คานอวิชชาหัก
วันที่ 5 กรกฎาคม. 2550 เวลา 7:40 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐

คานอวิชชาหัก

ก่อนจังหัน

พระเท่าไร (๒๙ ครับผม) แน่ะ เมื่อวาน ๒๘  ขึ้น ๒๙ พอๆ กันกับวัดภูวัว ภูวัวก็อยู่ในย่านนี้ ภูวัวเราก็เปิดให้หมดแล้ว เปิดให้อย่างเปิดอกเลย เพราะเรามีความมุ่งมั่นต่อแดนมรรคผลนิพพาน ซึ่งจะเกิดด้วยความสะดวกในสถานที่เช่นนั้น เราไม่ได้ลืม เพราะได้ยินมานานแล้วว่าท่านอุทัยอยู่กับพระสององค์ ดูเหมือนสามองค์ด้วยกัน บ้านก็สองสามหลังคาเรือน สงัดดีอยู่ท่านว่า แต่อยู่ก็เกรงใจญาติโยมเขา เขาก็หากิน เราก็ไปหากินกับเขา ท่านก็คิดเป็นธรรมนะ ท่านจะไปเขาไม่ยอมให้ไป พวกผมไม่ตายท่านไม่ตาย อดอยากขาดแคลนจะหามาว่างั้นนะ ไม่ยอมให้ไป สุดท้ายท่านก็อยู่กับเขาอย่างนั้นเรื่อยมา คือเขาไม่ยอมให้ออกไปเลย ท่านก็เห็นใจเขาสงสารเขา มีสองสามหลังคาเรือน หาคุ้ยเขี่ยกินตามนั้นละ ท่านสงสารเขาท่านจะไป เขาไม่ยอมให้ไป ผมไม่ตายท่านไม่ตาย สุดท้ายก็ถูไถกันไป เราได้ยินมานาน

จากนั้นเราก็ไปดู ลงรถปั๊บไป คือแต่ก่อนยังหนุ่มน้อยอยู่ พอลงรถแล้วไปหมดเลยบริเวณนั้น ปากก็เปิดอกเลย บอกว่า ท่านอุทัย ผมไปดูมาหมดแล้ว แถวนี้สงบสงัดดีทั้งนั้น กลางวันมันก็มีพวกหินแตก ต้นไม้ขึ้น ที่ไหนหินแตกต้นไม้ขึ้น เราอยู่ในร่มไม้ กลางคืนออกเดินจงกรมที่กลางแจ้งหินดาน สะดวกทุกอย่าง เปิดอกให้ท่านอุทัยเลย เอา แต่นี้ต่อไปพระจะมาเท่าไรให้มา ผมจะรับเลี้ยง บอกเลย พระตั้งใจปฏิบัติ เอา มา แต่พระโกโรโกโสไล่ลงภูเขาให้หมดมันหนักภูเขาลูกนี้ เด็ดทั้งสองเลย

ตั้งแต่นั้นมาก็ขยับขึ้นอยู่ในย่านเดียวกัน ๒๙-๓๐ สามสิบกว่า อยู่ในย่านนี้ ท่านก็คงเห็นใจเราเหมือนกัน เราเปิดเลย เอา มาเท่าไรให้มาเราจะเลี้ยง พระประเภทนี้หายาก สิ่งอื่นสิ่งใดหายากเมื่อไร หาง่ายนิดเดียว แต่พระหายากนะ พระดิบพระดีพระปฏิบัติให้ความอบอุ่นแก่ตนและผู้อื่นหายากมาก ท่านก็รับเพียงแค่นั้น ๓๐ เป็นจุดศูนย์กลาง ขึ้นบ้างลดบ้างๆ อยู่อย่างนั้นตลอด เราก็เลี้ยงมาจนกระทั่งป่านนี้ นาน ๒๐ กว่าปีแล้วมัง พระก็ไม่ขาด วันเราไปนั้นก็ ๒๘ องค์ เยอะอยู่

เราก็เปิดอีก เอ้า ให้มา พระที่ต้องการจะมาบำเพ็ญสมณธรรมให้มา ทำเลนี้ไม่มีที่ต้องติ เป็นที่บำเพ็ญชั้นเอก ท่านก็รับอยู่แค่นั้น นานๆ เราได้ไปทีหนึ่ง เพราะเราก็งานมากไปโน้นไปนี้ เป็นความเมตตานั่นแหละไป อย่างเมื่อวานไปถ้ำผาปู่ เอาของไปเทลงเลย จากนั้นเราก็มอบเงินสดให้สำหรับทำอาหารถวายพระ เราไปทีไรให้ทีละห้าหมื่นๆ เป็นประจำไม่ให้ขาดเขินแหละ เพราะช่วงที่เราไปไม่ห่างกัน ไม่ถึงเดือน ให้ห้าหมื่นๆ สำหรับแม่ชีแม่ขาวให้คนละหนึ่งพัน ของเราเต็มรถเทปั๊วะๆ เลย

แถวนั้นเราไปที่ไหนตีตลาดๆ เป็นยังไงไม่รู้นะ ไปที่ไหนถ้าดีแล้วเอาหมดๆ เป็นลังๆ ก็ยกขึ้นเลย พวกแม่ค้าถ้าเห็นเราไปเขายิ้มละ เขาจำเราได้ว่ากองรับเหมามาแล้ว เขาว่ากองรับเหมา อะไรที่เราชอบเอาจริงๆ นะยกลังเลยเทียว เขาเอามาเป็นลังยังไม่ได้เอาออก แต่เป็นผลไม้ชนิดนี้ๆ เอาหมด เอาเลยๆ ตลอด เมื่อวานไปถ้ำผาปู่ เราสงสารเราเป็นห่วงเป็นใยพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีน้อยเข้าทุกวันนะ ไอ้พระโกโรโกโสไม่ว่าท่านว่าเราเต็มบ้านเต็มเมือง เกลื่อนไปด้วยส้วมด้วยถาน ส้วมถานก็คือวัด มูตรคูถก็คือพระเณรปฏิบัติตัวเหลวแหลกแหวกแนว มันเต็มไปด้วยส้วมด้วยถานด้วยมูตรด้วยคูถเวลานี้ หาพระดีไม่ได้ นี่ก็คือกิเลสเหยียบหัวมัน เหยียบหัวพระ เหยียบหัวทั้งเขาทั้งเราดูไม่ได้นะ เงยคอขึ้นไม่ได้กิเลสเหยียบเอาๆ แล้วจะไม่มีคนดีเหลือในโลกนะ

ถ้ามีใครจะดีอยู่บ้างก็พยายามทำลายกัน อันนี้เราก็สลดสังเวชเช่นเราได้ข่าว ทำก็ทำเถอะเราว่างั้น เราไม่มีอะไรกับโลก สามโลกธาตุเราไม่มีอะไรเลย เราไม่เคยสะดุดจิตใจว่ากลัวก็ดีว่ากล้าก็ดี เราไม่มี เป็นธรรมล้วนๆ ตายไปก็เป็นธรรมล้วนๆ อยู่ก็เป็นธรรมล้วนๆ ได้ทำประโยชน์ให้โลก เราไม่มีอะไร อย่างโลกที่ได้ยิน ได้เห็นด้วยตาก็ดีที่เขาพยายามจะฆ่าเรา พูดให้มันชัดๆ หลายแห่งหลายหน หาฆ่าคนทำดี คนชั่วเต็มบ้านเต็มเมืองทำไมมันไม่ไปเกี่ยวข้อง พวกเลวมันเลวด้วยกันไปอย่างนี้ คนดีมันทำลาย คนชั่วมันเสริมกันขึ้น คนชั่วมีมากเท่าไรคนดีก็จะไม่เหลือละ เลอะเทอะนะเวลานี้

บรรดาพี่น้องทั้งหลายมาวัดมาวาก็ให้ดู อย่าเอาตั้งแต่ความชั่วช้าลามกคนชั่วช้าลามกไปมันเลอะๆ เทอะๆ เห็นไหมเราเขียนไว้นั่นทุกแบบนะในวัดป่าบ้านตาด เห็นไหมตามวัดมีทุกแบบ เขาจะอ่านหลวงตาองค์นี้ออกละ ที่พูดอย่างสวยงาม ที่นี่เป็นวัด เป็นสถานที่ภาวนาเพื่อความสงบใจ นี่เรียกว่าเรียบๆ จากนั้นก็บอกว่า กูจะฟ้องท่านเปา เอาละนะ มันมาเที่ยวเพ่นพ่าน จากนั้นเด็กเต็มอยู่นั้น อย่ามายุ่งเด็ก ไล่ออก ถึงขนาดนั้นมันก็ไหลเข้ามาอย่างนี้ ผู้ที่เขียนว่า อย่ามายุ่ง นั่นละตัวยุ่งตัวหนึ่ง

พากันรักษานะ ถ้าศีลธรรมไม่มีอยู่ในโลกมนุษย์เราไม่มีความหมาย เราอย่าเข้าใจว่ากิเลสจะพาคนมีค่ามีราคามีความสุขความเจริญ อย่าหมาย ตายทิ้งเปล่าๆ นะ ธรรมเท่านั้นที่เลิศเลอสุดยอด โลกได้กราบไหว้บูชาอยู่ทุกวันนี้คือธรรม ผู้ใดสนใจในธรรมผู้นั้นจะมีความสงบเย็นบ้างพอประมาณ ถ้าเสาะแสวงหาได้มากเท่าไรเย็น เย็นเต็มที่ในหัวใจ ถ้าใครไม่ค่อยสนใจเรื่องอรรถเรื่องธรรม เป็นบ้ากับมูตรกับคูถกับส้วมกับถานตายทิ้งเปล่าๆ ตายจมไปด้วยมูตรด้วยคูถในส้วมในถานนะ คือความทะเยอทะยานไม่มีวันหยุดวันยั้ง ได้มาเท่าไรยิ่งดีดยิ่งดิ้น ตาย พวกนี้พวกตายไม่มีป่าช้า สร้างอันนี้ว่าพอดี แล้วสร้างอันนั้นอีกๆ กิเลสมันทำคนให้พอเมื่อไร มันทำคนจะเอาให้ตายสดๆ ร้อนๆ ถ้าธรรมแล้วพอ

ไม่มีผู้ใดนะ เราขอพูดให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ก่อนเราก็ดีดก็ดิ้นแทบเป็นแทบตาย ทีนี้เวลามาปฏิบัติธรรม ปฏิบัติเข้าไปๆ ตั้งแต่ล้มลุกคลุกคลาน จิตตั้งไม่ได้ๆ จนร้องไห้อยู่บนภูเขาเราลืมเมื่อไร ฟัดกันเลยๆ ซัดกันไปซัดกันมา ฟาดจนฟ้าดินถล่มอยู่หลังวัดดอยธรรมเจดีย์ ตั้งแต่นั้นบรมสุขไม่ต้องถาม นิพพานไม่ต้องถาม เปิดอกให้ท่านทั้งหลายฟังอวดแล้วหรือ เราปฏิบัติมาแทบเป็นแทบตาย มาเปิดอกอวดโลกแล้วเหรอ ท่านทั้งหลายจะฟังก็ฟังซิ คนที่พูดอยู่เวลานี้เป็นคนลวงโลกแล้วหรือ ให้ดู ไอ้คนที่ลวงโลกมันเต็มอยู่ทุกหย่อมหญ้าทำไมไม่ไปดู แล้วเอามันมาเป็นตัวอย่างก็เลวไปด้วยกันทั้งหมดนะ

ทุกสิ่งทุกอย่างดูไม่ได้นะ แม้ที่สุดเดินเข้ามาในวัดแต่งตัวล่อนจ้อนจะเห็นหำเห็นโค็ยไม่ว่านะ เห็นหีเห็นโค็ยทุกอย่างแหละ มันไม่ดูธรรมะ มันดูตั้งแต่กิเลส กิเลสมันชอบอวดกัน แต่งตัวไม่มีแบบไม่มีฉบับเลย ดูแล้วสลดสังเวช ผู้ที่ดีท่านมีแบบมีฉบับมีกำหนดกฎเกณฑ์มีข้อบังคับตัวเอง กิเลสไม่มีข้อบังคับ ชอบอย่างไรทำอย่างนั้นแหละ เวลานี้มีแต่อย่างนั้น แม้ที่สุดเข้ามาในวัดก็ดูไม่ได้ สลดสังเวชนะ มันแต่งจะเห็นหำเห็นหีอยู่นั่นน่ะ มันก็ไม่เห็นตัวเองผู้แต่งมา มันอยากเปิดอวดกัน อวดอะไรของเหล่านี้มีมาตั้งกัปตั้งกัลป์พาคนให้จมสักเท่าไรแล้ว เอามาอวดหาอะไร

ทองคำทั้งแท่งบรมสุขที่พระพุทธเจ้าและสาวกทั้งหลายเลิศเลอท่านสอนอยู่ เอามาอวดโลก โลกไม่ยอมฟังนะ มันสู้มูตรสู้คูถไม่ได้ มันเลวลงไปทุกวันๆ นะจิตใจคน ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างไม่อดในโลกเรานี้ ไม่ว่าไปเมืองไหนโลกไหนไม่อดไม่อยาก มันอดอยากอยู่ที่ความดีดความดิ้นความได้ไม่พอ อันนี้อดอยากตลอด เรียกว่าตัณหาๆ แปลว่าอะไร คือความหิวความโหย ได้ไม่พอๆ นี้เต็มบ้านเต็มเมือง ถ้าธรรมแล้วพอๆ

ตะกี้นี้เราก็พูดให้ฟังถึงเรื่องการดีดการดิ้นของเรา เอามาเป็นสักขีพยานให้ท่านทั้งหลายได้เป็นคติ ฟาดเสียจนกระทั่งฟ้าดินถล่มอยู่บนหลังเขาวัดดอยธรรมเจดีย์ ตั้งแต่นั้นมาเราพอ นั่นเห็นไหม ไม่หาอีกธรรม ใครจะว่าอะไรก็ว่าเราไม่หา ธรรมไม่หา อะไรก็ไม่หา ที่แดนสมมุติในโลกนี้ไม่หา พออยู่ในหัวใจนี้ นี่ละธรรมพอ กิเลสไม่พอ เวลานี้ดีดดิ้นไปโน้นไปนี้มีแต่ความเมตตาสงสารโลกนะที่เราไป เราไม่ได้ไปหวังเอาอะไรแหละ ได้มามากน้อยทุ่มลงๆ ด้วยความเมตตา เราทำอย่างนั้น ให้พากันจำเอานะ

ธรรมพอ กิเลสไม่พอ จำให้ดีคำนี้ เอาไปพินิจพิจารณา อย่าพากันดีดกันดิ้นจนเป็นบ้าไปเลย อย่างที่เราเคยยกเคยอุ้มบ้านเมืองของเรามันจะล่มจะจม เราช่วยเข้าไปอุ้ม ไม่เคยคาดเคยคิดว่าเราจะมาเกี่ยวกับการบ้านการเมือง แต่นี้มองเห็นแล้วมันทนไม่ไหว มองดูหน้าไหน หมูหมาเป็ดไก่อย่าว่าแต่คนเลย หันหัวลงไปจมในทะเลหลวงแห่งความล่มจม เราก็ต้องได้ประกาศออกมา เอา จะช่วย นั่นเห็นไหมออกแล้ว หันหน้าออกจากธรรมออกมาช่วยโลกดังที่ช่วยมาตลอดทุกวันนี้ ผลก็ปรากฏว่าพอประมาณอยู่นะที่ช่วยพี่น้องทั้งหลาย ผลที่ได้มานี้ก็สมเหตุสมผลกับพี่น้องทั้งหลายหาผู้นำ หาผู้ฉุดผู้ลาก ทองคำเราก็ได้ตั้ง ๑๑,๕๑๑ กิโล

นี่ละทองคำของพี่น้องทั้งหลายที่เป็นหัวใจของแต่ละคนๆ ที่รักสงวนมาก ถอดออกมาเข้าเป็นหัวใจของชาติ ได้ทองคำ ๑๑,๕๑๑ กิโล นี่คือน้ำใจของพี่น้องทั้งหลายที่รักชาติ สละออกมาเพื่อชาติ เห็นประจักษ์ แล้วดอลลาร์ก็ได้ เฉพาะเราเอาเข้าคลังหลวงแล้ว ๑๐ ล้าน สองแสนกว่า จากนั้นมาแล้วดอลลาร์นี้เราจะไม่เข้าคลังหลวงเราบอกแล้ว สำหรับทองคำร้อยทั้งร้อยเข้าตลอดจนกระทั่งวันเราตาย ส่วนดอลลาร์นี้เราจะแยกออกไปช่วยเงินไทย เงินไทยตั้งแต่วันเราเทศนาว่าการช่วยชาติหยุดลงเงินไทยก็ไม่เข้าๆ แต่ความจนของคนไหลเข้ามาทุกวันมาหาเรานี้ละ ต้องเอาเงินมาช่วยๆ มันไม่ไหวซิต้องไปลากดอลลาร์มา

ดอลลาร์จึงไม่ได้เข้าคลังหลวงนะเวลานี้ เอาดอลลาร์มาช่วยเงินไทย ช่วยอยู่เวลานี้สร้างนั้นสร้างนี้ทั่วประเทศไทยก็คือเงินดอลลาร์กับเงินไทยออกช่วยกัน นี่ท่านทั้งหลายเห็นไหมการช่วยชาติเป็นอย่างนี้ละ สตางค์หนึ่งไม่มีเรา เราแน่ที่สุดในการช่วยชาติช่วยด้วยความเมตตาอบอุ่นพอแล้วทุกอย่าง ไม่เอาอะไรกับโลกนี้ บอกตรงๆ นี่ละธรรมพอไม่เอาอะไรเลย ที่จะเป็นความมัวหมองในใจของเราว่าช่วยชาติเราไปหยิบเอาไปฉวยเอาแบบฉกลักปล้นอะไรก็ตาม ที่ให้เป็นความมัวหมองในใจเราแม้เม็ดหินเม็ดทรายเราไม่มี เพราะเราทำด้วยความเมตตาล้วนๆ ได้มาเท่าไรทุ่มออกๆๆ เลย

เราช่วยโลกช่วยอย่างนี้ เราไม่แตะ สำหรับเราเราบอกว่าเราพอแล้ว ต้องให้เข้ากันได้ซิกับคำว่าพอ มือเขียนต้องมือลบ อย่าเอามือเขียนตีนลบ นี้บอกว่าพอเราก็พออย่างนั้นจริงๆ ช่วยโลก เราอุตส่าห์พยายาม ตั้งแต่ช่วยโลกมานี้ก็ค่อยกระเตื้องขึ้นมา อย่างทองคำเราก็อบอุ่นนี่นะ ทองคำ ๑๑,๕๑๑ กิโล นี้คือหัวใจของชาติ ไปตั้งสง่างามอยู่ที่คลังหลวง เรามีหน้ามีตามีความเข้มแข็งแน่นหนามั่นคงขึ้นจากทองคำจำนวนนี้นะ นี่ละหัวใจของชาติเรา คือความแน่นหนามั่นคงขึ้นจากสมบัติเหล่านี้

เราได้อุตส่าห์พยายาม สำหรับดอลลาร์ก็ได้เพียง ๑๐ ล้าน ๒ แสนกว่าเข้า นอกจากนั้นเงินไทย เงินไทยนี้เราเอาไปซื้อทองคำ ๒,๐๐๐ ล้านเข้าสู่คลังหลวง มีเท่านั้นเงินไทย ไม่ได้เข้ามากกว่านั้น จากนั้นก็ออกช่วยชาติ ตึกรามอะไรที่ไหน โรงพยาบาลเป็นอันดับหนึ่ง ออกช่วยชาติทั้งนั้นไม่เข้า สำหรับเงินไทยเรากระจายออก แล้วลากเงินดอลลาร์มาช่วยกัน มันไม่พอนี้จะทำไง เราก็ช่วยเต็มเม็ดเต็มหน่วย แล้วเราก็พอใจนะ คือเราช่วยด้วยความเมตตาล้วนๆ เพราะฉะนั้นจึงคำว่าแตะไม่มีเรา ว่าอะไรเป็นอันนั้น เป็นอื่นไปไม่ได้สำหรับหลวงตาบัว ถ้าลงได้ชี้ตรงไหนขาดสะบั้นไปเลยๆ เด็ดหรือไม่เด็ดท่านทั้งหลายฟังเอา

การฆ่ากิเลสของเราก็แบบเดียวกัน ฟัดกับกิเลสนี้ เอา กิเลสไม่ตายเราตาย จะให้เป็นคู่แข่งกันต่อไปที่เรามีชีวิตอยู่ ยอมยกมือแพ้กิเลสไม่มีบอกตรงๆ เลย กิเลสไม่ตายเราต้องตายมีสองอย่าง จะให้มาอยู่เป็นคู่แข่ง แล้วยกธงขาวให้กิเลสไม่มีบอกตรงๆ เลย ก็ไม่มีจริงๆ หลังจากการได้รับฟังอรรถธรรมของพ่อแม่ครูจารย์มั่นซึ่งเป็นคลังแห่งมรรคผลนิพพาน เปิดให้ฟังอย่างชัดเจน เราก็ตั้งหน้าตั้งตาไปฟังอย่างเต็มเหนี่ยว ไปท่านก็ผางออกมาเลย เพราะท่านกางเรดาร์เอาไว้แล้ว หือ ท่านมาอะไรขึ้นเลย มาหามรรคผลนิพพานเหรอขึ้น ท่านก็ไล่ดังที่เคยเล่าให้ฟัง

จากนั้นธรรมะของท่านเหมือนคนทะเลาะกันมาตั้งกัปตั้งกัลป์ คือเคยทะเลาะกัน เปรี้ยงๆ ทีนี้ก็พอดีกับเราตั้งหน้าตั้งตาที่จะฟังอรรถฟังธรรมให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แล้วเอาชีวิตเข้าแลกด้วยความเชื่อของเราในธรรมที่ท่านแสดงแล้ว ไปท่านก็ผางๆ เข้ามาตรงนี้เลย พอผางเข้ามา นี่เห็นไหมมรรคผลนิพพานเหมือนอย่างนี้นะ นี่ละเห็นไหมๆ ตาบอดหรือท่านอยากว่าอย่างนั้น มันฟังถึงใจ พอลงมาแล้วก็ซัดเลยตั้งแต่นั้นละ บอกว่ากิเลสไม่ตายเราต้องตาย สุดท้ายกิเลสตายเปิดให้ชัดเจน ตายที่หลังเขาวัดดอยธรรมเจดีย์ วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ กิเลสตายตรงนั้น

เราออกบำเพ็ญมาตั้งแต่พรรษา ๗ ขึ้นบนเวที พรรษา ๗ ถึง ๑๖ พรรษา  ๙ ปีนะ นี่ละฟัดกับกิเลสไม่มีกรรมการแยก เอาใครดีให้อยู่บนเวที ใครไม่ดีให้ตกเวทีไประหว่างเรากับกิเลสซัดกัน สุดท้ายใครตก ฟ้าดินถล่มวัดดอยธรรมเจดีย์ นี้ได้ธรรมมาสอนโลก เราไม่ได้สอนด้วยความโกหกนะ เพราะฉะนั้นเห็นอะไรเหลาะๆ แหละๆ มันจึงขวางหูขวางตาซิ เราอุตส่าห์ทนอยู่กับหมู่กับเพื่อน ทั้งฝ่านโน้นฝ่ายนี้ ทนเอานะ เราไม่เคยคิดว่าเราจะได้มายุ่งกับสิ่งเหล่านี้ ทั้งภายในครัวทั้งภายนอก ภายนอกไม่ค่อยมีอะไร แต่ภายในนี้มันเก่ง คนหนึ่งมันมีห้าปากหรือกี่ปากในครัว มันทะเลาะเบาะแว้งเอาเรื่องเอาราวมาบ่น อย่างน้อยมาบ่น นอกจากนั้นนินทากาเลกันไป แล้วก็เป็นหมากัดกันอยู่ภายใน

มันเป็นยังไงพวกนี้ มันกินข้าวหรือมันกินขี้วะพวกข้างในนี่ มันถึงได้มาทะเลาะกันเหมือนหมา หมามันกินขี้นะมันมาทะเลาะกัน คนกินข้าวทำไมไปแย่งอาหารหมามากินอย่างนั้น ทะเลาะกันหาอะไร โอ้ พูดแล้วมันน่าทุเรศนะเรา พูดเปิดหัวอก นี่ละธรรมพูดท่านพูดอย่างนี้ ท่านไม่ว่าโมกโขโลกนะ เกรงอกเกรงใจคนนั้นสูงคนนี้ต่ำไม่มี..ธรรม เปิดโล่ง ใครผิดบอกว่าผิด เราผิดบอกว่าผิด เราถูกบอกว่าถูก เขาผิดเขาถูกบอกตามความจริงจึงเรียกว่าธรรม ตายใจได้ ให้พากันพินิจพิจารณา

ตื่นขึ้นมาจนกระทั่งถึงค่ำ ถึงเวลานอนได้เสียอะไรบ้างในตัวของเรา ตรวจตราดูบ้างซิ ไปหาตรวจตั้งแต่คนอื่น คนนั้นไม่ดีอย่างนั้นคนนี้ไม่ดีอย่างนี้ เอาแต่เรื่องคนอื่นมาติฉินนินทาได้ประโยชน์อะไร เอาตัวเองนี้ซิออกแจงพิจารณา วันนี้ตั้งแต่ตื่นนอนขึ้นมาถึงบัดนี้มันคิดอะไรพูดอะไรทำอะไร ดีหรือชั่วประการใดบ้าง บวกลบคูณหารตัวเอง คนๆ นั้นจะค่อยดีขึ้นๆ ถ้าไปหาตรวจตราให้คะแนนตัดคะแนนแต่คนอื่นพวกนี้จม ประเภทปากเปราะจม พากันจำเอานะ เอาละให้พร

เอ้อ เขาเอาต้นไม้มาให้ปลูก นอกกำแพงนี้ออกไปแล้วปลูกได้เลยนะ เขาเอาต้นไม้มาจากจังหวัดต่างๆ เข้ามานี้ ให้มาปลูก ปลูกก็ปลูกเพื่อบ้านเพื่อเมืองของเรานั่นแหละจะปลูกเพื่อใคร  ลูกเต้าหลานเหลนเกิดมาก็ได้อาศัยกินกันไปๆ ใครเห็นได้มาแล้วเอาไปปลูกเสีย เขาเอามาเรื่อยๆ ปลูกทางด้านนอกกำแพงนี้ไป กว้างขวางปลูกได้

เอ้อ ปีนี้จะทอดกฐินให้วัดโพธิ ท่านเจ้าคุณท่านก็เป็นกันเองกับเรา แล้ววัดโพธิก็เป็นวัดอุปัชฌาย์เรา มันเข้ากันได้สนิท เมื่อท่านขอมาอย่างนั้นให้เลยเรา เพราะมันเป็นอันเดียวกันอยู่แล้ว ท่านกับเราก็คุ้นกันมาตั้งแต่เป็นมหาเปรียญอยู่ด้วยกันจนกระทั่งป่านนี้ ท่านก็พูดเป็นกันเอง แน่ะ ไม่ผิด เพราะเป็นกันเอง แล้วอุปัชฌาย์ก็อยู่วัดโพธิ แน่ะ มันเข้ากันได้ เอา รับบอกงั้นเลย เอาเลย เราก็ไม่เคยได้ทอดกฐินวัดโพธิสักทีตั้งแต่บวชมา พอดีท่านเจ้าคุณก็ไม่เคยได้ติดต่ออย่างนี้ เหมาะแล้วเราก็ว่าอย่างนั้น เอากันเลย

เจ้าอาวาสคือจุดสำคัญอยู่ ท่านกำลังสร้างเจดีย์หรืออะไร มันน่าจะเอาเงินทุ่มเข้าไปนั้น อย่างอื่นเราพิจารณาพอเป็นพอไป แต่พอทราบว่าท่านกำลังสร้างเจดีย์หรืออะไร อันนั้นละ เจดีย์ต้องขาดเงินเท่านั้นๆ อย่างอื่นไม่จำเป็น แต่เงินจำเป็นสำหรับเจดีย์ แน่ะ เราก็เลยจะต้องหมุนเข้านั่น นี้ก็เป็นกันเอง ไม่ผิดทางไหนก็ไม่ผิด ท่านให้ขอให้เราไปทอดกฐินไม่ผิด มันเป็นกันเองแขนซ้ายแขนขวา แล้วอุปัชฌาย์เราอยู่นั้นด้วย แน่ะ ไม่ขัด เป็นญาติกันอยู่แล้ว ธรรมวินัยอนุญาตให้เป็นญาติ

นั่นงามไหม เห็นไหมเขานุ่งผ้าซิ่นไปนั่น เดินผ่านไปด้านหน้ารถยนต์ เขานุ่งผ้าซิ่น สวยงามมากนั่น ประเพณีของคนไทยเรา รักษาประเพณีบ้างซิ เดี๋ยวนี้เอาประเพณีหมาเข้ามารักษานะ เดินไปเห็นงามตา พูดอย่างนี้ไม่มีใครพูดนะ โมกโขโลกนะ เขาเกรงใจเราเราเกรงใจเขา ธรรมเหนือเมฆไม่เกรงใจใคร สอนคนให้ดีผิดไปแล้วเหรอ นั่น เข้าใจไหมล่ะ ถ้างั้นธรรมก็ไม่มีศาสดาก็ไม่มี ถ้าสอนโลกเป็นความเสียหาย

หลังจังหัน

ฉันตามสบายนะพระ ฉันตามสบาย เรานี้พอมานั่งปั๊บฉันแล้วตั้งแต่หมู่เพื่อนบิณฑบาตอยู่ในบ้าน พอมานั่งปั๊บฉันแล้ว หมู่เพื่อนกลับมายังเอาหวามๆ อยู่ เข้าใจไหม มันก็อิ่มก่อนหมู่เพื่อนละซิ กินตั้งแต่มานั่ง หมู่เพื่อนยังไปหากินอยู่ในบ้าน เรามานั่งปั๊บมีผู้มาให้กินแล้วฟาดเลยเป็นอย่างนั้น นั่งฉันให้สบายนะ เห็นไหมเวลาอนุโลมตามธาตุตามขันธ์เวลานี้ ใครเอามาก็ฉันปุ๊บๆ แต่ก่อนไม่ได้เด็ดขาดนะ ก็พึ่งมาเป็นเอาตอนแก่นี้ ถึงเวลาแล้วถึงจะปั๊บเข้าใส่ ไม่ใช่เวลาไม่ได้เด็ดขาดๆ ตลอดมา ทีนี้พอเฒ่าแก่มานี้นั่งปุ๊บใส่ปุ๊บแล้ว เพราะฉะนั้นจึงบอกหมู่เพื่อน ฉันให้พอนะ เรานี้เอาแน่ไม่ได้ มานั่งปุ๊บฉันแล้วเดี๋ยวนี้ แต่ก่อนนี้ โถ ข้อบังคับมัดๆ กระดุกกระดิกไม่ได้นะบังคับเจ้าของ เวลานี้เป็นเวลาปล่อย ส่งเสริมมันหนุนมันมันก็ไม่ไปเดี๋ยวนี้นะ แต่ก่อนดึงไว้ เดี๋ยวนี้ส่งเสริมมันมันก็ไม่ยอมไป ธาตุขันธ์มันอ่อนแล้วไม่ยอมไป

รูปนั้นเอารูปครูบาอาจารย์องค์ที่น่าเคารพบูชามาไว้ติดซิ ครูบาอาจารย์ เช่น หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่ขาว เหล่านี้เป็นต้น เอามาไว้ให้พวกเราได้กราบไหว้บูชา ไอ้รูปอีตาบัวเต็มศาลานั่นน่ะ ดูซิ ประสาอีตาบัว รูปครูบาอาจารย์เอามาไว้ติดศาลา รูปพ่อแม่ครูจารย์มั่น หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่ขาว หลวงปู่คำดี เอามาติดเถอะ ให้โลกทั้งหลายได้กราบไว้บูชา นี้มีแต่เพชรน้ำหนึ่ง เราไม่ได้เอาออกมาอวดง่ายๆ นะ เป็นที่แน่ใจแล้วออกเลยๆ ที่ว่านี้เพชรน้ำหนึ่ง หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่ขาว หลวงปู่คำดี เป็นเพชรน้ำหนึ่ง แม่ชีก็แม่ชีแก้ว พูดตามความจริงอย่างนี้เลย

เพราะแม่ชีแก้วเราเป็นคนเข่นคนสับคนยำนี่นะ ไล่ลงภูเขาร้องไห้เราลืมเมื่อไร แกเองแกก็ไม่ลืมถูกเราไล่ลงภูเขา คือแกเก่งทางความรู้พวกเปรตพวกผี พวกเทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมเก่งมากนะ นั่งปั๊บนี้ออกเลย วันไหนถ้านั่งภาวนาไม่ได้ออกรู้เห็นสิ่งเหล่านี้วันนั้นถือว่าไม่ได้ประโยชน์ ถ้าวันไหนได้ออกรู้ออกเห็นนี้วันนั้นได้ผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย พอไปถึงทีแรกก็เอาละ แกก็เก่งเหมือนกัน เราพูดตามความแกเก่ง เอ้อ ปีนี้จะมีครูบาอาจารย์เรามา คล้ายคลึงกับญาท่านมั่น จะมาปีนี้ละ พวกเราจะชุ่มเย็น ตั้งแต่ญาท่านมั่นออกไปแล้วนี้แห้งผากบรรดาพระเณรทั้งหลาย คราวนี้จะมีละ นั่นเห็นไหม ปรากฏแล้ว

เวลาถามแก นานๆ ถึงถาม แกว่าดวงดาวเหาะลอยมาบนอากาศ ดวงใหญ่ดวงเล็กเหาะลอยล้อมรอบ มาลงห้วยทรายเราหมด ลงข้างๆ ลงนี้หมด..ดาว ปีนี้จะมีครูอาจารย์ แน่ะ แปลกอยู่นะแก ตั้งแต่ญาท่านมั่นไปแล้วจากนู้นมาหายเงียบ จะมีคราวนี้ละไล่เลี่ยกัน แกพูดอย่างออกหน้าออกตา เพราะแกพูดด้วยความรู้ของแก มีปีนี้ละ จากนั้นมาบรรดาประชาชนลูกศิษย์ลูกหา มีพระมาพักห้วยทรายทีไรหลั่งไหลออกไปดู ใช่ไหม ไม่ใช่ๆ บอก นี่เปิดอกให้ฟังเสีย พอไป ใช่ไหม ไม่ใช่ๆ ที่พาเหาะลอยมาตามบนฟ้าสว่างจ้ามานั่น ตามบนฟ้าเต็มฟ้ามาเลย ดวงใหญ่ดวงเล็กลงห้วยทรายนี้หมด ลงกระจายออกไปตามนี้หมด นั่นละเวลาแกออกจากที่ของแกแล้วแกจะบอก

ปีนี้จะมีครูอาจารย์มาโปรด เหาะลอยมาจากบนฟ้าดวงสง่างาม ดวงใหญ่ดวงเล็กมารอบๆ มีครูบาอาจารย์องค์ไหนมาไปดู เป็นยังไงใช่ไหม ไม่ใช่ๆ เรื่อย นี่ละความรู้ภายในจะไปถามใครที่ไหน มันชัดอยู่ในหัวใจ ชัดยิ่งกว่าตาเนื้อเรา แม่นยำๆ องค์ไหนมา ไม่ใช่ๆ ทีนี้ก็พอดีหลวงตาบัว หนองแซง ชื่อบัวเหมือนกัน พอว่ามีพระองค์หนึ่งชื่อบัวมาเที่ยวนี้ โอ๊ย ต่างคนต่างเตรียมพร้อมออกไป เป็นหลวงตาบัวมาก่อนหน้านั้นสองวัน ชื่อบัว แต่ไม่ใช่ แน่ะเห็นไหม ยังไม่ใช่ยังว่าอีกนะ บัวชื่อเหมือนกันก็ตาม แต่ยังไม่ใช่

อีกสองวันเราก็โผล่ไปละ คือหลวงตาบัวไปก่อนหน้าเรา พวกนี้พวกดักละ เราไปไหนไม่ได้พวกดักตาม ตามธรรมดาเราไปคนเดียวๆ อันนี้ก็ดักตาม พอทราบว่าเราจะมาทางนี้แล้วดัก หลวงตาบัวมา ชื่อน่ะใช่ แต่องค์นั้นไม่ใช่ ขบขันดีอยู่นะ นี้เปิดตามหลักความจริง พอดีเราไปหลังหลวงตาบัวสัก ๒-๓ วัน เพราะพวกนี้พวกดักเรา ทราบว่าเราจะไปทางห้วยทรายดักหน้าไปก่อน ว่าชื่อบัว ใช่ชื่อนั้นใช่ แต่ตัวยังไม่ใช่ว่าอีกละ พอดีหลังจากนั้นสองวันเราก็ไป นี้ออกมาดูแกพูด แกกับเราเวลาสนิทสนมกันแล้วแกก็พูดได้ แต่ก่อนแกไม่กล้าพูด พูดได้แต่ว่า พอญาท่านจะไปท่านสั่งเสีย ต่อไปนี้อย่าภาวนาท่านว่า

คือจิตแกผาดโผนมาก แกมาภาวนารักษาไม่ได้จะเป็นบ้าได้ เข้าใจไหมล่ะ พอไปแกเล่าให้ฟังเราเข้าใจทันที พอเล่าให้ฟังเข้าใจ จากนั้นแกก็เปิดเรื่องของแก อ๋อ นี่ละที่พ่อแม่ครูจารย์ห้ามไม่ให้ภาวนา จะเป็นบ้ากับโลกเขาก็ ท่านว่างั้นนะ ถ้าเป็นเณรท่านจะเอาไปด้วย ท่านจะบวชเป็นเณรเอาไปด้วยท่านว่า แต่นี้มันเสียที่เป็นผู้หญิง เลยเอาไปไม่ได้ เอา อยู่ไป จะเป็นบ้ากับโลกเขาก็แล้วแต่เถอะ ท่านว่าท่านก็ไป ท่านก็ทิ้งท้ายไว้อีก ต่อไปจะมีผู้มาสอนอยู่นะท่านว่า ต่อไปนี้จะมีผู้มาสอนอยู่ แกก็เล่าหมด เราไปนั้นแกก็เล่า ใครมาสอน แกก็เล่าให้ฟัง

พอไปถึงนั้นนี่ที่มันสำคัญ องค์ใดมาไปดูไม่ใช่ๆ คือแกทราบตั้งแต่ก่อนหน้าแล้ว คือเหาะลอยมาดวงดาวเต็มฟ้า ไฟสว่างไสวดวงใหญ่ดวงเล็ก มาลงห้วยทรายรอบๆ ห้วยทราย แกจึงบอกว่า คราวนี้จะมีครูอาจารย์มาโปรดพวกเรา ไล่เลี่ยกับหลวงปู่มั่น ก็พอดีเราไป นั่นละเป็นอย่างนั้น ทีนี้พอไปถึงแล้ว ออกมาดู พอมาดูทีนี้พูดไม่ได้เลย ตอนคุ้นกันแล้วนะ นี่เราเปิด แกก็ตายไปแล้ว เราก็อยู่อย่างนี้ไม่มีได้มีเสียอะไรต่อกัน ก็จะเปิดให้ฟัง พอมาเห็นทั้งจะปวดหนักทั้งจะปวดเบาแกว่า พอไปแล้ว..เป็นยังไงองค์นี้ใช่ไหม ใช่องค์นี้แหละๆ ว่างั้นเลย ทั้งปวดหนักทั้งปวดเบา มันลงมันกลัว ทั้งกลัวทั้งเคารพ จึงบอกทั้งปวดหนักทั้งปวดเบาพอเจอเข้า มันโดนปึ๋งเลย แต่คอยดูไปท่านจะสอนพวกเราไหม ดูไป บทเวลาไล่ลงภูเขาสอนหรือไม่สอน เข้าใจไหม นี่ละเราไล่ลงภูเขา นั่นสอนหรือไม่สอน นั่นละเรื่องราวเป็นอย่างนั้น

แกแม่นยำมากเรื่องความรู้แปลกๆ ชี้นิ้วเลย คือวัดเราก็อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือกับบ้านห้วยทราย วัดแกก็อยู่ตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่บ้าน เวลาเราออกไปแล้วรู้ ไม่ผิดเพี้ยนเลย พอออกมาฉันจังหันเสร็จแล้วคุยกัน พอหลังจังหันแล้ว ไปละนะวันนี้ บอกบริษัทพวกเพื่อนฝูงอยู่ด้วยกัน ไปแล้วนะวันนี้ คือปรกตินิสัยเรา เราจะไม่เกี่ยวข้องกับใคร จะไปไหนไปเลยๆ มาเลย ไม่เคยเกี่ยวกับพวกนี้ แกรู้ได้ไง ไปแล้วนะวันนี้ อย่างมากแกก็บอกว่า เย็นไปหมดแถวนี้ ไปดูซิ ไปดู ไปแล้ว ไม่มีผิดนะ ทั้งๆ ที่เราไม่เคยบอกใคร พอฉันเสร็จแล้วเตรียมของปุ๊บปั๊บออก เราอยู่ในป่าออกทางป่าไปเลย

เวลาเรามาก็เหมือนกัน สิ่งที่เป็นเครื่องยืนยันก็คือว่า หุงข้าวหนึ่ง จีบหมากหนึ่ง พอเห็นเราไปนี้หุงข้าวไว้ แล้วจีบหมากไว้ เราก็ถาม จีบหมากนี้จีบทุกวันเหรอ หุงข้าวหุงทุกวันเหรอ พึ่งหุง เพราะเหตุไรถึงหุงข้าว ก็คุณแม่บอกว่าญาท่านมาถึงแล้ว แกบอกให้หุงข้าวด้วย ให้จีบหมากด้วย ทุกวันมันไม่มี มีวันที่เราไปถึงเช้าวันนี้ แกบอกให้หุงข้าวให้จีบหมาก ว่าญาท่านมาถึงแล้ว ก็แปลก แกแม่นยำมาก พอมาถึงแล้วถึงจริงๆ ว่าไปแล้วไปจริงๆ ไม่มีผิด ไม่มีคลาดเคลื่อน อันนี้แกแม่นยำมาก เวลาเรามาวัด ถึงแล้ว แน่ะ เราก็อยู่ในป่า เขาก็อยู่ของเขา บ้านก็อยู่ส่วนบ้านไม่เกี่ยวข้องกับเรา แกบอกหุงข้าววันนี้ ญาท่านมาถึงแล้ว แม่นยำ จีบหมาก นี่ละแกแม่นยำอันนี้ ไม่ผิด

อัฐิของแกก็เป็นพระธาตุเรียบร้อยแล้ว พ.ศ.๒๔๙๓ เราจำพรรษาห้วยทรายเพราะสงสารพวกประชาชน เราก็ออกมา ๙๔ ก็ดูไปจำห้วยทราย ๙๕-๙๖-๙๗ ใช่ ห้วยทราย ๔ ปี ๙๘ ก็ลงไปจันท์ ๙๙ ก็มาที่นี่ จากนั้นอยู่ที่นี่เรื่อยเลย

(หนูฟังว่า งานเผาศพหลวงปู่มั่น.แล้วหลวงตาพูดกับหลวงปู่หล้าถึงหลวงพ่อบัว หนองแซง หนูฟังวิทยุไม่ชัดอยากให้หลวงตาเล่าให้ฟัง).เราก็หูหนวกฟังกันไม่รู้เรื่อง (ที่ท่านบอกว่าคานกุฏิหัก ที่จริงมันไม่ใช่ กิเลสมันหัก) อันนี้คือไปวัดชุมพล งานอะไร หลวงปู่ขาวอยู่ที่นั่น เขานิมนต์เราไปด้วย เขาก็บอกชัดๆ เลย โยมกล่อม พ่อของท่านทุยมานิมนต์ เราก็บอกชัดเจนเลยว่า จะนิมนต์หลวงพ่อบัวไปไหม ถ้าหลวงพ่อบัวไปเราถึงจะไป ถ้าหลวงพ่อบัวไม่ไปเราไม่ไป งานนี้เราไม่ถืออะไรใหญ่ยิ่งกว่าหลวงตาบัวกับเราที่ขัดข้องภายในใจอยู่เวลานี้ เราว่างี้เลยนะ ไป จากนี้ไปก็จะไปหาหลวงพ่อบัว ไปจริงๆ แล้วทางนั้นก็รับกันเลยว่า นี่ไปนิมนต์อาจารย์มหาบัวหรือยัง ถ้าไม่นิมนต์อาจารย์มหาบัวไปอาตมาก็ไม่ไป ถ้าอาจารย์มหาบัวไม่ไปอาตมาก็ไม่ไป อาตมาจะไปเพราะอาจารย์องค์เดียวนี้เท่านั้น มันเข้ากันได้ปุ๊บเลย ทีนี้ก็ไปปั๊บเลยละ

งานหลวงปู่ขาว ดูเหมือนงานทำบุญอายุหรือไง เข้ากันได้สนิทเลยนะ นั่นละที่ว่าคานกุฏิหัก กุฏิหลวงพ่อบัว ท่านเตรียมพร้อมไว้แล้วว่าเราจะไป เพราะถามกันแล้วว่า ถ้าหลวงพ่อบัวไปเราจะไป ทางโน้นก็ว่า ถ้าอาจารย์มหาบัวไปอาตมาก็จะไป ถ้าอาจารย์มหาบัวไม่ไปอาตมาไม่ไป จะไปเพราะอาจารย์มหาบัวเท่านั้นว่างั้น อันนี้ก็บอกว่า เราจะไปเพราะหลวงพ่อบัวเท่านั้น รับกันเลย ไป ออกจากนี้ก็ไปนิมนต์ทางโน้น ทางโน้นก็บอกว่า ไป ออกจากนี้ คือนิมนต์ท่านแล้ว มาก็มาที่นี่ ท่านก็ทราบแล้วเตรียมพร้อม กุฏิของท่านอยู่นั้น กุฏิเราอยู่นี้ คือเตรียมพร้อมไว้แล้วหลวงพ่อบัว นี่ละเรื่องมันเอาชัดๆ เลยนะ เพราะเราบอกแล้วว่า เราตั้งใจจะไปหาหลวงพ่อบัวอย่างเดียว งานนี้เป็นต้นเหตุเท่านั้น

พอไปคุยกันพอสมควร ลูกศิษย์ลูกหาพระเณรเต็มไปหมด พอเสร็จเรียบร้อยแล้วพระเณรเลิกไป เอาละเลิกกันไปหมด จะคุยธรรมะกับหลวงพ่อบัว บอกเลย เรามานี้มาเพื่อหลวงพ่อบัวเท่านั้น มันขัดอยู่ในหัวใจ เราบอกตรงๆ เลย พอเสร็จแล้วก็ สองต่อสองละที่นี่เอากันละ ขึ้นไป เอ้า ภาวนาตั้งแต่เป็นตาปะขาวมาบวชทีแรกเล่าจนมาถึงปัจจุบันนี้เป็นยังไง เอา เล่ามา เราจะฟังให้ชัดเจน เราข้องใจตลอด เรายังไม่สะดวกใจนะเราบอกตรงๆ เลย เอา วันนี้เปิดให้เราฟัง ท่านก็เล่ามาโดยลำดับๆๆ จนกระทั่งถึงจุดปัจจุบัน พอจุดนี้แล้วหยุดกึ๊ก แล้วเป็นยังไงล่ะถึงนี้แล้ว แล้วเจ้าของเข้าใจว่าไง เข้าใจว่าสิ้นแล้ว เข้าใจว่าสิ้นกิเลสแล้ว นั่นละเป็นอย่างนั้น

สองต่อสองนะนี่ พอไปถึงจุดนั้นแล้วหยุดกึ๊ก เอาๆ เล่าต่อไปซิ หายเงียบ สุดเท่านี้ แล้วเข้าใจว่ายังไงล่ะ เข้าใจว่าสิ้นแล้ว สองต่อสองมันก็พูดกันได้ชัดเจน อ้อ แล้วกัน เอา ที่นี่เราไม่ได้บอกว่าสิ้นไม่สิ้นละ เราไม่บอก เอา ที่นี่เป็นอย่างนี้แล้วให้พิจารณาอย่างนั้นๆ นะ เราบอกเลย เพราะมันไม่สิ้นนี่ ทางเดินมีอยู่แต่ไม่ไป มันปิดตาหาทางไปไม่ได้ เราก็เปิดทางให้ แล้วห้ามเลย ห้ามไม่ให้หลวงตาลงไปศาลา ผมมานี้ผมมาเพื่อหลวงตาเองนะ งานนี้ผมไม่ถือสำคัญอะไร แต่การลงไปงานผมไป การเทศนาว่าการพอควรเทศน์ก็เทศน์ ไม่ควรเทศน์ก็ไม่เทศน์ แต่หลวงตาไม่ให้ไป

ตั้งแต่นี้ต่อไปเอาให้เต็มเหนี่ยววันนี้ เพราะมันจวนแล้วนี่ มันไปติดอยู่เท่านี้ เหมือนว่ากระดาษบางๆ ปิดนี้มันมองไม่เห็น กระดาษบางๆ เท่านั้นละไม่ได้ภูเขาทั้งลูกปิดนะ กระดาษบางๆ ปิดไว้มองไม่เห็น เท่านั้นแหละ พอเราเปิดกระดาษบางๆ ออก เอา ภาวนา นั่นละที่ว่าคานกุฏิหัก กำลังพิจารณาไปถึงจุดที่แกบอกเข้าใจว่าหมดแล้ว เราเปิดทางให้เท่านั้นมันก็ลง นี่ละที่ว่าคานกุฏิหัก พอมาถึงจุดนั้นแล้วผางลงเลย เหมือนคานกุฏิหัก พอจิตทำงานอย่างสนั่นหวั่นไหวหยุดไปแล้วนี้ ดูอะไรกุฏิก็ยังดีๆ อะไรก็ยังดีๆ โอ้ นี่คานอวิชชาหักท่านว่า ท่านพูดเองนะ ว่าคานอวิชชาหักว่างั้น

พอสว่างเสียงกึ๊กๆ กั๊กๆ บันได พอสว่างนะ กุฏิท่านอยู่นั้น กุฏิเราอยู่นี้ กุ๊กกั๊กๆ ใครมาที่นั่น กระผม หลวงพ่อบัวเหรอ เอ้อๆ ขึ้นมาๆ ตอนนี้ไม่มีคน เอา ขึ้นมาเลย เอ้า เป็นยังไงๆ เล่าให้ฟังย่อๆ นั่นละคานกุฏิหักก็เป็นหลักฐานพยานกัน เอ้อ เอาละใช้ได้แล้ว นั่นละคานอวิชชา ตั้งแต่นั้นมาเราก็หายสงสัย ไม่พูดกัน พอพูดไปถึงจุดมันรู้เองๆ พอพูดเรื่องนี้ก็ไปถึง สาธุ เราไม่ได้วัดรอยหรือไม่ได้ยกตนเทียบท่านหรือสูงกว่าท่านนะ ท่านอาจารย์คำดีก็ตรงกับเจตนาเดียวกัน ท่านไม่ถือเนื้อถือตัว ท่านถือกตัญญูกตเวทีเป็นสำคัญมาก

อย่างท่านอาจารย์คำดีท่านว่าเราเป็นอาจารย์ท่านตลอดนะ เราบอกว่าครูบาอาจารย์ไม่อยากให้พูดอย่างนั้น กระผมเคารพครูบาอาจารย์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร โอ๋ย ขอให้พูดบ้างมันเต็มหัวใจนี้ ท่านก็ไปแบบนั้น มันไม่สนิทนะ ถ้าว่าท่านมหาเป็นอาจารย์ผมแล้วมันสนิท นี่ละที่ท่านเล่าให้ฟัง คือท่านภาวนา สนิทกันมาอยู่แล้วแหละ ท่านภาวนาไปถึงนั้นละ นี่ละที่ว่าภาวนามยปัญญา มันเป็นเอง ที่ว่าท่านไปจุดธูปจุดเทียนอยู่แท่นพระเล็กๆ อยู่ข้างล่าง กุฏิท่านอยู่ข้างบน แท่นพระอยู่นี้ ทางจงกรมอยู่ที่นี่ ท่านเดินจงกรมอยู่มันติดปัญหา เหมือนว่าหอกว่าหลาวทิ่มแทงประสานกันอย่างนี้

นี่ก็ท่านพูดเอง เราบอก โอ๊ย ไม่อยากให้พูด กระผมเคารพครูบาอาจารย์นะ ผมเคารพท่านเหมือนกันนั้นแหละท่านว่า ท่านเป็นอาจารย์ของผมไปอีก พอท่านมาจุดธูปเทียน คือมันขวางนี้มันแก้ไม่ได้ มองไปไหนก็ไม่เห็น มองเห็นแต่ท่านมหาว่างั้นเลย ท่านพูดชัดๆ อย่างนี้ละ ไปจุดธูปเทียน ท่านไม่ได้ว่านิมนต์นะ ท่านจุดธูปเทียนกราบเสร็จเรียบร้อย ขออาราธนานะ ขออาราธนาท่านมหาบัวมาโปรดโดยด่วนว่างั้นนะ อันนี้ก็บ้าอะไรก็ไม่รู้ ท่านอาราธนาตอนเช้า พอตอนเที่ยงเราก็ไปมันก็แปลก เราไม่เคยไปนะวัดถ้ำผาปู่ ไม่เคยไปเลย มันบันดลบันดาลอะไร พอตอนค่ำเราก็ไป โฮ้ มาเร็วอยู่นะ เร็วยังไง หากจะได้พูดกัน นี่ละท่านจึงได้มาเล่าอันนี้ให้ฟัง

ได้ความแล้วก็เข้าห้อง สองต่อสองคุยกัน ท่านพูดถึงเรื่องปัญหาที่มันติด เล่าเข้าไปๆ ไปถึงจุดนั้น เราก็เล่าธรรมะแก้ปัญหาท่านพูดง่ายๆ พอใส่ โอ๊ย คนสองคนเท่านั้นเสียงลั่นเลย นี่เรียกว่ามันถึงใจ เข้าใจไหมล่ะ ก็อยู่สองคน ท่านกับเราอยู่ในห้อง ท่านเสียงว้ากขึ้นเลย เอาละที่นี่ได้แล้วประตูเปิดแล้วยังเหลือแต่จะเข้าเท่านั้น เปิดแล้วประตูเปิดแล้วว่างี้ เสียงลั่นนะ เฉพาะท่านกับเรา คนอยู่ข้างนอกเต็มอยู่นะ เขามารอ เขาจะฟังเทศน์ตอนค่ำ แต่เราเวลานั้นกับท่านอาจารย์คำดีไม่ให้ใครรู้ เข้าอยู่สองคน สองต่อสองจะแก้ปัญหาโดยเฉพาะ บทเวลาถึงใจท่านร้องว้ากขึ้นเลย เอ้อ เอาละทีนี้ประตูเปิดแล้วยังเหลือแต่จะเข้า ท่านก็เสียงลั่นเลย คนก็ได้ยินหมด นั่นละขั้นนั้นถ้ามันถึงใจเป็นอย่างนั้น แล้วไม่นานท่านก็ผ่านได้ท่านอาจารย์คำดี

เพราะฉะนั้นตั้งแต่นั้นมาท่านไม่ได้ว่าเราเป็นผู้น้อยต่อท่าน บอกว่า ท่านมหาบัวเป็นอาจารย์ของอาตมา เป็นอาจารย์ของอาตมาอยู่ตลอด จนกระทั่งวันท่านนิพพานนะ เรียกว่าไม่เป็นอย่างอื่น เป็นอาจารย์ของอาตมาๆ ตลอด บอกไม่ให้พูดเท่าไรเราเคารพท่าน เคารพก็เคารพเถอะ ธรรมสูงกว่านี้อีก สูงกว่าอาวุโสภันเตท่านว่าธรรม ท่านก็ไปของท่านอย่างนั้น เราก็เลยยอมรับกัน เอาละที่นี่สายแล้ว

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

และเครือข่ายทั่วประเทศ


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก