ลงใจในพ่อแม่ครูจารย์มั่น
วันที่ 15 มิถุนายน 2550 เวลา 7:40 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๐

ลงใจในพ่อแม่ครูจารย์มั่น

ก่อนจังหัน

พระมีเท่าไร (๓๕ ครับผม) ก็อยู่ในเขตนี้แหละ ๓๔-๓๕-๓๐ พระที่ไม่ได้ฉันจังหันที่อยู่ในวัดนี้แต่ท่านไม่ฉันท่านไม่ออกมา วันหนึ่งไม่น้อยนะ ๙ องค์ ๑๐ องค์ เป็นประจำ วัดนี้ไม่เคยมีพระมาฉันจังหันครบองค์เลย ขาดไปวันละ ๗ องค์ ๘ องค์ ๙ องค์ ๑๐ องค์เป็นประจำตลอด พอองค์นี้ฉันองค์นั้นหายไปแล้วๆ คือท่านหยุดอาหารบ้างเป็นพักๆ ผ่อนอาหารบ้างเป็นพักๆ ไปเช่นเดียวกัน นั่นละคนเราอยากดี ให้พิจารณาเอาพี่น้องทั้งหลายที่พูดนี้ ไม่ใช่อยากชั่วนะ

ถ้ามันอยากตื่นนอนขึ้นมาไม่ต้องล้างหน้า เอาข้าวมาล้างเลย มันอดมันอยากธาตุขันธ์ แต่ความดีเลิศเลอยิ่งกว่าอาหารการกินท่านจึงฝึกของท่าน อดบ้างอิ่มบ้างไม่เป็นไรๆ ขอให้เป็นคนดีๆ พระดีเป็นที่พอใจ การฝึกตนเป็นของที่ฝึกได้ยาก ส่วนมากคนจึงไม่อยากฝึกเจ้าของ ไปหาฝึกตั้งแต่คนอื่น ฝึกเจ้าของไม่ฝึก ไปหาฝึกตั้งแต่คนอื่นวันยังค่ำมันก็ไม่ดี..คน เพราะต่างคนต่างไม่ฝึกตัวเอง ไปหาฝึกแต่ผู้อื่น ใครจะพอใจให้ฝึก อย่างหลวงตาบัวนี้ไม่ได้เลย อย่ามาฝึกนะ จี้หน้าเลย ได้ฝึกตัวบ้างหรือเปล่า ถ้าไม่ได้ฝึกไล่หนีเดี๋ยวนั้นเลย เข้าใจไหมล่ะ เจ้าของไม่ฝึกแต่จะไปฝึกคนอื่น

พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาเอกของโลก ท่านฝึกของท่านเรียบร้อยแล้วจนได้เป็นศาสดาของโลก บรรดาพระสงฆ์สาวกที่เราได้กราบไหว้บูชาทุกวันนี้ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ ล้วนแล้วแต่ท่านผู้ฝึกตนแทบเป็นแทบตายมาแล้วทั้งนั้น อยู่ๆ จะมาเป็นสรณะของโลกเป็นความเลิศเลอของโลกเป็นไปไม่ได้นะ แม้แต่แร่ธาตุต่างๆ เช่นทองคำเป็นต้น ว่าดีว่าเลิศขนาดไหนก็ต้องเอามาเจียระไนเสียก่อน ไม่งั้นไม่สำเร็จ ต้นไม้เหล่านี้เหมือนกันจะเนื้อหนาเนื้อแข็งขนาดไหนก็ตาม มันก็แข็งอยู่เฉพาะเนื้อถ้าไม่เอามาเจียระไนดัดแปลงแก้ไขให้ดีพอสมควรมันดีไม่ได้นะ คนเราก็เหมือนกัน ควรจะฝึกฝนอบรมตนให้เป็นคนดีพอประมาณๆ แล้วเอาไปสอนลูกสอนหลาน

เป็นยังไงเมืองไทยเราเป็นเมืองพุทธ เหลวๆ ไหลๆ ไปทั้งนั้นละเดี๋ยวนี้ พุทธะ คือองค์ศาสดาที่เลิศเลอไม่ค่อยปรากฏในหัวใจ และกิริยาการแสดงออกของชาวพุทธเราบ้างเลย ให้เอาไปฝึกบ้างซิ พระเป็นอันดับหนึ่งการฝึกตน นี่การสอนนะ แต่ที่จะฝึกตนหรือไม่เป็นอีกอย่างหนึ่ง เรื่องพระเป็นอันดับหนึ่ง ไม่มีหน้าที่การงานอะไรมีแต่ฝึกตนตั้งแต่วันบวชมา กิริยาอาการความรู้สึกของพระแต่ละองค์ๆ ที่มุ่งต่ออรรถต่อธรรมจึงสวยงามน่าดู ถ้าผู้ใดไม่มีธรรมไม่หนักในธรรมแล้วโกโรโกโสใช้ไม่ได้ ถ้ามีธรรมอยู่ที่ไหนมีค่านะ จะเป็นสัตว์เป็นบุคคลก็ตาม เป็นเด็กเป็นผู้ใหญ่มีค่าทั้งนั้นถ้ามีธรรม การฝึกตัวเองให้เป็นคนดี ถ้าไม่ฝึกเลยไม่เป็นท่า ให้พากันฝึกตนเอง นี่ก็ลำบากลำบน พระพุทธเจ้าลำบาก ทนทรมานมาถึง ๖ ปีถึงได้สำเร็จ

ในระหว่างที่ทรมานทรงฝึกหัดดัดแปลงพระองค์เองสลบถึง ๓ หน นั่น อยากเป็นคนดี อยากเป็นศาสดา อยากพ้นโลกพ้นสงสารซึ่งเป็นกองทุกข์อันใหญ่หลวง ดัดแปลงตัวเข้าไป ดัดจนกระทั่งถึงสลบ ๓ หน ถ้าไม่ฟื้นต้องตาย นี่กิเลสตายความชั่วตาย พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาเอกของโลกผุดขึ้นในโลก ได้มาเป็นพุทธศาสนาประจำหัวใจของชาวพุทธเราอยู่เวลานี้ เราเห็นพระพุทธเจ้าเป็นสำคัญบ้างไหม พิจารณาซิ พระพุทธเจ้าสำคัญในโลก คนดีเห็นพระพุทธเจ้าเป็นสำคัญ คนเลวเห็นเทวทัตเป็นสำคัญ มันก้าวก่ายกันนะ มันขวางกัน

ครั้นอยากดีๆ แต่ทำทำตั้งแต่ความชั่วมันก็ชั่ววันยังค่ำ ดีไม่ได้นะมนุษย์เรา ถ้าอยากดีให้ฝึกตนให้เป็นคนดี จะดีวันดีคืนดีจนเป็นนิสัย กิริยาอาการแสดงออกนิสัยแห่งความดีงามที่มีศีลธรรมติดแนบๆ จะติดตัวไปเลยๆ นี่ละการฝึกติดนิสัยนะ ทำความชั่วทำไปๆ ไม่ต้องฝึกมันก็ติดอีกเหมือนกัน วันหนึ่งๆ ไม่ได้ทำความชั่วอยู่ไม่ได้ ให้พากันจำเอานะลูกหลานทั้งหลาย เอาละ ทีนี้ให้พร... ดีละ วันว่างหัวหน้าได้พามาทำบุญตักบาตรจังหันเป็นคติตัวอย่างแก่ผู้น้อยได้เป็นอย่างดี พ่อบ้านเป็นคนดีเด็กลูกเต้าหลานเหลนก็ดี พ่อบ้านเป็นคนโกโรโกโส ลูกเต้าหลานเหลนพวกโกโรโกโสวิ่งตามกันไป นี่ผู้ใหญ่เป็นคนดีผู้น้อยก็เป็นคนดีตามกันไปอย่างนั้นละ

หลังจังหัน

ไปภูวัวเมื่อวานนี้จำไม่ได้ว่า พระเณร ๒๘ หรือ ๓๘ ไม่ทราบอันไหนแน่ ทางก็ดี ๒ ชั่วโมง ๓๕ นาที จากวัดภูวัวมาถึงที่นี่ ตามธรรมดาที่เคยไปแต่ก่อน ๒ ชั่วโมง ๕๐ นาทีถึง ๕๕ ไปเมื่อวาน ๒ ชั่วโมง ๓๕ นาที ทางดีตลอด ช่วงหนึ่งยังไม่ได้ลาดยาง ฝนตกหนักเขาเอาหินลูกรังมาเท เละนิดหน่อย เข้าไปจวนถึงถ้ำแล้ว นอกนั้นดีไปตลอด ไปส่งของให้วัดภูวัวเมื่อวาน ไม่เอาไปมาก เอารถไปเพียงสองคันรถของเรา รถตู้สองคันเท่านั้น เพราะกะว่าวันที่ ๒๖-๒๗ นี้เขาจะไปส่งประจำเดือนอยู่แล้ว ส่วนมากจะไปในย่านวันที่ ๒๖-๒๗ แต่ละเดือนๆ ไปวัดภูวัว อันนั้นไปรถสี่คัน หกล้อหนึ่งคันบองขึ้นไปเต็มเลย สี่ล้อ ๓ คัน อันนี้ก็บอง ไปแต่ละเที่ยว เที่ยวละ ๔ คันรถ

เมื่อวานถามท่านเสถียรเรื่องอาหารการกินเป็นยังไง อู๊ย พอ ไปทีไรไปแต่แค่ที่พักเท่านั้น ขึ้นไปข้างบนทำเลที่เหมาะที่สุด พอขึ้นจากนี้ไปบริเวณข้างบนใช่ทั้งนั้น พระพักได้สะดวกสบาย คือมันเป็นดงอย่างนี้ก็มี เป็นหินดานก็มี เป็นดงๆ เป็นจุดเป็นหย่อม เป็นซอกเขาน้ำไหลผ่านๆ ซอกเขา ที่เป็นซอกๆ ต้นไม้อยู่ตรงนั้นเขียวสดงดงาม น้ำไหลไปซอกหินต้นไม้ก็สดเขียวงดงาม  พระท่านไปพักภาวนาอยู่ตามนั้นละ เหตุที่จะได้เป็นวัดขึ้นมาใหญ่โตนี้ก็เพราะเรานั่นแหละ ทีแรกท่านอุทัยไปอยู่ มีประชาชนเข้ามาอยู่ที่นั่นสองสามหลังคาเรือนเท่านั้น ไปอยู่กับเขาท่านก็เป็นห่วงเป็นใยเขา เขาอดอยากท่านก็อดอยาก ต่างคนต่างไปขอกันกิน ท่านก็จะไป

ท่านพักอยู่ไม่ได้นานทีแรกท่านจะไป เขาไม่ยอมให้ไป บอกว่าเขาไม่ตายพระไม่ตายเขาว่างั้น ให้เขาตายเสียก่อนพระค่อยไป ตกลงเขาไม่ยอมให้ไป นั่นละท่านถึงได้อยู่ที่นั่น เพราะความเมตตาสงสารประชาชน เขามีความเคารพเลื่อมใส ท่านก็อยู่นั้นมาเรื่อยจะไปไหนเขาไม่ยอมให้ไป เราได้ยินมานานเป็นปีๆ แล้วละ หากไม่มีโอกาสที่จะไปดู พอได้โอกาสแล้วเราก็ตั้งหน้าเลย วันนี้จะไปภูวัว เพราะได้ยินร่ำลือมานานแล้ว เป็นสถานที่ชั้นเอกการภาวนา ทีแรกท่านอาจารย์ฝั้นผ่านมานั้นปั๊บแล้วไป ท่านอุทัยก็เลยมาอยู่ มีบ้านสองสามหลังคาเรือนอยู่ที่นั่น ต่อจากนั้นมาเราก็ไปเพิ่มให้

เมื่อวานดูว่าพระ ๒๘ หรือ ๓๘ น่าจะเป็น ๒๘ เมื่อวานไป เหมาะสม เราก็ไม่อยู่นาน เมื่อวานนี้ไม่อยู่นาน  ๔๐-๔๕ นาที กำลังจะเที่ยงก็ออก เวลาไปก็ ๑๑ โมงกว่า ไปพักอยู่ราว ๔๕ นาที ไม่อยู่นาน ไปเพียงสองคัน รถตู้ของเราสองคันเท่านั้น เอาให้เต็มพอดี เพราะเรากะว่าวันที่ ๒๖-๒๗ นี้พวกเด็กๆ เขาจะเอาของไปส่งเป็นประจำเดือนอยู่แล้ว ระยะนั้นเขาไปเอง

วันนี้ไม่พูดอะไรมากนักเพราะพูดทุกวันๆ ก็พูดมากแล้ว วันนี้ไม่พูดอะไรมาก จะไปธุระสงเคราะห์โลกนั่นละ ไปที่นั่นไปที่นี่ ตรงไหนบกพร่องเล็งแล้วไป บกพร่องตรงไหนเล็งแล้วไป เล็งดูเสียก่อนว่าบกพร่องตรงไหนๆ แล้วไปให้ๆ ทุกวัน จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ ไปโรงพยาบาล เสาร์อาทิตย์ส่วนมากจะเป็นวัด เอาไปถวายวัด นี่ก็ไปให้ ไปเอาไม่เห็นค่อยมี มีแต่ไปให้ๆ ไปวัดไปวา

         (ผอ.รร.อุดรธรรมานุสรณ์มากราบขอความเมตตาอนุเคราะห์ เครื่องคอมพิวเตอร์ ๒๑ เครื่อง ให้ลูกหลานเด็กบ้านตาดเรียนจะได้ฉลาด) บ้านตาดนี้เราก็เป็นครูเอกแล้ว เราไม่เห็นเรียนมากอะไร จบประถม ๓ เท่านั้นแล้วออก เดี๋ยวนี้เรียนจบเท่าไรไม่เห็นได้เรื่องได้ราวสู้เราไม่ได้ เข้าใจไหม เราเรียนจบประถม ๓ ใครเขาไม่เชื่อแหละว่าหลวงตาเรียนจบประถม ๓ คือแต่ก่อนไม่มีประถม ๔ มีเท่านั้นแหละ ใครเรียนจบนี้ออกเลยๆ ไม่ต้องได้ลาละครู กฎเกณฑ์มีเท่านั้น ครูก็มีแค่ ป.๓ นักเรียนจบ ป ๓.แล้วออกเลยๆ เราก็ได้ ป.๓ สอบประถม ๑ ได้ที่ ๒ ประถม ๒ ได้ที่ ๑ ประถม ๓ ได้ที่ ๑ แล้วออกเลย นั่นละจึงว่านักเรียนประถม ๓

สรุปแล้วมีแต่ ๓ นะเราแปลกอยู่ เพราะนักเรียนก็ประถม ๓ นักธรรมก็ตรี โท เอก ๓ เสีย ทางเปรียญก็เปรียญ ๓ เสีย มีแต่สามๆ ติดกันไปเลย แต่ก่อนไม่มี ป.๔ พอเราออกมาแล้วเขาก็มาตั้ง ป.๔ ขึ้นต่อไปเรื่อยๆ เราสุดท้ายละ ป.๓ มีแค่นั้น ออก จากนั้นเขาก็หาครู ป.๔ มาสอน ก็เลยต่อกันไป ป.ไหนก็ไม่รู้แหละเดี๋ยวนี้ จึงว่าจบประถม ๓ ไปพูดที่ไหนเขาก็ไม่เชื่อ เทศน์ที่สนามหลวงใครเชื่อเมื่อไร พระทั่วประเทศไทยก็ไม่เห็นนิมนต์ใครไปเทศน์ที่สนามหลวงใหญ่ๆ เขาเอาหลวงตาบัวไปเทศน์ แน่ะเห็นไหมล่ะ เอาหลวงตา ป.๓ ไปเทศน์คราวไปช่วยชาติ เราก็ไม่ลืมนะเทศน์ชั่วโมง ๒๓ นาทีเทศน์สนามหลวง มากกว่าเพื่อนก็คือเทศน์สูงเนิน ชั่วโมง ๒๙ นาที เกือบชั่วโมงครึ่ง นอกนั้นลด ชั่วโมง ๒๓ ชั่วโมง ๑๘-๑๙ นาที อยู่ในย่านนี้ จากนั้นมาเดี๋ยวนี้ไม่ถึง ประมาณ ๓๕-๔๐ หรือ ๔๕ อยู่ในย่านนี้ คือกำลังลดลง

แล้วมาติดต่อขออะไรที่พูดนี้ (เครื่องคอมพิวเตอร์ ๒๑ เครื่อง ๕ แสนบาท ลูกหลานเด็กบ้านตาดจะได้เรียนแล้วฉลาด) เดี๋ยวนี้มันโง่นักเหรอบ้านตาดน่ะ ปู่ย่าตายายพาโง่มันก็ต้องโง่ซิ พ่อแก่มันเรียนจบประถม ๓ ยังสอนคนทั่วประเทศไทยเลย บ้านตาดไปใสมันตายกันหมดแล้วเหรอ เรียนจบประถม ๓ ได้สอนใครมีไหม ก็มีหลวงตาบัวประถม ๓ สอนคนทั่วประเทศ อยากจะพูดให้มันเต็มเม็ดเต็มหน่วย สอนเทวบุตรเทวดาก็สอน แต่เราไม่เคยมาพูดเรื่องอย่างนี้ มาว่าอะไรสอนมนุษย์นี่วะ

         พอพูดอย่างนี้เราก็ยังระลึกได้ที่ตอนจะไปร้อยเอ็ดกลางคืน ฝัน นอนกลางคืนตอนเช้าก็ไปร้อยเอ็ด พอนอนหลับไปปรากฏว่าท้าวสักกเทวราชมาขอฟัน ฟันเราซี่นี้มันกำลังโยกคลอน เจ็บแต่เราไม่บอก คือมันเป็นครูสอนเราแล้ว ไปถอนที่โรงพยาบาลแย่งกันใหญ่ หายเงียบเลย ฟัน ๒ ซี่ไปหมดเลย ตั้งแต่นั้นมาเก็บเงียบ เจ็บอยู่นี่เราไม่บอก เฉย ไม่ได้บอกใครให้ทราบ ถ้ามันออกแล้วเราถึงจะเก็บเอาไว้เป็นสาธารณประโยชน์ เราว่าอย่างนั้น

         พอดีคืนวันนั้นมันก็ฝันอะไรอีกแหละนี่ก็ดี พอกลางคืนจะไปร้อยเอ็ดตอนเช้า กลางคืนมานี้ฝัน ฝันว่าท้าวสักกเทวราชมาขอฟัน ขอฟันซี่มันกำลังโยกคลอนเจ็บ เราก็รู้สึกว่าปลงใจให้นะในขณะที่ฝัน พอตื่นขึ้นมาฟันนั่นหายแล้ว ไม่ทราบหายไปไหน จะว่าได้กลืนลงไปหรือเคี้ยวลงไปก็ไม่ปรากฏความรู้นะ ตื่นขึ้นมาไม่เห็นเลย ฟันซี่นั้นหายไปจนกระทั่งทุกวันนี้ นี่ก็ท้าวสักกเทวราชมาขอฟัน มันก็แปลกอยู่ มันฝันนะ ไม่ใช่นั่งภาวนา ฝันว่ามาขอฟันซี่นี้ไป เราก็รู้สึกว่าปลงใจให้ในความฝัน พอตื่นนอนขึ้นมาฟันซี่นี้หายเลย ไม่ทราบหายไปไหน ว่าจะได้กลืนลงไปนี้ก็เงียบไม่ปรากฏ หากหายไปเฉยๆ อันนี้ก็แปลกอยู่

         เครื่องอันนี้มันอย่างไรต่ออย่างไร ทำไมนักเรียนทั้งโรงเรียนหาเครื่องแถวนั้นไม่ได้เหรอ มันเป็นอย่างไรเอะอะวิ่งใส่หลวงตาบัวๆ มันจะตายแล้วหลวงตาบัวน่ะ โธ่ เดี๋ยวนี้ก็สร้างที่ไหนๆ น้อยเมื่อไร หลาย ๑๐ ล้านนะเดี๋ยวนี้ ทางนู้นก็อำเภอคำม่วง กาฬสินธุ์ นั่นก็ ๘ ล้าน สร้างที่ว่าการอำเภอทั้งหลังเลย ให้ เขากำลังสร้างเวลานี้ จ่ายเป็นงวดๆ จากนั้นก็ภูเขียวกำลังสร้าง อันนั้นดูว่า ๑๑ ล้าน

ทางโรงพยาบาลอำเภอเพ็ญก็มาขอ เราได้ว่าให้หมาวิชัยมาสร้างให้โรงพยาบาลนี้ หมาวิชัยเวลามันด่าหลวงตาบัวมันด่าเก่ง โคตรพ่อโคตรแม่ไม่เคยด่า ตัวมันเองด่าเก่ง เอาอย่างนี้เลย ทำไมไม่ให้มันมาสร้าง แต่ตกลงเราก็ได้ให้ เขากำหนดอะไรอีโหน่อีเหน่อยู่นั้นไม่ได้เรื่อง พอดีทางอำเภอแวงน้อยมาขอ ทางนั้นพร้อมแล้ว พร้อมแล้วเหรอ พร้อมแล้วให้ทางนี้ ทางนี้ไม่ให้ ดัดมันสักหน่อย เลยให้ทางแวงน้อย ดูตั้งหลายล้านนะ ๑๑ ล้าน อย่างนั้นแหละเราสร้างเวลานี้มันน้อยเมื่อไร ช่วยโลก เงินจึงไม่มี เงินที่ว่านี้ก็ไม่ใช่มีอยู่แล้วนะ มันค่อยมาๆ ทยอยจ่ายเป็นงวดๆ งวดละ ๒ แสน ๓ แสน จ่ายเป็นงวดๆ จนเสร็จๆ ๆ ไป

นี่ก็แวงน้อย กำลังเริ่มสร้างแล้ว สำหรับอำเภอเพ็ญงด เพราะมันโอ้เอ้อยู่ ถ้าไม่โอ้เอ้ได้แล้ว เพราะเราดุแล้วเราก็ให้ ทางนั้นยังโอ้เอ้ ทางนู้นเขาจ้อเข้ามาๆ เขาพร้อมทุกอย่างแล้ว เอาให้เลย ทางนี้งด นั่นตัดปุ๊บ ทางแวงน้อยกำลังสร้างเวลานี้ มีเท่านั้นละ อะไรบ้างเอาว่ามา (นี่ครับยังรอคำตอบ ๒๑ เครื่องคอมฯ ๕ แสน) นั่นเห็นไหม ๕ แสน ฟังซิ จ่ายวันหนึ่งไม่ได้น้อยนะ วันละเป็นแสนๆ แล้วก็เป็นล้าน เป็นล้านๆ อยู่อย่างนั้น ถ้านำมาพูดนี้ถึงทราบว่าเราจ่ายตลอดนะ ถ้าไม่พูดก็จ่ายอยู่อย่างนั้นแหละ หากไม่พูด จ่ายตลอด มีเท่าไรหมด เพราะเราบอกเราไม่เอา แบตลอดแล้วเราจะช่วยโลกคราวนี้

ทางธรรมพอ ทางโลกไม่มีพอ ได้เท่าไรยิ่งเป็นบ้าได้ทางโลก เหมือนกับไสเชื้อไฟเข้าไฟ ไสเชื้อเข้าไปเท่าไรเปลวมันจรดเมฆๆ ให้ไฟดับด้วยเชื้อที่ไสเข้าไปไม่มีทาง กิเลสเอาอะไรให้มันให้เถอะ เหมือนไสเชื้อไฟให้ไฟ กิเลสคือตัวไฟเผาหมดๆ ไม่มีอะไรเหลือ แต่ธรรมพอ ธรรมพอโดยลำดับ ตั้งแต่สมาธิพอขั้นสมาธิ ขึ้นปัญญา พอขั้นปัญญาขั้นนี้พอขั้นนี้ ก้าวขึ้นขั้นนั้นๆ เหมือนก้าวขึ้นบันได ฟาดเสียกิเลสขาดสะบั้นหมดแล้วพอ ไม่มีอะไรเลยเป็นเวลา ๕๗ ปีนี้แล้ว หัวใจเราไม่มีคำว่ากิเลส ความโลภ ความโกรธ ราคะตัณหา มีแต่กิริยาก็ว่าไปอย่างนั้น แต่สำหรับใจไม่มีเลยหมด หมดโดยสิ้นเชิง

เราไม่มีอะไรกวนใจตั้งแต่บัดนั้นมาเป็นเวลาดูเหมือน ๕๗ ปี พ่อแม่ครูจารย์มั่นมรณภาพ ท่านมรณภาพเดือนพฤศจิกา เราก็ไปเดือนพฤษภา พฤศจิกาของท่านเป็น ๙๒ เราไปเดือนพฤษภา ๙๓ วันที่ ๑๕ ใกล้เคียงกัน ตั้งแต่นั้นมาแล้วขาด ไม่มีกิเลสตัวใดมากวนใจ สบายแสนสบาย นี่พอเข้าใจไหม เรียกว่าพอ เราไม่เคยได้ฆ่ากิเลสตัวใดอีก อยู่มาตั้งแต่บัดนั้นจนกระทั่งป่านนี้ เราไม่เคยมียิบแย็บในหัวใจว่ากิเลสตัวนี้ กูเคยฆ่ามึงแล้วมึงโผล่หน้าขึ้นมาจากไหน โคตรมึงยังไม่ตายเหรอ มึงถึงได้โผล่มา มึงเป็นลูกเป็นหลานเขา หายเงียบจนป่านนี้ นั่นเห็นไหมล่ะ ไม่มีที่จะได้ฆ่ากิเลสดังที่โลกฆ่ากัน เราบอกชัดๆ บอกเราไม่มี หมดโดยสิ้นเชิง อยู่แต่ความรู้ที่ครอบโลกธาตุ

ฟังเสียท่านทั้งหลายอยากฟัง นี่ละผลแห่งการปฏิบัติธรรมแทบเป็นแทบตาย เข้าขั้นจะสลบไสลมีไม่รู้กี่ครั้งนะ นี่ละฟัดกับกิเลสมันน้อยเมื่อไร หากไม่เคยสลบๆ เฉียดๆๆ เพราะนิสัยนี่ท่านทั้งหลายก็รู้เอง นิสัยเด็ดเดี่ยว เฉียบขาด ผาดโผนมากทีเดียว จนพ่อแม่ครูจารย์ได้รั้งเอาไว้ๆ ในความเพียร ที่ท่านแนะเวลาทำมันลงใจมันเอาจริงนะไม่ใช่ธรรมดา ท่านได้รั้งเอาไว้เรื่อยๆ พ่อแม่ครูจารย์รั้งเรา คือเห็นนิสัยผาดโผน ถ้าว่านั่งตลอดรุ่งก็ฟัดเอาเสียจนก้นแตก ก้นแตกมันยังไม่ถอย ยังจะซัดกันอยู่

ท่านก็ยกม้ามา ม้าตัวไหนมันคึกมันคะนองมาก ผาดโผนโจนทะยานไม่ฟังเสียงการฝึกของเจ้าของ เจ้าของเขาต้องฝึกอย่างหนัก ไม่ควรกินหญ้าไม่ให้กิน ไม่ควรกินน้ำไม่ให้กิน แต่การฝึกฝึกอย่างหนัก เอาจนกระทั่งม้าค่อยลดพยศลงๆ การฝึกเขาก็ค่อยลดลงๆ จนกระทั่งม้านี่ใช้ได้ตามอันนั้นแล้วการฝึกอย่างนั้นเขาก็งดไป ท่านพูดเท่านั้นแหละ เวลาเราขึ้นไปปั๊บพอกราบปั๊บๆ ขึ้นเลย เราก็เข้าใจแล้ว จากนั้นมาเราก็ไม่เคยนั่งตลอดรุ่ง นั่นละท่านสอน คือมันผาดโผนเกินไป

เพราะทำอะไรมันเอาจริงเอาจังมาก ท่านต้องเป็นฝ่ายรั้ง พอลงใจแล้วมันเอาจริงๆ นะ ถ้ายังไม่ลงใจไม่ลง กับพ่อแม่ครูจารย์นี้เวลาเถียงกันของเล่นเมื่อไร พระเต็มวัด ใต้ถุนกุฏิเต็มหมดเลย เรากับท่านสองต่อสองฟัดกันอยู่บนกุฏิ มันเอาจริงนะนี่ แต่ทิฐิมานะที่จะเอาแพ้เอาชนะไม่มี หาความเข้าใจ ถ้ายังไม่ลงตรงไหนซัดกันอยู่ตรงนั้น เอาจนกระทั่งลง หมอบ พอแล้วทีนี้เอานะ หมอบแล้วก็พุ่ง ถ้ายังคาราคาซังมันไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยความเพียรนะ ถ้าลงใจแล้วก็ลงทีเดียว ใส่ปึ๋งเลย แล้วส่วนมากเป็นฝ่ายท่านรั้งเอาไว้ คือลงใจแล้วมันเอาจริง ท่านมีแต่ฝ่ายรั้งเอาไว้รั้งเรา นี่ละความเพียร

เพราะฉะนั้นจึงสมค่าสมราคา ที่เราสละเป็นสละตายมาประกอบความเพียรฆ่ากิเลส กิเลสม้วนเสื่อยอมรับว่าควรม้วนได้ เพราะมันไม่ตายเราต้องตาย มีเท่านั้น ที่จะให้มาเป็นคู่แข่งกันอยู่นี้ไม่ได้ บอกขนาดนั้นละ ลงใจในพ่อแม่ครูจารย์มั่นแล้วนะนั่น ลงแล้ว ทีแรกเรียนหนังสือไปถึงมรรคผลนิพพาน ก็พระพุทธเจ้าแสดงไว้มรรคผลนิพพานมีอยู่ๆ แต่กิเลสมันก็ขวางหน้ามีหรือไม่มีน้าๆ นั่นเห็นไหม

จนได้ตัดสินใจลงอีกขั้นหนึ่ง เอาทีนี้เราจะไปครูบาอาจารย์องค์ใดที่ท่านให้ความแน่ใจว่ามรรคผลนิพพานยังมีอยู่ เราจะมอบกายถวายตัวต่อท่านแล้วเราจะเอาตายเข้าว่าเลย มาก็มาถึงพ่อแม่ครูจารย์มั่น ใส่เปรี้ยงเลย ท่านหามรรคผลนิพพานที่ไหนๆๆ ชี้ไปดินฟ้าอากาศมันไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่กิเลส ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่กิเลส ชี้ไปหมดทั่วโลกธาตุ ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่กิเลส ธรรมกับกิเลสแท้อยู่ที่ใจ เอาเปิดเข้าไปตรงนี้ด้วยจิตตภาวนา พระพุทธเจ้าเปิดกิเลสตรงนี้ด้วยจิตตภาวนาเป็นศาสดาขึ้นมา เอาเปิดตรงนี้ๆ เลย พอลงใจแล้วก็ใส่เลย ถ้าไม่ลงไม่ลง

นั่นละท่านปลดเปลื้องมรรคผลนิพพานให้ ทั้งๆ ที่กิเลสเต็มหัวใจแต่เรื่องมรรคผลนิพพานขาดสะบั้นไปหมด หายสงสัย มรรคผลนิพพานมีอยู่โดยสมบูรณ์ เราจะเอาตายเข้าว่าเท่านั้นให้ได้มรรคผลนิพพาน ก็ได้จริงๆ นี่ถ้าลงเป็นอย่างนั้น นิสัยเราไม่เหมือนใคร ถ้าไม่ลงไม่ลง ถ้าลงแล้วลง ถ้าไม่ลงเถียงกันตาดำตาแดง คิดดูอย่างฟาดพ่อแม่ครูจารย์มั่นนี่ ลงไปแล้วยังได้คิด เอ๊ กูนี้มันเก่งมาจากไหนน้า ลงไปแล้วนะ ทำไมกูไปเถียงครูบาอาจารย์เหมือนแชมเปี้ยน พระใต้ถุนศาลานี้เต็มหมดเลย มีแต่เราสองต่อสองฟัดกันอยู่ข้างบน อย่างนี้ละมันเอาจริงนะไม่ได้เหมือนใคร ครูอาจารย์มันก็ไม่ถอย หาความเข้าใจไม่ใช่หาอะไร

พอท่านฟาดนี้ลงใจแล้ว ทีนี้หมอบราบ มาแล้ว เอ๊ กูนี้มันไปเก่งมาจากไหนนะ ตั้งแต่วันแรกมาก็มามอบกายถวายตัวต่อท่าน ให้ท่านแนะนำสั่งสอน ฝึกปรือทุกอย่าง เอาให้เต็มเหนี่ยวเลย แล้ววันนี้มันไปเป็นนักมวยแชมเปี้ยนมาจากไหนไปฟัดกับครูอาจารย์จนไม่รู้จักหนักจักเบา พระมาเต็มวัดเต็มวามันเป็นอย่างไร มันก็ตอบว่า ก็หาความจริงนี่ว่างั้น ทางนี้ตอบขึ้นมาก็หาความจริง เมื่อยังไม่ได้ก็ต้องฟัดกันละซิ ก็น่าฟังอยู่นะ หาความจริง คือไม่ได้หาการต่อสู้เพื่อแพ้ชนะ หาความจริง ยอม นั่นละเป็นอย่างนั้นเรากับพ่อแม่ครูจารย์มั่นซัดกันของเล่นเมื่อไร พระแตกวัดมาทั้งวัด

มันไม่ลงใครง่ายๆ นะอีตาบ้านี่ ถ้าลงลงจริงๆ ถ้าลงหมอบราบเลย ถ้าไม่ลงไม่ลง นิสัยเราเป็นอย่างนั้น คือหาของจริง ถ้าลงจริงแล้วหมอบเลย หมอบแล้วเอาชีวิตเข้าแลกเลย ถ้ายังไม่จริงคาราคาซังมันลงไม่ได้นะ จะทำอะไรก็ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย นี่มันจึงเร่ร่อนๆ เถียงกันก็เถียงตอนนี้ ตอนยังไม่ลง พอลงแล้วปึ๋งเอาละ เป็นอย่างนั้น

เครื่องคอมพิวเตอร์มันเป็นเครื่องอย่างไร (เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้ค้นคว้าหาความรู้) เอ๊ นี่ให้ไปทางตำรวจหนองบัวลำภู ๓๐ เครื่อง ๘ แสน ทหารที่ขอนแก่น ๑๕ เครื่อง ๒ แสน ๙ หมื่น อันนี้ ๒๑ เครื่อง ๕ แสน เออ เอาให้ๆ ก็อย่างนั้นแหละจะให้ว่าไง เอาละทีนี้จะให้พร

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

และเครือข่ายทั่วประเทศ


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก