สงสารโลกอยากให้รู้ดีรู้ชั่ว
วันที่ 10 กรกฎาคม. 2544
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔

สงสารโลกอยากให้รู้ดีรู้ชั่ว

มันคงเกี่ยวกับหวัดแทรกที่ว่าไม่สบายนี่ เป็นยังไงไม่ทราบเมื่อคืนนี้เป็นทั้งคืน หาเหตุผลไม่ได้ มันก็คงมีเรื่องหวัดที่มันมักจะเป็นอยู่เรื่อย ๆ หวัดมันคอยแทรกอยู่เรื่อย ๆ ไม่ใช่หวัดจริง ๆ นะ มันหวัดอะไรอยู่ในนี้ เมื่อวานปวดหมดทั้งตัวเลย ทั้งแขนทั้งขาทั้งตัว ลักษณะครั่นเนื้อครั่นตัวตลอด แต่ว่าจะเป็นไข้จริง ๆ ก็ไม่ใช่ เมื่อคืนก็เป็นตลอด เราหาเหตุผลไม่ได้นอกจากที่ว่าหวัด จะว่าหวัดจริง ๆ ก็ไม่ใช่อีกแหละ มันเคยเป็นแทรกกันมาได้สี่ห้าปีแล้วนะ เสียงเหมือนคนเป็นหวัด มีน้ำมูกแทรกนิด ๆ ตลอด เมื่อวานนี้รู้สึกมันแสดงแปลก ๆ เหมือนจะเป็นหวัดแต่ก็ไม่ใช่หวัดอยู่อย่างนั้นนะ

ธรรมดาเขาไปหาหมอยุ่งไปหมดเลยนะ สี่ห้าปีแล้วนี่ ยุ่งกับหมอหาหมอเรื่อย นี่ปล่อยเลย อะไรใช้ได้ใช้ไป ๆ เดี๋ยวนี้มันเป็นอย่างนั้นนะ มันเป็นของมันเอง อะไรที่ใช้ได้ก็ใช้ไป อะไรที่ใช้ไม่ได้ก็ปล่อยไป ๆ เรื่อยอย่างนี้ ไม่ได้ไปคิดอย่างที่มันเคยคิด มันเป็นของมันเองนะ ที่มันห่วงมันหวงอะไร ๆ นี้มันเป็นของมันเอง ทีนี้กลับเป็นคนละโลกไปเลย อะไรใช้ได้ใช้ไป อะไรใช้ไม่ได้ทิ้งไปเรื่อย ๆ หมดแล้วหรือ ทิ้งปั๊วะไปเลย แน่ะเป็นอย่างนั้นนะ ก็ใช้มันไปอย่างนั้นจะว่าไง ใช้เพื่อประโยชน์แก่โลกแก่สงสาร จะมาเป็นกังวลบำรุงรักษามันเกินไปอย่างนี้มันก็ขัดต่อธรรมชาติอีกเหมือนกัน อะไรที่เหมาะกัน ๆ ก็ปฏิบัติไปโดยเฉพาะ ๆ ที่เห็นว่าเหมาะกัน ๆ ระหว่างธาตุขันธ์กับจิตกับโลก พิจารณากันไปอย่างนั้นเหมาะ

เมื่อคืนนี้ก็ได้ฉันยาแก้หวัดอยู่นะ ฉันเม็ดหนึ่งพระเอามาให้ มันปวดอะไรภายในไม่รู้นะ อย่างที่พูดให้ฟังแหละ คือหาสาเหตุไม่ได้ เมื่อวานนี้เป็นทั้งวัน เหตุผลกลไกเป็นมายังไง กระทบกระเทือนอะไรบ้างธาตุขันธ์ไม่เห็นมี แต่มันก็เป็นของมัน แขนนี้ปกติก็ไม่ปวดไม่ขัด ถ้ากระดุกกระดิกมันก็เป็น ส่วนที่ยังไม่หายขัดตรงไหนมันก็แสดงออก แต่เมื่อวานแสดงทั้งวันแปลกอยู่ แข้งขาปวดไปหมด ทั้งวันไม่มีอะไรกระทบกระเทือน จากนั้นมาก็มีลักษณะครั่นเนื้อครั่นตัวอยู่ในนี้

เมื่อวานนี้ไปภูเรือเอาของไปส่ง ภูเรือนี้เราให้ประจำเดือน ๆ ละหนึ่งหมื่น หนองวัวซอเดือนละสองหมื่น นายูงเดือนละสองหมื่น อันนี้สำหรับครัวคนไข้กลัวจะไม่เพียงพอ เพราะก่อนจะให้เราจะถามดูเหตุดูผลทุกอย่างแล้วก็ให้ตามนั้น ไม่ได้ให้สุ่มสี่สุ่มห้า หวงสุ่มสี่สุ่มห้านะ ทั้งให้ทั้งหวง มีเหตุผลกลไกบ้างก็ไปตามนั้น ๆ อย่างหนองหานสงเคราะห์คนจนโดยเฉพาะ อันนี้จนจริง ๆ เวลาถูกตัดงบประมาณไม่มีเงินเดือนเลย ไม่มีเงินเดือนแล้วออกจากนี้จะไปทำงานอะไร ๆ เราก็ถาม ว่าไม่มีอะไรทำแล้วมีแต่อาศัยนี่เท่านั้น แต่ก่อนเขาให้เดือนละสี่พัน พอตัดงบแล้วไม่มี ถามจะไปหากินยังไง ๆ เขาบอกไม่มีที่ไหนที่จะทำงานหากินได้ เราก็เลยต่อไปให้เลย ให้เดือนละสี่พัน ๓ คน อันนี้เขาเงินเดือนอะไรขึ้นเราขึ้นให้ ๆ เวลานี้ให้เดือนละเจ็ดพัน ๓ คน นี่เป็นคนจน ให้ตลอดมานะสงสาร

มองไปไหน ๆ เราพูดไปเขาจะว่าหลวงตาเป็นบ้า จะเป็นบ้ายังไงตาเห็นอยู่ นี่มันก็หิวอยู่จะให้ว่าเป็นบ้ายังไง ถ้าอย่างนั้นพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ก็เป็นบ้าหมดล่ะซี เป็นคนดีแต่พวกเราอย่างนี้ จนกระทั่งถึงไอ้ปุ๊กกี้ไอ้หยองเป็นคนดีหมาดีหมด ตาบอดหูหนวกแต่พระพุทธเจ้าและสาวกท่านเท่านั้น ถ้าลงเห็นตำตากันอยู่นี้ยังผิดไป นี่ที่มันสงสารไม่ใช่อะไรนะ มองไปไหน โถ หากว่าธรรมเป็นเหมือนโลกนี้บ้าใหญ่เลยนะ คือจะดีดจะดิ้นด้วยการช่วยเหลือขวนขวายทุกด้านทุกทาง ใครผิดใครถูกยังไงก็จะว่าให้ ๆ เพราะมันขัดกับธรรมคือความสงบพอตัว ๆ กับสิ่งที่กีดขวาง ๆ มันนัวเนียยิ่งกว่าตาแหนะ ความทุกข์ความสับสนของโลกมันยิ่งกว่าตาข่ายตาแห

เคยเห็นไหมตาข่ายตาแห นั่นละเรื่องความยุ่งเหยิงวุ่นวายของโลกมันยิ่งกว่าตาข่ายตาแห แล้วในน้ำบนบกที่ไหน ๆ แบบเดียวกันหมดฟังซิ มันก็เห็นก็รู้อย่างนั้นจะให้พูดว่ายังไง พระพุทธเจ้าสอนโลกท่านสอนด้วยความรู้ความเห็น แต่สำคัญที่ว่าความรู้ของธรรมนี้ไม่เหมือนโลก รู้เหมือนไม่รู้ ถ้าช่วยไม่ได้ก็ผ่านไป ๆ ไม่กอบโกยอารมณ์มาเป็นทุกข์ทับตัวเอง ก็เท่านั้นเอง มันต่างกัน

นั่นซิโลกตาบอดมันยังลบล้างนรกที่จะเผาหัวมันอยู่ ลบล้างตลอดเวลาด้วยความรู้ความเห็นความเป็นในใจ อันใดที่เป็นทางลงนรกแล้วมันเปิดโล่ง ๆ กิเลสเปิดให้โล่ง ๆ อันใดที่จะขัดขวางไม่ให้ไปนรก กิเลสขัดขวาง คือความดีทั้งหลายกิเลสมันเข้าขวางไม่ให้ทำ เข้าขวาง ๆ นั่นละที่มันแสดงออกมาว่าบาปบุญนรกสวรรค์ไม่มี ออกมาจากกิเลสเท่านั้นบงการ อันนี้เป็นเครื่องมือของมัน พูดออกมาทางปากเป็นเครื่องมือของความรู้ความเห็นของกิเลส คือกิเลสมันแทรกความรู้ มันดันความรู้ให้รู้ไปอย่างนั้น ๆ มันไม่ให้ดันไปทางอรรถทางธรรมความถูกต้องดีงามเลย เวลามันเปิดออกแล้วไม่มีอะไรขวางมันก็รู้หมดล่ะซิ เวลามันปิดไม่รู้

โห ทุเรศจริง ๆ นะ เพราะฉะนั้นเราสอนโลกเราถึงสอนด้วยความเมตตาล้วน ๆ ไม่มีอะไรเข้ามาแทรกแม้เม็ดหินเม็ดทรายเลย ที่ขึ้นชื่อว่ากิเลสจะมาขวางธรรมแล้วนำไปแสดงออกให้เป็นพิษต่อโลกนี้ เราบอกเราไม่มี ไม่มีก็บอกว่าไม่มี อย่ามาถืออะไรกับเราหนาเราบอก สอนโลกผิดว่าผิด ถูกว่าถูก ควรดุดุ ควรแรงแรง ควรเบาเบา มีแต่เรื่องของธรรม เหมือนเขาถากไม้ ที่ไหนมันคดงอก็ถากหนักมือ พอเบาลงก็ถากธรรมดาเรียบ ๆ เรียบร้อยแล้วก็ไม่ต้องถาก อันนี้ก็เป็นอย่างนั้นเป็นกับโลก

เราออกมาช่วยโลกคราวนี้เราช่วยจริง ๆ บอกแล้ว เราไม่มีอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างเราปล่อยหมดทุกอย่างแล้ว มีแต่ความเมตตาสงสารสงเคราะห์โลกอยากให้รู้ดีรู้ชั่ว พอจะเป็นทางแห่งความสุขได้บ้าง เมื่อรู้ดีรู้ชั่วก็มีสติสตังก็รู้ ดีก็เสริมขึ้น ชั่วก็ละออก มันก็พอเป็นประโยชน์แก่ตนไปเรื่อย ๆ อันนี้ปิดกั้น ๆ ปิดบังเป็นกำแพงกั้นความดี กั้นอรรถกั้นธรรม มีแต่กิเลสเดินโล่งไปหมดนี้มันก็พิลึก แล้วยังดันอีกด้วย เอาสุดยอดว่านรกไม่มีนี่ซิ นี่ท้าทายพระพุทธเจ้า ก็คือท้าทายทำลายตัวเองไม่ใช่อะไรนะ พระพุทธเจ้าท่านจะมีอะไรกับโลก ท่านสอนโลกด้วยความเมตตาล้วน ๆ ท่านไม่มีได้มีเสียอะไร ไอ้เราผู้มีได้มีเสียเต็มตัวนั่นซิ มันจะกอบโกยเอาแต่ความเสียหายแบกกันไปลงนรก

มันก็ไปคาดซิคาดนรกที่นี่ มันไม่ถูกทั้งนั้นแหละ จะไปคาดเหล่านี้คาดไม่ได้นะ เห็นจะเป็นอย่างนั้นจะเป็นอย่างนี้ มีแต่พวกบ้าละคาด ท่านผู้เห็นท่านจะคาดอะไร มองเห็นอยู่นี่จะคาดอะไร เห็นอยู่นี่คาดอะไร มันเห็นอยู่รู้อยู่จะไปคาดอะไร ไอ้ผู้ที่ไม่เห็นนั่นซิมันคาด หลับตาคาดนั่นซิ ผิดวันยังค่ำ ๆ อยู่งั้นตลอด แล้วโดนแต่ความทุกข์แหละ ความผิดมันก็เป็นต้นเหตุที่จะให้ทำความเสียหาย เกิดทุกข์ขึ้นมาได้ นั่น

เราสอนเต็มเม็ดเต็มหน่วยจริง ๆ มองดูที่ไหนเห็นเป็นความสุขความเย็นใจสบายนี้มันไม่ค่อยมี จะว่าไม่มี ที่มีก็มีอยู่ จึงว่าไม่ค่อยมี แต่เรื่องความทุกข์ที่เกิดมาจากสาเหตุแห่งความผิดต่าง ๆ ยั้วเยี้ย ๆ ยิ่งกว่าตาข่ายตาแหเต็มไปหมดทั่วโลกทั่วสงสาร ในน้ำบนบกบนฟ้าอากาศอย่างเดียวกันหมด จิตวิญญาณดวงนี้ตัวสำคัญ มองไม่เห็น ไอ้ยั้วเยี้ย ๆ ก็มองไม่เห็น พวกเรามีแต่แบบมองไม่เห็น พระพุทธเจ้าท่านเห็นหมด ไม่งั้นเป็นศาสดาสอนโลกได้ยังไง ถ้าสอนแบบโลกก็เป็นโลกน่ะซิ พาโลกชนฝาชนกำแพงไปล่ะซิ จับดึงออกให้ออกช่องออกทางไม่ยอมออก หัวโดนกำแพง สัตวโลกเป็นอย่างนั้น พระพุทธเจ้าลากออกตามทางที่ปลอดภัยไม่ยอมไป เอาหัวชนกำแพง ถ้าไม่ได้ชนมันผ่านไปแล้ว ก็เอาขาเตะใส่กำแพง ก็เจ็บขามันนั่นแหละ กำแพงจะเป็นอะไร เจ็บขาเจ้าของ ขาหักก็ขาเจ้าของ มันก็ไม่รู้ตัวจะว่าไง ความหนาของกิเลสเป็นอย่างนั้น

พูดอันนี้เราก็ระลึกถึงที่ว่าโยมที่อยู่จันท์ แกโมโหเจ้าของสด ๆ ร้อน ๆ เราดูอยู่นี่ แกโมโหให้เจ้าของ แกมานั่งคุยธรรมะกับเรา คือเวลาเราไปสถานีทดลอง เนื่องจากเราสร้างวัดที่นั่นเราไปมาบ่อย ๆ เราไปพักทีละหลาย ๆ คืน แกมีลูกอยู่ที่ข้าง ๆ วัด ลูกคนนั้นเป็นผู้ไปบอกข่าว พอเห็นเราผ่านมาปั๊บลูกแกไปบอก แกเตรียมของมาเลย อายุแกตอนนั้นดูเหมือน ๗๐ ประมาณ ๗๐ เห็นจะได้มั้ง พอทราบว่าเรามาเท่านั้นแกจะเตรียมของปุ๊บปั๊บแล้วสั่งเสียลูก สูอย่ามาเป็นกังวลกับกูนะ นี่ท่านอาจารย์มาแล้วกูจะไปโน้น ท่านกลับมาเมื่อไรกูจึงจะกลับ เท่านั้นแล้วมาเลยโยมคนนี้

แกเป็นนิสัยเด็ดมากนะ เราดูรู้หมด เด็ดมาก ทีนี้ตอนที่แกมาภาวนาเห็นคุณค่าของธรรมแล้วนี่ ก็เห็นที่ใจซี ทีนี้โทษที่มีอยู่ยังไงที่แกเคยทำมาแต่ก่อน ๆ ก็อยู่ที่ใจแก แกจึงพูดถึงเรื่องแกว่า โหย ผมนี่มันอะไรพูดไม่ถูก มันโหดมันร้ายทุกอย่าง บาปกรรมเต็มอยู่นี้หมดแหละ ตั้งแต่ก่อนมันไม่สนใจกับวัดกับวาเลยแกบอก จากนั้นก็มาพูดถึงเรื่องว่า เพื่อนฝูงเขาชวนไปวัด วัดอยู่ทางโน้น ทางผ่านมานี้ เขาชวนเราไปวัด โหย เคียดแค้นให้เขา เขาชวนไปวัดแกก็ว่างั้น เขาไม่ได้พาไปลงนรกอเวจีที่ไหน ไปโกรธไปเคียดแค้นให้เขาทำไม ยังคิดไปอีก มันอยากไปวัดมันทำไมไม่ไป มาชวนกูหาอะไร เคียดแค้นให้เขาแกว่า ถ้าหากว่าเป็นเรื่องความผิดอย่างอื่นตามฆ่าเลย นู่นฟังซิ แต่นี่ก็เขาชวนไปวัดเขาไม่ได้ชวนไปไหน เราไม่ไปเขาก็ไม่ว่าอะไร แล้วไปโกรธให้เขาทำไม นี่ละความโหดร้ายของผมแต่ก่อนเป็นอย่างนั้นนะ

แกก็ไม่เคยได้เล่าอดีตของแก นิสัยอันนี้ถ้าเป็นทางพาลแล้วฆ่าคนแหลกนะ แต่นี้แกก็ไม่เคยเล่า แกเล่าถึงเรื่องความโหดร้ายของแกภายในใจ เขาชวนไปวัดแกยังโกรธยังแค้นให้เขา แกย้ำเรื่อย เขาชวนไปวัด ๆ อยู่งั้น แกว่าให้แก อู๊ย ลักษณะแกท่าทางเคียดโกรธให้เจ้าของ โห เวลามันมืดมืดขนาดนั้นนะ ทีนี้เวลาแกดีขึ้นมาแกมาวัดมาวานี้ ใจใครแกรู้หมด ใจของใครเศร้าหมองผ่องใสแกรู้หมดเห็นไหมล่ะ นี่ละที่แกเด็ดเดี่ยวทางธรรมะ แกเด็ด ถ้ามีผู้คอยแนะแกจริง ๆ แกจะผ่านได้นะ น่าสงสาร ตั้งแต่นั้นมาเราก็ไม่ได้ไป พอเราไปวัดนั้นทีไรแกจะมาอยู่วัดเลย ภาวนา โหย เก่งมากนะ ดูซิดูจิตใจใครดูรู้หมด จิตใจสว่างกระจ่างแจ้งจิตใจของแกสง่างาม แกเล่าให้ฟังน่าฟัง เราก็สงสารแก แต่เราก็ทำงานทั่วแผ่นดินจะว่าไง จะไปคอยสงเคราะห์คนคนเดียวมันก็ไม่ไหว

นี่พูดถึงความชั่วเวลามันเป็น เอาคนชั่วที่เจอความดีคือธรรมแล้ว มาตำหนิตัวเองให้ฟัง เป็นลักษณะสด ๆ ร้อน ๆ นะ แกโกรธแค้นให้แก ลักษณะท่าทางเหมือนจะฆ่าจะแกงใครก็ได้ แกพูดเรื่องของแกเอง แหมมันโหดจริง ๆ แกว่าอย่างนั้น นี่ละเวลาปิดตามันไม่ให้เห็นนะ โทษกรรมไม่ให้เห็น เวลาเปิดออกแล้วก็มาเห็นโทษของตัวเองนั่นแหละ แต่ก่อนตัวสร้างโทษของตัวเองขึ้นไม่เห็น ยังพอใจสร้าง เวลามันเปิดโล่งออกมาแล้วมันเห็นน่ะซิ กลับมาตำหนิตัวเองแบบถึงพริกถึงขิงเลย เวลามันมืดมืดจริง ๆ นะใจ มันจะไม่เห็นความดีว่าเป็นของดี เห็นความชั่วเป็นของดีทั้งนั้น เพลินเป็นบ้าไปเลย

พูดถึงเรื่องความสงสารมีอยู่ในโลก กับโลกนี้ก็มีแต่ความเมตตาเท่านั้นเราพูดจริง ๆ นอกนั้นเราไม่มีอะไร มีแต่ความเมตตาต่อโลกเท่านั้น อย่างอื่นไม่มี จึงได้อุตส่าห์พยายามแนะนำตักเตือนสั่งสอนให้พอรู้เรื่องรู้ราวกันบ้าง จะไปจมกันหมดทั้งประเทศไทยของเราซึ่งเป็นเมืองพุทธนี้ แหมไม่สมควรอย่างยิ่งนะ

วันนี้ก็จะไปสงเคราะห์โรงพยาบาล จะเอาปัจจัยไปให้ อันนี้ก็ประจำเดือนเหมือนกัน ให้โรงนั้นเดือนเท่านั้น ๆ ที่เห็นว่าจำเป็นจริง ๆ ถ้าจะให้ทั่วถึงหมดเราก็ไม่ไหว กำลังเราไม่พอ ควรสงเคราะห์ตรงไหนที่ว่าจนตรอกจนมุมกว่าเพื่อนเราก็ไปช่วย ๆ อยู่อย่างนั้นตลอด อย่างโรงพยาบาลนี้เปิดโล่งไว้เลย โกดังเราซื้อของไว้เต็มเอี๊ยดเลย ซื้อมาไว้อย่างนั้นเป็นประจำ โรงไหนมากี่โรง ๆ ให้หมด ให้เสมอกันหมดเลย เพราะเราสั่งเสียไว้เรียบร้อยแล้ว ให้เสมอกันหมด ๆ ทุกโรง เพราะฉะนั้นเราจะไปที่ไหนไม่ไปที่ไหนจึงไม่ขัดข้องต่อการมารับเอาของจากโรงพยาบาลต่าง ๆ

คิดดูซิอุบล ใกล้หรือไกลอุบล ยังฟาดไปทางอำเภอบุณฑริกอีก เลยอุบลไปติดเขตทางนู้นเลย ก็ยังอุตส่าห์มานะ ไกลขนาดนั้นเขายังอุตส่าห์มา มาบ่อย ๆ ด้วย ก็แสดงว่าเขาจำเป็นจริง ๆ เขาถึงมา เขาไม่จำเป็นเขาจะมาอะไรไกลแสนไกล จากนู้นมานี้คิดดูซิ น้ำมันดีไม่ดีได้เติมกลางทางเป็นไร มันไกล นี่ละเราเห็นใจเขาตรงนี้ ถ้าเขาไม่จำเป็นจริง ๆ เขาไม่มา แต่นี้มันจำเป็นจริง ๆ พอที่จะบรรเทาทุกข์ได้บ้าง การมาดีกว่าไม่มาเขาก็มา นั่นเราคิดไปหมดนะ ให้ ๆ สุดท้ายเวลาจะไปก็เติมน้ำมันรถให้ทุกคัน ๆ เลย เรียกว่าเต็มถัง ๆ น้ำมันเหลือมากน้อยก็แล้วแต่จะเอาให้เต็มถัง ๆ ทุกคันรถตลอดมาอย่างนี้ นี่ละความเมตตา

เราไม่ได้มีอะไรนะเขามาหานี่ ก็เราเปิดไว้เพื่อทาน เขามารับทานเราเสียใจอะไร มีแต่ความเมตตาสงสารเขา ยิ่งไกลเท่าไรยิ่งเมตตามาก เห็นใจเขามาก ถ้าใกล้ ๆ ก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่ไกล ๆ นั่นซี ไม่จำเป็นใครจะมา สำหรับเวล่ำเวลาตั้งวันกว่าจะมานี้นะไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย นั่งรถนี้ดีไม่ดีจะเข้าถึง ๖ ชั่วโมงมั้ง จากอุบลเลยไปอำเภอบุณฑริก บุณฑริกนี้เลยไปทางนู้นอีกนะ อุบลมาทางนี้เราวิ่งรถตั้ง ๕ ชั่วโมง เราไม่ลืมเราไปงานเผาศพอาจารย์ชา นั่งรถเก๋งไปเลยฟาดถึงอุบล ๕ ชั่วโมง นั่นรถเก๋ง แล้วจากนั้นฟาดไปนู้นอีกเขายังอุตส่าห์มาคิดดูซิ นี่ละเราเห็นใจเขา เพราะฉะนั้นทางไหนมาบอกว่ามาเถอะว่างั้นเลย ถ้าเรายังไม่ตายยังดิ้นได้อยู่เราจะดิ้นตลอด นี่ละอำนาจความเมตตาดูเอาซิ จะมีอะไร ๆ กับเขาที่มานี้ โอ๋ย ไม่มีเลย ยิ่งเห็นใจนะ ยิ่งมาไกลเท่าไรยิ่งเมตตามาก

แต่เราก็สั่งไว้เสมอกันหมด ที่เขามาก็พอดีแล้วกับรถคันหนึ่ง ๆ เต็มเอี๊ยด ๆ เรากำหนดไว้เรียบร้อย อันนั้นเท่านั้น ๆ กะตวงให้พอดีกับรถคันหนึ่ง ๆ ให้เต็ม ๆ เหมือนกันหมด ถ้าเราไปเองนี้ก็ได้พิเศษ พวกอาหารสดก็ได้ พวกไก่ตามทาง เช่นอย่างเขาขายไก่หัน ไปนี้เหมาหมดเลย ขายไก่หันสองฟากทางนี้กวาดเอาหมดเลย ขึ้นรถไปเลย แล้วก็พวกกล้วย นี่ที่ได้พิเศษนะ ถ้าเราไปอย่างนี้กล้วยก็ได้เป็นถุงใหญ่ ๆ ประมาณ ๔ ถุง ๆ ใหญ่ ๆ แล้วพวกไก่พวกอะไร แล้วผ้าขาว ที่เราเอามาจากสวนแสงธรรมก็เพื่อโรงพยาบาลนี้เอง สำหรับในวัดนี้เอาไปแจกไม่พอ ต้องเอาทางอื่นเข้ามาเพิ่ม

ที่เราไปกรุงเทพแต่ละครั้งเอามาเฉพาะผ้าขาวอย่างเดียว นอกนั้นตัดขาดไม่ให้เอามา ให้สงเคราะห์คนทุกข์คนจนมีอยู่ทั่วโลกดินแดน มีที่ไหนพอสงเคราะห์กันได้สงเคราะห์กันไปเลย ห้ามไม่ให้เอามาวัดป่าบ้านตาด บอกว่าเป็นอันขาดเลย จะเอาเฉพาะผ้าขาวอย่างเดียว ผ้าขาวเอาไปตามโรงพยาบาล สำหรับวัดนี้มีใช้ผ้าขาวไม่อดอยากแหละ แต่จะเอาไปแจกทานมันไม่พอ จึงต้องเอามาจากทางโน้นมาช่วย นี่อันหนึ่ง ผ้าขาวอันหนึ่งมีเป็นพิเศษไป ผ้าขาว กล้วย อาหารอย่างนี้หนึ่ง นอกนั้นเสมอกันหมด

เราไม่ช่วยกันไม่มีใครช่วยนะ ให้ช่วยกัน อย่าพากันมีนิสัยคับแคบตีบตันทั้ง ๆ สิ่งของมีอยู่ ที่จะสงเคราะห์ซึ่งกันและกันได้พอเป็นไปได้นี้ อย่าตระหนี่ถี่เหนี่ยวนะ ความตระหนี่ถี่เหนี่ยวไม่เป็นประโยชน์อะไรเลย แม้กับเจ้าของเองก็ไม่เกิดประโยชน์ กลายเป็นเปรตเป็นผีเพราะความตระหนี่มีมากนะในตำรา จะทำบุญให้ทานตระหนี่ถี่เหนี่ยวไม่อยากทำ เวลาตายมันห่วงใยละซิ ทีนี้โทษไม่มากนัก ในขั้นที่พอเป็นเปรตเป็นผีได้มันก็มาเกาะอยู่ตามนั้น เป็นสัตว์ประเภทต่าง ๆ เป็นเปรตเป็นผี สัตว์ประเภทต่าง ๆ เป็นได้ทั้งนั้นเพราะความห่วงใย นั่นมันดีไหมล่ะ ฟังซิ ถ้าหากว่าได้ทำกรรมหนักกว่านั้นไม่มีความหมายที่จะมาเป็นเปรตเป็นผี ตูมเลยลงเลย อันนั้นหนักมากกว่าไปเลย ถ้าไม่หนักมากกว่านั้นก็มาเกาะได้อย่างนี้ละ อำนาจของกรรม

กรรมนั้นก็คือเจ้าของทำเอง ผลของกรรมก็เป็นสมบัติของเจ้าของ ท่านว่า กมฺมสฺสโกมฺหิ เรามีกรรมเป็นของ ๆ ตนฟังซิ กมฺมทายาโท เรามีกรรมเป็นทายาท มีกรรมเป็นผู้ผูกพันเรา มีกรรมเป็นแดนเกิด กมฺมโยนิ กมฺมพนฺธุ กรรมเป็นเครื่องพัวพันกับเราตลอดเวลา กลฺยาณํ วา เราทำกรรมดีก็ดี ปาปากํ วา ทำกรรมชั่วก็ดี ตสฺส ทายาโท ภวิสฺสามิ เราจะต้องได้รับผลแห่งกรรมนั้นทุกประเภทไป นี่เวลาแปลออก กรรมนั้นอยู่กับใคร ใครเป็นคนทำนั้นละเป็นเจ้าของของกรรมนั้น

จึงต้องให้คัดเลือกกรรม อย่าทำสุ่มสี่สุ่มห้านะ จมก็เรานั่นแหละผู้จม ถ้าคัดเลือกพอประมาณก็ยังดี ยังมีสิ่งฉุดลากไว้บ้าง เขาลากเข้าเรือนจำหลักฐานพยานมีก็ลากออกมาได้ หลักฐานพยานคือบุญคือกุศลของเรา ไม่มีหลักฐานพยานก็ตูมเข้าเรือนจำเลยร้อยเปอร์เซ็นต์ เหมือนนักโทษผู้ต้องหา ไม่มีหลักฐานพยานที่จะแก้ตัวได้ก็มีแต่ความผิดก็ตูมเข้าเลย ถ้ามีหลักฐานพยานยืนยันที่แก้ตัวได้ก็พ้นออกมาได้ นี่ละบุญกุศลเป็นสักขีพยานในทางดีฉุดไว้ ๆ ไม่ให้ลงในทางความทุกข์ความทรมานทั้งหลาย

นี่มันหมดทุกอย่างพูดจริง ๆ นะ ธรรมพระพุทธเจ้าเข้าสู่ใจเต็มหัวใจเท่านั้นล้มหมด สิ่งใดที่เคยปลอมแปลงแฝงอยู่ภายในจิตใจ ซึ่งคอยเป็นภัยต่อเรามันล้มไปตาม ๆ กันหมดเลย ธรรมพระพุทธเจ้าครอบปุ๊บทีเดียวกระจายไปหมด จึงว่าไม่มีอะไรสงสัยศาสดาองค์เอก รับสั่งอะไรสอนอะไรไว้ไม่มีเคลื่อนคลาดนี่นะ แต่เล็กถึงใหญ่สุดไม่มีเคลื่อนคลาด ท่านจึงว่าสวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบแล้ว ชอบทุกแง่ทุกมุม หนึ่งก็เป็นหนึ่ง สองเป็นสองเต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยกัน ว่าหนึ่งจะเป็นอื่นไปไม่ได้ ต้องคือหนึ่ง ถ้าสองจะเป็นสามไปไม่ได้ ต้องเป็นสอง เป็นใหญ่ในตัวเอง ๆ อันนี้กรรมดีกรรมชั่วหนักเบามากน้อยที่ทรงรับสั่งไว้อย่างใดแล้ว นั้นแลเป็นหนึ่งเป็นสองเต็มตัว ๆ เลย เป็นอื่นไปไม่ได้ วันนี้พูดเท่านี้ละนะ เอาละวันนี้พอ มันเหนื่อยน่ะจะทำยังไง

ที่ตอบไปวันนั้นได้ทราบไหม (ทราบแล้วเจ้าค่ะ) ที่ว่านั่นเคยมีใครพูดอย่างนั้นมีไหม อะไรก็พยุง ๆ เข้าสู่ใจ ๆ นี่ความสว่างไสวสู่ใจชมใจ ๆๆ นั่นธรรมดาใช่ไหม บทสุดท้ายว่าใจนั้นแลคือกองไฟ ใส่ปั๊วะถอยกึ๊กเข้าใจไหมล่ะ นั่นละสุดท้าย มาว่าใจนั้นคือกองไฟว่าอย่างนั้นใช่ไหม คือกองไฟกองโทษใช่ไหมวันนั้นเทศน์สอนมาน่ะ สอนอย่างนั้นใช่ไหม(เจ้าค่ะ) นั่นแหละสุดท้ายต้องลงที่ใจเลย ใครเทศน์อย่างนี้เคยมีไหม มันควรได้ฟังก็ได้ฟังเอง ธรรมเหล่านี้เราไม่เคยพูดให้ใครฟัง เมื่อไม่ถึงบทถึงบาทพูดไม่ได้ผิด เมื่อถึงบทถึงบาทที่ควรจะปล่อยกันแล้วกอดไว้ไม่ได้ นั่นเห็นไหมล่ะ ปึ๋งเลย

นั่นละธรรมเป็นประเภท ๆ ก้าวบันได ก้าวขั้นนี้ยังไม่ขึ้นขั้นนู้นแล้วบันไดขั้นนี้จะต้องเหยียบเป็นที่อาศัยเกาะตลอดเวลา พอถึงนี้แล้วปล่อยนี้จับนี้ปุ๊บ พอถึงขั้นนี้แล้วปล่อยขั้นนี้ปั๊บจับนั้นปุ๊บ ๆ ปล่อย จนกระทั่งถึงที่สุดแล้วปล่อยหมด สุดท้ายบันไดถ้าไม่ปล่อยก็เป็นเครื่องกีดขวางใช่ไหม บันไดก็ต้องปล่อย ไม่ปล่อยเข้าถึงบ้านไม่ได้ ทีแรกก็อาศัยบันไดเป็นลำดับลำดา พอถึงขั้นสุดท้ายบันไดนี้เกาะไม่ได้ ไม่ใช่บ้านเกาะหาอะไร ดีดผึงเดียว เข้าถึงขั้นที่ว่าอันนี้เป็นไฟเข้าใจหรือเปล่าล่ะ พอถึงนี้เป็นไฟแล้วดีดผึงเลย ทีแรกยังไม่ปล่อยเกาะกันไปเรื่อย ๆๆ อย่างนั้นนะ

สรุปทองคำและดอลลาร์วันที่ ๙ คือเมื่อวานนี้ทองคำได้ ๑๑ บาท ๙๘ สตางค์นั่นได้ไปทุกวัน ๆ แล้วดอลลาร์ได้เมื่อวานนี้เยอะนะตั้ง ๓,๖๓๐ ดอลล์ ทองคำที่มอบเข้าคลังหลวงไว้แล้วเวลานี้ ๒,๗๕๐ กิโล ทองคำที่ได้หลังจากมอบแล้วเวลานี้ ๙ กิโล ๕๖ บาท ๑๐ สตางค์ จำนวนนี้จะไปหลอมต่อไปแล้วก็จะเข้าเรื่อย ๆ รวมทองคำทั้งหมดได้ ๒,๗๕๙ กิโลครึ่ง ก็มาเรื่อย ๆ อย่างนี้ ดอลลาร์ก็มา เมื่อเช้านี้เขาก็เอาสมุดดอลลาร์มาให้ดู เราได้ดูเหมือน ๒ หมื่นแล้วนะตั้งแต่กลับมาจากกรุงเทพฯ นี้เอาสมุดมาให้ดู เขาไปเข้าบัญชีดอลลาร์เมื่อวานนี้ เราเก็บหอมรอมริบไปเรื่อย ๆ อย่างนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

แต่โครงการช่วยชาตินั้น เงินโครงการช่วยชาติรู้สึกร่อยหรอ ๆ ไปไม่เห็นเพิ่มสัก ๒-๓ สตางค์เลย มันกุดมันด้วนลงไปไม่เข้าท่านะ คือโครงการช่วยชาติที่ติดไว้ข้างหลังอยู่ตามปกติเดิม เดี๋ยวนี้ดูบัญชีไหนก็มีแต่บัญชีแห้งผาก ๆ อ้าว มันตายกันหมดเมืองไทยแล้วเหรอเราก็ว่าอย่างนั้นซิ ก็เราเป็นคนอ่านบัญชีนี่ อ่านวันไหนตัวเลขเท่าเก่ามันก็เบื่อจะอ่านน่ะซิ ได้ ศูนย์ ๆๆ อยู่อย่างนั้น หนึ่งไม่มีเลย มันตายกันหมดแล้วหรือเมืองไทยเรานี่เราก็ว่าอย่างนั้นซิ ยังเหลือแต่หลวงตาบัวที่อ่านบัญชีวาก ๆ ได้แต่ศูนย์ ๆ นี่เหรอ

กุฏิที่ว่างก็พักได้นะ ถ้าสงสัยก็ถามนี่ก็แล้วกัน ที่ไหนสะดวกสบายเราเปิดโล่งให้หมดเพื่อความสะดวกสบายสำหรับผู้มาภาวนา ไม่ได้มีเจาะจงว่ากุฏิหลังนี้เป็นของคนนั้น ๆ ไม่ได้ เราไม่ให้มี ขนาบเข้าหนหนึ่งแล้ว เป็นเศรษฐีใหญ่ที่วางก้ามใส่ใครต่อใครมาทั่วโลก แล้วมาวางก้ามใส่เรา งับเอาทีเดียวหลงทิศไปเลย มาสร้างกุฏิขึ้นมาแล้วมาเป็นของตัวเองขึ้นในวัดล่ะซิ พอไปนี้ล็อกกุญแจไว้ไม่ให้ใครเข้าอยู่ ทีนี้เวลาจำเป็นคนมา เราไปหาที่พักให้เลย คนที่ควรวางไว้ส่วนต่ำส่วนสูงเป็นระยะ ๆ ตามสมมุติใช่ไหมล่ะ ไปดูเห็นแต่ล็อกกุญแจไว้ก็ดุซิ พอดุนี้เจ้าของออกมาก็ขนาบเลย รื้อออกให้หมดกุฏิหลังนี้อย่ามาไว้ขวางวัดนะ มาหวงกรรมสิทธิ์ไว้ทำไม ขึ้นเลย

เศรษฐีใหญ่ไม่เคยเห็นคนทุคตะเข็ญใจ ฟัดกับเศรษฐีใหญ่ละซิเข้าใจไหม ทำไมมาปิดไว้ทำไมว่าอย่างนั้นนะ ถ้าเขามาอยู่มันสกปรก เทวดาตนไหนมาอยู่มันสะอาดเท่านั้นซิ ซัดเข้าไป ให้รื้อเดี๋ยวนี้ ไม่รื้อเดี๋ยวนี้เอากุญแจมา ไปถึงบ้านก็รีบไปเอากุญแจมาให้เลยเห็นไหม นี่ละทุคตะเข็ญใจฟาดกับเศรษฐี มันไม่ใช่ธรรม นี่เป็นสาธารณะ ผู้ควบคุมมีอยู่ผู้คุมต้องเป็นธรรม เราดูด้วยความเป็นธรรมทุกอย่าง เพราะฉะนั้นถึงว่าที่ไหนว่างสมควรแก่ผู้ใด ๆ แล้วให้อยู่ได้ตามสบาย ๆ สิ่งที่เป็นพิเศษก็คือว่า หลังไหนที่เราจะสงวนไว้เพื่อใครก็มีเหตุผลกับเราอีก นั้นเราจะบอกไว้ หลังนี้รอไว้ก่อนนะ คือมีเหตุผลแล้วเข้าใจไหม อันนี้ให้ไปพักนะ ที่สะดวกสบายที่นั่นให้ไปพักภาวนาให้สบาย

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร

www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก