สำนักงบประมาณย่อย
วันที่ 5 สิงหาคม 2543 เวลา 8:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓

สำนักงบประมาณย่อย

(มีผู้มาฟังเทศน์ประมาณ ๓๐๐ คน)

(โรงพยาบาลเกษตรสมบูรณ์ ชัยภูมิ มาขอเครื่องมือแพทย์ ฯ ) ชัยภูมินี่บ่อยนะ ได้ให้มาก ชัยภูมิไม่ใช่เล่นนะ ไหนชัยภูมิน่ะ รถก็ไป ๒ คันแล้ว หนองบัวระเหว คอนสวรรค์ นี่จะมาเอาอะไรอีก (ขอเครื่องช่วยชีวิตเด็กแรกเกิด เครื่องอัลตราซาวด์ รถกระบะสำหรับออกหน่วย และยูนิตทำฟัน) ชัยภูมิให้มาก อำเภอต่าง ๆ ได้ให้มาก นี่ก็รถไปคันหนึ่ง คันที่สองกำลังจะตกมาจะไปเป็นรถตู้รถแอมบูแลนซ์ รถตู้ซึ่งสั่งอยู่ในระยะนี้ที่พอจำได้ คอนสวรรค์หนึ่ง แล้วโรงพยาบาลไชยา สุราษฎร์ฯ กำลังสั่ง ยังไม่ส่งมา นอกจากนั้นนับไม่ได้นะ เราคอยดูบิลที่เขาส่งเข้ามา ๆ

บิลแต่ละบิลนี้เป็นบิลที่ทางหมอรับรองแล้วว่า สิ่งของที่ส่งมานั้นได้รับเรียบร้อยแล้ว เราก็คอยจ่าย ๆ คือเราไม่ต้องไปดูของ สิ่งของที่เขาส่งมาอะไร ๆ ได้ตกลงกับทางหมอเรียบร้อยแล้ว ให้ทางหมอเป็นผู้ตรวจตราทุกสิ่ง คุณภาพสมบูรณ์แล้วค่อยส่งบิลมา ถ้ายังไม่แน่ใจอย่าด่วนส่งบิลมา คือส่งบิลมาก็มีแต่จ่ายท่าเดียว ๆ บางทีจ่ายไปแล้วของไม่สมบูรณ์นั่นซิ จึงต้องให้ทางหมอพิจารณาเรียบร้อย เรียกว่าคุณภาพสมบูรณ์แล้วค่อยส่งบิลมา เราจะคอยดูแต่บิล ๆ นี่ให้รอเสียก่อนนะ

อำเภออะไรนี่ (เกษตรสมบูรณ์ครับ) เคยขออะไรไปบ้าง (ยังเลยค่ะ) ขอตอบคำเดียวนะ เวลานี้หลวงตากำลังจนตรอก ตอบคำเดียวเลย ตอบคำเดียวพอ เวลานี้หลวงตากำลังจนตรอก ให้รอไว้เสียก่อนทุกอย่าง เราช่วยเต็มเหนี่ยว (ค่ะ) ทางไหนพอช่วยได้เราจับมาพิจารณาแล้วค่อยสั่งไปเรื่อย ๆ ถ้าสั่งพร้อม ๆ กันกำลังไม่พอ เป็นระยะ ๆ อันไหนจำเป็นก่อนหน้าก่อนหลังอะไรพิจารณาเรียบร้อยแล้วค่อยสั่งไปเรื่อย ๆ

(ศึกษานิเทศก์จังหวัดอุดรฯ ขอความเมตตาจากหลวงตา) นี่อะไร (เป็นเครื่องมือคัดแยกเด็กพิการในด้านต่าง ๆ ในโรงเรียนประถมศึกษาทั้งจังหวัด เครื่องมือนี้ถ้าใช้แล้วสามารถจะคัดแยกเด็กพิการในโรงเรียนออกมาได้ เด็กนักเรียนที่พิการทางด้านต่าง ๆ เมื่อคัดแยกออกมาได้แล้วก็สามารถที่จะจัดการศึกษาให้ถูกเพื่อช่วยเหลือเด็กในโรงเรียนค่ะ) แล้วมีความจำเป็นอะไรกับหลวงตา เอ้า พูดย่อ ๆ มา อย่าพูดไปมากมันเสียเวลา (ขอเมตตาหลวงตาบริจาคเครื่องมือคัดแยกเด็กพิการในโรงเรียนประถมศึกษาจำนวน ๑๐๔ เครื่องค่ะ) เอาไว้ก่อนเถอะ มันมากต่อมาก ไม่ทราบจะพิจารณาอะไร เขียนเรื่องลงในกระดาษก็แล้วกัน ถ้าเป็นเขียนเรื่องมาเราพอดูได้ เราดูไม่ออกให้พระช่วยดู อย่างนี้มันดูไม่ออกเพราะมันไม่เหมือนข้าวต้มขนม นี่ดูยากนะ ถ้าเป็นข้าวต้มขนม กล้วยไข่กล้วยอะไรนี้ รู้ทันทีเลย ดูง่าย

(รพ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ขอรถพยาบาล ๑ คัน รถกระบะ ๑ คัน ยูนิตทำฟัน ๑ ชุด) ขอแต่อย่างที่เราจนตรอก ๆ ทั้งนั้น ถ้าพูดถึงว่ามาหมัดไหนมีแต่หมัดเราหงายทั้งนั้น ศรีสงครามก็ช่วย เคยช่วยมาแล้วศรีสงคราม เอาใส่ซองไว้ก่อน เวลานี้กำลังหนัก(บังเอิญรถที่ส่งผู้ป่วยของ รพ.ศรีสงคราม เกิดอุบัติเหตุเมื่อไม่นานมานี้ครับ) มันเกิดอุบัติเหตุหาไม่ทัน เรายิ่งจนตรอกยิ่งกว่านั้นจะว่าอะไร อะไรจะเกิดอะไรก็ตามเราจนตรอกยิ่งกว่านั้น เพราะฉะนั้นเราถึงบอกให้รอไว้ ๆ

วันหนึ่ง ๆ จ่ายเงิน โถ วัดป่าบ้านตาดเป็นของเล่นเมื่อไร เราพูดได้ชัดเจนเลยว่า วัดนี้เหมือนสำนักงบประมาณย่อย ๆ สำนักหนึ่งทีเดียว เพราะจ่ายเงินรอบตัวตลอดทั้งวัน ๆ ถึงขนาดนั้นนะไม่ใช่ธรรมดา ช่วยจริง ๆ ช่วยโลกเราไม่ช่วยเล่น ๆ ช่วยจนหมดไม้หมดมือมาตลอด ฟังซิว่าหมดไม้หมดมือมาตลอด พอได้มาปั๊บก็เอาแล้ว ยังไม่ได้มาก็มาแล้วนี่ ขอมาแล้ว อย่างนั้นแล้ว มันไม่ไหวจริง ๆ นะ โถ หนักมากเรื่องหนัก มาทุกแง่ทุกมุมนะ เราผู้จะให้มันก็ไม่มีจะให้

แทนที่จะมาคิดถึงเรื่องเจ้าของกังวลกับเจ้าของ เราพูดจริง ๆ เปอร์เซ็นต์เดียวไม่มีเลย มีแต่คิดเรื่องโลกเรื่องสงสารด้วยความเมตตาทั้งนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างแย็บออก แย็บออกตรงไหนเพื่อจะสงเคราะห์ช่วยเหลือ ใครขาดตกบกพร่องตรงไหน บกพร่องมากน้อยเพียงไร จำเป็นมากน้อยเพียงไร อันดับหนึ่ง อันดับสอง ที่ควรจะช่วย เราคิดไว้ตลอด พอได้มาก็ปั๊บ ๆ เวลายังไม่ได้ก็รอไว้ก่อน ๆ ไอ้ความอยากให้ อยากให้อยู่แล้วด้วยอำนาจแห่งความเมตตา แต่สิ่งที่จะมาสนองความอยากให้ของเรามันบกพร่อง เราก็ต้องรอไปตามจังหวะนั่นแหละ

เราช่วยจริง ๆ ศาสนาช่วยโลกคราวนี้ช่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจ ถ้าใครก็ตามมาทำลายกระเทือนพุทธศาสนาที่เรากำลังนำออกคราวนี้ เราบอกได้ตรง ๆ เปิดจ้าเลย นรกผึงเลยเทียว อย่ากล้าหาญต่อพระพุทธเจ้านะ ธรรมที่เราออกมานี้เราออกมาด้วยความกล้าหาญชาญชัยต่อความจริง ที่รู้ที่เห็นประจักษ์หัวใจแล้วจึงมาสอน เหมือนพระพุทธเจ้าทรงรู้ทรงเห็นทุกอย่างแล้วมาสอนโลกไม่มีผิด เปอร์เซ็นต์เดียวไม่ผิด จึงเรียกว่า สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม ธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ชอบแล้ว ๆ คือว่าถูกต้องทุกอย่าง ว่าอะไรอันนั้นเห็นแล้วรู้แล้ว ดึงออกมาทั้งดีทั้งชั่ว บอกสัตว์ทั้งหลาย ควรหลีกให้หลีก อย่ากล้าหาญ ควรบำเพ็ญให้บำเพ็ญ เช่น ความดีให้มีความกล้าหาญชาญชัย สิ่งใดที่ไม่ดีให้ชำระออก ไม่ดีก็จะมาเป็นภัยต่อตัวเองนั่นแหละจะเป็นภัยต่อใคร

นี่เราสอนโลกคราวนี้เราจวนจะตายแล้ว ถึงได้เปิดหัวอกเราออก จวนตายเท่าไรยิ่งเปิดออก ๆ เมื่อวานนี้ก็เปิด วันนี้ก็เปิดอีกแล้ว นรกอเวจีนี้เป็นขั้น ๆ ภูมิ ๆ ถึง ๒๕ หลุม พระพุทธเจ้าพูดไว้แย้งที่ไหนได้ไม่มี เจอปั๊บเข้าไป อ๋อ ทันทีเลย กราบราบเลย นั่นเห็นไหมความจริงเป็นอย่างนั้นนะ ไม่มีหลอก ๆ หลอน ๆ แต่กิเลสมันหลอก ไปลบหมดนะ นรก ๒๕ หลุมกิเลสลบหมด แล้วสัตวโลกตกนรกที่กิเลสหลอกนั่นแหละ มันบอกว่าไม่มีแล้วสัตวโลกเป็นผู้ตก มันเป็นผู้หลอกว่าไม่มี ๆ สร้างกรรมลงไปซิแล้วก็ไปตก ๆ กองพะเนินเทินทึกพูดไม่ถูกเลยนะ

นรกเพียงหลุมเดียว มนุษย์เราในโลกนี้มีกี่พันล้านคน หลุมเดียวของนรกเท่านั้น ขี้ปะติ๋วสิ่งเหล่านี้นะ สัตว์นรกยังมากยิ่งกว่านี้อีก ขนาดไหน เรายังจะกล้าหาญว่านรกไม่มีอยู่เหรอ เราอยากพูดอย่างนี้นะ ถ้าหากว่ามีเป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่ออกมาให้เห็น เราจะจับฟาดหน้าผากมันเลย ตาสูบอดมาแต่โคตรพ่อโคตรแม่กูแล้ว ยังขยันบอดอยู่เหรอ อยากว่าอย่างนั้นนะ นี่น่ะเห็นไหม พระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์สอนแบบเดียวกัน ว่าอย่างนั้นเลย เห็นแล้วรู้แล้วดึงออกมา นี่น่า ๆ มันยังไม่ดูนี่นะ มันยังกล้าหาญชาญชัยสร้างบาปสร้างกรรม ตายแล้วจม ๆ เลย กุสลา ธมฺมา เอาพระมาทั่วประเทศไทยมาสวดไม่มีความหมายอะไร ความหมายอันยิ่งใหญ่อยู่กับเจ้าของผู้สร้างความชั่วช้าลามก นั่นละเรียกอำนาจแห่งกรรมดึงผึงทันทีเลย ไม่ได้ฟังเสียงกุสลา กี่ปากก็ตามเถอะ

นี้เราเอาความจริงมาพูด เราพูดอย่างอาจหาญชาญชัย มันจ้าอยู่ในหัวใจจะให้ว่าไง นี่เวลาใจมันเปิด เปิดอย่างนี้นะ เหมือนพี่น้องทั้งหลายนั่งอยู่นี้ เวลาหลับตามืดด้วยกันหมดใช่ไหมล่ะ พอลืมปั๊บขึ้นมามันเห็นหมด สิ่งเหล่านี้มีอยู่แล้วแต่เราหลับตาเราไม่เห็นเฉย ๆ อันนั้นสิ่งเหล่านั้นก็มีอยู่แล้ว กระจ่างแจ้งอยู่ตามความมีอยู่ของตน เป็นแต่ผู้ที่ดูเป็นคนตาบอดเท่านั้นจึงไม่เห็น แล้วจะไปลบสิ่งที่มีอยู่นั้นได้ยังไง ว่าเจ้าของตาบอดไม่เห็น อย่างนั้นก็ยังพอจะให้อภัย ว่าสิ่งนั้นไม่มี สิ่งนี้ไม่มี นี่ละสัตว์ทั้งหลายจมลง ๆ

เวลานี้กำลังมากนะ ดีดดิ้นกันมีแต่จะลงนรก จะขึ้นสวรรค์ พรหมโลก อันเป็นความสุขไปนั้นมีน้อยมาก ๆ ที่พระพุทธเจ้าว่าเขาโค ๆ นั่นไม่ผิด ขนโคคือลงนรกกันทั้งนั้น เขาโคที่จะไปสวรรค์ นิพพาน เพียง ๒ เขา โคตัวหนึ่งมี ๒ เขา ขนมันมีเท่าไร นี่ละสัตวโลกที่จะหลั่งไหลลงไปนรกเพราะการหลอกลวงของกิเลส กิเลสปิดหูปิดตาไม่ให้เห็น แล้วเปิดความอยากความทะเยอทะยาน ไม่ต้องมีบาปมีกรรม ฟาดลงไปทะลุไปเลย นี่ละอยาก อยากดึงออกไปด้วยความอยาก ทุกสิ่งทุกอย่างมีแต่อยากเต็มอยู่ในหัวใจ กินข้าวอิ่มแล้วท้องมันจะแตก ความอยากในหัวใจมันไม่ได้ลดนะ มันอยากตลอดเวลา ตัวนี้ละตัวพาลงนรกไม่ใช่ตัวไหนนะ ให้พากันจำ

เราไม่เชื่อพระพุทธเจ้าเราจะเชื่อใคร เราถือศาสนาพุทธเราเชื่ออะไร กิเลส สรณํ คจฺฉามิ เราก็ไม่เคยประกาศออกมา แต่ พุทฺธํ ธมฺมํ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ มีอยู่ทุกห้องพระห้องเรือนกราบไหว้ท่าน แต่เวลาทำ ทำไปตามกิเลสที่ว่าไม่ สรณํ คจฺฉามิ มันยึดอยู่แล้วจะ สรณํ คจฺฉามิ อะไร กิเลสพันคอมันอยู่แล้ว ตายแล้วก็จมเลย ๆ นี่เราพูดจริง ๆ เราสลดสังเวชจริง ๆ ชาตินี้เป็นชาติที่เปิดจ้าในหัวใจจริง ๆ เกิดมาตั้งแต่โคตรพ่อโคตรแม่หลวงตาบัวไม่เคยคาดเคยฝันว่าจะได้รู้ได้เห็นอย่างนี้ พอกิเลสเปิดออกหมด ฟาดกิเลสพังทลายลงไป ธรรมชาตินี้มันจ้าอยู่แล้ว คอยที่จะรู้จะเห็นตามสิ่งที่มีอยู่มากี่กัปกี่กัลป์ มันคอยที่จะรู้อยู่แล้ว เป็นแต่เพียงว่ากิเลสตัวมืดนั้นมันปิดไว้

ตาเรามีเปลือกตาปิดเท่านั้นมันไม่เห็นนะ พอเปิดเปลือกตาออกเท่านั้นมันจ้าหมดเลย อะไรมียังไงเห็นหมด อันนี้ก็เหมือนกัน ตาใจเรียกว่าธรรมทั้งแท่งจ้าอยู่ตลอดเวลาครอบโลกธาตุ เวลาเปิดออกแล้วมันไม่ใช่ธรรมดานะ มันครอบโลกธาตุนั่น อะไรปิดไม่ได้เลย ทะลุไปหมด นั่นจึงเรียกธรรมอันเลิศเลอ อาโลโก อุทปาทิ พระพุทธเจ้าทรงไว้ซึ่งความสว่างกระจ่างแจ้ง ไม่มีวันมีคืน อาโลโก อุทปาทิ สว่างจ้าอยู่ตลอดเวลา ดีเห็นชัด ชั่วเห็นชัด ว่าดีว่าชั่ว แล้วมาประกาศบอกสัตว์ทั้งหลาย อันไหนที่ดีให้ทำ อันไหนไม่ดีให้ละเว้น ๆ แต่มันก็บืน(กระเสือกกระสน) ลงในสิ่งที่ไม่ดี ๆ นั่นละ จมลงไป ๆ อย่างนั้นซิ มันน่าสลดสังเวชนะ

เรายิ่งจวนจะตายมันหากมีเหตุที่จะมาพูดให้ฟังอย่างนี้แหละ อยู่ธรรมดาเราก็ไม่พูด เมื่อมีเหตุแล้วควรจะออกมันก็ออกทันที บอกแล้วนี่นะ ท่านทั้งหลายเก่งนักหรือ เก่งกว่าพระพุทธเจ้านักเหรอ สัตวโลกเก่งกว่าพระพุทธเจ้านักเหรอ ลบบาป ลบบุญ ลบนรก สวรรค์ ไม่ให้มีได้เหรอ พระพุทธเจ้าลบไม่ได้จึงสอนสัตว์ให้หลีกให้เว้นให้บำเพ็ญ สิ่งใดที่ควรบำเพ็ญ ที่เป็นความสุขความเจริญแก่ตน ๆ ให้บำเพ็ญ ทาน ศีล ภาวนา ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นชื่อว่าความดีให้บำเพ็ญ ๆ ทุกคน นี้คือทางดีของเรา อันไหนที่เป็นความเดือดร้อนแก่ตนเองและคนอื่น นั้นคือบาปคือกรรม อย่าทำ ๆ ทำให้เขาก็คือทำให้เรานั่นเองจะเป็นใคร กรรมอยู่กับเรา เราเป็นผู้ทำ ผลจะเป็นใครเป็นผู้ได้ ดินฟ้าอากาศเขาไม่ได้มารับบาปรับบุญนะ ตัวผู้ทำนั่นละจะเป็นผู้รับ

เราอย่ากล้าหาญต่อพระพุทธเจ้านะ พระพุทธเจ้าพระองค์ใดไม่เคยเว้นแม้พระองค์เดียว ที่จะไม่ตรัสสอนอย่างเดียวกัน บาป บุญ นรก สวรรค์ มีมากี่กัปกี่กัลป์แล้ว พระพุทธเจ้าองค์ไหนตรัสรู้ขึ้นมาก็มาเห็นอันนี้รู้อันนี้ แล้วลบล้างได้ยังไง แล้วพวกเรามันเก่งที่ไหนไปลบล้างนรกว่าไม่มี ๆ ยิ่งนับวันหนาแน่น ๆ นะ เรานี่สลดสังเวชจริง ๆ ยิ่งระยะนี้กำลังช่วยชาติบ้านเมือง จึงได้สอนเต็มเม็ดเต็มหน่วย สอนหมดไส้หมดพุงนั่นละ อย่ากล้าอย่าหาญนะ สิ่งที่ชั่วช้าลามกมีมาตั้งกัปตั้งกัลป์อย่าท้าทายนะ

ถ้าเชื่อพระพุทธเจ้าแง่ไหนมันก็ไปในทางที่ดี ๆ ถ้าไม่เชื่อแง่ไหนนั้นกิเลสเอาไปกินแล้วนะนั่น กิเลสเอาไปกิน ๆ ตลอดเวลา ฟังซิน่ะนรกหลุมเดียวนั่นน่ะ สัตวโลกเราเอาเพียงมนุษย์ไม่ต้องมาก มนุษย์ทั่วโลกเรานี้มีประมาณเท่าไร เอาไปเทียบกับนรกเพียงแดนเดียวหลุมเดียวพอ มันขี้ปะติ๋วนะ สัตวโลกเรามีขี้ปะติ๋ว น้อยนิดเดียว สัตวโลกที่สร้างบาปสร้างกรรมมาก ๆ ด้วยความสมัครรักชอบ มันกองอยู่ในนรกมากขนาดไหน เรายังจะไปลบอยู่เหรอ สัตว์นรกเขาจมกันอยู่แน่นยิ่งกว่ามนุษย์เรา มนุษย์เราเท่ากำปั้นนี้ยังจะไปลบนรกว่าไม่มีอยู่เหรอ อายบ้างซิ อายพระพุทธเจ้าบ้าง เราเกิดมาพบแดนพุทธศาสนาให้เชื่อฟังพระพุทธเจ้าบ้าง อย่าเชื่อฟังแต่กิเลส มันพาคนให้จมมากี่กัปกี่กัลป์แล้ว เรายังจะเชื่อมันอยู่ตลอดไปเหรอ ก็เรียกว่าเราอยากจมไปตลอดนั่นเอง พากันจำให้ดีนะ

เราสอนเต็มเม็ดเต็มหน่วย เราสอนทุกอย่างเราไม่ได้สอนด้วยลูบ ๆ คลำ ๆ นะ เราสอนถอดออกมาจากหัวใจ มันจ้าอยู่นั้นจะว่าไง เป็นแต่เพียงว่ามันไม่มีรูปมีภาพให้เห็นเท่านั้นเอง มันจ้าอยู่ในหัวใจ เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นนามธรรม สิ่งเหล่านี้เป็นวัตถุมองเห็นกัน อันนั้นเป็นนามธรรม เป็นวิสัยของใจที่มีความสามารถฉลาดรู้จะเห็นด้วยกันหมด เป็นอย่างนั้นนะ ปิดไม่อยู่ ไม่มีใครคัดค้านกันได้ เจอปั๊บเข้าไปยอมรับกันทันที ๆ เลย เพราะเป็นของจริง

เราก็สุดเหวี่ยงละช่วยโลก จึงว่าคราวนี้เป็นคราวที่สุดกำลังของเรานะที่ช่วยโลก ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็เป็นกรรมของสัตว์เท่านั้นเอง เราไม่ได้มีได้มีเสียเราบอกแล้ว สอนโลกจนจะเป็นจะตายเราก็ไม่ได้มีได้มีเสีย สอนลงไปเขาเชื่อหรือไม่เชื่อ ความได้ความเสียอยู่กับเขาไม่ได้อยู่กับเรา เราสอนแล้วด้วยความถูกต้อง พอทุกอย่างแล้ว ไม่ผิดพลาดแล้ว ไม่มีว่าแพ้ว่าชนะ เราจะรบกับอะไรพอจะมีคำว่าแพ้ว่าชนะ ธรรมนี่เหนือโลกเหนือสมมุติโดยประการทั้งปวงแล้ว เอามาแพ้มาชนะกับอะไร ว่าได้ว่าเสีย ได้อะไรเราพอแล้ว เอาซิพิจารณาซิ นี่ละถอดออกมาให้ฟังอย่างนี้จะว่าไง

อันได้หรือเสียเป็นเรื่องของสัตวโลก พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ไม่เสียนะ สอนเต็มกำลังแล้วก็ดีด นิพพานไปเลย พวกจมก็คือพวกเรา พวกเชื่อตามพระพุทธเจ้าก็เกาะพระองค์ไป เพราะฉะนั้น สวรรค์ พรหมโลก นิพพาน จึงมีมากอยู่ แต่สู้แดนนรกแดนความทุกข์ความทรมานของสัตว์นี้ไม่ได้ อันนี้มากจริง ๆ ทีเดียว เพียงนรกหลุมเดียวเท่านั้นเอามนุษย์เราทั่วโลกมีกี่พันล้าน ไปเทียบกับนรกเพียงหลุมเดียวเท่านั้น เทียบไม่ได้เลยฟังซิน่ะ แล้วนรกมีกี่หลุมท่านบอกไว้น่ะ ละเอียดขนาดไหน มีถึง ๒๕ หลุม ฟังซิน่ะ หลุมแรกคือหลุมที่ว่าหนักแสนสาหัส ตกลงไปแล้วกี่กัปกี่กัลป์ก็ไม่ได้ขึ้นมานะ เราลืมชื่อเสีย นรกหลุมนี้ชื่ออย่างนั้น ๆ ท่านบรรยายหมด นี้เราเรียนมามันก็จำไม่ได้ จำได้แต่ว่า ๒๕ หลุม ไม่เป็นอื่นว่างั้น หลุมนี้ชื่ออย่างนั้น หลุมนั้นชื่ออย่างนั้น ๆ สำหรับบาปกรรมประเภทนั้น ๆ เรื่อยไป บอกชัดเจนขนาดนั้นนะ

อย่างนรกหลุมที่หนักที่สุด ถึงขนาดที่ท่านเตือนย้ำเข้าอีกนะ หนักเป็นอันดับหนึ่ง ท่านประกาศห้ามสัตว์ทั้งหลาย สัตว์ประเภทที่จะไปลงนรกหลุมนี้เป็นประเภทที่กรรมหนักที่สุด แน่ะท่านก็บอกไว้อย่างนั้น กรรมหนักที่สุด กับสถานที่จะรับกรรมคือนรกหลุมนั้นเหมาะกัน ท่านบอกว่ากรรมหนักที่สุดมีกี่ประเภท ท่านบอกไว้นะ ที่ควรแก่นรกหลุมนี้ นั่นบอกขนาดนั้นนะ กรรมหนักที่สุดคืออะไร ๑) ฆ่าบิดา ๒) ฆ่ามารดา ๓) ฆ่าพระอรหันต์ ๔) ทำลายพระพุทธเจ้าแม้เพียงพระโลหิตห้อไม่ถึงตายก็ตามนี้หนึ่ง ๕) สังฆเภท ยุยงสงฆ์ที่มีความพร้อมเพรียงสามัคคีด้วยศีลด้วยธรรมให้แตกแยกจากกัน เป็นสังฆเภท ทำลายสงฆ์ นี้หนึ่ง

ในกรรม ๕ ประเภทนี้ท่านยังย้ำอีกด้วยว่า ถ้ายังพอมีสติระลึกได้อยู่บ้าง อย่าทำเป็นอันขาด ฟังซิน่ะ นั่นเห็นไหมห่วงใยพวกเราขนาดไหน อย่าทำเป็นอันขาดท่านบอก เพราะทำลงไปแล้วกี่กัปกี่กัลป์จมอยู่ในนรก ใจดวงนี้ไม่เคยตายไม่เคยฉิบหาย จมอยู่นั้น ได้รับความทุกข์ความทรมานแสนสาหัส หากไม่ฉิบหายคือใจดวงนี้ พอพ้นจากนั้นแล้วก็เลื่อนขึ้นมา ไม่ใช่ขึ้นผึงทีเดียวนะ ขึ้นมาจากหลุมนั้น เลื่อนมาหลุมนี้ ๆ ตลอด พอพ้นจากนี้แล้วก็มาเป็นเปรตเป็นผีเข้าอีก เป็นชั้น ๆ ทีเดียว เปรตก็เป็นประเภทที่หนัก หนักก็ยังเบากว่านรกหลุมสุดท้ายอีก บอกชัดขนาดนั้น แล้วพวกเราจะดื้อด้านไปไหนนักหนามนุษย์เรา มีป่าช้าเหมือนกันหมด

ใครเป็นคนวิเศษ เอาเฉพาะในศาลาหลังนี้แหละ ใครเป็นคนวิเศษไม่มีป่าช้า จะไม่ตาย จะอยู่ค้ำฟ้าคนเดียวมีไหมในศาลาของเรานี้ แล้วทั่วโลกมันก็เหมือนกันหมด เราอย่าอาจอย่าหาญนะ ตายแล้วตายตั้งแต่ร่างกาย ใจที่เสวยกรรมดีกรรมชั่วไม่ได้ตายนะ กรรมดี ๆ พาไปดีเลย กรรมชั่วพาลงชั่วเลย ไปลงนรกขนาดนั้นใจยังไม่ตายไม่ฉิบหาย ยังฟื้นขึ้นมา แต่ได้รับความทุกข์ความทรมานตามอำนาจแห่งกรรมหนักเบาของตนเท่านั้นเอง ให้พากันตั้งอกตั้งใจพิจารณานะ นี้พูดอย่างถอดออกมาจากหัวใจพูด จะเชื่อหรือไม่เชื่อกรรมของสัตว์ว่างั้นเลย ถ้ามันเชื่อไม่ได้แล้วก็หมดละ เราเกิดมาเป็นมนุษย์นี้มีแต่เพียงร่างมนุษย์เท่านั้นเอง ไม่ได้เป็นมนุษย์อะไรละ พอลมหายใจขาดแล้วก็ผึงเลย ๆ เราอยากเป็นหรืออย่างนั้น รอที่จะดีดผึงลงนรก หือ เราชอบนักหรือ

โลกนี้มันโลกเกิดตายนะ อย่าประมาท ตายวันไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละ ถ้าตายแล้วกรรมนั้นเอาไปเลยแหละ อำนาจของกรรมไม่มีอะไรเหนือในโลกธาตุนี้ อำนาจของกรรมเป็นที่หนึ่ง แน่ะท่านบอกไว้แล้ว ใครจะเก่งกล้าสามารถขนาดไหนก็ตาม เป็นผู้ทำกรรมเอง กรรมเป็นผู้ให้ผลของผู้นั้นเอง ไม่ว่าดีว่าชั่ว ไม่มีที่แจ้งที่ลับ เป็นกรรมโดยสมบูรณ์ ๆ แบบ เป็นอัตโนมัติแห่งธรรม อย่างที่ทางโลกเขาเรียกว่าคอมพิวเตอร์พิวแต้อะไรนี่ อันนี้เรื่องของกิเลส คอมพิวเตอร์ของกิเลส คอมพิวเตอร์ของธรรมละเอียดกว่านี้ไม่มีอะไรเทียบแล้วนะ ฟังซิน่ะคอมพิวเตอร์ของธรรม แต่ท่านไม่เรียกพิวเตอร์พิวแต้อะไรท่านไม่ได้เรียกแหละ ทำชั่ว ใครอยากเก่งก็ทำลงไปทำชั่ว คอมพิวเตอร์จะเป็นเอง ทำดีคอมพิวเตอร์ก็เป็นเองไม่ต้องมาบอก

คอมพิวเตอร์พิวแต้ไปเรียนกันเสียเป็นบ้าเลย บางแห่งก็จนหลวงตาจะไม่มีเงินให้เขา ตาเขาจะตายออกทางหนังสือพิมพ์ประกาศลั่นโลก เราสงสารเราก็ไปดูสภาพ โอ้ สงสาร เลยได้สงเคราะห์ถึงขณะนี้นะ พวกนี้เดี๋ยวนี้กำลังเรียนคอมพิวเตอร์ ได้รับความสงเคราะห์จากหลวงตา อย่างนี้ละเราสงเคราะห์โลกเห็นไหม มันจะตายจริง ๆ ก็ฟื้นขึ้นมา ถ้าเราไม่ให้มันจะตายหมดครอบครัว ลูกมีกี่คน พ่อกับแม่ ๒ คน ลูกยั้วเยี้ย ๆ พอเราช่วยแล้วก็หนุนกันขึ้น ๆ เวลานี้เรียนถึงขั้นคอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัย จบไปแล้วก็มี แล้วพวกนี้หมดไปเท่าไร เป็นล้าน เราไม่ได้พูด นี่มันสัมผัสเราพูดเฉย ๆ นี่ละที่ว่าเราช่วยทั่วประเทศไทย ช่วยทุกแบบดังที่ว่านี่นะ สุดท้ายคอมพิวเตอร์ก็เราช่วย ไม่งั้นมันเป็นคอมพิวเตอร์ไม่ได้ มันสู้หลวงตาบัวไม่ได้ หลวงตาบัวต้องช่วยมันถึงเป็นคอมพิวเตอร์ได้เข้าใจไหม

นี่ละเราช่วยโลกช่วยทุกแบบนะ ถ้าหากว่าเป็นแบบโลกสงสารเรียกว่าอกแตก แต่เราไม่แตก เป็นด้วยอำนาจแห่งความเมตตา มีเท่าไรไหลออก ๆ ตลอดเวลา แล้วจะให้เรามีเงินมีทองมาจากไหน ไม่มี ให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ สิ่งตอบแทนเราไม่มี เม็ดหินเม็ดทรายเราไม่เคยมี ยื่นให้ใคร ๆ ให้ไปเลยไม่มีคำว่าสิ่งตอบแทน เท่ากับเม็ดหินเม็ดทรายเราไม่เคยมี เพราะอำนาจแห่งความเมตตา เราช่วยอย่างนี้ตลอดเวลานะ

ใครให้รีบตั้งเนื้อตั้งตัวนะ จะจมในเมืองไทยเรานี้ จะจมในความเป็นมนุษย์นี้ ด้วยความไม่สมใจ ๆ เอ้าจมเถอะว่างั้นเลย อย่าให้ไปจมในนรกก็แล้วกัน ถ้าจมในนรกนี้หมดหวังเลย จมในเมืองไทยเรานี้ เอ้า เขาก็ทุกข์ เราก็ทุกข์ เป็นไรไป ทุกข์ด้วยกันทุกข์เพียงแค่มนุษย์ยังไม่หนักหนานะ แต่ทุกข์ในแดนนรกนี้ร้อยเท่าพันทวี สู้แดนนรกไม่ได้นะความทุกข์ อย่าเอาความทุกข์อันนั้นมา เป็นเรื่องเล็กน้อย เห็นความทุกข์ในเมืองไทย เห็นพุงของเจ้าของกาง ๆ ใหญ่ ๆ นี้ว่าเป็นของจำเป็นยิ่งกว่านรกที่จะเผานะ อันนั้นเผามากกว่านี้ ให้ระวังตรงนี้

ทุกข์ในเมืองไทยทุกข์ไปเถอะจะเป็นอะไรไป เช่น ราชการงานเมืองต่าง ๆ นี้เหมือนกัน ไปทำการทำงาน เอ้า เขาให้เงินเดือนเท่าไร เป็นเบี้ยเลี้ยงสำหรับเลี้ยงชีพของเรา งานอาชีพของเราคือวงราชการ ขอให้ทำหน้าที่การงานด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมต่อประชาชน นี้ไม่เป็นบาป เราทำตามหน้าที่ ถ้าไปคดโกงรีดไถแบบประเภทต่าง ๆ ดังที่เคยเห็นเคยสร้างความสกปรกและฟืนไฟเผาโลก นี้ละไฟตรงนี้ละที่จะเผาเรารุนแรงในแดนนรก ไฟอันนี้ไม่มองเห็นนะ มีแต่กระหยิ่มยิ้มย่อง ได้เท่าไรไม่พอ ๆ แต่เวลามันเผา เผาเท่าไรก็ไม่พอ เข้าใจไหมล่ะ เอาละวันนี้เทศน์เพียงเท่านี้ก่อน เหนื่อยแล้ว

เมื่อวานนี้ทูลกระหม่อมท่านโทรมา ท่านขอย่นเวลาวันที่ ๙ คือตามปกติเราได้กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว วันที่ ๙ เป็นเวลาบ่าย ๒ โมงเป็นเวลาเทศน์ ทีนี้ท่านรับสั่งมาทางผู้ว่าฯ เมื่อวานนี้ ท่านขอย่นเข้ามาเป็นเวลา ๔ โมงเช้า ทางนี้ก็ตกลงให้ ทีนี้พอดีท่านรับสั่งมาทางผู้ว่าฯ อีกแล้วว่า ได้ตกลงกับทางโน้นเรียบร้อยแล้วที่จะย่นเวลา คืองานของท่านมีเยอะ ท่านจะเพื่องานนั้นด้วย อันนี้พอผ่อนผันสั้นยาวตกลงกับทางโน้นเรียบร้อยแล้ว ท่านก็รับสั่งมาอีกว่า งานให้เป็นปกติ คือได้แก้ไขเรียบร้อยแล้ว เป็นวันที่ ๙ บ่าย ๒ โมงตามเดิม แก้มาแล้ว ทางนั้นตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ให้ทางนี้งานเป็นปกติไปตามเดิม คือบ่าย ๒ โมง

ที่แก้เป็น ๔ โมงเช้านั้นกลับไปเป็น ๒ โมงเย็นตามเดิม ให้พี่น้องทั้งหลายทราบตามนี้นะ ที่กำหนดว่าจะเทศน์ประชุมผ้าป่าของเรานั้นบ่าย ๒ โมง เป็นอันว่าเป็นบ่าย ๒ โมงตามปกติเดิม ที่ขอแก้เมื่อวานนี้อันนั้นเกี่ยวกับเรื่องฟ้าหญิงท่านมีพระภาระในกรุงเทพฯ มาก ท่านเลยย่นอันนี้เข้ามาเพื่องานนั้น ทีนี้เมื่อไปตกลงกับทางโน้นได้เรียบร้อยแล้ว ท่านจึงรับสั่งมาอีกว่าให้งานนี้เป็นปกติ คือบ่าย ๒ โมงตามเดิม เข้าใจแล้วทุกคนนะ งานเรานี้เป็นอันว่าบ่าย ๒ โมงตามเดิม ที่ย่นเข้ามา ๔ โมงเช้านั้นท่านรับสั่งมาแล้วว่า แก้ไขตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ให้เป็นบ่าย ๒ โมงตามเดิม เข้าใจแล้วนะ นี่ละที่เรียนให้ทราบ วันนั้นดูว่าตอนเช้าท่านจะเข้าวัดนี่เสียก่อน ตอนบ่าย ๒ โมงไปพิธี จากนั้นคงเสด็จกลับละ เพราะพระภาระท่านมากนี่นะ ท่านอุตส่าห์พยายามเสด็จมาเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร เป็นเกียรติของพี่น้องชาวอุดรฯ และแถวใกล้เคียงเป็นกรณีพิเศษนะ

วัดภูวัวนี่น่ะพี่น้องทั้งหลายทราบแล้วยัง เราได้เป็นผู้ดูแลรักษาชีวิตของพระทั้งวัดเป็นจำนวน ตั้งจุดศูนย์กลาง ๓๐ องค์ มากบ้างน้อยบ้าง ลดกว่า ๓๐ บ้าง เพิ่มกว่า ๓๐ บ้าง มาเป็นเวลา ๑๐ กว่าปีแล้วนะ อาหาร ๓๐ องค์ เป็นจุดศูนย์กลางของพระ เราเลี้ยงดูมาตลอดจนกระทั่งป่านนี้ ของที่ส่งให้พระนี้ให้สมบูรณ์แบบ ๆ รถนี่ฟาดไปถึง ๔ คันรถ ของเต็มเอี้ยด ๆ ๖ ล้อก็มี ถ้าเป็น ๔ ล้อก็บองขึ้น(เสริมข้างให้บรรจุได้มาก) ให้สูง ๔ ล้อเฉย ๆ ไม่พอต้องบองขึ้นให้สูงเต็มเอี้ยด ๆ ไปแต่ละครั้ง ๆ นี้ ๔ คันรถ เทลงนี้เหมือนภูเขาทั้งลูก เราปฏิบัติมาอย่างนี้ เป็นห่วงเป็นใย

ถ้าหากว่าเรามีเวลาว่างบ้างเราก็ไป ถ้าเราไปเราก็มีอาหารเสริมไปด้วย ซื้ออาหารเสริมไป ส่วนอาหารเป็นพื้นนั้นเรียกว่าพอ นอกจากนั้นยังสงเคราะห์พระที่อยู่บริเวณนั้นอีกนะ วัดเล็ก ๆ น้อย ๆ ๒ องค์ ๓ องค์อยู่แถบนั้น บนภูเขาลูกนั้นแถวนั้น เวลาท่านมาติดต่อกัน เราก็บอกให้ท่านไปเถอะ เราไม่อาจที่จะไปส่งในทุกแง่ทุกมุมได้ เอามาไว้จุดกลาง พระท่านจึงมาเอาเรื่อย ๆ เราจึงได้ส่งไว้นี้ตลอดเวลา การซื้อสิ่งของมาแต่ละครั้ง ๆ เราไม่ได้คิดเรื่องหมดเรื่องยัง ให้พอ ว่างั้นเลย เราสั่งตายตัว ๆ ส่วนที่เขาจะไปซื้อเป็นกรณีพิเศษนอกจากตายตัวนี้แล้ว ให้เป็นเรื่องของเขาเอง แต่บกพร่องไม่ได้ที่เราสั่งแล้ว อย่างนี้เป็นประจำ เราจะส่งเสริมพระที่ตั้งใจปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ให้ศาสนาจะยังมีอยู่ในพระเราเป็นผู้ทรงไว้ ในป่าในเขานั้นแหละสำคัญ

โรงใหญ่แห่งพระไตรปิฎกอยู่ในป่าในเขา เป็นที่บำเพ็ญของพระ พระจะรู้อรรถรู้ธรรมจากที่นั่น ครองพระไตรปิฎกมาสอนโลก สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ ของเราออกจากป่าจากเขาพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้าก็เหมือนกัน ธรรมเกิดในป่า พระพุทธเจ้าตรัสรู้ในป่า ตรัสรู้ธรรมอยู่ในป่า พระพุทธเจ้าเป็นพระพุทธเจ้าในป่า พระสงฆ์สาวกบรรลุธรรมในป่า สำเร็จเป็นพระไตรปิฎกเต็มสัดเต็มส่วนออกมาจากป่ามาสอนพวกเรา เข้าใจไหมล่ะ นี่ละพระไตรปิฎกใหญ่อยู่ตรงนั้น พระไตรปิฎกของพวกเราเปิดตรงไหน นี้ความขี้เกียจ นี้ความขี้คร้าน นี้ความอ่อนแอ มีแต่พระไตรปิฎกกิเลสเต็มหมด ไป ๆ เลิก เอาละพอ

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร ทาง internet

www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก