ฉันจังหันอยู่มันแสดงอย่างชัดเจน
วันที่ 13 สิงหาคม 2550 เวลา 8:00 น. ความยาว 18 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐

ฉันจังหันอยู่มันแสดงอย่างชัดเจน

         (ทองคำที่มอบเข้าคลังหลวงไปแล้ว ๑๑,๐๓๗ กิโลครึ่ง เท่ากับ ๑๑ ตัน ๓๗ กิโลครึ่ง ทองคำหลังจากที่มอบคลังหลวงแล้ว ได้ทองคำแบบน้ำไหลซึมเพิ่มเติมมาถึงวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้ทั้งหมด ๕๓๔ กิโลกรัม ๕๕ บาท ๑๕ สตางค์ ถ้ารวมทองคำทั้งหมดที่มอบคลังหลวงไปแล้ว และที่ยังไม่ได้มอบรวมทั้งหมดเป็นทองคำ ๑๑,๕๗๒ กิโลกรัม ๒๒ บาท ๒๖ สตางค์ครับ) นี่ละที่จะเข้าคลังหลวง คือเข้าคลังหลวงทั้งหมด เงินดอลลาร์ไม่ได้เข้าแหละ ดอลลาร์มันเกี่ยวกับเงินไทยด้วย ต้องเอาดอลลาร์มาช่วยเงินไทย ได้มากน้อยแต่ไม่ค่อยได้ละดอลลาร์ทุกวันนี้ แต่ได้เท่าไรก็ตามก็ต้องเอามาบวกกับเงินไทยออกช่วยชาติ

สำหรับทองคำไม่แตะ สั่งขาดตัวเลยเทียว ว่ามีเท่าไรๆ เข้าหมดทองคำ สำหรับดอลลาร์แยกออกมาช่วยเงินไทยที่จะช่วยโลก เวลานี้เงินดอลลาร์มาทางนี้ละมาทางเงินไทย ออกช่วยโลกทั่วประเทศเลย ไม่ว่าใกล้ว่าไกลจำเป็นที่ตรงไหนๆ บอกมาด้วยเหตุด้วยผลที่ควรจะสงเคราะห์สงเคราะห์ทันทีๆ เมื่อวานนี้คนก็มากนะ คนเยอะเมื่อวาน นู่น รถจอดอยู่บ้านตาดเข้ามานี้ไม่ได้ คือมันแน่น เขาบอกว่างั้น แน่นตั้งแต่บ้านตาดเข้ามา รถเข้าไม่ได้เลย ให้คนเดินเข้ามา มันมากจริงๆ

สมบัติทั้งหมดนี้เพื่อเข้าส่วนรวมทั้งหมดเลยนะ สมบัติที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคในงานต่างๆ ที่เข้ามาเกี่ยวกับวัดนี้ออกหมดเลยๆ ไม่ให้อยู่ ที่จำเป็นมีอยู่ทุกหย่อมหญ้า วัดนี้ไม่จำเป็น ใครก็มาพอกพูนๆ อาการกินกินจนจะตายก็ตาย ผู้ที่อดอยากขาดแคลนมีอยู่ทั่วแผ่นดิน เพราะฉะนั้นจึงต้องออกให้หมด ไม่ว่าชนิดใดวัตถุไทยทานต่างๆ เต็มอยู่โกดังออกๆ ปัจจัยออกไม่ให้มีเหลือในวัดนี้ ในโกดังไม่ให้บกบางนะ โกดังเต็มโกดัง นี่สำหรับอันดับแรกคือโรงพยาบาล

คือโรงพยาบาลมาทุกโรงๆ ให้ได้ไปเสมอกันหมด คือเรากะไว้สองพัก โรงพยาบาลตั้งแต่ยโสธรเข้ามาที่นี่ มาถึงที่นี่จะให้เสมอกันหมด เรียกว่าธรรมดา ถ้าเลยจากนู้น เช่น โคราชมาที่นี่ธรรมดา เลยไปที่โน่นให้พิเศษ อุตรดิตถ์เข้ามาที่นี่ธรรมดา แยกจากกลางเมืองอุตรดิตถ์ไปว่าเถอะ ออกโน้นเรียกว่าพิเศษๆ ทั้งนั้น เราจัดไว้พระจะปฏิบัติตามเราสั่ง เพราะเราสั่งอันใดเด็ดขาดๆ ทุกอย่างไม่มีคลาดเคลื่อน ใครเคลื่อนไปผิด ผิดเพราะเหตุไร นั่นไล่เบี้ยเข้าไปเลย

นี่มันจะส่อถึงการปฏิบัติธรรม ทำความพากความเพียรมันจะเหลาะๆ แหละๆ ไม่จริงไม่จังเหลวไหลไปเรื่อยๆ ไม่ได้ผลเลยนั่น ออกมาภายนอกมาสั่งภายนอกเหลวไหลๆ มันมาจากภายใน เพราะฉะนั้นการสั่งเสียทุกอย่างเราจะหยั่งเข้าถึงหัวใจคน ผู้รับสั่งเราทุกอย่างหยั่งเข้าหัวใจ ผู้รับสั่งจากเรา เราสั่งนี้จริงจังมากทีเดียว เหลาะแหละที่ตรงไหนเอากันที่ตรงนั้น นี่ไม่เคยเหลาะแหละการปฏิบัติ เฉพาะเรื่องจิตตภาวนาบอกตรงๆ เลยว่าไม่เหลาะแหละว่างั้นเลย จนถึงขยะๆ ทำความพากเพียรฆ่ากิเลส ที่จะได้รู้ได้เห็นว่ามันอ่อนแอท้อแท้ในย่านนั้นย่านนี้ไม่มีเลย บืนตายไปตลอดๆ จนกระทั่งได้หลักได้เกณฑ์ก็ฟาดใหญ่เลยเอาพังเลย นั่น ที่จะให้เหลาะๆ แหละๆ นี้ไม่มี

พ่อแม่ครูจารย์มั่นนี้โรงงานใหญ่สำหรับฝึกซ้อมทุกอย่าง อบรมจากนั้นแล้วออกไป กลับมาออกอยู่อย่างนั้น นั่นละพระอรหันต์สมัยปัจจุบันก็ดูหลวงปู่มั่นเรา แล้วก็ดูไป ท่านอาจารย์ขาว ท่านอาจารย์คำดี ท่านอาจารย์ฝั้น เหล่านี้มีแต่เพชรน้ำหนึ่งผ่านไปแล้วทั้งนั้น ทั้งนั้นๆ ละ นอกนั้นเราก็ไม่ค่อยชัดเจน อย่างท่านสิงห์ทองก็ผ่านแล้ว อัฐิกลายเป็นพระธาตุ ท่านจวนผ่านแล้ว อัฐิกลายเป็นพระธาตุ ถ้าลงอัฐิกลายเป็นพระธาตุตีตราอรหันต์ได้ชัดเจนทั้งนั้น เปิดเผยทางด้านร่างกาย ภายในท่านรู้กันก่อนแล้วนะ

พระปฏิบัตินี้ภายในท่านจะรู้กันก่อนหมดละ องค์ไหนๆ ครูบาอาจารย์อยู่ชั้นใดภูมิใดมาสอนลูกศิษย์ก็ทราบทันทีๆ ตั้งแต่ท่านยังไม่ตาย พอตายแล้วอัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุก็ประกาศออกมาทางร่างกายให้รู้เห็นกันทั่วหน้ากัน สำหรับภายในของท่านมีวงปฏิบัติใกล้ชิดติดพันกันละรู้กันโดยลำดับลำดา นี่ละธรรมพระพุทธเจ้าเป็น อกาลิโก ไม่มีกาลสถานที่เวล่ำเวลามาทำลายได้ การปฏิบัตินั่นละจะเป็นผลขึ้นมา อกาลิโก ไม่ว่าทางชั่วทางดีทำเมื่อไรทั้งดีทั้งชั่วได้ผลขึ้นมาตลอด

นี่ก็อายุ ๙๔ เต็มแล้ว กำลัง ๙๕ มาวันนี้แล้วนะ มาฉันจังหันมาจัดนั้นจัดนี้ง่วงนอน ฟังซิน่ะ มันเคยมีเมื่อไร เมื่อเช้านี้สังเกตเจ้าของ ทั้งจัดอาหารทั้งง่วงนอนนะ ตอนเช้าเมื่อเช้านี้ละเราได้ดูเจ้าของ มันไม่เคยมี กำลังจัดอาหารนี้ง่วงนอน เออ วันนี้เป็นแล้วชัดเจน คือเอาวันนี้ละเป็นประมาณ เริ่มเข้า ๙๕ จัดอาหารง่วงนอน มันจะหลับอยู่เวลาจัดอาหาร เออ เป็นแล้วนะปีนี้ ไม่เคยคิดเคยอ่านธาตุขันธ์มันบอกเองมันหมดสภาพของมัน เดินโซซัดโซเซไปไหนเป็นอย่างนั้นละ มันหมดสภาพเรื่องทางร่างกาย

แต่จิตเป็นอีกอันหนึ่งนะจิต จิตนี้ไม่มีวัย ท่านว่านิพพานเที่ยง ขอให้จิตบริสุทธิ์แล้วเที่ยง ตั้งแต่ไม่บริสุทธิ์มันก็ไม่ยอมสูญหายไม่ยอมฉิบหาย ตกนรกหมกไหม้กี่กัปกี่กัลป์ยอมรับ ทุกข์ทั้งหลายยอมรับ แต่ไม่ฉิบหาย ฟื้นตัวขึ้นมาในทางดีก็ดีขึ้นเรื่อยฟาดถึงนิพพานไม่ฉิบหาย เป็นธรรมธาตุ ถ้าถึงนิพพานแล้วจิตนั้นเป็นธรรมธาตุแล้วพูดอะไรไม่ได้ บอกได้แต่เพียงว่าเป็นธรรมธาตุ

เมื่อวานนี้คนก็มากมายก่ายกองนะเต็มเมื่อวาน ตั้งแต่บ้านตาดมารถมาไม่ได้คนต้องเดินมา เดินเข้ามาคนมาก เราก็อนุโลมตามเฉยๆ นะ ประชาชนศรัทธาทั้งหลายเข้ามาทำบุญวันเกิดของเรา เราเห็นว่าเป็นความดีงามของผู้มาบำเพ็ญผู้มาทำ เราพิจารณาไม่มีอะไรเสียหาย เป็นมงคลๆ เรานี้อนุโลมเฉยๆ ถ้าเป็นเรื่องของเราเกิดกับตายอยู่กับเราคนเดียวไม่เคยยุ่ง พูดให้ชัดเจนนะไม่เคยสนใจ ตั้งแต่ออกปฏิบัติมาก็เหมือนกัน ตลอดปัจจุบันนี้ก็เป็นอย่างเดิม เกิดกับตายอยู่กับเรารู้อยู่กับเรา

เขามาทำนี่เป็นความดีของเขาเป็นสิริมงคลแก่เขาผู้บำเพ็ญ เราก็อนุโลมตามเฉยๆ แต่ก่อนไม่มี อันนี้พอคิดเป็นฝ่ายกุศลเห็นว่าถูกต้องเราก็อนุโลมไม่คัดค้านต้านทาน ปล่อยให้เขาทำ วันนี้ก็รู้สึกว่าจะงบเงียบละ วันที่ ๑๓ ผ่านไปแล้วเงียบ ๙๔ วันนี้ ๙๕ มืดกับแจ้งบวกกันเป็น ๙๕ มืดแจ้ง ไอ้เราไม่มีอะไร โลกเขาว่าอะไรก็ว่าตามเขา อันนี้พูดจริงๆ คือมันผ่านหมดแล้วไม่มีอะไรเรื่องเหล่าไม่มี ธรรมชาตินั้นเที่ยงแล้วตั้งแต่จิตที่บริสุทธิ์ผางขึ้นมา ไปหากาลเวลาสถานที่นั่นที่นี่ที่ไหน ที่นี่สมบูรณ์แบบแล้ว

เป็นกับตายก็เรื่องธาตุขันธ์ต่างหาก หัวใจพอตัวแล้วนิพพานเที่ยงอยู่ในนั้น แล้วจะไปยุ่งหาอะไร แน่ะ ความเที่ยงความสมบูรณ์มีอยู่ไปหาความบกพร่องที่ไหน อันนี้ถูกต้องแล้ว นั่น นี่ละหาธรรมเมื่อถึงขั้นพอแล้วเป็นอย่างนั้น พระพุทธเจ้าเป็นพระองค์แรกถึงขั้นพอตรัสรู้ธรรม ตรัสรู้ขึ้นมาผางกิเลสตัววัฏวนพาให้เกิดให้ตายขาดสะบั้นออกจากใจใจดีดผึง นั่นละนิพพานเที่ยง บรรดาสาวกทั้งหลายก็ตาม ผู้ใดสิ้นกิเลสตัวพาหมุนนี้ออกจากใจเรียบร้อยแล้วเที่ยงทั้งนั้น แล้วก็เป็นธรรมธาตุๆ เห็นประจักษ์อยู่ในใจ ไม่ต้องไปถามพระพุทธเจ้า ประจักษ์อยู่กับใจ

ท่านบอกว่า สนฺทิฏฺฐิโก ประจักษ์อยู่กับใจ สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม ตรัสไว้ชอบแล้วไม่มีคลาดเคลื่อน แต่กิเลสมันจะมาแบ่งสันปันส่วนไปพาให้เราจมนะ มันพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงมันแปรเอานะกิเลส แปรทีไรลากเราลงๆ แปรจากธรรม ธรรมตรงแน่วขึ้นไปเลย กิเลสแปรดึงลากลงมาให้จมลงกับกิเลส จมลงนรก วันนี้เป็นวันหยุดชดเชย วันที่ ๑๓ วันนี้เป็นวันพระด้วย หยุดชดเชยด้วย

เช้านี้ฉันจังหันอยู่มันแสดงอย่างชัดเจน.จัดนั้นจัดนี้ทางนี้ง่วงนอน คือมันไม่สนใจกับอาหารเลยง่วงนอน มีแต่จะล้มลงหมอน เอ้อ เป็นแล้ว นี่ ๙๕ วันนี้ชัดเจนมาก อาหารการกินจัดเพื่อขบเพื่อฉัน แทนที่จะสนใจไม่นะ ง่วงนอน ไม่อยากยุ่งกับอะไรเลย เออ เป็นไปแล้ว นี่ละธาตุขันธ์มันเป็นของมัน ใจเป็นนักรู้มันจะต้องทราบเรื่องของมัน อาการใดมาเกี่ยวข้องกับใจ ผิดแปลกปรกติยังไงใจเป็นนักรู้จะต้องรู้ๆๆ ตลอด หูอื้อ พูดอย่างนี้ก็อื้อนะ เวลาให้พรก็ดังอยู่นี้ ไม่ได้ออก เมื่อเช้านี้ก็เหมือนกัน เป็นประจำเลย พอให้ให้พรดังอู้ๆ ไม่ออกปาก มันหมดสภาพของมัน

หมดก็หมดไปเถอะเราไม่สนใจกับมัน ใช้มันไปพอถึงกาลเวลาเท่านั้น นี่จึงเรียกว่าตัดได้ทุกอย่าง จิตนี้ขาดจากทุกสิ่งทุกอย่างแล้วก็มีแต่รับผิดชอบกัน ที่จะไปห่วงใยยุ่งเหยิงวุ่นวายให้เป็นทุกข์กับเรื่องเหล่านี้ไม่มี ใจมันขาดจากกันแล้ว ถ้ามันไม่ขาดมันเป็นอุปาทานยึดมั่นถือมั่น ร่างกายเป็นนิดหน่อย โรคทางกายเกิดนิดหน่อยโรคทางใจเกิดมาก เป็นทุกข์ใจกังวลใจ ฟาดกิเลสออกจากใจแล้วไม่มีกังวล อะไรใช้ไปๆ พอใช้เท่าไรก็ใช้ไป ใช้ไม่ได้แล้วสลัดปั๊วะไปเลย นั่น ให้พากันปฏิบัตินะธรรม ประจักษ์ใจของผู้ทำ พระพุทธเจ้าไม่หลอกโลก กิเลสต่างหากหลอกโลก ออกมาแง่ไหนเป็นกิเลสหลอกโลกๆ ธรรมแสดงไว้มันมาลบล้างปั๊บมันแก้ใหม่สอนใหม่ให้เราหลงไปตามมัน วันนี้พูดเท่านั้นละ ก็พูดมาทุกวันๆ

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

และเครือข่ายทั่วประเทศ


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก