ที่พวกเราทั้งหลายทำก็เดินตามทางของศาสดา
วันที่ 11 เมษายน 2550 เวลา 8:15 น.
สถานที่ : ศาลาสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เทศน์อบรมฆราวาส

ณ ศาลาสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เมื่อเช้าวันที่ ๑๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๐

ที่พวกเราทั้งหลายทำก็เดินตามทางของศาสดา

 

          วันนี้เป็นอันว่าไปเลี้ยงอาหารวัดเสือที่เมืองกาญจน์วันนี้นะ กะเงินไป ๑๐๐,๐๐๐ ว่าให้ ๗๐,๐๐๐ ไม่สนิทใจ ๑๐๐,๐๐๐ เอาพอ เพราะสัตว์มีจำนวนมากหลายประเภทสัตว์ นี่มันก็ขึ้นอยู่กับนิสัยวาสนาของแต่ละรายๆนะพระก็ดี อย่างท่านจันนี้เกี่ยวกับสัตว์ดีมาก คิดดูตั้งแต่เสืออยู่ในป่ามันยังเข้ามา เสืออยู่ในป่ามันยังโดดข้ามกำแพงเข้ามา

        พระมีนิสัยวาสนาต่างกันนะ พระเรานะ อย่างท่านอาจารย์ฝั้นมักจะถูกกันกับพวกเสือพวกอะไร กับท่านอาจารย์ชอบ ท่านอาจารย์ชอบนี่เสือรู้สึกจะรักท่านด้วยซ้ำไปนะ ท่านบอกว่าท่านไปเมืองพม่า ท่านขึ้นไปพักอยู่ในถ้ำ อยู่ๆ พอ ๕ โมงเย็นเสือโคร่งใหญ่มา หัวจงกรมอยู่นี้ เสือตัวนี้เขาคงขึ้นมานอนนี้หลายหนแล้วแหละ แต่ตอนท่านไปนั้นเขามา แต่ท่านขึ้นไปพึ่งเจอเขา เขาขึ้นมาเขามองนู้นมองนี้ เขามองดูท่านเหมือนกัน เขามองดูเฉยๆ แล้วเขามองดูนี้เขาโดดขึ้นนี้เลย โดดขึ้นไปนั้นแล้วไปนอนเลียแข้งเลียขาเฉย มาดูคนแย็บๆ เท่านั้น ไม่สนใจกับคน

          ทีนี้หัวจงกรมไปอยู่ที่เสือหมอบ เสือขึ้นข้างบนสูงประมาณสัก ๒ เมตร เสือเขาคงเคยมานอนที่นั่นแหละ ท่านเลยไม่กล้าเดินจงกรม รู้สึกว่ามันเสียวๆ ท่านว่าอย่างนั้น ให้กลัวไม่กลัวแต่ขนลุกขึ้น ท่านว่า เลยไม่กล้าเดิน ท่านเดินไปเพียงแค่นี้แล้วท่านกลับ เขาก็นอนเฉย เลียแข้งเลียขาเหมือนหมามานอน เฉยไม่สนใจ ท่านเล่าให้ฟังนะ ท่านอาจารย์ชอบกับเสือถูกกันมากนะ ไม่ใช่ครั้งหนึ่งครั้งเดียวนะ เยอะอาจารย์ชอบ

          พอขึ้นไปเขาก็เลียแข้งเลียขาอยู่นั้น เฉยเลย จะลงเดินจงกรมก็เดินได้แค่นี้ ไม่กล้าเข้าไปตรงนั้น รู้สึกมันขยะๆ ท่านว่าอย่างนั้น แต่ให้กลัวไม่กลัวแต่ขนลุกซู่ๆ เขาก็เฉย เขาเลียแข้งเลยขาอยู่นั่นละเฉย แพล็บมาดูเราแล้วเลียเหมือนหมาเลียแข้งเลียขา  อยู่ตลอดรุ่ง นึกว่าเขาจะลงไปเมื่อไรแล้วท่านจะได้เดินจงกรม ไม่ลง ท่านเลยอยู่ที่ร้านที่ท่านพัก เดินจงกรมแค่นี้ เสืออยู่ที่นี่ท่านเลยไม่กล้าเดินไป เดินมาแค่นี้ เขาเลยเลียแข้งเลียขาอยู่นั้น ไม่สนใจกับเรา

พอได้เวลาท่านก็ขึ้นแคร่ จุดตะเกียงไว้เล็กๆ ท่านว่าอย่างนั้นนะ แล้วนั่งภาวนา สุดท้ายก็นอนหลับ ทางนั้นเขาก็เงียบ เขานอนเหมือนหมานอน นอนเฉย ไปดูก็เห็นเขาอยู่ เอ๊ะมันยังไม่ไปนะนี่นะ พอถึงเวลาแล้วท่านก็เดินจงกรมแค่นี้ ไม่กล้าเข้าไป เขาก็นอนเฉย จนกระทั่งตอนเช้าที่จะลงไปทางเขานอนอยู่นี้ ทางจงกรมท่านลงไปนี้ท่านตัดสินใจ ถ้ามันจะทำอะไรมันก็ทำแล้วตั้งแต่เมื่อคืนนี้นอนเฝ้ากันอยู่นี้ ก็ไม่เห็นมันทำอะไร มันจะทำอะไรก็ทำ ถึงเวลาเราลงบิณฑบาตแล้ว ทางก็ผ่านไปนี้เขาก็นอนอยู่นี่ข้างๆ

ท่านก็พูดดีอยู่นะ พระท่านหิวท่านมีปากมีทองเหมือนกันนะ พระท่านจะไปบิณฑบาตหากิน ท่านว่าอย่างนั้นนะ เขาก็นอนเฉย นี่ไม่ได้ไปนอนอยู่นี้นะ พระจะบิณฑบาต เขาก็นอนเฉย ท่านก็เดินผ่าน แต่ท่านไม่บอกให้ใครทราบนะ กลัวเขาจะมาทำลายมัน ลงไปก็ไปฉัน ฉันเสร็จแล้วท่านล้างบาตรเสร็จแล้วท่านก็ขึ้นมา เพราะไปไกล พอขึ้นมาหายเงียบเลย ไม่ทราบว่าไปไหน ตั้งแต่วันนั้นไม่เคยขึ้นมาอีก แต่ว่าเสียงมันคำรามกระหึ่มอยู่ตามบริเวณข้างๆ ถ้ำเป็นประจำ เสือตัวนี้ขึ้นหนเดียว

อย่างนั้นละท่านอาจารย์ชอบกับเสือถูกกันมากนะ บางทีเดินจงกรมอยู่กลางคืนเขาเดินขึ้นมาถ้ำ ท่านเดินจงกรมอยู่ ธรรมดาจะขึ้นไปหาอะไร แต่เขาก็ขึ้น เสียงมันอาวๆ ขึ้นไปเรื่อย เสือทำไมมันขึ้นมาหาเรานะ ก็ไม่ใช่ทางหากินของมัน มันขึ้นมาหาอะไร เอาจะคอยดู ท่านว่าอย่างนั้นนะ มันขึ้นมาจริงๆ ไปถึงเลยนะ ท่านกำลังเดินจงกรมอยู่นี่เขาก็ขึ้นไป พอไปถึงนั้นเขาไปยืน มึงมาอะไร กูเดินจงกรม มึงเดินจงกรมไม่เป็นมึงขึ้นมาหาอะไร ไปลงไปกูจะเดินจงกรม ทำมือบอกอย่างนี้เขาไม่ไป เขายังยืนอยู่ ไม่นั่ง ยืน ท่านเดินไปใกล้ๆ ท่านจับผ้า ไปลงไป ทีเดียวลงไปเลย อย่างนั้นละท่านอาจารย์ชอบกับเสือถูกกันมากนะ

บางทีตอนเช้ามืดเขาขึ้นไป จะเป็นเสือตัวเก่าตัวใหม่ไม่ทราบได้ ขึ้นไปก็แบบเดียวกันไม่สนใจกับเรา ขึ้นไปท่านก็ไล่เขา เขาก็ลงไป ตอนเช้ามีระวังบ้างท่านว่าอย่างนั้นนะ พอลงไปนี่กลัวเขาจะทำไม่ซื่อ เขาอาจจะหมอบอยู่ข้างทางก็ได้ เราเดินไปนี้ตาชำเรืองดูสองฝากทาง ลงจากภูเขาไปบิณฑบาตไม่เห็น หายเงียบ ลงจากนี้ไปแล้วนึกว่าเขาจะทำไม่ซื่อไปหมอบ เวลาเราเผลอเขาอาจทำก็ได้ ท่านตาชำเรืองดูสองฝากทาง จนกระทั่งเลยจากเขตที่เขาอยู่ไป หายเงียบเลยนะ อย่างนั้นละไม่ทำอะไร มากต่อมากนะสำหรับอาจารย์ชอบกับสัตว์ เสือนี่มากที่สุด ลักษณะนี้ไม่กลัวท่าน ท่านดูลักษณะไม่กลัวเขาเหมือนกันนะ เขาชอบไปหาท่านเสมอ นี่นิสัยวาสนาต่างกันนะ

ออกจากนี้เราจะไปวัดเสือ เอาอาหารไปเลี้ยงสัตว์ พาพี่น้องสละทาน การสละทำบุญให้ทานเป็นการเฉลี่ยความสุขให้แก่สัตว์โลกทั่วหน้ากัน เป็นความสงบร่มเย็นการสละทาน พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ทานบารมีขึ้นต้นเลย ไม่มีเว้นแต่พระองค์เดียวที่จะไม่มีทานขึ้นหน้านะ พระพุทธเจ้าทุกองค์ปรารถนาที่จะเป็นศาสดาเอกสอนโลกต้องนำความบริจาคออกก่อน เสียสละเพื่อโลก เรียกว่าทานบารมีขึ้นเลย

เพราะฉะนั้นการให้ทานจึงเป็นที่สนิทสนมกับจิตใจของสัตว์ทั่วๆ ไป ไม่มีใครถือเป็นภัยเพราะการเสียสละให้ทาน พวกเราทั้งหลายทำก็เดินตามทางของศาสดาที่พาดำเนินมาแล้ว พอใจแล้วเรา พอใจกับทานที่ท่านทั้งหลายบริจาคมา อย่างเรามานี้เหมือนกันเรามานี้เพื่อเสียสละให้ทาน เราไม่เอา ไม่มีคำว่ากำ เราไม่มี มีเท่าไรออกหมดเลย เรียกว่าช่วยโลก ไปที่ไหนเปิดโล่งๆ ๆ ไม่ให้มีคำว่าถือกลับมาไม่มี ไปทางด้านใดๆ ภาคไหนจังหวัดไหนไปที่ไหนได้มากน้อยทีนี้เปิดออกๆ หมดเลย

เราทำอย่างนั้นเรื่อยมา มาที่นี่ก็เหมือนกัน ห้ามไม่ให้เอาไปอุดร มีเท่าไรแจกทั่วถึงกันหมด ความจนตรอกจนมุมอดอยากขาดแคลนนี้มีอยู่ทั่วๆ ไป ซึ่งต้องได้รับการสงเคราะห์จากท่านผู้มีใจบุญทั้งหลายสละให้ทาน พอได้เยียวยาธาตุขันธ์ไปวันหนึ่งๆ นี่ละเป็นความดีงามสำหรับพวกเราทั้งหลาย ลงทานนี้ไปที่ไหนสนิทกันหมด ไม่มีอะไรที่จะยึดเหนี่ยวจิตใจของสัตว์โลก ให้มีความสนิทฝากเป็นฝากตายกันได้ยิ่งกว่าทานนะ ทานเป็นอันดับหนึ่ง พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ยกทานบารมีขึ้นเลย เป็นผู้นำเบิกทานเพื่อความเป็นศาสดาคือทานบารมี เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าทุกองค์จึงไม่มีพระองค์ใดอาภัพเรื่องการให้ทาน หมดเลยๆ นี่ทานบารมี เราทั้งหลายดำเนินตามท่าน

วันนี้จะไปแจกวัดเสือ มีเท่าไรเอาไป

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

และเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก