ก่อกรรมก่อเวร
วันที่ 5 สิงหาคม 2550 เวลา 8:00 น. ความยาว 32.18 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐

ก่อกรรมก่อเวร

         เรื่องผลแห่งการภาวนาพูดออกมานี้ทางโลกเขาหาว่าโอ้ว่าอวด ไอ้กิเลสตัณหาพวกส้วมพวกถานออกเพ่นพ่านเต็มบ้านเต็มเมืองดีทั้งนั้น ไม่มีใครว่าโอ้ว่าอวดเพราะใครก็มีเต็มตัวทุกคนๆ ไม่ทราบว่าใครจะอวดใคร แต่ทางภาคปฏิบัติทางศาสนา พระมีหลายประเภท พระในบ้าน พระในเมือง พระกรรมฐาน พระมุ่งอรรถมุ่งธรรมมุ่งมรรคผลนิพพานจริงๆ พวกนี้เด็ดมาก การอยู่การกินการใช้สอยท่านไม่กังวล จิตใจดิ่งๆ ใส่พระนิพพาน ดิ่งใส่อรรถใส่ธรรม ไม่มีอะไรเป็นอุปสรรค

ขอให้จิตใจกำลังใจดิ่งเข้าตรงไหนทะลุเลยเชียว ไม่มีเป็นอุปสรรคได้ถ้ากำลังใจไปตรงไหน กำลังใจจึงสำคัญมาก กำลังใจทางชั่วเหมือนกัน ฆ่าคนได้สดๆ ร้อนๆ เลย กำลังใจไปทางดีก็ฆ่ากิเลสได้สดๆ ร้อนๆ เหมือนกัน แต่ฆ่าอะไรก็ตามสู้ฆ่ากิเลสเจ้าของไม่ได้ ฆ่ากิเลสเจ้าของแหม หนักมาก แป๊บเดียวมันเอาเครื่องมือจับยื่นใส่มือให้ตีหน้าผากเจ้าของ กิเลสมันฉลาด โมโหให้เขาก็คือโมโหตัวเอง นั่น ฆ่าเขาคือฆ่าตัวเอง มันเร็วนะกิเลส ไม่ทัน

สติปัญญาถึงขั้นมหาสติมหาปัญญาแย็บพับดับพุบๆ เกิดไม่ได้ นี่ละภาคปฏิบัติเวลาธรรมทันกิเลสแล้วทันอย่างนั้น กิเลสเหยียบธรรมนี่ คิดเท่าไรเอาจนตายก็ยังดีเรื่อยๆ ไป เมื่อธรรมมีกำลังแล้วคิดปั๊บดับปุ๊บๆ สุดท้ายก็ม้วนเสื่อตัวอวิชชาภายใน ไม่มีความคิดปรุงอันใดที่เป็นพิษเป็นภัย เป็นขันธ์ล้วนๆ ความคิดความปรุงเป็นขันธ์ล้วนๆ ไปเลย ไม่มีกิเลสเป็นพิษอยู่ภายในก็ไม่ทำให้เป็นโทษเป็นภัยแก่ผู้ใด

เรานี้สอนได้ทั้งทางภาคปฏิบัติ เอามาอย่างรอดเป็นรอดตายมาสอนพี่น้องทั้งหลาย เรียนก็เรียนมาดังที่รู้ที่เห็น เขาให้ชื่อว่าเป็นมหา เรียนมาแก้กิเลสไม่ได้นะ แต่เป็นปากเป็นทางเพื่อทางเดินที่จะแก้กิเลส ถ้าเรียนเพื่อปฏิบัติเป็นประโยชน์ ถ้าเรียนแบบนกขุนทองหนอนแทะกระดาษ เรียนเท่าไรยิ่งเพิ่มทิฐิมานะให้สูงขึ้น ว่าข้าได้ชั้นนั้นชั้นนี้ ชั้นกิเลสเหยียบหัวมันมันไม่ได้ดูนะ ถ้าเป็นภาคปริยัติปฏิบัติ เรียนมาเท่าไรเปิดทางให้เพื่อเข้าสู่ทางภาคปฏิบัติฆ่ากิเลสๆ

ปฏิบัติมันถึงรู้ชัด เพียงเรียนเฉยๆ ไม่ได้รู้นะ ท่านก็เรียนเราก็เรียน สั่งสมกิเลสเต็มหัวใจเพราะการเรียนมากต่อมาก ผู้ที่จะถอดถอนกิเลสเพราะการเรียนมีน้อยมาก ธรรมท่านสอนว่าปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ปริยัติคือภาคศึกษาเล่าเรียนเป็นปากเป็นทาง ปฏิบัติที่นี่ก้าวเดินตามเข็มทิศทางเดินที่ปริยัติบอกไว้ ปฏิเวธความเห็นผลของงานโดยลำดับลำดา คือความรู้แจ้งๆ โดยลำดับๆ จนกระทั่งทะลุ นั่น ท่านสอนไว้ว่า ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ถ้ามีแต่ปริยัติ เรียนเฉยๆ มันก็เป็นนกขุนทอง ไม่มีภาคปฏิบัติไม่เกิดประโยชน์ เพราะการเรียนไม่ใช่สมบัติของตนเอง เป็นความจำเฉยๆ ภาคปฏิบัติเป็นสมบัติ รู้ตรงไหนเป็นของตัวตรงนั้นๆ รู้มากรู้น้อยเป็นของตัวโดยลำดับ รู้รอบปั๊บกิเลสขาดสะบั้นจิตจ้าเลย นั่น ถอดออกมาจากหัวใจมาพูดเราจวนจะตายแล้ว ไม่ใช่มาพูดคุยโม้ให้ท่านทั้งหลายฟัง เอาความดีออกมาพูด รอดเป็นรอดตายมาอยู่ในป่าในเขาใครไปเห็นเราเมื่อไร

แล้วนิสัยนี้เป็นนิสัยผาดโผนเสียด้วย เอาจริงเอาจังมากทุกอย่างถ้าลงได้ทำอะไร พ่อแม่ครูจารย์ท่านยังได้รั้งเอาไว้ท่านรู้นิสัย ถ้ามันจะผาดโผนเกินไปท่านก็รั้งเอาไว้ ท่านรั้งอย่างจอมปราชญ์นะ คือเรามันจอมโง่ ท่านรั้งด้วยจอมปราชญ์ หาอุบายพลิก ไม่ได้บอกตรงๆ กลัวจะอ่อนเปียก ท่านหาอุบายเราก็รู้ เราก็ลดลงๆ นิสัยมันผาดโผนจริงๆ นะเรา ท่านเป็นฝ่ายแนะนำสั่งสอนฉุดลากขึ้นไปท่านยังได้รั้งเอาไว้ คือมันผาดโผนมันจะตกเหว ไม่ใช่ผาดโผนจะขึ้นสวรรค์นิพพาน มันจะตกเหวจับขาลากเอาไว้ นั่นเหว ความผาดโผนถูกหรือไม่ถูก กำลังจิตมันไปได้แต่ผิดหรือถูกมันไม่รู้ จอมปราชญ์พับมองดูเลย ท่านรั้งเอาไว้ๆ

เราเทิดที่สุดในพ่อแม่ครูจารย์มั่นนี่ ไม่มีอะไรเหลือเลย เรียกว่าลงขนาดนั้นละ ลงพ่อแม่ครูจารย์มั่นลงสุดเลย ไม่มีอะไรเหลือติดตัวว่ายังตกค้างไม่ได้ลงท่านไม่มี หมด เพราะฉะนั้นมานี้ปั๊บไปแล้วไปกราบท่าน องค์ประธานอยู่ที่นั่น พระธาตุของท่านอยู่ที่วัดสุทธาวาส หลักใหญ่อยู่ที่นั่น จิตจึงพุ่งใส่นั้น ตั้งแต่มาจากกรุงเทพแล้วไปสองหนแล้วนะนั่น มันจุใจ ไปหาพ่อแม่ครูจารย์นี้ แหม มันเบิกกว้างเวิ้งว้างไปหมดอำนาจจิต อำนาจธรรม อำนาจความเมตตาของท่าน นี่ละอำนาจของธรรมเป็นอย่างนั้นนะ เมื่อจิตเบิกกว้างรับกันแล้วทีนี้เปิดโล่งหมดเลย ถ้าจิตยังไม่เปิดโล่งก็อาศัยธรรมของท่านมาเปิดทางๆ แล้วทีนี้ก็ปฏิบัติตามๆ เรื่อยๆ ทีนี้ก็เปิดโล่งรับกัน จ้าหมดเลย นั่น

พวกลูกพวกหลานเรียนหนังสือแล้วก็ให้มีภาคปฏิบัติไปตามๆ กันนะ อย่าสักแต่ว่าเรียน ใครเรียนก็เรียนได้ แต่การปฏิบัติตัวให้เป็นคนดีนี้ยากนะ ให้เอาตรงนี้ติดแนบอยู่ตลอด เรียนเฉยๆ เรียนชั้นนั้นชั้นนี้ใครก็เรียนได้ สูงขนาดไหนก็ได้ แต่ตัวเลวจมอยู่ในส้วมในถานมันใช้ไม่ได้นะ ให้ปรับปรุงตัวเองให้เป็นคนดีไปพร้อมๆ กับการศึกษาเล่าเรียน เพราะเรียนเพื่อเป็นคนดี เบิกทางการทำมาหาเลี้ยงชีพไม่อัดไม่อั้นคนมีความรู้ แล้วการประพฤติตัวไปอีกก็ยิ่งดีไปอีก ให้พากันปฏิบัติตัวไปด้วย ไม่ใช่เรียนเฉยๆ ถ้าเรียนเฉยๆ ไม่เกิดประโยชน์ มีภาคปฏิบัติปั๊บนั่นละประโยชน์เกิดแล้วๆ ให้พากันจำ

นี่ผ่านโลกมานานแล้วนะ ผ่านโลกมาได้ ๙๔ ปี จะเต็มวันที่ ๑๒ สิงหา อายุเราจะ ๙๔ ปี วันที่ ๑๒ สิงหา นั่นละเราเกิดวันนั้น นี่จวนจะเต็ม ๙๔ แล้ว เรียกว่ารัตตัญญูก็เรียกได้ มองโลกมานาน ดูโลกมานาน ทั้งทางโลกทางธรรมดู แก่มาเท่าไรนานมาเท่าไรยิ่งดูละเอียดลออเพราะธรรมพาดู ไม่ใช่ดูเฉยๆ ด้วยวัย ธรรมพาดู ดูละเอียดลออมากทีเดียว พอมองเห็นปั๊บๆ นี้จิตมันจะวิ่งสติปัญญาโดยอัตโนมัติ มันจะวิ่งของมันปั๊บๆๆ แต่คนไม่รู้นะ ตาผ่านไปไหนหูผ่านไปไหนนี้สติปัญญามันเป็นอัตโนมัติมันจะวิ่งตามของมันปั๊บๆๆ บวกลบคูณหารๆ เสร็จปล่อยๆๆ เรื่อย

นั่นละเรื่องของธรรม ธรรมภายในใจไม่มีอะไรติดข้องภายในใจด้วย กิเลสตัวเป็นก้างขวางคอขาดสะบั้นลงไปแล้วมีแต่ธรรมล้วนๆ เบิกกว้าง ออกไปไหนเป็นธรรมหมด แม้จะเสียงเป็นไฟก็ตาม ใจเป็นน้ำเป็นท่าเสียอย่างเดียวเสียงเหมือนฟ้าร้องบนอากาศ ร้องเปรี้ยงๆ เดี๋ยวฝนตกมาเย็น พอได้ยินเสียงฟ้า เอ้อๆ นี่ฝนจะตกนะ หาอะไรมารองๆ เสียงธรรมเหมือนฟ้ากระหึ่ม ครั้นเวลาฝนตกมาเย็น เป็นอย่างนั้น

ลูกหลานทั้งหลายให้พากันปรับปรุงตัวเอง อย่าฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมเป็นบ้ากับโลกนะ โลกเวลานี้เป็นบ้ากันหนัก ส่งเสริมกิเลสตัณหา เรื่องกามตัณหามากที่สุด ราคะตัณหาอันนี้ออกหน้าจูงจมูกจนจมูกไม่มีเหลือละ มันจูงจมูกสนตะพาย ราคะตัณหาตัวนี้รุนแรงมาก เอาธรรมะเข้ายับยั้งๆ กัน พออยู่ได้ไปได้ ฟัดกันได้ ฟัดกันได้ฟาดม้วนเสื่อได้ ไม่มีอะไรกวน ตัวเดียวเท่านี้กวนสำคัญมากที่สุด ฟังให้ชัดเจน นี้เปิดธรรมให้รู้

ตัวนี้เป็นตัวที่หมุนติ้วที่สุด วัฏวนคือตัวนี้ วัฏทุกข์คือตัวนี้ มหันตทุกข์คือตัวนี้ พอตัวนี้ขาดสะบั้นแล้วเหมือนบ้านร้างแต่มีคนอยู่ ฟังซิน่ะ บ้านร้างแต่มีคนอยู่ มีแต่คนมีสมบัติผู้ดี ไม่มีอันธพาลอาละวาดในบ้านในเรือนเข้าใจไหมล่ะ คนชั่วอาละวาด คนดีมีเท่าไรก็สงบร่มเย็น เหมือนบ้านร้างแต่มีคนอยู่ คือคนมีสมบัติผู้ดี ใจนี่กิเลสร้างออกไปไหนมีใจสมบัติผู้ดี ใจเป็นธรรมอยู่ สงบเย็นไปหมด เป็นอย่างนั้นนะ ให้พากันพิจารณา

วันพรุ่งนี้พระจะมาเต็มศาลา พระจะมาทุกแห่งทุกหน ท่านเจ้าคุณใหญ่พามา ท่านพาลูกศิษย์ลูกหามา ถ้าพูดตามภาษาโลกก็เรียกว่าท่านลงใจในเรา ตั้งแต่เป็นหนุ่มด้วยกัน เป็นมหาเปรียญด้วยกัน ท่านเป็นมหาก่อนเรา เราเป็นตามท่านไป จากนั้นท่านก็แยกไปเป็นเจ้าคณะจังหวัดอะไรๆ ไปเลย เราเป็นเจ้าคณะกิเลส ฟาดกันไปในป่า ท่านเป็นเจ้าคณะจังหวัดเรื่อยๆ มาจนเป็นเจ้าคณะภาค เดี๋ยวนี้ท่านก็เป็นผู้ใหญ่อยู่วัดโพธิ เราเป็นเจ้าคณะกิเลสซัดกับกิเลส เอาเสียจนกระทั่งเป็นเจ้าคณะใหญ่ของกิเลส ตัวไหนเก่งมา นั่นเห็นไหมล่ะ นี่เวลามันขาดแล้วกิเลสไม่มีตัวใดมาแทรกเข้าเลยในจิต จึงเรียกว่าสิ้น จึงเรียกว่าขาด

สมมุติว่าเขาจะมาลากคอไปฆ่าต่อหน้าต่อตานี้ จะให้มีความโกรธความแค้นต่อเขาแม้เม็ดหินเม็ดทรายไม่มี นั่นละกิเลสตัวเคียดแค้นหมด ทำอะไรให้มีก็ไม่มี ตายทิ้งเปล่าๆ เต็มตัว ตายแบบเต็มตัว ถ้ากิเลสไม่มีแล้วเป็นอย่างนั้น ทำอย่างไรก็ไม่เป็นกิเลส ถ้ากิเลสมีแย็บหนึ่งเป็นไฟ ธรรมแท้ไม่เป็นอะไร ตายแบบเต็มตัว ยังอยู่ก็เต็มตัว ไม่มีอาฆาตมาดร้ายต่อผู้ใดอะไรเลย ธรรมเป็นอย่างนั้น ถ้าเป็นกิเลสจะตายแล้วยังไม่แล้วนะ ยังอาฆาตมาดร้ายจองกรรมจองเวรกันเรื่อยๆ

ดังที่ท่านแสดงไว้ น หิ เวเรน เวรานิ สมฺมนฺตีธ กุทาจนํ ตลอดกาลไหนๆ เวรย่อมไม่ระงับเพราะการผูกเวรผูกกรรมกัน นั่นท่านว่า ผูกไปเช่นไรเป็นลูกโซ่ไปเลย ก็มาเห็นยักษิณีคนหนึ่ง แล้วก็ผู้หญิงมีลูกคนหนึ่ง วาระสุดท้ายที่เวรกรรมของเขาจะขาดก็ไปเจอพระพุทธเจ้า ยักษิณีคนนั้นมาที่นั่น พอดีผู้หญิงแม่ลูกอ่อนก็มาที่นั่นคู่เวรกันมาที่นั่น พอมาเห็นก็ปรี่เข้าใส่เลยจะกินลูก พอกินลูกแล้วพอกินแม่ก็จะกินด้วยว่างั้น ผู้หญิงคนนี้ก็วิ่งเข้าประตูวัดเชตวัน วิ่งเข้าไป พอดีพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่นั่นด้วย กำลังวิ่งไล่กันเข้าไป

พระพุทธเจ้า ไล่อะไรกันมาๆ หยุด ต่างคนก็ต่างหยุด หยุดแล้วเรียกเข้ามาหาเลย พวกเธอนี้เคยเป็นกรรมเป็นเวรมาตั้งแต่ภพนั้นๆ เรื่องราวมาตั้งแต่ไก่กับพังพอน ท่านไล่มาๆๆ จนเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต ก่อกรรมก่อเวรกันเรื่อยมาเลย พอมาถึงที่นั่นวันนั้นเป็นวาระสุดท้ายที่กรรมเวรที่ก่อกันมาจะขาดสะบั้น พระพุทธเจ้าเป็นผู้ตัดให้ขาดสะบั้นไปเลย ทางนี้มาเรียกเข้ามาเลย ให้มาทั้งสองละ ยักษิณีตัวนั้นก็ให้มา แม่กับลูกก็ให้มา เข้ามาก็ชี้แจงเหตุผลให้ทราบ ว่าเธอนี้เคยก่อกรรมก่อเวรกันมานี้เท่านั้นๆ นานเท่านั้นๆ บรรยายให้ทราบ เห็นโทษหรือยัง นี่กำลังก่อกรรมก่อเวรอีก คราวนี้คนนี้จะกินลูกคนนี้ แล้วต่อไปคนนี้เคียดก็จะกินแม่กินลูกต่อกันไปอย่างนี้ตลอด

ดีวันนี้ได้พบตถาคต บอกงั้นเลย พระองค์ก็ชี้แจงโทษแห่งการก่อกรรมก่อเวรแก่กันไม่ใช่เป็นความสุข เป็นความทุกข์เหลือล้น เดี๋ยวนี้ก็เป็นความทุกข์มากที่สุดแล้ว ถ้าไม่เจอเราตถาคตสองคนนี้ก็จะเป็นความทุกข์ แม่ลูกก็จะตายยักษ์เอาไปกิน แม่ก็จะเคียดแค้นโกรธ พอดีมาเจอกันก็แสดงธรรมให้ฟัง พอแสดงธรรมให้ฟัง ยักษ์คนนั้นมันก็เป็นมนุษย์นี่นะ ได้สำเร็จพระโสดา ยักษ์คนนั้นสำเร็จ เลยสำเร็จด้วยกัน พอเรียบร้อยแล้วพระองค์หยั่งทราบหมดเรื่องจิต เอ้า ทีนี้เป็นแม่ด้วยกันทั้งสอง เด็กคนนี้แม่มีสองคน คือแม่แต่ก่อนเป็นยักษิณี นี่แม่ของเด็กแท้ ทีนี้เป็นแม่ด้วยกันทั้งสอง ให้พากันเลี้ยงดูเป็นแม่ด้วยกัน ลูกคนเดียวมีแม่สองคน

พระพุทธเจ้าเล็งญาณดูทราบหมดทุกอย่าง กรรมเวรหมดแล้ว เอ้า ทีนี้เอาลูกคนนี้ไปให้แม่ใหม่ชมหน่อย ให้เอาลูกคนนี้ไปให้แม่ใหม่ชม แม่ใหม่คือยักษ์นั่นละ เดี๋ยวนี้มาเป็นแม่แล้วจิตลงหมดแล้ว เป็นแม่แล้ว เอาไปให้แม่ใหม่อุ้ม พอแม่ใหม่ก้มลงจะหอมแก้มลูกใหม่เท่านั้นละ แม่เก่าร้องแว้ดๆ นึกว่าแม่ใหม่จะกินจะกลืนกิน เข้าใจไหม เพราะคิดไว้แล้วนี่นะ ก็เป็นภัยมหาภัยอยู่แล้ว เอาไปให้แล้วก้มลงมา นึกว่ายักษ์คนนั้นจะกินลูกเจ้าของร้องแว้ดๆ เลย คือไปหอมลูกใหม่ นั่นละเรื่องกรรมที่เป็น ท่านจึงบอกว่า น หิ เวเรน เวรานิ สมฺมนฺตีธ กุทาจนํ ตลอดกาลไหนๆ เวรย่อมไม่ระงับเพราะการมีเวร

ผูกเวรกันไปเท่าไรก็ผูกกองทุกข์เหมือนลูกโซ่ต่อไปตลอด ให้ตัดกรรมตัดเวรอย่าถือกรรมถือเวร อย่าเคียดแค้นอาฆาตมาดร้ายต่อกัน ทุกข์ก็ยอมรับว่าทุกข์ให้อภัยไป แล้วเวรอันนี้ก็จะขาดไป จะไม่มีอะไรเงื่อนต่อให้เป็นกองทุกข์มหันตทุกข์ต่อไปอีกท่านว่า นั่น พากันจำเอานะ วันนี้ก็พูดเท่านั้นละ ก่อกรรมก่อเวร

พระพุทธเจ้าเล็งญาณดู บอกยักษ์คนนี้กับแม่ลูก เธอนี่เคยเป็นกรรมเป็นเวรกันมา ก่อกรรมกันมาตั้งแต่โน้นเป็นปฐมจนกระทั่งป่านนี้ นานแสนนาน กี่ภพกี่ชาติก่อกรรมก่อเวรกันมา มาถึงจุดนี้ ท่านแสดงให้ทราบ นี่ถ้าไม่ได้พบเราตถาคตจะก่ออีก คือยักษ์ก็จะกินลูกของคนๆ นี้ คนนี้ก็จะเคียดแค้นก่ออีกต่อไปอีก พอดีพระพุทธเจ้ามาตัดสินให้ขาด สำเร็จพระโสดา เชื่อบุญเชื่อกรรมเต็มที่แล้วโสดา โสตะแปลว่ากระแส กระแสแห่งพระนิพพานพาดถึงแล้วไม่เป็นอื่น จะพุ่งถึงพระนิพพานช้ากับเร็ว ๗ ชาติ ๓ ชาติ ๑ ชาติเท่านั้น เป็นอันว่ายุติ

(หลวงตาครับ วัดโพธิสมภรณ์ อุดรธานีมีหนังสือมา

สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี (ธรรมยุต)

วัดโพธิสมภรณ์ อุดรธานี

วันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

เรื่อง   เชิญชวนพุทธศาสนิกชนรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

เรียน   เจ้าคณะอำเภอธรรมยุตทุกอำเภอในจังหวัดอุดรธานี

เนื่องด้วยสถานีวิทยุและโทรทัศน์เสียงธรรมเพื่อประชาชน ในพระอุปภัมถ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้ทำการออกอากาศธรรมะและคำสั่งสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยปฏิปทาพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นพระธรรมเทศนาของพระอริยะบูรพาจารย์ทั้งหลายตามที่กำหนดไว้ มีพระธรรมเทศนาของพระอาจารย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เป็นต้น เพื่อให้ได้ประโยชน์ในเจตนาที่มีความเมตตาด้วยความมุ่งมั่น อดทน เพียรพยายาม ของพระอาจารย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน แม้วัยธาตุขันธ์อ่อนลง แต่แรงใจที่เต็มเปี่ยมด้วยเมตตา ออกแสดงพระธรรมเทศนารับผ้าป่าช่วยชาติ ได้ทองคำ ดอลลาร์ เงินบาทนั้นเป็นอย่างหนึ่ง แต่ที่มุ่งหวังด้วยเมตตาเทศนาธรรมอบรมจิตใจให้ได้รู้ได้เห็นธรรมอันยิ่งตามสมควร อันจะนำความสงบสุขร่มเย็นแก่ประชาชนและประเทศชาติต่อไป

ดังนั้นจึงเรียนมาเพื่อให้เจ้าคณะอำเภอธรรมยุตทุกอำเภอ ได้แจ้งการรับฟังพระธรรมเทศนา ทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์เสียงธรรมเพื่อประชาชนตามอัธยาศัยที่เห็นสมควร

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งคณะพระสังฆาธิการในการปกครองตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั่วไปให้ทราบโดยทั่วกัน

เรียนมาด้วยความเคารพนับถือ

พระราชวราลังการ

เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ธรรมยุต)

พระราชวราลังการ (ครับ เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ธรรมยุตครับ) ท่านเป็นชั้นราชวราลังการ เจ้าคุณสามัญเบื้องต้น พระราชวราลังการ เทพ ชั้นธรรม รองสมเด็จ ขึ้นสมเด็จ หลวงตาบัวนี่มันพิลึกนะ ถ้าว่าดอกเตอร์ก็ได้ถึงสองดอกเตอร์ ดอกเตอร์รามคำแหงหนึ่ง แล้วดอกเตอร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น พูดถึงเรื่องดอกเตอร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น อธิการบดีหัวเราะก้ากไม่ได้สติเลย คือเราพูดขันๆ โถ ทำยังไงว่างั้นนะ มานี้ก็เป็นหลวงตาบัวมา พอได้ดอกเตอร์แล้วนี้ ให้รีบไปบอกประกาศคนในเมืองจังหวัดขอนแก่นนั้นเสีย ออกไปจากนี้แล้วจะเป็นดอกเตอร์ออกไปนะ หัวใครเหยียบแหลกหมด บ้านเรือนใครพังไปเลย

หัวเราะก้ากๆ อู๊ย เอาขนาดนั้นเหรอ ขนาดนั้นมันจึงสมดอกเตอร์เราว่า คือได้ดอกเตอร์สอง ดอกเตอร์รามคำแหง แล้วมาดอกเตอร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตอนดอกเตอร์นี้ละบอก เตือนเขา ให้ประกาศโดยด่วน ดอกเตอร์บัวจะออกจากนี้ไป เขาหัวเราะกันลั่น เวลามาหลวงตาบัวมาไม่มีอะไร ทีนี้เวลาออกไปมันเป็นดอกเตอร์แล้ว อะไรราบไปหมดนะ เขาหัวเราะกันลั่น อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่นหัวเราะลั่นเลย เขาไม่เคยได้ยิน พูดตลกแบบเรา

เรามันนิสัยทุกอย่างนั่นละ เห็นไหมเขียนไว้หน้าวัด “กูจะฟ้องท่านเปา มันมาเที่ยวเพ่นพ่าน” คือว่า “กูจะฟ้องท่านเปา” ไปได้มาจากอำเภอภูเขียว เราไปส่งอาหารให้โรงพยาบาล พอไปท้ายรถเขาเขียนว่า “กูจะฟ้องท่านเปา” พอกลับมาปั๊บ เราก็เอาอันนั้นมาตั้งต้นว่า “กูจะฟ้องท่านเปา” ต่อท้ายว่า “มันมาเที่ยวเพ่นพ่าน” มันเป็นอย่างนั้นนะ นิสัยอันนี้มันเร็ว เรื่องตลกนี้ต่อเร็วที่สุดเลย “กูจะฟ้องท่านเปา” ทางนู้นภูเขียว พอมาถึงนี้แล้ว “มันมาเที่ยวเพ่นพ่าน” เป็นอย่างนั้นละ เอาละที่นี่ พอ

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

และเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก