ตายแบบสิ้นกิเลส
วันที่ 2 พฤษภาคม 2550 เวลา 8:00 น. ความยาว 22.55 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐

ตายแบบสิ้นกิเลส

         ไปส่งอะไรที่นั่นที่นี่ค่อยหดค่อยย่นเข้ามา กำลังอ่อนลงๆ หดเข้ามา ที่ส่งที่ไกลก็ใกล้เข้ามาๆ ตัดเข้ามาเรื่อย ความสงสารความเมตตาเมื่อกำลังไม่อำนวยแล้วก็ค่อยหดค่อยย่นเข้ามา วันธรรมดาวันราชการอย่างนี้ไปตามโรงพยาบาลต่างๆ ไปโรงนั้นไปโรงนี้ เดี๋ยวนี้ไปโรงไหนก็มอบให้โรงละสองหมื่นๆ ทุกโรง สงสาร ทางภูเขียวก็ตั้ง ๑๐ ล้านกว่า กำลังสร้างตึกให้ โรงพยาบาลภูเขียวกำลังสร้างเวลานี้ตึก เราไปโรงพยาบาลภูเขียวไปเห็นเขาติดไว้ท้ายรถ รถเขาวิ่งข้างหน้าเรา เราวิ่งตามหลัง เห็นเขาเขียนไว้ว่า กูจะฟ้องท่านเปา เราก็จับอันนั้นละมาไว้ที่นี่ มันมาเที่ยวเพ่นพ่าน ต่ออีก กูจะฟ้องท่านเปา มันมาเที่ยวเพ่นพ่าน เขาเขียนเล่นเขาหรอก เราก็ดึงอันนั้นมาต่อ เขาเขียนว่า กูจะฟ้องท่านเปา เราก็ดึงอันนั้นมาไว้หน้าวัด ต้นฉบับเขา กูจะฟ้องท่านเปา เราต่อให้ มันมาเที่ยวเพ่นพ่าน

ทางด่านสองด่านทางน้ำหนาวก็ไปบอกแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานหรือวานซืน เมื่อวานซืนละไปบอกแล้ว ถ้าว่าบอกแล้วจริงนะเรา ว่าอย่างไรเป็นอย่างนั้น นี่บอกเขาเรียบร้อยเป็นคำสัตย์คำจริงว่า ต่อไปนี้จะไม่ได้มา เพราะลำบากมาก ๖ ชั่วโมง จากนี้ไปถึงด่านสุดท้ายกลับมา ๖ ชั่วโมงพอดี เอาของไปเต็มรถๆ ไปสองด่าน ปัจจัยให้ครอบครัวละหนึ่งพันๆ เด็กมีเท่าไรให้คนละหนึ่งร้อยๆ แล้วของในนั้นให้ครอบครัวละเท่าไรก็กำหนดไว้เรียบร้อย นี่ก็บอกเขาแล้วว่าจะไม่ได้มา ต่อไปก็ไม่ได้มาจริงๆ คือกำลังมันอ่อนลงๆ หดเข้ามาๆ

สำหรับธาตุขันธ์ดูมันอยู่ตลอดเวลา ธาตุขันธ์เป็นเครื่องใช้ เป็นเครื่องมือของจิต เราต้องการอะไรเมื่อธาตุขันธ์เครื่องมือยังอำนวยอยู่ก็ใช้ได้ตามนั้นๆ มันอ่อนลงๆ ก็ใช้ได้ตามส่วน สุดท้ายใช้ไม่ได้ทิ้งเลย ทิ้งไปแล้วจะไปอยู่ยังไงมันก็หมดปัญหาจะว่าไง โลกไม่ได้เป็นอย่างนั้นนะ ไขว่คว้า มันหาที่เกิดตั้งแต่ยังไม่ตาย โลกหาที่เกิด เดือดร้อนกับที่เกิดที่อยู่ตั้งแต่ยังไม่ตาย ตายแล้วมันก็ดิ้นอย่างนั้นเพราะไม่มีหลักใจ ถ้ามีหลักใจมันก็ชุ่มเย็น ใครมีหลักใจมากเท่าไรยิ่งชุ่มเย็นยิ่งหนาแน่นมั่นคงไปโดยลำดับ เพราะอำนาจของศีลธรรมเข้าสู่ใจ ตายใจได้เป็นลำดับลำดา ถ้าธรรมกับใจเป็นอันเดียวกันแล้วเรียกว่าตายตัว นั่นคือธรรมธาตุอยู่นั่นแล้วไปหาที่ไหน หมด ไม่มีที่จะหา พออยู่ในนั้นแล้ว พอแต่ยังไม่ตาย ท่านรู้

พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ รู้ร้อยเปอร์เซ็นต์ สนฺทิฏฺฐิโก  ขั้นสุดท้าย ดูผลงานครั้งสุดท้ายว่าสิ้นแล้ว หมดภาระ ท่านจึงเรียกว่า วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว งานที่ควรทำได้ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว งานอื่นจะทำให้ยิ่งกว่านี้ไม่มี งานแก้กิเลสเป็นงานหนัก งานจะยิ่งกว่าการงานแก้กิเลสไม่มี พออันนี้ขาดสะบั้นลงไป หมด เรียกว่า วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว งานที่ควรทำได้ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว งานอื่นจะให้ยิ่งกว่านี้ไม่มี นั่นสิ้นสุดของจิตที่เป็นนักท่องเที่ยวส่ายแส่หาที่เกิดที่ตาย หาอยู่ตลอดเวลา มันหาตั้งแต่ยังไม่ตาย พอตายแล้วก็ดีดไปตามกรรม มันจะหาที่ไหนก็ตามไม่เหนือกรรม กรรมควบคุม กรรมดีกรรมชั่วควบคุมอยู่ในใจ จะพาให้ไปเกิดสูงต่ำขึ้นอยู่กับกรรมติดอยู่กับใจ อวิชชาบังคับให้เกิด เกิดดีเกิดชั่วขึ้นอยู่กับกรรมดีกรรมชั่ว พออวิชชาขาดสะบั้นไปแล้วไม่มีอะไรบังคับให้เกิด ความตายมันก็ไม่มีอยู่แล้วในใจจะเอาอะไรมาเกิดอีกล่ะ

เราทำกับโลกเราก็ทำไปอย่างนั้นละ เราคิดเล็งดูโลกดูสงสารบวกลบคูณหาร อะไรควรตัดตัด อะไรควรเพิ่มเพิ่ม พิจารณาไปเรื่อยๆ เพราะในงานของตัวเองมันเสร็จสิ้นไปทุกอย่างไม่มีอะไรจะทำพูดให้มันชัดเจน งานในหัวใจนี้เสร็จสิ้นลงเรียบร้อยแล้วเป็นเวลา ๕๖-๕๗ ปีแล้วมั้ง หลวงปู่มั่นมรณภาพ ๙๒ เราก็เป็น ๙๓ ไล่เลี่ยกันไป งานเสร็จสิ้นมาตั้งแต่โน้นแล้ว งานของใจที่หมุนเป็นกงจักร กิเลสพาให้หมุน พอกิเลสขาดสะบั้นลงไปแล้วไม่หมุน งานของใจก็สิ้นสุดลงตรงนั้น ท่านจึงเรียกว่า วุสิตํ พฺรหฺมจริยํการประพฤติพรหมจรรย์เพื่อความพ้นทุกข์ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว

ทีนี้หมดกังวลทุกอย่าง จะอยู่จะตายจะเป็นยังไงไม่มีนะ ตายแล้วจะไปเกิดที่ไหนไม่มี ความกังวลในการเกิดการตายไม่มี หมด เพราะธรรมชาตินี้พออยู่ในนั้นแล้วเรียบร้อย ไม่มีอะไรจะมาตัดออก ไม่มีอะไรจะมาเพิ่มเติม พอด้วยความเลิศเลออยู่ในใจดวงนั้น นั่นละพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ท่านเลิศเลออยู่อย่างนั้น การเกิดการตายท่านจึงไม่เป็นภาระ มองดูแต่ขันธ์ใช้ได้มากน้อยเพียงไรก็ใช้ไปๆ ใช้ไม่ได้ทิ้งปั๊วะไปเลย นี่เรียกว่าสมมุติ

พระอรหันต์ท่านนิพพานไม่ค่อยได้ยินนะ ในประวัติไม่ค่อยมี มีน้อยมาก มีเฉพาะองค์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เช่น พระสารีบุตร พระโมคคัลลาน์ เวลาท่านจะนิพพานท่านก็มาทูลลาพระพุทธเจ้า พระสารีบุตรก็มาทูลลาจะไปนิพพานที่บ้านเกิด พระพุทธเจ้าก็เปิดประตูวัดเชตวันรอบหมด เอา องค์ไหนจะไปตามส่งเสียพี่ชายของเธอทั้งหลายก็ให้ไปได้ วัดเชตวันเราเปิดโล่งหมด เปิดให้ไป พระติดตามไปตั้ง ๕๐๐ ไปถึงนั้นก็ได้ให้แม่เป็นสัมมาทิฏฐิในวาระสุดท้าย

ทีแรกมาก็ตำหนิลูกชาย อุปดิสนี้เวลาบวชแล้วไปที่ไหนไม่เห็น ครั้นเวลาแก่แล้วจะมาสึก ไม่รู้ว่าลูกชายจะมาปลงสังขารที่นั่น มาก็แสดงฤทธิ์เดชให้แม่ดูทุกอย่าง เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมมาเป็นชั้นๆ แสดงฤทธิ์ออกเปิดให้แม่ดู ครั้นเวลามาถามแล้วลูกชายก็สรุปความลงว่า เหล่านี้เป็นเหมือนสามเณรน้อย พวกเทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมมากราบท่านๆ วาระสุดท้ายที่ท่านจะนิพพาน เวลาคณะนี้จากไปก็ถามลูก ลูกก็บอกคณะนี้เป็นคณะนั้นๆ เรื่อยๆ สุดท้ายก็บอกว่าเหล่านี้เป็นเหมือนกับสามเณรของอาตมา

อะไรเหนือธรรมเห็นไหมล่ะ ท้าวมหาพรหมยังมากราบธรรมทั้งนั้น ธรรมในหัวใจท่านเหนือหมด เพราะฉะนั้นจึงว่าเหล่านี้เป็นเหมือนสามเณร ท้าวมหาพรหมเหล่านี้มาเป็นเหมือนกับสามเณร ธรรมอยู่ในหัวใจของท่านใหญ่ขนาดไหน ท่านก็นิพพานที่นั่น พระโมคคัลลาน์ก็ไปนิพพาน บริษัทบริวารก็ตาม พระองค์ทรงเปิดประตูวัดเชตวัน องค์ไหนอยากไป เอ้า ไปเราเปิดให้ไปหมด พี่ชายของเธอจะจากไปแล้ววาระสุดท้าย ไปใครอยากไป เปิดประตูวัดเชตวัน พระตามส่งสี่ร้อยห้าร้อย พระโมคคัลลาน์ก็มีชื่อเสียงโด่งดัง

พระอานนท์นั้นก็ทราบกันแล้ว นิพพานแบบหนึ่ง ส่วนพระกัสสปะยังไม่ได้เผาศพ ยังมีการเกี่ยวกันกับพระอริยเมตไตรย นั่นก็วาระสุดท้ายพระอริยเมตไตรยจะเอาศพของพระกัสสปะมาเผาบนฝ่าพระหัตถ์สุดท้าย กรรมสิ้นสุดลงจุดนั้น นอกนั้นไม่ค่อยปรากฏพระอรหันต์ท่านนิพพาน ในตำราไม่ค่อยมีมากนะ ไม่ค่อยมี เพราะท่านตายง่าย ปรกติท่านจะอยู่ในป่าในเขาๆ เป็นประจำ ถึงกาลเวลาแล้วหัวซุกเข้าตรงไหนปั๊บดีดผึงไปเลยๆ แล้วใครจะไปตามจดจารึกเอาประวัติของท่าน

ด้วยเหตุนี้ประวัติของพระอรหันต์ท้งหลายจึงไม่ค่อยมี เพราะท่านตายง่าย ไปที่ไหนหัวซุกเข้าปั๊บเลย ถึงกาลเวลาแล้วเหรอหัวซุกปั๊บดีดผึงไปเลยๆ ก็มีปรากฏพระสารีบุตร พระโมคคัลลาน์ พระอานนท์ ที่ชัดเจนในประวัติ นอกนั้นไม่ค่อยมีในประวัติ ท่านตายง่าย พระอรหันต์ตายง่ายนิดเดียว ท่านตายไม่มีสมมุติเข้าไปรังควานรังแกอะไรกับจิตใจท่าน

สมมุติก็เป็นสมมุติ ธาตุขันธ์มันดีดมันดิ้นของมันท่านก็รู้ นี่คือเรื่องสมมุติมันดีดของมัน วาระสุดท้ายมันหมดความดีดดิ้นเรียกว่าตาย จิตไม่ดีดไม่ดิ้น ไปเลย เพราะฉะนั้นพระอรหันต์นิพพานจึงไม่ค่อยมีในประวัติ มีน้อยมาก เนื่องจากท่านตายง่าย หัวซุกเข้าตรงไหนๆ ไปเลยๆ ไม่ได้ตายยากเหมือนปุถุชนตาย ปุถุชนนี้แหม ดีดดิ้นตกที่หลับที่นอน ตกเตียงไป สติสตังประคองใจไม่มี ตายแบบนั้น ท่านผู้สิ้นกิเลสแล้วตายแบบสิ้นกิเลส ไม่ได้ยากอะไรเลย

วันนี้วันที่ ๒ วันที่ ๕ ก็จะได้ไปร้อยเอ็ด เสี่ยสมหมายละเขานิมนต์ไปจะก่อเจดีย์อะไร วันที่ ๕ จะได้ไปค้างที่นั่น ตอนเช้ามีพิธีอะไร เสร็จแล้วกลับ วันที่ ๖ กลับ ให้พร

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

และเครือข่ายทั่วประเทศ


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก