ทัพธรรมช่วยโลก
วันที่ 2 สิงหาคม 2543
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓

ทัพธรรมช่วยโลก

สรุปทองคำเมื่อวานนี้ได้ ๕.๐๑ บาท แต่ตอนบ่ายเขามาถวายเพิ่มอีกยังไม่ได้นับนะ นี่เราได้อ่านให้ทราบเป็นประจำวัน ทองคำที่ต้องการมอบเข้าคลังหลวง ๔,๐๐๐ กิโลนั้น เวลานี้ได้มอบเข้าแล้วงวดแรก ๑,๐๓๗ กิโลครึ่ง งวดที่สองนี้ ๑,๐๒๕ กิโล รวมทองคำที่ได้มอบไว้กับคลังหลวงแล้วเวลานี้ได้ ๒,๐๖๒ กิโลครึ่ง หรือ ๒ ตัน ๖๒ กิโลครึ่ง ฝากไว้กับคลังหลวง หลังจากที่เราได้ฝากแล้วนั้นทองคำได้เพิ่มมาอีก จำนวนนี้ยังไม่ได้หลอม ๒๑ กิโล ๓๓.๓๕ บาท อันนี้ได้มาหลังจากเราหลอมแล้ว รวมทองคำทั้งหมดได้ ๒,๐๘๔ กิโล ที่ไม่หลอม ๒๑ กิโลรวมด้วย ยังขาดทองคำอีก ๑,๙๑๖ กิโลจะครบจำนวน ๔,๐๐๐ กิโลที่เรากำหนดในการช่วยชาติคราวนี้ ดอลลาร์ที่จะมอบในครั้งต่อไป ๑ ล้านนั้น เวลานี้ยังไม่ได้มอบ ยังขาดอยู่ ๗๐,๐๐๐ อยู่อย่างนั้นแหละ ทางได้ ๆ มาเรื่อย ทางขาดขาดอยู่เรื่อย

นี่วันไหนนา ทางกรุงเทพฯ โทรมาหาเราเกี่ยวกับเรื่องทางธนาคารจะไปตรวจตีตราทองคำ ทางโน้นโทรมา ตัวการก็คือเรานั่นเองไปดูเวลาเขาจะมาตรวจตีตราตีอะไรในทองคำนั่น แต่เราบอกไปทางโน้นว่า ให้ทางโน้นทำหน้าที่แทน ให้เป็นผู้ไปแทนเรา ๒ คน เข้าไปดูในวันกำหนด วันที่ ๕ หรืออะไรลืมแล้วแหละ แต่เร็ว ๆ นี้ ทางโน้นโทรมาบอกมา เราก็เลยจัดคนให้ไปแทน เป็นตัวแทนเรา เสธฯ ฝ่ายทหารคนหนึ่งกับคนของเราคนหนึ่ง เพียงสองท่านเท่านั้นก็เห็นจะพอ คือไปดูทางธนาคารจะมาตรวจตีตราทองคำว่าเข้ามาตรฐานสากลหรือไม่

เราก็ไม่ได้ไปปิดประตูไว้ก่อนยังไม่ให้เข้าธนาคาร ทองคำของเรา จะมาตรวจตราทองคำของเราว่ามันจริงมันปลอมแค่ไหน คนที่มาตรวจมันจริงมันปลอมยังไงบ้างจะต้องตรวจคนนี้ก่อน ก่อนที่จะเข้าห้องเราได้ เราต้องตรวจคนนี้เสียก่อน มันต้องอย่างนั้นซี เอะอะจะมาตรวจเรา ๆ ตัวปลอมมันจะมาตรวจตัวจริงได้ยังไง มันต้องตรวจตัวปลอมเสียก่อนซี เอะอะจะมาตรวจแต่เรา ๆ เราเป็นของจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ของปลอมร้อยเปอร์เซ็นต์จะมาตรวจของจริงได้ยังไง ต้องตรวจดูของปลอมเสียก่อน

นั่นละธรรมกับโลกมันจับกันอย่างนั้น นี่เราเปิดออกให้ทราบ พอทางโน้นเคลื่อนปั๊บทางนี้ก็ปั๊บ ทางโน้นจะมาตรวจทางนี้จริงปลอมแค่ไหน ทางโน้นปลอมยังไงบ้าง แต่ว่าจริงแค่ไหนไม่บอก ปลอมเท่าไรว่างั้นเลย คือมันปลอมมาแล้ว (เขาตรวจเรียบร้อยแล้วเขาต้องเอาเข้าให้หลวงตา) ต้องเข้า ไม่เข้าไม่ได้ ลงนี่ได้ออกหน้าทัพแล้วไม่เข้าไม่ได้ ให้เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ วันนั้นก็ซัดกันแล้วนี่กับทางธนาคารที่สวนแสงธรรม ฟาดหน้าซีดไปเลย ลงได้ออกทัพแล้วไม่มีถอยทั้งนั้น โบกมือเลย ไม่จริงไม่ออก ต้องเป็นอย่างนั้น วันนั้นฟาดเสียจนพวกนั้นหน้าซีดไปหมด ขนาบเอาจริง ๆ นี่ คราวนี้จะเข้าละไม่เข้าไม่ได้ มันก็ต้องมีลวดลายบ้าง เสือใหญ่จะตายมันต้องดิ้นบ้างอะไรบ้าง ให้ตายเฉย ๆ ไม่ตาย ต้องทำท่าดิ้น ไม่มีอะไรดิ้น หางดิ้นก็เอา

ที่มันแปลกอยู่มากก็คือ โรคท้องเรานี่แหมน่าอัศจรรย์จริง ๆ นะ เราเองเราไม่ได้เชื่อนะ เพราะฉะนั้นหมอที่รักษาเรา ถามกันต่อหน้าต่อตาเลย บอกว่าเรายังไม่ได้แน่ใจว่าโรคเรานี้หาย มันทำไมโรคอันนี้มันเป็นมาถึง ๕๐ กว่าปีว่าอย่างนั้นนะ แล้วอยู่ ๆ พอได้ฉันยาหมอลงไปนี้หายไปเลย ๆ นี้ ไม่มีกิริยาดีดดิ้นอะไรเป็นการต่อสู้บ้างเลยนี้เป็นไปได้เหรอ มันจะหายจริง ๆ เหรอ หมอเขาก็ยืนยัน หายจริง เพราะอะไรว่ามาซี อ๋อ โรคชนิดนี้ผมเคยรักษาหายมาแล้วเป็นร้อย ๆ คนว่างั้น เราชักอ่อนนะ ก็โรคเรามันจะเป็นโรคเทวทัตมาจากไหนจะไม่ยอมยาใช่ไหม โรคชนิดเดียวกัน

คือก่อนที่เขาจะให้เรารักษา เขามาชี้แจงเหตุผลของคนไข้ที่หายจากหมอคนนี้เรียบร้อยแล้ว เป็นที่หายสงสัย คือว่าอาการของโรคเราเป็น กับคนเป็นโรคที่เขาหายจากหมอคนนี้นั้น เป็นกระเบียดเดียวกันเลย เมื่อรักษาแล้วหายวันหายคืนไปเลย ไม่มีการดีดการดิ้นแม้นิดหนึ่งไม่แสดงนะ จนกระทั่งเราสงสัยจึงถามกับหมอ หมอบอกว่าหายแน่ เพราะโรคชนิดนี้เขาเคยรักษาหายมาแล้วเป็นร้อย ๆ คน เราก็ชักเชื่อ โรคเรามันเป็นชนิดเดียวกัน เขาหายทำไมเราจะไม่หาย

อันนี้ไม่มีปฏิกิริยาเลยนะ ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบแม้นิดหนึ่งไม่มีนะ หายวันหายคืน ๆ หายไปเลย จนกระทั่งทุกวันนี้ จึงเหมือนว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์โรคอันนี้ก็ดี เวลานี้เราแน่ใจแล้วว่าหายร้อยเปอร์เซ็นต์เลย ไม่มีอากัปกิริยาอะไรเลยในท้อง การถ่ายหมอเขาบอกให้สังเกตการถ่ายเท่านั้นเอง เขาว่างั้นนะ คือการถ่ายโรคถ่ายมากเท่าไรเพลียลง ๆ ทีนี้จะเป็นการถ่ายยา ยาขับ แม้จะถ่ายเหมือนกันแต่ถ่ายเท่าไรไม่มีอ่อนมีเพลีย ไม่มีเขาว่า แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ของเราพอฉันยาอันนี้แล้วก็ถ่ายแบบเดียวกันแต่ไม่อ่อนไม่เพลีย ส่วนถ่ายโรค โถ ถ่ายทีไรอ่อน ๆ แล้วหายวันหายคืนมาจนกระทั่งทุกวันนี้ เงียบไปเลย

นี่ที่มันอัศจรรย์ หายเงียบ ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบอะไรเลย เราถึงช่วยพี่น้องชาวไทยเรา เพราะฉะนั้นเวลาดูในทีวีจึงรูปร่างเหมือนผีตัวหนึ่ง ยังเหลือแต่ร่างกระดูกออกทางทีวี ก็เพราะพอฟื้นนั้นก็ขึ้นเลย เขาอาจจะออกภาพเก่า ๆ เวลาเขามาพูดเขาถึงบอกว่า ดูในทีวีไม่สดใสเหมือนดูปัจจุบันนี้ เราก็ยอมรับ เพราะในทีวีเป็นภาพที่พึ่งฟื้นจากป่วย เวลานี้มันก็ปกติแล้ว

นี่ทางโน้นก็โทรมาแล้ว ดูเหมือนวันที่ ๕ หรืออะไร ทางธนาคารเขาจะมาตรวจสอบตีตราอะไรต่ออะไร จะจริงหรือปลอมก็ดูวันนั้นละ ทั้งเขาทั้งเราดูกัน ของปลอมจะมาดูของจริง เพราะฉะนั้นจึงต้องให้ตรวจเสียก่อน เป็นวันที่ ๕ หรืออะไร ก็เขาบอกแล้วเมื่อเช้านี้นะ มันก็ลืมเสียอย่างนั้น แต่ยังไงเขาก็ไปตามที่เราตกลงเราสั่งไปแล้ว ตกลงไปแล้ว วันนั้นให้คนของเรา ฝ่ายทหารก็ให้ เสธ.ฯ ไปเป็นหัวหน้า ไม่ต้องไปหลายคน เขามาตีตราธรรมดานั้นแหละ ประหนึ่งว่าเป็นสักขีพยานให้โลกได้เห็น เวลานั้นเขาจะต้องถ่ายภาพใช่ไหมล่ะ ก็มีเท่านั้นแหละ เรื่องอื่นเรื่องใดไม่มี เป็นพิธีการอันหนึ่งเพื่อโลกให้เห็นทั่วหน้ากันเท่านั้นเอง

เรื่องทองคำของเราก็ก้าวเดินอย่างนี้เรื่อย ๆ ไป แต่การเทศนาว่าการดังที่เราเคยปฏิบัติมานั้นนี้ลดลงนะ คือกำลังพาให้ลด กำลังอ่อนมากแล้วเวลานี้ การเทศนาว่าการในที่ต่าง ๆ ดังที่เราเคยปฏิบัติมานั้น จะหดย่นเข้ามาโดยหลักธรรมชาติของธาตุขันธ์เอง มันไม่อำนวย แต่การรับนิมนต์เทศน์ในงานที่จำเป็น ๆ นั้น เราก็จะพยายามตะเกียกตะกายไป งานที่สมควรจะตะเกียกตะกายเราก็จะพยายามไป เช่นอย่างงานวันที่ ๙ สิงหาฯ นี้ ก็เป็นงานของพี่น้องชาวอุดรฯ เขตจังหวัดอุดรฯ ทุกอำเภอจะมารวมศรัทธา แสดงความรักชาติความเสียสละต่อชาติไทยของเราในวันที่ ๙ เวลาเท่าไรลืมแล้วละ แต่ก็ดูตามโครงการก็แล้วกัน นั่นละวันนั้นเราจะออกไปเทศน์ ถ้าหากไปเทศน์ทั่ว ๆ ไปดังที่เคยปฏิบัติมานั้นเราไปไม่ไหวแล้ว

เราจึงได้พูดถึงเราหมดหวังแล้วเราถึงได้ออกปากพูดเลย แต่ก่อนไม่พูด เพราะเราเป็นผู้ทำหน้าที่ เราจะทำทั่วประเทศไทยเราว่าอย่างนั้นนะ ในหัวใจเราฝังไว้ครอบไว้หมดเลย เราจะไปทำประโยชน์แก่พี่น้องชาวไทยเราทั่วประเทศเลย ทางไหนนิมนต์มา ๆ ยังไม่ได้ไปก็พักไว้ ๆ ไม่บอก พอได้จังหวะแล้วเราก็บอกไป บอกไปก็เป็นคำแน่นอน ๆ แล้วก็ไปตามนั้น ๆ เพราะเราทำงานคนเดียวเทศนาว่าการ ไปคนเดียว ๆ ทีนี้เวลาทำไป ๆ กำลังอ่อนลง ๆ อ้าว ทำให้คิดละที่นี่ คิดถึงทางที่ยังไม่ได้ไปละซิ ซึ่งเราตั้งใจไว้แล้วว่าจะไปให้ทั่วกันไปหมดนี่นะ นี่เป็นความตั้งใจ แล้วเราก็ค่อยปฏิบัติไปเรื่อย ๆ พอได้จังหวะแล้วก็รับไปเรื่อย ๆ

ทีนี้พอถึงระยะนี้แล้วมันชักแน่ใจแล้วว่าธาตุขันธ์จะไม่เอาไหน อ่อนลง ๆ ไปเทศน์แต่ละครั้งนี้เทศน์กลับมานอนไม่หลับ อ้าว เอาแล้วนี่ มันเหนื่อยมาก เดินทางไปด้วย เทศน์ด้วย กลับมาด้วย มีแต่การเสียกำลังทั้งนั้น ๆ ก็เลยได้พูดกับพี่น้องทางภาคใต้ของเราบอกว่า จะหมดหวังเสียแล้วในธาตุขันธ์ของเรานี้จะไปไม่ได้แล้ว เราจึงเป็นความห่วงใย รักและห่วงใยพี่น้องทางภาคใต้ของเราว่า เราธาตุขันธ์ไม่เอาไหนแล้วจะไม่สมหวัง เห็นจะไม่ได้ไปแล้ว ได้ออกปากพูดแล้วนี่ เมื่อมันหมดหวังจริง ๆ ในธาตุขันธ์ของเราหมดกำลังจริง ๆ ไปไม่ได้แล้ว เพราะภาคใต้ก็ไกลกว่าทุกภาคด้วย ต้องเสียสละเวล่ำเวลาการไปการมา มันต่างกันที่ว่าไกลกว่ากัน ที่ใกล้ชิดเหล่านี้ไปนี้ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งพอถูพอไถ ทีนี้เวลาหมดกำลังแล้วจึงได้เขยิบไปที่ไกล ๆ มันเข้ากันไม่ได้เลย เราจึงได้พูดด้วยความห่วงใยพี่น้องชาวภาคใต้ของเราในความเคลื่อนไหวของเราที่เราเคยไป

แต่สำหรับพี่น้องทั้งหลายทั่วประเทศไทย ใครจะบริจาคมากน้อยนั้น เราเปิดบัญชีไว้เรียบร้อยแล้ว เปิดโอกาสให้ตลอดทั่วประเทศไทยของเรา แม้เมืองนอกก็มาได้ อันนี้เป็นปกติ ท่านผู้ใดจะบริจาคมากน้อยให้โอนเข้าบัญชีธนาคารต่าง ๆ ดังที่ระบุไว้เรียบร้อยแล้วนั้น ก็โอนได้ตามธรรมดา เปิดโล่งตลอดเวลา ก็มีแต่ธาตุขันธ์ของเรามันไปไม่ได้ก็ยอมรับว่าไปไม่ได้ จึงได้บอกให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วกัน อย่าว่าแต่ทางภาคใต้ ภาคไหนก็เหมือนกัน ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ก็ไม่ไป ไปไม่ได้ก็ไม่ไปเหมือนกันนั่นแหละ คิดดูซิเราเคยไปยังหดย่นเข้ามาแล้ว นี่จะไปให้เฉพาะที่จำเป็น ๆ ก็ตะเกียกตะกายไปเห็นว่าใกล้หน่อย ไม่ไกลนัก เราก็จะไป

นี่ตั้งใจไว้เต็มเหนี่ยว ตอนนั้นธาตุขันธ์ก็พอเป็นพอไป เราก็จะก้าวเรื่อยไปช่วยพี่น้องชาวไทยเรื่อยไป ทั้งการแนะนำสั่งสอนทุกอย่างซึ่งเป็นหน้าที่ของเรา เราจะทำให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่นี้เรื่องว่าจะทำให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย กำลังวังชานี้มันตัดเข้ามาซี ขาดไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหมดหวังถึงได้ออกปากพูดออกมานี่ที่ว่า เป็นห่วงพี่น้องชาวภาคใต้ของเรา คราวนี้เห็นจะไปไม่ได้แล้ว มันนับวันอ่อนลงทุกวัน ไม่ใช่จะคืบไปได้นะ จึงได้บอกให้ทราบ อย่าเสียอกเสียใจพี่น้องทั้งหลาย

เราเป็นชาติไทยด้วยกัน อยู่แง่ไหนมุมใดภาคใด ก็คืออวัยวะของชาติไทยเรา เหมือนแขนซ้ายแขนขวา ขาซ้ายขาขวา อวัยวะทุกส่วนเป็นกิ่งก้านของบุคคลคนหนึ่ง ๆ นี้ภาคต่าง ๆ ทั่วไปในประเทศไทยเรานี้เป็นกิ่งก้านอวัยวะของชาติไทยเราทั้งนั้น มีความรักเสมอกัน ความรักชาติก็เสมอกัน ทีนี้ความเสียสละเพื่อความรักชาติของเรา ก็ให้ทำสม่ำเสมอกัน ดังที่เราเปิดบัญชีไว้แล้ว พี่น้องทางไหนภาคไหนคนใดก็ตามจะบริจาค โอนเข้ามาในบัญชีนั้น ๆ ก็ให้โอนได้ตามความสะดวกสบายดังที่เคยปฏิบัติมา อันนี้ทำได้สบาย ก็มีแต่ธาตุขันธ์ของเราที่เป็นอุปสรรค ดังที่เรียนให้พี่น้องทั้งหลายทราบอยู่เวลานี้เท่านั้นเอง มันไปไม่ได้แล้ว หมดกำลังแล้ว ส่วนที่ยังเป็นไปได้ตามปกติก็เปิดไว้ตามปกติ ให้ปฏิบัติตามนั้นก็แล้วกัน

แล้วเงินทั้งหมดนี้เราก็ได้กำหนดไว้แล้ว ส่วนมากเงินในโครงการมันน่าจะเข้าทองคำทั้งหมดเลยละ เพราะเราเป็นห่วงทองคำมาก อะไร ๆ ที่มีความอดอยากขาดแคลนบ้าง พอถูพอไถ ขอให้หลักใหญ่ยังเป็นหลักเกณฑ์อยู่ เราเอาจุดนี้นะ หลักใจของชาติไทยเราคือทองคำ เราเป็นผู้ไปดูเอง ออกมาพูดให้พี่น้องชาวไทยทราบ ว่าให้พากันช่วยกันเต็มเหนี่ยว ทองคำเป็นอันดับหนึ่ง ทีนี้เงินสดที่เรากะไว้ตั้งแต่ต้น และประกาศออกด้วยว่า เงินสดนี้เราจะไม่เข้าคลังหลวง เราจะนำออกเป็นเงินหมุนเวียนช่วยชาติไทยของเราทั่วประเทศว่างั้นนะ แต่ทีนี้ก็เลยหมุนเข้ามาในแขนงนี้ ออกช่วยชาติไทยเหมือนกัน แต่ไม่ได้ออกโครงการนั้นออกไป

คือเราเข้าโครงการแล้วก็เอาไว้นั้น อันไหนที่ยังไม่ได้เข้าโครงการ เราก็จะโอนออกมาในบัญชีหลักเดิมของเรา คือบัญชีนี้เป็นบัญชีช่วยชาติมาตั้งแต่สร้างวัดป่าบ้านตาด บัญชีนี้ออกตลอดอันนี้ นี่เราก็เอาเงินนี้ที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคนี้ เอาเข้าบัญชีนี้เพื่อช่วยชาติเป็นเงินหมุนเวียน ส่วนที่เข้าเป็นโครงการแล้วนั้น เราไม่เคยแตะนะ เวลานี้เงินสดก็มี ๘๕๐ กว่าล้าน ไม่เคยถอนแม้สตางค์นึง ไว้นั้นเลย แล้วเรากำหนดไว้และประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบด้วยว่า เงิน ๘๐๐ ล้านนั้น เราจะหมุนเข้าไปซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวงทั้งหมด ส่วน ๕๐ กว่าล้านนั้นเราอาจจะถอนออกมาช่วยเป็นเงินหมุนเวียนต่อชาติไทยของเราก็ได้

แต่นี้ความหนักแน่นภายในจิตนี้ กิริยานี้เลยเป็นสักแต่ว่าพูดออกมาเฉย ๆ เหล่านั้นมันน่าจะเข้าไปทองคำทั้งหมดแหละ ไม่จำเป็นจริง ๆ เราไม่ถอน เพราะเรารับผิดชอบทุกอย่างเพื่อชาติไทยของเรา เราจะพิจารณาเต็มสัดเต็มส่วนทุกอย่าง ก่อนที่จะเคลื่อนไหวสมบัติเหล่านี้ไปเป็นประโยชน์แก่ชาติไทยของเราในแง่ใด ๆ เราจะเป็นผู้คิดเองทำเอง นี่ละเงินที่ว่าเข้าโครงการและเพื่อที่จะเป็นเงินหมุนเวียนนี้ อาจจะหมุนเข้าไปหาทองคำทั้งหมดก็เป็นได้นะ เราจะพิจารณาเอง พิจารณาไปทำไปดูไปอย่างนี้ละ

นี่ทองคำก็ได้แล้วที่แน่นอนคือเป็นทองคำที่หลอมเรียบร้อยแล้วได้ ๒,๐๖๒ กิโลครึ่ง เข้าฝากคลังหลวงเรียบร้อยแล้ว หรือ ๒ ตัน ๖๒ กิโลครึ่ง อันนี้เข้าแล้ว ส่วนอีก ๒๑ กิโลซึ่งยังไม่ได้หลอมนี้ เวลานี้ยังเก็บอยู่ข้างนอกต้องหลอมเสียก่อน พอสมควรแล้วก็จะเข้าตามที่เคยเข้านั่นแหละ อันนี้ ๒๑ กิโลยังไม่เข้าและยังไม่หลอมด้วยทองคำจำนวนนี้ รวมทั้งหมดทั้งที่หลอมแล้วและยังไม่หลอมก็ได้ ๒,๐๘๔ กิโลเวลานี้นะทองคำเรา เรียกว่า ๒ ตันกับ ๘๔ กิโล เอาใครลองคำนวณดูซิ ๒,๐๘๔ กิโล คิดเป็นเงินไทยในสมัยปัจจุบันเรานี้ จะเป็นเงินไทยเท่าไร ( ๘๐๐ ล้านโดยประมาณค่ะ คิดเป็นทองคำ ๒ ตัน กับ ๑๐๐ กิโล )

คือเราคิดเอาปัจจุบัน เช่นอย่างเงินสดเราอยู่ในคลังหลวงเวลานี้ ๘๐๐ ล้านที่เรากำหนดไว้แล้วที่จะเข้าคลังหลวงนี้ ก็จะได้ทองคำประมาณสัก ๒ ตัน ๑๐๐ กิโล นี่หมายถึงเงินปัจจุบันนี้นะ แต่นี้เราก็ไม่ได้ถือเงินปัจจุบันเป็นสำคัญ ยิ่งกว่าเหตุการณ์ที่เราพิจารณาอีกทีหนึ่ง เพราะฉะนั้นจึงรอไว้ก่อน เงินเหล่านี้ยังไม่เข้าคลังหลวง ยังไม่หมุนซื้อทองคำ รอดูจังหวะ ๆ เป็นระยะ ๆ ไปก่อน เข้าเมื่อไรก็ได้ยากอะไรของเรามีอยู่แล้ว จะพิจารณาเหตุการณ์ที่จะได้ผลประโยชน์มากน้อย หรือมีส่วนได้ส่วนเสียอะไรบ้าง เราต้องพิจารณาไปอีกทีหนึ่ง

ส่วนดอลลาร์เวลานี้ได้เข้าคลังหลวงแล้ว ๔,๒๗๘,๐๐๐ ดอลลาร์ เวลานี้ที่ว่าเราจะไปเข้า ๑ ล้านนี้เรายังรอ คาราคาซังยังเข้าไม่ได้ เราต้องรอไว้ก่อน ตอนนี้อยู่ที่ธนาคาร แต่คงไม่ต่ำกว่าล้านแหละเราคิดไว้แล้วนะ ถ้าขาดก็ไม่มาก เพราะทีแรกนั้นเราจะเอาเข้าให้ได้ ๑ ล้านมันก็เร่งเข้ามา ๆ ทีนี้พอเรื่องราวมันคาราคาซังยังไม่เป็นที่แน่ใจ เรายังไม่เข้า เงินจำนวนเหล่านี้ที่จะเร่งให้ถึงล้านเราเลยไม่เร่ง ก็ให้มันพักไปตามธรรมดาเสียก่อน อันนี้จึงยังไม่แน่นะ แต่รวมแล้วทั้งที่เข้าแล้วและยังอีก ๑ ล้านที่ยังไม่เข้านี้ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า ๕ ล้านนะ เพราะแต่ก่อนมันก็ ๔,๒๗๘,๐๐๐ แล้วนี่ ถ้าเอานี้บวกเข้าไปคิดว่าคงไม่ต่ำกว่า ๕ ล้านเงินดอลลาร์นะ

เราก็ได้พยายามเต็มกำลัง คราวนี้เป็นคราวที่ว่ามอบเป็นครั้งที่สอง เราก็ได้บอกให้พี่น้องชาวไทยทราบแล้ว เป็นคราวที่เด็ด เด็ดครั้งแรกเด็ดแกงหม้อเล็กแกงหม้อจิ๋วสำหรับเรา เด็ดกิเลส ฟัดกับกิเลสเต็มเหนี่ยว เรียกว่ากิเลสไม่ตายเราต้องตาย ถึงขนาดนั้นนะ เราพูดอย่างเต็มหัวอกของเราที่ได้สละตัวเพื่อมรรคผลนิพพาน กิเลสเป็นเครื่องกั้นกาง ฟาดกิเลสให้ขาดสะบั้น นี่ก็ได้ทำมาแล้วเต็มเม็ดเต็มหน่วย เป็นที่พอใจทุกอย่าง จากนั้นก็ยกทัพธรรมนี้เข้ามาช่วยโลกช่วยพี่น้องชาวไทยก็แบบเดียวกัน เราเป็นผู้ออกสนาม อะไรมาเราเป็นผู้รับทั้งนั้นเลยเทียว ไม่มีคำว่าท้อถอย เอาเต็มเหนี่ยว อะไรที่เป็นอุปสรรคต่อชาติไทยของเรา เราจะเป็นผู้นำด้วยการบุกเบิกเหตุการณ์ทั้งหลายนั้นให้เพิกถอนออกไป ไม่เพิกถอนก็ตายด้วยกันเลยในสงครามว่างั้นเถอะ ให้เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้

หลวงตาถ้าลงว่าออกเป็นผู้นำแล้ว นำขาดสะบั้นไปเลย ให้ถอยไม่ถอย นี่เรียกว่าเป็นครั้งที่สองครั้งนี้ พอเสร็จครั้งนี้แล้วเราก็เคยบอกแล้ว เป็นอันว่าเราลาแล้ว ธาตุขันธ์ก็ปล่อยมัน ดูมันดีดมันดิ้นดุ๊กดิ๊ก ๆ ของมัน เป็นเครื่องมือ ธาตุขันธ์นี้เป็นเครื่องมือ เมื่อมันหมดสภาพแล้วทิ้งปัวะสลัดปึ๋งไปเลย นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ช่วยพี่น้องชาวไทย จึงพากันมีแก่อกแก่ใจตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติด้วยความรักชาติของเรา และความเสียสละให้มาด้วยกัน รักชาติ เสียสละ ๆ เพื่อชาติไทยของเรา มีมากมีน้อยหนุนชาติไทยของเรา เฉพาะอย่างยิ่งทองคำสำคัญมาก เราหนุนตรงนี้ให้มากทีเดียว

ส่วนเวลานี้เหตุการณ์บ้านเมืองเรายังไม่พูด เราเก็บเรื่องราวทั้งหมดไว้ที่นี่ เมื่อยังไม่ถึงกาลเวลาเราจะไม่ออกพูด มันชัดเจนแล้วอะไรถึงจะนำออกมา ๆ ที่อยู่ในการลบการบวกนั้นรอไว้ก่อน เรียกว่าในระหว่างแห่งเหตุการณ์ เพราะฉะนั้นเราถึงไม่นำมาพูดแหละ ก็ดำเนินไปอย่างนั้นแหละ เวลานี้กำลังก้าวเดินเรื่อย ๆ ไป

วันนี้ก็พูดถึงเรื่องเหล่านี้ ธรรมะก็ไม่ค่อยได้แสดงอะไรมากนัก เพราะเทศน์ทุกวันเทศน์ธรรมก็ดี ธรรมเป็นที่ตายใจนะ ธรรมเข้าตรงไหนสว่างตรงนั้น สงบร่มเย็นตรงนั้น ถ้ากิเลสเข้าตรงไหนมืดตื้อ ๆ ก่อฟืนก่อไฟเผาไปตาม ๆ กันเลย ถ้าธรรมไปตรงไหนเป็นน้ำดับไฟ ๆ ไปเรื่อย ๆ ทีนี้ให้พร

เมื่อวานนี้มาตั้ง ๔ โรงพยาบาล โกดังจึงต้องให้แน่นไว้ตลอดเลย เมื่อวานมา ๔ โรง โรงพยาบาลมา แล้วเราไปอีกโรงหนึ่ง เป็น ๕ โรงเมื่อวานนี้ ของจึงบกบางไม่ได้ ไปน้ำหนาว ไกลนะน้ำหนาว เลยชุมแพไปอีก สามแยกน้ำหนาวดูเหมือน ๔๒ กิโล เข้าไปอำเภอน้ำหนาวอีก ๒๑ กิโล ตั้งแต่ชุมแพเข้าไปน้ำหนาว เข้าไปในเขา ซอกแซก ๆ ๖๓ กิโล ส่งแล้วกลับมาเลยเมื่อวาน ถามเขาว่ามีอะไรขาดเขินจำเป็น ก็พอเป็นพอไปว่างั้น ก็เป็นอันว่าไม่ให้อะไร ถามจำนวนคนไข้ที่เข้ามาในโรงพยาบาล วันหนึ่ง ๆ ประมาณร้อยคน แล้วประชากรทั้งหมดในอำเภอน้ำหนาวก็ประมาณหมื่นคน คนไข้เข้ามาเกี่ยวข้องโรงพยาบาลก็ราววันละร้อยคน เราจึงไม่ได้ให้อะไรอีก ถามเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือก็พอเป็นพอไป เพราะเราได้ให้มากแล้วนี่โรงพยาบาลน้ำหนาว

ดูไอ้หมีซิมันท่าใหญ่กว่าเขาเห็นไหม ไอ้หมีมันมีท่าใหญ่ของมัน มาทีแรกเขาเอามาเลี้ยง ตัวเล็ก ๆ ท่ามันใหญ่ เราดูแล้วว่า หมาตัวนี้มันท่าใหญ่นะ ต่อไปนี้ให้ระวัง เอาไม้หวดเรื่อยนะ มันจะวางท่าใส่เขา พอกัดมันกัดนะเราบอก แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นตลอดมา ท่าใหญ่แต่ไม่กัดเพราะไม้เรียวอยู่ข้างหัวมัน พอมัน เฮ่อ ปัวะเลย พอ เฮ่อ แล้ววิ่งหนี มันกลัวไม้เรียวไอ้หมี แต่มันดีอันหนึ่งนะเราดู ที่เห็นได้ชัดก็คือกับไอ้ปุ๊กกี้ ไอ้หมีมักจะมาเล่นกับมันเรื่อย เวลาปุ๊กกี้มันโมโหโดดจะกัดไอ้หมี ไอ้หมีหลบหมัด อู๊ย หลบหมัดเก่งนะ มันโดดใส่เขาจะเอาจริง ๆ ไอ้ปุ๊กกี้นะ จะโดดกัดจริง ๆ ไอ้หมีนี่หลบหมัดหลบปั๊บเลยนะ ไม่ถือสีถือสา หลบเฉย ๆ ถ้าธรรมดามันกัดเอาใช่ไหม นี่ไม่กัด หลบหมัดดีนะ เราดู เวลาเหมือนจะโกรธจะกัดจริง ๆ ไม่เอานะ ไม่ถือสีถือสา หลบหมัด แต่มันหลบหมัดเขานั่นอย่างหนึ่ง มันหลบได้นะไอ้หมี แต่มันหลบหมัดในตัวมันไม่ได้ หมัดอันนี้มันหลบไม่ได้ไอ้หมี หมัดเต็มตัวมันเลย

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร ทาง internet

www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก