ทำเพื่อโลกทั้งนั้น
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : วัดป่ารังสีปาลิวัน
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส

ณ วัดป่ารังสีปาลิวัน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์

เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๐

ทำเพื่อโลกทั้งนั้น

       นี่เราพาพี่น้องทั้งหลายขนสมบัติเข้าคลังหลวงเหล่านี้ๆ ช่วยคนทั้งประเทศเหล่านี้ๆ สมบัติเหล่านี้ออกหมด เราไม่เอาอะไรเลย แบตลอด แม้บาทเดียวเราไม่เคยเอา ออกช่วยชาติทั้งนั้น เราจึงบริสุทธิ์เต็มที่ ที่ช่วยชาติไม่มีอะไรที่จะมัวหมองในใจ ว่าได้หยิบได้เอาอะไรของใครที่มาบริจาค ไม่มีเลย  ออกบริสุทธิ์สุดส่วนตั้งแต่นำพี่น้องทั้งหลายมา นี่ละท่านทั้งหลายไปหาซิ ไม่ใช่คุยนะเอาความจริงมาพูด เพราะเราช่วยโลกนี่เราช่วยด้วยความเมตตา  เราไม่ได้ช่วยด้วยที่จะหวังอะไรๆ ไม่มี มีเท่าไรหมด ออกหมดเลยๆ สมบัติเหล่านี้ออกเพื่อชาติบ้านเมืองของเราทั้งนั้น

สำหรับทองคำร้อยทั้งร้อยเข้าหมดเลย  ดอลลาร์เข้าเพียง ๑๐ ล้าน ๒ แสนกว่า จากนั้นเราก็บอกว่าดอลลาร์นี้จะต้องเอาไปช่วยเงินไทย เงินไทยเมื่อเราหยุดเทศน์แล้ว  จตุปัจจัยไทยทานจะร่อยหรอแล้วจะไม่มี ทีนี้คนที่จำเป็นนี้มันรุมขอตลอดเวลา จำเป็นจะต้องใช้เงินไทย ทีนี้เงินไทยไม่พอต้องไปเอาดอลลาร์มา เพราะฉะนั้นดอลลาร์จึงจะไม่เข้าคลังหลวง ก็ไม่เข้าจริงๆ ออกมาช่วยเงินไทยก็ยังไม่พอ อย่างนั้นละช่วยจริงๆ เราช่วยโลก ไม่ได้เอาอะไรเลย

ดิ้นอยู่อย่างนี้ละ ไปที่ไหนลำบากลำบนสุดขีด แต่เราก็ทนเอา ไม่เคยเอาอะไรนะ นี่เรียกว่าช่วยโลก ช่วยด้วยความเมตตา เหล่านี้ออกสู่บ้านเมืองของเราหมดเลย  ไม่ได้ไปไหน เป็นเรื่องส่วนตัวของเราไม่มี เรียกว่าไม่มีเลย มีแต่ออกช่วยชาติบ้านเมืองทั้งนั้นแหละ เราบริสุทธิ์สุดส่วนบอกแล้ว เพราะใจของเราก็พอทุกอย่าง ทีนี้ก็ออกด้วยความเมตตา ไหลออกละที่นี่  ออกหมดเลย มีเท่าไรออกหมด

เราพยายามเต็มกำลังที่ช่วยชาติบ้านเมืองมา ตั้งแต่ประกาศว่าเป็นผู้นำช่วยชาติบ้านเมืองก็ออกจริงๆ ตลอด ทองคำก็ได้ ๑๑ ตันกับ ๔๐๐ กว่ากิโลแล้ว ทองคำที่เข้าสู่คลังหลวงของเราถึง ๑๑ ตันกับ ๔๐๐ กว่ากิโลแล้ว เข้าหมด ดอลลาร์ก็เข้าเพียง ๑๐ ล้าน ๒ แสนกว่า จากนั้นดอลลาร์ก็มาช่วยเงินไทยที่ออกช่วยโลก เงินไทยไม่พอ  ออกช่วยโลกๆ พอมานี่ปั๊บทางนายอำเภอคำม่วง นายอำเภออยู่ไหน เอานายอำเภอมาฆ่าเสียหน่อยวะ มานี่ภาษาภาคอีสานเขาว่า มาหมิ่นเรา หมิ่นแต่เรา เอาไปซัดที่ว่าการอำเภอตั้ง ๘ ล้าน นั่นน่ะเห็นไหม เราให้แล้วให้นายอำเภอ ๘ ล้านแล้วนะ

เงินที่ได้เหล่านี้มันจะ ๘ ล้านอะไร มันต้องไปควักกระเป๋าเรามาอีก พูดให้มันชัดซิก็เป็นความจริง พูดตามความจริงผิดไปไหนวะ มานี่ทางนายอำเภอก็มาหมิ่นเอาเสีย ๘ ล้าน สร้างที่ว่าการอำเภอให้แล้วนะนั่น ถ้าลงว่าให้แล้วต้องให้เป็นอื่นไปไม่ได้เรา ลั่นคำไหนลงไปขาดสะบั้นไปเลย ไม่มีสอง นี่ก็ทางที่ว่าการอำเภอชำรุดทรุดโทรม  ก็เราช่วยชาติอยู่แล้ว ที่ว่าการอำเภอก็ของชาติจะว่าไง ก็ต้องช่วย เอาเรื่อยไปอย่างนี้ละ

เราไม่เอาอะไร  เราพูดจริงๆ ให้พี่น้องทั้งหลายทราบเสีย ที่ดีดดิ้นทั่วโลกนี่เราทั้งนั้นละที่ดีดดิ้นทั่วประเทศไทย  แทนที่จะเอานั้นเอานี้ ไม่มี ไม่มีเอา เปิดโล่งให้ช่วยชาติของเราทั้งหมดนับแต่ทองคำมา ดอลลาร์ เงินสด ตลอดมาจนกระทั่งทุกวันนี้ไม่เอาอะไรเลย จึงว่าช่วยโลกละซิ ไม่เอา เราพอแล้วในหัวใจเราพอ อะไรที่พอสู้หัวใจที่พอด้วยความเลิศเลอ  พอแล้วด้วยความเลิศเลอด้วย สิ่งใดที่จะมาเสริมไม่เลิศเลอ มันเข้าไม่ติดตกออกหมด เราช่วยอย่างงั้นละช่วยชาติ ช่วยเสียในวาระสุดท้าย เราช่วยให้เต็มเหนี่ยวตายไปแล้วท่านทั้งหลายอย่ามาหวังนี่นะ เราพูดตรงๆ จะไม่กลับมาเกิดอีก พูดให้มันชัดเจนอย่างนี้ละ จะเกิดนี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา ฟังเสียพี่น้องทั้งหลาย

นี่ละผลแห่งการปฏิบัติธรรม เราเอาเป็นเอาตายเข้าว่าเลย ไปอยู่ในป่าในเขา จนเขาตีเกราะมาประชุมกัน เขาว่าเราตายแล้ว ไปไม่ฉันจังหันซิ ไม่ทราบว่ากี่วัน แล้วโผล่ออกมาบิณฑบาตเสียวันหนึ่ง แล้วหายเงียบๆ นี้คือฝึกทรมานฟาดกิเลสนั้นแหละ  จนเขาตีเกราะประชุม ฟังซิเคยมีไหม ไปที่อื่นเราก็ทำเหมือนกัน เมื่อเขาไม่ตีเกราะเราก็บอกไม่ตีเกราะ บ้านที่เขาตีเกราะ เราก็บอกเขาตีเกราะประชุม

พอประชาชนมามากๆ แล้ว ใครเห็นว่ายังไง พระองค์นี้มาอยู่กับเรากี่เดือนแล้วนี่ แล้วกี่วันถึงด้อมๆ มาบิณฑบาตหนหนึ่ง หายเงียบๆ นี่ก็หายไปหลายวันแล้ว ท่านไม่ตายแล้วเหรอ เอ้าพากันไปดูซิน่ะ ว่างั้นนะ เราไม่ไป เพราะพระองค์นี้ไม่ใช่พระธรรมดา เป็นมหาด้วย ไปเดี๋ยวท่านจะเขกเอาหลงทิศ เราไม่ไป เอ้าพี่น้องทั้งหลายไป เขาก็หลั่งไหลไปดู ท่านไม่ตายแล้วเหรอ ถ้าไม่ตายท่านจะโมโหโทโสอยู่หรือไปดูซิน่ะ พอมาเขาก็เล่าเรื่องของผู้ใหญ่บ้านให้เราฟัง ข้อสำคัญ คือ ท่านไม่ตายแล้วหรือ ถ้าไม่ตายท่านจะโมโหโทโสอยู่หรือ

พอเขามาถึง เป็นยังไงตายหรือยัง ก็ไม่เห็นท่านตายเขาว่าอย่างงั้น  แล้วโมโหโทโสอยู่ไหม ท่านไม่เห็นโมโหโทโส ยิ้มแย้มแจ่มใส ก็มีเท่านั้นเหรอ มีเท่านั้นละ ไป ไล่เลย เราไม่ได้อดเพื่อตายนี่นะ  เราอดเพื่อฆ่ากิเลสต่างหาก ความโมโหโทโสเป็นกิเลสเราจะฆ่าความโมโหโทโส จะมาโมโหโทโสทำไม มีเท่านี้เหรอ มีเท่านี้  ไล่เลย ไม่ถึง ๑๐ นาที แตกฮือ นี่ละเขาไปดูเรา เขาว่าเราจะตาย ตัวกับความตายอยู่กับเรา เรายังไม่รู้ พวกชาวบ้านเขาตีเกราะประชุมมาดู ดูซิน่ะ  นี่ละเวลาเราฝึกทรมานเรา เอาจริงเอาจังมากนะ

ท่านทั้งหลายดูก็รู้กิริยาท่าทางเป็นยังไง มีความท้อแท้อ่อนแอเหลวไหลไหม  ไม่ได้เหลวไหลเลยจ้ออยู่ตลอดเวลา เป็นนักมวยก็เรียกว่าซัดกันตลอด ไม่มีกรรมการแยกละ เอ้า ใครเก่งก็อยู่บนเวที ใครไม่เก่งให้ตกเวทีไป ระหว่างกิเลสกับเราฟัดกัน เอ้า ใครเก่งให้อยู่บนเวที ใครไม่เก่งตกเวที ฟัดเต็มเหนี่ยวๆ สุดท้ายกิเลสตกเวที ตกเวทีไปเรื่อย เราก็เลยขึ้นครองเวที นี่ได้ธรรมครองเวทีมาสอนพี่น้องทั้งหลาย

พูดให้ชัดเจนถึงขั้นที่ว่าพอทุกอย่างแล้ว กิเลสก็ม้วนเสื่อไปแล้วเป็นเวลาตั้ง ๕๐ กว่าปี ฟังเสียนะวันนี้  ตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ หลังวัดดอยธรรมเจดีย์ จังหวัดสกลนคร นั้นน่ะวันกิเลสม้วนเสื่อฟ้าดินถล่มในคืนวันนั้นแหละ ตั้งแต่บัดนั้นมาก็ได้ทำประโยชน์ให้โลก ว่าจะไม่ทำอะไรละ เห็นว่ายากลำบากสุดขีดสุดประมาณ ทีนี้ครั้นพิจารณาแล้วก็สุดท้ายก็มนุษย์เหมือนกันกับเรา หวังพ้นจากทุกข์เหมือนกัน เอ้าได้แค่ไหนก็เอา  ก็สอนกันมาอย่างนี้ละเห็นไหมล่ะ เราหวังเอาอะไรกับพี่น้องทั้งหลาย เราไม่เอานะ ที่ดิ้นดีดอยู่เดี๋ยวนี้เราไม่เคยเอา สตางค์นึงก็ไม่เคยเอา เพื่อส่วนรวมทั้งนั้นละชาติบ้านเมือง

ทองคำเป็นที่หนึ่งเข้าคลังหลวงหมดเวลานี้ได้ ๑๑ ตันกับ ๔๐๐ กิโลแล้ว คลังหลวง  เราพยายามขนสมบัติเข้าคลังหลวงซึ่งเป็นหัวใจของชาติเรา  จากนั้นก็ดอลลาร์ ดอลลาร์เข้าเพียง ๑๐ ล้าน ๒ แสนกว่าบาท  ต่อจากนั้นก็เอาเงินดอลลาร์นั้นมาช่วยเงินไทย  ที่ช่วยชาติมันไม่พอ เพราะเราหยุดเทศน์แล้ว  เงินก็ไม่มี  แต่คนจนนี่มันจนทั่วประเทศ เราก็เอาเงินไทยนี่ละออก แล้วก็ดอลลาร์เข้ามาช่วยกันทุกวันนี้ละ เพราะฉะนั้นดอลลาร์จึงไม่เข้าคลังหลวง แต่ทองคำนี่เข้าทุกบาททุกสตางค์  ไม่รั่วไหลไปไหนตั้งแต่ต้นมาจนกระทั่งป่านนี้  แล้วจะตลอดไป เข้าอย่างนี้ตลอด

ว่าอะไรเป็นอย่างนั้น เราไม่เหมือนใครนะ ว่าจริง จริง  เหมือนหินหัก หินหักปุ๊บนี้ขาดต่อกันไม่ได้ละ  คำพูดนี้ถ้าลงได้ออกแล้วต่อกันไม่ได้ ต้องเป็นจริง ตายก็ตายไปเลยกับคำพูดที่สัตย์ที่จริงนั่นน่ะ  เราไม่ได้มีคำว่าเหลาะแหละ การทำความพากความเพียรฆ่ากิเลสก็ไม่เคยมีที่มาเหลาะแหละ อ่อนแอสู้กิเลสไม่ได้ เราสู้กิเลสไม่ได้ก็บอกในเบื้องต้นที่ล้มลุกคลุกคลาน ไปน้ำตาร่วงอยู่บนภูเขา ถึงขนาดออกอุทานในใจว่า เหอ มึงเอากูขนาดนี้เชียวเหรอ  กิเลสเอาจนกระทั่งน้ำตาร่วง  เอาละยังไงมึงต้องพังวันหนึ่ง ให้กูถอย กูไม่ถอย  ก็ไม่ถอยจริง ๆ ฟาดกิเลสพังเลย นั่นเห็นไหมล่ะ 

นี่ละมุมานะ ความโกรธความแค้น โกรธให้ผู้หนึ่งผู้ใดสัตว์ตัวใดก็ตามเป็นบาปเป็นกรรม  ความโกรธความแค้นให้กิเลสที่เป็นภัยแก่ตัวเองนี้เป็นธรรม  เราเคยโกรธมาแล้ว แค้นมาแล้วน้ำตาร่วง จนกระทั่งว่ามึงเอากูถึงขนาดนั้นเชียวหรือ แต่เป็นอยู่ในใจนะ เอ้ายังไงมึงต้องพังวันหนึ่ง ให้กูถอย กูไม่ถอย โรงงานใหญ่ก็คือ พ่อแม่ครูจารย์มั่น เข้าไปหาท่าน ศึกษาอบรมเต็มที่แล้วมา  มันฟัดหงายหมาลงไป เอ้า กลับคืนไปอีก  มาอีก  ฟาดนี่เราก็หงายหมาลงไปเรื่อย

หลายครั้งต่อหลายครั้ง มันก็เลยหงายหมาเหมือนกัน กิเลสเหมือนหมา ฟาดใส่นี่มันก็หงาย จากนั้นมาก็ซัดกันเรื่อย มีแต่กิเลสหงายหมาๆ จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันนี้พอแล้ว กิเลสม้วนเสื่อไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภา ๒๔๙๓ นั่นละวันกิเลสม้วนเสื่อ  ฟ้าดินถล่มอยู่บนภูเขาวัดดอยธรรมเจดีย์ ได้ชัยชนะมา ตั้งแต่บัดนั้นมาเราก็ไม่เคยปรากฏกิเลสแม้เม็ดหินเม็ดทรายที่จะโผล่หน้าขึ้นมาให้ฟัดกันอีก ไม่มี 

นั่นละเอาธรรมอันนี้แหละ ที่ทำชัยชนะด้วยความรอดเป็นรอดตายนี้มาสอนพี่น้องทั้งหลาย เรียกว่ามาสอนด้วยความพอแล้วทุกอย่าง จึงไม่แตะ เงินเป็นบาทเป็นสตางค์เราไม่เคยแตะ ดีดดิ้นก็คือเรา  ที่ไหนทั่วประเทศไทยเราไปหมด หาสมบัติเงินทองข้าวของมาช่วยพี่น้องทั้งหลาย เราไม่เอาๆ จนกระทั่งปัจจุบันนี้  ท่านทั้งหลายฟังเชื่อหรือไม่เชื่อ จริงจังทุกอย่าง ทำลงไป  นี่เห็นไหมวันนี้ก็มาอยู่ที่นี่ เดินไปที่ไหนคนตามขอยั้วเยี้ยๆ เอ้า แยกไปๆ ให้ไปเรื่อยๆ อย่างนี้ละ  ที่เราจะเอา เราไม่มี เราบอกเราพอแล้ว สมบัติเงินทองก็หาไว้เพื่อโลกเท่านั้น สำหรับทำเพื่อเรา เราพอทุกอย่างแล้วหายสงสัย 

นี่ละการปฏิบัติธรรม ได้ผลเป็นที่พอใจตามพระพุทธเจ้าสอนไว้ พระพุทธเจ้าโกหกโลกที่ไหน ไม่โกหก ขอให้ปฏิบัติตามทางของศาสดาสอน เอ้า เด็ดก็เด็ด พระพุทธเจ้าพาตาย ตาย สุดท้ายกิเลสตาย พระพุทธเจ้าสอนเรา เอ้าถึงขั้นตาย ตาย ก็ไม่เห็นตายวะ  พระพุทธเจ้าสลบ ๓ หน ไม่ตาย  เป็นศาสดาขึ้นมา  เพราะความเพียรกล้านั่นแหละ สาวกทั้งหลายบางองค์เดินจงกรมจนฝ่าเท้าแตก ไม่ตาย เป็นพระอรหันต์ขึ้นมา เช่น พระโสณะ เป็นต้น นี่ก็ฟัดตามร่องรอยของท่านมาโดยลำดับลำดา

เพราะฉะนั้นความทุกข์ในโลกนี้ เราขอประมวลมาให้ท่านทั้งหลายทราบ ถ้ายังไม่เข้าสู้กับกิเลสเสียเมื่อไร  ใครอย่าว่างานใดหนักนะ  ไม่หนัก งานในโลกนี้จะว่าอะไรหนักไม่หนัก มันหนักทิ้งแล้วหนีไปก็ได้  แต่งานกับกิเลส กิเลสกับหัวใจนี้ ถ้ากิเลสไม่ขาดสะบั้น ใจจะถอยไม่ได้  นี่ก็ฟัดกันเสียจนกิเลสขาดสะบั้นแล้ว นั่นเห็นไหม ไม่มีถอย

นี่ละเอาคำไม่มีถอยนี่เป็นชัยชนะขึ้นมา มาสอนพี่น้องทั้งหลายแล้วมาทำประโยชน์ให้โลกทั้งหลาย ได้เห็นอยู่เวลานี้  เราทำที่สุด  สุดยอดด้วยการทำประโยชน์ให้โลกนะ เราไม่เอาอะไรเลย ไปทำประโยชน์ให้โลกทั่วประเทศไทยเรา  เราไม่เคยเอาอะไร  ทำเพื่อโลกทั้งนั้น ๆ เรียกว่าเราพอทุกอย่างแล้ว เราไม่เอาอะไร  ธรรมก็พอแล้วด้วยความเลิศเลอ สิ่งใดที่จะมาเสริมธรรมอีก ไม่มี  เพราะสิ่งมาเสริมไม่เลิศเลอเหมือนธรรมในใจที่พอแล้วด้วยความเลิศเลอ นี่ละเราทำอย่างนี้ แล้วก็มาสอนพี่น้องทั้งหลาย  ควรจะเอาเป็นคติตัวอย่าง

อย่าเหลาะแหละท้อแท้อ่อนแอ เวลาทำความดีงามทั้งหลาย เรื่องของกิเลสถึงไหนถึงกัน เป็นก็เป็น ตายก็ตาย มันมีแต่อย่างนั้นมากต่อมาก  ที่จะหมุนตัวเข้าสู่ธรรม  เอ้า เป็นก็เป็น  ตายก็ตาย  ลูกศิษย์ตถาคตสลบ ๓ หน พระพุทธเจ้า เรามันมีแต่สลบลงหมอนลงเสื่อใช้ไม่ได้ แก้เสื่อแก้หมอน ฟาดเข้าป่าให้หมด  ฟาดกิเลสให้มันขาดสะบั้นลงไปเป็นไร พากันจำเอานะ เอาละเท่านี้พอ

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

และเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก