ตาบอดตำหนิคนตาดี (ตอบปัญหา)
วันที่ 14 มกราคม 2550 เวลา 8:45 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๐

ตาบอดตำหนิคนตาดี

         (มีผู้มาถวายที่ที่อำเภอเขมราฐ จ.อุบลราชธานี เพื่อสร้างเป็นวัด) ที่เขมราฐมันไกล หาตัวตั้งตัวตีไม่ได้ ไม่ใช่ว่ารับสุ่มสี่สุ่มห้า เราทำอย่างนั้นไม่ได้ ถ้าลงรับตรงไหนเราต้องเป็นตัวประกันเลย เป็นเจ้าของ เป็นผู้รับผิดชอบทุกอย่างเลย ลงใจเรียบร้อยแล้วว่าสมบูรณ์แล้ว เอา รับ ถ้าไม่สมบูรณ์ไม่รับ อย่างนั้นนะ อย่างเขาใหญ่นี่ก็รับแล้ว ให้ท่านอุทัยไปอยู่ ท่านพอใจ เขามาถวายแล้วยังรับคำของเขาไม่ได้ ให้พิจารณาเสียก่อนนะ นั่น เรานิมนต์พระมาปรึกษากัน ได้ท่านอุทัย เห็นท่านอุทัยเป็นพระที่ดี พื้นเพดีมาดั้งเดิม ท่านอยู่ภูวัว แล้วลูกศิษย์ที่รองท่านชื่อท่านเสถียร นั่นก็ดี ผู้นั้นจะพาหมู่เพื่อนอยู่ด้วยความผาสุกร่มเย็นได้ไหม เท่าที่เป็นมาแล้วนี้ได้ว่างั้น เออ เอา แล้วท่านจะว่างพอไปรับทางโน้นได้ไหม ได้ ท่านก็ยอมรับกับเรา จึงได้เป็นวัดขึ้น ไม่ใช่ว่ารับสุ่มสี่สุ่มห้าทำอะไร

ที่คนมาถวายที่ให้เรานี้ โอ๋ย มากต่อมากนะ แต่เราไม่ได้รับสุ่มสี่สุ่มห้า วัดเสือก็เหมือนกัน เมืองกาญจน์ อันนั้นก็เอาท่านจันทร์มาปรึกษาหารือ เพราะย่านนั้นไม่มีกรรมฐานเลย ห่างมาก คือกรรมฐานไปอยู่ที่ไหนหลักเกณฑ์ก็คือเป็นผู้มีข้อวัตรปฏิบัติ ให้ความร่มเย็นแก่ตน แก่วัดแก่วาแก่ประชาชนได้แล้วก็ตั้งลงจุดนั้น ไม่ใช่ไปตั้งเป็นความเดือดร้อนแก่ประชาชนและตัวเองนะ เราทำไม่ได้ทำสุ่มสี่สุ่มห้าทำอะไร วัดเสือก็ให้ท่านจันทร์แหละอยู่ ท่านจันทร์เป็นพระวัดนี้ เป็นคนคลองด่าน สมุทรปราการ แต่เป็นพระวัดนี้ ตั้งแต่บวชปั๊บแล้วอยู่นี้ได้ ๖-๗ ปี ออกจากนี้ไปก็ไปทางเมืองกาญจน์ พอดีไปพบกันที่นั่น เขาถวายที่ เอาท่านมาปรึกษา ท่านเห็นดีด้วยแล้วเราก็มอบให้ท่าน จึงเป็นวัดเสือขึ้นมา

อย่างนั้นละเราทำอะไรไม่ได้ทำสุ่มสี่สุ่มห้านะ (มีพระมาอยู่ปฏิบัติแล้วไป ตอนนี้กลายเป็นวัดร้างไปเลยค่ะหลวงตา) ร้างก็ร้างเถอะ อย่าให้เรารับเลย ไม่เอาละ กำลังแก่กำลังจะตาย นี่เราก็จะร้างจากตัวเราอีกแล้ว วัดร้างคนร้างหลวงตาร้าง ตาย ไม่รับ ยุ่ง ไปเถอะ ไม่เอา ทุกวันนี้ยิ่งปล่อยทุกอย่างๆ แล้วนะ มีแต่ช่วยโลก สมบัติเงินทองข้าวของได้มามากน้อยนี้ออกช่วยโลกทั้งหมด เราไม่เอาเลย เราปล่อย ทำประโยชน์ให้โลกโดยสมบูรณ์ ตั้งแต่นำพี่น้องทั้งหลายช่วยชาติมาโดยลำดับลำดา

คิดดูซิน่ะ ขนสมบัติเงินทองข้าวของเข้าสู่หัวใจของชาติมากขนาดไหน ทองคำก็ตั้ง ๑๑ ตัน ๔๐๐ กิโลกว่านู่น ดอลลาร์ก็ตั้ง ๑๐ ล้านกว่า นอกจากนั้นเงินที่กระจายออกไปนี้ออกทั่วประเทศไทย เราไม่ได้เอาแม้บาทเดียว ไม่เอา เราทำอย่างนี้ทำประโยชน์ให้โลก เราทำจริงๆ ไม่ได้ทำเล่นนี่นะ ดีดดิ้นอยู่อย่างนี้ทั้งวันไม่มีเวลาว่าง แต่เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทั้งนั้น เราไม่เอาอะไร เราพูดตรงๆ เราพอทุกอย่างแล้ว บอกชัดๆ เลย

นี่ละการปฏิบัติธรรม เมื่อพอพอจริงๆ ไม่เอาอะไรทั้งนั้น ปล่อยหมดโดยสิ้นเชิง ไม่มีเหลือ นี่เราก็อยู่ไปอย่างนั้นละ อยู่กับโลกไป เราอยากไปเมื่อไรเราไปดีดผึงเดียวเลย พูดให้มันชัดเจน ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา จะไม่กลับมาเกิดอีก พูดให้มันชัดเจนอย่างนี้ ใครจะฟังก็ฟัง หรือใครจะว่าเราอวดอุตริมนุสธรรมให้อ้างคัมภีร์มา ได้คัมภีร์มาจากไหน มาคัดค้านเราที่เราดำเนินตามทางของศาสดาจนได้ผลเป็นที่พอใจมาแล้ว พูดความดีงามทั้งหลายให้เป็นสิริมงคลมหามงคลแก่พี่น้องชาวพุทธเรานี้ มันเสียไปตรงไหนจึงต้องมาว่าเล่าอวดอุตริมนุสธรรม

ผู้ที่ว่าเราอวดเอาคัมภีร์มาจากไหนเอามาอ้างกันเสีย ต้องเป็นอย่างนั้นซิความดี ดีต้องบอกว่าดี ชั่วต้องบอกว่าชั่ว นี่เราก็เป็นอย่างนั้น ปฏิบัติธรรมมานี้เอาจนกระทั่งจะเป็นตายด้วยกันนั้น ๙ ปี เอาจริงนะเราไม่ได้ทำเหมือนใคร นิสัยมันเป็นนิสัยอย่างนี้ ทางโลกเขาเรียกว่าผาดโผนโจนทะยาน แต่ธรรมเรียกว่าเด็ดเดี่ยวเฉียบขาด เอาเจ้าของก็แบบเดียวกัน ควรเป็น เป็น ควรตาย ตาย ฟัดกันเลย เป็นเวลา ๙ ปี ตกนรกทั้งเป็น จึงได้ผ่านขึ้นมา

พอผ่านขึ้นมาแล้วบอกจนกระทั่งวันเดือนปีเวลาสถานที่นะ เราบอกชัดเจน พระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่ตรงไหนบอกได้พูดได้ สาวกทั้งหลายบรรลุธรรมที่ไหนทำไมเราพูดไม่ได้ ธรรมอันเดียวกัน ของดีอันเดียวกันใช่ไหมล่ะ เสียหายที่ตรงไหน ทีนี้เราก็บอกผลของการปฏิบัติธรรมเราไปสิ้นสุดยุติลงที่หลังวัดดอยธรรมเจดีย์ เวลาห้าทุ่มเป๋ง วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ นั่นละตัดสินกันระหว่างกิเลสพาสัตว์โลกให้ตายกองกัน เราก็ตายกองกัน ได้ขาดสะบั้นลงในคืนวันนั้น ฟ้าดินถล่ม จะว่าเป็นอะไร

นั่นละเราเอามาสอนโลกนี้ อวดอุตริเหรอ เราจะเป็นจะตายใครไปเห็นเราทำ  เราทำจริงทุกอย่าง เมื่อได้ผลเป็นที่พอใจแล้วก็บอกว่าพอ พออย่างเลิศ จะเอาอะไรมาสรรเสริญก็สรรเสริญไปอย่างนั้น ตก ไม่ได้เลิศเลอเหมือนใจกับธรรมเป็นอันเดียวกัน อันนี้เลิศสุดยอดแล้ว เอาอะไรมาใส่ไม่อยู่ ตกหมด สรรเสริญก็ตก นินทาก็ตก ไม่เลิศเลอยิ่งกว่าธรรมภายในใจที่ว่าพอแล้วๆ เอาให้มันชัดเจนอย่างนั้นซิการปฏิบัติ

เพราะฉะนั้นการสอนธรรมเราจึงไม่มีคำว่าสะทกสะท้าน สามแดนโลกธาตุเราไม่เคยสะทกสะท้านกับสิ่งใด เทวบุตรเทวดา อินทร์ พรหม สอนได้ทั้งนั้น ธรรมเหนือโลกจะว่าไง โลกุตรธรรมแปลว่าธรรมเหนือโลก เราสอนมา นี่ก็วาระสุดท้ายจวนตัวเข้ามาเท่าไรเราก็เปิดออก ธรรมะเราเปิดออกๆ ใครจะว่าเราอวดอุตริมนุสธรรม เราพูดด้วยความเมตตาสงสารเป็นห่วงใย เราเองนี้ไม่ได้ห่วงใยเจ้าของ เราไม่ห่วง เราพูดจริงๆ ไปเมื่อไรได้ทั้งนั้น ไปกับอยู่อันเดียวกัน ธรรมชาตินี้พอทุกอย่าง ไม่รับแล้วในบรรดาสมมุติ แม้แต่ขันธ์ก็ไม่รับแล้ว ปล่อยกันแล้ว เป็นแต่เพียงว่าความรับผิดชอบอยู่เฉยๆ ที่จะให้ยึดให้ถือเหมือนแต่ก่อนไม่มี เราบอกตรงๆ อย่างนี้แหละ

เราช่วยชาติก็ช่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจ เต็มไปด้วยความเมตตาทั้งนั้นช่วยเวลานี้ เพราะฉะนั้นทำอะไรเราจึงไม่ทำสุ่มสี่สุ่มห้า เช่นอย่างถวายนั้นอันนี้อันนั้นรับสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้นะ ต้องเอาจริงเอาจัง อย่างเขาใหญ่ก็ให้ท่านอุทัยไปอยู่แล้ว รับตรงไหนเหมือนกัน วัดเสือก็ให้ท่านจันทร์มาอยู่ แล้ววัดภูริทัตตะอาจารย์เจี๊ยะ นั่นก็เขาถวายที่ เราก็หาตัวตั้งตัวตีที่จะมาเป็นหลักเป็นเกณฑ์ ก็ไปได้อาจารย์เจี๊ยะ ไปปรึกษาหารือกับท่าน แล้วขอให้ท่านมาเป็นสมภารเจ้าวัด ท่านก็มาเป็นให้จนกระทั่งท่านมรณภาพอยู่ที่นั่นเลย

อย่างนั้นละรับอะไรต้องเป็นอย่างนั้น ตัวตั้งตัวตีต้องยืนยันไว้ถึงจะรับ รับสุ่มสี่สุ่มห้าเราไม่เอา แล้วมีอะไรอีก (เขาคงเข้าใจดีละครับตามที่หลวงตาเทศน์) เออนั่นแล้วก็พูดให้เข้าใจ เราละสลดสังเวช แทนที่จะมาคิดเราว่าผิดถูกประการใดตามที่เขาโจทเขาฟ้องร้องมาว่าหลวงตาบัวอวดอุตริมนุสธรรม จะปรับสังฆาปาราชิกกับเรา แทนที่เราจะมาพิจารณาความบกพร่องของเรา ไม่มีเลย แล้วไปเกิดความสลดสังเวชกับคนที่หนาที่สุด ยังเหลือแต่ลมหายใจฝอดๆ นู่นน่ะไปสลดสังเวชคนนั้นต่างหาก เลยไม่มาสนใจกับเรา

ก็อันนี้มันจ้าครอบโลกธาตุจะมาสนใจกับอะไร พูดให้มันชัดเจน นี่ละผลแห่งการปฏิบัติธรรม มันครอบโลกธาตุหัวใจดวงนี้น่ะเวลามันจ้า กิเลสเท่านั้นปิดบังเอาไว้ไม่ให้มองเห็นอะไร พอเปิดกิเลสออกแล้วมันจ้าไปหมดเลย จะทำยังไง พิจารณาซิ นี่ละเอาธรรมอันนี้มาสอนโลก เราจึงไม่เคยสะทกสะท้าน เทวบุตรเทวดา อินทร์ พรหม สอนได้หมด เมื่อไม่เกี่ยวข้องกับเทวดา อินทร์ พรหมก็ไม่พูด เรื่องเกี่ยวกับ เทวดา อินทร์ พรหม มนุษย์มายุ่งไม่ได้ นั่นเข้าใจไหมล่ะ

ธรรมพระพุทธเจ้าสอนไว้ตรงไหนผิดที่ตรงไหน เทวดา อินทร์ พรหม ยม ยักษ์ที่ไหนๆ มีหมดที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ ตาดี หูแจ้งตาสว่างโลกวิทู บรรดาสาวกทั้งหลายผู้ใดที่มีความรู้ความฉลาดสามารถขนาดไหน ก็สงเคราะห์โลกได้ตามกำลังความสามารถของตนๆ จะมาปฏิเสธว่าสิ่งเหล่านี้ไม่มีด้วยความตาบอดของตนนี้มันสลดสังเวชนะ พวกตาบอดไปตำหนิคนตาดีมันสลดสังเวชไหม พิจารณาซิ คนตาบอดทั้งโลกไปตำหนิติเตียนคนตาดี เป็นยังไงฟังซิ

ใครตาดียิ่งกว่าพระพุทธเจ้า โลกวิทูรู้แจ้งโลกนอกโลกในตลอดทั่วถึง สาวกทั้งหลายเป็นลำดับลำดามา มีแต่โลกวิทูเต็มภูมิของท่านทั้งนั้น ไอ้เรามันตาบอดหูหนวกด้นเดาเกาหมัดเกาหมาไปอย่างนั้นละ แล้วก็หาเรื่องใส่อรรถใส่ธรรม ความสกปรกโสมมไปที่ไหนมันก็เลอะที่นั่นซิ ปากอมขี้เข้าใจไหม ปากพระพุทธเจ้าปากสาวกทั้งหลายปากอมธรรมนี่นะ ท่านพูดไปที่ไหนเป็นประโยชน์ที่นั่น นอกจากคนที่หมดค่าหมดราคาแล้วอย่างที่ว่านี้ละ มันเกิดตายกี่ครั้งมันก็กองกันอยู่อย่างนั้นละพวกนี้น่ะ เอาละพอ ถึงกาลเวลาที่จะพูดไม่ต้องบอกมันผางออกมาเลยละ

(โยมสันติชาวอินโดนีเซียกราบเรียนถามปัญหาภาวนา)

โยมสันติ       พลังความเย็นจากปลายเท้าขึ้นมา ต่อมาร่างกายแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนบนเป็นพลังความร้อน ตั้งแต่ท้องลงมาเป็นพลังความเย็น เมื่อคืนนี้เกิดพลังไม่ทราบร้อนหรือหนาว มีลักษณะหนักๆ ทำให้ปั่นป่วนจากศีรษะลงมา ทีแรกปวดหัวมาก พอลงมาถึงท้องท้องก็ปั่นป่วน เป็นแบบนี้ตลอด

หลวงตา       ให้หดกระแสของจิตเข้ามานี่เสีย เรื่องทั้งหลายจะค่อยสงบไป เข้าใจไหม มันออกจากใจแหละ พลังของใจพลังของจิต มีได้ตามนิสัยวาสนาของแต่ละรายๆ เรายึดเป็นพลังของจิตกระแสของจิตที่ออกไป เวลาจิตรวมตัวเข้ามาๆ พลังทั้งหลายนั้นก็จะรวมเข้ามาสู่ตัวของมันเอง เข้าใจเหรอ อย่าไปกังวลมาก

โยมสันติ       เมื่อวานนี้หลวงตาบอกให้หนูเข้าสมาธิ พอเข้าสมาธิมันกลับเป็นหนักขึ้นอีก แต่เมื่อคืนนี้หลับได้ มาตื่นเอาเช้าเลย

หลวงตา       หลับไม่หลับช่างหัวมันเถอะ เรื่องธาตุเรื่องขันธ์ อยากหลับก็หลับ ไม่อยากหลับก็ไม่หลับ ดูจิตให้ดีก็แล้วกัน ให้อยู่ในจิต จิตเป็นตัวสำคัญที่จะแสดงอาการต่างๆ ให้หลับไม่หลับ ให้จิตค่อยสงบเข้าอยู่ภายใน เรื่องทั้งหลายจะค่อยสงบไป เข้าใจเหรอ มันออกจากจิตทั้งนั้น เข้าใจแล้วนะ

(หลังให้พร) วันนี้เปิดธรรมออกมากอยู่ ออกหลายแบบด้วย ท่านปัญญามาอยู่วัดนี้ได้ ๔๐ ปี ทำประโยชน์ให้วัดนี้มากจริงๆ ยกศาลาหลังนี้ใครยกได้ท่านปัญญากับสองสามคนยกศาลาหลังนี้ คนทั้งบ้านเรายกไม่ได้นะ มีท่านปัญญายกได้ศาลาสองชั้น เก่งมาก ปัญญาสำคัญมากนะ ท่านปัญญานี่ฉลาดทุกอย่าง พอพูดอย่างนี้เราก็เลยทดลอง เราเขียนหลอกเด็กนั่นละทิ้งไว้ตัวใหญ่ๆ เขียนว่าอย่ายุ่ง เราว่าอย่างนั้น แผ่นใหญ่ แล้วท่านปัญญาท่านทำอะไรอยู่ เราไปมองเห็นเลยจับขึ้นมา อ่านได้ไหม ท่านฉลาดนะ คิดว่าอ่านได้ ท่านว่าอย่างนี้ เอา อ่านดูซิน่ะ แปลว่าอย่ายุ่งใช่ไหม ใช่แล้ว ยุ่งมันยุ่งอย่างไร ยุ่งอย่างนี้

เราเอานี้ไปทิ้งไว้นั่นแล้วเด็กเอาไปออกติดประกาศไว้นู่นอีก อย่ายุ่ง คนเลยมายุ่งเราทั้งวัน ขบขัน ท่านปัญญาท่านฉลาด สุขุมมากนะ ถ้าเป็นนักมวยแล้วเราต่อยท่านไม่ถูก ท่านอาจต่อยเราถูกไม่รู้กี่ครั้ง ท่านฉลาดนะ เราทำทุกอย่างทดลองดูทุกอย่างความฉลาดของฝรั่ง ฉลาดมากอยู่ บอกว่าอย่ายุ่ง อย่ายุ่งมันหมายความว่ายังไง อย่าอย่างนี้ ขบขันดี เดินไปพอดีฝนตกใหม่กำลังลื่น ทีนี้พระออสเตรเรีย ชอบตลกเป็นผ้าขาวมา เดินไปกับท่านปัญญาเดินตามมา ไปถึงนั้นลื่นจะล้ม ทีนี้พอมามองเห็นเรา อันตราย ขบขันดีนะ ทีแรกเดินไปนี้พอลื่นจะล้ม พอมองไปเห็นเราอันตราย อย่างนั้นละออสเตรเลียชอบตลก

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก