บิณฑบาตศาล
วันที่ 5 กรกฎาคม. 2544
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔

บิณฑบาตศาล

สรุปทองคำและดอลลาร์วันที่ ๔ ดอลลาร์ได้ ๔,๑๖๙ ดอลล์ ทองคำที่มอบเข้าคลังหลวงแล้วเวลานี้ ๒,๗๕๐ กิโล ทองคำที่ได้หลังจากฝากและมอบแล้วนั้นเวลานี้ได้ ๘ กิโล ๓ บาท ๙๔ สตางค์ นี่ลูกศิษย์ลูกหาก็ลงความเห็นกันว่าอยากถอนเงินมาซื้อทองคำ เราพร้อมอยู่แล้วก็เริ่มถอนจากเงิน ๘๐๖ ล้าน ไปคราวนี้ถอนออกซื้อทองคำ ๑๐๐ ล้าน ๘ แสน ๖ หมื่นบาท

เราช่วยโลกนี้เราช่วยด้วยความบริสุทธิ์จริง ๆ นะ เพราะฉะนั้นคำติหนิติชมอะไรเราจึงไม่สนใจฟัง นอกเหนือไปจากเหตุผลซึ่งเป็นเรื่องของธรรมล้วน ๆ ที่จะทำประโยชน์ให้โลกเท่านั้น เรามีเท่านั้น เราจึงได้เตือนบรรดาพี่น้องชาวพุทธทั้งหลาย อย่าถือเราว่าเป็นภัยเป็นเวร ถือเป็นข้าศึกศัตรูต่อผู้หนึ่งผู้ใด ผิดทั้งนั้นนะบอกตรง ๆ อย่างนี้เลย ในชีวิตของเราก็ไม่เคยได้ทุ่มเทกำลังวังชาต่อพี่น้องชาวไทยอย่างนี้ เบื้องต้นเราก็เอาเต็มเม็ดเต็มหน่วยที่จะฆ่ากิเลสภายในใจของเราก็สมมักสมหมาย กิเลสพังลงไปแล้วก็มาช่วยโลกเป็นลำดับลำดา ไม่ได้คิดอ่านอะไรเกี่ยวข้องกับบ้านเมืองนี้เลย สั่งสอนอบรมไปเรื่อย ๆ

ทีนี้บ้านเมืองมันก็อยู่ด้วยกัน กลางบ้านกลางเมือง เราอยู่ในกลางเมืองไทยจะว่าไง อะไรมากระเทือน ลมโชยมาที่ไหนมันก็มากระเทือนกิ่งทางด้านนั้น ๆ ทิศใต้ ทิศเหนือ ตะวันตก ตะวันออก จากกิ่งไม้ในต้นเดียวกันนั้นมันก็กระเทือนถึงต้นมันล่ะซิ อันนี้เรื่องราวอะไรทั่วประเทศไทย ก็มาเกี่ยวโยงกับเราที่อยู่ในศูนย์กลางซึ่งจะช่วยชาติ ไม่ตั้งใจว่าจะช่วยชาติ แต่กระเทือนเข้า ๆ ต้นมันก็กระเทือนด้วยกันล่ะซิ นี่ละเหตุที่จะได้ออกมาช่วยพี่น้องทั้งหลาย การมาช่วยชาติบ้านเมืองเราก็ไม่ได้มีอะไรว่าจะเกิดขึ้น ๆ แต่ว่าการเกิดขึ้นก็เรื่องความสกปรกกับความสะอาดมันก็เป็นของคู่กันมา จะว่าเป็นข้าศึกต่อผู้ใดเราไม่เคยคิดนะ แต่เรื่องความสกปรกกับความสะอาดต้องชะล้างกันเป็นธรรมดา เป็นอย่างนี้มา คติของโลกปฏิบัติมาอย่างนี้

ทีนี้เราก็ดำเนินมาถึงขณะที่ว่านี้ พูดสรุปเอาเลย ที่เราช่วยโลกนี้เราไม่มีอะไรกับโลกเลยขอให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วหน้ากัน บอกว่าเราไม่มีแม้เม็ดหินเม็ดทราย เรื่องสมมุติที่จะเข้ามาผ่านหัวใจเราไม่มี พูดให้มันตรงศัพท์ตรงแสงเลยว่า เราพูดอย่างยันเลยเต็มหัวใจจนกระทั่งป่านนี้ไม่มีความเคลื่อนไหว ว่านิพพานเที่ยงผิดไปไหนว่าอย่างนั้นเลย พอกิเลสขาดสะบั้นออกไปจากหัวใจ กิเลสนี้เป็นตัวเหตุก่อทุกข์ให้สัตวโลกไม่มีเวล่ำเวลา ตั้งกัปตั้งกัลป์ก่อมาอย่างนี้ สัตวโลกทั้งหลายได้รับความทุกข์ทรมานอย่างนี้ ได้ฟาดกับกิเลสนี้ขาดสะบั้นลงจากหัวใจ ตั้งแต่บัดนั้นไม่เคยมีทุกข์แม้เม็ดหินเม็ดทรายเข้ามาแทรกหัวใจดวงนี้ได้เลย เพราะกิเลสสิ้นไปแล้ว

กิเลสเป็นตัวสร้างทุกข์ให้เกิดขึ้นมาในหัวใจ กิเลสสิ้นซากไปแล้วทุกข์จะมาจากไหน ก็มีแต่บรมสุข ธรรมล้วน ๆ ธรรมธาตุล้วน ๆ เต็มหัวใจ ไม่ทูลถามพระพุทธเจ้า เข้าถึงกันเองเลย เหมือนน้ำมหาสมุทรไหลมาจากสายต่าง ๆ ทั่วฟ้าดินแดนของเรา ลงมหาสมุทรทั้งนั้น แม่น้ำไหลลงนั้น เวลามาตามสายต่าง ๆ หรือตกลงจากฟ้าก็ลงมามหาสมุทร ฝนบนฟ้าก็หมดปัญหาไป เป็นน้ำมหาสมุทรไปเลย ทีนี้แม่น้ำสายต่าง ๆ ที่ไหลลงมา ๆ เวลายังไม่ถึงมหาสมุทรก็เรียกว่าสายนั้น ๆ คลองนั้น ๆ พอเข้าถึงมหาสมุทรแล้วเรียกมหาสมุทรอันเดียวกันหมด

ไอ้ที่ว่าคลองนั้นคลองนี้ไม่มีความหมายเลย นี้ฉันใดก็เหมือนกัน บรรดาพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์เป็นธรรมธาตุไหลเข้าถึงกันหมดเลย บรรดาสาวกทั้งหลายซึ่งเป็นผู้สร้างบารมีมาเปรียบเหมือนกับแม่น้ำสายต่าง ๆ นี้ เมื่อสร้างบารมีหนาแน่นขึ้นมา ๆ เท่ากับน้ำนี้ไหลใกล้เข้ามา ๆ มหาวิมุตติมหานิพพานซึ่งเทียบกับมหาสมุทร พอถึงนั้นแล้วปึ๋งเท่านี้ ทีนี้สายต่าง ๆ ที่ว่าสร้างบารมีมาเท่านั้นๆ หมดความหมาย เป็นแม่น้ำมหาสมุทรด้วยกันหมด อันนี้ก็เป็นธรรมธาตุด้วยกันหมด

พอจิตถึงขั้นบริสุทธิ์แล้วไม่ต้องทูลถามพระพุทธเจ้า ปึ๋งเข้าทีเดียวเป็นมหาสมุทรด้วยกันแล้ว เป็นธรรมธาตุด้วยกันหมดแล้ว ไม่มีอะไรที่จะถามกันแหละ พระพุทธเจ้าคืออะไร ก็คือนี้เท่านั้นพอ เหมือนกับน้ำเราตักขึ้นมาจากมหาสมุทร น้ำคืออะไร เอาออกมาจากมหาสมุทรถ้าดึงขึ้นมาก็ดี เทลงไปมันก็เป็นมหาสมุทรอยู่ตามเดิม

นี่ละจิตดวงนี้เมื่อไปถึงขีดถึงแดนแล้วเป็นอย่างนั้นด้วยกัน ไม่มีใครจะถามกันแหละ ท่านบอกว่า สนฺทิฏฺฐิโก ผู้ปฏิบัติเท่านั้นจะพึงรู้เองเห็นเอง คนอื่นไม่มีสิทธิจะไปรู้ได้เห็นได้ ทีนี้บรรดาพระพุทธเจ้าทั้งหลายก็แบบเดียวกัน สนฺทิฏฺฐิโก เต็มพระทัย ๆ แล้วสาวกทั้งหลายที่เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าแต่ละองค์มีจำนวนขนาดไหน เป็น สนฺทิฏฺฐิโก ด้วยธรรมธาตุล้วน ๆ แล้วไม่ทูลถามพระพุทธเจ้า พูดแล้วสาธุเราเองเราก็ไม่เคยทูลถามพระพุทธเจ้า จะทูลถามหาอะไรก็นี้แม่น้ำมหาสมุทร นี้ธรรมธาตุอันเดียวกัน พอจ่อปึ๊บเข้าไปกระเทือนถึงกันหมดแล้วถามท่านหาอะไร

นี่ละเอาธรรมอันนี้มาสอนพี่น้องทั้งหลาย ให้พากันเข้าอกเข้าใจ เราไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยต่อผู้ใด จึงวิตกวิจารณ์กับชาติบ้านเมือง จะทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่องอะไร มันก็เป็นเรื่องของชาติไทยเรา เป็นแขนซ้ายแขนขวาทะเลาะกัน เราจะหวังเอาความชนะกับแขนซ้ายเพราะไปตีแขนขวาจนแขนขวาหักมีเกียรติไหมพิจารณาซิ หรือเอาแขนขวามาตีแขนซ้ายหรือฟันแขนซ้ายให้แขนซ้ายขาด แขนขวามีชัยชนะ มีชัยชนะยังไงเอ้าว่าซิ ไม่ว่าแขนใดขาดลงไปจะว่าแขนใดชนะแขนใดแพ้พูดไม่ได้เลยใช่ไหม นี่อวัยวะของเรา แขนซ้ายแขนขวาเป็นอวัยวะของเรา

อันนี้ชาติบ้านเมืองของเราในวงราชการต่าง ๆ จะมีการทะเลาะเบาะแว้ง ก็เท่ากับแขนซ้ายแขนขวาของชาติบ้านเมืองนั่นเอง เมื่อทะเลาะเบาะแว้งกันขึ้นก็เรียกว่าเริ่มแล้ว แขนซ้ายแขนขวาของคนทั้งสองนี้จะทำลายอวัยวะของตัวเอง เมื่อแขนซ้ายแขนขวาได้ขาดวิ่นไปมากน้อยเพียงใด นั่นละเริ่มเสียแล้ว นี้ละที่เราวิตกวิจารณ์กับชาติบ้านเมืองเรา เราเป็นชาติแห่งชาวพุทธ เราเป็นลูกชาวพุทธด้วยกัน เราไม่อยากได้ยินได้ฟังถึงเรื่องการทะเลาะเบาะแว้งซึ่งความแตกร้าว ให้เป็นความพินาศฉิบหายต่อชาติไทยของเรา ซึ่งเป็นชาติแห่งชาวพุทธ ไม่สมควรอย่างยิ่ง

ขอให้พี่น้องทั้งหลายเฉพาะอย่างยิ่งวงราชการวงรัฐบาล ซึ่งเป็นผู้นำของพี่น้องชาวไทย เขาจ้องที่จะเดินตามเราอยู่ อย่าพาเขาเดินลงเหวลงบ่อ ให้พากันดำเนินเดินไปเพื่อความราบรื่นดีงามด้วยกันทั้งแขนซ้ายแขนขวา ทุกฝ่ายที่ว่ากรณีทะเลาะเบาะแว้งกันหรือฟ้องร้องอะไรกัน มันเป็นเรื่องแขนซ้ายแขนขวาที่จะทำลายกันเข้าสู่อวัยวะส่วนใหญ่คือชาติไทยของเราทั้งนั้น เราจึงไม่อยากพบอยากเห็น จึงอยากขอบิณฑบาตกับวงราชการต่าง ๆ เฉพาะอย่างยิ่งซึ่งเวลานี้กำลังทะเลาะเบาะแว้ง ฟ้องร้องกันอยู่นี้ มันเป็นเรื่องแขนซ้ายแขนขวาจะทำลายชาติไทยของเราให้ขาดสะบั้นไปเท่านั้น ไม่ใช่เป็นของดี จึงขอบิณฑบาต เรื่องธรรมเป็นไปได้นะ

เรื่องโลกของเขาคนนั้นก็จะว่า คนนี้ก็จะเอา ชิงดีชิงเด่น แต่ล้วนแล้วก็ชิงฟืนชิงไฟมาเผาไหม้กัน ไม่ใช่ธรรม จะทำโลกให้พินาศฉิบหายได้ เรื่องธรรมแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตขึ้นมาจากไหนก็มีสาเหตุที่จะเกิดขึ้น เกิดขึ้นจากใคร ระงับผู้นั้น ผู้นั้นระงับตัวเองพิจารณาตัวเอง จะเป็นกลุ่มเป็นก้อนเป็นพวกเป็นคณะ ปรึกษาหารือกันเอง ตกลงกันด้วยอรรถด้วยธรรมด้วยคุณงามความดี แล้วเรื่องราวเหล่านี้สงบ ฟ้องกี่ศาลก็ตามเถอะเราเป็นคนฟ้องเอง คนชาติไทยของเราเป็นคนฟ้องเองเป็นคนทะเลาะกันเอง คนชาติไทยระงับไม่ได้ใครจะระงับได้

ชาติไทยของเราไม่ใช่ชาติคนโง่ ผู้ที่เป็นผู้นำเวลานี้ไม่ใช่คนโง่นะ มีแต่คนฉลาดทั้งนั้น ๆ มานำพี่น้องชาวไทยเรา เราจึงไม่อยากเห็นที่ว่าเอาแขนซ้ายแขนขวามาฟัดกัน แล้วก็มาฟันหัวอวัยวะให้ขาดสะบั้นไปตามแขนซ้ายแขนขวานี้ไม่อยากฟังนะ ทีแรกก็ทะเลาะเบาะแว้งกันกระเทือนเข้ามาถึงชาติไทย ซึ่งเท่ากับหัวใจของชาติ หัวของชาติขาดสะบั้นไปตาม ๆ กันนี้เราไม่อยากพบอยากเห็น ในนามของเราเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลายด้วยความเมตตาสุดส่วนนี้ เราไม่อยากพบอยากเห็น

ถ้าท่านทั้งหลายยังกราบพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ลงคออยู่ ขอให้พิจารณาเรื่องเหล่านี้ ควรยกเลิกให้ยกเลิกกันเสีย ดีกว่าที่จะมาแข่งขันชิงดีชิงเด่นซึ่งเป็นการทำลาย เอาเมืองไทยเป็นสนามรบฟันกันแหลกกันในเมืองไทยนี้ ไม่อยากพบอยากเห็นในวงชาวพุทธเราเลย อะไรที่จะดิบจะดีให้เปิดทางให้กัน เราต่างคนต่างจะเป็นผู้นำ เวลานี้เขายกย่องว่าเราเป็นผู้รู้ผู้ฉลาด สามารถที่จะนำบ้านเมืองให้เป็นสิริมงคลแล้ว มันมากลับตาลปัตร จะมาทะเลาะเบาะแว้งฆ่าฟันรันแทงกัน เอาชาติไทยของเราเป็นสนามรบเผากันแหลกนี้ ไม่สมควรอย่างยิ่งแก่ผู้ที่เรียนมาสูง ๆ มาเป็นผู้นำต่อชาติบ้านเมือง จะผิดหวังคนทั้งประเทศ

ในปัจจุบันนี้ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ให้เล็งให้ดี แล้วอันดับที่ว่าเลิศก็คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านจะเสียพระทัยขนาดไหนเวลานี้ เพียงตั้งแต่เห็นลูกเต้าของท่านทะเลาะเบาะแว้งเท่านั้น พระองค์จะสบายพระทัยได้ยังไงพิจารณาซิ พระองค์อยากทราบอยากเห็นที่ว่าลูกของท่านทั้งหลายมีความสงบ เจียมตัว มีความรู้เหตุรู้ผล มีความระงับดับพิษภัยทั้งหลายเข้าสู่ความดีงามต่อกัน แล้วจะเป็นกลุ่มเป็นก้อนอันหนาแน่นมั่นคงต่อชาติไทยของเรา แล้วจะเป็นสง่าราศีต่อไป นอกจากเมืองไทยเรามีความสงบร่มเย็นแน่นหนามั่นคงขึ้นแล้ว ยังจะได้รับความชมเชยจากบรรดาพี่น้องทั้งหลายทั่วหน้ากันอีกนะ แล้วยังชมเชยจากเมืองนอกเมืองนาว่าเมืองไทยนี้สมจริงว่าเป็นลูกชาวพุทธ มีศาสนาเป็นผู้นำตลอดมา

เฉพาะอย่างยิ่งก็หลวงตาบัวเวลานี้กำลังนำพี่น้องทั้งหลาย ไม่ได้มีเจตนาแม้เม็ดหินเม็ดทรายนะว่าจะเอาไฟมาเผาพี่น้องทั้งหลายให้เกิดเรื่องเกิดราว โดยหลวงตาบัวเป็นคู่กรณีต่อโลกต่อสงสาร หลวงตาบัวไม่มี ขอให้พิจารณาให้เรียบร้อยนะ เราไม่มี ดีบอกว่าดี ชั่วบอกว่าชั่ว เป็นธรรมดาของการชำระสิ่งสกปรก ก็ต้องเอาน้ำสะอาดชำระ น้ำธรรมเป็นน้ำที่สะอาดควรที่จะตายใจได้แล้วที่นำมาสอนโลก แล้วคำสอนของเราที่นำมาสอนโลกนี้ เราก็ได้ปฏิบัติต่อตัวของเราเองจนถึงขนาดที่ว่า ฟังอีกทีหนึ่ง นี่ละผลของเราที่ปฏิบัติอย่างเด็ดเดี่ยวเฉียบขาดต่อความชั่วช้าลามกในหัวใจของเรา ด้วยอรรถด้วยธรรมอย่างเฉียบขาดเช่นเดียวกัน ถึงขนาดที่ว่ากิเลสความชั่วช้าลามกได้พังทลายลงไป ตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ บนหลังเขาวัดดอยธรรมเจดีย์ จังหวัดสกลนคร เวลา ๕ ทุ่มเป๋งพอดี

นั่นคือความดี นั่นคือธรรมระงับดับพิษดับภัยทั้งหลายออกจากหัวใจ แดนโลกธาตุในหัวใจเรานี้กระจ่างแจ้งทั่วกันหมด นี้คือผลแห่งการปฏิบัติตามธรรม ให้ความสงบร่มเย็นแก่ตนเองเต็มสัดเต็มส่วน คำว่าทุกข์ในหัวใจเราไม่เคยมีตั้งแต่บัดนั้นมาจนกระทั่งบัดนี้ มีตั้งแต่เรื่องธาตุเรื่องขันธ์เจ็บไข้ได้ป่วย เพราะเป็นสมมุติด้วยกัน แต่ไม่สามารถที่จะเข้าถึงใจได้ นี่คือผลแห่งการปฏิบัติธรรม ทำประโยชน์แก่โลกขนาดไหน เราเอาธรรมที่เป็นประโยชน์แก่หัวใจเราเต็มที่แล้วมาสอนโลก ทำไมธรรมอันนี้จะเป็นพิษเป็นภัย ก่อฟืนก่อไฟเผาพี่น้องทั้งหลาย ถ้าปฏิบัติตามธรรมนี้แล้วบ้านเมืองของเรานี้จะสงบร่มเย็นลงไปโดยลำดับ จนกระทั่งสงบร่มเย็นอย่างราบคาบ เป็นที่ยกยอสรรเสริญของคนทั้งชาติไทยเรา และเป็นที่ชมเชยของคนเมืองนอกเมืองนาทั่ว ๆ ไปหมด

นี่อำนาจของธรรม เมื่อนำมาปฏิบัติแล้วจะทำโลกให้ร่มเย็นเป็นสุขไปโดยลำดับ การที่เรื่องทะเลาะเบาะแว้งนั้นก็เป็นเรื่องของกิเลสโดยตรง ๆ คนดีก็มีกิเลส คนชั่วก็มีกิเลส ระหว่างกิเลสกับคนดีนั้น คนดีมีกิเลสมันฟัดกันก็มีทะเลาะเบาะแว้ง เราเป็นลูกของกิเลสเป็นกองเพลิงของกิเลสได้ด้วยกันนั่นแหละ เพราะฉะนั้นจงต่างคนต่างน้อมตัวเข้าไปสู่อรรถธรรม ทั้งคนดีมีกิเลสทั้งคนชั่วมีกิเลส ให้ทั้งสองประเภทนี้น้อมเข้าสู่ธรรม แล้วพิจารณาแก้ไขดัดแปลง กราบไหว้ธรรมด้วยความลงเหตุลงผลตามอรรถตามธรรมแล้ว เรื่องที่ว่าที่ฟ้อง ๆ กันนี้มีกี่ศาลก็ตาม ล้านศาลก็ตามในเมืองไทยของเรา ไม่เกิดขึ้นจากไหน เกิดขึ้นในเมืองไทย ต้องระงับดับได้ด้วยอรรถด้วยธรรม อย่างอื่นดับไม่ได้

จะเอาความโมโหโทโส เอาความเกลียดความเคียดแค้น ความก่อกรรมก่อเวรไประงับมันนี้ ตั้งกัปตั้งกัลป์ก็ไม่มีวันสิ้นสุด มีแต่จะทวีรุนแรงการก่อกรรมก่อเวร แล้วความทุกข์มากขึ้นไป ดังที่ภาษิตเราได้ยกมาแล้ว เมื่อวานนี้ก็ดูได้ยกว่า น หิ เวเรน เวรานิ สมฺมนฺตีธ กุทาจนํ ตลอดกาลไหน ๆ เวรย่อมไม่ระงับเพราะการก่อกรรมก่อเวร แต่จะทวีรุนแรงยืดเยื้อไปตลอด จนไม่มีฝั่งมีฝาไม่มีต้นมีปลาย แต่เวรนั้นจะระงับด้วยการไม่ก่อกรรมก่อเวร สิ้นสุดยุติกันลงเป็นลำดับจนกระทั่งหมดกรรมหมดเวร ดังที่เรายกตัวอย่างมาเป็นข้อเปรียบเทียบว่า

มีหญิงคนหนึ่งมีลูก ผู้หญิงคนนั้นเป็นนางยักษ์กำลังจะกินลูกของผู้หญิงคนนี้อยู่ สองคนนี้เขาก่อกรรมก่อเวรกันมานาน คราวนี้คนนี้ได้ที คราวนี้คนนั้นได้ที ทั้งสองฝ่ายนี้ได้ทีคนละทิศละทาง มีแต่เรื่องกองทุกข์เผามาเป็นกัปเป็นกัลป์นานขนาดไหน ตั้งแต่เป็นเป็ดเป็นไก่เป็นพังพอนเป็นอะไรมาเรื่อย ๆ คนนี้กินคนนั้น ๆ คนนั้นเป็นเสือ คนนี้เป็นวัว กินกันมาเรื่อย เวลาจะตายมันก่อกรรมก่อเวรเอาไว้ เอา คราวนี้มึงกินกู คราวหน้ากูขอก่อกรรมมึง แล้วทีนี้คราวหน้าคนนี้ก็ก่อกรรมคนนั้นอยู่นี้เรื่อยมา

พอดีจังหวะที่เวรของเขากรรมของเขาจะระงับดับลงไปได้ พอดีผู้หญิงคนนั้นกำลังเดินไปพระเชตวัน ไปเจอกับยักษิณีคนก่อกรรมก่อเวร พอเห็นก็ปรี่เข้าใส่เลยจะกินลูกคนนี้ คนนี้ไม่มีทางไปก็วิ่งเข้าวัดเชตวัน พอดีพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่นั่น พระองค์ก็โบกมือ มีอะไรกัน ทางนี้ก็วิ่งเข้ามาซุก เหมือนกับว่าหัวอกพระองค์นั่นแหละ เพราะไม่มีที่พึ่งคนเรานะ คนนั้นก็เลยหยุดอยู่นั้น มีอะไรกันว่างั้นนะ นี่เขาจะมากินลูก พระองค์ก็เรียกมาสั่งสอนในเดี๋ยวนั้น นี่พวกเธอก่อกรรมก่อเวรกันมานานสักเท่าไรแล้ว คราวนี้ก็จะมาก่อกรรมก่อเวรต่อหน้าของเราตถาคต แล้วพระองค์ก็สั่งสอนเรื่องกรรมเรื่องเวรเคยก่อกันมาตั้งแต่เมื่อไร พระองค์ชักอดีตมาหมดเลยเรื่องคนทั้งสองที่ก่อกรรมก่อเวร มีแต่ความทุกข์ทรมานตลอดมา จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้

ทีนี้พระองค์ก็ทรงสั่งสอนเรื่องก่อกรรมก่อเวรไม่ใช่ของดี พอสั่งสอนเสร็จแล้ว ยักษ์นั้นได้สำเร็จพระโสดา เพราะสามารถสำเร็จเป็นพระโสดาได้ นอกจากสัตว์ท่านก็บอกว่าไม่ใช่ฐานะที่จะสำเร็จพระโสดาได้ พอสำเร็จพระโสดาแล้วใครจะรู้ยิ่งกว่าพระพุทธเจ้า ผู้หญิงคนนี้จนตัวสั่นเพราะกลัวเขาจะมากินลูก ดีไม่ดีอาจกินแม่ด้วย พอพระองค์รับสั่งเสร็จแล้วจิตเขาลงได้สำเร็จเป็นพระโสดา พระองค์บอกเอาลูกคนนี้ไปให้เป็นลูกคนนั้น ให้คนนั้นเป็นแม่ ทางนี้ตัวสั่น เอาไปก็เท่ากับมันจะเอาไปงับกลืนในทันทีมันจะไม่เคี้ยวว่างั้นเถอะ เอาไป พระพุทธเจ้ารับสั่ง เอาไปก็อุ้มจากคนนี้ไปยื่นให้แม่คนนั้นหอม แม่คนนี้ก็ตัวสั่นเขาหอมลูกตัวเอง นึกว่าเขาจะงาบลูกตัวเอง ตัวสั่นเลย นั่นละตั้งแต่บัดนั้นมาระงับเลยเห็นไหม

เมืองไทยของเรานี้ก็เป็นเมืองของคนมีกิเลส เทียบกันได้กับหญิงสองคนนั้นแหละ อย่าให้เป็นหญิงสองคนเป็นยักษ์เป็นมารต่อกัน คราวนี้คนนั้นได้ที คราวนั้นคนนั้นได้ที ใครได้ทีก็คืออยู่ในนรกด้วยกัน เพราะฉะนั้นจึงให้เปิด นรกพังให้หมดด้วยอรรถด้วยธรรม เป็นความสงบเย็นใจ ยอมรับความผิดความถูกจากกันและกันแล้ว บ้านเมืองของเราจะสงบร่มเย็น

เราอย่าหวังเอาความเป็นเศรษฐีความเป็นใหญ่เป็นโตด้วยเจ้าอำนาจวาสนาป่า ๆ เถื่อน ๆ มาทำลายคนทั้งชาติซึ่งเป็นผู้ประกอบด้วยศีลธรรมให้ฉิบหายวายปวงไปเลยนี้ไม่สมควรแก่เราเป็นผู้นำ ขอให้พี่น้องทั้งหลายเฉพาะอย่างยิ่งวงราชการวงรัฐบาลขอให้นำไปคิดมาก ๆ นะ

คราวนี้หลวงตาบัวเทศน์อย่างสมใจ ที่หลวงตาบัวเมตตาสุดส่วนต่อพี่น้องชาวไทยไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อผู้ใด ขอให้นำธรรมะที่เคยปราบความชั่วช้าลามกทั้งหลายมาโดยลำดับนี้ ให้ไปปราบความชั่วช้าลามกของหัวใจเราแต่ละคน ๆ เพื่อสงบราบคาบลงไปแล้วเราจะมองดูหน้ากันได้ทั่วประเทศไทยสนิทสนม ประหนึ่งว่าเป็นอวัยวะเดียวกัน ถ้าเอาธรรมนี้ไปปฏิบัตินะ ถ้าไม่เอาธรรมไปปฏิบัตินี้จะกัดฉีกกันไปตลอดไม่มีที่สิ้นสุดยุติลงได้ ให้พิจารณา เอา เทียบเคียงทั้งสองนี้แล้วให้ลงกันในระยะเร็ว ๆ นี้ กี่ศาลก็ตามเถอะคนเราเป็นคนตั้งขึ้นมา ระงับดับมันเมื่อไรก็ได้ เมื่อเราเป็นธรรมด้วยกันแล้ว ความสงบร่มเย็นเป็นผลดีของเรา ไม่ใช่เป็นผลเสียเพราะการระงับเรื่องศาลไม่ให้ฟ้องร้องกัน

ศาลนี้เกิดขึ้นจากเหตุแห่งความชั่วช้าลามก เวลาระงับมันลงไปด้วยเหตุด้วยผลซึ่งเป็นอรรถธรรมแล้ว ศาลนี้ก็เป็นน้ำดับไฟไปเลย ศาลต่อไปก็เป็นศาลที่ยุติธรรม ไม่เป็นศาลเจือปนทั้งยักษ์ทั้งผีอยู่ในศาล ทั้งเทวบุตรเทวดาอยู่ในศาล สุดท้ายศาลทั้งศาลนี้ที่เป็นการยอมรับของประชาชนทั่วประเทศไทย จะกลายเป็นทนายความขึ้นมาในศาล ตั้งทนายความศาลต่อศาลฟ้องกันอย่างนี้ นี่เพราะความไม่ลงรอยกันไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย การระงับดับเสียในเรื่องเหล่านี้แล้วจะสงบลงไปด้วยความราบคาบ

ไอ้เรื่องความผิดความถูกมีด้วยกันทุกคน อย่าไปหาเรื่องหาราวต่อกันให้ยืดยาวฉาวโฉ่ไปอะไรนักเลยนะ ให้ระงับดับมัน นี้มันกำลังเป็นฟืนเป็นไฟที่จะเผาไหม้ชาติไทยเวลานี้ เวลานี้คือคดีกำลังเกิดนี่จะเผาบ้านเผาเมือง ชิงดีชิงเด่น อย่าชิง ทำตัวให้ดีก็แล้วกันจะดีด้วยกันทุกคน อย่าว่าเสียหน้าเสียตา เราเกิดมาตั้งแต่พ่อแต่แม่ของเรา แต่อ้อนแต่ออกมาก็มีหน้ามีตาทุกคนเสียไปไหน มันไม่ได้เสียไปไหน มันเสียด้วยกิเลสมันมีทิฐิมานะไม่ลงตัวเท่านั้น จะทำหน้าของเราให้ขาดไปอีกโดยไม่รู้สึกตัวนะ มีร้อยหน้า หน้าของคนเป็นเปรตเป็นผี หน้าของคนหาบบาปหาบกรรมมันไม่มีหน้าเป็นประโยชน์อะไรเลย หน้าอันนี้หน้าเปรตหน้าผี หน้าของคนที่มีศีลมีธรรมไม่มีหน้าก็ช่างเถอะ ขอให้มีธรรมในใจ หน้าผลิตขึ้นมาเมื่อไรก็ได้

อันนี้ที่เราวิตกวิจารณ์กับบรรดาพี่น้องชาวไทยเรา อยากให้เหมาะสมกับเจตนาของเราที่มาช่วยโลกช่วยสงสาร ช่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจจริง ๆ นะ เราไม่มีอะไรกับโลกเลย บอกว่าเราพอทุกอย่างแล้วตั้งแต่ปีที่ว่านั้นมาจนกระทั่งป่านนี้ เราปล่อยหมดแล้วเรื่องโลกสงสาร ใครจะมาตำหนิติเตียนเราก็ไม่ถือสีถือสา ใครจะมาชมเชยเราก็ไม่สนใจ เราจะทำประโยชน์ให้โลก เพราะการทำประโยชน์ให้โลกเป็นคุณเป็นประโยชน์แก่โลกมากมาย การรับความติฉินนินทาเข้ามา มากัดมาฉีกมาดมมันก็เหม็นเหมือนดมขี้นั่นแหละเข้าใจไหม เหล่านี้มันออกมาจากมูตรจากคูถความสกปรก อยากให้ได้อย่างใจ ว่าให้ใครให้สมใจตัวเองแล้วก็เป็นพอ ๆ เจ้าของกลืนขี้ไปทั้งวันมันก็ไม่รู้ตัว แต่ธรรมท่านรู้หมด เวลานี้มันกำลังออกจากส้วมจากถาน จะมาเห่านอกส้วมนอกถานแล้วก็คืนไปกินขี้อยู่ในส้วมในถานตามเดิม ท่านรู้หมดนะจะว่ายังไง เราสงสาร

เราถึงจะเป็นคนนิสัยวาสนาอาภัพก็ตาม แต่เราไม่ได้อาภัพในความเมตตาสงสารต่อโลก เราเป็นห่วงเป็นใยโลก จึงขอบิณฑบาต ลงจุดสุดท้ายว่าขอบิณฑบาตบรรดาพี่น้องชาวไทยเรา เฉพาะอย่างยิ่งลงจุดสำคัญคือวงรัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลปัจจุบัน รัฐบาลที่ล่วงมา มีเรื่องราวอะไร เป็นเรื่องที่เราจะชำระสะสางกันได้ด้วยอรรถด้วยธรรม อย่าหาเรื่องหาราวใส่กัน ไม่ใช่ธรรมของพระพุทธเจ้าเลย ขอให้นำความดีความชอบปรึกษาหารือกันแล้วลงกันด้วยอรรถด้วยธรรม นี้ละจะมีหน้ามีตามากที่สุดต่อชาติไทยของเรา ประชาชนราษฎรทั่วประเทศไทยเขาจะยกยอสรรเสริญ สาธุการลั่นถึงสวรรค์จะว่าอะไร

แต่การกัดฉีกกันนี้ไม่มีใครจะอัศจรรย์ นอกจากหมาจะมาคอยกินซากศพของพวกนี้ว่าตัวนั้นเก่ง ตัวนั้นแพ้ตัวนั้นชนะแล้วมันก็ตายแผ่สองสลึง อีแร้งก็ไม่กิน อีแร้งก็วิ่งเข้าป่าเข้ารก อย่างมากก็มีหมาสองตัวไปกินซากศพของพวกที่ชิงดีชิงเด่น ว่าตัวแพ้ตัวชนะ มันมาตายกองกันอยู่ทั้งคนแพ้คนชนะให้หมากินอยู่นี้ เป็นยังไงน่าดูไหมพิจารณาซิพี่น้องทั้งหลาย คนเราทั้งประเทศไทยกลายเป็นสัตว์ตายไปหมด โดยหัวหน้าที่พานำไปนั้นเป็นหัวหน้าที่ตายเน่าเฟะ อันดับที่สองก็ตายเน่าไปด้วยกัน อีแร้งอีกามากินกันจนอีแร้งอีกาเปิดหนีไปเมืองไหนก็ไม่ทราบ หมาในบ้านของเรามันเห็นเจ้าของตายแล้วมันก็จะวิ่งเผ่น สุดท้ายหมาก็ไม่มีค้างในเมืองไทย อีแร้งอีกาไม่มีค้าง จะค้างตั้งแต่ซากอสภของคนไม่ลงรอยกัน พวกเก่ง ๆ ไม่ลงรอยกัน กัดกันฉีกกันให้หมาได้วิ่งหนีเข้าป่า เราอยากพบอยากเห็นไหม

ถ้าไม่อยากพบอยากเห็นขอให้ฟังเสียงอรรถเสียงธรรม แล้วนำไปประพฤติปฏิบัติ เราจะเห็นความดีความเด่นขึ้นเป็นลำดับลำดา เวลานี้ผู้ทำความดีก็เด่นอยู่แล้วเห็นไหม ก็รู้อยู่ทั่วปวงชน อย่างคุณทักษิณ ชินวัตร นี้ทำประโยชน์ให้โลกตั้งแต่วันเริ่มเข้ามาเป็นนายก เราก็เห็นดีอยู่นี้ เราไม่ชมเชยคนดีเราจะชมเชยคนไหน เราไม่เปิดทางให้คนดีเราจะเปิดทางให้ใคร เปิดทางให้เปรตให้ผีมันก็กินบ้านกินเมืองตลอดไป ทีนี้ใครจะเป็นเปรตเป็นผีก็ตาม มันเป็นด้วยกันทุกคน เป็นมากเป็นน้อย แก้เปรตแก้ผีที่จะไปเป็นอันตรายต่อโลกต่อสงสารต่อส่วนรวมนี้ออกจากหัวใจของเรา มีแต่ศีลธรรมเข้าสู่หัวใจของเราแล้วจะเข้าประสับประสานกันด้วยคุณงามความดีทั้งหลาย แล้วเราจะมีความร่มเย็นเป็นสุข

นี่ละธรรมะวันนี้พูดด้วยความเป็นห่วงพี่น้องทั้งหลาย เป็นวันเข้าพรรษา เป็นวันรวมของพุทธศาสนา พระสงฆ์ทั้งหลายทั่วแดนประเทศไทย วันนี้ได้รวมกันที่จะเข้าพรรษา วันพรุ่งนี้ก็อธิษฐานพรรษา จึงได้นำธรรมะนี้มาฝากพี่น้องชาวไทยเรา เฉพาะอย่างยิ่งวงราชการงานเมือง ขอให้นำไปประพฤติปฏิบัติ พินิจพิจารณาให้เต็มสัดเต็มส่วน อย่าถือทิฐิมานะว่าตัวรู้ตัวฉลาดตัวเป็นนักปราชญ์กวีอะไร อย่าไปนึกเกินไป ไม่มีความรู้ใดจะเหนือธรรม แล้วไม่มีสิ่งใดที่จะถูกต้องแม่นยำยิ่งกว่าธรรมที่นำมาสอนโลก เรื่องกิเลสมีแต่ขัดเรื่อยไป ทำความชั่วช้าลามกฉิบหายวายปวงเรื่อย ๆ ไป เรื่องธรรมเท่านั้นเป็นน้ำดับไฟ จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายนำข้อนี้ไปคิดให้ถึงใจนะ หลวงตาบัวเทศน์วันนี้เทศน์อย่างถึงใจ

เอา ถ้าจะลงกันได้ก็ลงตรงนี้จากอรรถธรรม แสดงว่าเราเชื่อธรรมพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เรามีสรณะ เราเป็นลูกศิษย์ตถาคตโดยแท้ ถ้ายอมรับธรรมที่สอนนี้เพราะเป็นธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์สอนเพื่อความพร้อมเพรียงสามัคคี ไม่ได้สอนเพื่อความแตกร้าวกัน ไม่มีพระพุทธเจ้าองค์ใดสอนเพื่อความแตกร้าว มีแต่สอนเพื่อความพร้อมเพรียงสามัคคี ให้มีความดีเด่นขึ้นในตัวทุกคน ๆ นี้เป็นที่ชมเชยของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย นี่เราก็นำธรรมอันนั้นมาสอนพี่น้องทั้งหลายชาวพุทธเรา วันนี้สอนให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เต็มกำลังความสามารถของเราที่ได้ช่วยชาติมาเป็นเวลานาน ๓ ปีกว่าแล้ว โดยที่เราไม่ได้หวังอะไรเป็นเครื่องตอบแทน อยากพบอยากเห็นตั้งแต่พี่น้องชาวไทยเรามีความกลมกลืนสามัคคี ละทิฐิมานะที่จะกัดจะฉีกกันออก ให้เป็นเนื้อหนังเป็นอวัยวะเดียวกัน นี้เป็นที่พึงหวังของธรรมทั้งหลาย แม้ผู้แสดงธรรมเวลานี้ก็มุ่งหวังอย่างนี้ด้วย จึงได้มาเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลาย

วันนี้การแสดงธรรมก็เห็นว่าสมควรแก่กำลังวังชาและกาลเวลา ขอความสวัสดีจงมีแก่พี่น้องทั้งหลายโดยทั่วกันเทอญ

วันพรุ่งนี้ก็เป็นวันอธิษฐานพรรษา คนก็จะมากเหมือนกันนะ คือวันพรุ่งนี้เป็นวันรวมประชุมบรรดาศรัทธาทั้งหลายถวายไทยทาน เป็นวันเพ็ญ ฤดูร้อนจะหมดวันนี้ วันพรุ่งนี้ก็เป็นฤดูฝนเข้ามา ท่านจึงเรียกว่าเข้าพรรษา พรรษาก็คือว่าฤดูฝน จะเข้าวันนี้ไม่ได้ไม่ถูก ต้องไปเข้าวันพรุ่งนี้เป็นฤดูฝน แล้ววันพรุ่งนี้พระจะเริ่มเข้าพรรษากัน วันนี้รวมบรรดาศรัทธาทั้งหลาย ใครมีศรัทธาบริจาคอะไรบริจาคในวันนี้ แล้วพรุ่งนี้เป็นวันพระเข้าพรรษา พระก็มาก ปีนี้พระในวัดนี้ดูจะ ๕๐ องค์ซึ่งทุกปีไม่เคยให้มี เราจะรับเพียง ๔๖ ต่อปี ๆ ตลอดมา ปีนี้เลยให้เป็นกรณีพิเศษ ที่มาขอเราก็เห็นใจเราก็เลยรับเพิ่มเข้าอีก ๔ องค์ จึงเป็นจำนวนพระในพรรษานี้ ๕๐ องค์

ถ้าธรรมดาแล้วมันเป็นร้อย ๆ ร้อย ๆ วัดนี้นะ ทำอย่างนั้นไม่ได้เสียหมดวัดเลย เพราะวัดนี้เราตั้งใจอบรมศีลธรรมให้เป็นเนื้อเป็นหนังตลอดมา วัดนี้ไม่เคยบกบางการบำเพ็ญธรรมนะ นี่เห็นไหมเขตของพระใครไปยุ่งไม่ได้เลย จากนี้ให้เป็นเขตของประชาชน ทางด้านนี้เข้าข้างหลังมีแต่ที่บำเพ็ญของพระทั้งนั้น อยู่เป็นกระต๊อบ ๆ ร้านเล็ก ๆ เต็ม ไม่ได้มีละหรูหราฟู่ฟ่า อย่างนี้ไม่มีข้างใน นี่เราปลูกไว้โก้ ๆ ๒-๓ หลังดูเอารอบบริเวณ ใครอยากดูวัดป่าบ้านตาดกุฏิโก้ ๆ ให้เดินรอบ ๆ ไปตามนี้นะ ถ้าเข้าไปข้างในจะเจอตั้งแต่กระต๊อบ ทางจงกรมเรียบ ๆ นี่เรารักษาไว้อย่างเข้มงวดกวดขัน การช่วยโลกเราก็อ่อนหย่อนยานลงไปเพื่อโลกจากนี้ไปนี้ ส่วนข้างในของพระเป็นเรื่องของพระไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งตลอดมานะ เพราะฉะนั้นเขตนี้จึงเป็นเขตของพระ ไม่มีใครเข้าไปยุ่งตลอดมาอย่างนี้ ให้พระท่านได้ปฏิบัติเต็มเม็ดเต็มหน่วย เราปฏิบัติตามนี้ นอกจากเป็นเวลาจำเป็นจริง ๆ แล้วเราก็ขอให้ท่านมาช่วยชั่วระยะปุ๊บปั๊บ ๆ พอเสร็จแล้วปล่อยไปเลย ไม่ให้มายุ่ง

เรายังไม่ได้เที่ยวดูวัดทั่ว ลูกนกยูงตาย แม่มันดิ้นรน โถ นั่นเห็นไหมล่ะลูกนกยูงตายแม่มันดิ้นรน มันเป็นโรคอะไรไม่รู้นะพระมาเล่าให้ฟัง ได้ลูกตัวเดียวเลยตาย แม่มันดิ้นนั่นเห็นไหมล่ะ แต่สัตว์เขายังรักลูกเขาว่ายังไง ยังไม่ได้ไปดูเมื่อเช้าเวลาไม่พอ เมื่อวานนี้ไปดูแต่ยังไม่ทั่วถึง จากนั้นก็ออกไปดูศาลาก็พอดีไปพบหัวหน้าเลย ไปพบคุณธเนศ หนองคาย เมื่อวานนี้นะ ไปพบกันเลยขู่ใหญ่เลย นี่ว่าไงนี่ศาลาสร้างมาได้ ๓ ปีนี้ยังไม่สำเร็จ ว่าอย่างนั้นเลยนะ แล้วก็วันที่ ๑๒ สิงหาทันไหม เขายืนยันว่าทัน ยังไงต้องทัน ๆ ทางนี้ขู่ใหญ่เลย มันยังไงกันนี่สร้างศาลาหลังเดียวเท่ากำปั้น เราว่าอย่างนั้นนะ บอกว่าศาลาหลังเดียวเท่ากำปั้นมันกี่เดือนแล้วยังไม่สำเร็จ มันครึ่งปีแล้วไม่ใช่เหรอ หรือมันเลยครึ่งปีไปแล้วนี่น่ะ ยังไม่สำเร็จ

มันจะทันไหมล่ะวันที่ ๑๒ สิงหานี้ อู๊ย ทัน ๆ ขึ้นทันทีเลย เออเอาละถ้าว่าทันแล้วก็หยุดแหละ เราก็เดินผ่านไปเที่ยวดูโน้นดูนี้ดูไปหมดเมื่อวาน ดูอะไร ๆ มันจะเข้ามาหาเรานี่นะ ที่ไปดูทั้งหมดนี้จะเข้ามานี้ เราจะเป็นผู้สั่งการสั่งงานอะไร ผิดพลาดประการใดบกพร่องตรงไหน เราจะเป็นคนชี้แจงตามที่เราผ่านไปเจอแล้ว ๆ นั่นละเรื่องราวเข้าใจไหม เราจึงจะตายซิ เรื่องราวมันอยู่กับหัวอกนี้หมด ทั้งวัดอยู่กับเราหมด ออกไปนู้นก็อยู่กับเรา

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร

www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก