เรามีแต่ช่วยโลก
วันที่ 19 ธันวาคม 2549 เวลา 8:10 น.
สถานที่ : ศาลาสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เทศน์อบรมฆราวาส ณ ศาลาสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เมื่อเช้าวันที่ ๑๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙

เรามีแต่ช่วยโลก

         

          เราช่วยสุดกำลังของเรา เราพูดให้พี่น้องทั้งหลายฟังอย่างเปิดหัวอกเลย เราไม่มีอะไรลี้ลับตามที่เราปฏิบัติมาด้วยความสัตย์ความจริงของเรา บำเพ็ญประโยชน์สำหรับตัวของเราเองก็สุดเหวี่ยง เรียกว่าเอาชีวิตเข้าแลกเลยนะ เพราะฉะนั้นเราถึงประมวลได้ว่างานในโลกที่เราผ่านมานี้ไม่มีงานใดที่จะหนักมากยิ่งกว่างานฆ่ากิเลส งานฆ่ากิเลสถึงคราวสละสละเลยนะ ใสปึ๋งเลยเชียว ขนาดนั้นละ แล้วก็ได้สมมักสมหมายเป็นที่พอใจ สมบูรณ์แบบพอทุกอย่าง พออย่างเลิศเลอ

นั่นละที่ว่าพออย่างเลิศเลอ ทีนี้ออกช่วยโลกละ เราไม่เอาอะไร ไม่มีอะไรทุกอย่าง ไม่ว่าวัตถุอะไรๆ ไม่เอาทั้งนั้นละ แต่ช่วยอย่างที่พี่น้องทั้งหลายเห็น เรามีเวลาว่างเมื่อไรเราช่วยโลก เราไม่เอาอะไรสักชิ้นหนึ่งนะ ช่วยตลอดเลย ตลอดๆๆ เรียกว่าแบมือไปตลอด กำอย่างนี้ไม่มี ตลอดเลย จตุปัจจัยมันก็ไหลเข้ามานะ ทางไหลเข้ามี ไหลออกก็มี มันก็ไหลออกเรื่อยอย่างนั้นนะ วัดป่าบ้านตาดพูดตรงๆ ไม่มีเงิน แต่ว่าไหลเข้ามาเรื่อยนะ ไหลเข้ามาแล้วก็ไหลออก ฟังซิติดหนี้เขาก็มี ไหลออกกว้างกว่า

ติดหนี้เขาก็มีแต่ติดชั่วระยะนะ มันจำเป็นอะไรๆ เอาติดเสียก่อน เอาๆ สั่งเลย สั่งเครื่องมือแพทย์ มันจำเป็นๆ เอาๆ สั่งเลย ติดหนี้เขาติดหนี้ไม่นาน เราเป็นคนติดหนี้เสียด้วยยิ่งจริงจัง ติดตรงไหนจับไว้ตรงนั้นๆ ได้มาเท่าไรรวมๆ แล้วใส่ปึ๋งเลย ใช้หนี้ เอาจริงเอาจังมาก ที่ช่วยพี่น้องทั้งหลายนี่เราช่วยด้วยความเมตตาของเราจริงๆ  เพราะฉะนั้นจึงไม่มีคำว่าแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่มี มีเท่าไรเป็นทุ่มออกหมดๆเลยละ จตุปัจจัย มีมาเท่าไรนี้..เพราะความจำเป็นมันรออยู่แล้วรอบวัดรอบเรา พอได้มาปั๊บใส่ปุ๊บๆ เรื่อยไปเลย

กองทุกข์ที่มาหาเราเปลื้องทุกข์ให้กันเป็นอย่างไร ผู้เป็นทุกข์มาก็เบาอกเบาใจ สบายใจกลับไป ผู้ช่วยนี่ก็เบาใจ สบายว่าได้ช่วยเหลือโลกเต็มกำลัง มันก็เป็นผลดีทั้งสองอย่างนั่นละ การช่วยโลกช่วยอย่างนี้ เราจะช่วยจนกระทั่งถึงวันเราตาย เรื่องเอาเราไม่มีเราบอกตรงๆ นะ เปิดหมดเลย ไม่เอาอะไรทั้งนั้นๆละ ช่วยตลอด ได้มาเท่าไรเปิดออกๆ ๆ หมดเลย จึงรียกว่าช่วยโลก เราพอแล้วเราไม่เอาอะไรละ

บัญชีเงินฝากนี้อยู่ในกรุงเทพฯก็มีนะ นี่ให้เป็นคนไปถอน เราเขียนใบถอนให้ จำเป็นในวงนี้ให้ถอนทางนี้ จำเป็นที่ไหนถอนที่นั่น เพราะเงินเหล่านี้เป็นเงินเพื่อโลกทั้งหมด เราจะฝากไว้ธนาคารใดก็เพื่อโลกทั้งนั้นๆเลย เราไม่เอาเราบอกตรงๆ ทางกรุงเทพฯนี้ก็ฝากไว้ ถ้าจำเป็นแล้วเขียนใบถอนให้แล้วไปถอนออกมาช่วยตามความจำเป็นในเหล่านี้ ทางอุดรก็แยกกว้างขวางมากนะอุดรไปทั่วทุกแห่งทุกหน กรุงเทพฯส่วนมากจะเฉพาะกรุงเทพฯ เราช่วยอย่างนั้นตลอด บัญชีก็มีหลายบัญชี ทางกรุงเทพฯดูเหมือนมีสองบัญชีละมัง ทางไทยพาณิชย์ก็มี ทางกรุงเทพฯก็มี ทางนี้ดูว่ากสิกรไทยก็มีเหมือนกัน ทางนู้นกสิกรไทย ไทยพาณิชย์บ้างอะไรบ้าง บัญชีเรามีอยู่หลายแห่ง มีก็มีเพื่อโลกนั่นแหละ ไม่ได้มีเพื่อเรา ถอนปั๊บออกเลยๆ ๆ

สุดยอดในการช่วยโลกของเราในวาระสุดท้ายในการช่วยโลกของเรา ก็คือเอาศพช่วยเลย เวลาเราตายแล้วตั้งคณะกรรมการขึ้น นี่เราเขียนพินัยกรรมเรียบร้อยแล้ว พอเราตายแล้วตั้งคณะกรรมการขึ้น เขามาบริจาคเงินสำหรับเผาศพเราจะให้กรรมการเก็บเงินนี่ทั้งหมด รวมแล้วเข้าซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวง สำหรับเราจะเผาด้วยไฟ ไม่เอาอะไร จะมาตกแต่งอะไรโรงนั้นโรงนี้มาเผาศพหลวงตาบัว อย่ายุ่งบอกเลย หีบศพพอแล้วกับหลวงตาบัวที่ตายแล้วเน่าเฟะอยู่ในศพนั่น เอาไฟจ่อเข้าไปเท่านั้นพอ ส่วนที่จะเป็นประโยชน์แก่ผู้มีชีวิตอยู่ให้เอาออก คือตั้งคณะกรรมการขึ้น นี่เขียนพินัยกรรมไว้แล้วนะ ตั้งคณะกรรมการขึ้นแล้วเก็บหมดเงินเหล่านี้แล้วซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวงในวาระสุดท้าย เราก็ดีดผึงเลย

เราไม่มีอะไรเสียดายในโลกทั้งสามนี้ ผ่านหมดในหัวใจดวงนี้ เพราะฉะนั้นจึงช่วยโลกได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย พูดได้อย่างกล้าหาญชาญชัยจากหลักความจริงที่ออกจาก สนฺทิฏฺฐิโก รู้ผลงานของตนตั้งแต่ต้นจนวาระสุดท้าย สนฺทิฏฺฐิโก งานของเราบำเพ็ญอย่างไรๆมา รู้ผลของงานนี้มาโดยลำดับ จนกระทั่งวาระสุดท้ายรู้สุดสิ้น หมดที่จะทำงานเพื่อตัวเองแล้ว จึงว่า วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ พรหมจรรย์คือการประพฤติตัวถอดถอนกิเลสที่เป็นมหาภัยต่อตัวเองได้สิ้นสุดลงไปแล้ว งานที่ควรทำก็คืองานแก้กิเลสได้ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว งานอื่นที่จะทำให้ยิ่งกว่านี้ไม่มี งานเหล่านี้สมบูรณ์แล้วในเรา

เพราะฉะนั้นเราถึงมีแต่ช่วยโลก เราไม่เอา ทุกสิ่งทุกอย่างปล่อยหมดโดยสิ้นเชิง สำหรับเราเองไม่เอา รอแต่ลมหายใจเท่านั้นละ จะเป็นจะตายเมื่อไรน้ำหนักเท่ากัน ความมีชีวิตกับความตายไปถ้าเป็นลำพังของเราแล้วมีน้ำหนักเท่ากัน แต่เมื่อแยกออกไปเพื่อเป็นประโยชน์แก่โลกแล้วความมีชีวิตอยู่มีน้ำหนักมากกว่า เราก็ทนไป ลำบากไปก็เอา ได้ทำประโยชน์ให้โลกเราก็เป็นที่พอใจ ถ้าเป็นเรื่องของเราแล้วดีดผึงเลย ไม่ยากอะไร เพราะแบกธาตุแบกขันธ์หนัก จิตใจแบกกิเลสขาดสะบั้นลงไปแล้วกิเลสไม่มีอะไรแบก ก็มีแต่มารับผิดชอบในธาตุในขันธ์เรียกว่าแบกธาตุแบกขันธ์ก็ได้ อันนี้เราแบกแต่ธาตุแต่ขันธ์เท่านั้น กับอำนาจแห่งความเมตตาที่ช่วยโลกเวลานี้เท่านั้น อย่างอื่นเราไม่มี

เพราะฉะนั้นเวลาของได้มาเท่าไรๆ จึงออกเป็นประโยชน์แก่โลกทั้งหมดเลย เราไม่เอา ความทุกข์ทั้งหลายก็เรานี่ทุกข์มาก ดีดนู้นดีดนี้ดีดตลอด ทีนี้ก็เพราะความเมตตาละพาเป็นนะ ไม่ใช่อะไรพาเป็น ลำพังเราอยู่ที่ไหนเราก็อยู่ได้ อยู่คนเดียวเท่านี้เราแสนสบาย คืออยู่คนเดียวนี้ว่างหมดโลกธาตุ ไม่มีอะไรที่เป็นสมมุติมาผ่านหัวใจเลย เรียกว่าว่างโดยประการทั้งปวง ดังที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระโมฆราช ว่า

สุญฺญโต โลกํ อเวกฺขสฺสุ      โมฆราช สทา สโต

อตฺตานุทิฏฺฐึ อูหจฺจ   เอวํ มจฺจุตฺตโร สิยา

เอวํ โลกํ อเวกฺขนฺตํ   มจฺจุราชา ปสฺสติ.

ดูก่อนโมฆราช เธอจงเป็นผู้มีสติทุกเมื่อ พิจารณาโลกให้เป็นของสูญเปล่า ถอนอัตตานุทิฏฐิความเห็นว่าเราว่าเขาซึ่งเป็นก้างขวางคอนั้นออกเสีย จะหลุดพ้นจากพญามัจจุราช พญามัจจุราชจะตามไม่ทันผู้พิจารณาโลกเป็นของสูญเปล่าอยู่อย่างนี้

นี่ท่านสอนพระโมฆราช มานพคนที่ ๑๖ ซึ่งควรแก่ธรรมบทนี้ ท่านก็สอนธรรมบทนี้เข้าไป พระโมฆราชก็ดีดผึง เป็นสุญฺญโต โลกํ ไปเลย ทีนี้เมื่อเราบำเพ็ญธรรมตามที่พระพุทธเจ้าสอนพระโมฆราช กิเลสประเภทเดียวกัน ธรรมเป็นเครื่องแก้ประเภทเดียวกันฟาดกิเลสขาดสะบั้นลงไปเป็นพระโมฆราชด้วยกันหมด สุญฺญโต โลกํ หมดโลก เวลานี้เราอยู่ด้วยความ สุญฺญโต โลกํ ให้ท่านทั้งหลายทราบเสีย เปิดให้ฟังชัดเจน

การสอนโลกเราสอนด้วยความเปิดเผยของเราตามความจริง เราไม่มีอะไรลี้ลับภายในจิตใจนี้แล้ว หมดโดยสิ้นเชิง ก็มีแต่ความเมตตาสงสารที่ช่วยโลกอยู่เวลานี้เท่านั้น สำหรับสุญฺญโต โลกํ เป็นมาได้ ๕๗ ปีนี้แล้ว ว่างไปเลยตั้งแต่นั้นมา ๒๔๙๓ วันที่ ๑๕ พฤษภา ๒๔๙๓ เวลา ๕ ทุ่ม บนหลังเขาวัดดอยธรรมเจดีย์ จ.สกลนคร นั้นเป็นสถานที่ตัดสินระหว่างกิเลสกับธรรมที่ทำให้เราตายกองกันศพเก่านี้แหละ หัวใจอันนี้ไปเกิดแล้วเกิดเล่า ตายแล้วตายเล่ากองกัน ได้ขาดสะบั้นลงไปในคืนวันนั้น ไม่มีอะไรที่จะมาผ่านได้เลยเรื่องสมมุติคือความเกิดตาย ประจักษ์ในหัวใจเรียกว่า สนฺทิฏฺฐิโก ขั้นสุดท้ายหมดโดยสิ้นเชิง

นั้นละจึงได้มาทำประโยชน์ให้เวลานี้ เรานี้หมุนติ้วๆจะตาย แต่เราไม่เอาอะไร หมดโดยสิ้นเชิงในภาระที่เราจะเอา ไม่มี มีแต่ความเมตตาสงสาร ใครบริจาคมามากน้อยนี้ออกเพื่อส่วนรวมๆ สำหรับเราไม่เอา หมด ขอให้ท่านทั้งหลายบำเพ็ญความดีงาม เมื่อถึงขั้นนี้แล้วไม่ต้องไปทูลถามพระพุทธเจ้า สนฺทิฏฺฐิโก พระองค์ประกาศไว้อย่างขาดตัว เด็ดเดี่ยวเฉียบขาดไม่มีสองเลย รู้ผลงานของตนที่บำเพ็ญโดยลำดับ จนกระทั่งวาระสุดท้ายสนฺทิฏฺฐิโก ฟาดกิเลสขาดสะบั้นลงไป ภพชาติสิ้นแล้ว นั่นละสนฺทิฏฺฐิโกครั้งสุดท้าย จะได้รับด้วยกันสำหรับผู้บำเพ็ญเต็มกำลังความสามารถแล้ว  พระพุทธเจ้าไม่ลำเอียง ธรรมไม่ลำเอียง ขอให้พากันบำเพ็ญ

การช่วยโลกคราวนี้รู้สึกว่าเป็นชิ้นเป็นอัน เป็นที่ระลึกในชาติไทยของเราอยู่ไม่น้อยนะที่บ้านเมืองเราจะล่มจม ๒๕๔๐ นั่นละบ้านเมืองของเราจะล่มจม หมูหมาเป็ดไก่หันหน้าลงทะเลแห่งความล่มจม นี่ก็พยายามพาพี่น้องทั้งหลายฟื้นตัวขึ้นมา ทองคำก็ได้ถึง ๑๑ ตัน ๓๙๐ กิโลแล้วเวลานี้นะ ทองคำที่เข้าสู่คลังหลวง ทองคำถึง ๑๑ ตันกับ ๓๙๐ กิโลเป็นของเล่นเมื่อไร ใครจะเก่งขนาดไหนหามา ไม่มี นอกจากพี่น้องชาวไทยที่รักชาติช่วยด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคีกันทุ่มเข้ามานี้ได้ถึง ๑๑ ตัน ๓๙๐ กิโล เป็นสมบัติของใคร ถ้าไม่ใช่สมบัติของพี่น้องชาวไทยเราซึ่งรักชาติตัวเอง โดยอาศัยหัวหน้านำ ก็หลวงตาแหละเป็นผู้นำ ได้ขนทองเข้าสู่คลังหลวงตั้ง ๑๑ ตันกับ ๓๙๐ กิโลแล้วเวลานี้ แล้วดอลลาร์ก็ ๑๐ ล้าน ๒ แสนกว่า นี่ที่เข้าเรียบร้อยแล้ว

ส่วนนอกจากนั้นกระจายออกทั่วประเทศไทย การก่อการสร้างช่วยเหลือ โรงพยาบาลเป็นอันดับหนึ่งที่ได้ช่วยตลอด ๒๐๐ กว่าโรง โรงพยาบาลพิสดารมากนะ  ทั้งเครื่องมือแพทย์ ทั้งรถทั้งรา ทั้งตึก ทั้งสถานที่อะไร ที่เราจะต้องช่วยเหลือดูแลตามกำลังที่เขามาขอร้องความช่วยเหลือ อย่างนั้นเรื่อยมา เป็นอย่างไรเป็นชิ้นเป็นอันไหม พี่น้องทั้งหลายช่วยชาติคราวนี้ก็เห็นเด่นชัดอยู่อย่างนี้ ทองคำถึง ๑๑ ตันกับ ๓๙๐ เป็นของเล่นเมื่อไร นี่ก็คือน้ำใจของพี่น้องชาวไทยที่รักชาติรวมหัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนแล้วได้ทองคำเข้ามาตั้ง ๑๑ ตัน ๓๙๐ กิโล แล้วดอลลาร์ก็ ๑๐ ล้านกว่า จากนั้นเงินไทยกระจายออกไปทั่วโลกทั่วประเทศไทยเรา นี่เป็นชิ้นเป็นอันในการช่วยชาติคราวนี้

แล้วที่สำคัญมากก็คือธรรม ธรรมนี่สมเจตนาของเราที่คิดไว้เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะออกนำพี่น้องทั้งหลาย ว่าเอาจะช่วย วัตถุพี่น้องทั้งหลายจะคิดกันมากทีเดียวว่าจะช่วยชาติเอาจะช่วย ก็จะคิดแต่ด้านวัตถุสมบัติเงินทองข้าวของหนุนไปทางนั้นทางนี้ แต่เราคิดเรื่องอรรถธรรมมากว่า คราวนี้เป็นคราวที่ธรรมจะได้ออกสู่โลกเราคิดเรียบร้อย ออกจริงๆ เวลาไปเทศนาว่าการที่ไหนก็ต้องเอาธรรมออกแสดง วัตถุทั้งหลายตามๆกันมา ตามๆ กันมา ธรรมก็เข้าสู่หัวใจประชาชน จนกระทั่งบัดนี้ธรรมยังไม่จืดจางนะ

ส่วนการช่วยชาติด้วยวัตถุนั้นค่อยร่อยหรอไป ตามความที่เราประกาศไว้แล้วว่า หยุดการช่วยชาติแล้ว ส่วนธรรมไม่ได้หยุดออกมาเรื่อยจนกระทั่งทุกวันนี้ นี่เวลานี้ก็ออกทางวิทยุทั่วประเทศไทยๆ ฟาดออกทั่วโลก อันนี้เรียกว่าช่วยทางด้านจิตใจ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมากในตัวบุคคลแต่ละคน ถ้ามีธรรมในใจแล้วจะฟื้นฟูทุกอย่างขึ้นมา ถ้าไม่มีธรรมมีแต่กิเลสย่ำยีตีแหลก แหลกไปด้วยกันหมด นี่ธรรมก็ได้ออกช่วยโลกแล้วเวลานี้ ธรรมไม่ได้หยุดนะ เดี๋ยวนี้ก็ออกนี่

นี่ละที่ว่าช่วยโลกคราวนี้เป็นชิ้นเป็นอัน เฉพาะอย่างยิ่งธรรมเข้าสู่ใจของชาวพุทธของเรา ซึ่งห่างเหินกับศาสนามาเป็นเวลานาน พึ่งมาได้รับในการช่วยชาติคราวนี้จากหลวงตาที่ตั้งใจเจตนาที่จะสั่งสอนพี่น้องทั้งหลาย ตามกำลังที่ตนได้บำเพ็ญมามากน้อย ทุ่มออกหมดเลยสอนพี่น้องทั้งหลาย ให้พากันคิดนะ ธรรมเท่านั้นที่จะหนุนหัวใจเราให้มีความสงบร่มเย็น ตั้งแต่ตัวเองครอบครัวเหย้าเรือนถึงส่วนรวมต่างๆ ต้องอาศัยธรรมเชื่อมโยงกันไปตลอด ถ้ามีแต่โลกล้วนๆ จมนะ

ใครจะว่าใครเก่งเอามาเหยียบธรรมของพระพุทธเจ้าจมทั้งนั้นนะ เอาธรรมซิเหยียบกิเลส ทุกสิ่งทุกอย่างจะมีขอบเขตเหตุผล มีหลักมีเกณฑ์ การอยู่การกินการใช้การสอยทุกอย่างจะรู้จักประมาณๆ นี้คือธรรมปกครอง ปกครองหัวใจ ปกครองทรัพย์สมบัติเงินทองเป็นไปด้วยความราบรื่นดีงาม ถ้าให้กิเลสปกครองแหลก เหมือนไสไฟเข้าสู่เชื้อของมันเผาหมดๆ ให้พากันจำ เอานะ เอาละวันนี้เพียงเท่านี้

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM 103.25 MHz

 

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก