเลย ของกูนี่ไม่ใช่ของสู เอาอำนาจไปยึดเอากลับคืนมา มดง่ามเขาขนของเศษของเหลือเอาไปกินในรู ไปขนเอามาหมด ทีนี้เวลาโผเผอย่างไรมาเกิดเป็นมนุษย์แล้วมาบวชเป็นพระฉันจังหันไม่เคยอิ่มพระองค์นี้น่ะ

นั่นละกรรมชั่วกรรมดีติดตามไปอย่างนั้นละ ให้จำ ท่านทั้งหลายให้จำให้ดีนะ ที่เราทำนี้ไม่ไปไหนนะ ติดตามเจ้าของตลอด เจ้าของทาน เจ้าของตระหนี่ถี่เหนียว ความตระหนี่ถี่เหนียวจะติดตามไป ความอดอยากขาดแคลนจะติดตามไปเรื่อยๆ คนที่ทำบุญให้ทานความสมบูรณ์พูนผลจะติดตามไป เหมือนที่สุนัขเราเลี้ยงไว้ในบ้านเรานั่นละเจ้าของไปไหนมันตามเจ้าของๆ อันนี้ผลทานของเราที่ทำมากน้อยนี้เหมือนกัน เจ้าของไปไหนติดตามเจ้าของไปเลย ไม่ว่าภพใดชาติใด คนที่มีความตระหนี่ถี่เหนียวไปไหนมีแต่ความอดอยากขาดแคลนติดตามไป ติดตามไป

ยกตัวอย่างที่ว่าพระบวชมาแล้วบิณฑบาตมาฉันไม่เคยอิ่มเลย ตั้งแต่วันบวชมา ฉันจังหันไม่เคยอิ่ม จนกระเทือนไปหมด พระสารีบุตร-โมคคัลลาน์ต้องไปเองทีเดียว ไปถามด้วยตัวเอง ว่าเป็นอย่างไรได้ทราบว่าท่านฉันจังหันไม่เคยอิ่มเลย เป็นเพราะเหตุไร ไม่มีใครทำบุญให้ทาน ไม่มีใครสงเคราะห์สงหาท่านเหรอ ท่านก็ยอมรับว่าสงเคราะห์ เวลาได้มาอะไรได้มาพอฉันมันหมดไปๆ อยู่ในนั้นแหละ นั่นละอำนาจของกรรม ใครอย่าไปคาดนะคาดกรรม

กรรมนี่เหนืออะไรทั้งนั้น ท่านบอกว่ากรรมนี่เหนืออะไรทั้งนั้นนะ จะใหญ่ยิ่งกว่ากรรม นตฺถิ กมฺม สมํ พลํ ไม่มีอำนาจใดที่จะเหนืออำนาจแห่งกรรมดีกรรมชั่วไปได้ ทีนี้เวลาไปบิณฑบาตที่ไหนถ้าไปข้างหน้าก็ไปดลบันดาลไม่ให้เขาเห็น ไปข้างหลังอาหารหมดเสีย กรรมเจ้าของติดตามเจ้าของไป ไปในฝูงพระทั้งหลายข้าวเต็มบาตรมา องค์นั้นได้มาก็ให้หมดไปๆ ฉันจังหันไม่เคยอิ่ม

ร่ำลือไปพระสารีบุตร-โมคคัลลาน์ก็มา จัดเตรียมอาหารมาพร้อมเลยวันนั้น มาก็เข้าไปถามเอาให้ได้เหตุได้ผล ท่านก็ยอมรับว่าท่านจังหันไม่อิ่มจริง แล้วไม่มีใครทำบุญให้ทานเหรอ ให้เรื่องให้ ครั้นเวลาฉันลงไป ฉันลงไปมันหากเป็นเองอยู่นั้นละ ไม่เคยอิ่ม หมด อาหารในบาตรหมด วันนั้นพระสารีบุตร-พระโมคคัลลาน์เตรียมของใส่บาตรเต็มบาตรให้เลยนะ ท่านเตรียมของใส่บาตรให้เต็มบาตรพระองค์นั้น แล้วให้ท่านนั่งฉัน

พระสารีบุตรจับขอบปากบาตรเอาไว้ อำนาจของพระสารีบุตร อำนาจการทำบุญให้ทานสมบูรณ์พูนผลทุกอย่าง ใส่บาตรเรียบร้อยแล้วก็เอา ถ้าท่านฉันจังหันไม่อิ่มวันนี้ฉันให้อิ่ม พระสารีบุตรจับขอบปากบาตรเอาไว้ ปล่อยไม่ได้นะ นี่ละอำนาจแห่งกรรม ท่านทั้งหลายอย่าประมาทศาสดาองค์เอกทุกองค์สอนยอมรับกรรมกันทั้งนั้นละนะ เราอย่าฝืนกรรม อย่าเก่งกว่าพระพุทธเจ้า เหยียบหัวพระพุทธเจ้าไป อยากทำอะไรก็ว่าไม่มีผล ไปหาทำในที่แจ้งคนเห็นไปหาทำในที่ลับ เจ้าของเห็นอยู่นั่นน่ะ

วันนั้นพระสารีบุตรจับของปากบาตรเอาไว้ ให้ท่านฉัน เอาฉันให้อิ่ม ฉันอิ่มวันนั้นตายวันนั้น อาจจะฉันมากเกินไป นี่มีในตำรา ฉันอิ่มวันนั้นแหละแล้วก็ตายวันนั้น คงจะเป็นท้องเสียหรืออะไรไม่รู้ อันนี้ก็กรรมวินิจฉัยไม่ได้นะ นี่ละอำนาจของกรรมดีกรรมชั่ว ใครอย่าประมาท ศาสดาองค์เอกสอนยอมรับกรรมกันทั้งนั้น ไม่มีพระพุทธเจ้าพระองค์ใดจะฝืนกรรมดีกรรมชั่วไปได้ ยอมรับกรรม ว่าบาปมีบุญมีนรก-สวรรค์มี รับสั่งเป็นเสียงเดียวหมด เพราะทรงรู้ทรงเห็นทุกอย่างแล้วมาสอนโลก ศาสดาไม่ว่าพระองค์ใดไม่เคยหลอกลวงโลก สอนตรงแน่วๆ เรียกว่าสวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบแล้วๆทั้งนั้น

เพราะงั้นเราให้ฟังเสียงท่านนะ เราพวกหูหนวกตาบอดเอาแต่ความมุทะลุดุดัน ไปทำแล้วมันก็มาพังเจ้าของ ไม่ไปพังใครนะ พังเจ้าของทำลายเจ้าของ ให้จำให้ดี นั่นละที่เรียกว่าการทำบุญให้ทานนี้ติดตามเจ้าของไปตลอด เจ้าของทานไปไหนวาสนาบารมีที่เจ้าของสร้างมาจะติดตามไปตลอดๆเลยนะ ไม่ไปไหนเลยนะ เอาละให้พร

 

หลังจังหัน

(โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๗ อ. สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มากราบขอหลวงตาเมตตาอนุเคราะห์เครื่องสลายต้อกระจกจำนวน ๑ เครื่อง ราคาประมาณ ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านแปดแสนบาท)) มันก็ได้ถูไถกันอยู่อย่างนี้จะว่าอย่างไร ๑,๘๐๐,๐๐๐ เครื่องละลายต้อกระจก เวลานี้เป็น ๑๒๐,๖๕๐,๐๐๐ เฉพาะตานะที่ช่วย สำหรับอุดรก็เหมาะสมเต็มที่แล้ว ให้ครบหมดเลย นี่เราเข้าไปเองเลยละ ไปตกลงกับหมอกับพยาบาล เชิญมาประชุมกันเดี๋ยวนั้นเลย เอากันเดี๋ยวนั้น

เหตุที่จะเป็นอย่างนั้นเพราะเรามาผ่าตาที่โรงพยาบาลหมออุทัยเรา หมออุทัยก็ลูกศิษย์ รักษาแล้วตานี่สว่างจ้าไปหมดเลย ดาวเล็กๆ น้อยๆ มันซุกมันซ่อนอยู่ที่ไหนไปเห็นหมดทีเดียว มาอยู่วัดได้สามวันเข้าโรงพยาบาลเลย เชิญหมอเชิญพยาบาลเข้ามาปรึกษาหารือกันเดี๋ยวนั้น ทุ่มกันเลย ทางนั้นก็ว่าหมอยังไม่ครบ เพราะอะไร เพราะเครื่องมือยังไม่ครบ ถ้าเครื่องมือครบหมอจะครบไหม ครบ เอาๆ เลย ซัดตูมเลย ให้หมดสำหรับโรงพยาบาลอุดรตานี่ให้หมดเลยเชียว แพงนะตา มันมีแต่เครื่องมือนอกทั้งนั้นนะตา

อย่างนี้ละเราช่วยโลก เราช่วยจริงๆ เราไม่ได้ช่วยธรรมดา เราแบมือตลอด  เราไม่เอาอะไรทั้งนั้น ช่วยตลอด อย่างที่ว่าเหล่านี้ช่วยเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไปที่ไหนช่วยตลอด ไม่มีคำว่าเอาไม่มี มีแต่เปิดๆ ๆ เรื่อยไปตลอด นี่ก็ตั้งล้านแปดแสนบาท ที่สุพรรณบุรี เงินเราก็ไม่มีแล้วจะทำอย่างไร ที่เขาถวายเป็นเช็คเป็นอะไรเข้าธนาคารนี้ แล้วเขียนใบถอนให้พร้อมๆ นี้เป็นคนรับไปถอน ไปเที่ยวถอนออกตามธนาคารต่างๆ ช่วยทางนี้ ถ้าไปทางอุดรก็เข้าทางธนาคารอุดร ช่วยทางนั้น มาทางกรุงเทพฯก็เข้าธนาคารในกรุงเทพฯนี่ละ นี่เป็นคนถอน เราเขียนใบถอนให้ถอนออกมาช่วยหมดเลย ไม่มีอะไรเหลือ

อันนี้ก็เท่าไรหนึ่งล้านแปดแสน เครื่องละลายต้อกระจก ไม่มีเลยเหรอ เอาให้ (สาธุ) มันก็อย่างนั้นละจะทำอย่างไร ใครเป็นคนสั่งละ (ให้หมออ้วนสั่งครับและดูแลความเรียบร้อย) ให้หมออ้วนสั่งคนเดียว หมออ้วนอยู่ที่โรงพยาบาลโนนสะอาด เป็นคนรับใช้วัด เอะอะก็หมออ้วนเป็นคนสั่งเกี่ยวกับเรื่องโรงพยาบาล หมออ้วนเป็นคนรับหมดเลย เป็นคนสั่งๆๆ สะดวกดี เพราะทางนู้นเขาเป็นหมอนี่นะ สั่งได้ง่าย ปุ๊บๆ เลยตามนั้น ให้จัดสั่งได้เลย ล้านแปดแสน นี่ให้หมออ้วนสั่งๆ หมออ้วนก็เป็นลูกวัดป่าบ้านตาด เกี่ยวกับหมอละหมออ้วนรับทั้งนั้นเกี่ยวกับเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือ หมออ้วนรับหมดเลย สั่งปุ๊บๆๆ หมดเลย

แล้วก็พร้อมกันด้วยว่าถ้าเป็นเรื่องของวัดป่าบ้านตาดสั่งแล้ว ทางบริษัทต่างๆ เขานี้ โอ๋ย ไม่ยากเลยปุ๊บเลยให้ทันทีๆ วัดป่าบ้านตาดสั่งที่ตรงไหนตายใจเลย ไม่มีเคลื่อน นี่บริษัทต่างๆ ในกรุงเทพฯ ถ้าเป็นวัดป่าบ้านตาดสั่งแล้วจัดปุ๊บทันทีเลย เรื่องเงินเมื่อไรๆ ก็ได้ พอของตกเสร็จเรียบร้อยแล้วเท่าไรเท่านั้นจ่ายปุ๊บๆ เราทำอย่างนั้นตลอดมา เป็นที่ไว้ใจของบริษัทต่างๆ ถ้าเป็นเรื่องวัดป่าบ้านตาดสั่งแล้วเขาไว้ใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลย เพราะเราไม่มีสอง ว่าอะไรเป็นอันนั้นเลย เรื่องมีเราไม่มีละเงิน มีก็เพื่อออกๆ ๆ ทั้งหมด จึงว่าเราทำประโยชน์ให้โลกเต็มกำลังความสามารถของเรา เราไม่เอาอะไรเลย เราบอกแล้วเราไม่เอาอะไรเลย ช่วยโลกล้วนๆ ได้มามากน้อยออกหมด ออกหมดเลย ไปที่ไหนช่วยที่นั่นไปเลย

วันนี้เราอาจจะไปวัดญาณสังวรฯ ขึ้นบนเขา เราไม่ไปละที่บริเวณคนยั้วเยี้ยๆ ไม่ไป พอไปนี้ขึ้นเขาเลย เข้าไปดูในป่า คือเราไปภาวนาที่นั่น ตอนที่..เอ๊ ตอนไหนนะเรา (ตอนโรคหัวใจกำเริบหมอบอกให้พักผ่อน) เออนั่น เราหลบไปนอนอยู่นู่นวัดญาณสังวรฯ บาตรไม่เอาไป คือไม่เป็นห่วงการอยู่การกินของเราไม่เคยเป็นห่วง บาตรไม่เอาไป ลงมาเมื่อไรค่อยกิน สะดวกมากนัก การฝึกนี้เป็นอย่างนั้น การอยู่การกินนี้ไม่เป็นอารมณ์เลย ไปนี้ทิ้งบาตรไว้นี้เจ้าของไป ไม่ออกบิณฑบาต อยู่บนเขา พอถึงวันจะลงมาก็ลงมา มาเลย บาตรอยู่ที่นี่ ไม่ฉันนะ นั่นละการฝึก ไม่เป็นอารมณ์กับอะไร

(ลูกศิษย์ในศาลาร่วมถวายเพื่อซื้อเครื่องมือสลายต้อกระจก จำนวน ๑๘,๐๙๐ บาท) ได้ปัจจัยมาละลายต้อกระจกแล้ว ใครมีต้อกระจกไม่มีต้อกระจกเอามาเราจะละลายให้หมดวันนี้ ให้มันเหลือแต่คนตาบอดกลับบ้าน ละลายออกหมดเลยวันนี้

วันนี้คิดว่าจะไปวัดญาณสังวรฯ เอ๊ วัดญาณสังวรฯเลยเมืองชลไปไกลอีกเหรอ (เลยพัทยาไปนิดหนึ่งครับ) ก็เราเคยไปพักอยู่แล้วมันจำไม่ได้นะ มันมีป่าอยู่บนเขาวัดญาณสังวรฯ ที่ข้างล่างคนจุ้นจ้านเราไม่ไป พอไปนี้ปั๊บรถดีดปั๊บแล้วขึ้นนู่นเข้าในป่าเลย เราไปพักภาวนาอยู่นู่นก็เหมือนกัน พอไปนี้รถดีดนี้ขึ้นนู้นเข้าในป่า ถึงเวลาจะกลับออกจากนู้นปั๊บมาเลย ไม่เข้าตรงกลางนั้นเป็นจุดชุลมุนวุ่นวายอยู่นั้นหมดนั่นแหละ

ไปภาวนานั่นก็สบายนะ ในแถวนั้นก็มีวัดญาณสังวรฯ คือมันเป็นดงตรงกลาง รอบๆ ข้างนอกนี้เป็นตลาดคนเต็มหมด แต่เราไม่ไปตลาดคน เราไปนี้อ้อมขึ้นนู้นเข้าในป่าเลย ถึงเวลาจะลงมาลงจากนู้นมาไปเลย ในย่านกลางชุมชนไม่ไปละ เพราะที่นั่นมันตลาดคน นี่ท่านสุชาตินะ ท่านสุชาติเป็นคนพัทยา แต่เป็นพระวัดป่าบ้านตาด ไปอยู่วัดป่าบ้านตาดหลายปี พอออกจากวัดป่าบ้านตาดแล้วก็มาอยู่วัดญาณสังวรฯ ท่านปฏิบัติแบบสันโดษมักน้อยตลอดมา อยู่ที่นั่น ท่านอยู่หลายปีแล้ว พอออกจากวัดป่าบ้านตาดมาก็เข้านั้นเลย เข้าอยู่ที่วัดญาณสังวรฯในป่านั้นละ

ปีที่แล้วก็ดูไปนะ ไปพบท่านอยู่ที่นั่น ดีอยู่ ท่านเป็นคนพัทยา แต่เป็นพระวัดป่าบ้านตาด พอออกจากวัดป่าบ้านตาดมาก็เข้าวัดญาณสังวรฯเลย จนกระทั่งป่านนี้ไม่ไปไหนละ ท่านมักน้อยสันโดษมาก ท่านยึดหลักปฏิปทาของครูบาอาจารย์ไว้ได้ดีนะ ลูกศิษย์วัดป่าบ้านตาดนี้มากนะ ถ้าหากว่าจะยึดเอาหลักของครูบาอาจารย์ไปปฏิบัติก็รู้สึกจะชุ่มเย็นทั่วๆ ไป แต่นี้มันยึดได้น้อยมาก สายพ่อแม่ครูอาจารย์มั่น ถือพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นเป็นหลักใหญ่ แตกกระจายไปก็เป็นกิ่งแขนง

ทีนี้ก็มารุ่นลูกรุ่นหลานแล้วแหละ เราจะว่าเป็นลูกก็ไม่เชิง เป็นรุ่นหลานไปละเรา ครูบาอาจารย์ที่เป็นผู้ใหญ่ๆ ซึ่งเป็นเพชรน้ำหนึ่งๆ จากหลวงปู่มั่นเรานี้มีน้อยเมื่อไร เพชรน้ำหนึ่งก็คือเป็นพระอรหันต์นั่นเอง ไม่น้อยนะ ลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่นเรา ที่เด่นๆ อยู่ทุกวันนี้ก็คือท่านอาจารย์พรหม ท่านอาจารย์แหวน-หลวงปู่แหวน หลวงปู่ขาว หลวงปู่คำดี มีแต่พระผู้ใหญ่ๆ หลวงปู่ตื้อ นี้อัฐิกลายเป็นพระธาตุแล้วนะที่ว่านี้ อัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุ ลงอัฐิได้กลายเป็นพระธาตุแล้วเรียกว่าตีตราเลย นี้คือพระอรหันต์ ให้ได้ทราบทั่วกันในประชาชนทั่วๆ ไป จากอัฐิของท่านกลายเป็นพระอรหันต์ คือกลายเป็นพระธาตุแล้ว อัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุแล้ว นี่คือพระอรหันต์

ส่วนลูกศิษย์ของท่านนั้นของพระครูบาอาจารย์แต่ละองค์ๆ ท่านทราบไว้ก่อนแล้วแหละ ท่านทราบภายในๆ ก่อนที่องค์ท่านจะล่วงไป ถึงกับอัฐิกลายเป็นพระธาตุนี้บรรดาลูกศิษย์ลูกหาทราบไว้ก่อนแล้ว ไว้ก่อนๆ ทั้งนั้นแหละ เพราะตามธรรมดาของธรรมกับพ่อแม่กับลูก อะไรๆก็ต้องลูกก่อนแหละ ครูบาอาจารย์กับลูกศิษย์ก็ลูกศิษย์นั่นแหละก่อนอื่นที่จะรับทราบธรรมภายในของท่าน ท่านเหล่านี้จึงทราบก่อน ก่อนที่ท่านจะมรณภาพแล้วอัฐิของท่านกลายเป็นพระอรหันต์ อันนี้เปิดเผยละ นี่อัฐิกลายเป็นพระธาตุแล้วเรียกว่าเปิดเผย ที่รู้อยู่ภายในเงียบๆ นั้นพระท่านรู้ก่อนแล้วแหละ ลูกศิษย์ลูกหารู้จากครูบาอาจารย์รู้ก่อนๆแล้ว

เวลานี้ไม่น้อยนะ ครูบาอาจารย์ผู้ทรงมรรคทรงผล ส่วนมากต่อมากก็คือสายหลวงปู่มั่น แม้อาจารย์ชาอาจารย์อะไรก็เป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่นทั้งนั้นนี่นะ ไม่ว่าธรรมยุต-มหานิกายส่วนมากออกจากหลวงปู่มั่นทั้งนั้น จึงเป็นลูกศิษย์ท่านทั้งหมดเลย ทั้งฝ่ายธรรมยุต-มหานิกายเป็นลูกศิษย์ท่านทั้งนั้นละ อาจารย์ชานี่ก็เป็นลูกศิษย์ท่านก็ออกเป็นทางสายหนึ่ง ก็ลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่นเหมือนกัน มีออกสองสาย ฝ่ายธรรมยุต-ฝ่ายมหานิกายเป็นลูกของท่านองค์เดียวกัน

นู่นตั้งแต่อาจารย์มีมา อาจารย์มีสูงเนิน นี่อัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุ โอ้ย วันนั้นรู้สึกท่านดีใจ ท่านแสดงอาการอย่างชัดเจนมาก ก็เราบุกเข้าไปหาท่านในเขา ท่านอยู่ในเขาที่มวกเหล็ก พอดีเรามีโอกาสไปทางนั้นเราก็เลยบุกเข้าไปหาท่านเลยละ ไปท่าน..โอ้ย ท่านมหาไปได้อย่างไร ขึ้นเลยละนะ ท่านแสดงอาการความดีใจตื่นเต้นนะ เมตตาหลาน เรานี่เหมือนหลานท่าน ท่านแก่กว่าเรา ท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่นมานานนะอาจารย์มีสูงเนิน

ท่านไม่ให้ญัตตินะ ท่านเหล่านี้ท่านห้ามไม่ให้ญัตติ จะเป็นธรรมยุต-มหานิกายก็ตามสังคมยอมรับแล้ว ไม่มีปัญหา ไม่เป็นสัคคาวรณ์-มัคคาวรณ์ คือไม่ห้ามมรรคผลนิพพาน เพศนี้เป็นเพศที่สังคมยอมรับแล้วถูกต้องตามหลักธรรมวินัย ไม่ต้องญัตติ ท่านว่าอย่างนั้นนะ ท่านจึงไม่ได้ญัตติ ก็ท่านสั่งเองไม่ให้ญัตติ ท่านเหล่านี้ละอัฐิกลายเป็นพระธาตุๆ มีน้อยเมื่อไร อาจารย์มีสูงเนิน เข้าไปมวกเหล็กไปหาท่าน ท่านรู้สึกว่าเมตตามากทีเดียว ปุ๊บปั๊บออกมาเลย ทั้งๆ ที่ท่านแก่แต่เรายังไม่แก่ ท่านมหามาได้อย่างไร ครูบาอาจารย์อยู่ที่ไหนผมได้ทั้งนั้น

ท่านยินดีมากทีเดียวไปหาท่าน จากนั้นแล้วก็เลยวไม่ได้พบกันอีกนะ เราไปพักกับท่านที่สูงเนิน เคยไป ท่านอยู่วัดสูงเนิน อำเภอสูงเนิน เราเคยไปพักค้างกับท่าน ท่านรู้สึกดีอกดีใจนะ เพราะท่านทราบแล้วว่าเราก็เป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ท่านทราบชัดเจนมานานแล้วแหละ พอไปหาท่านรู้สึกท่านเมตตามากทีเดียว ไปพักค้างที่นั่น จากนั้นก็มาพบกันที่มวกเหล็ก จากมวกเหล็กแล้วท่านก็มรณภาพ อัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุนะ

มีธรรมยุต-มหานิกายที่ไหน ขอให้ปฏิบัติตามหลักศาสนธรรมพระพุทธเจ้า  นิกายไม่ว่านิกายใดสังคมยอมรับแล้ว ไม่มีปัญหา ไม่เป็นสัคคาวรณ์-มัคคาวรณ์ที่จะห้ามมรรคผลนิพพาน มีสิทธิที่จะได้มรรคผลนิพพานด้วยการปฏิบัติของตนด้วยกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นลูกศิษย์หลวงปู่มั่นนี้เวลาท่านมรณภาพแล้วนี้อัฐิของท่านจึงกลายเป็นพระธาตุมากมายนะ พระกรรมฐานลูกศิษย์หลวงปู่มั่นอัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุๆ มีอยู่ทั่วๆ ไป ให้พรนะ

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก