งมปลานอกสุ่ม
วันที่ 17 มกราคม 2550 เวลา 8:40 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๐

งมปลานอกสุ่ม

         (วัดป่าสุขวนาราม ต.ห้วยไร่ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ถวายสถานีเสียงธรรมเพื่อประชาชน รับสัญญาณออกอากาศผ่านดาวเทียมจากสถานีแม่ข่ายวัดป่าบ้านตาดร้อยเปอร์เซ็นต์ ได้ทดลองออกอากาศตั้งแต่วันที่ ๕ พ.ย.๔๙ เป็นต้นมา แด่องค์หลวงตา) เดี๋ยวนี้สถานีวิทยุไปเกือบจะทุกจังหวัดแล้วมัง ส่วนภาคทุกภาคแล้ว (ไม่จำเป็นต้องทุกจังหวัดครับ เพราะบางจังหวัดใกล้กันรับฟังกันได้) สถานีร้อยเอ็ดรู้สึกกว้างขวางมาก ชัดเจนเสียด้วย เปิด ๒๔ ชั่วโมง

ก็พอดีกับความดำริที่เราได้คิดไว้แต่ต้นตรงกันเป๋งเลย ไม่ผิด ที่จะนำพี่น้องทั้งหลายช่วยชาติคราวนี้ เราจะเป็นผู้นำ ว่างั้นนะ คนจะต้องเล็งทางด้านวัตถุมาก นำนี่ต้องนำทางด้านวัตถุ เศรษฐกิจบ้านเมืองอะไรต่ออะไรไป แต่เราไม่ไปอย่างนั้น มันพลิก คราวนี้คราวอรรถธรรมจะได้กระจายออกสู่หัวใจประชาชนชาวพุทธ ในประเทศไทยเรา แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ทางด้านวัตถุก็หยุดลงไปแล้ว วัตถุที่ช่วยชาติบ้านเมืองอะไร ทางด้านวัตถุแม้มีก็ประปรายนิดหน่อย แต่ธรรมะนี้ยิ่งกระจายออกไปเวลานี้ ออกไปทั่วหมดเลย ธรรมะจะได้เข้าสู่หัวใจคนในคราวนี้ แล้วก็เป็นจริงๆ ด้วย ทางด้านวัตถุสงบเงียบไปแล้ว ทางด้านธรรมะยิ่งกระจายออก เกือบร้อยสถานีแล้ว

แล้วก็สมเหตุสมผลด้วย ธรรมะที่เราแสดงนี้เราไม่มีข้อข้องใจสงสัยอะไรว่าจะผิดไป ไม่ว่าธรรมะขั้นใดที่ออกจากหัวใจเราจริงๆ เราปฏิบัติรู้เห็นมากน้อยเพียงไรเป็นสมบัติของตัวๆ แล้วกระจายออกไปอย่างแน่ใจๆ ไม่มีคำว่าลูบๆ คลำๆ ไม่ว่าขั้นใดของธรรม นั่นละภาคปฏิบัติเป็นอย่างนั้น พอรู้เข้าไปปั๊บเป็นสมบัติของตนพร้อมแล้วๆ ส่วนภาคการเรียนนั้นเป็นความจำ มันหลงลืมไปๆ ภาคปฏิบัตินี้ไม่เป็นอย่างนั้น พอปรากฏขึ้นมานี้เป็นสมบัติของตนพร้อมไปเลย เป็นเรื่อยๆ ไปเลย

เวลานี้ธรรมะกำลังกระจายออกไปเกือบร้อยสถานีแล้ว กระจายออกไปเรื่อยๆ ถ้าธรรมะเข้าสู่หัวใจคนเข้าไปมากน้อย ก็จะเป็นเหมือนกับน้ำดับไฟ ค่อยสงบร่มเย็น ได้ข้อคิดข้ออ่านต่างๆ จากอรรถจากธรรมของจอมปราชญ์คือศาสดาองค์เอกนำธรรมมาสอนโลก แล้วเอากิ่งแขนงของธรรมเหล่านั้นมาตามกำลังของเราที่จะแนะนำสั่งสอนได้มากน้อย ตลอดถึงผู้ฟังจะได้มากน้อยเพียงไร ก็ได้ไปตามสัดตามส่วนแห่งกำลังของตนนั่นแหละ

ธรรมะที่เราแสดงนี้เรียกว่าเราไม่สงสัยเลย คือออกจากนี้ทั้งนั้นๆ ไม่สงสัยในธรรมทุกขั้นว่าจะผิดไป ไม่ผิดว่างั้นเลย เพราะได้ผ่านมาแล้วทุกอย่าง บวกลบคูณหารเจ้าของผ่านมาหมดแล้ว ทีนี้ก็ออกกระจายแหละ ก็มีแต่สำเร็จรูปเรียบร้อยแล้วออกๆ ไปเลย ผู้ปฏิบัติธรรมนี้อยู่ที่หัวใจนะสำคัญ พุทธศาสนาลงที่หัวใจ การปฏิบัติตามกิ่งก้านสาขาดอกใบอะไรไปอย่างนั้นก็ถูก แต่ทางจิตตภาวนานี้เป็นรากเหง้าสำคัญมาก ลงได้อันนี้แล้วมันจะกระจายออกๆ กว้างออกๆ ลึกซึ้งมากเข้าไปโดยลำดับ

จึงได้เห็นความลึกซึ้งของจิตใจ เวลาธรรมได้เบิกกิเลสออกๆ เปิดกว้างออกเท่าไรก็ยิ่งกระจายออกไป สิ่งไม่เคยรู้รู้ สิ่งไม่เคยเห็นเห็น ที่ไม่รู้ไม่เห็นคืออะไร คือกิเลสปิดไว้ๆ พอธรรมะเบิกออกๆ มันเห็นละซิที่นี่ ไม่งั้นพระพุทธเจ้าจะได้ทรงพระนามว่า โลกวิทู เหรอ รู้แจ้งโลกก็รู้แจ้งจากพระทัยนี้กระจายออก ตีกิเลสเบิกกว้างออกๆ ธรรมะกระจายออกไปเรื่อยๆ จึงเรียกว่า โลกวิทู รู้แจ้งโลก โลกนอกโลกในตลอดทั่วถึง โลกผีโลกคน โลกเทวบุตรเทวดา โลกนรกอเวจี รู้หมด จึงเรียกว่า โลกวิทู รู้แจ้งโลก

ทั้งสามโลกนี้รู้แจ้งไปหมด เรียกว่า โลกวิทู ใจนี่เวลาได้เปิดออกแล้วเป็นอย่างนั้น เป็นตามนิสัยวาสนา ภูมิของศาสดาเป็นภูมิชั้นยอดเยี่ยมแล้ว จากนั้นก็ตามภูมิของท่านผู้ปฏิบัติธรรม นิสัยวาสนาเป็นยังไงก็รู้กว้างขวางลึกซึ้งไปตามกำลังนิสัยวาสนาของตนนั้น แต่ผลก็คือความสงบความเย็นใจสบายใจสบายไปเรื่อยๆ เบาเรื่อยๆๆ ไป ถ้าธรรมเข้าสู่ใจเป็นอย่างนั้น

ถ้ากิเลสเข้าสู่ใจมีแต่ฟืนแต่ไฟเผาไหม้กันทุกแห่งหนตำบลหมู่บ้าน ไม่เลือกว่ากิเลสจะไม่เผาสัตว์โลก เผาที่หัวใจ แสดงออกมาตามกิริยาต่างๆ มีแต่ความดิ้นรนกระวนกระวาย ล้วนแล้วตั้งแต่กิเลสผลักดันออกมาให้ดีดให้ดิ้นทั้งนั้น ถ้าธรรมออกมาแล้วราบรื่นดีงามไปทุกอย่าง กิริยาเคลื่อนไหวไปมาอะไรจะออกจากธรรมที่เป็นความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว สงบร่มเย็นไปเรื่อยๆ ถ้ากิเลสออกแล้วเป็นฟืนเป็นไฟไป ต่างกันอย่างนี้นะ อยู่ที่หัวใจดวงเดียว เพราะฉะนั้นใจนี้จึงบรรจุได้ทั้งกิเลสและธรรม เมื่อชำระกิเลสออกไปแล้วใจก็เบิกกว้างออก ความผาสุกร่มเย็นความสว่างไสวจะปรากฏขึ้นเรื่อยๆ

นี่ก็ได้ฟังทุกวันอย่างเทศน์เดี๋ยวนี้นะ อย่างเราพูดอยู่ที่ศาลาเวลานี้ก็ออกทั่วประเทศไทย ออกทางวิทยุทั่วประเทศไทยทุกเช้าๆ ตามแต่เราพูดหนักเบามากน้อย ออกทุกวัน พี่น้องชาวพุทธเราได้ฟังเสียงอรรถเสียงธรรม อรรถธรรมที่เราแสดงนี้แสดงด้วยความแน่ใจเสียด้วย ไม่ใช่แสดงด้วยความลูบๆ คลำๆ มาสอนโลกนะ ไม่เป็น แม่นยำๆ อยู่ในจิตใจ ออกมามากมาน้อย หนึ่งเป็นหนึ่ง สองเป็นสองเต็มตัวๆ ไปเลยไม่บกพร่อง ธรรมที่ออกจากหัวใจพระพุทธเจ้าสาวกทั้งหลายเป็นอย่างนั้นละ สอนโลกจึงร่มเย็น ท่านร่มเย็นก่อนแล้ว

พระพุทธเจ้าก็เป็นเอกละ ความร่มเย็น บรมสุขก็คือศาสดาองค์เอกเป็นผู้ครองก่อนสัตว์โลกทั้งหลาย จากนั้นก็สาวกอรหัตอรหันต์ครอง แล้วท่านผู้มีศีลมีธรรมได้ไปมากน้อยก็ไปครองหัวใจให้มีความสงบร่มเย็น มีฝั่งมีฝา การประพฤติเนื้อประพฤติตัวอะไรๆ มีขอบมีเขตมีเหตุมีผลมีหลักมีเกณฑ์ ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่นดีงามถ้าธรรมพาเดิน ถ้ากิเลสพาเดินระเกะระกะตกเหวตกบ่อไปอย่างนั้นตลอด จึงหาความสุขไม่ได้ถ้ากิเลสพาก้าวเดิน ถ้าธรรมพาก้าวเดินเป็นความราบรื่นดีงามนะ

วันนี้ก็พูดเพียงเท่านี้ละไม่พูดมาก ต่อไปนี้เราก็มีธุระของเราไป มีตั้งแต่ช่วยโลกทั้งนั้น เกิดมาในชาตินี้เรียกว่าเราได้ทำประโยชน์ให้โลกเต็มกำลังความสามารถของเรา ท่านทั้งหลายจะพิจารณาตามหรือไม่พิจารณาก็แล้วแต่ แต่สำหรับเราดีดเราดิ้นนี้เพื่อโลกทั้งนั้นเลย ไม่ได้เพื่อเรา เราพอทุกอย่าง เราไม่เอาอะไรทั้งหมด แต่การดีดการดิ้นก็ดีดดิ้นเพื่อโลกเพื่อสงสารอยู่อย่างนั้นละวันหนึ่งๆ เราไม่ได้ว่าง ไม่ได้ว่างเพื่อสงเคราะห์โลกนั้นแหละ สงเคราะห์เราเราบอกตรงๆ เราหมดทุกอย่างแล้ว เราไม่มีอะไรจะสงเคราะห์ พอแล้วด้วยความอัศจรรย์ล้นโลกล้นสงสาร คือหัวใจกับธรรมเป็นอันเดียวกัน นั่นละจึงเรียกว่าพอแล้วอย่างเลิศเลอ

หัวใจพระพุทธเจ้าหัวใจพระอรหันต์เป็นหัวใจที่พอแล้วอย่างเลิศเลอ นอกนั้นไม่มีอะไรเลิศเลอ ถึงพอก็พอไม่เลิศเลอ เหมือนใจกับธรรมเป็นอันเดียวกันนี้เรียกว่าพออย่างเลิศเลอ สุขก็เรียกว่าบรมสุข ให้พากันตั้งใจประพฤติปฏิบัติ อย่าห่างเหินจากศีลจากธรรม แหวกแนวไปหาความสุขความเจริญเหมือนงมปลานอกสุ่ม งมปลานอกสุ่มเป็นยังไง นอกสุ่มนอกแหมันไม่ได้เรื่องละ ต้องงมในสุ่มในแห อันนี้หาความสุขความเจริญต้องหาด้วยศีลด้วยธรรม หาด้วยอำนาจของกิเลสตัณหาเป็นไฟเผาโลกนะ

อย่างทุกวันนี้โลกกว้างแสนกว้างขนาดไหน นั่นละไฟกว้างขนาดนั้น เปลวจรดเมฆๆ มีแต่ไฟของกิเลสตัณหา น้ำดับไฟคือธรรมไม่มีจึงหาความสงบร่มเย็นไม่ได้ ใครว่าที่ไหนเจริญๆ ก็ลูบๆ คลำๆ ไป ไม่ได้เป็นความแน่นอนนะ ถ้าธรรมภายในใจมีมากมีน้อยมันหากพอดีกับตัวเองๆ เป็นลำดับลำดาไป เอาละต่อไปนี้จะให้พร

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก