ผู้มีธุลีเบาบางยังมีอยู่
วันที่ 3 มกราคม 2550 เวลา 8:45 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๐

ผู้มีธุลีเบาบางยังมีอยู่

         หลวงปู่แหวนบุหรี่ท่านตัวใหญ่กว่านี้ ดูเหมือนเท่านี้ละมัง ดูจะเท่านี้ละบุหรี่หลวงปู่แหวน นั่นละเพชรน้ำหนึ่งองค์หนึ่ง หลวงปู่แหวน เราพยายามจะเข้าไปหาท่าน ไปคุยธรรมะท่านโดยเฉพาะ ไปทีไรไม่สำเร็จๆ คือรถบัสรถใหญ่จอดเต็ม บักหนูบักห่ากินหัวมันนั่นละ มันเป็นเจ้าอำนาจอยู่นั่น พระนะบักหนูนั่น มันบ่ให้เข้าเข้าบ่ได้ มันเป็นเจ้าอำนาจ ถ้าเราไปมันหลบหนีโลด บ่หนีบ่ได้หน้าผากแตกเลยกับเรา บ่หลบบ่หลีกจะให้ความสะดวกทุกอย่างกับเรา เพราะมันรู้ว่าเสือโคร่งใหญ่ อ้าวจริงๆ นะเราเวลาเป็นเสือเป็นจริงๆ มันจะถอยใครเหรอ ปั๊บเดียวเท่านั้นใส่ปั๊วะแล้ว มองไม่ทันนะ

เราไปพวกรถบัสๆ จอดเป็นแถวเลย บักห่ามันบ่ให้เข้า พอเห็นเราเข้าไปพรึบมาเลยพวกนั้น คนจะรู้เรามากอยู่ วิ่งมาหาเราพรึบเลย พวกรถบัสๆ วิ่งมา เขาหวังจะได้พบจะได้เข้าเฝ้าท่าน เขารุมมาพวกรถบัส เอาอย่างนี้นะ เราพูดกับเขา บักหนูมันไปไหนแล้วบักห่านี่ เข้าใจบ่ เราไปหั้น หนึ่ง หลบหนีเลย บ่หลบหนีต้องมาเปิดทางให้ความสะดวกให้เฮา มีสองอย่าง มื้อนั้นไปบ่เห็น หายเงียบเลย ทราบว่าเราไปหั้นหลบ

พวกนั้นมา เอาอย่างนี้นะ ตกลงกับพวกประชาชนทั้งหลายซึ่งมีจำนวนหลายร้อยคน ไม่ใช่ธรรมดา รถบัสห้าคันหกคันจอด ให้อาตมาเข้าไปหาท่านเสียก่อนนะ เข้าไปคุยกับท่านเล็กน้อยแล้วออกมาจะให้สัญญาณ ได้เข้าพบเข้าเฝ้าท่านแหละวันนี้ เราว่าอย่างนั้น ต้องได้เข้า แต่ขอเวลานิดหน่อยให้เข้าไปหาท่านเสียก่อน เขาก็ไปยืนเป็นแถว เป็นตับๆ เลย เขาฟังเสียงเราเข้าใจทุกอย่างแล้ว พอว่าเขาก็พรึบถอยออกไปหมด เราก็เข้าปุ๊บเลย

         ก็มันเตรียมใส่กันมานานแล้วนี่นะ พูดตรงๆ อย่างนี้ละกับหลวงปู่แหวน ชื่อเสียงท่านโด่งดังมาตั้งแต่เรายังไม่เกิด เข้าใจไหมล่ะ ชื่อของเราก็อาจจะมี ท่านเตรียมพร้อมกับเราอยู่ เราก็เตรียมพร้อมที่จะเข้าถึงท่าน หาหลักความจริง พอเข้าไปมีพระอุปัฏฐากท่านอยู่องค์เดียว เราเข้าถึงปุ๊บในห้องท่านเลยละ พวกนั้นให้เขารออยู่ข้างนอกเต็ม ไปก็เอาเลย ไม่รอ เพราะจะเข้าหาท่านทีไรจะพูดธรรมะโดยเฉพาะไม่มีเวลา คนรุมๆ คราวนี้เลยได้อุบายใหม่มาก็ตกลงกับเขาเรียบร้อย ให้อาตมาเข้าไปหาท่านเสียก่อนนะ เข้าไปคุยกับท่านพอสมควรแล้วจะออกมาแล้วให้สัญญาณ ได้เข้าเฝ้าท่านแหละวันนี้ พอใจ พอว่าเขาก็แตกฮือกลับเลย เราก็เข้า เข้าก็ฟัดกันเลย เราลืมเมื่อไร ก็มันเตรียมพร้อมใส่กันอยู่แล้ว

         ขึ้นเบื้องต้นปัญหาปุ๊บเข้าไปเลยทีเดียว ปัญหานี้ถ้าไม่รู้ถามไม่ได้ ถ้าไม่รู้ตอบไม่ได้ เพราะเป็นปัญหาภาคปฏิบัติภายในจิตใจโดยเฉพาะ ค้นหาคัมภีร์ไหนก็ค้นเถอะน่ะ คัมภีร์ใหญ่คือหัวใจเท่านั้นที่จะได้ธรรมเหล่านี้ออกมา พอเข้าไปหาท่านใส่ปั๊บทีเดียวละ เอาแต่ปัญหาจุดสำคัญๆ นะ คือนี้จะบอกในตัว ท่านตอบนี้แล้วก็แสดงว่าท่านรู้ไว้แล้ว ท่านก็จะรู้ทันทีว่ารู้แล้ว ไม่รู้จะถามปัญหาอย่างนี้ไม่ได้ มันบอกในตัวเสร็จเลย เบื้องต้นปั๊บเข้าไป ๑๐ นาที ท่านก็ผางออกมา ๑๐ นาที เข้าใจหมด

         พอท่านหยุดหายใจใส่เข้าอีกปั๊บ เพราะเราหายสงสัยแล้วนี่ คราวนี้เอาใหญ่เลย ถึงรากใหญ่ของวัฏจักร คราวนี้ ๔๕ นาที เหมือนว่าท่านไม่ได้หายใจเลยนะ ธรรมถึงใจท่าน เรียกว่าถ้าเป็นน้ำก็น้ำถังใหญ่ๆ ที่สะอาดสุดยอด ไม่ควรจะนำไปใช้สอยชะล้างสิ่งใดเลย น้ำถังใหญ่ท่าน พอเข้าไป เรามันพระขี้ดื้อ ไปก็ไขก๊อกเลยเปิดก๊อกไว้เลย น้ำก็พังออกมา ซัดกันใหญ่ ประโยคที่สองนี่ ๔๕ นาที ประโยคแรก ๑๐ นาที โอ้ ตัวแดงหมดนะ ไม่เคยมีใครจะเปิดหรือไขก๊อกนี้เลย หมายถึงว่าน้ำอรรถน้ำธรรมที่สะอาดสุดยอดของท่าน เก็บไว้อย่างนั้นตลอด ใครไปก็เหรียญหลวงปู่ เหรียญเราสู้หลวงปู่ ขอท่านก็เอาๆ ถังใหญ่ไม่มีใครไปแตะ เราไปใส่ปั๊วะเลยเชียว ปั๊วะท่านก็ผางออกมาเลย ครั้งแรก ๑๐ นาที เราเข้าใจแล้ว พอท่านหยุดหายใจเราก็ปั๊บเข้าอีกเลย คราวนี้โอ๋ยไปใหญ่เลย ตัวแดง

         ท่านไม่เคยมีใครไปถามอย่างนั้น เปรี้ยงๆๆ ออกเต็มเหนี่ยวเลย พอใจ ท่านพอใจเต็มที่ เราก็พอใจเต็มที่ พอเสร็จแล้ว เอ้า ที่พูดมาทั้งหมดนี่น่ะ ท่านว่าอย่างนั้นนะ ถ้าเห็นว่าไม่ถูกต้องตรงไหน เอา ท่านมหาค้านมา ท่านใส่อย่างท้าทายเลย ให้ท่านมหาค้านมา กระผมไม่ค้าน กระผมหาธรรมะประเภทนี้แหละ ฟังเสียงหัวเราะฮ่าๆๆ เออ ท่านองค์นั้นล่ะ ได้คุยกันแล้วยัง อาจารย์องค์นั้นล่ะๆ ระบุชื่อๆ เลยนะ ธรรมะประเภทนี้น่ะ ได้คุยกับอาจารย์องค์นั้นๆ แล้วยัง ความหมายว่าอย่างนั้น คือธรรมประเภทนี้น่ะ ความหมายว่าอย่างนั้น เราก็กราบเรียนท่านพอประมาณๆ ให้พอเหมาะพอดี ท่านตัวแดงหมดเลยละ คือไม่มีใครไปถามธรรมะประเภทนี้ ท่านก็เก็บไว้ในถังใหญ่อย่างนั้นละ ใครไปก็ขอเหรียญเราสู้ เหรียญอะไรต่ออะไร

         ที่ถามที่ตอบกันนี้มีแต่แก่นธรรมออกจากภาคปฏิบัติ เราจะไปหาในคัมภีร์ไม่เจอ ต้องหาในคัมภีร์ใหญ่ พระพุทธเจ้าเป็นเจ้าของคัมภีร์ใหญ่ พระสาวกอรหันต์เป็นเจ้าของคัมภีร์ใหญ่ ปั๊บลงตรงนั้นละได้ความออกมา เอากันวันนั้นก็เอากันอย่างนั้นละ นั่นแหละที่ว่าเพชรน้ำหนึ่ง เมื่อเข้าถึงกันลงถึงขีดเรียกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ท่านอาจารย์องค์นี้ได้ลงถึงขีดร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ใครจะไปหาเรื่องหาราวว่าท่านเป็นสังฆาปาราชิกเฉยไม่สนใจ หลักใหญ่เข้าถึงกันแล้ว ไม่ฟังเสียงเห่าว้อๆ แว้ๆ

         เพชรน้ำหนึ่งในสมัยปัจจุบันมีน้อยเมื่อไร ท่านผู้ทรงมรรคทรงผลจริงๆ จากภาคปฏิบัติอย่างเอาจริงเอาจังมีน้อยเมื่อไร ธรรมพระพุทธเจ้าคือตลาดแห่งมรรคผลนิพพาน ไม่ใช่อะไรนะ ตลาดแห่งมรรคผลนิพพานอยู่กับธรรมพระพุทธเจ้าหมด ตลาดนรกอเวจีอยู่กับผู้ที่หน้าด้านไม่เชื่อฟังอรรถธรรม ถกเถียงอรรถธรรม ไม่ยอมรับความจริง นี่ละพวกหน้าด้าน พวกนรกอเวจี

         เราอยากเห็นชาวพุทธชาวพระเราเอามรรคผลนิพพานออกมาอวดกัน นี้เอาตั้งแต่กิเลสตัณหาเอาแต่ส้วมแต่ถานมาอวดกัน มันก็มีแต่ส้วมแต่ถานเต็มบ้านเต็มเมือง ผลของส้วมของถานเป็นฟืนเป็นไฟเผากันตลอด ให้ได้อรรถได้ธรรมออกมาโชว์กันสักหน่อยซิ พระพุทธเจ้าทรงมหาคุณใครสู้ได้ สามโลกธาตุพระองค์เป็นศาสดาทั้งหมด ทำไมธรรมพระพุทธเจ้าจึงไม่มีค่าไม่มีราคายิ่งกว่าส้วมกว่าถาน คือกิเลสเต็มหัวใจสัตว์ ไม่ยอมรับเสียงอรรถเสียงธรรมเลย นี่ละหนาไหมพวกเรา

ดูหัวใจตัวเองซิมันหนาขนาดไหน มันเอามูตรเอาคูถหยิ่งจองหองพองตัวขึ้นเหยียบธรรมของพระพุทธเจ้า เวลานี้กำลังเป็นในเมืองไทยชาวพุทธของเรานี้แหละ เรื่องอรรถเรื่องธรรมที่จะเป็นประโยชน์แก่โลก ซึ่งศาสดาองค์เอกเป็นผู้สอนแท้ๆ มันไม่ยอมรับ....กิเลส หมอบกราบราบเลย น่าทุเรศเหลือเกิน หนาเข้าทุกวันๆ เดี๋ยวนี้ยังไปวัดไปวาได้อย่างออกหน้าออกตานะ ต่อไปนี้ผู้ไปวัดไปวาจะหลบๆ ซ่อนๆ ไป กิเลสส้วมถานนี้มันจะหัวเราะเยาะเย้ยเอา นี่ๆ เขาไปวัดเขาจะไปสวรรค์นิพพานกันละพวกนี้ หัวเราะเยาะเย้ย เอ้อ ไปเสียจะไม่มีใครมาแย่งหาปลาในหนองในบึงเรา พวกเราจะสนุกหาปลากิน เมื่อเขาไปสวรรค์นิพพานหมดแล้ว นี่พูดหัวเราะเยาะเย้ย ชาวพุทธหรือผู้มีศีลมีธรรมไปวัดไปวาจะต้องได้หลบๆ ซ่อนๆ ไป ไปอย่างออกหน้าออกตาไม่ได้

เวลานี้ยังได้นะไป ถึงจะมีบ้างก็ไม่มีกำลังมากที่จะมาคัดค้านต้านทานท่านผู้มีศีลมีธรรมสมบัติผู้ดี ประพฤติปฏิบัติธรรมไปวัดไปวา ยังไม่แสดงออกนะ ต่อไปจะแสดง มากกว่านั้นผู้ที่ไปวัดไปวาจะต้องไปแบบหลบๆ ซ่อนๆ เพราะกิเลสตัณหามันคลื่นใหญ่ มันเอาหัวคะมำไปเลย ทีนี้ผู้ไปวัดไปวาก็เป็นคนผู้มีหิริโอตตัปปะสะดุ้งกลัวต่อบาป ละอายบาป เขาก็ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ไป ปล่อยให้พวกหน้าด้านสันดานหยาบเพ่นพ่านๆ ต่อไปนี้จะเป็นนะ ท่านทั้งหลายได้ฟังหรือยัง ที่พูดนี้พูดให้ใครฟัง อยู่ในศาลานี่มีหูกันไหมที่พูดเหล่านี้น่ะ เตือนให้รู้กันละซิจะเป็นอย่างนั้นไม่เป็นอื่น เมื่อกิเลสหนาเข้าๆ จะเป็นอย่างนั้น มันไม่ฟังเสียงอรรถเสียงธรรม ฟังแต่เสียงมูตรเสียงคูถเสียงกิเลสตัณหา

นี่ละที่พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญพระบารมีมาจนเต็มภูมิของศาสดา แล้วได้ตรัสรู้ขึ้นมา พอตรัสรู้ผางขึ้นมาเท่านั้นทรงท้อพระทัย ทรงทำความขวนขวายน้อย ทั้งๆ ที่ตั้งหน้าจะสั่งสอนสัตว์ แต่กิเลสของสัตว์มันหนักขนาดไหน ธรรมะเหมือนกับกำลังเราจะอุ้มภูเขาทั้งลูกมันจะไหวเหรอ นั่นความหมายว่าอย่างนั้น ทรงท้อพระทัย ที่ว่าท้าวมหาพรหมมาอาราธนา ท้าวมหาพรหมมาอาราธนาว่าผู้มีธุลีเบาบางยังมีอยู่ ถึงพวกหนาแน่นด้วยกิเลสตัณหาจะมีมากก็ตาม แต่ผู้มีธุลีเบาบางมีอุปนิสัยปัจจัยที่จะทรงมรรคทรงผลนั้นยังมีอยู่มาก ถึงไม่เท่าพวกนี้ก็มีอยู่มาก นั่นเห็นไหมล่ะ

ที่ว่า พฺรหฺมา จ โลกาธิปตี สหมฺปติ คือท้าวมหาพรหมมาอาราธนาพระพุทธเจ้า เนื่องจากพระองค์ทรงท้อพระทัย ทำความขวนขวายน้อยไม่อยากสั่งสอนสัตว์โลก สอนจะได้เรื่องได้ราวอะไรมันจะไม่ฟังเสียงอรรถเสียงธรรมพวกนี้น่ะความหมายว่างั้น ทรงท้อพระทัย ท้าวมหาพรหมจึงมาทูลอาราธนา ถึงมันจะหนาก็ตาม ผู้ที่เบาบางยังมีอยู่มาก ถึงไม่มากเท่าพวกนี้ก็ตาม มีน้อยก็เอา เพชรพลอยนี่ละดี เท่านิ้วมือเราก็เอา ดีกว่าภูเขาที่ไม่มีค่ามีราคาเป็นไหนๆ หนักขนาดไหนใหญ่ขนาดไหนก็ไม่มีค่าไม่เป็นประโยชน์ พวกหนาแน่นเหมือนภูเขาไม่เกิดประโยชน์อะไร เอาที่จะมีค่ามีราคา เพชรพลอยที่ฝังอยู่ในภูเขายังมี ผู้มีอุปนิสัยปัจจัยต่ออรรถต่อธรรมยังมีความหมายว่างั้น นี่ละท้าวมหาพรหมมาอาราธนา

พระองค์ก็ทรงเล็งญาณดูแล้ว ท้าวมหาพรหมก็ลูกศิษย์ของศาสดาจะเก่งกว่าศาสดาไปไหนถึงต้องมาอาราธนา นี่พระองค์ทรงรำพึงดูเรียบร้อยแล้ว ว่าความหนาแน่นของสัตว์ก็เป็นอย่างท้าวมหาพรหมจริง พระองค์ทรงทราบก่อนแล้ว ที่ท้าวมหาพรหมมาอาราธนาก็เพื่อเป็นพยานหลักฐานแก่ชาวพุทธเรา สัตว์ที่พอมีอุปนิสัยปัจจัยจะได้ฟังอรรถฟังธรรม มีธุลีเบาบางได้ฟังเสียงอรรถเสียงธรรมบ้างว่างั้นความหมาย ใครจะไปเก่งกว่าศาสดา ท้าวมหาพรหมเป็นลูกศิษย์ของศาสดา เก่งกว่าพระพุทธเจ้าได้ยังไง นี่เป็นเครื่องสนับสนุนต่างหาก ที่มาทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าให้ทรงแสดงธรรม

เวลาจะแสดงก็ทรงเล็งญาณ นั่นเล็งญาณดูเรียบร้อยแล้ว มีดาบสทั้งสองจะได้บรรลุธรรมอย่างรวดเร็ว โอ้ เสียดายตายเสียเมื่อวานนี้แล้ว อุทกดาบส.กับอาฬารดาบส ที่เคยเป็นอาจารย์สอนพระองค์มาตั้งแต่ทรงบำเพ็ญทุกกรกิริยา ได้เสียไปแล้ว ตายแล้วตอนเย็นเมื่อวาน เห็นไหมเก่งกว่ามหาพรหมขนาดไหนล่ะ มหาพรหมได้มาบอกพระพุทธเจ้าไหมว่า ยังมีผู้มีอุปนิสัยอยู่ คนนั้นๆๆ ไม่เห็นมาบอกพระพุทธเจ้าได้ พระองค์ทรงเล็งญาณเองเห็นไหมล่ะ นอกจากนั้นก็เล็งลงเบญจวัคคีย์ทั้งห้า เออ นี่เป็นอันดับหนึ่ง มรรคผลนิพพานรออยู่แล้ว จึงได้เสด็จมาโปรดเบญจวัคคีย์ทั้งห้า มีพระอัญญาโกณฑัญญะเป็นต้น ก็บรรลุธรรมขึ้นเป็นองคพยานของศาสดาเรา จากนั้นก็เรื่อยๆ จนกระทั่งทุกวันนี้

เริ่มตั้งแต่ท้อพระทัยมาจนป่านนี้ โปรดปรานสัตว์โลกได้มากขนาดไหนฟังซิ มันไม่ปฏิบัติ ไม่สนใจไม่เชื่ออรรถเชื่อธรรม แล้วอวดรู้อวดฉลาด ตัวเท่าอึ่งนี่ไปอวดวัวทั้งตัว อึ่งอ่างกับวัว พวกเราพวกอึ่งอ่าง ความรู้เท่าอึ่งอ่าง พระพุทธเจ้าเหมือนว่าราชสีห์เห็นไหมล่ะ แล้วเอาอึ่งอ่างไปอวดราชสีห์ เวลานี้กำลังเต็มบ้านเต็มเมือง ไม่ฟังเสียงอรรถเสียงธรรมเลย หนาเข้าทุกวันๆ นะ พอพูดอย่างนี้เราระลึกได้ แต่นี่เป็นเพื่อนเดียวกันพูดหยอกเล่นกัน เหมือนแขนซ้ายแขนขวานั่นละ เรียนหนังสืออยู่ด้วยกัน

มันนิสัยลิงพวกปริยัติ ลิงของพระนะไม่ใช่ลิงแบบโลก หากเป็นกิริยาหยอกเล่นกันแบบพระ.เหมือนว่าลิง จะว่าอะไรใครก็ไม่ลงมันเหมือนแขนซ้ายแขนขวา เอาโทษเอากรรมกับใครมันก็ไม่ได้ นี่เราพูด พอหยุดเรียนหนังสือดึกๆ เราจะด้อมออกมาเดินจงกรม คือทำภาวนา.มันเป็นในหัวใจหากไม่เคยพูดให้ใครฟัง เก็บลึกๆ เพื่อนฝูงเหมือนลิงเหมือนค่างเรียนหนังสืออยู่ด้วยกัน เราก็เป็นลิงเป็นค่างไปแบบเขานั่นแหละ  ลิงค่างแบบพระ

ครั้นเวลาว่างๆ ลงเดินจงกรมกลางคืน เพื่อนฝูงเดินมาเจอเข้า ทำอะไร ไอ้เราก็เซ่อไป บอกว่าเดินจงกรม ทีแรกเราไม่ค่อยรู้ เราไม่นึกว่าอะไรต่ออะไร เราก็บอกตรงๆ ว่าเดินจงกรม หือ แน่ะขึ้นแล้วนะ จะไปสวรรค์นิพพานเดี๋ยวนี้แล้วเหรอ รอก่อนเรียนจบแล้วค่อยไปด้วยกัน อย่างนี้ละมันเป็น พวกเดียวกันแล้วจะเอาโทษเอากรรมกับมันได้ยังไง ก็ลิงกับลิง ตั้งแต่นั้นมาเข็ด เดินอยู่กลางคืนดึกๆ หมู่เพื่อนมา ทำอะไร อ๋อ เปลี่ยนอิริยาบถ เปลี่ยนบรรยากาศ นั่งนานเรียนหนังสือนานปวดแข้งปวดขามาเปลี่ยนบรรยากาศแก้ไปนั้นเสียพ้นไปได้ เป็นอย่างนั้นนะ

นี่เราพูดถึงเรื่องพระ แต่เราไม่จริงจังเอามาพูดเล่นเฉยๆ ให้เราหยั่งเข้าไปหาความจริงมันจะเป็นอย่างนั้นได้ เข้าใจไหม เราพูดตามความจริงมันเป็นอยู่ในใจนี้ อยู่ลึกๆ ไม่เคยพูดให้ใครฟัง ไม่พูดเลยเรื่องภาวนา เรียนหนังสือก็ไปแบบเรียนเป็นลิงเป็นค่างไปกับเพื่อนกับฝูงไปเสีย เราก็เป็นลิงเหมือนเขา ลิงพระ ภายในใจภาวนาทุกวันหากพูดให้ใครฟังไม่ได้ ก็ไปเผลอเอาตอนที่ว่าเดินจงกรม หือ จะไปสวรรค์นิพพานเดี๋ยวนี้หรือขึ้นทันทีเลย เข็ด ตั้งแต่นั้นมาบอกออกมาเปลี่ยนบรรยากาศ

มันหากเป็นอยู่ในจิตนะ มันรักมรรคผลนิพพาน จิตมันพุ่งๆ ลึกๆ เพราะฉะนั้นพอหยุดจากการเรียนแล้วจึงวิ่งเข้าถึงพ่อแม่ครูจารย์มั่น พอได้ฟังอย่างถึงใจแล้วก็ผางเลย ตั้งแต่นั้นมาละเรา เรื่องทำความเพียรนี้เอาเป็นเอาตายเข้าว่าเลย เมื่อถึงใจแล้วว่ามรรคผลนิพพานอยู่ชั่วเอื้อมนี้แท้ๆ นั่น ท่านเปิดให้หมดแล้ว เอ้าๆ เอื้อมๆ ให้ถึง ซัดเลยละ แล้วก็สมใจ พ่อแม่ครูจารย์มั่นโรงงานใหญ่เปิดสวรรค์นิพพานให้เราเห็นจ้าอยู่ ทั้งๆ ที่กิเลสเต็มหัวใจอยู่นะ แต่มันจ้าอยู่ภายในด้วยความเชื่อสุดยอดแล้วหายสงสัย เรื่องมรรคผลนิพพานท่านเปิดจ้าให้หมด เปิดให้ฟัง จากนั้นก็ฟัดกันใหญ่เลย แล้วผลก็เป็นที่พอใจโดยลำดับลำดามา จนได้มาสอนพี่น้องทั้งหลายเวลานี้เป็นยังไง สอนด้วยความจ้าในหัวใจแล้วนะ สมบูรณ์แบบทุกอย่างแล้วในหัวใจนี้

เราจวนจะตายเราเปิดให้ฟังเสียทุกอย่าง มรรคผลนิพพานมีอยู่หรือไม่มี เอาว่ากันมาซิ พระพุทธเจ้าโกหกโลกเหรอ โลกเต็มบ้านเต็มเมืองมีแต่โลกโกหกไม่ได้พูดถึงมันบ้างเหรอ พระพุทธเจ้าเอาของจริงออกมาสอนโลกทั้งนั้น ธรรมนี้ไม่มีใครเชื่อไม่มีใครยอมนับถือ มรรคผลนิพพานไม่มีลบล้างหมด ศาสดาองค์เอกแท้ๆ สอนไว้มันไม่ยอมฟังเสียง หนาไหมพวกเราพิจารณาซิ ที่พูดนี้พูดอย่างเปิดหัวอกให้ท่านทั้งหลายฟัง มรรคผลนิพพานมีหรือไม่มีไม่ถามใครเลย นั่งอยู่ในท่ามกลางพระพุทธเจ้าและสาวกทั้งหลายว่าอย่างนี้ให้เต็มปากเต็มใจเรา

บรรดาพระอรหันต์ทั้งหลายท่านนั่งอยู่ในท่ามกลางแห่งกันและกัน เหมือนกับคนอยู่ในท่ามกลางมหาสมุทร น้ำมหาสมุทรอยู่ที่ไหนเป็นมหาสมุทรด้วยกันหมด จ่อลงตรงไหนเป็นมหาสมุทร น้ำมหาวิมุตติมหานิพพานจ่อปั๊บลงไปพอบรรลุธรรมปึ๋งถึงท่ามกลางมรรคผลนิพพานด้วยกันหมด เป็นอย่างนั้นนะ แล้วครึที่ไหนล้าสมัยที่ไหน ขอให้ปฏิบัติเถอะ ไม่ได้มากก็ขอให้เป็นอุปนิสัยปัจจัย การบำเพ็ญความดีเป็นความดีโดยแท้ การทำความชั่วชั่วโดยแท้ อย่าฝืนพระพุทธเจ้านะ.ศาสดาองค์เอกไม่มีคำว่าโกหก ไม่ได้เหมือนกิเลส กิเลสทั้งโคตรทั้งแซ่มันเป็นสกุลเป็นโคตรแซ่แห่งจอมโกหกทั้งนั้นละ พระพุทธเจ้าไม่มี สอนโลก

ให้เชื่อนะเชื่อพระพุทธเจ้าถ้าไม่อยากจมทั้งเป็น ท่านว่าบาป บุญ นรก สวรรค์มี อย่าอวดเก่งนะ ถ้าอวดเก่งจมแน่ๆ มรรคผลนิพพานมีอยู่ สวรรค์ พรหมโลก นิพพานมีใครเป็นคนสอนไว้ พระพุทธเจ้าพระองค์เดียวเป็นโลกวิทู รู้แจ้งโลกหมดแล้วนำมาสอนโลกผิดไปไหน ให้ฟังเสียงผู้ดีนะ ฟังเสียงผู้หูแจ้งตาสว่าง คนตาบอดอาศัยคนตาดีจูงไปให้ไปตามคนตาดี อย่าไปตามคนตาบอดด้วยกันมันจะลงเหวลงบ่อจมไปเลยนะ เอาละวันนี้พูดเท่านั้นละเหนื่อยแล้ว พอ

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก