ผู้มีเหตุผล
วันที่ 14 ธันวาคม 2549 เวลา 8:00 น.
สถานที่ : ศาลาสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เทศน์อบรมฆราวาส ณ ศาลาสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เมื่อเช้าวันที่ ๑๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙

ผู้มีเหตุผล

 

          นิสัยเราชอบเล่นกับหมา ทีนี้ไปอยู่ในภูเขา จนกระทั่งเริ่มมืดแล้วนะ อยู่ในภูเขา เราเดินจงกรมอยู่จนมืดแล้ว ดูเขาไปกับเจ้าของเขา คือเจ้าของเขาไปเที่ยวหาล่าสัตว์ในป่าในเขา ทีนี้เราก็อยู่ในป่าในเขา เวลาเขากลับมาเขาก็ไปของเขา แต่หมาเขาไม่ไป วิ่งเข้าไปหาเรา เขาไปตามภาษาของเขา คือหมาล่าสัตว์ เขาไปเที่ยวหาล่าสัตว์ เราเดินจงกรมอยู่ เริ่มมืดนะ ฟังเสียงคอกแคกๆ เอ๊ะมันอะไร มองไปเห็นหมาตัวหนึ่ง มันมาเที่ยวดมนั้นดมนี้อยู่หัวจงกรมเรา มันก็ไม่สนใจกับเราละ อ้าวมันมาอย่างไรค่ำ แล้วเป็นป่าเสือด้วยนะแถวนั้น

เสือนี่คือเสือดาวกับสัตว์ ทั้งชอบอยากเล่นมันด้วย ทั้งคิดถึงอันตรายของมันด้วย ค่ำอย่างนี้เสือมันออกเที่ยวหากินแล้ว มันคอกแคกๆ หัวจงกรม อ้าว มาอย่างไรอย่างนี้มองดู หมา คือเจ้าของเขาไปตามทางนู้น ทางในภูเขาเป็นทางด่าน พอหลวมตัวเข้าไปตามทาง แต่หมาเขาไม่ได้ไป หมาเขาวิ่งมาหาล่าสัตว์ พอดีเรากำลังเดินจงกรม เรากับหมามันถูกกันด้วยนะ เดินจงกรมอยู่เสียงคอกแคกๆ หัวจงกรม เรามองไปมัน หมา อย่างไรมาจนเริ่มมืดแล้วมันมาอย่างไรกัน ทั้งอยากเล่น ทั้งคิดถึงเรื่องอันตรายของสัตว์ ส่วนมากมันหนักไปทางเล่นกับหมาละ

เราก็เดินไป ไปหัวจงกรมไปจับต้นไม้พุ่มไม้ มันก็หากินของมัน ไปจับพุ่มไม้เขย่า ฟังเสียงมันเห่าว้อๆ วิ่ง จนกระทั่งไปถึงทางนู่นน่ะ ไปถึงนู้นแล้วยังเห่า มันวิ่งไปหาเจ้าของมันนั่นแหละ ไปถึงนู่นแล้วยังเห่าว้อๆ เขาก็ไปตามภาษาเขา แต่เขาหยอกเล่น ทีนี้เจ้าของเขาไม่รู้ซีว่าเรากับหมามีอะไรตอนค่ำมืด เจ้าของเขาไม่รู้เรื่อง พอตอนเช้าเราบิณฑบาต วันนั้นเผอิญเป็นวันที่เขาว่างเขาเลยตามส่งบาตรเราไปในป่าที่เราพัก  นั่นละ ไอ้หมาตัวนั้นมันไปกับเจ้าของเขา เจ้าของเขาไปมันก็ไปด้วย

ทีนี้เจ้าของไม่รู้เรื่องหมา หมามันได้เหตุตั้งแต่ค่ำวานนี้ เราหลอกมัน มันเห่าวิ่งไปถึงทางนู้นแล้วยังเห่ากลับมาอีก ตอนเช้าเราไปบิณฑบาตกลับมา วันนั้นเจ้าของเขาจะว่า เขาเลยตามมาส่งบาตร พอมาส่งบาตรฉันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็เอาบาตรไปล้าง เรามันขบขันจะตาย คือหมากับเรามันรู้เรื่องกัน เจ้าของกับเราไม่รู้เรื่องกัน พอเสร็จแล้วเจ้าของเขาก็ล้างบาตร ล้างบาตรสาดน้ำไป หมาตัวนั้นละมันมากับเจ้าของมัน พอสาดน้ำ มันก้อกๆ มันตื่นตั้งแต่เมื่อวาน ฟังเสียงก้อกๆ วิ่งใหญ่เลย เจ้าของ..มันเป็นบ้าอะไรหมาตัวนี้ ภาษาสาดน้ำ มันตื่นบ้าอะไรหมาตัวนี้น่ะ

คนไม่รู้เรื่องของหมากับเรา เราอดขบขันไม่ได้ เห่าว้อๆ วิ่งเลย สาดน้ำไปใส่ใบไม้แห้งนั่นละ มันตื่น คือตื่นตั้งแต่เมื่อวานนี้เจ้าของไม่รู้เรื่อง เราอดหัวเราะไม่ได้ มันเป็นบ้าอะไรหมานี้น่ะ อยู่ดีๆ ภาษาสาดน้ำก็กลัว เห่าว้อๆ อะไร เราขบขันจะตาย เราก็ไม่พูด เฉย หมากับเรามันรู้เรื่องกันดี คนกับเราไม่รู้เรื่อง มันเห่าว้อๆ ไปถึงนู้นยังเห่า เลยตื่นเลยละ ทีนี้เลยไม่กลับมาหาเจ้าของอีกนะ ไปเลย มันตื่น เรากับหมามักจะเล่นกัน อยู่ในป่าในเขาก็หยอกนะ หยอกหมาเล่นหมา

เรามาที่นี่ตอนค่ำเทศน์ทุกค่ำ เทศน์ที่กุฏิก็ออกสถานี ออกทางวิทยุทั่วประเทศไทยเหมือนกันเราเทศน์นี่ อย่างนี้ก็ออกแล้ว ออกทั่วประเทศไทย กลางคืนเทศน์ก็ออกทั่วประเทศไทยแล้วแหละ ออกเป็นวิทยุไป แต่ตอนเช้านี้ไม่ค่อยแน่นัก แล้วแต่เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องที่จะพูดอย่างไร ส่วนมากมักจะสะเปะสะปะ ตอนเช้าไม่ค่อยแน่นอน มีหมูมีหมามีอะไรเข้ามายุ่งขึ้นธรรมมาสน์ด้วยกัน ตอนเช้าไม่แน่ แต่ตอนค่ำมักจะแน่ละ เทศน์จากนั้นก็ออกทางวิทยุ

ให้พี่น้องชาวไทยเราซึ่งเป็นชาวพุทธได้ฟังเสียงอรรถเสียงธรรม เข้าใจในอรรถในธรรมที่แท้จริงของพระพุทธเจ้าบ้างนะ แต่นี้มันเลอะเทอะไปหมด เรื่องศาสนาจนแทบจะไม่มีติดบ้านติดเมืองเราละนะ มีแต่เรื่องกิเลสตัณหาความตื่นบ้าไปตามสมมุตินิยม เขานิยมอะไรก็เป็นบ้ากับเขาไป เมืองไทยเรานี้ไม่ค่อยมีหลักนะ ท่านทั้งหลายให้ฟังทุกคน ศาสนาเป็นศาสนาที่มีหลักมีเกณฑ์ มีเหตุมีผลทุกอย่าง ดำเนินตามนั้นแล้ว จะเป็นสารประโยชน์แก่ตนและส่วนรวมตลอดไปเลย

วิสัยของเมืองไทยเรานี้มันเหลวไหล ไม่ค่อยจะจริงจังกับอะไรเหลาะแหละๆ  อะไรๆ มามักจะตื่นเสมอ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามานี้ เมืองไทยนี่เท่ากับลิงร้อยตัวเมืองไทยเรา คว้ามับๆๆ ไม่ได้คำนึงถึงเหตุผลกลไกดีชั่วประการใดเลย นี่เป็นนิสัยไม่ดีของเมืองไทยเรา เราก็เกิดในท่ามกลางของเมืองไทย สอนพี่น้องชาวไทยเราด้วยหลักพุทธศาสนาที่เป็นหลักถูกต้องแม่นยำ ควรจะนำไปยึดไปปฏิบัติบ้างนะ อย่าให้เหลวไหลๆ จิตนี่มันไม่มีหลักยึด จิตหลักลอยแล้วทุกอย่างลอยไปหมดนะ อยู่ที่ใจ

ถ้าใจมีหลักมีเกณฑ์แล้ว ทุกอย่างที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับใจจะมีหลักมีเกณฑ์ด้วยกัน ถ้าใจลอยเสียอย่างเดียวไม่เป็นท่านะ ให้ยึดเอาหลักธรรมจากพุทธศาสนานี้ไปปฏิบัติ สมกับเราเป็นลูกชาวพุทธด้วยกันนะ นี่ดูเหมือนเหลาะแหละมากนะ อะไรๆ มาก็คว้ามับๆ อันนี้เสียเมืองไทยเรา ไม่เป็นตัวของตัวเลย จิตใจเลื่อนลอย อะไรผ่านเข้ามาคว้าเลยๆ แสดงว่าจิตใจเลื่อนลอยมาก ไม่มีหลักมีเกณฑ์

ให้พากันจำทั่วประเทศไทยเรา นี่คือหลักพุทธศาสนาเป็นหลักที่แม่นยำตายตัว ในความถูกต้องทุกสิ่งทุกอย่าง ควรจะยึดไปเป็นข้อปฏิบัติบ้าง อย่าให้เป็นนิสัยติดตัวไปตลอดเวลาโดยไม่คำนึงพุทธศาสนา ซึ่งอยู่ในหัวใจของเราชาวพุทธนี่ มันไม่ถูก เราเป็นลูกชาวพุทธต้องมีหลักมีเกณฑ์จากพุทธศาสนาไปใช้บ้างนะ อย่าให้มีแต่เหลาะแหละๆ ไม่มีหลักมีเกณฑ์ เอาศาสนาจับมาดูมันก็รู้ พุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ถูกต้องแม่นยำ มีกฎมีเกณฑ์ มีรากมีฐานสำคัญมากนะ ถ้าอันนี้เป็นหลักของตัวเองและครอบครัวสังคมต่างๆแล้ว เมืองไทยเราจะเป็นเมืองที่มีหลักมีเกณฑ์นะ

อันนี้มันเหลาะแหละๆ สำคัญที่อะไรคว้ามับๆ นี่เสีย เมืองไทยเราเสียตรงนี้ละนะ ไม่คำนึงถึงดีถึงชั่ว ตื่นข่าวไปด้วยกัน อันนี้ให้ระวัง ธรรมดาผู้มีหลักมีเกณฑ์ไม่ตื่นง่ายๆนะ ต้องพิจารณาเทียบเคียงควรหรือไม่ควรจะรับมาไว้ ถ้าไม่ควรแล้วปัดออก นั่นเรียกว่าผู้มีเหตุผล ให้พากันจำเอาไว้ หลักพุทธศาสนานี่เป็นหลักที่ถูกต้องแม่นยำ วันนี้พูดเพียงเท่านี้ละ ต่อไปนี้จะให้พร

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก