เสียดายชีวิตของท่านได้แค่นั้น
วันที่ 15 สิงหาคม 2550 เวลา 8:00 น. ความยาว 34.4 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐

เสียดายชีวิตของท่านได้แค่นั้น

         เมื่อวานนี้เข้าไปโรงพยาบาลภูพาน เราไปเป็นระยะๆ มีแคตตาล็อก ไปโรงพยาบาลไหนวันที่เท่าไรเดือนอะไรดู ระยะห่างกันประมาณเดือนหนึ่งไปทีๆ อ่านตามนั้น เมื่อวานนี้ไปโรงพยาบาลภูพาน ต่อไปก็ไปโรงนั้นโรงนี้ทุกวัน จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ ห้าวันนี้เรียกว่าห้าโรงพยาบาล เราไปส่งของให้ๆ ไปรถเต็มเอี๊ยดๆ ส่งเรียบร้อยแล้วมอบเงินให้โรงละสองหมื่นๆ อย่างนี้เป็นประจำ ไปอาทิตย์หนึ่งก็จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ ห้าวันนี้ไปตามโรงพยาบาล ถ้าเสาร์ อาทิตย์มักจะไปตามวัด เอาของไปถวายวัดนั้นวัดนี้ อย่างนั้นละ

         เมื่อวานไปภูพาน เวลาไปก็แยกไปวาริชภูมิตัดไปทางนี้ออกน้ำอูน ภูพาน ก็ถึงโรงพยาบาล พอพุ่งปั๊บก็ทางใหญ่ผ่านสกลนคร กาฬสินธุ์ เอาของไปเทให้แล้วกลับทางสกลนคร เป็นระยะๆ นะ วันนี้ไปโรงไหนๆ อ่านดูตามแคตตาล็อกกำหนด คือกะว่าหนึ่งเดือนๆ โรงละหนึ่งเดือนๆ ถ้าวันไหนยังไม่พอ พอดีกับโรงพยาบาลไหนวันนี้ ใกล้ก็ไป ไกลก็ไป เราสงสารพวกโรงพยาบาล

         เรื่องการสงเคราะห์โลกรู้สึกว่าโรงพยาบาลจะเป็นอันดับหนึ่งวัดนี้นะ วัดนี้ช่วยโลก โรงพยาบาลเป็นอันดับหนึ่ง โรงพยาบาลทั่วประเทศนะ ทั่วประเทศทุกภาค ใกล้ไกลไม่สำคัญ สำคัญที่ความจำเป็นอยู่จุดไหนๆ จะเข้าๆ อย่างนั้นตลอดเลย สร้างตึก เครื่องมือแพทย์อะไรต่ออะไร โรงพยาบาลหลายอย่างนะ พิสดารอยู่มากโรงพยาบาล เครื่องมือแพทย์ก็มากต่อมาก จากนั้นก็บางทีพวกตึกพวกอะไรบกพร่อง บางทีโรงพยาบาลคับแคบ ถ้าเจ้าของเขาติดกับโรงพยาบาล พอแคบขอซื้อเขา ถ้าเขาขายให้เอาเลยๆ เว้นแต่เขาไม่ขายก็สุดวิสัย โรงพยาบาลพิสดารมากอยู่นะ ที่เราช่วยโลกรู้สึกจะโรงพยาบาลเป็นอันดับหนึ่ง คือมันซอกแซกซิกแซ็กพิสดารมากคือโรงพยาบาล อย่างอื่นไม่เท่าไร

        นี่ก็ทั่วประเทศไทยนะโรงพยาบาล เรียกว่าทุกภาค ภาคไหนมีความจำเป็นอย่างไรๆ ถึงเลยๆ อย่างจันทบุรีท่านฟักอยู่ที่นั่น ขัดข้องอะไรท่านติดต่อมาทางนี้ก็ทำให้ทางนู้นๆ โรงพยาบาลก็มีทางนู้น เราช่วย ท่านฟักก็เป็นพระวัดป่าบ้านตาด เป็นคนจันท์แต่เป็นพระวัดป่าบ้านตาด เวลาพ่อกับแม่ป่วยลงทีเดียวพร้อมๆ กันเลยนี้ เราส่งให้ไปเลยไปดูแลพ่อแม่ เพราะมีลูกชายคนเดียว เดี๋ยวคนหนึ่งเสียไป อ้าวคนหนึ่งก็ทรุดอยู่ ตกลงให้เฝ้าอยู่ แล้วเฝ้าไปเฝ้ามาอายุพรรษาก็แก่เข้า ทางสามผานก็ไม่มีสมภารวัดเลยให้ยัดเข้าตรงนั้นเลย ให้เป็นสมภารวัดเสียเลย จนกระทั่งป่านนี้เลยไม่มา กลายเป็นสมภารวัดอยู่นั้นท่านฟัก

ท่านฟักนิสัยดี เป็นพระวัดนี้มาตั้งแต่บวชทีแรก มาอยู่วัดนี้เป็นประจำ  เหตุที่จะได้ย้อนกลับไปจันท์ก็คือพ่อกับแม่ป่วยลงพร้อมกันเลย แล้วก็มีลูกชายคนเดียว เราก็ส่งให้ไปทันที พ่อกับแม่หายแล้วค่อยกลับมา อ้าว ไปเดี๋ยวคนนี้เสียเรียกว่าตายไป เดี๋ยวคนนั้นป่วยเอาอีกอยู่นั้น สุดท้ายพ่อกับแม่เลยตายเลยอยู่นั้นเลย พรรษาก็แก่แล้วให้อยู่นั้นเสีย ที่นั่นไม่มีสมภารวัดก็พอดีให้อยู่นั้นเลย อยู่จนกระทั่งป่านนี้ละท่านฟัก นิสัยดีนิสัยสุขุม

คงจะใจดีมาก บางทีเราไปวัดเขาน้อยสามผาน ก็เราเข้าออกเรื่อยวัดเขาน้อยสามผานไปดูพระดูเณร ดูอะไรๆ มันขวางหูขวางตาอะไรก็จี้ท่านฟัก องค์นั้นเป็นอย่างไรๆ จี้ท่านฟักให้ท่านฟักสอน เราเป็นคนไปตรวจ เราเป็นอาจารย์ใหญ่ เราไปดูที่นั่น พระเณรในวัดนี้เป็นอย่างไร องค์นั้นเป็นอย่างไรๆ เราจี้เลย ท่านฟักนิสัยท่านใจดี ไอ้เราใจดีไม่ดีไม่ทราบละ อย่างนี้ละจี้เรื่อยๆ เหตุที่จะได้กลับไปจันท์ก็คือพ่อกับแม่ป่วย เราส่งไปเองนะ ต่อจากนั้นมาแล้วพ่อกับแม่ก็เลยเสีย เลยให้อยู่ที่นั่นเลย

ที่จันท์ดูเราไปจำพรรษาที่สถานีทดลองพรรษาหนึ่งนะ สามแยกพริ้ว สร้างวัดที่นั่น เขาถวายที่ ที่ก็เป็นที่พี่สาวของอาจารย์เจี๊ยะ อาจารย์เจี๊ยะหนองบัว เลยสร้างวัดขึ้นที่นั่นแห่งหนึ่ง จึงได้จำพรรษาที่นั่น อาจารย์เจี๊ยะนิสัยท่านอย่างนั้น ท่านพูดอย่างตรงไปตรงมา ท่านบอกว่าอาจารย์ที่อยู่บนหัวใจผมมีสององค์ ว่าอย่างนั้นนะ คือท่านอาจารย์มั่นหนึ่ง กับท่านอาจารย์หนึ่ง นอกนั้นผมไม่ลงใครง่ายๆ พูดตรงๆ อย่างนี้ละ อาจารย์ของผมมีสององค์เท่านั้นอยู่บนหัวใจผม มีท่านอาจารย์มั่นกับท่านอาจารย์นี้เท่านั้น นอกนั้นผมไม่ลงใครง่ายๆ ก็เป็นจริงๆ ลงนะ ท่านอาจารย์เจี๊ยะกับเรายอมทันทีเลย ยอมทุกอย่าง

คือวันหนึ่งค่ำๆ ก็เป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่นด้วยกัน การรักษาความสงบภายในวัดนี้ท่านไปอยู่ก่อนเราเสียด้วยซ้ำ ไปอยู่กับท่านอาจารย์มั่น อยู่นานด้วยกัน ท่านอาจารย์เจี๊ยะก็อยู่นาน อยู่ก่อนเราตั้งแต่เชียงใหม่จนกระทั่งท่านจากไป ต่างองค์ต่างอยู่กับพ่อแม่ครูจารย์มั่นนี่นานเหมือนกัน ปีนั้นท่านไปจำพรรษากับเรา ดูเหมือนปี ๒๕๐๔ หรืออะไร

         พอดีจะสร้างกุฏิเราหลังนั้นละ เห็นรูปกระต๊อบนี่ ๓ ปีพังไปหลังหนึ่งๆ มันพังเพราะอะไร เพราะเสามันแห้ง ปลวกกินต้นเสาล้มโครม ถ้าเสาแห้งละปลวกกินล้มโครมไป ๓ หลัง ทีนี้คิดว่าจะปลูกหลังใหม่ ท่านอาจารย์เจี๊ยะท่านก็เจตนาดีอยู่ เราก็เห็นเจตนาของท่าน แต่มันขัดกับธรรมอยู่ข้อหนึ่งซึ่งเป็นหลักใหญ่ ท่านมาดูสถานที่ที่จะปลูกกุฏิ ค่ำแล้วนะ มาดูเรียบร้อยแล้วท่านก็กลับไป เรียกว่าไม่ใช่เวลาที่จะมาทำอย่างนั้นว่างั้นเถอะน่ะ พอเราไปค่ำๆ จวนจะมืดแล้ว ฟังเสียงป้างๆ ขึ้นทางที่อาจารย์เจี๊ยะอยู่นู้น ไปตีเขาเรียกคทาหรืออะไรที่กวาดไสไปไสมา (คราดค่ะ) คราดมันเป็นซี่ๆ ไม่ใช่แผ่นอย่างนี้ ค่ำแล้วต่างคนต่างเลิกกันไป มาดูที่จะปลูกกุฏิเรา ท่านไม่แล้วที่นี่ จวนจะมืด ฟังเสียงป้างๆ ท่านไปทำอันนี้ละจะมาปลูกกุฏิเรา

ฟังเสียงผิดปรกติเหลือเกิน เราก็เดินไปเลย ตรงเข้าไปหาท่าน ท่านเจี๊ยะ เราว่างี้เลย ท่านอยู่กับพ่อแม่ครูจารย์มั่นมาก่อนผมแล้ว ผมไปอยู่ทีหลัง ทั้งสองเรานี้เป็นลูกศิษย์อาจารย์มั่น ท่านทำแบบนี้เป็นยังไงกับคำว่าลูกศิษย์ท่านอาจารย์มั่น มันเป็นยังไงกัน พอว่างั้นทิ้งปั๊วะเลย เราก็กลับมา พูดเท่านั้นละ เพราะท่านก็เป็นลูกศิษย์ท่านอาจารย์มั่นผมเป็นลูกศิษย์ท่านอาจารย์มั่น การปฏิบัติตัวในข้อวัตรปฏิบัติทุกอย่างท่านทำยังไง ท่านทำอย่างนี้เหรอเราว่างั้น พอว่างั้นเราก็เดินกลับ ท่านก็ทิ้งปั๊วะเลย

เช้ามาท่านมารอ พอเรามานั่งกราบปั๊บ ปุ๊บปั๊บมาเลย มาจับเท้าเรานี้ไปถูหัว เอ้า เท้านี้มันสำหรับเหยียบขี้ต่างหากไม่ใช่เหยียบหัวคน อู๊ย ให้เหยียบสักหน่อยเถอะมันโง่เอาเหลือเกิน มันผิดเอาเสียมากมาย เมื่อคืนนี้ผมน้ำตาร่วงพอท่านอาจารย์ไปดุ มาคิดเรื่องพ่อแม่ครูจารย์มั่นพาดำเนินกับท่านอาจารย์พาดำเนินมาไม่ได้เป็นอย่างนี้ ผมผิดชะมัดว่างั้น ผมต้องมายอมโทษ มาแล้วเอาหัวท่านกับเท้าเรานี้มาจับถู จับไปถูอะไรนี่มันสำหรับเหยียบขี้ต่างหากเท้านี่น่ะ โอ๋ย เหยียบบ้างเถอะมันเลวกว่าขี้ท่านว่างั้น เหยียบท่านนะ

น้ำตาร่วงนะ น้ำตาร่วงเลย ท่านบอกท่านอนุโลมสุดขีดละ เพราะพ่อแม่ครูจารย์ก็ไม่เคยทำอย่างนี้แต่เรามาทำนี่ เราผิดว่างั้น จึงต้องยอมมาเอาหัวถูแล้วน้ำตาร่วงๆ เลย สำหรับอาจารย์เจี๊ยะกับเราลงจริงๆ ลงด้วยกลัวด้วย ท่านจึงบอกว่า อาจารย์ที่อยู่หัวใจผมได้มีสององค์ มีท่านอาจารย์มั่นกับท่านอาจารย์ นอกนั้นผมไม่ลงใครง่ายๆ ท่านตรงไปตรงมาอาจารย์เจี๊ยะ นี่ท่านก็เสียไปแล้ว พ่อแม่ครูจารย์มั่นรักท่านมากนะ รักอาจารย์เจี๊ยะ เหมือนพ่อกับลูกเลย

คือท่านอาจารย์เจี๊ยะท่านนิสัยตรงไปตรงมา บ๊งเบ๊งก็บ๊งเบ๊งเลย บางทีเถียงพ่อแม่ครูจารย์มั่นเสียงลั่นบนนั่น สักเดี๋ยวหน้าผากแตกแล้วเงียบไป พอเงียบเสียงไปแล้วเราก็ไป แล้วเป็นอะไรล่ะเสียงบ๊งเบ๊งๆ กับพ่อแม่ครูจารย์เป็นอะไรกัน ก็ผมไปทำอันนั้นผิดท่านก็เขกเอาบ้างละซิ บอกว่าผมไปทำอย่างนั้นมันผิดท่านก็เขกเอาบ้างละซิ ไม่ได้ว่าตัวเองดีนะ ท่านก็เขกเอาบ้างละซิ พูดด้วยความพอใจพูดด้วยความเคารพท่าน ที่ท่านเขกนั้นเหมาะแล้วความหมายว่างั้นกับเรามาเป็นลูกศิษย์ของท่าน ฟังเสียงบ๊งเบ๊งๆ เราเดินจงกรมอยู่ในป่า สักเดี๋ยวเงียบ

แต่ท่านเป็นเหมือนพ่อกับลูกนะ อาจารย์เจี๊ยะกับพ่อแม่ครูจารย์มั่นเหมือนพ่อกับลูก แต่เวลาจะใส่กันทางนี้เป็นนิสัยบ๊งเบ๊ง ซัดกันทีไรหน้าผากแตกทุกที อาจารย์เจี๊ยะหน้าผากแตกทุกทีสู้หลวงปู่มั่นไม่ได้ พูดทีไรท่านต้องยอมทุกที เราไปผิดอย่างนั้นท่านก็เขกเอาบ้างละซิ เสียดายชีวิตของท่านได้แค่นั้น นิสัยภายในท่านละเอียดมากนะอาจารย์เจี๊ยะ ภายนอกกิริยาบ๊งเบ๊งๆ แต่ภายในละเอียดมาก ใครได้อยู่ใกล้ชิดติดพันกันมานานแสนนานก็คืออาจารย์เจี๊ยะกับเรา อยู่ด้วยกันนานมาตั้งแต่สมัยพ่อแม่ครูจารย์มั่นโน้นเรื่อยมา แล้วก็เกี่ยวพันกันมาเรื่อยๆ

ก็ดีแล้ววันนี้ได้มาพบกัน ตั้งแต่ไปวันนั้น ตั้งแต่นั้นมาไม่ได้พบกันอีก นี่ได้มาพบกันอีก เสร็จแล้วนะทีนี้จะให้พร (หลวงตาครับ วันนี้คณะผู้ช่วย ผบ.ทบ. พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา และแม่ทัพภาคที่ ๒ พร้อมคณะนายทหารจำนวน ๒๐ คน จะมาขอกราบองค์หลวงตา วันนี้เวลา ๑๓.๓๐ น. เสร็จจากการกราบหลวงตาแล้วจะรีบกลับกรุงเทพ) รีบกลับกรุงเทพ ตอนบ่ายโมงครึ่ง ใครมาก่อนมาหลังก็รอกันที่นี่ละ เพราะเราก็มีธุระของเรา จากนี้เราจะไปของเรา แต่เราก็เล็งเวลาจะทันหรือไม่ทันก็จำเป็น เพราะรถเรามันวิ่งตลอดเหมือนกัน ไม่ได้ช้า ช้าก็เป็นเวลาต่างหากรถเราไม่ได้ช้า

(หลวงพ่อขา เมื่อวานนี้ที่บูชาธรรม ๕,๐๐๐ นะคะ ที่หลวงพ่อเทศน์เรื่องการถวายการดูแลท่านอาจารย์มั่น แล้วก็หนูลืมสรุปธรรมะว่า เป็นตัวอย่างของธรรมะกตัญญูกตเวที ถวายอีก ๒,๐๐๐ เจ้าค่ะ) เออ พอใจ พอใจพูดถึงเรื่องพ่อแม่ครูจารย์มั่นนี้เรียกว่าเราสุดหัวใจนะ การปฏิบัติอุปัฏฐากพ่อแม่ครูจารย์มั่นเรียกว่าเราสุดหัวใจ มอบหมดเลย เราไม่มีอะไรในตัวของเรา ชีวิตจิตใจมอบกับท่านหมด เวลาท่านป่วย ป่วยหนักเท่าไรเราอยู่ตลอดเวลา กลางคืนท่านไม่ได้นอน

คือวัณโรคพอหน้าหนาวแล้วมันไอ ไอตลอดคืนเราก็อยู่นั้น สำลีนี่เอาอันนี้มากว้านๆๆ ออก เขาบอกว่าวัณโรคนี้มันติด ติดไม่ติดเราไม่สนใจ ไม่มีอะไรมีค่ายิ่งกว่าพ่อแม่ครูจารย์มั่นว่างั้นนะ ชีวิตของเราไม่มีคุณค่า ไม่สนใจ กวาดเรื่อยจนท่านมรณภาพไป นี่ละการปฏิบัติพ่อแม่ครูจารย์มั่น เรียกว่าเราสุดกำลังด้วยความเคารพรักเทิดทูนสุดหัวใจมอบชีวิตหมด เราไม่มีอะไรเป็นอุปสรรค ขอให้ท่านได้สะดวกอย่างเดียวพอ ท่านก็ล่วงไปกับมือเราละว่างั้นพูดง่ายๆ

สุดกำลังการปฏิบัติอุปัฏฐากพ่อแม่ครูจารย์มั่น เรียกว่าสุดกำลังด้วยความรักความเคารพเลื่อมใสเทิดทูนอยู่นั้นหมดเลย เรามอบหมดเลย เพราะฉะนั้นจึงไม่มีเรื่องราวมาขัดข้องไม่ให้มี ให้อยู่กับพ่อแม่ครูจารย์มั่นทั้งนั้น ท่านล่วงลับไป จนกระทั่งป่วยหนักเข้าๆ ลืมตาขึ้นปั๊บ ท่านมหาไปไหน แน่ะ พอท่านลืมตาไม่เห็นเรา ท่านมหาไปไหน พระทั้งวัดไม่เคยถามหา ท่านมหาไปไหน แน่ะ ท่านมหาไปไหนอยู่อย่างนั้น ก็คือเราจริงจังมากกับท่าน อวัยวะของท่านกับของเรานี้เป็นอันเดียวกัน

คือสำหรับอวัยวะของท่านจะไม่ให้เข้าไปแตะต้องเลย เรารักษาคนเดียว ไม่ให้เห็นทุกอย่าง เราเป็นคนปฏิบัติรักษา ประหนึ่งว่าอวัยวะเรากับของท่านเป็นอันเดียวกัน อะไรๆ ก็ตามเราจะจัดการของเราเรียบร้อยๆ ส่งออกมาๆ ไม่ว่าถ่ายหนักถ่ายเบาอะไรก็ตาม เราจะไม่ให้ใครไปเห็นกับท่านเลย เราเป็นท่านท่านเป็นเราอวัยวะเดียวกัน ปฏิบัติแบบนั้นนะเรา เพราะฉะนั้นเวลาท่านป่วยหนักเข้า เวลาท่านเคลิ้มหลับไปบ้าง พอลืมตาขึ้นมา ท่านมหาไปไหนๆ เราอยู่ข้างๆ นั้นละ พอว่าอย่างนั้นพระก็บอกปั๊บ เราก็เข้าปุ๊บ เข้ามุ้งนะ อยู่ในมุ้งองค์เดียวกับท่าน พระท่านก็อยู่ข้างนอกเราอยู่ข้างใน การปฏิบัติอันนี้ก็เรียกว่าสุดกำลังเรา

เราภูมิใจในการปฏิบัติถวายพ่อแม่ครูจารย์มั่นเรานี้เอาชีวิตเข้าว่าเลย พอใจ พอพูดถึงเรื่องพ่อแม่ครูจารย์มั่น เกี่ยวกับเรื่องการปฏิบัติอุปัฏฐากรักษาท่าน จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายนี้เราพอใจทุกอย่าง เราทำด้วยความเคารพเลื่อมใสเทิดทูนสุดหัวใจมอบให้ท่านหมดเลย เพราะฉะนั้นเราจึงไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคสำหรับเรา หาได้เท่านั้นละจอมปราชญ์ในสมัยปัจจุบันคือหลวงปู่มั่นเรา นี่ละจอมปราชญ์สมัยปัจจุบัน เอาละทีนี้ให้พร

(หลวงตาครับ ผมมีความในใจอย่างหนึ่งที่จะมากราบเรียนขอขมาหลวงตาครับผม เกี่ยวกับเมื่อประมาณ ๒๐ กว่าปีที่แล้วที่หลวงตาได้ไปทอดผ้าป่าทองคำช่วยชาติที่วัดป่าคลองกุ้ง ผมเห็นหลวงตาได้คุย มีพ่อเด็กคนหนึ่งอุ้มลูกมาจะให้หลวงตาจับหัวเด็กนะฮะ หลวงตาบอกอย่ามายุ่งไม่จับ ผมได้ยินผมตกใจ ผมเข้าใจว่าหลวงตาดุ ผมก็เลยกลับบ้านไปเลย วันนี้ผมได้ซาบซึ้งหลวงตาแล้วว่า หลวงตาเป็นคนที่ใจดีมากๆ ครับ เพราะฉะนั้นกราบขอขมาหลวงตาด้วยนะครับผม) ก็เป็นอย่างนั้นละกิริยานี้เอาแน่ไม่ได้ อยู่ในสถานแห่งการติชม สำหรับกิริยาอาการของร่างกายนี้มันเป็นสนามของการติการชมของโลก แต่จิตใจเป็นอีกอย่างหนึ่ง (เลยไม่สบายใจมาหลายสิบปีแล้วครับ วันนี้สบายใจแล้วครับผม) เออๆ เอาละพอ

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

และเครือข่ายทั่วประเทศ


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก